<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Russell Group | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/russell-group/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 27 Nov 2021 11:14:42 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Russell Group | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อังกฤษตั้งเป้าปรับเกณฑ์พิจารณาคุณภาพมหาวิทยาลัยใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-uk-universities-told-to-show-ambition-in-graduate-job-targets/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 27 Nov 2021 11:14:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[Michelle Donelan]]></category>
		<category><![CDATA[Russell Group]]></category>
		<category><![CDATA[John Blake]]></category>
		<category><![CDATA[Office for Students]]></category>
		<category><![CDATA[Dr. Tim Bradshaw]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48449</guid>

					<description><![CDATA[<p>กระทรวงมหาวิทยาลัยแห่งอังกฤษประกาศผนึกกำลังกับมหาวิทยาล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-uk-universities-told-to-show-ambition-in-graduate-job-targets/">อังกฤษตั้งเป้าปรับเกณฑ์พิจารณาคุณภาพมหาวิทยาลัยใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กระทรวงมหาวิทยาลัยแห่งอังกฤษประกาศผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในการปรับเกณฑ์พิจารณาคุณภาพมหาวิทยาลัยใหม่ โดยให้น้ำหนักกับผลงานของทางมหาวิทยาลัยในการจัดสรรมาตรการช่วยเหลือที่จะรับประกันได้ว่าเหล่านักศึกษายากจนของมหาวิทยาลัยที่สำเร็จการศึกษาสามารถหางานทำที่เหมาะสมกับคุณวุฒิและทักษะความสามารถ ซึ่งรวมถึงเป็นงานที่ได้รับค่าจ้างผลตอบแทนที่ดี โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นไปภายใต้นโยบายของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน (Boris Johnson) ของอังกฤษ ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของนักศึกษาจบใหม่ให้สามารถตั้งต้นชีวิตทำงานได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น</strong></p>



<p>ไมเคิล โดนีแลน (Michelle Donelan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาวิทยาลัยอังกฤษ กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางกระทรวงได้มีหนังสือคำสั่งส่งตรงถึงรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ชั้นนำของประเทศ ในการพิจารณาทบทวนแผนการช่วยเหลือและการมีส่วนร่วมของนักศึกษายากจน ที่ต้องจัดทำขึ้นทุกๆ 5 ปีขึ้นใหม่ หลังมีผลการศึกษาพบว่ามหาวิทยาลัยเก่าแก่ระดับท็อปของอังกฤษ หรือ Russell Group เหล่านี้ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการช่วยเหลือเด็กยากจนของรัฐ ทำผลงานในการช่วยให้นักเรียนยากจนมีรายได้มากขึ้นลดลง เมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยหน้าใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งไม่นาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ac47ee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/22-แปล-อังกฤษตั้งเป้าปรับเกณฑ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ตามมาตรการของอังกฤษ มหาวิทยาลัยที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการจะได้รับทุนสนับสนุนจากทางกระทรวง โดยโดนีแลนตั้งเป้าว่า มหาวิทยาลัยในสังกัดที่ไม่สามารถปรับปรุงแผนดำเนินงานได้อย่างเหมาะสมจะถูกตัดเงินช่วยเหลือในส่วนนี้ และมีสิทธิ์ถูกแทรกแซงจากทางกระทรวงเพื่อกำหนดทิศทางการบริหารของมหาวิทยาลัย</p>



<p>ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ทางสถาบันการคลังศึกษา (Institute of Fiscal Studies) และ Sutton Trust องค์กรการกุศลเพื่อการศึกษา ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์ เปรียบเทียบจำนวนนักเรียนยากจนพิเศษ (ที่มาจากครอบครัวรายได้น้อย และเด็กได้รับโควตาอาหารฟรีในช่วงวัยมัธยม) ซึ่งผ่านคัดเลือกเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย กับอัตราความสำเร็จของนักเรียนกลุ่มฐานะยากจนพิเศษนี้ ในการกลายเป็นกลุ่ม 20% แรกของผู้มีรายได้สูงสุดเมื่ออายุ 30 ปี</p>



<p>ผลการศึกษาพบว่า บรรดามหาวิทยาลัยหลายแห่งที่มีข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์ในการสมัครเข้าไม่เยอะ ช่วยเพิ่มอัตรานักเรียนที่ยากจนในการหางานทำในภายหลังมากถึงสองเท่า โดยมากกว่ามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงเก่าแก่และมีข้อกำหนดในการสมัครเข้ามากกว่า</p>



<p>รายงานระบุว่า สาเหตุหลักเป็นเพราะมหาวิทยาลัยหน้าใหม่เหล่านั้นเปิดรับนักเรียนจากบ้านที่ยากจนพิเศษมากกว่ามหาวิทยาลัยที่มีข้อกำหนดในการเข้าสูงกว่า ดังนั้นจึงสามารถช่วยให้นักเรียนที่ด้อยโอกาสได้โยกย้ายไปทำงานในตำแหน่งที่ดีขึ้น และค่าตอบแทนที่มากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d330ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/22-แปล-อังกฤษตั้งเป้าปรับเกณฑ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะเดียวกัน แม้จะมีชื่อเสียงน้อยกว่ามหาวิทยาลัย 24 แห่งในกลุ่ม Russell Group ที่คัดเลือกมาอย่างดี แต่มหาวิทยาลัยรุ่นใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นหลังปี 1992 เหล่านี้ยังคงสามารถช่วยนักศึกษายากจนจำนวนมากให้เป็นกลายเป็นกลุ่มแรงงานผู้มีรายได้สูงในสังคมได้</p>



<p>นอกจากนี้ แม้จะมีการเปิดเผยว่า นักเรียนจากครอบครัวรายได้น้อยที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำในกลุ่ม Russell Group เมื่อจบออกมาก็สามารถสร้างรายได้ที่ดีในตลาดแรงงาน แต่กระนั้น เมื่อดูสถิติรายบุคคลของนักศึกษากลุ่มยากจนที่จบไปแล้วได้งานการที่ดีทำ พบว่า นักศึกษากลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วไม่ได้ยากจนพิเศษจนถึงขั้นได้รับโควตาอาหารฟรีในวัยมัธยมแต่อย่างใด อันหมายความว่า เด็กกลุ่มยากจนพิเศษที่ได้รับเลือกเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Russell Group นั้น อาจจะเรียนไม่จบ หรือเลิกเรียนกลางคันไปแล้ว สิ่งนี้ทำให้นักวิจัยเริ่มตระหนักว่า การมอบเพียงแค่ “โอกาส” ให้เด็กครอบครัวยากจนพิเศษได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป เพราะระหว่างทาง พวกเขาอาจจะเจอความท้าทายจนต้องดร็อปเรียนก็ได้ ดังนั้นอาจต้องมีแนวทางสนับสนุนอย่างอื่นออกมาด้วย</p>



<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาวิทยาลัยอังกฤษกล่าวว่า ทางกระทรวงจำเป็นต้องรื้อระบบการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยขึ้นใหม่ โดยระบบการคัดเลือกนักศึกษาเข้าสู่หลักสูตรต่างๆ ของทางมหาวิทยาลัยที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่กลายเป็นคนตกงาน ว่างงาน หรือตกอยู่ในภาวะไร้ทางเลือกในระดับสูง</p>



<p>&#8220;ผลงานของนักศึกษาหลังจบมหาวิทยาลัยต้องมีความสำคัญในการพิจารณาคุณภาพของทางมหาวิทยาลัยพอๆ กับเกรดของนักศึกษาก่อนเข้ามหาวิทยาลัย&#8221; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาวิทยาลัยอังกฤษ ระบุ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de94a7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/22-แปล-อังกฤษตั้งเป้าปรับเกณฑ์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ในปี 2017 ทางคณะกรรมการบัญชีสาธารณะแนะนำ ปัญหาการจบออกมาแล้วไม่มีงานทำ ทำให้นักศึกษาส่วนใหญ่เริ่มสงสัยว่า ใบปริญญาของตน &#8220;คุ้มกับเงินที่จ่ายไป&#8221; หรือไม่ เพราะค่าธรรมเนียมที่ต้องไปกู้มาทำให้นักเรียนจำนวนมากมีหนี้สินผูกพันในระยะยาว</p>



<p>จอห์น เบลค (John Blake) ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ของเครือสถานศึกษา Ark ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการสำนักงานในการเข้าถึงและมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมของนักเรียนนักศึกษา (The Office For Students of fair access and participation) กล่าวสนับสนุนแนวทางดังกล่าว โดยคาดการณ์ว่า การดำเนินการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มมีผลดำเนินการในช่วงเดือนกันยายนปี 2023 เป็นต้นไป</p>



<p>ปัจจุบัน ภายใต้ข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาวิทยาลัย ทางมหาวิทยาลัยทุกแห่งทั่วประเทศอังกฤษต้องกำหนดโควตาเป้าหมายสำหรับสัดส่วนของการรับสมัครนักศึกษายากจนหรือด้อยโอกาสเข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย โดยเงื่อนไขดังกล่าวเชื่อมโยงกับแผนการเข้าถึงและการเข้าร่วมซึ่งได้รับการอนุมัติจากสำนักงานสำหรับนักเรียน (Office for Students) ทุกๆ 4 ปีเพื่อแลกกับการเปิดทางให้ทางมหาวิทยาลัยสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงสุดที่ 9,250 ปอนด์ต่อปี</p>



<p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาวิทยาลัย โดนีแลนกล่าวว่า เป้าหมายของทางกระทรวงในขณะนี้ก็คือการเรียกร้องให้บรรดามหาวิทยาลัยทำมากกว่าการเพิ่มจำนวนนักศึกษายากจนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ซึ่งหนึ่งในนั้นหมายรวมถึงการตรวจสอบให้แน่ใจว่านักเรียนเหล่านี้เรียนหลักสูตรที่ให้ผลลัพธ์ที่ดี สอดคล้องเหมาะสมกับบริบทแวดล้อมของตัวผู้เรียนอย่างแท้จริง เพราะการจัดการดังกล่าวจะหมายถึงการแก้ปัญหาอัตราการออกจากกลางคัน รวมถึงเปิดทางให้รัฐบาลสามารถให้การสนับสนุนนักเรียนที่ยากจนผ่านมหาวิทยาลัย เพื่อให้สามารถสำเร็จการศึกษาและเข้าสู่ตลาดงานในฐานะแรงงานที่มีทักษะสูงและได้ค่าตอบแทนสูง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b8dbaf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/22-แปล-อังกฤษตั้งเป้าปรับเกณฑ์-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ผลการสำรวจล่าสุดพบว่า ราว 1 ใน 10 ของนักเรียนที่มีพื้นเพที่ยากจนที่สุดประสบปัญหาในการเรียนในมหาวิทยาลัยจนต้องทำเรื่องดร็อปการเรียนตั้งแต่ปีแรกที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย</p>



<p>เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทางกระทรวงระบุว่า ทางมหาวิทยาลัยต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับโรงเรียนและวิทยาลัย เพื่อช่วยให้นักศึกษาได้รับคุณวุฒิที่ดีขึ้นและมีทางเลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดค่ายฤดูร้อน หรือการจัดสรรติวเตอร์ให้กับนักเรียนยากจน ขณะที่ทางมหาวิทยาลัยจะต้องเสนอหลักสูตรเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับทักษะและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เช่น การฝึกงานระดับปริญญา การฝึกอบรมคุณสมบัติทางเทคนิคขั้นสูง และหลักสูตรนอกเวลา เป็นต้น</p>



<p>ด้านดอกเตอร์ทิม แบรดชอว์ (Dr. Tim Bradshaw) ผู้บริหารระดับสูงของ Russell Group ให้คำมั่นว่า ทางมหาวิทยาลัยจะร่วมมือทำงานกับโรงเรียนและวิทยาลัยด้วยการเสนอทางเลือกที่หลากหลายให้กับคนหนุ่มสาว รวมถึงการฝึกงานระดับปริญญา และสนับสนุนนักศึกษาเหล่านี้ผ่านมหาวิทยาลัยจนกระทั่งสำเร็จการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับสัดส่วนของเด็กอายุ 18 ปีในอังกฤษที่เริ่มเห็นความสำคัญของการเรียนในระดับอุดมศึกษา และสมัครเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นทุกปีในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา</p>



<p></p>



<p>ที่มา : <br>• <a href="https://www.bbc.com/news/education-59388411" title="https://www.bbc.com/news/education-59388411">Universities to get good job targets for poor students</a><br>• <a href="https://www.theguardian.com/education/2021/nov/24/uk-universities-told-to-show-ambition-in-graduate-job-targets" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.theguardian.com/education/2021/nov/24/uk-universities-told-to-show-ambition-in-graduate-job-targets">UK universities told to show ambition in graduate job targets</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-uk-universities-told-to-show-ambition-in-graduate-job-targets/">อังกฤษตั้งเป้าปรับเกณฑ์พิจารณาคุณภาพมหาวิทยาลัยใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
