<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>RE-LEARN | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/re-learn/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 16 Apr 2026 11:40:23 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>RE-LEARN | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สร้างนิเวศแห่งความหวัง ผ่านการ RE-LEARN รื้อความเข้าใจ ทลายกำแพงอคติ ‘เด็กนอกระบบ’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-160426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Apr 2026 11:40:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[RE-LEARN]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101308</guid>

					<description><![CDATA[<p>เด็กจะต้องอยู่ในระบบศึกษา อ่านตำรา เข้าสอบ ศึกษาต่อชั้น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160426/">สร้างนิเวศแห่งความหวัง ผ่านการ RE-LEARN รื้อความเข้าใจ ทลายกำแพงอคติ ‘เด็กนอกระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กจะต้องอยู่ในระบบศึกษา อ่านตำรา เข้าสอบ ศึกษาต่อชั้นปริญญาตรี เมื่อจบก็เข้าทำงาน เปรียบดั่งกีฬาวิ่งที่ต้องเริ่มจากจุดปล่อยตัว วิ่งไปตามลู่ในระยะที่สนามจำกัดไว้ห้ามเกินเส้นชอล์ก แล้วรอถึงช่วงเวลาที่จะถึงเส้นชัย&nbsp;</p>



<p>หากเด็ก หรือเยาวชนคนไหนก้าวเท้าออกจากลู่วิ่ง ที่เรียกว่า ‘ระบบการศึกษา’ จะถูกปรับว่าผิดกติกา และกลายเป็น ‘ผู้แพ้’ ไปโดยปริยาย นี่เป็นเหตุผลสำคัญในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ <strong>‘RE-LIFE • RE-LEARN • RE-FRAME เพราะเสียงที่ถูกลืม คือพลังในอนาคต’</strong> ซึ่งจัดขึ้นโดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เมื่อ 26–29 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา เราได้เจอกับนักวิ่งนอกสนามกว่า 60 คน ซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน และคนทำงานเป็นเหล่าโค้ชจาก‘หน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่’ (Area-based Education : ABE) ทั่วประเทศมารวมตัวกันเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลของคนทำงานภาคสนาม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58.jpeg" alt="" class="wp-image-101310" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-58-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมก็อยากให้เข้าใจพวกผมใหม่นะ บางทีสิ่งที่เขาคิดกันก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบที่คิดก็ได้” ‘แทม’ เยาวชนวัย 23 ปี เดินทางมาจากเชียงใหม่ พร้อมกับเพื่อนๆ ในหน่วยการเรียนรู้ ‘ฅนวัยใส’&nbsp;</p>



<p>แทมบอกว่าตัวเองคือกลุ่มพ่อแม่วัยรุ่นที่อยากสื่อสารว่า เมื่อตอนเกิดปัญหา ‘ท้องในวัยเรียน’ แล้วแจ้งกับคนรอบตัว สิ่งแรกคือ ไม่อยากให้ผู้ใหญ่รุมว่าเขา แต่อยากขอให้แสดงความเห็นใจกันบ้าง&nbsp;</p>



<p>“ตอนนั้น ม.3 แฟนท้อง จำได้ว่าโดนพูดไม่ดีใส่จากหลายๆ คน บางคนก็บอกว่า ‘ไม่รอดหรอก’ บางคนก็บอกว่า ‘เดี๋ยวก็เลิกกัน วัยรุ่นไม่คิดอะไร’ ความเป็นจริงคือ เราเครียดมาก่อนแล้ว แล้วคุยกันแล้วว่าจะยังไงดี ความรู้สึกแรกคืออยากให้ผู้ใหญ่ฟังเราบ้าง”</p>



<p>คาร์ฟูล คือนักเรียนชั้นม.5 ในหน่วยการเรียนรู้กลุ่ม CYC.&amp;The Gang (ซีวายซีแอนด์เดอะแก๊ง) ที่เดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งคาร์ฟูลยังคงเรียนอยู่ แต่ความตั้งใจที่มางานนี้เพื่อต่อยอดความรู้นำไปปรับใช้กับเพื่อนๆ นอกระบบคนอื่นที่ไม่ได้มา</p>



<p>“เพื่อนผมมีคนที่ไม่ได้เรียน บางคนติดน้ำท่อม บางคนแว้นรถ แต่ก็ยังทำกิจกรรมด้วยกันได้ปกติ เวลามีแข่งบอลเขาก็มา ตอนแรกที่บอกแม่ว่าคบเพื่อนกลุ่มนี้ แม่ด่าเหมือนกันว่า ‘ไปคบทำไมเด็กไม่ดี’ แต่สำหรับผมเขาก็เป็นคนดีนะ ไม่ได้แย่อะไร”</p>



<p>‘เดี๋ยวก็ไปไม่รอด’ ‘เดี๋ยวก็เลิกกัน’ ‘เด็กโตมายังไงก็ไม่มีคุณภาพ’ ‘ไม่ได้รักลูกจริง’ ที่เกิดขึ้นกับแทม และพ่อแม่วัยรุ่นหลายๆ คน หรือ ‘ไปคบทำไมเด็กไม่ดี’ ที่คาร์ฟูล เล่าให้ฟัง คือ <strong>‘อคติ’</strong> ซึ่งสิ่งที่เรียกว่าอคตินี้ ฝังรากลึกทำงานกับ <strong>‘เด็กนอกระบบ’</strong> มาอย่างยาวนาน ส่งผลสู่การเลือกปฏิบัติ และกดทับเด็กให้จมอยู่กับที่โดยที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ศักยภาพของตนเอง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57.jpeg" alt="" class="wp-image-101309" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-57-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อคติเด็กนอกระบบ มีอยู่จริง จากอะไร?</strong></h3>



<p>นเรศ สงเคราะห์สุข หรืออาจารย์ต๋อม หัวหน้าโครงการหนุนเสริมทางวิชาการ สังเคราะห์จัดการความรู้และพัฒนาเครือข่ายหน่วยจัดการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา กสศ. โยนคำถามสู่คณะทำงานเด็กนอกระบบ ในเซกชันหนึ่งของงานประชุมเชิงปฏิบัติการว่า “อคติมีจริงไหม และแข็งแรงจากอะไร”&nbsp;</p>



<p>คนทำงานจากหลายๆ หน่วยการเรียนรู้ยอมรับความจริงที่ว่าอคติเด็กนอกระบบในสังคมไม่ได้ลดน้อยลง แต่กลับทวีความรุนแรงขึ้นผ่าน ‘มายาคติ’ ที่ถูกทำให้กลายเป็นเรื่องธรรมชาติ&nbsp;</p>



<p>“ปฏิบัติการของอคติทำงานในระดับที่ร้ายแรงกว่าแค่มองคนต่างออกไป แต่มันคือการพยายามลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้ไม่เท่ากันหรือเปล่า” ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง ครูประจำโรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่งและผู้ก่อตั้งห้องเรียนสี่ตารางวา หรือศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม จ.อุตรดิตถ์ กล่าว&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ ความน่าสนใจของอคติในไทยคือ ‘มิติของชนชั้น’&nbsp;</p>



<p>“นิยามการเป็นเด็กรอบระบบการศึกษามันไม่ได้ถูกพูดถึงลูกหลานคนรวยในแบบเดียวกับที่ลูกหลานคนชนชั้นล่างต้องเจอ เพราะมันมีมิติของชนชั้นในเรื่องของอคติด้วย มีมิติของเรื่องเพศ และปัจจัยของกลุ่มชาติพันธุ์เข้ามาเกี่ยวข้อง”</p>



<p>ครูติ๊กอธิบายว่าเราจะไม่เห็นอคติทางการศึกษาทำงานกับลูกหลานคนรวยที่ลาออกมาเรียน Home School หรือไปศึกษาต่อต่างประเทศในแบบเดียวกับที่เด็กชนชั้นล่างต้องเผชิญ เมื่อเด็กจากครอบครัวเปราะบางก้าวออกจากระบบการศึกษา พวกเขาจะถูกนิยามทันทีว่าเป็น ‘เด็กนอกระบบ’ ที่เชื่อมโยงกับปัญหาสังคม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="813" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59.jpeg" alt="" class="wp-image-101311" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59-300x203.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-59-768x520.jpeg 768w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">ครูติ๊ก-ชัชวาลย์ บุตรทอง</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เวลาคนพูดถึงเด็กนอกระบบ เขาไม่ได้มองว่าทำไมถึงนอกระบบ แต่เขาเห็นแค่ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความนอกระบบ” อ.ต๋อม กล่าว&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ อคติยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองและเศรษฐกิจ เพื่อกีดกันคนส่วนใหญ่ให้ห่างไกลจากทรัพยากรและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะกลุ่มคนชายขอบและเด็กนอกระบบที่มักถูกตีตราว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาเพียงเพราะพวกเขาไม่เดินตามเส้นทางที่รัฐขีดไว้ </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>RE-LEARN : รื้อถอนมาตรฐานความสำเร็จที่มีเพียง ‘คำตอบเดียว’</strong></h3>



<p>&#8220;คนที่ไม่ไปถึงเกณฑ์ที่สังคมต้องการ หรือชนชั้นนำของสังคมต้องการเนี่ย จะกลายเป็นคนไม่มีตัวตน และเมื่อเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นในสังคม คนกลุ่มนี้จะกลายเป็นคนที่ต้องเข้ามาเป็นสาเหตุของปัญหาเสมอ&#8221;&nbsp;</p>



<p>เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในสังคม เช่น ปัญหาการรวมกลุ่มของวัยรุ่นหรือปัญหายาเสพติด เด็กนอกระบบกลุ่มนี้จะกลายเป็น ‘จำเลยสังคม’ และถูกตีตราว่าเป็นสาเหตุของปัญหาเสมอ อคตินี้ทำหน้าที่กีดกันพวกเขาออกจากทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและการเข้าถึงโอกาสทางสังคมที่ดีกว่าเดิม&nbsp;</p>



<p>อ.ต๋อม อธิบายว่าเมื่อเด็กๆ ขาดทั้งโอกาสและพื้นที่ที่พร้อมจะเข้าใจ สังคมจึงหยิบ ‘ความรุนแรง’ มาใช้แก้ปัญหาแบบฉาบฉวย ซึ่งในทางปฏิบัติ นอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว ความรุงแรงกลับทำลายอนาคตของเด็กในระยะยาว จนหลายคนหลุดเข้าไปอยู่ในวงจร ‘ยาเสพติด’ หรือต้องกลายเป็น ‘พ่อแม่วัยรุ่น’ โดยไม่มีระบบประคองให้พวกเขาเติบโตได้อย่างแข็งแรง ขณะที่อีกไม่น้อยต้องถูกผลักให้กลายเป็น ‘แรงงานเด็ก’ รับภาระหนักเกินวัยจนส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60.jpeg" alt="" class="wp-image-101312" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-60-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาจารย์ต๋อม-นเรศ สงเคราะห์สุข</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>อคติเหล่านี้ดำรงอยู่ได้ด้วยการ ‘ผลิตซ้ำ’ ชุดความเชื่อจากชนชั้นนำที่ครอบงำสังคมมาอย่างยาวนาน โรงเรียนและแผนพัฒนาของรัฐยุคหนึ่งทำให้เราเชื่อว่า คนที่สังคมต้องการคือคนที่จบปริญญาตรีหรือการศึกษาภาคบังคับตามเกณฑ์เท่านั้น ใครที่ขัดขวางหรือทำไม่ได้ตามแผนนี้ จะถูกมองว่าเป็นผู้ขัดขวางการเจริญเติบโตของประเทศ&nbsp;</p>



<p>โจทย์ที่หน่วยการเรียนรู้เห็นตรงกันคือ ปัญหาของเด็กและเยาวชนนอกระบบไม่ได้เกิดขึ้นแบบแยกส่วน แต่กลับร้อยรัดและส่งผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ โดยมีชนวนเหตุสำคัญคือ ‘อคติ’ และวิธีคิดแบบขาวดำของคนในสังคมที่คอยตีตรา ตัดสิน และสร้างกำแพงสูงจนเด็กกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงโอกาส ‘การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิต’ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาโหยหามากกว่าการศึกษาในกรอบแบบเดิม ๆ</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สร้างนิเวศแห่งความหวังที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong></h3>



<p>ภาพในอนาคต ที่การประชุมปฏิบัติครั้งนี้อยากให้เกิดขึ้นคือ การรื้อถอนอคติไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง แต่ต้องทำผ่านการเปลี่ยน ‘นิเวศการเรียนรู้’ ทั้งหมด</p>



<p>“ความสำเร็จมันควรมีเส้นทางที่มากมาย และทุกคนต้องยอมรับว่ามันเป็นเส้นทางไปสู่ความสำเร็จได้ด้วย” ครูติ๊กกล่าว&nbsp;</p>



<p>เสาหลักสำคัญของกระบวนการนี้ อาจจะเริ่มต้นจากการปรับ Mindset ของทุกภาคส่วน รวมถึงคนทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กนอกระบบโดยตรงด้วยเช่นกัน อย่างการที่ผู้ทำงานด้านการศึกษาต้องมองหาการเรียนรู้รูปแบบใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่การศึกษาในระบบแบบเดิม เพื่อคลี่คลายปัญหาอคติ</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="766" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-766x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101313" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-766x1024.jpeg 766w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-768x1027.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61-1148x1536.jpeg 1148w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-61.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 766px) 100vw, 766px" /></figure>



<p></p>



<p>“ไม่ใช่แค่เด็กที่ต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง แต่ครอบครัว ชุมชน และคนทำงานด้านการศึกษาต้องยอมรับว่าความสำเร็จมีหลายเส้นทาง” ครูติ๊กกล่าว&nbsp;</p>



<p>อ.ต๋อม บอกว่า ส่วนนี้เป็นส่วนที่ยากที่สุด แต่ครูติ๊กบอกว่ากระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ เมื่อเปรียบเทียบกับอดีตที่ระบบการศึกษารุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่หากจบแค่ ป.2 ก็ไม่ได้ถูกด้อยค่าเท่ากับเด็กที่จบแค่ ม.3 ในปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ซึ่งสิ่งนี้อาจจะใช้บทบาทของสื่อและเครือข่ายทางความคิดเข้ามาประกอบด้วย ภาคีที่ทำงานด้านสื่อเสนอว่าสื่อต้องหยุดผลิตซ้ำอคติที่ตอกย้ำภาพลักษณ์ด้านลบ และช่วยสร้างการรับรู้ใหม่ที่มองเห็นศักยภาพที่หลากหลายของเด็กนอกระบบ&nbsp;</p>



<p>รวมถึงการสร้างเส้นทางที่หลากหลาย อ.ต๋อม กล่าวว่า อนาคตของเด็กนอกระบบต้องมีเส้นทางที่เปิดกว้างมากกว่าปัจจุบัน การศึกษาไม่ใช่แค่การนั่งในห้องเรียน แต่คือการพัฒนาทักษะเพื่อรองรับอนาคตที่พวกเขาต้องการจะเป็นจริงๆ&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="766" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-766x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101314" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-766x1024.jpeg 766w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-224x300.jpeg 224w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-768x1027.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62-1148x1536.jpeg 1148w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-62.jpeg 1200w" sizes="(max-width: 766px) 100vw, 766px" /></figure>



<p></p>



<p>สุดท้ายแล้วสิ่งที่สามารถทำได้เลย สำหรับกระบวนการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของเด็กนอกระบบคือการแก้ปัญหาที่สาเหตุ และสร้างทักษะการเอาตัวรอดให้กับเด็กในแต่ละพื้นที่ เพราะปัญหาของเด็กในแต่ละพื้นที่มีบริบท และมิติสังคมที่แตกต่างกัน เด็กในเชียงรายอาจต่างจากเด็กในกรุงเทพฯ&nbsp;</p>



<p>&nbsp;&#8220;การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือถ้าเราเรียนรู้ว่าเราถูกกดทับ เราไม่สามารถจะไปบังคับให้สังคมทุกคนเหมือนกันทำตามสิ่งที่เราต้องการได้ แต่ว่าเราจะสร้างมาตรฐานให้เราเอาตัวรอดได้&#8221; ครูติ๊กทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอ&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-160426/">สร้างนิเวศแห่งความหวัง ผ่านการ RE-LEARN รื้อความเข้าใจ ทลายกำแพงอคติ ‘เด็กนอกระบบ’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
