<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>RIECE | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/riece/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Jul 2020 04:46:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>RIECE | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปลี่ยนความเหลื่อมล้ำให้เสมอภาคได้อย่างไร ถอดความคิดนักเศรษฐศาสตร์เพื่อการพัฒนาชั้นนำของโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/3325-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2020 04:46:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[RIECE]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Eric Hanushek]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[Harry A. Patrnios]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18293</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.วีระชาติ กิเลนทอง คณบดีคณะการศึกษาปฐมวัยและผู้อำนวยก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3325-2/">เปลี่ยนความเหลื่อมล้ำให้เสมอภาคได้อย่างไร ถอดความคิดนักเศรษฐศาสตร์เพื่อการพัฒนาชั้นนำของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วีระชาติ กิเลนทอง คณบดีคณะการศึกษาปฐมวัยและผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการประเมินและการออกแบบนโยบายมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า การลงทุนกับเด็กด้อยโอกาสจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมที่จะต้องช่วยกัน ยิ่งเราลงทุนเร็วขึ้นเท่าไหร่ผลตอบรับที่เกิดขึ้นก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น หากเราลงทุนใน</span><span style="font-weight: 400;">เด็กตอนยังเล็กๆ</span><span style="font-weight: 400;"> ผลตอบแทนก็จะยิ่งสูงขึ้น ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายจึงควรพิจารณาในการกำหนดงบประมาณด้านการศึกษาโดยใช้แนวคิดดังกล่าวนี้ไปพัฒนานโยบายด้านการศึกษา  </span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-18295" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเราได้จัดทำฐานข้อมูลความพร้อมของโรงเรียนในระดับจังหวัด เพื่อวัดความพร้อมของเด็กนักเรียนอนุบาลในรูปแบบของการสอบ PISA </span><span style="font-weight: 400;">โดย</span><span style="font-weight: 400;">เราต้องการจะรู้ว่าความต้องการของเด็กและปัญหาที่เขา</span><span style="font-weight: 400;">ต้อง</span><span style="font-weight: 400;">เจอในการเรียนคืออะไร ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมากเพราะจากการทดสอบพบว่ามีเด็กมากกว่า 20% ในหลายจังหวัดไม่สามารถบอกได้ว่าสัญลักษณ์ตัวเลขที่เขากำลังทดสอบคือเลขอะไร  นอกจากนี้เด็กหลายคน</span><span style="font-weight: 400;">ยัง</span><span style="font-weight: 400;">มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์ และกว่า 30% ของเด็ก มีความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ต่ำกว่าเกณฑ์อีกด้วย ที่สำคัญเด็กในทุกจังหวัดที่เราได้ทำการสำรวจมีช่วงความจำต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งการศึกษาชิ้นนี้บ่งบอกว่าเด็กไทยในชั้นอนุบาลมีทักษะต่ำทั้งในทางคณิตศาสตร์ การอ่านออกเขียนได้ และความจำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังพบอีกว่า เด็กที่มีโอกาสทางการศึกษาน้อย หรือ มีฐานะยากจนจะมีความพร้อมเข้าโรงเรียนน้อยกว่าเด็กกลุ่มอื่น  ซึ่งการแก้ปัญหาดังกล่าว ต้องหาวิธีที่จะพัฒนานโยบายการศึกษาที่คุ้มค่าเพื่อช่วยเหลือพวกเขา ทั้งนี้ความยากจนไม่ได้เป็นต้นกำเนิดของ ปัญหาโดยตรง แต่นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้มีผลกระทบต่อการศึกษาแทน เช่น ขาดสารอาหาร การลงทุนต่ำในด้านการศึกษาของครอบครัว ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ ทำให้การจะพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพ เราจะต้องค้นหาว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไรก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ กสศ.ยังได้จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมการศึกษาเด็กเล็กในชนบทของประเทศไทย ภายใต้โครงการ “RIECE” ซึ่งเราส่งเสริมให้ครูในศูนย์เด็กเล็ก 50 ศูนย์ทดลองใช้หลักสูตรที่พัฒนาจากหลักสูตร HighScope ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างมากทั่วโลกทำให้เราพบว่าเด็กที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตรดังกล่าวทำคะแนนได้สูงกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งผลการศึกษาชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า การให้การศึกษาเด็กเล็กอย่างมีคุณภาพ ถึงจะเป็นในศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ชนบทก็ตาม ก็จะสามารถช่วยพวกเขาได้</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18296" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ Eric Hanushek นักเศรษฐศาสตร์ทางการศึกษาชั้นนำของอเมริกาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นไม่ได้หากทุกคนยังไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งจากสถิติข้อมูลในปี 1960-2000 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบคะแนนสอบ PISA ของเด็กและตัวเลข GDP ของประเทศ พบว่า คุณภาพของแรงงานจะเป็นตัวกำหนดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หากแรงงานมีคุณภาพมากเท่าไหร่เศรษฐกิจของประเทศก็จะดีมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นหากเราต้องการจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติทั้ง 17 ข้อ ต้องเริ่มต้นจากความคิดว่า เราจะพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้นได้อย่างไร ซึ่งการพัฒนาการศึกษาในอดีตมุ่งไปที่การให้คนเข้าไปเรียนในโรงเรียนให้มากที่สุดและนานที่สุดเพราะวัดผลได้ง่ายกว่า โดยนับว่าคนเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนเป็นเวลากี่ปี โดยไม่ได้</span><span style="font-weight: 400;">พิจารณา</span><span style="font-weight: 400;">ว่าระหว่างที่เด็กเรียนหนังสือในโรงเรียนนั้นการเรียนการสอนมีคุณภาพดีพอหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก</span><span style="font-weight: 400;">นี้</span><span style="font-weight: 400;"> เราพบว่ามีเด็กประมาณ 20% ในประเทศไทยที่เรียนไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ กว่า 43% ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐาน  </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา มีผลกระทบอย่างมากกับเด็กด้อยโอกาส เพราะเด็กกลุ่มนี้ครอบครัวสนับสนุนได้น้อยกว่าและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี  มีเด็กๆ อีกหลายคนที่ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ทางไกลได้ รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงครูที่มีคุณภาพที่ดีก็ยังมีน้อยกว่าเด็กในกลุ่มอื่นๆ </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18297" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเราต้องทำให้มากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยลง ซึ่งวิกฤตครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลมีความสามารถในการระดมทุนได้น้อยลงและจะมีวิกฤตการเงินที่จะกระทบโรงเรียนด้วย เพื่อที่จะกลับไปในจุดที่เราอยู่ก่อนหน้าวิ</span><span style="font-weight: 400;">กฤต COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> เราจะต้องทำให้ดีกว่านี้ </span><span style="font-weight: 400;">ถ้าเรา</span><span style="font-weight: 400;">เพียงแค่จะกลับไปให้เหมือนเดิม เด็กยุคนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปตลอดชีวิต </span><span style="font-weight: 400;">และการ</span><span style="font-weight: 400;">กลับไปให้เหมือน 4 เดือนที่แล้ว โดยไม่ทำอะไรเพิ่มเติมกับโรงเรียน</span><span style="font-weight: 400;">  </span><span style="font-weight: 400;">เด็กยุคนี้ก็จะมีช่องว่างในการเรียนรู้ และจะมีรายได้ลดลง 3-6</span><span style="font-weight: 400;">%</span><span style="font-weight: 400;"> ตลอดชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในตอนนี้เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมเมื่อ 4 เดือนที่แล้วได้หรือไม่ เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว สำหรับผมเราจะต้องทำให้ดีขึ้นโดยจะต้องช่วยให้เด็กที่มีความต้องการมากที่สุดเข้าถึงครูที่มีคุณภาพสูงขึ้น พร้อมกับการจัดสรรครูที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้เด็กเข้าถึงครูที่เก่ง ถ้าเราไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้นอกจากเราจะไม่สามารถกลับไปสู่สภาพก่อนหน้านี้ได้แล้ว เรายังจะไม่สามารถลดช่องว่างที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 ได้ด้วย </span><span style="font-weight: 400;"><strong>การพัฒนาจะนำไปสู่การเติบโต และการเติบโตจะนำไปสู่ทักษะ ถ้าเราไม่พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนก็จะไม่มีการเติบโต ดังนั้น คุณค่าของการพัฒนาโรงเรียนจึงสำคัญมาก ซึ่งเด็กที่ขาดโอกาสเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการศึกษาที่มีคุณภาพต่ำ และผลจากวิกฤต COVID-19 ดังนั้นเราจึงต้องทำให้ดีขึ้น</strong>” คุณ Eric Hanushek  ระบุ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18298" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ Harry A. Patrnios หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ผู้ดูแลนโยบายการศึกษาของธนาคารโลก มองว่าภายหลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้สร้างผลกระทบให้เกิด</span><span style="font-weight: 400;">ขึ้น</span><span style="font-weight: 400;">กับเด็กๆ ไม่ใช่ด้านการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่กระทบถึงความสามารถในการหารายได้ด้วย โดยเราได้สำรวจจากประเทศสหรัฐอเมริกาว่าในช่วงที่โรงเรียนปิด 4 เดือนนั้นทำให้เด็กๆ หารายได้น้อยลง 1,337 เหรียญต่อปีต่อคน ซึ่งตีเป็นมูลค่ากว่า 33,464 เหรียญตลอดชีวิตเด็ก 1 คน ซึ่งจำนวนของนักเรียนทั่วสหรัฐอเมริกาที่มีมากถึง 76 ล้านคน เท่ากับรายได้ของเด็กๆ จะหายไป 2.5 ล้านล้านเหรียญ ดังนั้นหากเราไม่มีมีมาตรการอะไรออกมาช่วยให้พวกเขาสามารถเรียนหนังสือได้ก็จะมีผลกระทบมากขึ้นไปอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ผลกระทบกับเด็กๆ ทั่วโลกในช่วงของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ต้องหยุดเรียน ซึ่งเรามีการประเมินว่าหาก</span><span style="font-weight: 400;">พวกเขาต้องหยุดเรียนประมาณ 1 ปี จะส่งผลกระทบกับคะแนน </span><span style="font-weight: 400;">PISA</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการประเมินความสามารถเรียนรู้ของเด็กๆ ทั่วโลก </span><span style="font-weight: 400;">ที่ลดลงอย่างมากจาก 440 เหลือ 413 และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจะมีเด็กถึง 53 % ที่จะอ่านหนังสือไม่ออก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นจากวิกฤตครั้งนี้ คือ กลุ่ม</span><span style="font-weight: 400;">คนที่มี</span><span style="font-weight: 400;">การศึกษาตั้งแต่ระดับ ม.ปลายลงมาจะว่างงานเพิ่มขึ้นมากซึ่งจะทำให้ค่าจ้างของคนกลุ่มนี้ลดลงมากตามไปด้วย และทำให้พวกเขาต้องกลับไปเรียนหนังสือเพิ่มขึ้น ขณะที่คนได้รับการศึกษาสูงกว่าจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวิกฤต ซึ่งเราเห็นรูปแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้วในประเทศ</span><span style="font-weight: 400;">เวเนซุเอลา</span> <span style="font-weight: 400;">อาร์เจนตินา </span><span style="font-weight: 400;">และไทยในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและสังคม และเชื่อว่ารูปแบบดังกล่าวจะเกิดขึ้นอีกในช่วงวิกฤต COVID-19 </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3325-2/">เปลี่ยนความเหลื่อมล้ำให้เสมอภาคได้อย่างไร ถอดความคิดนักเศรษฐศาสตร์เพื่อการพัฒนาชั้นนำของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
