<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Slow Food USA School Garden Network | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/slow-food-usa-school-garden-network/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 15 Aug 2021 07:44:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Slow Food USA School Garden Network | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>โรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐฯ บรรจุวิชาปลูกผักทำสวนในหลักสูตร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-schools-find-ways-to-keep-gardening-lessons-blooming/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 15 Aug 2021 07:44:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[School Garden Support organization Network]]></category>
		<category><![CDATA[Ron Finley Project]]></category>
		<category><![CDATA[Ron Finley]]></category>
		<category><![CDATA[Big Green]]></category>
		<category><![CDATA[Slow Food USA School Garden Network]]></category>
		<category><![CDATA[Edible Schoolyard Network]]></category>
		<category><![CDATA[Texas A&M University]]></category>
		<category><![CDATA[Junior Master Gardener Program]]></category>
		<category><![CDATA[Life Lab]]></category>
		<category><![CDATA[American Horticulture Society]]></category>
		<category><![CDATA[National Children and Youth Garden Symposium]]></category>
		<category><![CDATA[he National Farm to School Network]]></category>
		<category><![CDATA[Wisconsin-Madison]]></category>
		<category><![CDATA[Cultivate Health Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[Nathan Larson]]></category>
		<category><![CDATA[Edible Academy]]></category>
		<category><![CDATA[Toby Adams]]></category>
		<category><![CDATA[Susan Hobart]]></category>
		<category><![CDATA[AmeriCorps]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44527</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ เดินหน้าบรรจุวิชาปลูกผักทำสว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-schools-find-ways-to-keep-gardening-lessons-blooming/">โรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐฯ บรรจุวิชาปลูกผักทำสวนในหลักสูตร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียนหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ เดินหน้าบรรจุวิชาปลูกผักทำสวนในรั้วโรงเรียนลงในหลักสูตร ตั้งเป้าจูงใจให้เด็กได้เรียนรู้วิชาการในภาคปฏิบัติ ณ ห้องเรียนกลางแจ้ง ซึ่งสอดคล้องกับการเรียนการสอนท่ามกลางโควิด-19</p>



<p>ช่วงเดียวกับที่โควิด-19 แพร่ระบาดในสหรัฐอเมริกา วิชาทำสวนได้กลายเป็นวิชายอดนิยมในรั้วโรงเรียน เหล่าพ่อแม่ ผู้ปกครอง และคุณครูต่างเห็นตรงกันว่า วิชาทำสวนเป็นวิชาภาคปฏิบัติกลางแจ้งที่สามารถนำมาประยุกต์สอนกับวิชาอื่น ๆ ได้อย่างหลากหลาย แถมยังช่วยให้เด็ก ๆ เพลิดเพลินและผ่อนคลายมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>แม้จะผจญความยากลำบากในการเสาะหาผู้เชี่ยวชาญ แรงงาน หรือกระทั่งเงินทุนเพื่อพาเด็ก ๆ เรียนรู้การปลูกผักทำสวนในรั้วโรงเรียน แต่สุดท้ายคุณครูและเหล่านักการศึกษาก็สรรหาวิธีสุดสร้างสรรค์มาผลักดันให้การทำสวนสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างน่าทึ่ง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d2f40d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/07-แปล-ปลูกผักทำสวน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ซูซาน โฮบาร์ต (Susan Hobart) อดีตครูระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนประถมเลควิว ในเมืองเมดิสัน รัฐวิสคอนซิล ผู้ใช้เวลายามเกษียณรับหน้าที่ดูแลแปลงผักขนาดใหญ่ 12 แปลงของโรงเรียน กล่าวว่า การทำสวนเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ทำให้เด็กได้อยู่กลางแจ้ง แถมยังเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้ทุกกระบวนการ ตั้งแต่เริ่มต้นลงมือ ระหว่างทำ และจุดหมายปลายทาง รวมถึงได้เห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ด้วย&nbsp;</p>



<p>“ที่สำคัญ การทำสวนยังช่วยให้เด็กผ่อนคลาย เกิดมุมมองหรือทัศนะต่อสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างออกไป โดยเป็นมุมมองความคิดที่เด็ก ๆ จะไม่มีวันได้เห็นหากยังนั่งอยู่บนโต๊ะเรียน” ครูโฮบาร์ตกล่าว&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิทุกปี ทางโรงเรียนเลควิวจะร่วมมือกับหน่วยงานในท้องถิ่น ในการพัฒนาที่ดินในโรงเรียนให้กลายเป็นสวนปลูกผัก โดยเริ่มตั้งแต่โครงการเพาะเมล็ดพันธุ์กับทางเรือนจำของรัฐ จากนั้นก็ได้กลุ่มอาสาสมัครของทางโบสถ์มาช่วยเตรียมสวนให้พร้อมในช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิ และในช่วงฤดูร้อนที่เด็กกลับมาเรียนก็ได้กลุ่มสมาชิกอาสาสมัครอเมริคอร์ปส์ (AmeriCorps) มาช่วยเด็ก ๆ ดูแลสวน ซึ่งความร่วมมือทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทำให้โรงเรียนช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของการหาซื้อเมล็ดพันธุ์ รวมถึงแรงงานในการช่วยดูแลเป็นอย่างมาก&nbsp;</p>



<p>ดังนั้น สำหรับโรงเรียนที่สนใจจะเปิดวิชาทำสวน แต่ขาดแคลนกำลังคนและกำลังเงิน ครูโฮบาร์ตแนะนำว่า ให้ลองมองไปรอบ ๆ ตัว เพื่อมองหาเครือข่ายและกลุ่มคนในชุมชนที่พร้อมจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเสมอ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ย้อนกลับไปหลายปีก่อนหน้า การปลูกผักทำสวนในโรงเรียนยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก จนกระทั่งอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง มิเชล โอบามา (Michelle Obama) ใช้พื้นที่สีเขียวส่วนหนึ่งของทำเนียบขาวมาปลูกผัก และเชิญชวนเด็กนักเรียนเข้าไปช่วย ทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ว่า อาหารที่รับประทานมีที่มาที่ไปอย่างไร ต้องปลูกแบบไหน จนจุดประกายให้โรงเรียนหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ นำวิชาปลูกผักทำสวนมาประยุกต์ใช้ให้ความรู้กับเด็กนักเรียน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กระนั้น โทบี้ อดัมส์ (Toby Adams) ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสวนพฤกษศาสตร์ ประจำสถาบันอิดิเบิลอะคาเดมี (Edible Academy) เมืองบรอนซ์ ซึ่งเป็นสถาบันที่เด็กนักเรียนนิยมมาหาความรู้ด้านการทำสวน กล่าวว่า วิชาการทำสวนกลายเป็นกระแสพูดถึงอย่างจริงจังในช่วงวิกฤตการระบาดโควิด -19&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7bc49"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/07-แปล-ปลูกผักทำสวน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เหตุผลเพราะวิชาปลูกผักทำสวนสามารถนำมาประยุกต์เป็นบทเรียนภาคปฏิบัติของวิชาสุขศึกษา วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา หรือแม้แต่วิชาในหมวดมนุษยศาสตร์และศิลปะ ซึ่งความนิยมที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาล ทำให้หลายหน่วยงาน หลายองค์กร โดยเฉพาะเครือข่ายในระดับภูมิภาค ต่างสนใจยื่นมือให้ความช่วยเหลือโรงเรียนในการทำโครงการปลูกผักทำสวน&nbsp;</p>



<p>“การปล่อยให้เด็กได้มีโอกาสออกไปข้างนอก มือเลอะดินบ้าง มีเวลาหาหนอนบ้าง เป็นเรื่องที่วิเศษมาก” อดัมส์กล่าว ก่อนเสริมว่า สำหรับโรงเรียนหลายแห่งที่ไม่มีพื้นที่ปลูกผักเพียงพอ เจ้าตัวแนะนำให้ลองขอใช้พื้นที่สวนพฤกษศาสตร์และสวนสาธารณะในละแวกใกล้โรงเรียน เพราะการทำสวนไม่จำเป็นต้องมีแปลงปลูกขนาดใหญ่ อาจเป็นแค่สวนผักขนาดย่อในตู้คอนเทนเนอร์ หรือการปลูกผักแบบไฮโดรโปนิกส์ที่ใช้พื้นที่น้อยและประหยัดน้ำ เพียงแต่ให้สอดคล้องและเหมาะสมต่อบริบทสภาพแวดล้อมของโรงเรียนและตัวนักเรียนเองเท่านั้น&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาช่วยดูแลสวน โฮบาร์ตแนะนำให้ลองติดต่อกับทางมหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรปริญญาด้านการทำสวน (Master Gardener Program) เพราะโดยปกตินักศึกษาจากสถาบันเหล่านี้ต้องออกฝึกงานเพื่อให้เรียนจบหลักสูตรอยู่แล้ว หากขอตัวนักศึกษามาช่วยได้ จะทำให้โรงเรียนมีบุคลากรที่สามารถให้ความรู้คำปรึกษาด้านการทำสวนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย&nbsp;</p>



<p>นาธาน ลาร์สัน (Nathan Larson) แกนนำผู้ริเริ่มโครงการบ่มเพาะสุขภาพเบื้องต้น <em>หรือ Cultivate Health Initiative</em> ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (Wisconsin-Madison) และพันธมิตรทั่วสหรัฐฯ ในการให้การสนับสนุนวิชาปลูกผักทำสวนในโรงเรียน และเป็นผู้เขียนหนังสือ “การสอนในห้องเรียนธรรมชาติ” (<em>Teaching in Nature’s Classroom</em>) ที่ให้ดาวน์โหลดได้ฟรี กล่าวว่า ขณะนี้มีโครงการให้การสนับสนุนวิชาทำสวนในโรงเรียนในระดับประเทศมากมายหลายแห่ง ไล่เรียงตั้งแต่โครงการ <em>The National Farm to School Network</em>, เครือข่าย <em>School Garden Support organization Network</em> หรือ โครงการ <em>National Children and Youth Garden Symposium</em> ของสมาคมพืชสวนเรือนกระจกแห่งสหรัฐฯ <em>(American Horticulture Society</em>) ที่ร่วมมือฝึกอบรมวิชาทำสวนให้แก่ครูและบุคลากรโรงเรียน โดยตลอดสองปีที่ผ่านมาได้ทำการฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2bc535"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/07-แปล-ปลูกผักทำสวน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ก็มีหลักสูตร <em>Life Lab</em> ในเมืองซานตาครูซ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่จัดทำเวิร์กชอปให้นักการศึกษาทั่วสหรัฐฯ เกี่ยวกับกรรมวิธีการดึงเอาเด็กหนุ่มสาวมาทำไร่ทำสวน หรือ <em>โครงการ </em><a href="https://jmgkids.us/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><em>Junior Master Gardener Program</em></a> ของทางมหาวิทยาลัยเท็กซัสเอแอนด์เอ็ม (Texas A&amp;M University)</p>



<p>ส่วนเครือข่ายหรือแหล่งข้อมูลอื่น ๆ ยังรวมถึง<em>กลุ่ม National COVID-19 Outdoor Learning Initiative</em>, เครือข่าย<em> <a href="https://edibleschoolyard.org/network" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Edible Schoolyard Network</a></em>, เครือข่าย <em>Slow Food USA School Garden Network</em> และเครือข่าย<em> <a href="https://biggreen.org/edresources/" target="_blank" rel="noreferrer noopener"><em><a href="https://biggreen.org/edresources/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Big Green</a></em></a></em></p>



<p>ด้านรอน ฟินลีย์ (Ron Finley) ผู้สนับสนุนหลักในการปรับเปลี่ยนการสอนเด็กเมืองเกี่ยวกับการเพาะเมล็ดพันธุ์และปลูกผักภายในโครงการรอนฟินลีย์โปรเจ็กต์ (Ron Finley Project) กล่าวว่า เป้าหมายหลักของตนก็คือการเปลี่ยนวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหาร ซึ่งการมีสวนในโรงเรียน หรือมีวิชาทำสวนในหลักสูตร ถือเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญเทียบเท่ากับการศึกษาวิชาความรู้อื่น ๆ ในโรงเรียน เพราะเป็นหนึ่งในวิธีการที่รวดเร็วที่สุดที่ทำให้เด็กได้เชื่อมโยงตนเองกับสิ่งแวดล้อม และอาหารที่รับประทาน&nbsp;</p>



<p>“การทำสวนไม่ใช่งานอดิเรก แต่เป็นทักษะชีวิต และเป็นหนึ่งในบทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งของการเป็นมนุษย์” ฟินลีย์กล่าว</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://apnews.com/article/lifestyle-science-health-environment-and-nature-education-712ef7b446c53fdf3c73f44e920c01a9" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://apnews.com/article/lifestyle-science-health-environment-and-nature-education-712ef7b446c53fdf3c73f44e920c01a9">Schools find ways to keep gardening lessons blooming</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-schools-find-ways-to-keep-gardening-lessons-blooming/">โรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐฯ บรรจุวิชาปลูกผักทำสวนในหลักสูตร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
