<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>SDG4 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/sdg4/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 10 Aug 2023 06:17:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.11</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>SDG4 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา ‘กุญแจสู่ความเสมอภาค’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-the-key-to-equality-finland-new-zealand-thailand/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-the-key-to-equality-finland-new-zealand-thailand</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jun 2022 10:45:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[John Brooker]]></category>
		<category><![CDATA[กุญแจสู่ความเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Sanna Takala]]></category>
		<category><![CDATA[sdg2030]]></category>
		<category><![CDATA[APREMC2022]]></category>
		<category><![CDATA[นิวซีแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56992</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในโ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-key-to-equality-finland-new-zealand-thailand/">ถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา ‘กุญแจสู่ความเสมอภาค’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>แม้ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในโลก ยังต้องใช้เวลานับทศวรรษในการปฏิรูปเปลี่ยนผ่าน เพื่อวางแนวทางการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทชีวิตของเด็กเยาวชนในประเทศ รวมถึงความผันแปรจากกระแสการพัฒนาของโลกซึ่งเคลื่อนที่ไปไม่หยุดยั้ง</p>



<p>มาดูกันว่าประเทศอย่างฟินแลนด์ และนิวซีแลนด์ ที่มีแนวทางการจัดการศึกษาคุณภาพสูง ผ่านเส้นทางการผลักดันกฎหมาย และจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับความเสมอภาคทางการศึกษามาอย่างไร ระบบการศึกษาถึงมีรากฐานมั่นคงแข็งแรง จนสามารถกระจายความเสมอภาคไปถึงเด็กเยาวชนในทุกพื้นที่ได้เช่นทุกวันนี้</p>



<p>ขณะที่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้อยู่ในบรรยากาศของการตื่นตัวเรื่องการปฏิรูปการศึกษา โดยเฉพาะการมาถึงของสถานการณ์โควิด-19 ที่เผยให้เห็นช่องว่างความเหลื่อมล้ำซึ่งนับวันยิ่งถ่างขยายออกไปมากขึ้น ส่งผลให้เด็กเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว</p>



<p>จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องระดมงบประมาณและทรัพยากรต่างๆ ให้กระจายไปยังทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กเยาวชนที่ไม่ว่าจะเกิดหรืออาศัยอยู่ที่ใดก็ตามในประเทศไทย สามารถเข้าถึงการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ ประคองตัวอยู่ในระบบการศึกษาจนถึงปลายทาง และใช้การศึกษาหยุดวงจรความยากจนที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นได้สำเร็จ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f2e808"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/9LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ</strong></h2>



<p><strong>Sanna Takala ที่ปรึกษาทางด้านการพัฒนา กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศฟินแลนด์ </strong>กล่าว ว่าประเทศฟินแลนด์ได้ดำเนินการเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษามาตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ด้วยเป้าหมายที่จะสร้างระบบการกระจายอำนาจจากส่วนกลางถึงระดับท้องถิ่น โดยแต่ละท้องถิ่นจะพัฒนาหลักสูตรขึ้นเองเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็ควบคุมกำกับโดยส่วนกลางให้มีมาตรฐานเป็นไปในทางเดียวกันทั้งประเทศ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“นิยามความเสมอภาคของการปฏิรูปการศึกษาฟินแลนด์ คือระบบการศึกษาของเราจะไม่มีทางตัน หมายถึงไม่ว่าเด็กเลือกจะเรียนอะไรในแต่ละช่วงชั้น เขาต้องมีช่องทางไปถึงระดับการศึกษาที่สูงขึ้นได้ตลอดเวลา และต้องเป็นการศึกษาที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ทุกอย่างฟรีหมดตลอดการศึกษาภาคบังคับในช่วงวัย 7-18 ปี ค่าเล่าเรียนไม่เสีย มีอาหารกลางวัน มีรถโรงเรียนรับ-ส่ง อุปกรณ์การเรียนเพียงพอ</p>



<p>“นอกจากนั้นยังมีปัจจัยช่วยสนับสนุนในส่วนประกอบอื่น ๆ ของการศึกษา มีระบบช่วยเหลือสำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถปฏิบัติตามหลักสูตรได้ 100% หมายถึงไม่จำเป็นว่าเด็กทุกคนต้องเรียนในระดับเดียวกัน แต่เขาต้องได้ไปถึงความสามารถสูงสุดที่ตัวเองทำได้ ขณะเดียวกันยังมีระบบดูแลกลุ่มเด็กต้องการความช่วยเหลือพิเศษ เช่นเด็กจากครอบครัวผู้อพยพ ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาด้านภาษา หรือกลุ่มบกพร่องทางการเรียนรู้ พิการ โดยทุกกลุ่มจะมีครูผู้ชำนาญเฉพาะทาง (assistant support) มาช่วยดูแลใกล้ชิดเป็นรายบุคคล”</p>



<p>Sanna กล่าวว่า ฟินแลนด์เริ่มกระบวนการวางหลักสูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันตั้งแต่ปี 2008 หลังการหารือในระดับเทศบาลและสถานศึกษา เพื่อวางแนวทางปฏิบัติทั้งในและนอกห้องเรียน โดยระบบจะเอื้อให้ครูสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือเด็กได้ทันทีที่พบเค้าลางปัญหา&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e721c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/6LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">Sanna Takala ที่ปรึกษาทางด้านการพัฒนา<br>กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศฟินแลนด์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากแนวทางที่นำมาใช้ ทำให้ตั้งแต่ปี 2010 ฟินแลนด์มีเด็กที่ได้รับการสนับสนุนพิเศษเพิ่มขึ้นจำนวนมาก ด้วยข้อมูลรายคนจากครู ส่งต่อถึงการดูแลร่วมจากทีมสหวิชาชีพ อาทิ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาล ฯลฯ ขึ้นอยู่กับช่วงวัยและความต้องการของเด็ก โดยจะมีการวัดประเมินความสามารถเด็กในด้านวิชาการ ก่อนวางแผนช่วยเหลือตั้งแต่ในห้องเรียนเป็นลำดับ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของงบประมาณทางการศึกษา แน่นอนว่าจำนวนของเด็กที่ได้รับการสนับสนุนพิเศษที่เพิ่มขึ้น หมายถึงค่าใช้จ่ายที่ตามมา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อหักลบกับงบประมาณที่ใช้ในการจัดการศึกษาซึ่งลดลงแล้ว ถือว่าการสนับสนุนการเรียนรู้เป็นรายคน สามารถดำเนินไปได้ โดยไม่กระทบกับการจัดสรรงบประมาณการศึกษารายปี และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า&nbsp;</p>



<p>“หลายปีมานี้ เราได้เห็นแล้วว่าเมื่อเทียบในระดับนานาชาติ นักเรียนของฟินแลนด์มีผลการเรียนที่โดดเด่น เมื่อมองลึกในระดับโรงเรียน โรงเรียนทุกแห่งของเรามีความแตกต่างกันน้อยมาก ซึ่งทำให้เด็กได้คุณภาพการศึกษาในระดับเดียวกัน ที่สำคัญกว่านั้นคือการศึกษาของประเทศเรามุ่งไปที่การสร้างความพอใจในชีวิต ละลายความแตกต่างห่างกันทั้งในเรื่องของเพศ วิชาที่เลือกเรียน หรือพื้นฐานอาชีพซึ่งเด็กเลือกที่จะทำ อีกทั้งการพัฒนาด้านการศึกษาคือสิ่งที่จะไม่มีวันยุติ เพราะความเสมอภาคเป็นสิ่งที่ต้องทำตลอดเวลา ด้วยสังคมที่เปลี่ยนแปลง เด็ก ๆ ที่เปลี่ยนไป</p>



<p>“อย่างในสถานการณ์โควิด-19 ฟินแลนด์พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ปิดโรงเรียน และปล่อยให้การเรียนการสอนดำเนินไปได้นานที่สุด ด้วยความท้าทายที่เราทราบว่าเมื่อเด็กหยุดเรียน จะกระทบทั้งเรื่องวิชาการความรู้ รวมถึงระดับความสามารถในการเข้าสังคมของนักเรียนที่ถดถอยตามมา ซึ่งหลังจากนี้ เราต้องนำแง่มุมมิติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาพิจารณา เพื่อถอดบทเรียนมาปรับปรุงให้การศึกษาคุณภาพดำเนินต่อไปได้ในทุกสถานการณ์”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ดัชนีความเสมอภาค’ ช่วยจัดสรรงบตามความต้องการจริง</strong></h2>



<p><strong>John Brooker ผู้จัดการกลุ่มการลงทุนด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศนิวซีแลนด์</strong> ผู้มีบทบาทดูแลเรื่องนโยบายและยุทธศาสตร์หลายด้านของประเทศนิวซีแลนด์ รวมถึงการกำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณ ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปีในเรื่องนโยบายสาธารณะ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการของนิวซีแลนด์ ได้รณรงค์ผลักดันงบประมาณบนเส้นทางที่ยาวไกล โดยต้องใช้เวลา 5-6 ปี ในการพัฒนาแนวทาง และกว่าการจัดสรรงบประมาณจะทำได้จริง ก็ต้องรออีกเป็นเวลา 4-5 ปีถัดมา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a11a37"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/7LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">John Brooker ผู้จัดการกลุ่มการลงทุนด้านการศึกษา<br>กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศนิวซีแลนด์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การพยายามเพิ่ม ‘ความเสมอภาคทางการศึกษา’ คือสิ่งที่ต่างไปจาก ‘ความเท่าเทียม’ เพราะเราทราบดีว่าเด็กทุกคนในระบบโรงเรียน มีต้นทุนชีวิตแตกต่าง มีระดับความสามารถไม่เท่ากัน ดังนั้นวิธีการที่จะทำให้ทุกคนบรรลุเป้าหมายในระดับเดียวกัน เราต้องสนับสนุนเพิ่มเติมพิเศษสำหรับผู้เข้าไม่ถึงทรัพยากร เพื่อให้มีกำลังในการพัฒนาตนเองได้ดียิ่งขึ้น</p>



<p>แนวทางของนิวซีแลนด์คือเน้นทรัพยากรลงไปที่เงินเดือน สวัสดิการ และงบประมาณในการหนุนเสริมการปฏิบัติการของครู&nbsp; อีกส่วนหนึ่งคืองบที่นำไปลงทุนด้านความเสมอภาค โดยเฉพาะการดูแลสถาบันการศึกษาและชุมชน</p>



<p>“เราเสริมงบให้โรงเรียนผ่านระบบ Design System ที่ครอบคลุมทั้งชุมชน โดยคำนึงถึงปัจจัยเศรษฐกิจสังคมที่ลงลึกไปถึงขนาดของบ้าน จำนวนห้องในบ้าน หรือระดับการศึกษาผู้ปกครอง เป็นต้น ปัจจัยปลีกย่อยทั้งหมดนี้ คณะทำงานจะจัดทำเป็นค่าสถิติแห่งชาติในช่วง 5 ปี แล้วนำมากำหนดหลักเกณฑ์จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนทุกแห่ง</p>



<p>“การเก็บข้อมูลดังกล่าว จะทำให้สามารถจัดกลุ่มเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงมองเห็นการเคลื่อนไหวหรือเส้นทางการกระจายของทรัพยากรต่างๆ ดังนั้นเมื่อมีผังร่วมกันว่าเด็กจัดอยู่ในกลุ่มไหน พื้นที่แบบใด เราก็จะรู้ว่าต้องใช้ทรัพยากรอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด หมายความว่าโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ประชากรส่วนใหญ่ยังได้รับการศึกษาไม่สูงนัก เราก็จะมีดัชนีชี้วัดที่แสดงให้เห็นว่าเกิดจากอุปสรรคอะไร มีปัจจัยทางสังคมหรือเศรษฐกิจใดที่ทำให้การศึกษาไม่ไปถึงเป้า แล้วถ้าจะยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น จำเป็นต้องเติมทรัพยากรลงไปตรงไหนหรือใช้นวัตกรรมใด”</p>



<p>John กล่าวว่า มีปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างน้อย 37 หัวข้อ ที่เป็นตัวชี้วัดดัชนีความเสมอภาคของประชากรได้ในสถานการณ์ต่างๆ โดยตัวแปรเหล่านี้ถือว่ามีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์ความสำเร็จด้านการศึกษาด้วย ทั้งนี้ตัวเลขข้อมูลต่างๆ จะมีการเก็บเพิ่มเติมและอัพเดทให้ทันสภาพความเป็นจริงที่เลื่อนไหลตลอดเวลา และข้อมูลชุดนี้เองจะเป็นตัวแปรที่ใช้ชี้วัดว่าประชากรกลุ่มไหนหรือโรงเรียนใดควรได้รับความช่วยเหลือมากที่สุดในช่วงเวลานั้นๆ</p>



<p>“การให้ความช่วยเหลือแบบมุ่งเป้าหรือ target founding ทำให้รัฐบาลมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการวางงบประมาณ และแน่ใจว่าเงินอุดหนุนหรือโปรแกรมต่างๆ ที่ลงไปสู่เด็ก สามารถแจกแจงได้ถูกต้องและแม่นยำเพิ่มขึ้น</p>



<p>“ดัชนีเกี่ยวกับความเสมอภาคเป็นแนวคิดตั้งต้น ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จากการประเมินพบว่าหลังผ่านระยะเริ่มดำเนินการมาแล้ว 3-5 ปี มีโรงเรียนถึง 90% ที่ได้ประโยชน์จากการนำดัชนีเสมอภาคมาใช้ เพราะอย่างไรก็ตาม การวางแนวทางที่เริ่มจากบ้าน ชุมชน เพื่อขยายผลไปสู่ระดับประเทศ เป็นงานที่ต้องใช้เวลา จำเป็นต้องมีช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจมีบ้างที่บางโรงเรียนต้องเผชิญปัญหาจากการเพิ่มขึ้นและลดลงของงบประมาณ แต่ในระยะยาวแล้วจะช่วยในเรื่องการปรับสมดุลงบประมาณ และการกระจายความเสมอภาคที่เห็นผลเป็นรูปธรรมในที่สุด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1cb8e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/8LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>องค์กรอิสระที่รับผิดชอบโดยตรงเรื่องการกระจายความเสมอภาคทางการศึกษา ‘ตัวเร่ง’ ที่นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่าประเทศไทยต้องใช้เวลากว่า 8 ปี ในการผลักดันกฎหมายเกี่ยวกับความเสมอภาคทางการศึกษา ถือเป็นงานสำคัญที่ใช้เวลายาวนาน ด้วยเกี่ยวพันกับการจัดสรรงบประมาณทุกด้าน อีกทั้งสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดการย้อนทบทวนข้อบัญญัติและแนวทางต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงให้สอดรับกับความต้องการของประชากรทุกกลุ่มที่รับผลกระทบ&nbsp;</p>



<p>“ประเทศไทยมีประชากรด้อยโอกาสที่เป็นเด็กวัยเรียนราว 3 ล้านคน ขณะที่ในปัจจัยด้านการศึกษา เราประสบปัญหาเรื่องมาตรฐานคุณภาพโรงเรียนที่มีความเหลื่อมล้ำ ทำให้เด็กจากครอบครัวรายได้น้อยมีอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ รัฐบาลไทยจึงออก พ.ร.บ. สนับสนุนให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมีเป้าหมายสนับสนุนงบประมาณ และสร้างกระบวนการช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ให้เข้าถึงโอกาสมากขึ้น”</p>



<p>“ขณะที่ กสศ. เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นผ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ด้วยมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ในการจัดสรรทุนการศึกษา&nbsp; และระดมการทำงานร่วมกับภาคีทุกระดับทั้งในประเทศและนานาชาติ เพื่อสร้างระบบช่วยเหลือดูแลผู้ด้อยโอกาส ให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาตนเอง”</p>



<p>ลักษณะพิเศษของ กสศ. คือการระดมทุนสาธารณะเพื่อกระจายความเสมอภาค โดยลดหย่อนภาษีให้กับผู้บริจาคเงินเข้ากองทุน มีการทำงานอย่างเป็นอิสระภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งบอร์ดบริหารของ กสศ. ได้ประกอบไปด้วยสมาชิกหน่วยงานต่างๆ อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการคลัง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</p>



<p>“การทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้เราสามารถจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ และการพัฒนาด้านวิชาชีพที่จะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับความเสมอภาคที่ยั่งยืน ด้วยการทำงานวิจัย เพื่อให้ได้มาซึ่งองค์ความรู้ รวมถึงประสบการณ์ ที่จะนำมาช่วยส่งเสริมวาระต่างๆ ให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาในประเทศของเรา”</p>



<p>“เรามีการลงทุนเชิงนวัตกรรมที่หลากหลาย ร่วมกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ มีคณะทำงานที่ตระเวนไปในทุกพื้นที่ตลอดทั้งปี เพื่อให้เห็นปัญหาหน้างาน พร้อมเก็บข้อมูลของเด็กและครอบครัว แล้วนำกลับมาพิจารณาออกแบบความช่วยเหลือที่เหมาะสมเป็นรายคน การลงพื้นที่หน้างานทำให้เข้าใจว่าอะไรคือรากของปัญหา และค้นพบวิธีการการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาได้แม้บริบทของพื้นที่มีความแตกต่างกัน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f60b37"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/5LinkThumbnaiถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา-‘กุญแจสู่ความเสมอภาค-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า กว่าที่กฎหมายเกี่ยวกับความเสมอภาคจะออกมาได้ต้องใช้เวลาถึง 6 ปี แต่เมื่อ กสศ. ทำงานมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี ก็ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญขององค์กรหรือหน่วยงานอิสระ ที่เป็นตัวเร่งสู่ความเปลี่ยนแปลง</p>



<p>แม้ช่วงเวลาสิบปีก่อนใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะเคยมีการเพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาขึ้นสองเท่า แต่ผลที่ได้กลับบ่งชี้ว่ายังไม่มีความเปลี่ยนแปลงที่มีน้ำหนักมากพอ ดังนั้นรัฐจึงมุ่งมั่นในการยกระดับความเสมอภาค ผ่านการจัดสรรทรัพยากรต่างๆ เพื่อรับมือกับปัญหาที่หวังผลได้มากขึ้น</p>



<p>“วันนี้การทำงานของ กสศ. ได้แสดงให้เห็นว่าทั้งชุมชนระดับท้องถิ่น หรือประชาคมโลก ต่างมีความสำคัญในการยกระดับความสามารถในการพัฒนาและปฏิรูปการศึกษาไปด้วยกัน</p>



<p>“ด้วยข้อมูล ประสบการณ์ และงานวิจัยต่างๆ ที่ กสศ. รวบรวมไว้ จะไม่ได้มีประโยชน์เพียงในระดับประเทศ หากยังขยายเครือข่ายของรูปแบบการทำงาน ทั้งในฐานะโมเดลเต้นแบบ และการแบ่งปันองค์ความรู้ เพื่อกระจายความเสมอภาคทางการศึกษาไปยังพื้นที่อื่นๆ ผ่านงานประชุมวิชาการนานาชาติที่จัดต่อเนื่องเกือบทุกปี”</p>



<p>และไม่เพียงแค่งานด้านการศึกษา แต่ กสศ. ยังมีความห่วงใยทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเสมอภาค โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 ดังนั้น การทำงานเก็บข้อมูลอย่างใกล้ชิดกับโรงเรียนในทุกสังกัดในช่วงล็อคดาวน์ จะช่วยระบุชี้กลุ่มเป้าหมายที่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ ในรูปแบบของการเชื่อมโยงทรัพยากร ซึ่งจะเน้นวางเป้าหมายในช่วงเวลา 1-5 ปีข้างหน้า ที่ผลกระทบจากสถานการณ์โควิดยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการข้ามผ่านการศึกษาช่วงชั้นรอยต่อของนักเรียนที่ขาดแคลนโอกาส อันมีข้อมูลสถิติยืนยันว่าเป็นช่วงชั้นที่มีเด็กเยาวชนหลุดออกไปจากระบบการศึกษามากที่สุด เพื่อให้เกิดการทำงานระหว่างหน่วยงาน ระหว่างสถาบันการศึกษา จนถึงภาคธุรกิจเอกชน ที่จะช่วยรองรับเด็กเยาวชนทุกกลุ่มให้มีเส้นทางอนาคตต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-the-key-to-equality-finland-new-zealand-thailand/">ถอดบทเรียนการปฏิรูปการศึกษา ‘กุญแจสู่ความเสมอภาค’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรม iSEE เพื่อความเสมอภาคที่ไม่ใช่แค่ตัวเงิน มุ่งขยายการมีส่วนร่วมคือกุญแจสร้างการเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-apremc2020-3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-apremc2020-3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2022 12:19:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[AFE]]></category>
		<category><![CDATA[All for Education Partnership]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56655</guid>

					<description><![CDATA[<p>ความถดถอยทางเศรษฐกิจเป็นผลกระทบหนึ่งจากการแพร่ระบาดของไ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc2020-3/">นวัตกรรม iSEE เพื่อความเสมอภาคที่ไม่ใช่แค่ตัวเงิน มุ่งขยายการมีส่วนร่วมคือกุญแจสร้างการเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ความถดถอยทางเศรษฐกิจเป็นผลกระทบหนึ่งจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์เดียวกันนี้ สำหรับประเทศไทยพบว่า จำนวนเด็กยากจนพิเศษในภาคการศึกษาแรกของปีการศึกษา 2565 มีจำนวนมากกว่า 1.3 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากภาคการศึกษาแรกของปีการศึกษา 2563 ที่มีจำนวนเด็กยากจนพิเศษทั่วประเทศ ประมาณ 9.9 แสนคน</p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (Information System for Equitable Education) หรือ iSEE ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเด็กและเยาวชนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาส โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับ 6 กระทรวง และข้อมูลจากระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS) ซึ่งสามารถระบุเป้าหมายของเด็กที่มีความเสี่ยงในการหลุดออกนอกระบบการศึกษาได้อย่างแม่นยำ และกองทุนก็ได้นำเอาข้อมูลที่เป็นประโยชน์เหล่านี้มาเริ่มต้นโครงการนำร่องในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14559c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/01-ไกรยสfinance.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">Image Caption</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้กล่าวถึงการดำเนินงานเพื่อการศึกษาไทย ในการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ<strong> </strong>การเงินและการกำกับดูแล (Financing and Governance)<strong> </strong>เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2565 ว่า ปัจจุบัน กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมมือกับ แสนสิริ ในโครงการ <strong>“Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน”</strong> ตั้งเป้าให้เด็กหลุดจากการศึกษาเป็นศูนย์ภายใน 3 ปี โดยเริ่มต้นจากพื้นที่จังหวัดราชบุรี และแสนสิริได้มอบเงินบริจาคเป็นจำนวน 100 ล้านบาทซึ่งระดมทุนผ่านหุ้นกู้ให้กับโครงการฯ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงเงินบริจาคเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในมิติอื่นๆ เช่น การระดมความร่วมมือพนักงานและลูกบ้านบริจาคหนังสือกว่า 2,500 เล่ม และลงพื้นที่ซ่อมแซมห้องสมุดโรงเรียนอนุบาลสวนผึ้ง เป็นต้น และในส่วนของ กสศ. ก็ได้สร้างการมีส่วนร่วมระดับท้องถิ่น โดยการขยายขอบเขตโครงการที่มีอยู่และกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคประชาสังคม มหาวิทยาลัย โรงเรียน และชุมชนในการขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน และสนับสนุนให้ผู้นำในท้องถิ่นสามารถดำเนินแผนงานการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ (Area Based Education: ABE) ได้อย่างยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ec423"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/02-ไกรยสfinance.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกตัวอย่างหนึ่งของความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาและภาคเอกชน ได้แก่ โครงการลมหายใจเพื่อน้อง ซึ่ง กสศ. ได้แสดงเจตนารมณ์ร่วมกับ ปตท. ซึ่งเป็นองค์กรด้านพลังงานขนาดใหญ่ของประเทศไทย โดยมีการระดมทุนผ่าน ผ่านกิจกรรม Virtual Run และได้มอบทุนการศึกษา มูลค่า 151 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่กำลังจะเปลี่ยนผ่านช่วงชั้นการศึกษา ซึ่งอยู่ในกลุ่มครัวเรือนยากจนพิเศษ และมีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา จำนวน 60,000 คน ทั่วประเทศ</p>



<p>ด้วยความท้าทายในปัจจุบันที่ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นขนาดของกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มจำนวนขึ้น ความจำกัดของพื้นที่การคลัง และการขาดความยืดหยุ่นในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน บทเรียนนวัตกรรมเพื่อสร้างความเสมอภาคให้ประสบความสำเร็จตาม SDG4 จึงไม่ใช่แค่การพูดถึงเพียงตัวเงินเท่านั้น แต่หมายถึงการมองหาพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์ร่วมกันเพื่อสร้างช่องทางในการขยายการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-adcc8f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/03-ไกรยสfinance.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การพัฒนาเทคโนโลยีฐานข้อมูลและความโปร่งใส ซึ่งข้อมูลคือกุญแจสำคัญที่จะสร้างความเข้าใจให้กับภาคเอกชนถึงขอบเขตของปัญหา รวมทั้งเป็นกลไกในการติดตามประเมินผลได้อย่างแม่นยำ</p>



<p>นอกจากนี้ในปัจจุบันภาคเอกชนเองก็มีความคาดหวังที่จะสนันสนุนการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะในรูปแบบของการรณรงค์ การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้นำในท้องถิ่น รวมไปถึงข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ เช่นเดียวกับสังคมที่คาดหวังการเปลี่ยนแปลงที่วัดผลได้และมีความยั่งยืนจากภาคเอกชน โดยไม่ใช่แค่โครงการประชาสัมพันธ์ในระยะสั้นเท่านั้น แต่หมายถึงโครงการที่มีผลกระทบในระยะยาวมากกว่า 1 ปีขึ้นไป</p>



<p>สิ่งสำคัญประการสุดท้ายก็คือภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลจะต้องร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงจูงใจในเชิงระบบเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมทางสังคม</p>



<p>เหล่านี้คือปัจจัยที่จะส่งผลให้เกิดเครือข่ายแนวทางปวงชนเพื่อการศึกษา All for Education Partnership (AFE) เพื่อให้เกิดความยั่งยืนตาม SDG4</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7a3619"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/04-ไกรยสfinance.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc2020-3/">นวัตกรรม iSEE เพื่อความเสมอภาคที่ไม่ใช่แค่ตัวเงิน มุ่งขยายการมีส่วนร่วมคือกุญแจสร้างการเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ใช้วิกฤตโควิด-19 ผลักดันการศึกษาที่มีคุณภาพ : สเตฟาเนีย จีอันนินี &#8211; ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษายูเนสโก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-apremc2020-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-apremc2020-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 06 Jun 2022 02:38:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สเตฟาเนีย จีอานนินี]]></category>
		<category><![CDATA[sdg2030]]></category>
		<category><![CDATA[APREMC2022]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56522</guid>

					<description><![CDATA[<p>สเตฟาเนีย จีอันนินี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษา  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc2020-2/">ใช้วิกฤตโควิด-19 ผลักดันการศึกษาที่มีคุณภาพ : สเตฟาเนีย จีอันนินี – ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษายูเนสโก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>สเตฟาเนีย จีอันนินี ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษา แห่งองค์กรการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ให้สัมภาษณ์พิเศษนอกรอบ ระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ครั้งที่ 2 กับคณะผู้สื่อข่าวไทย โดยกล่าวถึงเทรนด์การศึกษาของโลกหลังวิกฤตยุคโควิด-19 ว่า การระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาใหม่ที่ทั่วโลกเผชิญหน้าพร้อมกัน แต่ก็มีแนวทางการรับมือที่ต่างกันออกไป รวมถึงนโยบายทิศทางด้านการศึกษา</p>



<p>สิ่งสำคัญที่อยากให้มองคือ วิกฤตที่เกิดขึ้นกลายเป็นโอกาสที่จะได้ปฏิรูปเปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาของรัฐบาลแต่ละประเทศ โควิด-19 ทำให้ตระหนักว่าการศึกษาสำคัญอย่างไร และมองเห็นว่าการศึกษาของแต่ละชาติมีปัญหาอยู่ตรงไหน ดังนั้น อย่าปล่อยให้ความตื่นตัวนี้หายไป และใช้ความพยายามให้มากขึ้นในการผลักดันการศึกษาที่มีคุณภาพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a1cdd1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/01-Stefania-Giannini.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปัญหาที่น่ากลัวหลังยุคโควิดคือคนยากจนจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น ดังนั้นการปฎิรูประบบการศึกษาจึงต้องคำนึงปัจจัยดังกล่าว โดยแนวทางปฎิบัติไม่เพียงแต่ต้องมุ่งเน้นให้เด็กทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงทักษะทางอารมณ์สังคม ช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และผลกระทบระยะยาวที่ต้องเฝ้าระวังและติดตาม</p>



<p>ทั้งนี้ กุญแจหลักของการวางแนวทางแก้ปัญหาตามความเห็นของสเตฟาเนีย ประกอบด้วยคำ 3 คำด้วยกัน คือ 1) Recovery การฟื้นฟูผลกระทบจากความเสียหายของไวรัสโควิด-19 2) Resilience คือการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และ 3) Changes การปรับเปลี่ยนมุมมองแนวคิด และวิธีการในการแก้ไขปัญหา</p>



<p>นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นที่สเตฟาเนียกล่าวถึงคือ โอกาสในการจัดการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เพื่อการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่เสมอภาคกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างความเสมอภาคทางด้านการศึกษา จึงอยากให้มองว่าห้วงเวลานี้คือการเปลี่ยนผ่าน (Transform) และจังหวะของการลงมือทำเพื่อยกระดับพัฒนา</p>



<p>ในส่วนภูมิภาคอาเซียน นับได้ว่าค่อนข้างรับมือกับปัญหาด้านการศึกษาได้ดีระดับหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดที่ต้องจัดการก็คือ โอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและระบบสารสนเทศที่ไม่เท่ากัน ซึ่งรัฐบาลยังจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงให้มากขึ้น</p>



<p>กระนั้น อาเซียนก็มีจุดแข็งที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา ทั้งในแง่ของการยกระดับการเข้าถึงการศึกษาถ้วนหน้าเพื่อความเสมอภาค และการพัฒนาระบบการศึกษาให้มีคุณภาพ (inclusive, equity and quality)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f71590"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/02-Stefania-Giannini.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ส่วนประเด็นด้านการศึกษาในอาเซียนที่อยากให้เน้นย้ำ คือการปรับหลักสูตรที่หลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองโลกมากขึ้น ขณะที่ในการฟื้นฟูการศึกษาจากโควิด-19 อยากเน้นว่าอย่าปิดโรงเรียน เพราะสิ่งสำคัญของการศึกษาคือการที่ครูและนักเรียนได้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน&nbsp; ขณะเดียวกัน การเปิดโรงเรียนก็ต้องคำนึงถึงการสวมหน้ากากอนามัย และปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>และการศึกษานับต่อจากนี้ จะเป็นไปภายใต้สภาพแวดล้อมใหม่ ๆ ที่ต้องมีการเตรียมตัววางแผนให้ดี</strong></h2>



<p>จุดแข็งของประเทศไทย คือการที่มีทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้มแข็ง และให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างจริงจัง มีองค์กรอย่าง กสศ. คอยทำหน้าที่อำนวยการศึกษาให้เข้าถึงเด็กทุกคน ซึ่งสเตฟาเนียเชื่อว่า กสศ. และประเทศไทย จะเป็นหนึ่งตัวอย่างของความสำเร็จในเรื่องการดำเนินงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางด้านการศึกษา ให้นานาประเทศได้เรียนรู้ต่อไป</p>



<p>สิ่งสำคัญที่ลืมไม่ได้คือการยกระดับการศึกษาภายใต้เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ต้องทำให้คนทุกคนเข้าถึงการศึกษาคุณภาพอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน</p>



<p>ต่อข้อซักถามที่ว่าอะไรคือกุญแจสำคัญในเวลานี้ สเตฟาเนียตอบว่า กุญของการจัดการปัญหาด้านการศึกษาในขณะนี้ คือการนำหลักการที่วางไว้ทั้งหลายมาลงมือทำ และเดินหน้าทุ่มเทความพยายามให้ต่อเนื่อง ไม่ลดละหรือผ่อนแรงเด็ดขาด ให้ความสำคัญกับ ‘คน’ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ให้มาก เพราะว่าคนเหล่านี้เอง ที่จะเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9b5fb6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/03-Stefania-Giannini.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจถดถอยและปัญหาเงินเฟ้อทั่วโลก ซึ่งทำให้รัฐบาลนานาประเทศต้องจัดการอย่างเร่งด่วน สเตฟาเนียกล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรละเลยเรื่องการศึกษา โดยต้องให้น้ำหนักด้านการศึกษาเท่าเทียมกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน</p>



<p>แน่นอนว่าการทำให้คนอยู่ดีกินดี พัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ในฐานะตัวแทนของยูเนสโก จุดยืนที่ยูเนสโกพูดมาตลอดคือการวางสมดุลระหว่างการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการพัฒนาการศึกษา เพราะเศรษฐกิจทำให้สังคมขับเคลื่อนต่อไปได้ แต่การศึกษาคือการวางรากฐานที่จะสร้างความมั่นคงยั่งยืนต่อไปในอนาคต ดังนั้นหากว่ารัฐบาลไม่เร่งลงทุนในด้านการศึกษาอย่างจริงจัง จะมี ‘คน’ คุณภาพรุ่นต่อไปมาพัฒนาอนาคตของประเทศได้อย่างไร และสิ่งที่จะสูญเสียไปก็คือ ‘คนเจนเนอร์เรชั่นหนึ่งที่จะหายไปทั้งรุ่น’</p>



<p>ทั้งนี้ไม่ได้บอกว่าเศรษฐกิจไม่สำคัญ แต่อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษา เหมือนกับที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจ เพราะแม้ผลลัพธ์ของการศึกษาคุณภาพและเสมอภาคอาจไม่เห็นผลในทันที แต่อย่างไรก็ถือว่าเป็นการลงทุนในระยะยาวที่ยั่งยืนและคุ้มค่า</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-apremc2020-2/">ใช้วิกฤตโควิด-19 ผลักดันการศึกษาที่มีคุณภาพ : สเตฟาเนีย จีอันนินี – ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านการศึกษายูเนสโก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ชวนโรงเรียนทั่วประเทศ แนะแนว นร.ยากจน-ด้อยโอกาสแต่เรียนดีชั้น ม.3 / ม.6 หรือเทียบเท่า เตรียมสมัครทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่น 2</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a12/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a12</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Oct 2019 10:47:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธีระพล  ถนอมศักดิ์ยุทธ]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[ฉันท์ชนก แก้วตา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พีระพล พูลทวี]]></category>
		<category><![CDATA[นัซเราะห์ สมจริง]]></category>
		<category><![CDATA[สอศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[อาชีวศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8751</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ กองท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a12/">กสศ.ชวนโรงเรียนทั่วประเทศ แนะแนว นร.ยากจน-ด้อยโอกาสแต่เรียนดีชั้น ม.3 / ม.6 หรือเทียบเท่า เตรียมสมัครทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่น 2</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-8755" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43680.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43680.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43680-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43680-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43680-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43680-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43680-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2562 ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวที“ปลุกพลัง สร้างโอกาสแห่งอนาคต กับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง&#8221; โดยมีนักศึกษาทุนรุ่นที่ 1 พร้อมด้วยครูอาจารย์เข้าร่วมกว่า 300 คน</p>
<p>นพ.สุภกร  บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกา (กสศ.) กล่าวว่า ตลอด 3 เดือน ที่ผ่านมา กสศ.ลงพื้นที่ 11 เส้นทางทั่วประเทศ ต่อเนื่องทุกวันเสาร์อาทิตย์เพื่อปฐมนิเทศนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่1 ทั้งหมด 2,113 คน และอาจารย์อีกกว่า 250 คน จากสถานศึกษาสายอาชีพ 36 แห่งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สถาบันวิทยาลัยชุมชน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนักศึกษาทุนฯ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของ ผู้บริหาร ครูอาจารย์ รุ่นพี่นักศึกษาสายอาชีพ รวมถึงเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชน  ช่วยกันแบ่งปันประสบการณ์ ทั้งเรื่องทักษะชีวิต การวางแผนชีวิต ให้นักศึกษาทุนรู้คุณค่าและการวางแผนการใช้-จ่ายเงิน ตลอดจนทักษะอาชีพ จากประสบการณ์จริงของนายจ้าง เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจมุ่งมั่นในการเรียน และพัฒนาให้เกิดเครือข่ายความร่วมมือการจัดการศึกษาสายอาชีพชั้นสูง</p>
<p>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า ในเทอมที่ผ่านมาเราได้เห็นความก้าวหน้าของระบบดูแลความเป็นอยู่และ สวัสดิภาพนักศึกษาทุน  โดยมีครู อาจารย์ที่เปรียบเสมือนโค้ชชีวิตให้คำปรึกษาแนะนำด้านสภาพจิตใจ เพื่อดูแลการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยรุ่น  โดยกสศ.ยังร่วมกับสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์  พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักศึกษาทุนอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีความก้าวหน้าของหลักสูตรและกระบวนการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาสายอาชีพ โดยเฉพาะความร่วมมือกับเครือข่ายภาคธุรกิจเอกชนทั้งระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ในรูปแบบทวิภาคี เช่น วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรีทำความร่วมมือกับ บริษัทแอลแอลไอที(ประเทศไทย)จำกัด (หลิงหลง) ในรูปแบบการเรียนระบบทวิภาคีแบบทวิวุฒิ คือเรียนในประเทศไทย 1 ปี และไปเรียนในสาธารณรัฐประชาชนจีน 1 ปี 6 เดือน จบแล้วได้วุฒิ2ประเทศสามารถเรียนต่อละทำงานได้ทั้งไทยและจีน   และยังร่วมกับวิทยาลัยเทคโนโลยีอาชีวะทางรถไฟหลิ่วโจว สาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อฝึกทักษะอาชีพจากประสบการณ์จริง วิทยาลัยเทคนิคอำนาจเจริญนำนักศึกษาทุนที่ได้รับการคัดเลือกไปฝึกประสบการณ์การทำงานที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นระยะเวลา 1 ปีแบบทวิภาคี โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา  ร่วมกับบริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) บริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด บริษัท ดัชมิลล์ จำกัด ร่วมพัฒนาหลักสูตรและเป็นสถานที่ในการฝึกอาชีพ เป็นต้น</p>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8756" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43682.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43682.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43682-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43682-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43682-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43682-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43682-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" />นพ.สุภกร  บัวสาย<br />
ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกา (กสศ.)</h6>
<blockquote><p>“กสศ.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมโอกาสการมีงานทำของนักศึกษาทุน  ในเทอมที่ผ่านมามีภาคธุรกิจเอกชนมากกว่า 50  แห่งร่วมโครงการทวิภาคี  และความร่วมมือระหว่างประเทศในการคัดเลือกนักศึกษาทุนไปดูงานและฝึกงาน เช่น ญี่ปุ่น จีน เดนมาร์ก และมาเลเซีย” ผู้จัดการ กสศ.กล่าว</p></blockquote>
<p>ดร.พีระพล พูลทวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กล่าวว่า  ฝากถึงนักศึกษาที่ได้รับทุนวัตกรรม สายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่ 1 การได้รับทุน ไม่สำคัญเท่าเราจะไปถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนกสศ. ได้อย่างไร เมื่อได้รับโอกาสเราจะต้องเอาใจใส่ต่อสิ่งที่ได้รับ อาจารย์จะต้องดูแลลูกศิษย์ ผู้อำนวยการต้องเป็นผู้กำกับ ขณะนี้มีกระแสว่าจะมีคนตกงานอีก 400,000 คน ดังนั้นนักศึกษาต้องมองวิกฤตให้เป็นโอกาส ร่วมบูรณาการระหว่าง ศธ. กสศ.และผู้ประกอบการภาคเอกชน จะเป็นแสงสว่างที่ดีต่อสายอาชีวะ การได้ศึกษางานในสถานประกอบการ ได้เรียนรู้งานนอกห้องเรียน เป็นโอกาสช่วยให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น</p>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8757" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43683.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43683.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43683-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43683-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43683-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43683-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43683-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" />ดร.พีระพล พูลทวี<br />
รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)</h6>
<p>ดร.ธีระพล  ถนอมศักดิ์ยุทธ ผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์  หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัดมหาชน ร่วมบรรยายในหัวข้อ “นวัตกรสายอาชีพในยุค Disruptive Technology”  ระบุว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามาส่งผลต่อชีวิตคน และธุรกิจ ดังนั้นเราไม่สามารถเรียนรู้ในห้องเรียนได้อย่างเดียว ทุกคนต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม ถ้าตั้งหลักได้ตั้งแต่วันนี้ อีก 60 ปี ข้างหน้าจะสบาย  นักศึกษาทุนที่ได้รับโอกาส ต้องปรับตัวให้พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ พร้อมรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆที่กำลังจะเกิดขึ้น</p>
<p>“วันนี้ภาคธุรกิจไม่ได้รอให้น้องเรียนจบแล้วค่อยไปสมัครงาน หรือเริ่มต้นทำงาน เหมือนของกลุ่มทรู มีโครงการ ทรู แล็บ (True Lab)ที่เข้าไปเชื่อมโยงภาคการศึกษา นำโจทย์ภาคธุรกิจลงไป มีสตาร์ทอัพระดับนักศึกษารวมถึงอาชีวะด้วย ถ้ามีบิสซิเนสโมเดล อยากทำธุรกิจ ไม่ต้องเรียนจบก็สามารถลองผิดลองถูก  รีบเรียนรู้ความล้มเหลวตั้งแต่ตอนเรียน แล้วเริ่มต้นใหม่ จะได้ประสบการณ์เร็วขึ้น ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องการนักปฏิบัติ สุดท้ายแล้วพอได้นวัตกรรมมา ก็มาแชร์องค์ความรู้กัน รูปแบบการเรียนของอาชีวะจากนี้ไป เป็นเรื่องของการลงมือปฏิบัติทำงานจริงในภาคเอกชน ในโรงงานจริง แล้วจะได้เรียนรู้จริง ถือเป็นการร่นระยะเวลา” ดร.ธีระพลกล่าว</p>
<h6 style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8758" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43681.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43681.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43681-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43681-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43681-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43681-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/43681-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" />ดร.ธีระพล  ถนอมศักดิ์ยุทธ<br />
ผู้ช่วยบริหารสำนักประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์</h6>
<p>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมและทุนการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ล่าสุดกสศ.กำลังจะประกาศเปิดรับโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่นที่ 2  ปีการศึกษา 2563 ประมาณเดือนพฤศจิกายนจะเปิดรับสมัครสถานศึกษาสายอาชีพ  ที่มีความพร้อมในการค้นหา แนะแนว คัดเลือกนักเรียนทุน  มีระบบดูแลความเป็นอยู่และสวัสดิภาพนักศึกษา  มีกระบวนการจัดการเรียนการสอนให้มีคุณภาพในสาขาที่มีโอกาสการทำงานสูงและสอดคล้องกับความต้องการแรงงานและการส่งเสริมโอกาสการมีงานทำ  โดยภายในเดือนธันวาคม กสศ.จะประกาศรายชื่อสถานศึกษาสายอาชีพที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าว  ระหว่างนี้กสศ.จึงขอประชาสัมพันธ์ไปยังโรงเรียนให้ช่วยแนะแนวและเตรียมความพร้อม ให้กับนักเรียนยากจนด้อยโอกาส มีรายได้เฉลี่ยสมาชิกครัวเรือนต่อคนต่อเดือนไม่เกิน 3,000 บาท ที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หรือเทียบเท่า และนักเรียนที่กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/ปวช.3 หรือเทียบเท่าโดยเป็นนักเรียนที่มีศักยภาพในการศึกษาต่อจนจบการศึกษา  มีผลการเรียนสะสมดี หรือมีความสามารถพิเศษทางทักษะฝีมือ นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์  โดยสามารถติดตามการประกาศรายชื่อสถานศึกษาสายอาชีพและสาขาวิชาที่เปิดรับ ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ทาง <a href="http://www.eef.or.th">www.eef.or.th</a></p>
<p>สำหรับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงของกสศ. แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ทุน 2 ปี ปวส./อนุปริญญา และทุน 5 ปีปวช.ต่อเนื่อง ปวส.  โดยนักศึกษาทุนจะได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายรายเดือน พร้อมกับกิจกรรมเสริมคุณภาพจนสำเร็จการศึกษา</p>
<p>“ทุนนี้จะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในผู้ขาดแคลน ทุนทรัพย์และด้อยโอกาสซึ่งเป็นการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกด้านการศึกษา (SDG4) ในปีที่ผ่านมามี นักเรียนยากจน ด้อยโอกาสที่เรียนเก่ง และมีความสามารถสูง ได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงจำนวนมาก เห็นได้จากผลการเรียนในเทอมที่ผ่านมา และมีนักศึกษาทุนจำนวนมากได้รับรางวัลด้านวิชาการและสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เช่น การแข่งขันฝีมือแรงงานแห่งชาติ การแข่งขันอาชีวศึกษา เพชรยอดมงกุฏ  อย่างไรก็ตามนักเรียนที่ได้รับทุนจาก กสศ. ปีหนึ่งราว​ 2,000 กว่าคนเท่านั้น ซึ่งคิดเป็นเพียง 1 % ของนักเรียนที่มีฐานะยากลำบาก นับว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก  ดังนั้นหากภาคธุรกิจเอกชนสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเติมเต็มทุนสร้างโอกาสนี้ สามารถร่วมเป็นเครือข่ายร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 0795475 ในวันและเวลาราชการ”</p>
<p>นางสาวนัซเราะห์ สมจริง  นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง  ปวส.1 สาขาวิชาการท่องเที่ยววิทยาลัยชุมชนสตูล กล่าวว่า ทุนกสศ.เป็นทางเดียวที่ทำให้เราได้เรียนต่อ แล้วยังสามารถมาช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านได้ด้วย มันเป็นทั้งความดีใจที่ได้เรียนและภูมิใจที่เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวดีขึ้น ทุนนี้คือสิ่งที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตจากที่เคยท้อถอยจนไม่มีความหวังแล้ว แต่ตอนนี้สามารถมองเห็นอนาคตของตัวเองได้อีกครั้ง</p>
<p>นายฉันท์ชนก แก้วตา นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ปวส.1 สาขายานยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีอีสานเหนือ กล่าวว่า ที่บ้านผมมีพ่อทำงานคนเดียว ช่วงจบ ม.6 พ่อผมเสียชีวิต แม่บอกว่าไม่มีเงินส่งเสียให้เรียนต่อแล้ว ผมจึงตั้งใจแล้วว่าจะเลิกเรียนไปหางานรับจ้างรายวันทำ งานทำถนนหรืออะไรก็ได้ที่เขารับ แต่พอได้รู้ว่าได้เป็นหนึ่งในนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ก็ดีใจครับที่ได้เรียนหนังสือต่อ แม่เขาก็กำชับให้ผมตั้งใจเรียน ทำตัวให้ดี ให้สมกับที่ กสศ. เลือกเรา</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a12/">กสศ.ชวนโรงเรียนทั่วประเทศ แนะแนว นร.ยากจน-ด้อยโอกาสแต่เรียนดีชั้น ม.3 / ม.6 หรือเทียบเท่า เตรียมสมัครทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงรุ่น 2</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/unesco_eef/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=unesco_eef</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2019 09:21:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[rea Base Education Reform]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8125</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. &#8211; ยูเนสโก ลงนาม MOU ร่วมสร้างความเสมอภาคทางก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unesco_eef/">ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8128" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<blockquote><p>กสศ. &#8211; ยูเนสโก ลงนาม MOU ร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ชี้แนวโน้มเด็กนอกระบบทั่วโลกกลับมาเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ยก ABE หรือการปฏิรูปการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐานการทำงาน แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำการศึกษายั่งยืน ขณะที่ กสศ.เดินหน้า ABE แล้ว 20 จังหวัด ระดมทุกภาคส่วน ดูแลเด็กในและนอกระบบการศึกษา</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมกรุงเทพ 1 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)กับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กรุงเทพฯ (ยูเนสโก) เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ทั้งในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก พร้อมจับมือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย องค์การยูเนสโก้ องค์การยูนิเซฟ และองค์การช่วยเหลือเด็ก จัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา&#8221;(All for Education) ระดับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ในปี2563 (2020) ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาจอมเทียน เพื่อช่วยกันวางยุทธศาสตร์นับถอยหลัง 10 ปีสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกด้านการศึกษา (SDG4) ให้สำเร็จภายในปี 2030</p>
<p>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า กสศ.และองค์การยูเนสโกจะร่วมดำเนินโครงการทั้งด้านวิชาการ และการสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายระดับชาติและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งในปี 2563 (2020)จะเป็นวาระครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาการศึกษาเพื่อปวงชนหรือ “ปฏิญญาจอมเทียน” ซึ่งเป็นเจตนารมย์ของผู้นำเกือบ 200 ประเทศที่ต้องการให้เด็กเยาวชนทุกคนเข้าถึงและสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาได้ 100% และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลสถิติจากสถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก (UIS) แสดงให้เห็นแนวโน้มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระดับนานาชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษา(ระดับประถมศึกษา) ทั่วโลกที่เคยมีจำนวนมากกว่า 100 ล้านคน เมื่อปี 1990 ลดลงเหลือราว 63 ล้านคนในปี 2017 หรือลดลงเกือบร้อยละ 40 แต่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (2007-2017) จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาทั่วโลกมีอัตราที่ลดลงน้อยมาก แสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในทศวรรษที่ผ่านมาเริ่มชะลอตัวลง กลุ่มเป้าหมาย 5-10% สุดท้ายยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา หรือต้องออกจากการเรียนกลางคัน เพราะปัญหาสภาพเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ฯลฯ ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษาเริ่มกลับมามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2016-2017 อีกครั้ง</p>
<p>ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กลไกภาครัฐแต่ลำพัง ไม่สามารถจัดการให้หมดไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้วยแนวคิดปวงชนเพื่อการศึกษาหรือAll for Education ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ช่วยกันออกแบบหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน และหนึ่งในแนวทางที่เป็นวาระซึ่งทั่วโลกกำลังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง คือการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ Area Base Education Reform (ABE) ที่ใช้กระบวนการทำงานเชิงพื้นที่ระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการลดความเหลื่อมล้ำ สำหรับประเทศไทย กสศ.สนับสนุนให้เกิดขึ้นแล้วใน 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และ สงขลา</p>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า เบื้องต้นใช้ยุทธศาสตร์ 2 มาตรการคู่ขนานกันอย่างเป็นระบบ เป็นวงจรการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบ iSEE ของกสศ.เข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย คือ1.มาตราการป้องกัน (OOSCY Prevention) ไม่ให้หลุดออกนอกระบบการศึกษาด้วยโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข (CCT) ปัจจุบันกสศ.ช่วยขจัดอุปสรรคในการมาเรียนให้เด็กกลุ่มนี้ทั่วประเทศราว 700,000 คน และทุนการศึกษาสายอาชีพสำหรับนักเรียนยากจนจำนวน 2,500 ทุนต่อปี 2. มาตรการแก้ไขเร่งด่วน (OOSCY Correction) โดยกสศ. ร่วมกัน 20 จังหวัด ระดมความร่วมมือหลายภาคส่วนสร้างกลไกช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษา เพื่อค้นหา ส่งต่อให้เด็กส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือฝึกทักษะด้านการศึกษาและอาชีพ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมคืนสู่ระบบการศึกษา ก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา/ ฟื้นฟูจากทีมสหวิชาชีพต่อไป เบื้องต้นในปี 2562 กสศ.สามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ทันที 5,000 คน จากจำนวนเด็กเยาวชนอายุนอกระบบการศึกษา 670,000 คน (3-17 ปี) ทั่วประเทศ</p>
<p>ด้านนายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยว่า ได้แสดงความเป็นผู้นำในภูมิภาพเอเชียแปซิฟิกเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาสทั้งในและนอกระบบการศึกษา เป็นการสานต่อความเป็นผู้นำของไทยในเอเชียเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตลอดช่วง 30ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การประชุมระดับโลกด้านการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่หาดจอมเทียนจนเป็นที่มาของปฏิญญาจอมเทียน องค์การยูเนสโกประทับใจและชื่นชมความมุ่งมั่นทำงานของไทยในการทำให้การศึกษาเป็นสิ่งเสมอภาคสำหรับทุกคน และหวังให้ประเทศในเอเชียรวมถึงประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกเรียนรู้และเอาไทยเป็นแบบอย่างในการริเริ่มดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) องค์การยูเนสโกเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นผู้นำด้านความเสมอภาคทางการศึกษา และเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2030 ต่อไป</p>
<blockquote><p>“การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่เท่าเทียมเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้ นอกจากนั้นยังได้ร่วมมือกันสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ รวมถึงการริเริ่มโครงการนำร่องในจังหวัดภูเก็ต ยะลา สงขลา และกาญจนบุรี ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆที่มีปัญหาขาดโอกาสได้เข้าถึงทางการศึกษา เข้ามาสู่ระบบ และจะมีการจัดทำคู่มือทั้งภาษาไทย ภาษาพม่า และภาษามาเลย์ เพื่อความเข้าใจที่มีมากขึ้น ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น เพื่อให้เกิด การบูรณาการในการทำงาน” ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าว</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unesco_eef/">ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เวทีสัมมนาโลกชื่นชมผลงาน&#8217;กสศ.&#8217; ชี้นำไปใช้ขยายผลได้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2587-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jul 2019 07:49:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Global Education Monitoring Report]]></category>
		<category><![CDATA[Dr.Manos Antoninis]]></category>
		<category><![CDATA[สหประชาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[UNDP]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีสัมมนาโลก]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[GEM]]></category>
		<category><![CDATA[Beyond Commitments]]></category>
		<category><![CDATA[กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[Innovative Financing]]></category>
		<category><![CDATA[EdTech]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=5898</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 62 ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ได้รับเชิญจากคณะทำงานรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก องค์การยูเนสโก (UNESCO Global Education Monitoring Report: GEM) เข้าร่วมการประชุมสัมมนาวิชาการเปิดตัว รายงานพิเศษ “มากกว่าคำมั่นสัญญา” (Beyond Commitments) สรุปผลงานเด่นของโลกในรอบ 5 ปีแรกของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเวทีระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ประจำปี 62  (High-Level Political Forum on Sustainable Development - HLPF 2019)</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87-2/">เวทีสัมมนาโลกชื่นชมผลงาน’กสศ.’ ชี้นำไปใช้ขยายผลได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-5899" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/136628.jpg" alt="" width="1706" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/136628.jpg 1706w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/136628-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/136628-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/136628-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1706px) 100vw, 1706px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวทีสัมมนาโลกชื่นชมผลงาน&#8217;กสศ.&#8217; ชี้นำไปใช้ขยายผลได้ ชื่นชม&#8217;กสศ.&#8217;ผลงานเด่นรัฐบาลไทย หนุนทั่วโลกนำไปต่อยอด</p>
<blockquote><p>&#8220;ยูเนสโก&#8221; เชิญ กสศ. ร่วมเวทีสัมมนา &#8220;มากกว่าคำมั่นสัญญา&#8221; สรุปผลงานเด่นของโลกในรอบ 5 ปีแรกของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ชื่นชมการจัดตั้ง กสศ. คือผลงานเด่นของรัฐบาลไทยที่ทั่วโลกนำไปใช้ขยายผลได้</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 62 ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยว่า ได้รับเชิญจากคณะทำงานรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก องค์การยูเนสโก (UNESCO Global Education Monitoring Report: GEM) เข้าร่วมการประชุมสัมมนาวิชาการเปิดตัว รายงานพิเศษ “มากกว่าคำมั่นสัญญา” (Beyond Commitments) สรุปผลงานเด่นของโลกในรอบ 5 ปีแรกของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมเวทีระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ ประจำปี 62  (High-Level Political Forum on Sustainable Development &#8211; HLPF 2019) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-18 ก.ค. 62 ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ค โดยได้รับเกียรติจากอดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ และผู้บริหารสูงสุดของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) นางเฮเลน คลาร์ก ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะทำงานรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก ให้แก่องค์การยูเนสโก และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการประเทศไอร์แลนด์ และประเทศกาน่า รวมทั้ง เอกอัคราชฑูตแอนติกาและบาร์บูดา ประจำ UN และ Dr.Robert Jenkins รองผู้อำนวยการองค์การยูนิเซฟ ร่วมอภิปรายผลด้วย</p>
<p>Dr.Manos Antoninis ผู้อำนวยการคณะทำงานรายงานการติดตามผลการศึกษาทั่วโลก (Global Education Monitoring Report: GEM) ซึ่งเป็นคณะทำงานวิชาการอิสระภายใต้การสนับสนุนของ องค์การยูเนสโก ได้สรุปที่มาและสาระสำคัญของรายงานฉบับพิเศษที่จัดทำขึ้นเนื่องในโอกาสการประชุม HLPF 2019 ครั้งนี้ ว่า ปี 2019 นี้ประเทศต่างๆทั่วโลกได้เดินทางมาถึง 1 ใน 3 ของวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) แล้ว คณะทำงานจึงได้จัดทำรายงานพิเศษฉบับนี้ขึ้นเพื่อทบทวนสถานการณ์การศึกษาทั่วโลกตามเป้าหมายตัวชี้วัดของ SDG4 รวมทั้ง ความสำเร็จ ความพยายาม และความท้าทายที่แต่ละประเทศได้แสดงให้องค์การสหประชาชาติและประชาคมโลกได้เรียนรู้ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นต้นทุนในการต่อยอด และขยายผลการดำเนินงานให้ประเทศต่างๆ สามารถบรรลุเป้าหมาย SDG4 ได้ครบถ้วนภายในปี 2030 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 10 ปีเท่านั้น โดยสาระสำคัญของรายงานพิเศษ “มากกว่าคำมั่นสัญญา” ฉบับนี้ได้สรุปและจัดกลุ่มความก้าวหน้า และนวัตกรรมการทำงานที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความพยายามในการทำงาน “มากกว่าคำมั่นสัญญา” ของพันธสัญญาตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ของ 72 ประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลให้แก่คณะทำงาน รวมทั้งจุดเน้นของการทำงานในอีก 10 ปีข้างหน้าเพื่อบรรลุเป้าหมาย SDG4 ออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ (1) มากกว่าค่าเฉลี่ย (2) มากกว่าโอกาสทางการศึกษา (3) มากกว่าการเรียนรู้ทั่วไป (4) มากกว่าการศึกษาในโรงเรียน (5) มากกว่าระบบการศึกษา และ (6) มากกว่าระดับประเทศ”</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-5904" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/DSC_0632.jpg" alt="" width="4608" height="3072" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/DSC_0632.jpg 4608w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/DSC_0632-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/DSC_0632-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/DSC_0632-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/DSC_0632-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/DSC_0632-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 4608px) 100vw, 4608px" /></p>
<p>ดร.ไกรยส กล่าวอีกว่า ได้ร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ของ กสศ. ในฐานะกรณีศึกษาในรายงานพิเศษฉบับนี้ใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) ความสำคัญของการมีเครื่องมือเทคโนโลยีสารสนเทศ (EdTech) ในการบริหารจัดการข้อมูลกลุ่มเป้าหมายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นรายบุคคลทั้งเพื่อการสนับสนุนงบประมาณจาก กสศ. และการสนับสนุนนวัตกรรมการระดมทุน (Innovative Financing) จากภาคเอกชนมาช่วยเหลื่อมกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน (2) การลงทุนในการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการทำงานข้ามหน่วยงานและข้ามระบบ เช่น การบูรณาการทำงานด้านข้อมูลและงบประมาณร่วมกับ 6 กระทรวงที่เกี่ยวข้อง และการทำงานร่วมกับภาคเอกชน ของ กสศ. เป็นต้น และ (3) ความสำคัญของการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ซึ่งทางกสศ. ยินดีร่วมงานกับทุกหน่วยงานที่มีภารกิจเพื่อความเสมอภาคในทุกระดับ</p>
<p>ขณะที่ Dr.Manos Antoninis ผู้อำนวยการ (Global Education Monitoring Report: GEM) กล่าวว่า คณะทำงานมีความชื่นชมการสนับสนุนวาระความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทยที่มีต่อประชาคมโลกมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมาตั้งแต่ปฏิญญาการศึกษาเพื่อปวงชน (ปฏิญญาจอมเทียน) เมื่อปี 1990 จนถึงการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทยในปี 61 ที่ผ่านมานี้ ซึ่งทางคณะทำงานมีความยินดีที่ได้นำเสนอกรณีศึกษา กสศ. ในรายงานพิเศษฉบับนี้ให้เป็นหนึ่งในความก้าวหน้าด้านการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของโลกในรอบ 5 ปีที่ “มากกว่าคำมั่นสัญญา” ของรัฐบาลไทยที่มีต่อวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) และหวังว่าประเทศต่างๆ จะได้นำความสำเร็จของรัฐบาลไทยนี้ไปขยายผลการดำเนินงานในประเทศของตนต่อไปในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87-2/">เวทีสัมมนาโลกชื่นชมผลงาน’กสศ.’ ชี้นำไปใช้ขยายผลได้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยนำเสนอผลงานการจัดตั้ง กสศ.ในที่ประชุมสหประชาชาติ ย้ำเป็นความก้าวหน้าของไทยในวาระการพัฒนาวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030</title>
		<link>https://www.eef.or.th/hlpf2019/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=hlpf2019</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Jul 2019 08:09:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Proxy Means Tests]]></category>
		<category><![CDATA[PMT]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[sntc]]></category>
		<category><![CDATA[Singapore]]></category>
		<category><![CDATA[HLPF 2019]]></category>
		<category><![CDATA[High-Level Political Forum on Sustainable Development 2019]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=5714</guid>

					<description><![CDATA[<p>&#8220;ไทยนำเสนอผลงานการจัดตั้ง กสศ.ในที่ประชุมสหประชาช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/hlpf2019/">ไทยนำเสนอผลงานการจัดตั้ง กสศ.ในที่ประชุมสหประชาชาติ ย้ำเป็นความก้าวหน้าของไทยในวาระการพัฒนาวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>&#8220;ไทยนำเสนอผลงานการจัดตั้ง กสศ.ในที่ประชุมสหประชาชาติ ย้ำเป็นความก้าวหน้าของไทยในวาระการพัฒนาวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030&#8221;</p>
<p>ในเวทีหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (2019 High-Level Political Forum on Sustainable Development: HLPF 2019) ระหว่างวันที่ 9-18 กรกฎาคม 2562 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-5717" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/66579463_2692794287421230_2157529241497894912_o.jpg" alt="" width="2016" height="1512" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/66579463_2692794287421230_2157529241497894912_o.jpg 2016w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/66579463_2692794287421230_2157529241497894912_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/66579463_2692794287421230_2157529241497894912_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/66579463_2692794287421230_2157529241497894912_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2016px) 100vw, 2016px" /></p>
<p>รศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวรายงานความก้าวหน้าในการลดความเหลื่อมล้ำด้านต่างๆ ของประเทศไทย เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนวาระเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ในปี 2030 ที่จะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง รวมทั้งความก้าวหน้าของการดำเนินงานของรัฐบาลไทย ในวาระการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษาและการลดความความเหลื่อมล้ำที่เป็นรูปธรรม เช่น การจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาขึ้น เมื่อปี 2561 จากข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ตามบทบัญญัติของมาตรา 54 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส20 เปอร์เซ็นต์ท้ายสุดของประเทศ</p>
<p>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักสำนักส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ.เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับคณะผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วมเวทีดังกล่าว และนำเสนอรายงานผลการดำเนินงานในปีแรกของ กสศ. ใน 2 ประเด็นสำคัญได้แก่</p>
<p>1) ปีการศึกษา 2561 นับเป็นครั้งแรกของไทยในการปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณด้วยหลักความเสมอภาค ด้วยมาตรการการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (CCT) ให้ตรงตามความต้องการของนักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างแท้จริง พร้อมกำหนดเงื่อนไขที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) เช่น อัตราการมาเรียน และดัชนีมวลกาย โดยใช้ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ในการชี้เป้าและติดตามกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำและใช้นวัตกรรมการคัดกรองนักเรียนยากจนด้วยระบบ Proxy Means Tests: PMT พบนักเรียนยากจนระดับก่อนประถมศึกษา – มัธยมศึกษาตอนต้น ในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. อปท. และ ตชด. ประมาณ 2 ล้านคนทั่วประเทศและจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษ 600,000 คน คิดเป็นร้อยละ 30 ของนักเรียนยากจนทั้งหมด เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาของเด็กเยาวชนวัยเรียน ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาที่เสมอภาค และเพิ่มอัตราการเข้าเรียนสุทธิระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของประชากรเด็กเยาวชนในประเทศไทยตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4)</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-5716" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67121444_2692801480753844_8777754843293941760_o.jpg" alt="" width="1280" height="720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67121444_2692801480753844_8777754843293941760_o.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67121444_2692801480753844_8777754843293941760_o-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67121444_2692801480753844_8777754843293941760_o-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/67121444_2692801480753844_8777754843293941760_o-1024x576.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<p>2) ไทยยังคงให้ความสำคัญกับการนำเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาเชื่อมกับฐานข้อมูลเลขประจำตัว 13 หลัก เพื่อให้สำรวจเด็กตกหล่นจากฐานข้อมูลผู้เรียนทั้งในและนอกระบบที่มีกว่า 15 ล้านคน และส่งข้อมูลให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามและนำเด็กตกหล่นกลับสู่ระบบการศึกษาในรูปแบบที่เหมาะสม การขยายผลการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษในในโรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน และโรงเรียนพระปริยัติธรรม รวมทั้งอยู่ระหว่างการจัดทำต้นแบบการสนับสนุนทุนเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา อาทิทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ร่วมกับ 36 สถานศึกษาสายอาชีพใน 26 จังหวัด ให้เยาวชนจากครัวเรือนที่ยากจนได้เรียนต่อประกาศนียบัตรสายอาชีพชั้นสูงมากกว่า 2,000 คน ระบบต้นแบบการพัฒนาทักษะแรงงานด้อยโอกาส ให้เป็นผู้ประกอบการรุ่นใหม่และแรงงานฝีมือโดยใช้ชุมชนเป็นฐานนำร่องใน 50 พื้นที่ทั่วประเทศ และทุนครูรุ่นใหม่สำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน ปีละ 300 คน ต่อเนื่อง 5 ปี</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-5719" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/64843598_2692793797421279_5339549551940337664_n.jpg" alt="" width="960" height="719" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/64843598_2692793797421279_5339549551940337664_n.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/64843598_2692793797421279_5339549551940337664_n-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/07/64843598_2692793797421279_5339549551940337664_n-768x575.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>อนึ่งการประชุมHLPF เป็นการประชุมประจำปีที่สหประชาชาติจัดขึ้นเพื่อให้ประเทศต่างๆได้ร่วมทบทวนความคืบหน้าการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) นับแต่ผู้นำประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยได้ร่วมรับรองวาระดังกล่าวเมื่อเดือนกันยายน 2558 โดยในปีนี้มีหัวข้อหลักคือการเสริมสร้างพลังประชากรทุกกลุ่มผ่านการพัฒนาที่ทั่วถึงและอย่างเสมอภาค (Empowering people and ensuring inclusiveness and equality) และมีการทบทวนความคืบหน้าเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เชิงลึกที่ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วนการลดความเหลื่อมล้ำ (SDG10)</p>
<p>การเข้าร่วมการประชุมเวทีหารือทางการเมืองระดับสูงว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (HLPF 2019) นี้จึงเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความร่วมมือระดับโลกในการนำพาให้ไทยและประเทศต่างๆบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนไปด้วยกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/hlpf2019/">ไทยนำเสนอผลงานการจัดตั้ง กสศ.ในที่ประชุมสหประชาชาติ ย้ำเป็นความก้าวหน้าของไทยในวาระการพัฒนาวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน 2030</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
