<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Robert Wiley | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/robert-wiley/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 23 Jul 2021 16:55:21 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Robert Wiley | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>จริงไหมการเขียนคือวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยพัฒนาการอ่าน?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-handwriting-learning-reading/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Jul 2021 16:55:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Brenda Rapp]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์]]></category>
		<category><![CDATA[Robert Wiley]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=43745</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์พบว่า การให้เด็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-handwriting-learning-reading/">จริงไหมการเขียนคือวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยพัฒนาการอ่าน?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>งานศึกษาวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์พบว่า การให้เด็กได้เขียนอักษรด้วยลายมือ ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการเรียนรู้การอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ </strong></p>



<p><strong>โดยทีมนักวิจัยระบุว่า การเขียนด้วยมือมีส่วนช่วยให้เด็กจดจำคำศัพท์ วิธีการสะกดคำ การออกเสียง ความหมายของคำ และความเข้าใจในคำศัพท์และรูปประโยคมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเด็กจึงสามารถเรียนรู้ทักษะการอ่านได้รวดเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</strong></p>



<p>แม้ว่าโลกดิจิทัลยุคใหม่จะทำให้การเขียนด้วยมือถูกลดทอนบทบาทลงไปเรื่อยๆ เพราะเด็กนักเรียนส่วนใหญ่หันมาใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีต่างๆ ในการเรียนกันมากขึ้น กระนั้นผลการศึกษาล่าสุดของทีมนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ต่อให้การพิมพ์ผ่านคอมพิวเตอร์จะส่งผลดีต่อการแยกแยะและจดจำลักษณะตัวอักษร แต่การฝึกการเขียนด้วยมือยังคงเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ดีที่สุด และใช้เวลาน้อยกว่าในการทำให้เด็กมีทักษะทางการอ่านที่ช่ำชอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89b792"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/การเขียนช่วยพัฒนาการอ่าน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เบรนดา แรปป์ (Brenda Rapp) ศาสตราจารย์สาขาวิทยาศาสตร์การรู้คิด หรือ cognitive science แห่งมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการตอบโจทย์ความสงสัยของบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและเหล่าครูอาจารย์ว่า ทำไมเด็กๆ จึงควรใช้เวลาในการฝึกเขียนลายมือ เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองแค่ว่า การฝึกคัดลายมือทำให้เด็กมีลายมือที่สวยขึ้น ซึ่งไม่ค่อยมีความจำเป็นมากนักในยุคที่ไม่ค่อยมีใครเขียนกันแล้ว&nbsp;</p>



<p>&#8220;จุดเริ่มต้นที่เป็นคำถามที่แท้จริงสำหรับงานศึกษาวิจัยในครั้งนี้คือ การเขียนด้วยมือยังมีประโยชน์อื่นใดหรือไม่ และการเขียนด้วยมือเป็นประโยชน์ต่อการอ่าน การสะกดคำ และความเข้าใจความหมายของคำหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่เราค้นพบบอกได้ว่า การเขียนลายมือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาทักษะการอ่าน&#8221; เบรนดา แรปป์ กล่าว&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ศาสตราจารย์แรปป์และผู้ร่วมดำเนินการศึกษา โรเบิร์ต ไวลีย์ (Robert Wiley) อดีตนักศึกษาปริญญาเอกของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ และปัจจุบัน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา&nbsp; อธิบายว่า ได้ดำเนินการศึกษา โดยเปิดผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 42 คน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่เขียน กลุ่มที่พิมพ์ และกลุ่มที่ดูภาพวิดีโอ (writers, typers และ video watchers) และผู้เรียนทั้งหมดจะได้รับการสอนในวิชาภาษาอารบิก</p>



<p>ในการทดลอง ผู้เรียนทุกคนจะเรียนรู้ตัวอักษรทีละตัว โดยดูวิดีโอที่สาธิตการเขียน พร้อมกับได้ยินคำอ่านออกเสียงของตัวอักษรตัวดังกล่าว ซึ่งหลังจากได้รู้จักตัวอักษรแต่ละตัวแล้ว ผู้เรียนทั้ง 3 กลุ่มจะต้องทำการทดสอบสิ่งที่พวกตนเพิ่งได้เห็นและได้ยินในรูปแบบต่าง ๆ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d546cf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/การเขียนช่วยพัฒนาการอ่าน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>สำหรับกลุ่มวิดีโอ เมื่อมองเห็นตัวอักษรบนหน้าจอ ต้องตอบว่าเป็นตัวอักษรที่พวกตนเพิ่งเห็นหรือไม่ ขณะที่กลุ่มพิมพ์ดีดต้องไปหาตัวอักษรบนคีย์บอร์ด ส่วนผู้เขียนต้องคัดลอกตัวอักษรด้วยปากกาและกระดาษ</p>



<p>หลังจากปล่อยให้ผู้เรียนทั้งหมดได้เรียนไป 6 คาบเรียน ในตอนท้ายสุดของการศึกษาวิจัย ปรากฏว่า ผู้เรียนทุกคนในทุกกลุ่มสามารถจำตัวอักษร และทำผิดเล็กน้อยเมื่อทำแบบทดสอบ แต่อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มที่เขียนกลับพบว่ามีความเชี่ยวชาญที่มากกว่าและเร็วกว่าสองกลุ่มที่เหลือ&nbsp;</p>



<p>ขั้นต่อไป นักวิจัยต้องการตรวจสอบว่า กลุ่มสามารถสรุปความรู้ใหม่นี้ได้ในระดับใด หรือพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ แม้ผู้เรียนทั้งหมดสามารถจำตัวอักษรได้ แต่จะมีใครที่สามารถใช้งานอักษรเหล่านี้ได้จริงๆ โดยการเขียน หรือนำอักษรเหล่านี้มาผสมสะกดเป็นคำใหม่ และสามารถอ่านคำจากอักษรเหล่านี้ได้หรือไม่</p>



<p>งานวิจัยพบว่า กลุ่มที่เรียนด้วยการเขียนมีผลการเรียนที่ดีกว่า และแม่นยำถูกต้องมากกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่นๆ&nbsp;</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>The writing group was better—decisively—in all of those things.<br>“บทเรียนหลักที่ได้จากงานวิจัยครั้งนี้คือ แม้ว่าผู้เรียนทุกคนจะจำตัวอักษรได้ดี แต่การฝึกเขียนนั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับทุกวิธีการที่ใช้ และที่สำคัญ การเขียนยังใช้ระยะเวลาไม่นานในการทำให้ผู้เรียนสามารถจดจำตัวอักษรได้ดี ” ไวลีย์กล่าว</p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-db4bd1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/การเขียนช่วยพัฒนาการอ่าน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>รายงานระบุว่า กลุ่มการเขียนเรียนจบพร้อมด้วยทักษะที่จำเป็นสำหรับการอ่านและการสะกดคำเทียบเท่าระดับผู้ใหญ่ผู้เชี่ยวชาญ (expert adult-level) โดยไวลีย์และแรปป์อธิบายว่า เป็นเพราะการเขียนด้วยลายมือ เสริมบทเรียนด้วยภาพและการฟัง เป็นข้อได้เปรียบ เนื่องจากการเขียนทำให้เกิดประสบการณ์ตรงต่อกระบวนการการรับรู้ต่อตัวอักษรแบบเป็นหนึ่งเดียว (รูปร่าง เสียง และแผนการเคลื่อนไหว) ทำให้ผู้เรียนที่ยังใช้การเขียนลายมือไปด้วย สามารถจดจำความรู้ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ถือเป็นการเรียนรู้ที่แท้จริง</p>



<p>&#8220;ด้วยวิธีการเขียน คุณจะได้ภาพที่ชัดเจนขึ้นในความคิดของคุณ ซึ่งช่วยเสริมให้คุณทำงานประเภทอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเขียนได้มีประสิทธิภาพในทางใดทางหนึ่ง&#8221; ไวลีย์กล่าว&nbsp;</p>



<p>อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผู้เข้าร่วมการศึกษาจะอยู่ในวัยผู้ใหญ่ แต่ไวลีย์และแรปป์ คาดหวังที่จะได้เห็นผลลัพธ์แบบเดียวกันในกลุ่มนักเรียน ขณะเดียวกัน ผลการวิจัยยังย้ำนัยสำคัญที่ว่า ในห้องเรียนที่ยังคงใช้ดินสอและสมุดบันทึกในการเรียน ควบคู่ไปกับแท็บเล็ตและแล็ปท็อปที่ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สามารถทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ที่การสอนการเขียนด้วยการสะกดและจดตามแทบจะหายสาบสูญไปแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6a1ef6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/การเขียนช่วยพัฒนาการอ่าน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ใหญ่ที่พยายามเรียนภาษาด้วยตัวอักษรที่แตกต่างกัน ควรเสริมสิ่งที่พวกตนเรียนรู้ผ่านแอปหรือเทปควบคู่ไปกับการเรียนด้วยเอกสารแบบเดิมๆ ด้วย โดยไวลีย์ กล่าวว่า อย่างน้อยตนต้องแน่ใจว่าบรรดาเด็กๆ รุ่นใหม่ในแวดวงที่รู้จัก ยังคงมีเครื่องเขียนติดตัวไว้สำหรับการเรียน&nbsp;</p>



<p>&#8220;ผมมีหลานสาว 3 คน และหลานชายอีก 1 คน ซึ่งตอนนี้ญาติพี่น้องมักถามว่า ควรซื้อดินสอสีและปากกาให้พวกเด็ก ๆ ไหม ผมตอบว่าควร รวมถึงปล่อยให้เด็ก ๆ ได้เล่นกับตัวอักษร เริ่มเขียน และเขียนตลอดเวลา ผมยังซื้อสีมาให้เด็ก ๆ เป็นของขวัญสำหรับคริสต์มาส และชักชวนพวกเขาให้มาเขียนตัวอักษรกันเถอะ”</p>



<p></p>



<p>ที่มา : <a href="https://www.futurity.org/handwriting-learning-reading-2594172-2/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.futurity.org/handwriting-learning-reading-2594172-2/">WRITING LETTERS BY HAND IS THE BEST WAY TO LEARN TO READ</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-handwriting-learning-reading/">จริงไหมการเขียนคือวิธีที่ดีที่สุดที่ช่วยพัฒนาการอ่าน?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
