<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>School Town King | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/school-town-king/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Feb 2024 06:37:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>School Town King | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเรียน สลัม ความฝันและการเติบโต : 3 ปีให้หลังของทั้ง 3 คนจาก School Town King</title>
		<link>https://www.eef.or.th/three-years-after-school-town-king/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Jun 2023 06:36:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[School Town King]]></category>
		<category><![CDATA[ธนายุทธ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[นนทวัฒน์ โตมา]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[มุกริน ทิมดี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=77754</guid>

					<description><![CDATA[<p>School Town King : แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน (2020) สา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/three-years-after-school-town-king/">การเรียน สลัม ความฝันและการเติบโต : 3 ปีให้หลังของทั้ง 3 คนจาก School Town King</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>School Town King : แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน (2020) สารคดีโดย วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย ว่าด้วยชีวิตของเด็กหนุ่มสาวในสลัมคลองเตยที่กัดฟันไล่ตามความฝันยิบตา ไม่ว่าจะ บุ๊ค – ธนายุทธ ณ อยุธยา ที่ฝันอยากเป็นแร็ปเปอร์ ถ่ายทอดเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตคนชายขอบและความเหลื่อมล้ำลงในบทเพลง, นนท์ – นนทวัฒน์ โตมา เด็กมัธยมที่สนใจดนตรี ทว่าก็ดูเหมือนไม่มีพื้นที่ให้เขามากนัก และ วิว – มุกริน ทิมดี เพื่อนสาวคนขยันของทั้งคู่ที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานนักเรียน หวังอยากเรียนต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำเพื่อสร้างอนาคตที่ดีให้ตัวเอง</p>



<p>หนังพาสำรวจสภาพแวดล้อมที่พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ นับตั้งแต่พื้นที่สลัมแออัด ห้องพักเล็กๆ ไล่เรื่อยไปจนถึงบรรยากาศในโรงเรียนซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง ทั้งสามคนเรียนในโรงเรียนรัฐบาลขนาดกลางที่มีป้ายผ้าเขียนข้อความค่านิยม 12 ประการของรัฐแขวนอยู่หน้าอาคาร พวกเขาต้องยืนเข้าแถวตอนเช้าเพื่อทำพิธีตามที่คุณครูบอก ฟังครูตวาดหรือแกว่งไม้เรียวอยู่หน้าชั้น ก้มหน้าอ่านแบบเรียนที่พวกเขาไม่เข้าใจ ความสนใจเลื่อนไหลพ้นจากห้องไปยังโลกดนตรีนอกรั้วการศึกษา</p>



<p>ท้ายเรื่อง เราจะพบว่าบุ๊คตัดสินใจออกจากโรงเรียนก่อนเรียนจบเพียงไม่กี่วัน มุ่งหวังไล่ตามความฝันจะเป็นแร็ปเปอร์ ขณะที่นนท์ยังคงมองดูลานกว้างหน้าโรงเรียนด้วยแววตาอ่านไม่ออก มีเพียงวิวเท่านั้นที่ชัดเจนต่อตัวเองว่าจะสอบให้ติดมหาวิทยาลัยให้ได้</p>



<p>กระนั้น สามปีให้หลังจากหนังออกฉาย พวกเขาเป็นอย่างไรกันบ้าง ยังอยู่ในระบบการศึกษาหรือไม่ หรือถึงที่สุดแล้วต่างหลุดออกจากวงโคจรนี้ไปโดยปริยาย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>บุ๊ค – ธนายุทธ ณ อยุธยา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-66873f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/IMG_2680-768x1024.jpg.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เราอาจเห็นชื่อของบุ๊คผ่านตาบ่อยครั้ง ภายหลังการชุมนุมของประชาชนต่อรัฐบาลของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงปี 2020 ไล่เรื่อยมาจนถึงต้นปี 2021 บุ๊คคือหนึ่งในคนที่เข้าร่วมการประท้วงนี้อย่างเข้มข้นและสม่ำเสมอ โดยเขาขึ้นเวทีของเยาวชนปลดแอก รวมทั้งแร็ปเพลงที่มีเนื้อหาทางการเมืองในพื้นที่ต่างๆ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีไม่นานหลังจากนั้น</p>



<p>ไม่เกินเลยนักถ้าเราจะบอกว่า เส้นทางชีวิตของบุ๊คหลังหนังออกฉายนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเขากลายเป็นหนึ่งในคนที่ต้องคอยดูแลความเป็นอยู่ของที่บ้านร่วมกันกับพ่อ ทว่า ระหว่างนี้ เขาก็ยังมุ่งมั่นตั้งใจทำงานดนตรีของตัวเองเช่นเดิม</p>



<p>“ปีนี้ตั้งใจจะปล่อยอัลบั้มที่ว่าด้วยเสียงจากคนชายขอบ เสียงจากคนในสลัมคลองเตยครับ” เขาบอก “เพลงที่ผมแต่งเล่าเรื่องบุคคล เรื่องกลุ่มคนอย่างหญิงขายบริการ, คนไร้บ้านหรือคนติดยา ผมเลยไปสัมภาษณ์แล้วบันทึกเสียงพวกเขามาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเพลง ก่อนหน้านี้ เพลงที่ผมแร็ปก็มีแค่เสียงเรา แต่ครั้งนี้จะมีเสียงพวกเขาด้วย ผมเลยคิดว่ามันน่าจะเป็นเพลงที่สะท้อนสังคมได้ดีนะ เพราะคนอื่นเขาได้มีเสียง ได้พูด ได้สื่อสารและมีส่วนร่วมผ่านเพลงแร็ปของเรา”</p>



<p>บุ๊คบอกว่าเขาไม่เสียใจเลยที่ตัดสินใจออกจากโรงเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนหน้าวันจบการศึกษาเพียงสิบวัน ท่ามกลางสายตาคัดค้านของพ่อซึ่งในเวลาต่อมา บุ๊คบอกว่าเขากับพ่อปรับความเข้าใจกันได้แล้ว ซึ่งเขาอธิบายให้พ่อฟังเรื่อยมาว่าระบบการศึกษาไทยไม่เอื้อต่อการใช้ชีวิตและการไล่หาความฝันของเขามากแค่ไหน</p>



<p>“ผมว่าระบบการศึกษาไทยยังไม่หลากหลาย ไม่ครอบคลุม และไม่ตอบโจทย์ความต้องการของเด็กๆ เลย โรงเรียนจะผลักดันเด็กที่เรียนหนังสือเก่งๆ หรือเก่งด้านวิชาการมากเป็นพิเศษ ขณะที่เด็กซึ่งมีทักษะหรือชอบด้านกีฬา ด้านดนตรีหรือด้านอื่นๆ อาจไม่ได้รับการผลักดันเท่าที่ควร ซึ่งเท่าที่ผมสังเกต ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นแค่โรงเรียนผมด้วย แต่เป็นหลายโรงเรียนเลย” บุ๊คสาธยาย “เด็กที่เรียนเก่งจะได้รับทุน มีสิทธิพิเศษต่างๆ และทำให้เด็กที่เก่งด้านอื่นๆ เกิดความกดดัน พยายามทำให้ตัวเองเก่งด้านวิชาการบ้างเพื่อจะได้รับการยอมรับจากโรงเรียน นำมาสู่ปัญหาเรื่องความเครียด”</p>



<p>นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำก็ดูจะแยกออกจากระบบการศึกษาไทยไม่ขาด</p>



<p>“โรงเรียนที่ผมอยู่เป็นโรงเรียนรัฐระดับกลาง คนที่มีทุนและไม่ค่อยมีทุนมาเข้าเรียนด้วยกันได้ แต่ทั้งอย่างนั้น เพื่อนผมจากชุมชนคลองเตยก็หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้วหลายคน พวกเขาไม่ค่อยมีทุนทรัพย์และต้องทำงานตั้งแต่อายุ 16-17 ปี สุดท้ายปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและการใช้ชีวิตมันเลยกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งด้วย”</p>



<p>“บางคนที่มีเงินแต่เขาไม่เรียนต่อก็มี เพราะเขารู้สึกว่าการศึกษามันไม่ตอบโจทย์อะไรเลย เช่น บางคนอยากเล่นดนตรี ซึ่งโรงเรียนเราก็มีชมรมดนตรีแหละแต่ไม่ค่อยมีพื้นที่เท่าไหร่”</p>



<p>ยังไม่นับว่าช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมายิ่งขยายบาดแผลความเหลื่อมล้ำของระบบการศึกษาไทยให้รุนแรงมากขึ้น เมื่อเด็กเล็กหลายคนที่บุ๊ครู้จักในสลัมคลองเตยต่างต้องออกจากระบบการศึกษาด้วยประเด็นเรื่องทุนรอน การไม่มีกำลังทรัพย์เพื่อซื้ออุปกรณ์สำหรับเรียนออนไลน์ หรือกับบางคน ก็รู้สึกราวกับว่าถูกขโมยเวลาด้วยการบริหารจัดการด้านการศึกษาที่ย่ำแย่ จนแม้กระทั่งเมื่อการระบาดใหญ่จางลง พวกเขาก็เลือกจะไม่หวนกลับมาเรียนต่ออีก “ผมคุยกับพวกเขา เขาบอกว่าเหมือนโดนขโมยเวลาช่วงวัยเรียนไป ซึ่งผมว่าสิ่งนี้สำคัญมากในวัยเด็ก หลายคนก็ไม่กลับมาเรียนอีกแล้ว คำถามคือเราจะทำให้เด็กๆ ที่หลุดจากระบบการศึกษาในช่วงโควิดกลับมาได้อย่างไร ซึ่งอันนี้ผมเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน” เขาว่าปลงๆ</p>



<p>อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่บุ๊คระลึกถึงเสมอคือครูแนะแนวที่เข้าอกเข้าใจและพยายามแผ้วถางทางให้เขาได้ตามสิ่งที่รักอย่างสุดความสามารถ “ตอนผมยังเรียนอยู่ ผมคุยกับครูแนะแนวเสมอเลย ดังนั้น ผมเลยคิดว่าในโรงเรียนควรมีครูที่คอยประเมินสุขภาพจิตใจนักเรียนว่าพวกเขาเป็นอย่างไรแล้วบ้าง แบกรับปัญหาอะไรไหม เพราะเด็กๆ อยู่ในโรงเรียนตกวันละแปดชั่วโมง เวลาที่เหลือเขาก็ออกไปเจออย่างอื่นข้างนอก ไม่รู้เลยว่าสภาพจิตใจพวกเขาเป็นอย่างไรบ้าง”</p>



<p>แม้บุ๊คจะไม่เสียใจกับเส้นทางที่เลือกเดิน แต่บ่อยครั้งเขาก็คำนึงถึงความเป็นไปได้ที่ตัวเองจะเลือกอีกเส้นทางหนึ่ง หากว่าเส้นทางนั้นรองรับความฝันของเขาได้ “ถ้าระบบการศึกษาบ้านเรามันดี ผมเรียนต่อแน่นอน” เขาบอก “ผมอยากเข้ามหาวิทยาลัยนะ เพื่อต่อยอดสิ่งที่ตัวเองต้องการ จบไปก็อยากเป็นครูแนะแนวไปคุยกับเด็กๆ&nbsp;</p>



<p>ตอนนี้บุ๊คยังขะมักเขม้นกับการทำเพลง และหยุดวางแผนเรื่องการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยไปก่อนเนื่องมาจากปัญหาเรื่องค่าเทอม “เวลาคนบอกว่ามีทุนการศึกษาให้นี่ มันก็เป็นแค่ค่าเทอม แต่ไม่รวมค่ากิน ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทางต่างๆ” เขาบอก “ผมว่าการเข้ามหาวิทยาลัยยังเป็นเรื่องยากสำหรับคนคลองเตยอยู่ ทุกคนจะอยากเรียน อยากให้ลูกหลานได้เรียนต่อเพราะพวกเขารู้ว่ามันช่วยเปลี่ยนชีวิตเขาได้”</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>นนท์ – นนทวัฒน์ โตมา</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31cec1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/IMG_2683-768x1153.jpg.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>สามปีก่อนหน้า นนท์ในสายตาเราเป็นเด็กชายที่กำลังผลัดวัยโตไปเป็นเด็กหนุ่ม เขาสนใจดนตรีแต่ก็ยังมีท่าทีสับสนปะปนอยู่ในความสนใจนั้น และหนังจบลงด้วยภาพเขาเหม่อมองไปยังรั้วโรงเรียน ไร้คำพูดใด</p>



<p>สามปีให้หลัง เขาไม่ได้เข้าเรียนสายสามัญหากแต่เข้าเรียนในวิทยาลัยอาชีพเพราะคาดว่าใช้ทักษะที่มีสร้างรายได้ หากแต่เส้นทางของนนท์ก็ไม่ง่ายเช่นนั้น เมื่อปัญหาปากท้องทำให้เขาต้องทำงานระหว่างเรียน ลงเอยด้วยการที่ตารางงานกับตารางเรียนซ้อนทับกันในที่สุด</p>



<p>“ช่วงที่ผ่านมานี่ ชีวิตผมไม่ได้ดีขึ้นหรอก มีแค่ตัวผมที่โตขึ้นในระดับหนึ่ง” เขาเล่า โดยหลังจาก School Town King ออกฉายไม่นาน นนท์ก็พยายามศึกษาต่อพร้อมทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหารไปด้วยอยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะนำมาสู่การเปลี่ยนผ่านในชีวิตเขาครั้งใหญ่ เมื่อเขาตัดสินใจออกมาอยู่ด้วยตัวเอง รับผิดชอบภาระหน้าที่ต่างๆ รวมถึงการหาเลี้ยงชีพ&nbsp;</p>



<p>“ช่วงนั้นผมตื่นไปเรียนไม่ทันเลย สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออกดีกว่าเพราะคิดว่าถึงอย่างไรตัวเองก็ไม่เหมาะกับระบบการศึกษาอยู่แล้ว” เขาว่า “พอไม่ได้เรียนในโรงเรียนมันก็มีเวลามากขึ้น ไปศึกษาหาความรู้เรื่องอื่นๆ ที่เราสนใจ”</p>



<p>หลังจากนั้นเขาสมัครเข้าวิทยาลัยสายอาชีพที่เวลาเรียนค่อนข้างยืดหยุ่น และเปลี่ยนไปทำงานเป็นพนักงานร้านอาหารบริการด่วนแทนที่ทำให้เขาต้องเข้ากะช่วงเช้าตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ และใช้เวลาช่วงบ่ายเพื่อเข้าเรียน แต่ถึงอย่างนั้น เส้นทางเขาก็ยังไม่ง่ายเมื่อวิทยาลัยไม่มีคาบวันอาทิตย์ -อันเป็นวันที่เขาไม่ต้องเข้ากะและไม่มีงานใดๆ- ที่เขาตั้งใจจะใช้เวลาทั้งวันทุ่มให้การเรียน สุดท้ายเขาจึงต้องลาออก และกำลังอยู่ในขั้นตอนแสวงหาวิทยาลัยแห่งใหม่ที่เปิดคาบเรียนวันอาทิตย์ให้</p>



<p>ก่อนหน้านี้ นนท์เคยเปรยๆ ในสารคดีถึงความฝันมากมาย หนึ่งในนั้นคือการเป็นทนาย “ผมยังมีความฝันนั้นอยู่นะ แต่มันเลือนลางมากเลยด้วยปัญหาชีวิต” เด็กหนุ่มว่า “ถึงขั้นว่าตอนแรกจะเรียนโรงเรียนสายสามัญ ศิลป์-สังคม เพื่อจบออกมาจะได้เข้ามหาวิทยาลัยต่อ ไปเรียนเป็นทนาย แต่รุ่นพี่บอกผมว่าในโรงเรียนก็ไม่ได้สอนอะไรที่จะปูพื้นให้เรามีฐานด้านการเป็นทนายได้ สอนวิชาเหมือนที่เรียนกันตอนมัธยมต้น ผมเลยไม่เรียนสายสามัญแล้ว และออกมาเรียนสายอาชีพในวิทยาลัยดีกว่า”</p>



<p>“ผมก็เลยถามตัวเองว่า ถ้าเรียนสายอาชีพ ผมอยากทำอะไรและสนใจด้านไหน ก็ตอบตัวเองได้ว่าอยากเป็นฟรีแลนซ์ ทำงานพวกตัดต่อทำนองนี้ ก็เลยลงสมัครเรียนด้านนี้ไป ติดแต่ว่าเรียนไปแล้วเขาไม่มีคาบเรียนวันอาทิตย์ให้ ผมเลยออกแล้วมองหาที่อื่นดู”</p>



<p>นนท์เป็นหนึ่งในคนที่อยู่กับความเหลื่อมล้ำมาทั้งชีวิต ไม่ได้แค่ด้านการศึกษา แต่กินความถึงด้านอื่นๆ ในชีวิต กระนั้น เรื่องการศึกษาก็ยังเป็นแผลใหญ่ที่เขายังต้องเผชิญอยู่แม้ในนาทีนี้ “ผมว่าเวลาบอกว่ารัฐเรียนฟรีเนี่ย มันฟรีไม่จริง คนไทยส่วนใหญ่เขาไม่มีทุนส่งลูกหลานไปเรียนโรงเรียนแพงๆ ได้หรอก ค่าเครื่องแบบ ค่ากิน ค่าเดินทาง สุดท้ายมันก็มีคนที่ต้องหยุดเรียนเพราะไม่มีเงินอยู่ดี”</p>



<p>ถึงที่สุด เขายังไม่ทิ้งความฝันอยากเป็นทนาย -แม้สำหรับเขาแล้วมันจะดูห่างไกลออกไป แต่มันก็ยังดูเกิดขึ้นได้จริงอยู่- ด้วยความฝันว่าจะเปลี่ยนแปลงปัญหาที่เขาเคยรับมือ “ตอนนี้ผมอินการเมืองมากเลย” เขาหัวเราะ “เมื่อก่อนตอนยังเด็กๆ นี่ไม่ค่อยสนการเมืองเท่าไหร่นะ แต่พอโตขึ้นมาถึงได้เห็นว่า ปัญหาในชีวิตส่วนใหญ่มาจากรัฐบาลเกือบทั้งหมด คือคนรุ่นผมโตมากับประยุทธ์ตั้งแต่สิบขวบน่ะ”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าหากได้เรียนต่อแล้วชีวิตจะดีขึ้นไหม นนท์ลังเล แล้วจึงตอบเบาๆ “ไม่ดีขึ้นหรอก อาจจะแย่กว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะต้องทำงานด้วย คงต้องเหนื่อยกว่าเดิม”</p>



<p>คำตอบชวนนึกถึงแววตาเหม่อลอยที่เขามองไปยังรั้วโรงเรียนตอนที่สารคดีฉายจบ แววตาของคนที่ตั้งคำถามถึงที่ทาง ตำแหน่งแห่งหนของตัวเอง และดูเหมือนว่าจะไม่พบมันในระบบการศึกษาที่ไม่เคยโอบรับเขาไว้เลย</p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>วิว – มุกริน ทิมดี</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-577b7d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/DSC00205283-1-1-768x514.jpg.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>อดีตประธานนักเรียนหญิงผู้มุ่งมั่น ตั้งใจและใฝ่ดี วิววาดหวังอยากศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยรัฐและทุ่มเทอย่างหนักเพื่อการนั้น หนังจบลงโดยที่เราไม่อาจรู้ได้ว่าปลายทางการศึกษาของเธอเป็นอย่างไรและได้แต่เอาใจช่วยให้เธอเดินตามความฝันได้สำเร็จ</p>



<p>พ้นจากสารคดี วิวไม่ได้ศึกษาต่อ ชีวิตทำให้เธอต้องรับกิจการซักรีดจากที่บ้านและทำงานอื่นเพื่อหาเลี้ยงชีพ</p>



<p>“หนูทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ร้านมินิมาร์ตจันทร์ถึงศุกร์ เสาร์กับอาทิตย์ก็รับจ้างซักรีด ไม่มีวันหยุดเลย” เธอบอก “แต่ตอนนี้รองานใหม่อยู่ค่ะ ไปสมัครทำงานสหกรณ์ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้ รอเขาเรียกไปอยู่”</p>



<p>แต่วิวยังคงเรียนหนังสืออยู่ แม้ไม่ได้เข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ตั้งใจไว้แต่แรก เธอก็เข้าเรียนคณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน “แต่มีเพื่อนหนูหลายคนนะที่จบมัธยมแล้วไม่เรียนต่อเลยเพราะไม่มีเงิน หรือบางคนก็รู้สึกว่าการศึกษามันไม่จำเป็นสำหรับชีวิตเขาเท่าไหร่ แต่หนูยังอยากเรียนอยู่ หนูเพิ่งอายุ 22 เอง และการเรียนมันก็ไม่มีคำว่าสายนะ”</p>



<p>ความฝันของวิวคือการเป็นครูนอกระบบหรือครูอาสา ให้การศึกษาแก่เด็กด้อยโอกาส “หนูคิดว่าครูนอกระบบอาจไม่ได้รับเงินเดือนมากเท่าไหร่ แต่คิดว่าถ้าทำไปนานๆ เงินเดือนก็อาจเพิ่มได้นะ และเราว่าการเป็นครูก็ดี มีส่วนทำให้เด็กคนหนึ่งมีความคิด ความฝัน ลองนึกดูนะว่าถ้ามีเด็กสักคนไม่อยากเรียนต่อแล้ว แต่เขาเจอครูที่ดีช่วยคุยกับเขา เขาก็อาจอยากเรียนต่อก็ได้”</p>



<p>“หนูว่าการศึกษาไทยแข่งขันกันสูงมากเลย เราต้องเจอเด็กเก่งๆ ทั่วประเทศ” เธอบอก “อันที่จริงหนูอยากเข้าเรียนคณะครุศาสตร์ของจุฬาฯ นี่คือเป้าที่ใหญ่ที่สุดของหนูเลย แต่ทำไม่ได้เพราะว่าไม่มีต้นทุนมากพอ”</p>



<p>ต้นทุนที่เด็กสาวหมายถึงคือการเรียนการสอบเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย และปฏิเสธไม่ได้ว่าค่าใช้จ่ายนั้นมากมายมหาศาลกว่าที่หลายคนคิด “อย่างการติวนอกห้องเรียน หนูเคยติวฟิสิกส์ คอร์สหนึ่งก็ 6,000 บาทแล้ว ซึ่งหนูก็สอบผ่านนะ แต่ก็ทำให้คิดว่าเราหาเงินมาเหนื่อยขนาดนี้มันก็ไม่คุ้มเท่าไหร่</p>



<p>“และหนูว่าความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษานี่แหละที่ทำให้เด็กหลายๆ คนไม่ได้ไปต่อในระบบการศึกษา เพราะพวกเขาไม่มีเงินมาลงทุนมากมาย ทั้งค่าเรียน ค่าเดินทาง หนูจะสู้ไหวเหรอ” เธอบอก “เลยรู้สึกว่าอยากให้เด็กๆ เข้าถึงระบบการศึกษาได้มากกว่านี้ อาจไม่ต้องเรียนฟรีทุกอย่างก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้ค่าเทอมถูกลงสักนิดก็ยังดีค่ะ”</p>



<p>ในวัย 22 ปี วิวมองอนาคตตัวเองไกลออกไป พ้นไปจากความฝันของการเป็นครูอาสา เธอยังหวังเก็บเงินก้อนเล็กๆ เพื่อทำธุรกิจของตัวเอง “วันหนึ่งนะ ถ้าหนูมีเงินเดือน ไม่ต้องมากอะไรก็ได้ สักเดือนละหมื่นนิดๆ ก็พอ หนูว่าจะเก็บเงินไปเปิดร้านซักรีดด้านนอกคลองเตยแหละ” เธอบอก น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวเหมือนที่เราจำได้จากสารคดีเมื่อสามปีก่อน</p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/three-years-after-school-town-king/">การเรียน สลัม ความฝันและการเติบโต : 3 ปีให้หลังของทั้ง 3 คนจาก School Town King</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>School Town King : เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/school-town-king-and-inequality-in-thailand/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 07 Aug 2021 06:06:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[101 One-on-One]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[School Town King]]></category>
		<category><![CDATA[ธนายุทธ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[นนทวัฒน์ โตมา]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย]]></category>
		<category><![CDATA[วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย]]></category>
		<category><![CDATA[แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44217</guid>

					<description><![CDATA[<p>::LIVE:: 101 One-on-One EP.198 School Town King :&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/school-town-king-and-inequality-in-thailand/">School Town King : เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="101 One-On-One EP.198 School Town King" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/NcKlJ_mriLk?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>::LIVE:: 101 One-on-One EP.198 School Town King :&nbsp;เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</p>



<p>คุยเบื้องหลังสารคดีที่ว่าด้วยชีวิตของเด็กหนุ่มจากคลองเตยสองคน&nbsp;‘บุ๊ค’&nbsp;และ&nbsp;‘นนท์’&nbsp;ที่ฝันอยากเป็นแร็ปเปอร์</p>



<p>ตลอดการถ่ายทำกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี ที่ตามติดชีวิตของพวกเขาตั้งแต่ตื่นนอน เรียนหนังสือ แต่งเพลง ไปจนถึงช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ออกมาเป็นภาพยนตร์สารคดี&nbsp;‘School Town King&nbsp;แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน’&nbsp;ที่ฉายภาพให้เห็นความฝันของหนุ่มสาวที่พลุ่งพล่าน ขณะเดียวกันก็ยืนอยู่บนซากปรักหักพังของความเหลื่อมล้ำในสังคม การเข้าถึงโอกาสของพวกเขาอาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างใจคิด</p>



<p>101&nbsp;ชวนผู้กำกับ เบส&nbsp;–&nbsp;วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย และสองตัวละครหลัก บุ๊ค&nbsp;–&nbsp;ธนายุทธ ณ อยุธยา และ นนท์&nbsp;–&nbsp;นนทวัฒน์ โตมา มาพูดคุยตั้งแต่วิธีคิด วิธีทำงานสารคดี และคุยถึงชีวิตของพวกเขาในปัจจุบัน</p>



<p>ความฝัน ความหวังของพวกเขาเป็นอย่างไร พวกเขามองสังคมอย่างไร และเรื่องราวเหล่านี้สะท้อนสังคมเราแบบไหน</p>



<p></p>



<h1 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>:: เมื่อการศึกษาคือเพดานกั้นความฝัน ::</strong></h1>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-919e35"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/20201209-Quotesstk-1-1280x1280-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ผมมองภาพการศึกษาคล้ายกับบันไดที่ต้องก้าวข้ามเป็นขั้นๆ แต่บันไดนี้เป็นบันไดที่มีแบบเดียว และอาจจะเหมาะกับเด็กแบบหนึ่ง แต่ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่อาจจะไม่เหมาะกับบันไดแบบนี้ เช่น บุ๊ค (ธนายุทธ ณ อยุธยา) ที่รู้แล้วว่าบันไดแบบปัจจุบันไม่ใช่แบบที่เขาต้องการแน่ๆ และยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่เป็นแบบนี้</p>



<p>สำหรับผม บันไดการศึกษาไม่ได้ทำให้เด็กรู้สึกถึง sense of ownership หรือทำให้รู้สึกว่า การตื่นไปโรงเรียนทุกวันจะทำให้ค้นพบอะไรในตัวเอง ยิ่งเด็กที่เป็นแร็ปเปอร์ พวกเขาค้นพบตัวเองในทุกๆ วันที่นั่งเขียนเนื้อเพลงอยู่แล้ว แต่เมื่อพูดในมุมของความเหลื่อมล้ำ การจะย้ายไปทางอื่นมีความเสี่ยงและราคาที่ต้องจ่ายสูงมาก บันไดของคนอื่นอาจจะมีฐานเป็นปูน แต่บันไดของบุ๊คและนนท์ (นนทวัฒน์ โตมา) เปราะบางกว่านั้น</p>



<p>ถ้าพูดให้เห็นภาพชัดขึ้น สำหรับคนที่บ้านมีฐานะ ถ้าล้มมาก็อาจจะมีคนคอยช่วยสนับสนุน แต่สำหรับบางคน การที่เขาอยากไปอีกทางมันมีความเปราะบางนะ ตอนนี้เหมือนกับใครที่ร่วงออกจากบันไดนี้ไปจะกลายเป็นผู้แพ้ไปหมด สำหรับเด็กบางคนเขาไม่ได้สนุกกับสิ่งนี้ การศึกษาไม่ได้ทำให้เขาค้นพบสิ่งที่ตัวเองรัก ไม่ได้ทำให้พวกเขาได้ใช้หรือค้นพบศักยภาพของตัวเองให้มากที่สุด สุดท้ายพวกเขาก็ต้องตกอยู่ในลูปของความเหลื่อมล้ำต่อไป</p>



<p>ผมคิดว่าการศึกษาควรจะต่อยอดให้คนทะลุฝ้าหรือเพดานบางอย่างออกไปได้ เพื่อให้ได้ใช้ชีวิต ศักยภาพ และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองเก่งที่สุด ซึ่งมักจะตามมาด้วยการมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่พอการศึกษาและความเหลื่อมล้ำเป็นแบบนี้ ก็กลายเป็นว่าเด็กถูกบีบให้เลือกบันไดแบบนี้เท่านั้น และเมื่อการศึกษาไม่ได้สนับสนุนเขา เด็กก็อาจจะโตไปเป็นอะไรที่ไม่ได้อยากเป็น</p>



<p></p>



<h1 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>:: School Town King ::</strong></h1>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43adee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/20201209-Quotesstk-2-1280x1280-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ที่มาของชื่อ School Town King ต้องย้อนกลับไปตอนที่พวกผมทำโครงการ Conne(x)t Klongtoey &nbsp;(โครงการความร่วมมือระหว่าง Eyedropper Fill กับคุณครูอาสาสมัครจาก Teach For Thailand) พวกเราถามกลุ่มน้องๆ ว่า ถ้าให้ตั้งชื่ออัลบั้มหรือศิลปินสักคนจะตั้งชื่อว่าอะไร คำตอบที่ได้คือ ‘School Town King’ ซึ่งตอนนั้น ชื่อ School Town King ก็มีความหมายแบบหนึ่ง</p>



<p>พอมาตอนนี้ ผมรู้สึกว่าคำนี้ดีนะ เพราะ School ก็เปรียบเสมือนเป็นเพดาน เป็นโรงเรียนที่กดเราเอาไว้ ส่วน Town คือเมืองที่เขาอยู่ คือชุมชนคลองเตย คือความเหลื่อมล้ำ ส่วน King ก็อาจจะตีความได้กว้าง แต่ในหนังเรื่องนี้ ผมมองว่าเด็กทุกคนมีพรสวรรค์และสามารถเป็นราชาในแบบของตัวเอง เช่น เป็นราชาแร็ปเปอร์ แต่ประเทศนี้กลับบีบให้คนต้องเป็นแบบที่สังคมต้องการ</p>



<p></p>



<h1 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>:: ภาวะกดทับในระบบการศึกษาไทย ::</strong></h1>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c44b45"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/20201209-Quotesstk-3-1280x1280-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ผมเจอปัญหาในระบบการศึกษามาตั้งแต่ประถม ซึ่งอาจจะเป็นภาวะกดทับแบบหนึ่ง เด็กที่ออกนอกแถวหรือแตกแถวจะโดนอาจารย์กดให้กลับเข้าไป ห้ามออกมาจากกลุ่มเพื่อน อย่างตอนเรียนชั้นมัธยมต้น ผมเรียนเก่งมาก คุณครูรักและเรียกผมว่าลูกเลย แต่พอมาเรียนมัธยมปลาย เราเริ่มค้นหาตัวเองเจอแล้วทำให้ผลการเรียนดรอปลง แต่ผมก็ยังมุ่งมั่นกับสิ่งที่เป็นตัวเองอยู่ ที่บ้านบอกให้ตั้งใจเรียน ผมก็เรียนไปตามที่เขาบอก แต่ค้นพบว่าถึงเราจะเรียนเก่ง กลับรู้สึกไม่ภูมิใจเท่าตอนที่เพลงของเรามีคนฟังเป็นหมื่นคนเลย ซึ่งพอผมรู้แล้วว่าตัวเองรักและชอบอะไรจริงๆ เลยมุ่งมั่นไปทางนั้น แต่พอเกรดเราตก ครูก็มองว่าเป็นเด็กเหลวไหลและเริ่มเหลวแหลก เริ่มจับผิด ตรงนี้ผมคิดว่า ทั้งตัวครูและสังคมในโรงเรียนก็อาจจะเป็นสาเหตุใหญ่ข้อหนึ่งที่ทำให้นักเรียนลาออกจากโรงเรียนก็เป็นได้</p>



<p>อีกเรื่องคือการศึกษานอกระบบ หลายคนอาจมองว่า คนที่เรียน กศน. เป็นคนที่ไม่อยากเรียนหนังสือ แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าประเทศเรามีความเหลื่อมล้ำสูงมาก การทำงานหาเงินเพื่อมาจุนเจือครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กหลายคน และทำให้บางคนต้องยอมลาออกไปทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว กศน. จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เขามีเวลาทำงานมากขึ้น เพราะฉะนั้น การศึกษาทั้งในและนอกระบบล้วนมีความสำคัญหมด</p>



<p></p>



<h1 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>:: #ถ้าโรงเรียนดี ::</strong></h1>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-880f64"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/20201209-Quotesstk-5-1280x1280-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>การศึกษาในปัจจุบันอาจจะตอบแค่โจทย์ของคนกลุ่มเดียว แต่ไม่ใช่สำหรับคนกลุ่มอื่น ผมมีเพื่อนที่เรียนไม่เก่ง แต่เล่นกีฬาเก่งมาก มีสิทธิติดทีมชาติเลย แต่กลับไม่มีวิชาหรือไม่มีเวลาเพียงพอให้เขาได้เล่นกีฬา มันเหมือนสกัดดาวรุ่งนะ และยังทำให้เราได้ความรู้ไม่เต็มที่ด้วย</p>



<p>ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้โรงเรียนหรือระบบการศึกษาสร้างห้องเรียนแต่ละวิชาขึ้นมา อาจจะเป็นในช่วงชั้นมัธยมปลายก็ได้ เพราะก่อนหน้านี้เด็กจะได้เรียนวิชาพื้นฐานที่จำเป็นมาก่อน พอสร้างห้องเรียนแต่ละวิชาแล้ว เด็กคนไหนอยากเรียนวิชาอะไรหรืออยากได้ความรู้ด้านไหนก็เข้าไปในห้องนั้น ซึ่งน่าจะทำให้เด็กมีอิสระทางความคิดมากขึ้นว่า ถ้าเรียนไปแล้วรู้สึกว่าไม่เวิร์กก็เปลี่ยนไปเรียนวิชาอื่นได้</p>



<p>ผมรู้ว่าตรงนี้มันยากมากนะ แต่ก็อยากให้เป็นไปได้จริง เพราะถ้าโรงเรียนดี ครูคงไม่ต้องตีเส้นทางให้เด็ก เพราะเด็กน่าจะมีความคิดที่แตกต่างและดีกว่านี้ เพราะฉะนั้นโรงเรียนน่าจะให้อิสระทางความคิดแก่เด็ก รวมถึงเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เจอความรู้ที่แตกต่างหลากหลายด้วย</p>



<p></p>



<h1 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>:: ระบบการศึกษา ระบบอำนาจนิยม ::</strong></h1>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-92d25e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/20201209-Quotesstk-6-1280x1280-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ระบบการศึกษาเป็นระบบอำนาจนิยม พยายามทำให้คนเป็นแบบเดียวกันจะได้ถูกควบคุมง่ายๆ นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เวลาใครอยากทำอะไรล้ำๆ ในไทยต้องดิ้นรนเลือดตาแทบกระเด็น</p>



<p>ตอนที่ถ่ายบุ๊คกับนนท์ ผมก็คิดนะว่า น้องแค่อยากจะแร็ปอย่างจริงจัง แต่กลับต้องเจออะไรที่หนักหนาสาหัสมากเมื่อเทียบกับวัย ทั้งๆ ที่พวกเขาอยู่ในวัยที่ควรจะได้ค้นหาตัวเองว่า อยากแต่งตัวแบบไหน พูดภาษาอะไร ทำผมทรงไหน เลือกเรียนอะไร พวกเขาควรได้รับอิสระและเปิดกว้าง รู้สึกว่าได้เป็นเจ้าของความคิดและร่างกายของตนเอง นี่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ระบบกลับกัดกร่อนอัตลักษณ์หรือความฝันไปเรื่อยๆ เหมือนจะบีบให้เราเป็นคนแบบที่ระบบต้องการ เพื่อที่จะหล่อเลี้ยงระบบอำนาจต่อไปเรื่อยๆ แต่ตอนนี้ระบบก็เอาไม่อยู่แล้ว เพราะเด็กรุ่นนี้ไปไกลมากๆ ชนิดทะลุฝ้ากันหมด</p>



<p>ประเด็นน่าสนใจอย่างหนึ่งที่ผมเห็นคือ เด็กรุ่นปัจจุบันแตกต่างจากสมัยผมเด็กๆ  โลกที่เขาก้าวออกไปหลังเลิกเรียนมันเปิดกว้างและไปไกลมากแล้ว แต่ระบบกลับยังเหมือนเดิม โรงเรียนก็ยังเหมือนเดิม ตรงนี้จึงทำให้เกิดความตึงเครียดหรือความขัดแย้งบางอย่างระหว่างโลกในโรงเรียนกับโลกภายนอกด้วย</p>



<p></p>



<h1 class="has-text-align-center wp-block-heading"><strong>:: เสียงจากเยาวชน ถึงผู้ใหญ่ที่บอกว่าเด็กก้าวร้าว ::</strong></h1>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d1a04b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/20201209-Quotesstk-4-1280x1280-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ธนายุทธ</strong><strong>:</strong>&nbsp;การบอกว่าเด็กและเยาวชนที่ออกมาชุมนุมก้าวร้าวเป็นคำพูดที่หนักและรุนแรงมาก เมื่อเทียบกับสิ่งที่รัฐบาลทำกับประชาชน ผมว่าการแสดงออกทั้งทางจิตวิทยาหรือคำพูดมันเบสิกมาก ตัวผมเองมีโอกาสได้ขึ้นไปแร็ป ไปพูด ซึ่งเป็นการสะท้อนปัญหาออกมาจริงๆ ถ้าผู้ใหญ่มองว่าเด็กและเยาวชนออกมาพูดรุนแรงเกินไป ให้ลองมองความจริงดู แล้วจะเห็นว่าอะไรคือความหยาบกร้านที่แท้จริง</p>



<p><strong>นนทวัฒน์</strong><strong>:</strong>&nbsp;ผมว่าตรงนี้สะท้อนค่านิยมเก่าๆ ที่มองว่าคนต้องพูดเพราะ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า คนทั้งบ้านทั้งเมืองไม่ได้พูดเพราะ แต่ทำไมกลับมาจับจ้องว่าการชุมนุมมีการพูดจาก้าวร้าว คนที่บอกว่าเด็กและเยาวชนก้าวร้าว ผมว่าเขาก็อาจจะพูดแบบนั้นหรืออาจจะด่ายิ่งกว่านั้น ซึ่งเขาน่าจะลองเปิดโลกและเปิดใจกับเรื่องแบบนี้ดูบ้าง ดูให้เข้าใจว่า ภายใต้ความหยาบนั้น เด็กและเยาวชนต้องการสื่อสารอะไรกันแน่</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/school-town-king-and-inequality-in-thailand/">School Town King : เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>101 One-on-One EP.198 School Town King : เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/101-one-on-one-ep-198-school-town-king/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 05 Aug 2021 08:05:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย]]></category>
		<category><![CDATA[แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[101 One-on-One]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[School Town King]]></category>
		<category><![CDATA[ธนายุทธ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[ความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[ปาณิส โพธิ์ศรีวังชัย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=44186</guid>

					<description><![CDATA[<p>::LIVE:: 101 One-on-One EP.198 School Town King :&#160; [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/101-one-on-one-ep-198-school-town-king/">101 One-on-One EP.198 School Town King : เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-embed aligncenter is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="101 One-On-One EP.198 School Town King" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/NcKlJ_mriLk?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p>::LIVE:: 101 One-on-One EP.198 School Town King :&nbsp;เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</p>



<p>คุยเบื้องหลังสารคดีที่ว่าด้วยชีวิตของเด็กหนุ่มจากคลองเตยสองคน&nbsp;‘บุ๊ค’&nbsp;และ&nbsp;‘นนท์’&nbsp;ที่ฝันอยากเป็นแร็ปเปอร์</p>



<p>ตลอดการถ่ายทำกว่า&nbsp;2&nbsp;ปี ที่ตามติดชีวิตของพวกเขาตั้งแต่ตื่นนอน เรียนหนังสือ แต่งเพลง ไปจนถึงช่วงจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิต ออกมาเป็นภาพยนตร์สารคดี&nbsp;‘School Town King&nbsp;แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน’&nbsp;ที่ฉายภาพให้เห็นความฝันของหนุ่มสาวที่พลุ่งพล่าน ขณะเดียวกันก็ยืนอยู่บนซากปรักหักพังของความเหลื่อมล้ำในสังคม การเข้าถึงโอกาสของพวกเขาอาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างใจคิด</p>



<p>101&nbsp;ชวนผู้กำกับ เบส&nbsp;–&nbsp;วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย และสองตัวละครหลัก บุ๊ค&nbsp;–&nbsp;ธนายุทธ ณ อยุธยา และ นนท์&nbsp;–&nbsp;นนทวัฒน์ โตมา มาพูดคุยตั้งแต่วิธีคิด วิธีทำงานสารคดี และคุยถึงชีวิตของพวกเขาในปัจจุบัน</p>



<p>ความฝัน ความหวังของพวกเขาเป็นอย่างไร พวกเขามองสังคมอย่างไร และเรื่องราวเหล่านี้สะท้อนสังคมเราแบบไหน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bc6318"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/08/20201203-OneOnOne-EP198-edit-1280x1280-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/101-one-on-one-ep-198-school-town-king/">101 One-on-One EP.198 School Town King : เปิดโลกเหลื่อมล้ำผ่านชีวิตจริงแร็ปเปอร์คลองเตย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘School Town King’ ระบบการศึกษาที่สวมไม่พอดีสำหรับทุกคน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/articale-23-12-30/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Dec 2020 13:12:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[Eyedropper Fill]]></category>
		<category><![CDATA[The 101.world]]></category>
		<category><![CDATA[โก๋แก่]]></category>
		<category><![CDATA[SF World Cinemas Central World]]></category>
		<category><![CDATA[School Town King]]></category>
		<category><![CDATA[เจ๋งพอ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนายุทธ ณ อยุธยา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[นนทวัฒน์ โตมา]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงษ์ประสงค์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=25487</guid>

					<description><![CDATA[<p>‘School Town King’  แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน ภาพยนตร์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articale-23-12-30/">‘School Town King’ ระบบการศึกษาที่สวมไม่พอดีสำหรับทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h5>‘School Town King’  แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน</h5>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพยนตร์สารคดีสะท้อนปัญหาการศึกษาไทย ที่ Eyedropper Fill ร่วมสร้างสรรค์กับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และ The 101.world ร่วมสนับสนุนโดย โก๋แก่ และ SF World Cinemas Central World</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ภาพบันทึกเรื่องราวในโลกแห่งความเหลื่อมล้ำ ที่มองผ่านชีวิตของวัยรุ่น 2 คน จากชุมชนคลองเตย คือ ‘บุ๊ค’ และ ‘นนท์’ ผู้มีความฝันอยากเป็น ‘ราชาแร็ป’ แต่เส้นทางที่ทั้งคู่เลือกนั้นไม่ได้มีพรมแดงปูไว้ให้เดิน การจะไปให้ถึงฝันจึงไม่มีอะไรง่าย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งด้วยวัยของบุ๊คและนนท์ ที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการศึกษา ซึ่งเหมือนจะออกแบบระบบไว้เพียงสำหรับผู้สามารถปรับตัวและพร้อมสวมใส่เครื่องแบบเดียวกัน เด็ก 2 คนที่ ‘หลุดจากกรอบมาตรฐาน’ จึงจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกระหว่าง ‘ความฝัน’ ที่จะแร็ป หรือ ‘ความจริง’ คือยอมรับและปรับเปลี่ยนตัวตน เพื่อให้สวมใส่ลงได้พอดีกับระบบ ตาม ‘ความคาดหวัง’ ที่ครอบครัวและสังคมประทับให้    </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>‘จริงๆ แล้วสำหรับพวกเขา ชีวิตนั้นไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์’</h5>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเนื้อเพลง ‘เจ๋งพอ’ ซึ่งอยู่ใน end cradit ของหนัง น้องบุ๊คเขียนไว้ว่า </span><span style="font-weight: 400;">“ชีวิตคนเรามันต้องเริ่มจากศูนย์ นี่ชีวิตจริงไม่ใช่ในการ์ตูน” </span><span style="color: #008000;">ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับพวกเขา ชีวิตนั้นไม่ได้เริ่มที่ศูนย์ แต่ด้วยสภาพความเหลื่อมล้ำในสังคมที่เป็นอยู่ พวกเขาต้องเริ่มชีวิตที่การติดลบ และติดลบเยอะด้วย</span> <span style="font-weight: 400;">นั่นคือประเด็นสำคัญที่เราจะได้เห็นจากหนัง และต้องนำแง่มุมต่างๆ มาขบคิด วิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้ปัญหาได้สะท้อนออกมาแล้วมองหาทางแก้ไขไปด้วยกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หนังได้ถ่ายทอดให้เห็นว่าเด็กๆ ที่เขาอยู่ในชุมชนใจกลางกรุงเทพมหานครต้องเผชิญอะไรบ้างกับระบบการศึกษาของประเทศไทย ‘ระบบ’ ของการพยายามมอบความหวังดีจากทุกฝ่าย ‘ระบบ’ ซึ่งอยากจะผลิตสร้างให้เด็กเยาวชนเป็นนักเรียนในแบบเดียวกันทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นั่นหมายถึงว่าใครที่ปรับตัวได้เดินตามได้ก็จะรอดตัวไป แต่สำหรับบุ๊คกับนนท์ เขามีความต้องการแตกต่างจากคนอื่น อยากจะเดินไปในเส้นทางที่ไม่เหมือนคนอื่น ทั้งที่หนังก็แสดงให้เห็นว่าเขาเองก็มีศักยภาพสูงพอที่จะเป็นนักเรียนในแบบมาตรฐานได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เมื่อเขาเติบโตขึ้น เรียนรู้ที่จะเดินไปตามทางที่ตนสนใจ กลับกลายเป็นว่าความหวังดีที่มากมายนั้นเอง ทำให้พวกเขาต้องยืนหยัดต่อสู้ เพื่อไม่ให้ถูกผลักไปเป็น ‘ผู้แพ้ของระบบ’ ในท้ายที่สุด”</span></p>
<h5>เด็กพวกนี้เขาไม่ได้ไม่มีศักยภาพ เพียงแต่อาจมีบางอย่างที่ครอบเอาไว้ จนไม่สามารถฉายสิ่งที่มีในตนเองออกมาได้</h5>
<p><span style="font-weight: 400;">“ประเด็นของหนังมาจากตัวผมเองที่มีปัญหากับระบบการศึกษาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยม จนโตขึ้นมาทำงาน ได้มีโอกาสไปบรรยายตามโรงเรียนมัธยมหลายแห่ง </span><span style="color: #008000;">ได้คุยกับน้องๆ ถึงสิ่งที่เขาต้องเจอในโรงเรียน เราพบว่าผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว แต่ปัญหาบางอย่างมันยังเหมือนเดิม เรื่องนี้ได้จุดประกายเราว่าอยากทำหนังที่เล่าถึงประเด็นการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ยิ่งได้ลงไปทำงานในพื้นที่ เรายิ่งได้เห็นความสามารถของเด็กๆ ในมุมที่ทำให้เราประหลาดใจ แน่นอนว่ามันมีมุมของความซน ความดื้อ ความป่วนต่างๆ แต่พออยู่ในคลาสปฏิบัติ พวกเขาหลายคนกลับมีสมาธิ แล้วฉายแววความสามารถในตัวเองออกมา มันทำให้เราเห็นว่าเด็กพวกนี้เขาไม่ได้ไม่เก่ง เพียงแต่ภายใต้บางสิ่งที่ครอบไว้ ทำให้เขาไม่สามารถนำสิ่งที่มีภายในออกมาพัฒนาได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมเชื่อว่าภาพยนตร์คือเครื่องมือที่จะส่งสารซึ่งผมอยากสื่อไปถึงคนหมู่มากได้ และเชื่อว่าบุ๊คกับนนท์เป็นเพียงตัวแทนของเด็กๆ อีกจำนวนมากในประเทศของเราที่ต้องต่อสู้กับปัญหานี้ ผมคาดหวังว่าหนังจะช่วยให้เกิดความเข้าใจ เป็นสะพานเชื่อมให้คนที่อาจไม่เคยสนใจปัญหานี้มาก่อนหันกลับมามอง เพื่อที่เราจะมาหาทางออกไปด้วยกัน”</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-25493" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p style="text-align: center;"><b>&#8211; วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย ผู้กำกับภาพยนตร์ ‘แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน’ &#8211;</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>“ผมเชื่อว่าคนทุกคนมีคุณค่าไม่ต่างกัน”</h5>
<p><span style="font-weight: 400;">“มีประสบการณ์หนึ่งจากช่วงที่ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกค่อนข้างแย่และจำได้ถึงวันนี้ คือครูประจำชั้นเรียกผมเข้าไปพบ แล้วถามว่าเธอเป็นใคร สำคัญอะไรให้คนมาเดินตามถ่าย เรียนหนังสือก็ห่วย เรื่องอื่นก็แย่ มีค่าตรงไหนให้สนใจ คนอย่างเธอนี่หรือที่จะเป็นไอดอลให้คนอื่นได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมได้แค่บอกกับครูไปว่าผมไม่ได้คิดว่าตัวเองมีค่ามากมายอะไร แต่ผมเชื่อว่าคนทุกคนมีคุณค่าเหมือนๆ กัน เท่าเทียมไม่ต่างกัน แล้วผมก็เดินร้องไห้ออกมาจากห้องพักครู หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ไปโรงเรียนอีก ไม่อยากไปอีกแล้ว”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผมมองว่ามันสะท้อนให้เห็นความคิดของคนที่เขาไม่เข้าใจ ว่า</span><span style="color: #008000;">นอกจากเรื่องเรียนแล้ว เส้นทางอื่นๆ ของชีวิตคืออะไร มันมีสิ่งที่คนเราสามารถจะเลือกได้อีกมากมาย เพียงแต่ระบบไม่ได้เปิดโอกาสให้เรายอมรับเท่านั้นเอง</span>”</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25494" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-11-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p style="text-align: center;"><span style="font-weight: 400;"><b>&#8211;</b> <strong>‘น้องบุ๊ค’ ธนายุทธ ณ อยุธยา หรือ ‘Eleven Fingers’ แร็ปเปอร์ และนักแสดงนำ &#8211;</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>ยังคงฝัน ไม่ว่าทางนั้นจะยากสักเพียงใด</h5>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขอบคุณทุกคน ทุกส่วนที่ทำให้เกิดหนังเรื่องนี้ ทำให้เรื่องราวเหล่านี้ได้ถ่ายทอดออกมา ผมอยากบอกว่า</span><span style="color: #008000;">ความฝันของคนเราจะมีหนทางเสมอ ไม่ว่าคุณเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ เราสามารถเลือกเส้นทางของเราได้ ถ้ามีครอบครัว มีเพื่อนๆ ครู หรือคนที่เข้าใจช่วยสนับสนุ<span style="color: #333333;"><span style="color: #008000;">น</span><span style="font-weight: 400;">”</span></span></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วันนี้ผมมีฝันหลายอย่าง อยากเป็นทนาย อยากเป็นศิลปินแร็ป อยากทำเพลงโฟล์คซองด้วย ช่างภาพก็อยากเป็น ผมมองว่าสิ่งที่ยังเป็นความฝันถึงแม้จะยาก แต่ถ้าเรามั่นใจว่าฝันนั้นมีคุณค่ากับตัวเรา มันจะทำให้เรามีแรงทำมันต่อไปได้”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25495" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong>&#8211; ‘น้องนนท์’ นนทวัฒน์ โตมา หรือ ‘Crazy Kid’ นักแสดงนำ &#8211;</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>จำเป็นต้องมีพื้นที่ให้เด็กได้ทดลองอะไรใหม่ๆ เพื่อประเมินความสามารถของตัวเอง</h5>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลายครั้งที่พูดถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เราจะนึกถึงแค่เรื่องความยากจน แต่ในหนังเรื่องนี้มีอีกหลายด้านของปัญหาที่สะท้อนออกมา เรื่องหนึ่งคือเราได้เห็นว่าทางเลือกในการเรียนของเด็กบ้านเรามีน้อยมาก” </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หมายถึงเด็กไม่สามารถทดลองทำอะไรใหม่ๆ ได้เลย และเมื่อเขาไม่ได้มีความสามารถที่เป็นไปตามกระแสหลัก เขาจะถูกผลักให้เป็นเด็กหลังห้อง ขณะที่ในประเทศซึ่งจัดระบบการศึกษาได้ดี เด็กจะมีทางเลือกเยอะขึ้นในการทดลองค้นหาและประเมินตนเอง มีการศึกษาหลากหลายเมนูให้เขาเลือก นี่คือส่วนหนึ่งของปัญหาเชิงโครงสร้างที่เราต้องแก้ไข เพราะการไม่มีระบบหลากหลายรองรับ มันทำให้เขาต้องออกจากระบบหรือหันหลังให้การศึกษา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หลายซีนใน</span><span style="color: #008000;">หนังทำให้เราเห็นว่าเมื่อเด็กต้องเลือกระหว่างความฝันกับการเรียน เขาต้องเผชิญกับอะไรบ้าง  มันสะท้อนใจเราในฐานะนักการศึกษาว่าทำไมเราไม่มีระบบรองรับคนที่หลุดออกจากการศึกษากระแสหลัก หาวิธีดูแลเขา ไม่ให้เขาต้องรับมือกับปัญหาเพียงลำพัง<b><span style="font-weight: 400; color: #333333;">”</span></b></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างน้อยที่สุด หนังได้เปิดพื้นที่ให้เราได้ยินเสียงน้องๆ เยาวชนของเรา ว่าเขาคิดอย่างไร หรือเขาเองก็ต้องการพื้นที่การเรียนรู้แบบอื่นด้วย ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องมามองด้วยกันว่าจะทำให้เด็กมีทางเลือกมากขึ้นได้อย่างไร เพราะปัญหาการศึกษาเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องการทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม”</span></p>
<p style="text-align: center;"><b><strong>&#8211; </strong>ธันว์ธิดา วงษ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมความร่วมมือนวัตกรรมและทุนการศึกษา กสศ. &#8211;</b></p>
<p>&nbsp;</p>
<h5>‘ต้องใช้พลังของทั้งสังคมทำงานไปด้วยกัน’</h5>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25497" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1344" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-300x157.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-1536x806.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-2048x1075.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นโจทย์การปฏิรูปที่มีขนาดใหญ่ เป็นปัญหาเชิงระบบที่ กสศ. มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง โดยจากข้อมูลระบุว่า</span><span style="color: #008000;">ในจำนวนเด็กเกิดใหม่ปีละราว 7 แสนคน จะมีเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสที่มาจากครอบครัวยากจน 20% ล่างสุดทั่วประเทศ 1.6 แสนคน และในเด็กกลุ่มนี้ จะมีคนที่ได้เรียนสูงกว่า ม.6 แค่ 5% หรือ 8 พัน คนต่อรุ่นเท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่งานของ กสศ. คือการทำงาน 2 ด้านไปพร้อมกัน คือ 1.นำความช่วยเหลือไปหาเด็กรายคน เพื่อบรรเทาปัญหาอุปสรรคที่ทำให้เด็กไม่ได้ไปเรียน โดยใช้เทคโนโลยีในการค้นหาติดตามน้องๆ และสร้างระบบป้องกันรวมถึงมองหาทางเลือกในการช่วยเหลือที่เหมาะสม และ 2.การแก้ปัญหาเชิงระบบ โดยทำงานร่วมกับโรงเรียนและครู เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในระยะยาว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-25498" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-1400x735.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/EEF_thumbnail_schtown_interview-thumbnail-copy-3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม กสศ. ไม่สามารถทำงานได้เพียงลำพัง หากได้ชักชวนและประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยต่างๆ ในสังคม โดยจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย และสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วย ‘ทุน’ ที่จะทำให้เกิดเป็นโมเดลใหม่ๆ ทางการศึกษา แสดงให้เห็นว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนสถานะทางสังคมได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และท้ายที่สุด</span><b>พื้นที่ของการสนทนาปัญหาเพื่อหาหนทางในการปฏิรูปการศึกษาไทย จำเป็นจะต้องใช้พลังของคนทั้งสังคมทำงานร่วมกัน  เพื่อที่จะแก้ปัญหาและสร้างระบบการศึกษาที่เปิดทางเลือกให้ความหลากหลายของเด็กเยาวชนทุกคน    </b></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/articale-23-12-30/">‘School Town King’ ระบบการศึกษาที่สวมไม่พอดีสำหรับทุกคน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
