<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Q-info | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/q-info/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 30 Apr 2026 08:55:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Q-info | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เปิดเทอม 69 “ลดภาระครูจากกองเอกสาร”: กสศ. สนับสนุนระบบ Q-Info 5 เขตพื้นที่นำร่อง–โรงเรียน TSQM เพิ่มเวลาโฟกัสการสอน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-300426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 30 Apr 2026 08:45:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ลดภาระครู]]></category>
		<category><![CDATA[TSQM]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101598</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองเอกสารที่เคยวางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะครู ตั้งแต่สมุดเช็กช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-300426/">เปิดเทอม 69 “ลดภาระครูจากกองเอกสาร”: กสศ. สนับสนุนระบบ Q-Info 5 เขตพื้นที่นำร่อง–โรงเรียน TSQM เพิ่มเวลาโฟกัสการสอน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองเอกสารที่เคยวางซ้อนกันอยู่บนโต๊ะครู ตั้งแต่สมุดเช็กชื่อ บันทึกพฤติกรรม ไปจนถึงแบบประเมินผลต่าง ๆ กำลังค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วย “หน้าจอเดียว” ที่รวมข้อมูลทุกอย่างไว้พร้อมใช้งาน</p>



<p>เปิดเทอมปีการศึกษา 2569 นี้ ครูในหลายพื้นที่เริ่มต้นปีการศึกษาใหม่ด้วยภาระงานที่ “เบาลง” แต่การมองเห็นผู้เรียนกลับ “ชัดขึ้น” จากการนำ<strong>ระบบสารสนเทศ Q-Info</strong> เข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญในการทำงาน</p>



<p>เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 สำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จัดอบรมพัฒนาศักยภาพครูพี่เลี้ยง เพื่อใช้ประโยชน์จากระบบ Q-Info ภายใต้โครงการส่งเสริมการใช้สารสนเทศคุณภาพสำหรับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษา โดยมีครูพี่เลี้ยงจาก 5 เขตพื้นที่นำร่อง ได้แก่ สพป.กาญจนบุรี ระนอง ภูเก็ต เชียงใหม่ และสุรินทร์ รวมถึงครูในโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง TSQM (Teacher and School Quality Movement) เข้าร่วมผ่านระบบออนไลน์กว่า 200 คน เพื่อเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและทดลองบันทึกข้อมูลจริง</p>



<p>การอบรมครั้งนี้มุ่งย้ำบทบาทของ Q-Info ในการ “คืนเวลาให้ครู” จากงานเอกสารและการจัดการข้อมูลที่ซ้ำซ้อน โดยระบบสามารถรวบรวมข้อมูลสำคัญของผู้เรียนไว้ในที่เดียว ทั้งผลการเรียน การมาเรียน และพฤติกรรม พร้อมประมวลผลและแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ครูวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1400" height="932" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-1400x932.jpg" alt="" class="wp-image-101617" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-1400x932.jpg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-1536x1022.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-2048x1363.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/01-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>หัวใจของ Q-Info คือการใช้ข้อมูลเพื่อออกแบบการเรียนรู้ที่ตรงจุด (Data-Driven Lesson Planning) จากเดิมที่ครูต้องใช้เวลาไล่ดูข้อมูลจากหลายแหล่ง วันนี้ระบบสามารถแสดง “ภาพรวมของนักเรียนแต่ละคน” ได้ทันที ทำให้ครูมองเห็นแนวโน้มความเสี่ยง เช่น การขาดเรียน ผลการเรียนที่ลดลง หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง และเข้าไปช่วยเหลือได้ก่อนปัญหาจะสะสม ขณะที่การสอนก็ปรับจาก “รูปแบบเดียวทั้งห้อง” ไปสู่ “การดูแลเฉพาะตัว” ที่ตอบโจทย์ศักยภาพของผู้เรียนแต่ละคนได้มากยิ่งขึ้น</p>



<p>Q-Info เป็นระบบสารสนเทศที่ กสศ. ร่วมกับ สพฐ. และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เพื่อยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยช่วยให้สถานศึกษาขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้วยข้อมูล (Digital Transformation) อย่างเป็นระบบ นำร่องใช้ในโรงเรียนตั้งแต่ปี 2561 ปัจจุบันมีสถานศึกษาทั่วประเทศลงทะเบียนใช้งานแล้วมากกว่า 2,500 แห่ง และในปีการศึกษา 2569 มีโรงเรียนรับสิทธิ์ใช้งานเพิ่มอีกกว่า 600 แห่ง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เบื้องหลัง Q-Info เริ่มต้นจากความตั้งใจแก้ปัญหาที่ครูเผชิญอยู่ทุกวัน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-105.jpeg" alt="" class="wp-image-101600" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-105.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-105-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-105-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-105-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-105-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ. </strong>อธิบายว่า การพัฒนาระบบสารสนเทศ Q-Info มีจุดเริ่มต้นจากความต้องการ “ลดภาระงานครู” เป็นเป้าหมายหลัก เพื่อสอดรับกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ โดยระบบช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการงานเอกสารต่าง ๆ เช่น คะแนนสอบ ผลประเมินกิจกรรม และบันทึกการเยี่ยมบ้าน พร้อมยกระดับเป็นฐานข้อมูลดิจิทัลที่ค้นหา ใช้งาน และประมวลผลได้สะดวก ช่วยให้การวางแผนการเรียนรู้และการบริหารจัดการโรงเรียนทำได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งยังลดความซ้ำซ้อนของข้อมูลและการจัดเก็บเอกสารกระดาษจำนวนมาก</p>



<p>“ข้อมูลจาก Q-Info จะครอบคลุมทั้งการมาเรียน ผลการเรียน คะแนนกิจกรรม สุขภาพ และพัฒนาการของผู้เรียน พร้อมฟังก์ชันวิเคราะห์ประเมินรายบุคคล ซึ่งช่วยให้ครูสามารถดูแลนักเรียนที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา และออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคนได้อย่างตรงจุด”</p>



<p>ดร.อุดมกล่าว พร้อมระบุว่า ระบบทำหน้าที่เสมือน ‘Class Attendance and Evaluation Record’ หรือ ‘บัญชีเรียกชื่อและสมุดบันทึกพัฒนาการผู้เรียน’ (ปพ.5) ในรูปแบบดิจิทัล ที่ช่วยให้ครูเห็นแนวโน้มของผู้เรียน ตั้งแต่การมาเรียน คะแนนกิจกรรม ไปจนถึงพฤติกรรม และนำไปสู่การจัดการเรียนรู้รายบุคคล (Personalized Learning) ได้จริงในห้องเรียน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-108.jpeg" alt="" class="wp-image-101601" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-108.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-108-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-108-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-108-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-108-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ คือการเชื่อมต่อข้อมูลที่เคยแยกส่วนออกจากกัน<strong> </strong>ดร.อุดมชี้ว่า ในอดีตข้อมูลผู้เรียนมักถูกจัดเก็บแยกตามรายวิชา หากครูไม่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน การทำความเข้าใจนักเรียนแต่ละคนจึงต้องเริ่มต้นใหม่ในทุกปีการศึกษา แต่ Q-Info ทำหน้าที่เป็น “บันทึกระยะยาว” ที่เชื่อมโยงข้อมูลข้ามชั้นเรียนและข้ามครู ข้อมูลทั้งหมดจึงถูกส่งต่ออย่างต่อเนื่องโดยไม่สูญหาย เมื่อข้อมูลถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ เวลาของครูที่เพิ่มขึ้น</p>



<p>“ข้อมูลที่อัปเดตแบบเรียลไทม์และเรียกดูได้ผ่านสมาร์ตโฟน จะช่วยลดภาระงานด้านการส่งต่อข้อมูล ทำให้ครูมีเวลาเพิ่มขึ้นสำหรับการเตรียมการสอน การตรวจชิ้นงาน และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ ขณะเดียวกัน ผู้บริหารโรงเรียนยังสามารถใช้ข้อมูลนำทางในการวางแผนพัฒนาโรงเรียนในภาพรวม (School-wide planning) เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนในระยะยาว”</p>



<p>ในมิติของการดูแลนักเรียน Q-Info ยังทำหน้าที่เป็น “ตาข่ายกรองความเสี่ยง” ระบบสามารถแสดงข้อมูลเชิงภาพ หรือ Dashboard ของนักเรียนเป็นรายบุคคลได้ทันที เช่น กรณีติดศูนย์ ร หรือ มส ทำให้ครูสามารถติดตามและแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนสะสมจนกระทบต่อการจบการศึกษา รายวิชาที่ค้างจะถูกจัดการได้แบบปีต่อปี ไม่ทิ้งปัญหาสะสมไปสู่ปีการศึกษาถัดไป และช่วยให้นักเรียนสามารถจบการศึกษาได้ตามกำหนด</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หากมองในเชิงระบบ Q-Info ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือของครู แต่คือฐานข้อมูลที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาทั้งโรงเรียน</strong></h3>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/07.jpg" alt="" class="wp-image-101604" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/07.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/07-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/07-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/07-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/07-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาจารย์นคร ตังคะพิภพ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>อาจารย์นคร ตังคะพิภพ ผู้ทรงคุณวุฒิโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ.</strong> กล่าวว่า Q-Info คือความพยายามพัฒนาเครื่องมือเพื่อช่วยโรงเรียนบริหารจัดการและประมวลผลข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยยิ่งสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้หลากหลายมิติเท่าใด โรงเรียนก็จะยิ่งมองเห็นแนวทางพัฒนาผู้เรียนได้ชัดเจนขึ้น ทั้งในระดับรายบุคคล รายกลุ่ม รายสถานศึกษา ไปจนถึงระดับเขตพื้นที่และเครือข่าย ข้อมูลที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ ไม่ได้ช่วยเฉพาะครูในห้องเรียน แต่ยังทำให้การกำกับติดตามและการกำหนดนโยบายในระดับภาพรวม สามารถดำเนินการได้อย่างใกล้ชิดและตรงกับบริบทของพื้นที่มากขึ้น</p>



<p>อาจารย์นครระบุว่า ในภาพใหญ่ Q-Info ยังเป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมต่อกับการขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM)<strong> </strong>สอดรับกับแนวคิดการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (Whole School Approach) โดยสนับสนุนการขับเคลื่อน TSQM ทั้ง 3 รูปแบบ ได้แก่ การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงพื้นที่ (TSQM-A) การขับเคลื่อนเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQM-N) และ การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเองเชิงประเด็น (TSQM-I)</p>



<p><strong>หัวใจของการขับเคลื่อนนี้ คือการใช้ “ข้อมูล” เป็นฐานของการพัฒนาในทุกมิติของโรงเรียน </strong>โดย<strong> </strong>Q-Info ถูกวางให้เป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญที่ช่วยให้โรงเรียนสามารถ</p>



<ol>
<li>ติดตามและดูแลนักเรียนเป็นรายบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</li>



<li>ใช้ข้อมูลตั้งเป้าหมายและกำหนดทิศทางการพัฒนาโรงเรียนอย่างชัดเจน</li>



<li>พัฒนาครูและผู้บริหารผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน (PLC)</li>



<li>ออกแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่ตอบโจทย์ผู้เรียน</li>



<li>เชื่อมโยงความร่วมมือกับชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ</li>



<li>ยกระดับระบบการดูแลนักเรียนให้มีความต่อเนื่องและเป็นระบบมากขึ้น</li>
</ol>



<p>“หากไม่มี Q-Info ช่วยบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ การดำเนินงานตามแนวทางเหล่านี้อาจไปไม่ถึงเป้าหมาย เนื่องจากภาระงานจำนวนมากที่ครูและผู้บริหารต้องรับผิดชอบ” อาจารย์นครกล่าว พร้อมย้ำว่า การอบรมพัฒนาศักยภาพครูพี่เลี้ยงใน 5 เขตพื้นที่นำร่องครั้งนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของปีการศึกษา 2569 ที่จะทำให้โรงเรียนมีเครื่องมือช่วยลดภาระงาน และ “คืนเวลาให้ครู” เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ภาพการเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ สะท้อนชัดผ่านการใช้งานจริงในห้องเรียน</strong></h3>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="816" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-109-1400x816.jpeg" alt="" class="wp-image-101607" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-109-1400x816.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-109-300x175.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-109-768x447.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-109-1536x895.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-109.jpeg 1586w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="809" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-110-1400x809.jpeg" alt="" class="wp-image-101608" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-110-1400x809.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-110-300x173.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-110-768x444.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-110-1536x887.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-110.jpeg 1586w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure>



<p></p>



<p>เสียงจากผู้ใช้งานยืนยันตรงกันว่า Q-Info ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือจัดการข้อมูล แต่เป็นนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนทั้งระบบบริหารจัดการ และวิธีจัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้จริง โดย<strong>ครูกัลยา พงษ์สุระ จากโรงเรียนบ้านสามยอด อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี</strong> เล่าว่า การนำผลวิเคราะห์ข้อมูลนักเรียนในแต่ละรายวิชาจาก Q-Info มาใช้ ช่วยให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน โดยใช้ข้อมูลผลการเรียนเป็นฐานในการวางแผนแบบรายบุคคล</p>



<p>ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการยกระดับผลการเรียนของนักเรียนทั้งชั้น แต่ยังช่วยให้ครูมองเห็นสัญญาณปัญหาได้รวดเร็ว และสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ทันเวลา ขณะเดียวกัน นักเรียนเองก็เริ่มมองเห็นพัฒนาการของตนเป็นลำดับขั้น มีเป้าหมายในการเรียนรู้ และมั่นใจในศักยภาพของตัวเองมากขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-112.jpeg" alt="" class="wp-image-101610" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-112.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-112-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-112-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-112-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-112-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Q-Info เชื่อมการทำงานระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองเข้าด้วยกัน</strong></h3>



<p><strong>ครูกัลยา</strong>ระบุว่า โรงเรียนได้นำฟังก์ชัน Q-Parent มาใช้เปิดให้ผู้ปกครองติดตามข้อมูลการเข้าเรียนและผลการเรียนของนักเรียน พร้อมสื่อสารกับครูเพื่อร่วมวางแผนและกำหนดเป้าหมายพัฒนา</p>



<p>“เราพบว่าในทุกการทดสอบ นักเรียนจะมีคะแนนดีขึ้น ซึ่งปัจจัยสำคัญคือการได้ประเมินตัวเองตลอดเวลา และผู้ปกครองก็เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น ทำให้โรงเรียนเหมือนมีผู้ช่วยดูแลสนับสนุนอีกทางหนึ่ง” ครูกัลยากล่าว พร้อมเสริมว่า การติดตามอย่างใกล้ชิดนี้ช่วยให้อัตราการขาดเรียนลดลง และในกรณีที่นักเรียนมีเหตุจำเป็น ครูก็สามารถรับรู้และหาแนวทางช่วยเหลือได้ก่อนที่เด็กจะหลุดจากระบบ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-111.jpeg" alt="" class="wp-image-101609" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-111.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-111-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-111-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-111-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-111-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เสียงสะท้อนจากพื้นที่อื่นยืนยันตรงกันว่า Q-Info คือ “ผู้ช่วยครู” ที่ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นในเวลาที่น้อยลง</strong></h3>



<p><strong>ครูในสังกัด สพป. เชียงใหม่ เขต 1</strong> ระบุว่า ระบบ Q-Info ช่วยให้ครูสามารถออกแบบการเรียนรู้และติดตามผู้เรียนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่เพียงลดภาระงาน แต่ยังเพิ่มคุณภาพของการทำงานในห้องเรียนอย่างชัดเจน</p>



<p><strong>ในมุมของผู้บริหารโรงเรียน การมีข้อมูลเชิงลึกกำลังเปลี่ยนวิธีการตัดสินใจอย่างมีนัยสำคัญ</strong><strong><br></strong><strong>ผอ.ศรีวรรณ์ ชาญกิจ โรงเรียนบ้านต้นผึ้ง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่</strong> กล่าวว่าตั้งแต่ใช้ Q-Info ช่วยให้ครูสามารถเตรียมการสอนได้ละเอียดขึ้น และมองเห็นจุดแข็งจุดอ่อนของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างชัดเจน ขณะที่การประเมินผลก็ทำได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้นแบบนาทีต่อนาที</p>



<p>“เมื่อข้อมูลเปิดดูได้ตลอดเวลา การวางแผนพัฒนาโรงเรียนก็ทำได้ตรงเป้ามากขึ้น เราสามารถปรับการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะกับนักเรียนแต่ละคนได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ปัญหาสะสมจนสะท้อนออกมาในรูปของผลการเรียนศูนย์ ร มส ถึงปีการศึกษาถัดไป”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-113.jpeg" alt="" class="wp-image-101611" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-113.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-113-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-113-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-113-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-113-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อีกหนึ่งมิติที่เห็นผลชัด คือการดูแลนักเรียนอย่างครอบคลุมและไม่ตกหล่น</strong></h3>



<p><strong>ครูดวงดี เป็งสุรินทร์ โรงเรียนบ้านสันทรายคองน้อย อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่</strong> กล่าวถึงการใช้ Q-Info ในการติดตามพัฒนาการด้านโภชนาการของนักเรียน ว่าการจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มความแม่นยำในการดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง เชื่อมโยงกันทั้งในโรงเรียน ระดับเครือข่ายโรงเรียน หรือระดับเขตพื้นที่การศึกษา รวมถึงการมีหลักฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างตรงกับความเป็นจริงของปัญหาในพื้นที่</p>



<p>“เมื่อใช้ Q-Info ไปสักระยะ เราจะรู้สึกว่าระบบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานหลักของครู ทำให้สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึงมากขึ้น และเชื่อว่าจะช่วยลดจำนวนนักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา เพราะได้รับการดูแลทั่วถึง ส่วนสำหรับคุณครู เราเชื่อว่าเมื่อระบบ Q-Info มาช่วยให้ภาระงานลดลงแต่มีผลลัพธ์เพิ่มขึ้นได้ ก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของมิติใหม่ในการทำงานที่ครูทุกคนจะมีกำลังใจมากขึ้น พร้อมดึงศักยภาพในตัวออกมาใช้เพื่อพัฒนาการศึกษาได้ดียิ่งขึ้น”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-300426/">เปิดเทอม 69 “ลดภาระครูจากกองเอกสาร”: กสศ. สนับสนุนระบบ Q-Info 5 เขตพื้นที่นำร่อง–โรงเรียน TSQM เพิ่มเวลาโฟกัสการสอน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ. จับมือ กสศ. ขยายผลการใช้งานระบบ Q-Info เพิ่ม 5 เขตพื้นที่ ประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรการศึกษายุคดิจิทัล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160524/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 May 2024 08:40:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=81606</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160524/">สพฐ. จับมือ กสศ. ขยายผลการใช้งานระบบ Q-Info เพิ่ม 5 เขตพื้นที่ ประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรการศึกษายุคดิจิทัล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดงาน <strong>“ลงนามความร่วมมือดำเนินงานโครงการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา Q-Info”</strong> ระหว่าง สพฐ. กสศ. และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา 5 พื้นที่นำร่อง ร่วมพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6c8509"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/0516_ข่าว-105-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>5 เขตพื้นที่ ร่วมเดินหน้าองค์กรการศึกษายุคดิจิทัล</strong></h2>



<p><strong>ระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา หรือ Q-Info (Quality learning Information System)</strong> เป็นนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา ที่ กสศ. ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาให้สามารถพัฒนาไปถึงคุณภาพของผู้เรียน โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนที่ยังมีความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยตระหนักว่า ‘ข้อมูล’ เป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน ‘ระบบสารสนเทศ Q-Info’ จะเป็นเครื่องมือสร้างฐานข้อมูลนักเรียนที่นำมาใช้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาโรงเรียนในทุกมิติ เป็นตัวช่วยครูวางแผนการจัดการเรียนรู้ที่ไม่สร้างภาระงานเอกสาร มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนรายคนตรงตามบริบทด้วยระบบเทคโนโลยี</p>



<p>ทั้งนี้ มีโรงเรียนหลายสังกัดสมัครใจทดลองใช้งานระบบ Q-Info ที่ กสศ. พัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 อาทิ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) โรงเรียนในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น และโรงเรียนสังกัด สพฐ. กว่า 2,000 โรงเรียน โดยการลงนามความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการขยายผลการใช้งานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา 5 พื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 4, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 3, สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2, สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาภูเก็ต และ สำนักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศึกษาระนอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7841b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/0516_ข่าว-105_PHOTO2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน </strong>กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เมื่อปีที่แล้ว กสศ. ได้นำเสนอผลการดำเนินงานของระบบ Q-Info ที่มีโรงเรียนในสังกัด สพฐ. ที่ใช้งานอยู่ ซึ่งที่ประชุมเห็นร่วมกันว่า Q-Info เป็นระบบที่ช่วยในการพัฒนาและบริหารจัดการโรงเรียนได้ในหลายมิติ และเห็นควรให้มีการขยายผลการใช้งานให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของการลงนามความร่วมมือเพื่อขยายผลใน 5 เขตพื้นที่การศึกษานำร่อง ที่มีโรงเรียนมากกว่า 500 แห่งได้ประโยชน์ โดยกระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายจัดสรรงบประมาณปี 2567 ราว 200 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2568 อีก 22,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนเรื่องระบบสนับสนุนการบริหารจัดการในสถานศึกษาและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา</p>



<p>“กระทรวงศึกษาธิการเห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของการเปลี่ยนผ่านการบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นระบบดิจิทัล ตัวอย่างหนึ่งคือภาระการจัดเก็บ ปพ.3 (รายงานผู้สำเร็จการศึกษาชั้น ม.3 และ ม.6) ของนักเรียนราวหนึ่งล้านกว่าคนในแต่ละปี ที่จะส่งผ่านจากโรงเรียนมาที่สำนักงานเขตพื้นที่ฯ และจัดเก็บขั้นตอนสุดท้ายที่ สพฐ. จนเมื่อเวลาผ่านไปข้อมูลที่เป็นกระดาษได้ทวีจำนวนขึ้น แล้วทุกปีที่มีบัณฑิตใหม่จบปริญญาตรี ก็จะมีการตรวจสอบวุฒิจากคลังข้อมูลที่เก็บเอาไว้ ภาระนี้เป็นความยุ่งยากที่การจัดเก็บข้อมูลออนไลน์จะช่วยได้ โดย สพฐ. จะเป็นผู้ดูแลจัดการข้อมูลให้ง่ายต่อการค้นหาผ่านเลข 13 หลัก ส่วนเรื่องการบริหารจัดการโรงเรียน ไม่ว่าระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล การตรวจสอบข้อมูลน้ำหนักส่วนสูงเพื่อดูภาวะโภชนาการ เหล่านี้เคยเป็นภาระที่ครูจะต้องกรอกตัวเลขด้วยปากกากระดาษทีละช่อง วันนี้เรามีระบบที่จะมาช่วยให้ทำได้รวดเร็ว สะดวกต่อการเรียกใช้ และจัดเก็บข้อมูลได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb37c1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/0516_ข่าว-105_PHOTO3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.พัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ.<br></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองเลขาธิการ กพฐ.</strong> กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ สพฐ. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดเก็บข้อมูลออนไลน์ โดยรวบรวมข้อมูลสถานศึกษาทุกสังกัดภายใต้กระทรวงศึกษาฯ ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษา ครู รวมถึงสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จะสามารถใช้งานโดยเข้าถึงและแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ความรู้ระหว่างกันได้ผ่านเครือข่าย Cloud Server ขนาดใหญ่ หมายถึงต่อจากนี้เราจะมี Market Place ด้านการจัดการเรียนรู้ หรือ ‘ตลาดใบงาน’ ที่ออกแบบโดยครูแต่ละคน มีการจัดการศึกษาที่หลากหลาย เหมาะสมกับรายวิชา บริบทพื้นที่ หรือกับนักเรียนเป็นรายบุคคล ซึ่งทาง สพฐ. จะเป็นผู้ตรวจสอบคัดกรองข้อมูล และนี่คือแผนงานที่กำลังจะเกิดขึ้นจากสิ่งที่ กสศ. วางแนวทางล่วงหน้าเอาไว้</p>



<p>“วันนี้เรามีข้อมูลเป็นเครื่องมือติดตามดูแลนักเรียนทุกคนได้ตลอดเวลาผ่านระบบออนไลน์ โดยเฉพาะคนที่เสี่ยงหลุดจากระบบกลางคัน เป็นโอกาสที่เราจะตามเด็กกลับมา ทั้งยังมีเรื่องการผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 12 และมาตรา 15 ที่เปิดโอกาสให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานทำได้ไม่เฉพาะแค่ในสถานศึกษา แต่ให้โรงเรียนจัดการศึกษาได้ 3 รูปแบบ คือในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย เพื่อจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นรองรับความจำเป็นและวิถีชีวิตของเด็กทุกคนทุกกลุ่ม เรามีนวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างโรงเรียนมือถือ มีระบบศูนย์การเรียนสำหรับรองรับเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาทุกรูปแบบ มีการทลายกรอบการจัดการศึกษาที่เคยกักขังเด็กไว้แค่ในห้องเรียน ด้วยเทคโนโลยีแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่จะมาช่วยให้ทุกคนเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา และต่อจากนี้เด็กเยาวชนของเราจะมีโอกาสมากขึ้นในการจบการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ได้รับวุฒิ และมีทางไปต่อบนเส้นทางการศึกษาและการประกอบอาชีพได้ตามบริบทชีวิต”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-07fe15"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/0516_ข่าว-105_PHOTO4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เสียงจากผู้ใช้งาน Q-Info ช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง</strong></h2>



<p>ผลสะท้อนการใช้งานดิจิทัลแพลตฟอร์ม Q-Info ในโรงเรียนที่ทดลองใช้ พบว่า ช่วยเปลี่ยนแปลงการจัดการเรียนการสอน ลดภาระงานครูได้จริง เป็นเครื่องมือออกแบบแผนพัฒนาสถานศึกษา และช่วยบริหารจัดการโรงเรียนทั้งระบบ ด้วยลักษณะการใช้งาน (Funtion) ที่เป็นจุดเด่น ดังนี้</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">จัดการข้อมูลและงานวิชาการ อาทิ เปลี่ยนแปลงแก้ไขปฏิทินโรงเรียน บันทึกรายชื่อครูประจำชั้น จำนวนนักเรียน ตารางเรียน วิชาเรียน การจัดห้องเรียนและแผนการเรียน การย้ายเข้า-ออกหรือการเปลี่ยนแปลงสถานะของนักเรียน</li>



<li style="font-size:16px">การจัดทำข้อมูลนักเรียนรายคน ตั้งแต่การเลื่อนชั้น การลงทะเบียนวิชาเรียน ตารางกิจกรรม จัดทำผลการเรียน การจัดทำเอกสารประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ปพ.)</li>



<li style="font-size:16px">จัดทำรายงานสำหรับโรงเรียน เช่น สถิติการมาเรียน ระดับความเปลี่ยนแปลงของภาวะโภชนาการ ข้อมูลความเสี่ยงในมิติต่าง ๆ (Early warning) รายงาน School SAR และ school dashboard</li>



<li style="font-size:16px">ระบบการแจ้งเตือนเป็น dashboard สำหรับการติดตามข้อมูลโดยผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้ปกครอง</li>
</ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-63e951"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/0516_ข่าว-105_PHOTO5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า Q-Info เป็นหนึ่งในงานวิจัย มีโจทย์คือต้องการนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งหลายประเทศทำมานานแล้ว ขณะที่การจัดการข้อมูลการศึกษาของประเทศไทย ยังติดอุปสรรคเรื่องต้นทุนเวลาด้วยข้อมูลที่บันทึกลงกระดาษจึงยากต่อการค้นหาและบริหารจัดการ รวมถึงยังมีความเสี่ยงในการเก็บรักษาข้อมูล ทั้งนี้เมื่อ Q-Info เริ่มนำมาใช้งานในโรงเรียนจากจุดเริ่มต้นจำนวนหลักร้อย ปัจจุบันได้ขยายการใช้งานไปในโรงเรียนจนแตะหลักพัน ซึ่งหลังจาก กสศ. ได้นำเสนอบทเรียนการใช้งานต่อ กพฐ. จึงมีนโยบายที่จะขยับการใช้งานไปอีกขั้น คือทดลองใช้งานในระดับเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อมองถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้งานในระดับชาติต่อไป</p>



<p>“การสำรวจข้อมูลเพื่อทำงานวิจัยพบว่า โรงเรียนขนาดใหญ่นั้นมีทรัพยากรที่เพียงพอในการจัดหาระบบจัดบริหารจัดการข้อมูลในโรงเรียนจากภาคเอกชนมาใช้ได้ หากในโรงเรียนขนาดกลางและขนาดเล็กกลับยังขาดแคลน Q-Info จึงเป็นนวัตกรรมที่ กสศ. ต้องการพัฒนาและส่งมอบให้กับโรงเรียนในสังกัด สพฐ. เพื่อการพัฒนาและบริหารจัดการโรงเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม นอกจากนี้ Q-Info ยังทำงานเชื่อมโยงกับระบบอื่น ๆ ของ สพฐ. คือ DMC, OBEC Care รวมถึงระบบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ระบบ Q-Info จึงสามารถเป็นแกนกลางของทุกระบบ ที่เขตพื้นที่การศึกษาจะใช้ติดตามเด็กและโรงเรียนได้ทั้งหมด ว่าต้องการการสนับสนุนในเชิงนโยบายหรือเชิงงบประมาณอย่างไร”</p>



<p><strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า Q-info จะเป็นเครื่องมือสำคัญของนโยบาย Thailand Zero Dropout ของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยเฝ้าระวังไม่ให้มีเด็กหลุดจากระบบ ทั้งตอบสนองนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) โดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง จนถึงการนำเทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยลดภาระครู ทั้งนี้ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาไทยที่ยั่งยืน พร้อมกับวาระของการเปิดเทอมปีการศึกษาใหม่ 2567 กสศ. และ สพฐ. จึงมีความตั้งใจลงนามความร่วมมือเพื่อประกาศความก้าวหน้าของการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งคาดหวังว่าการทดลองใช้งาน Q-Info ใน 5 เขตพื้นที่การศึกษาต้นแบบเต็มพื้นที่ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลไปยังการใช้งานเต็มพื้นที่ประเทศไทยต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5e1ed2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/0516_ข่าว-105_PHOTO6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b1c840"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/05/0516_ข่าว-105_PHOTO7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูและสถานศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. และทีมมหาวิทยาลัยนเรศวร ได้พัฒนา Q-Info โดยคำนึงถึงการลดภาระงานครูเป็นเป้าหมายหลัก ซึ่งสอดรับกับนโยบายลดภาระงานครูของกระทรวงศึกษาธิการ โดย Q-Info จะช่วยลดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพในการบันทึกเอกสารและจัดทำใบ ปพ. ต่าง ๆ เช่นคะแนนสอบ ผลประเมินการทำกิจกรรม ข้อมูลการเยี่ยมบ้าน แล้วรายละเอียดที่กรอกผ่านระบบจะสะสมเป็นฐานข้อมูลนักเรียนดิจิทัล สะดวกต่อการค้นหา ใช้งาน และการประมวลผล รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อการตั้งต้นทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตลอดจนการวางนโยบายการบริหารจัดการโรงเรียน&nbsp;</p>



<p>“Q-Info จะช่วยครูในเรื่องความซ้ำซ้อนของการกรอกข้อมูล การจัดทำเอกสารตามจำนวนผู้เรียน การมีพื้นที่เก็บข้อมูลกระดาษซึ่งเพิ่มจำนวนขึ้นทุกเทอมการศึกษา หรือโดยเฉพาะการจัดการและค้นหาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ที่ต้องสะดวกรวดเร็ว และแน่ใจได้ว่าเป็นข้อมูลที่ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน โดยผลสะท้อนหลังใช้งานมาแล้วในโรงเรียนมากกว่า 2,000 แห่ง พบว่าผู้บริหารและครูส่วนใหญ่ยอมรับถึงความสะดวกในการใช้งาน ด้วยคู่มือ การอบรม คลินิกแนะนำที่ให้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เสียงส่วนหนึ่งจากครูผู้ใช้งานบอกว่า Q-Info คือเครื่องมือสำคัญของการเปลี่ยนผ่านการจัดเก็บข้อมูลแบบเดิมมาเป็นดิจิทัล ในด่านแรกครูหลายคนอาจมองว่าเป็นภาระ แต่เมื่อผ่านจุดที่ยากที่สุดคือการย้ายข้อมูลจากกระดาษเข้าระบบไปแล้ว หลังจากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ครูต้องจัดการตลอดทั้งเทอมหรือทั้งปี จะรวมไว้อยู่บนหน้าจอพร้อมเรียกใช้งานได้ทันที”</p>



<p><strong>ดร.อุดม</strong> กล่าวถึงความท้าทายของการนำร่องใช้งาน Q-Info ใน 5 เขตพื้นที่การศึกษา ว่าที่ผ่านมาการใช้ประโยชน์จากระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีเป้าหมายคือการใช้งานในโรงเรียนเป็นหลัก อย่างไรก็ตามทีมวิจัยพัฒนามองว่าถ้ามี Dashboard ที่สรุปข้อมูลระดับเขตพื้นที่การศึกษาได้บนหน้าจอเดียว ผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาหรือศึกษานิเทศก์จะสามารถกำกับติดตามโรงเรียนในความดูแลได้อย่างใกล้ชิด แล้วข้อมูลที่ทางโรงเรียนเก็บบันทึกไว้ ก็จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในขั้นตอนการกำหนดนโยบายที่ครอบคลุมระดับพื้นที่ โดยในอนาคตเมื่อมีเขตพื้นที่การศึกษาใช้งาน Q-Info แบบเต็มพื้นที่เพิ่มขึ้น สพฐ. ก็จะสามารถติดตามและบริหารจัดการข้อมูลของเขตพื้นที่การศึกษาจำนวนมากได้เช่นกัน ซึ่งนี่เป็นแนวทางการทำงานของ กสศ. ที่ตั้งใจทดลองการทำงานจากพื้นที่เล็ก ๆ จนเห็นผล ก่อนขยายไปสู่ขอบเขตการทำงานที่ใหญ่ขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160524/">สพฐ. จับมือ กสศ. ขยายผลการใช้งานระบบ Q-Info เพิ่ม 5 เขตพื้นที่ ประกาศเจตนารมณ์เป็นองค์กรการศึกษายุคดิจิทัล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ห้องเรียนคณิตฯ คิดผ่านเกม ลดการบ้านกองโต: Q-Info ตัวช่วยในการออกแบบการเรียนรู้ของ ‘โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-171023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Oct 2023 11:17:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนคณิตศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[รุจิรา เร่งเดช]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=73344</guid>

					<description><![CDATA[<p>การบ้านที่ให้ไปไม่เคยได้กลับมา&#160;เด็กตั้งกำแพงกับวิช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-171023/">ห้องเรียนคณิตฯ คิดผ่านเกม ลดการบ้านกองโต: Q-Info ตัวช่วยในการออกแบบการเรียนรู้ของ ‘โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><em>การบ้านที่ให้ไปไม่เคยได้กลับมา&nbsp;</em><br><em>เด็กตั้งกำแพงกับวิชาคณิตศาสตร์ว่า &#8220;ยาก&#8221; และ &#8220;ทำไม่ได้&#8221;</em><br><em>ผลคือเด็กติด</em> <em>0 (เกรด 0),</em> <em>ร</em>. <em>(รอพิจารณา) และมส</em>. <em>(ไม่มีสิทธิ์สอบ) ค่อนข้างเยอะ&nbsp;</em></p>



<p>นี่คือสถานการณ์ปัญหาที่ <strong>โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร </strong>อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรีพบเจอในชั้นเรียน</p>



<p>โรงเรียนเขาดินวิทยาคารเป็นโรงเรียนขยายโอกาส เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นอีกโรงเรียนที่ครูหนึ่งคนสอนหลายวิชา และทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นควบคู่ไปด้วย รวมถึงครูประจำวิชาบางคนต้องสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายไปจนถึงมัธยมศึกษาตอนต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4cb511"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/Photo2-1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากปัญหาในการจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียนของโรงเรียนแห่งนี้ นำไปสู่การปรับการเรียนเปลี่ยนการสอน หลังจากเข้าร่วม <strong>โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP)</strong>&nbsp; ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยได้นำนวัตกรรมทางการศึกษาและเครื่องมือต่างๆ อาทิ Q-info, PLC มาปรับใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพของนักเรียน</p>



<p>ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่ ห้องเรียนของ<strong> ครูแพท &#8211; รุจิรา เร่งเดช</strong> ครูผู้สอนวิชาคณิตศาสตร์ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปจนถึง มัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่สามารถออกแบบการเรียนรู้ให้เด็กสนุกและสามารถแก้โจทย์คณิตศาสตร์ได้ แก้ปัญหาเด็กที่มีแนวโน้มติด 0, ร.และ มส. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Q-Info ช่วยครูติดตามนักเรียนรายบุคคล และออกแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสม</strong></h2>



<p>Q-Info หรือระบบสารสนเทศที่ออกแบบมาเพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพการศึกษา เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทางกสศ. ออกแบบขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนต่างๆ ในโครงการโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ TSQP ด้วยการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของนักเรียน สำหรับนำไปใช้ในการวิเคราะห์และประเมินผล ตลอดจนนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงการเรียนของนักเรียนให้ดีขึ้น</p>



<p>“ครูจะเอามาใช้เป็นทะเบียนข้อมูลของเด็ก เก็บข้อมูลทั่วไป เช่น เลขประจำตัวนักเรียน สถิติการมาเรียน การเข้าเรียนรายวัน การเข้าเรียนรายชั่วโมง คะแนนตามตัวชี้วัด ไปจนถึงน้ำหนัก ส่วนสูง ซึ่งเป็นประโยชน์กับครูในการใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับทำโครงสร้างแผนการเรียนรายวิชาต่างๆ&nbsp;</p>



<p>เพราะครูจะต้องทำโครงสร้างของวิชาไว้ เช่น คณิตศาสตร์มีกี่บท มีกี่ตัวชี้วัด เมื่อเรียนเสร็จ สอบเก็บคะแนนเสร็จแล้ว ครูเอามาใส่ ก็ต้องดูว่า เด็กคนไหนมีภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะติด 0 ร. มส. โดยเฉพาะครูประจำชั้น จะดูได้หมดเลยทุกวิชา เราก็เข้าไปดูได้ว่าเด็กคนนี้สุ่มเสี่ยงแล้ว ต้องมาคุยกับเด็ก แล้วก็คุยกับครูประจำวิชาด้วยว่าจะทำยังไง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df1b65"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/Photo3-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>รวมถึงสถิติการมาเรียน เราสามารถติดตามเด็กได้ว่า เด็กคนไหนที่ขาดเรียนเกิน เราจะดูได้เลยว่าเขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ต้องโทรหาผู้ปกครองแล้ว เขาหยุดเรียนบ่อยเกิน และเรื่องโภชนาการ น้ำหนักส่วนสูง เราจะดูได้ว่า เด็กคนไหนผอมเกินไป ต้องเสริมเขายังไง ต้องแนะนำเขายังไง”&nbsp;</p>



<p>ครูแพทอธิบายถึงการนำ Q-info มาใช้ในการสนับสนุนการทำงานของครูว่ามีประโยชน์ในการติดตามดูแลนักเรียนรายบุคคล ช่วยปรับกระบวนการออกแบบการเรียนรู้ รวมถึงการวัดประเมินผล ให้เหมาะกับนักเรียนในแต่ละชั้นเรียน</p>



<p>“ในเรื่องผลการเรียน ครูไม่ต้องมานั่งตัดเกรด ไม่ต้องมานั่งเขียนมือ ความสะดวกสบายจะเป็นในลักษณะนั้น ส่วนผู้บริหารก็สะดวกตรงที่เขาสามารถติดตามงานของคุณครูจาก Q-info ได้เลย ลดภาระงานของครูด้วย มันประหยัดเวลาเรา”</p>



<p>โดยผลจากการเก็บข้อมูลของเด็กในระบบ Q-info เมื่อรู้ว่าเด็กคนนี้ต้องปรับปรุงเนื้อหาในรายวิชานี้ ก็เข้าสู่การออกแบบการเรียนรู้ที่จะมาแก้ปัญหานั้น</p>



<p>“เราดูได้ตามรายตัวชี้วัด แล้วก็สามารถเอาคะแนนตรงนี้มาดูว่าเด็กอ่อนเรื่องไหน เราก็จัดกิจกรรมเสริมเข้าไปในเรื่องนั้น แล้วอีกอย่างหนึ่งที่มันใช้กับครูปัจจุบันได้ก็คือการประเมิน วPA (Performance Agreement ) เราสามารถดูได้เลยว่าผลการเรียน ตัวชี้วัดไหนต่ำเราก็เอาตัวชี้วัดนั้นมาเป็นประเด็นท้าทาย เพื่อพัฒนาเด็กต่อไป เอามาออกแบบการเรียนรู้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e0a7e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/Photo1-1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียนคณิตฯ คิดผ่านเกม เปลี่ยนโจทย์ยากให้เป็นการเรียนรู้ที่ได้ทั้งความรู้และทักษะ</strong></h2>



<p>“ห้องเรียนคณิตศาสตร์ของครู บางเนื้อหาจะสอดแทรกด้วยเกม ครูจะคิดเกมที่เข้ากับนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเข้าใจง่าย เช่น กิจกรรมการบวก ลบ คูณ หาร ของป.6 เราจะสอนเทคนิคการบวกง่ายๆ ก่อน ยกตัวอย่างเช่น เกม 99 เป็นเกมคีบลูกปิงปอง ได้เลขอะไรก็ไปบวกให้ได้ผลลัพธ์เป็น 99 คิดให้ทัน คิดให้เร็ว แข่งกัน ใช้การแข่งขันเด็กจะสนใจ และใช้รางวัลในการเสริมแรงให้กับเด็ก” ครูแพทยกตัวอย่างการจัดกิจกรรมในห้องเรียน ใช้เกมมาดึงความสนใจให้เด็กค่อยๆ เปิดใจในการเรียนคณิตศาสตร์</p>



<p>ส่วนปัญหาที่พบในห้องเรียนคือเด็กๆ ยังไม่เข้าใจและไม่สามารถแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ได้นั้น ครูแพทใช้การทำแบบฝึกหัด โดยให้เด็กๆ ทำโจทย์ซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ และพยายามให้โจทย์ที่หลากหลาย&nbsp;</p>



<p>“ทุกครั้งหลังเรียนจบในท้ายบท ครูจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที ให้นักเรียนทำโจทย์ปัญหาหนึ่งข้อ ก็คือครูจะเป็นคนสอน แล้วก็ช่วยกันวิเคราะห์โจทย์บนกระดานพร้อมกัน”</p>



<p>ครูแพทใช้คำถามกระตุ้นให้เด็กๆ ค่อยๆ ทำความเข้าใจโจทย์ และคิดตาม เช่น โจทย์ถามอะไร ให้ทำอะไร ให้อะไรมาบ้าง และเราจะหาคำตอบอย่างไร? เมื่อเขาเริ่มคุ้นชินกับโจทย์ปัญหาแล้ว จึงเสริมด้วยกิจกรรมกลุ่ม </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-edc1bf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/Photo4-1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“กิจกรรมกลุ่มจะทำ 10 นาทีสุดท้าย ครูจะให้จับฉลาก แต่ละกลุ่มจะจับฉลากได้โจทย์ไม่เหมือนกัน เขาต้องมาช่วยกันวิเคราะห์ ให้เวลา 5 นาที ดูว่าหาคำตอบยังไง แล้วแต่ละกลุ่มก็ต้องออกมานำเสนออีก 5 นาทีหลังว่าเขาทำยังไง ก็แค่บอกว่า โจทย์ให้อะไร ต้องการอะไร แล้วก็หาคำตอบยังไง คำตอบได้เท่าไร ซึ่งกิจกรรมแบบกลุ่มก็จะใช้เวลานาน เพราะว่าจะมีทั้งเด็กเก่ง-เด็กอ่อนคละกัน เด็กเก่งเขาก็จะรู้แล้วว่ากิจกรรมแบบนี้เขาต้องช่วยเพื่อน กิจกรรมกลุ่มครูมองว่ามันได้ประโยชน์เยอะเลย เขาจะช่วยกันได้ทุกวิชา”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมกลุ่ม ครูแพทจะให้เด็กๆ ประเมินตัวเอง และประเมินเพื่อนในกลุ่มด้วย ซึ่งหัวใจสำคัญในขั้นตอนนี้คือ การฝึกให้เด็กมองเห็นจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเอง อะไรที่ทำได้ดี อะไรที่ยังต้องปรับปรุงให้ดีขึ้น และสามารถประเมินเพื่อนๆ ในกลุ่มได้ด้วย </p>



<p>“ให้เพื่อนช่วยกันประเมินว่าเพื่อนในกลุ่มแต่ละคนวันนี้เขาทำหน้าที่อะไร เพื่อนรู้ไหมว่าสิ่งที่ได้คำตอบมาคุณคิดกันยังไง”</p>



<p>ที่สำคัญและน่าเป็นสิ่งที่เด็กชอบกันก็คือ วิชาคณิตศาสตร์ของครูแพทนั้น ไม่มีการบ้าน!&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“คณิตศาสตร์ของครู ครูไม่เคยให้การบ้านเด็กกลับไปทำเลย เพราะรู้ว่าเด็กไม่ทำ ถึงทำคุณก็ลอกมา มันไม่ได้อะไรเลย ก็เลยเปลี่ยนเป็นทำกิจกรรมในห้อง ให้เขาได้ทำการบ้านอย่างน้อยหนึ่งข้อหรือสองข้อในห้องเลย แล้วก็ส่ง ตรวจให้เห็นว่าผิดตรงไหน จนหลังๆ เด็กเริ่มชิน เขาจะรู้แล้วว่า การบ้านคณิตศาสตร์ไม่มี บางทีผู้ปกครองถามนะคะว่า ทำไมครูไม่เห็นให้การบ้านเลย เขาก็จะตอบได้ว่า หนูทำที่โรงเรียนแล้ว ทำในห้องเรียนแล้ว ไม่อย่างนั้นมันจะเป็นปัญหาติด 0 ติดร.”</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในการปรับการเรียนเปลี่ยนการสอนใหม่ สเต็ปแรกต้องเริ่มที่ห้องเรียน โละภาพการเรียนแบบท่องจำ ครูยืนอยู่หน้ากระดานศูนย์กลางของห้อง เปลี่ยนมาเป็นครูโค้ชที่พาเด็กเรียนรู้ผ่านกิจกรรม เน้น Active Learning ให้เด็กได้คิด วิเคราะห์ จึงจะเข้าใจวิธีการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ที่ไม่ใช้แค่จำสูตรหรือทฤษฎีได้เท่านั้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7c003a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/Photo5-1-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ในห้องเรียนของครู เคยถามเด็กนะว่าเรียนคณิตฯ ได้ไหม เขาบอกเรียนได้ เรียนได้ทั้งวันเลย เด็กที่นี่ไม่เคยเบื่อกับการเรียนคณิตฯ แต่ไม่ชอบอะไรที่มานั่งทำซ้ำๆ ให้นั่งทำโจทย์ 20 ข้อนี่ไม่เอานะ เราก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบ สมมติว่าเราอยากให้ทำเรื่องนี้สัก 5 ข้อ ก็เปลี่ยนเป็นเกมเลย 5 ข้อ จับฉลาก 5 ข้อ สุ่ม 5 ข้อ ต้องทำแบบนั้น แล้วจะได้ 20 ข้อที่เราตั้งไว้”</p>



<p>ครูแพทเสริมว่า ในกระบวนการกลุ่มที่มีการคละเด็ก ให้ในหนึ่งกลุ่มมีทั้งเด็กเก่ง เด็กอ่อน และเด็ก LD นั้น ได้ผลมากกว่าการที่มุ่งสอนแบบแบ่งกลุ่มเด็กเก่งทั้งหมด อ่อนทั้งหมด&nbsp;</p>



<p>“ครูไม่ได้มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เด็กว่าต้องสูง แต่อยากให้เด็กได้ทุกคนในปริมาณที่เท่ากัน ซึ่งคำว่าเท่ากันของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ในเด็กที่อ่อน ฉันได้แค่นี้เขาก็ดีใจแล้ว&#8221;</p>



<p>และขั้นสุดท้ายก็คือ ให้เด็กได้ประเมินตนเองอีกครั้ง เพื่อจัดระเบียบความคิด ตกตะกอนจากสิ่งที่ได้เรียนไปทั้งหมด</p>



<p>“ครูจะมีกระดาษชาร์ตให้หนึ่งใบ ทุกคนต้องเขียนว่าวันนี้คุณได้อะไร ชอบอะไร เราก็ต้องมาดู อย่างบางคนบอกไม่ชอบ ไม่ชอบเพราะอะไร เพราะคิดว่ามันยาก ไม่เหมาะกับเขา เราก็ต้องมาดูว่าโจทย์ที่เขาได้มันยากจริงไหม เพราะบางคนบอกว่ามันยาก แต่พอเรียกมาปรากฎว่าโจทย์ไม่ได้ยาก แต่อ่านไม่ได ก็ต้องไปปรึกษากับครูภาษาไทย ให้ครูภาษาไทยช่วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-806c0d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/0920_โควท-ครูแพท-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ซึ่งในส่วนของการทำงานร่วมกันกับครูวิชาอื่นๆ นั้น โรงเรียนบ้านเขาดินวิทยาคารใช้เครื่องมือสำคัญคือ PLC : Professional Learning Community หรือชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เป็นพื้นที่ให้ครู ผู้บริหาร ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเพื่อพัฒนาแนวทางการสอน และสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ที่เหมาะสม เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการเรียนรู้ให้กับเด็ก&nbsp;</p>



<p>ครูแพทตั้งข้อสังเกตว่า&nbsp;“หลังจากใช้เครื่องมือ Q-Info ร่วมกับกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนดีขึ้น เด็กติด 0 ติด ร. และ มส. ลดลง รวมถึงทักษะต่างๆ ก็ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทักษะการคิดวิเคราะห์ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการสื่อสาร รวมไปถึงความกล้าแสดงออกด้วย ที่สำคัญคือความรู้สึกของเด็ก เด็กมีความสุขค่ะ มีความสุขกับการเรียนมากขึ้น เขามีความรู้สึกว่า เขาไม่อยากนั่งเรียนแบบจดอีกเลย”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-171023/">ห้องเรียนคณิตฯ คิดผ่านเกม ลดการบ้านกองโต: Q-Info ตัวช่วยในการออกแบบการเรียนรู้ของ ‘โรงเรียนเขาดินวิทยาคาร’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โอเคเบตง ถอดประสบการณ์ตรงครูจากผู้ใช้ Q-Info</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-q-info-300722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Jul 2022 07:53:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[นิษฐเนตร เทพเกื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ]]></category>
		<category><![CDATA[เบตง]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58747</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เวลาแค่ 1 เดือน Q-Info เข้ามาเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-q-info-300722/">โอเคเบตง ถอดประสบการณ์ตรงครูจากผู้ใช้ Q-Info</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“เวลาแค่ 1 เดือน Q-Info เข้ามาเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบได้อย่างไร ?</p>



<p>“&#8230;ให้ลองคิดภาพว่า<strong>แต่ก่อนครูคนหนึ่งต้องจัดการข้อมูลนักเรียนมากมายแค่ไหน เด็กคนเดียวมีใบ ปพ.1 ถึง ปพ.9 ชั้นหนึ่งมีเด็กกี่คนก็คูณเข้าไป จะหยิบมาใช้แต่ละที เอกสารจิปาถะเหล่านี้ก็กองกระจัดกระจายเต็มโต๊ะ แต่พอข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์ม จากกระดาษย้ายไปอยู่บนหน้าจอ เราเข้าถึงข้อมูลได้เร็วมาก ดูผ่านสมาร์ทโฟนบนฝ่ามือได้เลย</strong> ทีนี้จะหาข้อมูลก็ง่าย ประหยัดทรัพยากร หรือวางแผนจัดการทุกอย่างในโรงเรียนก็ทำได้สะดวกขึ้น ที่สำคัญเลยคือลดภาระงานครู ครูก็มีเวลาติดตามแก้ปัญหาให้เด็กใกล้ชิดเป็นรายคนจริง ๆ โอกาสเสี่ยงหลุดมันก็ลดลง จากประสบการณ์ของโรงเรียนเราที่นำมาใช้ ต้องบอกว่ากลไกทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น”</p>



<p>เสียงยืนยันจาก ผู้อำนวยการนิษฐเนตร เทพเกื้อ โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา 1 ในโรงเรียนต้นแบบจากโรงเรียนกว่า 1,500 แห่ง ทุกสังกัดทั่วประเทศ ที่นำระบบสารสนเทศเพื่อส่งเสริมคุณภาพการศึกษา ‘Q-Info’ (Quality Learning Information System) ซึ่งวิจัยและพัฒนาโดย กสศ. และ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาใช้จัดการโรงเรียน และเห็นผลความเปลี่ยนแปลงในเวลาอันสั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2896c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/01-โอเคเบตง-ถอดประสบการณ์ตรงครูจากผู้ใช้-Q-Info-FB.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Q-Info เป็นเครื่องมือติดตามดูแลนักเรียนรายบุคคลในมิติแวดล้อมทุกด้าน(Student Profile) ซึ่งจะบันทึกและแสดงผลการเรียน การเข้าเรียน สุขภาพกาย สุขภาพจิต สถานะเศรษฐกิจ และสถานภาพครอบครัว ออกแบบให้สอดคล้องกับการดำเนินงานภายในโรงเรียน ช่วยครูจัดงานสอนหรืองานทะเบียนวัดผล และเป็นตัวช่วยผู้บริหารสถานศึกษาในการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา ทั้งระยะสั้นและระยะยาว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อเปลี่ยนเอกสารกองมหึมาเป็นฐานข้อมูลบนฝ่ามือได้ เวลาของครูก็คืนกลับมา</strong></h2>



<p>ครูรีซูวัน ดอเลาะ โรงเรียนบ้านตาเนาะแมเราะ เล่าถึงช่วงเวลาเริ่มต้นใช้งาน Q-Info ที่โรงเรียนว่า “เป็นธรรมดาที่พอมีสิ่งใหม่เข้ามา การรับรู้ของบุคลากรก็แตกเป็นสองฝ่าย มีทั้งคนที่ยังไม่เปิดใจ กังวลว่าจะใช้เป็นไหม หรือเครียดว่าต้องทำยังไง กับอีกฝ่ายหนึ่งที่ชำนาญเรื่องเทคโนโลยีมากกว่า พวกนี้จะมองเห็นระบบ เข้าใจขั้นตอน ไปจนถึงตระหนักว่าการนำนวัตกรรมมาใช้ จะส่งผลดีในวันข้างหน้าอย่างไร</p>



<p>“ถ้าจะทำให้ทุกคนเห็นภาพไปทางเดียวกัน มันต้องทำงานเป็นทีม วิธีของโรงเรียนเราคือให้ครูทุกคนได้ทดลองล็อกอิน กรอกข้อมูล จัดลำดับขั้นตอนใช้งาน จากนั้นเราจะแยกคนที่ทำได้กับยังไม่เข้าใจออกจากกัน แล้วให้จับคู่ทำไปพร้อมกัน โดยมีครูแกนนำอีกคนหนึ่งพาทำบนจอใหญ่ ค่อยทำความรู้จักไปทีละเมนู ทีละคุณลักษณะ(Feature) ทีละคุณสมบัติ(Function) พอเริ่มเข้าใจมากขึ้นก็ลองทำซ้ำ ๆ ทีละคน ไม่นานทุกคนก็สามารถทำได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9242eb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-โอเคเบตง-ถอดประสบการณ์ตรงครูจากผู้ใช้-Q-Info-FB.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“แน่นอนว่าช่วงแรกคือตอนเปิดภาคเรียนที่หนึ่ง เราจะเจอความทุลักทุเลอยู่บ้าง มีคนท้อ มีคนไปช้ากว่าคนอื่น แต่เพราะเรามีบัดดี้ที่คอยดูแลไม่ทิ้งกันอยู่ สักพักอุปสรรคก็ค่อย ๆ หมดไป จนเข้าเทอมสอง ผลดีมันค่อย ๆ ปรากฏ ครูเริ่มสบาย คราวนี้เขาเริ่มเห็นแล้วว่าไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำ ๆ เหมือนเดิม จบปีเก่าผ่านไปถึงปีการศึกษาใหม่ ข้อมูลก็ยังอยู่ จะดึงเอามาใช้ก็ก็อปปี้วางได้เลย สะดวกรวดเร็วมาก ๆ แล้ว<strong>ที่ทุกคนชอบใจคือไม่ต้องหอบแฟ้มเอกสารเล่มหนา ๆ ติดตัวอีกแล้ว แค่พกสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวเปิดทำตรงไหนก็ได้ มีข้อมูลอัพเดทเรียลไทม์ เรียกดูและติดตามผลได้ตลอด คือแค่เราเสียเวลายุ่งยากเทอมเดียว แต่จากนั้นโรงเรียนจะมีฐานข้อมูลที่ไม่สูญหาย ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสิบหรือยี่สิบปีก็ยังอยู่ตรงนั้น</strong>”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ครูรีซูวันกล่าวว่า สำหรับครูแล้ว งานเอกสารที่ลดลงเท่ากับการได้ ‘เวลา’ เพิ่มขึ้น ใน 1 วันที่มี 24 ชั่วโมงเท่าเดิม ซึ่งอีกด้านหนึ่งหมายถึงครูมีชั่วโมงสำหรับการจัดเตรียมการสอนมากขึ้น การติดตามเอาใจใส่นักเรียนทีละคนก็ทำได้เต็มที่</p>



<p>“พองานเอกสารลดลง เวลาที่เพิ่มขึ้นมาเราสามารถเอาไปใช้พัฒนาทั้งคุณภาพการเรียนการสอน และปรับปรุงระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ดีขึ้น พอสองสิ่งนี้มีประสิทธิภาพ จำนวนนักเรียนกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบก็น้อยลง”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบบตรวจจับความเสี่ยง เตือนทันทีก่อนสายเกินแก้</strong></h2>



<p>นอกจากลดภาระงานครู<strong> </strong>Q-Info ยังมีระบบแจ้งเตือนที่ทำให้มองเห็นความผิดปกติของเด็กได้อย่างรวดเร็ว จากการประเมินผ่านตัวชี้วัดต่าง ๆ โดยเมื่อทำการกรอกข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนผลตัวชี้วัดของนักเรียนกลุ่มเสี่ยงที่มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งครูสามารถนำมาออกแบบแผนการดูแลเด็กเป็นรายคน หรือเป็นรายวิชา</p>



<p>ส่วนเรื่องการติดตามนักเรียน <strong>ครูประจำชั้นจะได้รับการประมวลผลข้อมูลจากบันทึกการเข้าเรียนของเด็กในแต่ละวัน ผลที่แสดงจะเป็นข้อมูลเรียลไทม์ซึ่งทั้งครูและผู้บริหารเรียกดูได้ทันที ว่าวันนั้น ๆ นักเรียนขาดกี่คน ใครลาป่วย ลากิจ ใครหยุดเรียนหายไปเฉย ๆ หรือคนไหนที่ขาดเรียนบ่อย ๆ หยุดเกิน 2-3 วันติดต่อกัน ระบบจะแจ้งเตือนทันที</strong> เพื่อให้มีการติดตามหรือลงพื้นที่เยี่ยมบ้านรับทราบปัญหา ก่อนจะสายเกินไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e1782"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-โอเคเบตง-ถอดประสบการณ์ตรงครูจากผู้ใช้-Q-Info-FB.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูรีซูวันระบุว่า Q-Info คือนวัตกรรมที่ช่วยพัฒนาการเรียนการสอนของครู และเปลี่ยนแปลงโรงเรียนทั้งระบบในระยะยาวได้โดยตรง ด้วยการบันทึกข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียด ครบรอบด้าน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการทำรายงานในแต่ละภาคการศึกษา ก่อนการประชุมทบทวนข้อบกพร่อง และหาแนวทางพัฒนาหลักสูตรที่โรงเรียนใช้ในแต่ละเทอม</p>



<p><strong>“ระบบแสดงให้เราเห็นได้หมด ว่าแต่ละภาคแต่ละเทอม เด็กชั้นหนึ่งห้องหนึ่งมีเกรดเฉลี่ยสูงต่ำอย่างไร ค่าตัวเลขพวกนี้เองที่จะสะท้อนให้เห็นว่าเราต้องปรับปรุงหลักสูตรหรือการเรียนการสอนตรงไหน เพิ่มหรือลดอะไร อะไรคือจุดแข็งจุดอ่อน แล้วบทสรุปที่ได้จากข้อมูลนี้ จะนำมาใช้แก้ปัญหาของโรงเรียนหรือของนักเรียนได้ในทันที</strong> รวมถึงยังเป็นข้อมูลอ้างอิงในการจัดสรรงบประมาณของโรงเรียนในภาคเรียนถัดไปได้อีกด้วย”</p>



<p>ผู้อำนวยการนิษฐเนตร กล่าวสรุปว่าการใช้ระบบ Q-Info ในระยะยาว จะกลายเป็นกลไกที่เชื่อมต่อสถานศึกษาทั้งประเทศไว้ด้วยกัน ทำให้การส่งรับข้อมูลหรือส่งต่อเด็กนักเรียนง่ายขึ้น นอกจากนี้ผลดีที่เกิดขึ้นกับโรงเรียนและนักเรียน ยังทำให้ครูได้เห็นประโยชน์ เห็นคุณค่าที่แท้จริงของข้อมูล และช่วยตอบคำถามไปในตัวว่า ‘เราเก็บข้อมูลของเด็ก ๆ กันไปทำไม’ เพราะสิ่งที่ครูทุกท่านลงใจลงแรงไปนั้น ท้ายที่สุดแล้ว ข้อมูลเหล่านี้เองที่จะกลับมาพัฒนาตัวนักเรียนได้จริง ๆ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-q-info-300722/">โอเคเบตง ถอดประสบการณ์ตรงครูจากผู้ใช้ Q-Info</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘Q-Info’ ดิจิตอลแพลทฟอร์มลดความเหลื่อมล้ำ  ลดภาระงานให้คุณครูทั้งโรงเรียน  ลดความเสี่ยงของนักเรียนทุกมิติเป็นรายคน   กสศ. นำร่อง ใน 70 โรงเรียน ตชด. ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-q-info-240622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 24 Jun 2022 06:53:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท KPMG ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=57574</guid>

					<description><![CDATA[<p>งานเอกสารที่ซับซ้อนด้วยข้อมูลมหาศาล ทั้งยังเพิ่มจำนวนขึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-q-info-240622/">‘Q-Info’ ดิจิตอลแพลทฟอร์มลดความเหลื่อมล้ำ  ลดภาระงานให้คุณครูทั้งโรงเรียน  ลดความเสี่ยงของนักเรียนทุกมิติเป็นรายคน   กสศ. นำร่อง ใน 70 โรงเรียน ตชด. ทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>งานเอกสารที่ซับซ้อนด้วยข้อมูลมหาศาล ทั้งยังเพิ่มจำนวนขึ้นตามวันเดือนปีที่ผ่านไป ถือเป็นภาระหน้าที่ที่เข้ามาเบียดบังเวลาของครูจากการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน หรือจากความใกล้ชิดเอาใจใส่เด็ก ๆ ให้ทั่วถึง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จึงร่วมกับ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการศึกษา ‘Q-Info’ ขึ้น เพื่อรวบรวมข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล ครอบคลุมทุกมิติทั้งการเรียน สุขภาพกายใจ ครอบครัว รวมถึงอัตราการมาเรียน ซึ่งจะช่วยให้ครูสามารถติดตามและสังเกตปัญหาความเสี่ยงของเด็ก และออกแบบวิธีการดูแลช่วยเหลือได้ทันท่วงที เป็นการส่งเสริมนโยบาย ‘คืนครูให้นักเรียน’ ด้วยการลดภาระงานเอกสารและจำนวนเวลาในการจัดระเบียบข้อมูลต่าง ๆ จนเหลือเพียงไม่กี่ขั้นตอนในการเข้าถึงและใช้งาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-590bda"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Q-info-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>และหลังจากที่พัฒนาและทดลองใช้มาแล้วเกือบทศวรรษ วันนี้ นวัตกรรม Q-Info ได้เตรียมนำมาใช้ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 72 แห่ง โดย กสศ. ร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จัดอบรมการใช้งานให้กับครู ร.ร. ตชด. ต้นแบบ เพื่อให้สามารถนำไปใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สุงสุดกับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล</p>



<p>พร้อมกันนี้<strong> บริษัท KPMG ประเทศไทย</strong> ในฐานะพันธมิตรของ กสศ. ในภารกิจงานด้านการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ได้ร่วมบริจาคคอมพิวเตอร์ 100 เครื่อง ให้กับโรงเรียน ตชด. ต้นแบบ 72 แห่ง และขอเป็นส่วนหนึ่งในการทำงานของ กสศ. และ ตชด. ที่จะผลักดันให้โรงเรียน ตชด. ทั้ง 220 แห่งทั่วประเทศ สามารถใช้งานระบบ Q-Info ได้ครบทุกแห่ง ภายในปีการศึกษา 2566 นี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รวมข้อมูลทุกมิติ ใช้กำหนดแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และช่วยเหลือเด็กได้อย่างเป็นองค์รวม</strong></h2>



<p>“เมื่อจิตวิญญาณของความเป็นครูได้รับความช่วยเหลือจากนวัตกรรมที่ทันสมัย เราเชื่อว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโรงเรียนและพื้นที่ห่างไกลได้ไม่สิ้นสุด เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุดคือเราต้องการให้ครูมีเวลาเหลือมากขึ้น และผู้กำหนดนโยบายการศึกษาจะต้องรู้ว่าจะช่วยสนับสนุนครูให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพได้อย่างไร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-349de6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Q-info-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า <strong>ถึงแม้งานข้อมูลจะมีความสำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นของครู หากมีการออกแบบระบบจัดเก็บข้อมูลที่นำมาใช้เสริมหนุนการทำงานได้ ‘ง่าย สะดวก และรวดเร็ว’</strong></p>



<p class="text-justify">Q-Info เป็นระบบสารสนเทศที่พัฒนาขึ้นผ่านกระบวนการวิจัย หวังผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน รองรับข้อมูลความรู้ใหม่ในทุกวัน อีกทั้งระบบสามารถปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นได้ผ่านผู้ใช้งาน ทั้งจากแอดมิน รวมถึงข้อมูลแวดล้อมที่ได้จากการลงพื้นที่ ทำให้ข้อมูลมีความสดใหม่ทันเหตุการณ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f5cf39"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Q-info-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ระบบที่สร้างขึ้นจะรวบรวมมิติต่าง ๆ รอบตัวเด็กซึ่งเป็นศูนย์กลางของการทำงาน มีบันทึกผลการเรียน การเข้าเรียน สุขภาพกาย สุขภาพใจ สถานะเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมา การทำงานบนกระดาษทำให้ข้อมูลของเด็กคนหนึ่งถูกเก็บแยกเป็นแฟ้ม มีปริมาณมากตามจำนวนของเด็ก และยิ่งเวลาผ่านไปปีหนึ่ง ๆ ข้อมูลก็ยิ่งเพิ่มขึ้น กลายเป็นภาระมหาศาลที่ครูต้องจัดการ แต่ Q-Info เป็นดิจิทัลแพลทฟอร์มที่รวมข้อมูลทุกด้านไว้ด้วยกัน สามารถนำมาช่วยกำหนดแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาหรือการช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งได้อย่างเป็นองค์รวม (Whole School Approach)</p>



<p>“ข้อมูลระบุว่าปีการศึกษา 2564 มีโรงเรียนที่ใช้ Q-Info รวม 664 โรงเรียน ล่วงมาถึงปีการศึกษา 2565 มีโรงเรียนนำไปใช้เพิ่มขึ้นกว่า 8,000 โรงเรียน สำหรับโรงเรียน ตชด. ซึ่งมีทั้งหมด 220 โรงเรียน ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่มาก ซึ่งวันนี้เราเริ่มต้นแล้วใน 70 โรงเรียนแรก จึงเชื่อว่าโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จะบรรลุเป้าหมายในฐานะสังกัดการศึกษาแรก ที่สามารถเชื่อมโยงโรงเรียนทั้งหมดเข้าสู่ระบบได้ในปีการศึกษาหน้า”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d8d6c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Q-info-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อบ่งชี้มิติความเสมอภาค ช่วยจัดสรรงบประมาณได้ตรงจุด</strong></h2>



<p>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษากล่าวว่า Q-Info สามารถเป็นฐานข้อมูลที่ใช้เฝ้าระวังเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา ด้วยออกแบบให้ข้อมูลแสดงมิติปัญหาของเด็ก ครูจึงเฝ้าระวัง ติดตาม และออกแบบความช่วยเหลือเด็กได้ทันเวลา จากปัจจัยเสี่ยงที่บันทึกตั้งแต่ต้นเทอม โดยระบบจะประมวลผลและเตือนความเสี่ยงของเด็ก ตั้งแต่ระดับสีเหลืองคือน่าเป็นห่วง จนถึงสีแดงคือต้องได้รับความช่วยเหลือด่วนที่สุด และข้อมูลเหล่านี้เองจะทำให้ผู้บริหารสามารถออกแบบการทำงาน กำหนดและปรับเปลี่ยนนโยบายรับมือเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาได้ตลอดเวลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f8010"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Q-info-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ข้อมูลรายบุคคล (Student Profile) ยังแสดงให้เห็นทักษะเฉพาะทางของเด็ก ทั้งในแง่ความสมดุล จนถึงการวางแผนพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ โรงเรียนจึงสามารถจัดหาทุนการศึกษา พร้อมทั้งมองหาโรงเรียนปลายทางที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่กำลังจะจบการศึกษาในปีนั้น ๆ ได้ และในอนาคตเมื่อทุกโรงเรียนในประเทศไทยเชื่อมต่อกันผ่านระบบ Q-Info เด็กจะมี Learning Passport หรือระบบส่งต่อนักเรียนขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยให้เด็กย้ายจากโรงเรียนหนึ่งไปยังอีกโรงเรียนได้ โดยสามารถส่งต่อบันทึกข้อมูลความเสี่ยงด้านต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดระบบดูแลระยะยาว&nbsp;</p>



<p>สำหรับผู้บริหารและผู้ปกครองแล้ว Q-Info คือรายงานผลเกี่ยวกับตัวนักเรียน ที่เรียกดูได้ทันทีผ่านสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็นเกรดเฉลี่ย วิชาที่ติดศูนย์ เด็กมีน้ำหนักส่วนสูงสมวัย หรืออัตราเข้าเรียนต่ำกว่า 80% หรือไม่ โดยดูได้ทั้งรายคน รายห้อง รายชั้น ดูทั้งโรงเรียน หรือของทุกโรงเรียนในสังกัด</p>



<p>ไม่เพียง<strong>เท่านั้น Q-Info ยังใช้ประโยชน์ในฐานะข้อบ่งชี้มิติความเสมอภาค หรือระดับคุณภาพการศึกษา ที่เฉพาะเจาะจงไปยังการทำงานของครู อาทิ วุฒิการศึกษาของครูผู้สอน อัตราส่วนของครูต่อนักเรียนในสถานศึกษา เปอร์เซ็นต์ของครูที่ต้องสอนไม่ตรงวิชา อันเป็นภาพสะท้อนปัญหาที่มีผลต่อการกำหนดอัตรากำลัง และการจัดสรรงบประมาณการศึกษาที่ตรงจุด</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e1e3e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/Q-info-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“วันนี้เราได้เห็นถึงสามองค์ประกอบสำคัญ คือ 1.ระบบ 2.เครื่องมือ และ 3.คือครูต้นแบบ 70 ท่าน ที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาไปสู่ความสำเร็จ เพราะอย่างไรก็ตาม แม้ระบบ Q-Info จะเข้ามาช่วยทุ่นแรงของครูได้แค่ไหน แต่หัวใจสำคัญที่จะทำให้ระบบพัฒนาไปได้ คือครูทุกคนที่จะร่วมกันปรับปรุงข้อมูลให้ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ</p>



<p>และอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้งานพัฒนาระบบเกิดขึ้นได้ คือความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีวิสัยทัศน์ ที่อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงและลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการสนับสนุนเครื่องมือที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานของครู ซึ่งก็คือคอมพิวเตอร์ 100 เครื่องแรกที่ KPMG ร่วมบริจาคในวันนี้ <strong>ผมเชื่อว่าจากนี้ไป ด้วยจิตวิญญาณของครู ผู้บริหารศึกษา หน่วยงานในพื้นที่ จนถึงกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กสศ. และภาคเอกชนที่พร้อมสนับสนุน เราจะร่วมกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นที่ตัวเด็ก เพราะทุกคนมองเห็นภาพร่วมกันแล้วว่า ความสำเร็จของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ยั่งยืนนั้นอยู่ไม่ไกล”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-q-info-240622/">‘Q-Info’ ดิจิตอลแพลทฟอร์มลดความเหลื่อมล้ำ  ลดภาระงานให้คุณครูทั้งโรงเรียน  ลดความเสี่ยงของนักเรียนทุกมิติเป็นรายคน   กสศ. นำร่อง ใน 70 โรงเรียน ตชด. ทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Dec 2021 10:13:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านราหุล]]></category>
		<category><![CDATA[นุตประวีณ์ ภัครวัฒน์อังกูร]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49643</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การมีระบบฐานข้อมูลที่ดีช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ไม่ต้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/">“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“การมีระบบฐานข้อมูลที่ดีช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ไม่ต้องทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดภาระงานเอกสาร&nbsp; มีเวลาจัดเตรียมการเรียนการสอนได้มากขึ้น รวมทั้งสามารถนำมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทำให้เกิดความรวดเร็ว เกิดประโยชน์ มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ทำงานได้ดี โดยเฉพาะการมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ”</p>



<p><strong>นุตประวีณ์ ภัครวัฒน์อังกูร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านราหุล จังหวัดเพชรบูรณ์ หนึ่งในเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP</strong>) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เริ่มต้นเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากนำระบบสารสนเทศ Q-INFO มาใช้สนับสนุนการบริหาร ​การจัดการเรียนการสอน รวมทั้งภารกิจสำคัญอย่างการติดตามเด็กกลับมาเรียน สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7ed20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังจากที่เข้าไปร่วมอบรมและนำระบบสารสนเทศ Q-INFO มาใช้ สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปคือ จากการเขียนเอกสารประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ ป.พ. ที่เดิมครูต้องเขียนเอง แต่ระบบนี้ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น ไม่ต้องมานั่งเขียนเอง แต่พิมพ์ออกมาจากระบบได้เลย อีกด้านหนึ่งยังเห็นข้อมูลเด็กในเชิงลึก เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือ ที่เชื่อมโยงกับระบบ CCT</p>



<p>จุดเด่นของระบบนี้คือ ครูมีข้อมูลที่ช่วยกันจัดเก็บแบบเรียลไทม์ ทั้งข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน&nbsp; ไปจนถึงอัตราการเข้าเรียนและผลการเรียน ​ทำให้ผู้บริหารสามารถเข้าไปเช็กได้เลยว่านักเรียนคนไหนขาดเรียนบ่อยแค่ไหน หรือเด็กคนไหนกำลังมีปัญหาในการเรียนที่จุดใด ก็จะสามารถรู้ได้ทันที ช่วยให้สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที&nbsp; </p>



<p>ยกตัวอย่างที่ผ่านมามีเด็กที่ขาดเรียนไปเป็นสัปดาห์ เมื่อทราบเรื่องก็ติดต่อสอบถามไปยังผู้ปกครองว่านักเรียนขาดเรียนไปไหน หรือถ้าติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ก็ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านว่าครอบครัวนี้ยังอยู่ในพื้นที่หรือย้ายไปไหน&nbsp; เพื่อช่วยติดตามให้เขากลับมาเรียนได้ตามปกติ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e494d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะมีเด็กที่ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ โรงเรียนจึงปรับให้เรียนแบบออนแฮนด์ มารับใบงานไปทำที่บ้านแล้วนำมาส่ง ครูจะคอยติดตามไม่ให้เด็กขาดหายไปในช่วงนี้ และเมื่อถึงช่วงเปิดโรงเรียนได้ปกติ ก็จะคอยติดตามอีกรอบว่ามีเด็กคนไหนยังไม่กลับมาเรียน</p>



<p>“เปิดเทอมมาตั้งแต่ 1 ธันวาคม ตอนนี้เด็กกลับมาเรียนเกือบครบ 100% จะมีบ้างที่นักเรียนไม่สบาย เราก็ให้นักเรียนรักษาตัวอยู่บ้านให้หายดีก่อนค่อยมาเรียน ขณะที่นักเรียนกลุ่มเสี่ยงหรือมาจากต่างพื้นที่ก็ให้กักตัวอยู่บ้านก่อน 2 สัปดาห์ แล้วก่อนมาเรียนก็ให้ตรวจสอบก่อน ถ้าปกติถึงจะให้เข้ามาเรียนได้ โดยสถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e5c20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สำรวจและ​ซ่อมเสริม “ความรู้”<br>ป้องกันเรียนไม่รู้เรื่อง ชดเชยช่วงปิดเรียน</h2>



<p>ส่วนมาตรการรองรับหลังเปิดเทอมก็ถือเป็นอีกประเด็นที่สำคัญ ผอ.นุตประวีณ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในช่วงการเรียนทั้งออนไลน์และออนแฮนด์ที่ผ่านมา อาจทำให้เด็กๆ ไม่ได้รับความรู้เต็มที่เหมือนกับเรียนที่โรงเรียน ช่วงที่กลับมาเรียนอีกครั้ง&nbsp; จึงต้องมีการเรียนซ่อมเสริมให้นักเรียน</p>



<p>“ครูจะเป็นคนสำรวจว่าเด็กแต่ละคนมีจุดอ่อนตรงไหน เด็กเล็กๆ หลายคนช่วงที่เรียนที่บ้านนานๆ จะทำให้เขาอ่านเขียนได้น้อยลง ครูก็จะไปสอนเสริมให้เขาก่อน เพราะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานสำคัญ ในขณะที่เด็กคนไหนที่เรียนทัน ครูก็ต้องเพิ่มเนื้อหาที่แอดวานซ์ให้เขาได้พัฒนา&nbsp; ต้องยอมเหนื่อยขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์เรียนรู้ได้ดีขึ้น จากในวง PLC เราจะรับรู้ถึงจิตวิญญาณความเป็นครูของแต่ละคนที่เสียสละทุ่มเทเพื่อเด็กๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5412df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างการเรียนรู้ที่ดีขึ้น<br>ครูต้องไม่ชี้ถูกชี้ผิด แต่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิดด้วยตัวเอง</h2>



<p>โรงเรียนบ้านราหุลได้นำกระบวนการของมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนาเข้ามาใช้ โดยมีทีมโค้ชจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมครู ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการทำงานไปจนถึงการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง</p>



<p>เมื่อครูเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการสอนให้เด็กรู้จักคิด ครูเริ่มใช้โทนเสียงที่ต่ำ ไม่ใช้การสั่งแต่เปลี่ยนเป็นการพูดคุยเสนอแนะ&nbsp; ทำให้เด็กกล้าแสดงออกมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e5b93"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ระยะเวลาแค่ 3 เดือนแรกเราก็เห็นผลความเปลี่ยนแปลง จากการใช้จิตศึกษาเข้ามาช่วยให้นักเรียนรู้จักกำกับตัวเอง จนตอนนี้ช่วงเข้าแถวตอนเช้า แทบไม่ได้ยินเสียงนักเรียนคุยกัน จากแต่ก่อนที่เสียงจ้อกแจ้กวุ่นวาย</p>



<p>“รูปแบบนี้ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนของครูก่อน ซึ่งครูทั้งโรงเรียนก็พร้อมใจกันเปลี่ยน บางคนตอนแรกอาจจะต่อต้านบ้าง คิดว่าเดี๋ยวจะเกษียณอยู่แล้ว ทำไมต้องมาเปลี่ยน แต่พอครูคนอื่นเริ่มเปลี่ยน&nbsp; และเห็นผลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครูที่ยังไม่เปลี่ยนก็เปลี่ยนตาม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/">“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>5 STEPS Active Learning พัฒนาเต็มศักยภาพเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศตามแนวทางของตัวเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-5-steps-active-learning/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Oct 2021 08:44:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[School Goals]]></category>
		<category><![CDATA[สพป.สุรินทร์เขต 2]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านน้ำเขียว]]></category>
		<category><![CDATA[ลูกน้ำ บุญทัพไท]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[สุรินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46624</guid>

					<description><![CDATA[<p>จุดเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาโรงเรียนหรือ Scho [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-steps-active-learning/">5 STEPS Active Learning พัฒนาเต็มศักยภาพเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศตามแนวทางของตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จุดเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายการพัฒนาโรงเรียนหรือ School Goals <strong>ที่โรงเรียนบ้านน้ำเขียว</strong> <strong>จังหวัดสุรินทร์</strong> ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ชักชวนทุกภาคส่วนตั้งแต่ผู้บริหาร ครู ชุมชน ผู้ปกครอง และนักเรียน มาร่วมกันวางทิศทางอนาคตที่อยากให้โรงเรียนไปถึงเป้าหมายที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน</p>



<p><span style="text-decoration: underline;">นักเรียน</span> : ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศตามแนวทางของตัวเอง และมีการเรียนรู้ มีทักษะและความสามารถตามระดับชั้นที่กำหนดไว้ในหลักสูตร </p>



<p><span style="text-decoration: underline;">ครูผู้สอน</span> : ใช้กระบวนการ PLC ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และจัดการสอนแบบ Active Learning เน้นการสอนแบบ 5 Steps พัฒนาผู้เรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-749b51"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/14-TSQP-บ้านน้ำเขียว-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><span style="text-decoration: underline;">ผู้บริหาร</span> : เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงวิชาการ บริหารจัดการคุณภาพสถานศึกษาอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และใช้ระบบสารสนเทศในการบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพโรงเรียน </p>



<p>ปัจจุบัน “เป้าหมาย” ที่วางไว้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี จากความร่วมไม้ร่วมมือของทุกฝ่าย ตอกย้ำด้วยผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาทั้งคะแนน O-NET, RT NT ที่ดีขึ้นในทุกสาระวิชา และเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">5 สเต็ปส์ พัฒนาการเรียนการสอน</h2>



<p><strong>ครูลูกน้ำ บุญทัพไท ครูวิชาการโรงเรียนบ้านน้ำเขียว</strong> ประเมินว่า Active Learning เป็นการสอนที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กๆ ที่ผ่านมาครูหลายคนก็ใช้รูปแบบการสอนนี้อยู่แล้ว มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับแต่ละคน การปรับเปลี่ยนจึงทำได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่อได้ทาง สพป.สุรินทร์ เขต 2 มาร่วมเป็นโค้ช พัฒนาการเรียนการสอนในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​</p>



<p>หนึ่งในเทคนิคสำคัญที่นำมาใช้สอดแทรกไปกับเนื้อหาการเรียน คือ 5 เสต็ปส์พัฒนาการเรียนการสอน เริ่มจาก 1. การตั้งคำถาม 2. การแสวงหาความรู้สารสนเทศ 3. สร้างองค์ความรู้ 4. เรียนรู้เพื่อการสื่อสาร และ 5. การตอบแทนสังคม นำความรู้ไปเผยแพร่ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-daf64f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/14-TSQP-บ้านน้ำเขียว-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ยกตัวอย่างการเรียนภาษาไทย เรื่องชนิดของคำ ก็จะเริ่มต้นจากการตั้งคำถาม เช่น คำนามคืออะไร ให้เด็กไปแสวงหาความรู้ จากนั้นจึงนำมาช่วยกันสรุปว่าข้อมูลที่ไปหามาได้เป็นอย่างไร คำนามคืออะไร ยกตัวอย่างการใช้ สามารถอธิบายได้ และสุดท้ายก็นำมาจัดทำเผยแพร่เป็นป้ายนิเทศ แผนผังความคิด</p>



<p>“สิ่งที่เห็นได้ชัดคือนักเรียนกล้าแสดงออกมากขึ้น กล้าพูด กล้าถาม เวลาครูให้อิสระ เขาก็จะกล้านำเสนองาน กล้าพูด และความรู้ที่เขาได้จะเป็นความรู้ที่มาจากการเรียนรู้  ที่จะทำให้เข้าใจได้ดีกว่าแค่อ่านจากหนังสือหรือครูบอกให้ฟัง อีกมุมหนึ่งคือการแบ่งกลุ่มให้เด็กทำงาน จะแบ่งคละเด็กเก่งเด็กอ่อนให้อยู่ด้วยกัน เวลาทำงานเขาก็จะช่วยกัน เกิดการเรียนรู้ด้วยกัน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">PLC หนุนเสริมเพื่อให้ครูกล้าพัฒนา​</h2>



<p>เคล็ดลับความสำเร็จคือการทำงานเป็นทีมและการพัฒนาแบบ PLC ที่เดิมเคยทำกันมาบ้างแล้ว ต่อมาได้พัฒนาให้เป็นการทำ PLC ใน 3 ระดับ&nbsp;</p>



<p>1. PLC ระดับคู่บัดดี้ ที่ครูจับคู่กันเพื่อพัฒนาแผนการสอน ตั้งแต่ขั้นตอน วางแผน ลงมือสอน และสะท้อนผล <br>2. PLC ระดับช่วงชั้น เช่น ป.1-3, ป.4-6, ม.1-3 <br>3. PLC ระดับโรงเรียน ที่จะทำให้การเรียนการสอนดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-46cad2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/14-TSQP-บ้านน้ำเขียว-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ที่ผ่านมาครูก็สอนแบบ Active Learning การทำ PLC จะช่วยทำให้ครูมั่นใจว่าสิ่งที่ทำนั้นมาถูกทาง โดยมีเพื่อนครูและผู้บริหารเข้ามาช่วยการหนุนเสริมให้พัฒนาได้ดียิ่งขึ้น ครูก็จะพัฒนา อย่างเดิมเราก็ถามให้เด็กคิดหาคำตอบ ไม่ได้สอนให้ท่องจำ​ แต่บางครั้งก็ต้องปรับเพิ่ม เช่น เวลาถามแล้วเด็กไม่ตอบก็ต้องใจเย็นรอ หรือหาทางให้เด็กได้คิด ข้อดีของการทำ PLC ระดับคู่บัดดี้  คือช่วยทำให้ครูไม่เกร็ง  เพื่อนช่วยเพื่อน คอยสังเกต ชี้แนะกันและกัน บางครั้งครูเองก็อาจจะมองข้ามหรือไม่เห็นรายละเอียดที่ตัวเองสอน เช่น บางครั้งอาจจะมองไม่เห็นเด็กที่ยกมือจะตอบ ทำให้เขาไม่ได้พูด ต่อไปเขาก็จะไม่กล้าตอบอีก แต่ถ้าครูบัดดี้สังเกตการสอนก็จะให้คำแนะนำช่วยเหลือได้” </p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สพป.สุรินทร์เขต 2 กัลยาณมิตรร่วมพัฒนา เปลี่ยนบทบาทจากผู้ประเมิน เป็น “โค้ช”​</h2>



<p>ครูลูกน้ำเล่าให้ฟังว่า เครื่องมือ Q-info ที่ กสศ.นำมาให้ใช้ เป็นระบบสารสนเทศที่ทำให้ครูและผู้บริหารทำงานได้ง่ายขึ้น และยังช่วยลดภาระการทำงานของครู ที่เทอมนี้จะไม่ต้องทำเอกสาร ป.พ. 5 แต่จะใช้วิธีพริ้นต์จากระบบได้เลย ซึ่งมีข้อมูลทั้งภาวะโภชนาการ เช็กเวลาเรียน ตัวชี้วัด ที่จะเช็กว่าเป็นไปตามเป้าหรือไม่ สามารถเห็นภาพของเด็กนักเรียนทั้งรายบุคคลและภาพรวมทั้งโรงเรียน นำไปสู่การพัฒนาได้ดียิ่งขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2ebb34"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/14-TSQP-บ้านน้ำเขียว-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากนั้นทุกวันศุกร์ก็จะมา PLC ระดับกลุ่ม และแต่ละเดือนก็จะมี PLC ระดับโรงเรียน เพื่อให้เกิดการพูดคุย คิดหาทางแก้ไขปัญหาและพัฒนา เรื่องไหนทำแล้วประสบความสำเร็จ หรือเรื่องไหนยังต้องปรับเพิ่มตรงไหนอีก ครูแต่ละคนก็จะได้ช่วยกันคิดหรือเสนอแนวทางใหม่ โดยทั้งหมดจะมีการบันทึกเป็นล็อกบุ๊กเพื่อเป็นฐานข้อมูล&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“การได้ สพป.สุรินทร์เขต 2 เข้ามาเป็นโค้ช ช่วยให้เกิดการพัฒนาได้มาก ​จากเดิมบทบาทอาจจะเป็นลักษณะของฝ่ายที่จะมาประเมิน ทำให้เกร็ง ไม่กล้าให้ดูแผน เพราะกลัวได้คะแนนน้อย แต่พอเปลี่ยนบทบาทก็เหมือนเป็นกัลยาณมิตรมาช่วยกันพัฒนา ที่สำคัญโครงการ TSQP ทำให้การทำงานมีระบบมากขึ้น มีเป้าหมายที่ชัด ช่วยให้วางขั้นตอนการทำงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้” ​</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-5-steps-active-learning/">5 STEPS Active Learning พัฒนาเต็มศักยภาพเพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศตามแนวทางของตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q-info ทุ่นแรงคุณครู เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ตัวช่วยดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-q-info-help-teacher/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Sep 2021 10:16:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท)]]></category>
		<category><![CDATA[กมลรัตน์ ประทีป ณ ถลาง]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ศิวพร ไกรนรา]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านกู้กู]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45919</guid>

					<description><![CDATA[<p>Q-info เป็นหนึ่งในระบบสารสนเทศที่กองทุนเพื่อความเสมอภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-q-info-help-teacher/">Q-info ทุ่นแรงคุณครู เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ตัวช่วยดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>Q-info เป็นหนึ่งในระบบสารสนเทศที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ออกแบบขึ้นมาเพื่อช่วยสนับสนุนพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ด้วยการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญของนักเรียน ซึ่งจะนำไปใช้ต่อยอดพัฒนาการศึกษาได้ในหลายมิติ พร้อมระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ ที่จะทำให้คุณครูเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาเด็กได้อย่างทันท่วงที</p>



<p>ที่สำคัญเครื่องมือนี้ยังช่วยลดภาระการทำงานของคุณครูให้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการการกรอกข้อมูล เช็กชื่อนักเรียน กรอกเวลาการมาเรียนของนักเรียน ทั้งแบบรายวันและในแต่ละรายวิชา ไปจนถึงน้ำหนัก ส่วนสูง ผลการสอบ คะแนนกิจกรรม ฯลฯ ทั้งหมดเพื่อนำไปประเมินผลและนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงการเรียนของนักเรียนให้ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fbbc8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในฐานะผู้ที่ใช้ระบบ Q-info มาอย่างต่อเนื่อง <strong>คุณครูศิวพร ไกรนรา ครูโรงเรียนบ้านกู้กู จังหวัดภูเก็ต </strong>ยืนยันว่าระบบ Q-info มีประโยชน์ในหลายด้าน เริ่มตั้งแต่การช่วยลดภาระการทำงาน จากเดิมที่ต้องคอยมากรอกข้อมูลแบบบันทึกผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน บันทึกผลการเรียนเป็นรายวิชา หรือ ปพ.5 ที่จะต้องกรอกเรื่องหลักสูตร ตัวชี้วัด สอนกี่ชั่วโมง เก็บคะแนนกี่คะแนน แต่พอมีระบบ Q-info ก็ทำให้จบเทอมสามารถพิมพ์ออกมาใช้ได้เลย ไม่ต้องมานั่งจิ้มเครื่องคิดเลขคำนวณเอง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ติดตามน้ำหนัก ส่วนสูง<br>เสริมแนวทางพัฒนาด้านร่างกาย</h2>



<p></p>



<p>Q-info ยังรวมไปถึงข้อมูลที่ช่วยวิเคราะห์ด้านโภชนาการของนักเรียน ทั้งเรื่องน้ำหนัก ส่วนสูง ซึ่งจะคำนวณได้ว่าเด็กคนไหนสมส่วน หรือน้ำหนัก ส่วนสูง ​สูงกว่าหรือต่ำกว่าเกณฑ์ เพื่อเป็นแนวทางช่วยพัฒนาทางด้านร่างกายให้กับเด็กๆ ​</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8f7542"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกด้านหนึ่งยังช่วยติดตามนักเรียนขาด ลา มาสาย ซึ่งทางผู้อำนวยการมีนโยบายต้องรายงานข้อมูลนักเรียนก่อน 10 โมงเช้าของทุกวัน ทำให้รู้ว่านักเรียนขาดเรียนมากน้อยแค่ไหน และคนไหนลาหรือขาดโดยไม่รู้สาเหตุ อีกทั้งเมื่อนักเรียนไม่มาครบ 3 วันติดต่อกัน ระบบก็จะแจ้งเตือน ช่วยให้ติดตามเด็กกลับมาเรียนได้ทันท่วงที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f5586"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ถือเป็นอีกกลไกช่วยป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อรู้ว่าเด็กคนไหนขาดเรียนนาน ๆ เวลาเห็นข้อมูลก็จะได้ประสานไปยังผู้ปกครอง เพื่อจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือจะได้วางแผนลงไปเยี่ยมบ้านเด็ก เพื่อหาว่าทำไมเด็ก ๆ ไม่มาเรียน หรือครูจะช่วยอะไรได้บ้าง เพื่อให้เด็กได้กลับมาเรียนตามเพื่อนทัน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">วิเคราะห์พัฒนานักเรียนตามเป้าหมาย<br>ลดภาระงานปลายเทอมคุณครู</h2>



<p></p>



<p>ในด้านการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน Q-info จะเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้พิจารณานักเรียนเป็นรายบุคคลและในภาพรวมของทั้งโรงเรียน คือ ใช้ติดตามดูได้ว่านักเรียนคนไหนได้คะแนนวิชาไหนดี สอบผ่าน ไม่ผ่านวิชาอะไร เมื่อเห็นว่าเด็กคนไหนอ่อนวิชาไหน ก็สามารถเข้าไปช่วยสอนในวิชานั้น ๆ ​ได้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-15586f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในภาพรวมทางโรงเรียนยังสามารถตั้งเป้าหมายสำหรับการจัดการเรียนการสอนแต่ละกลุ่มสาระวิชาว่า เป้าหมายแต่ละวิชาตั้งเป้าไว้เท่าไหร่ เสร็จสิ้นปีการศึกษาก็มาดูได้ว่าถึงเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์ได้ว่าเป็นไปตามเป้าหมายเพราะอะไร หรือหากต่ำกว่าเป้าหมายเป็นเพราะอะไร  ต้องปรับปรุงแก้ไขตรงส่วนไหน  เมื่อมีข้อมูลตรงนี้คุณครูก็จะ PLC ช่วยกันวางแผนพัฒนาให้ดีขึ้นในเทอมถัดไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aca830"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“Q-info ช่วยลดภาระให้ครู จากข้อมูลที่เดิมครูจะต้องกรอกทั้งการมาเรียน น้ำหนัก ส่วนสูง คะแนนสอบแต่ละวิชา ตอนนี้ก็เพียงแต่เปลี่ยนมากรอกในระบบแทนกรอกในกระดาษ พอถึงตอนปลายเทอมก็นำข้อมูลนี้พริ้นต์ออกมาสรุปได้เลย สะดวกขึ้น ทำงานได้เร็วขึ้น แค่เริ่มต้นอาจจะต้องปรับตัว ต้องลองเปิดใจ” ​ครูศิวพรกล่าว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ช่วยให้ทำงานสะดวกและรวดเร็ว<br>ด้วยชุดข้อมูล สถิติที่แม่นยำ</h2>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-04e41f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-05-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>คล้ายกับโรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท) จังหวัดภูเก็ต ที่คุณครูเริ่มเปิดใจกับระบบ Q-info เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ แม้จะมีปัญหาบ้างในช่วงเริ่มต้น แต่เมื่อคุ้นเคยก็ช่วยให้การทำงานสะดวกและเป็นระบบ</p>



<p><strong>ครูกมลรัตน์ ประทีป ณ ถลาง ครูโรงเรียนบ้านเชิงทะเล (ตันติวิท)</strong> เล่าให้ฟังว่า Q-info ช่วยให้กรอกข้อมูลนักเรียนในระบบได้เลย ช่วงปลายเทอมก็สามารถนำข้อมูลไปใช้ได้ทันที ไม่ต้องทำใหม่ ช่วยให้ประหยัดเวลา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f28ffc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/23-TSQP-Q-info-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากเดิมที่เราใช้การเช็กชื่อลงกระดาษ แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นเช็กชื่อผ่านมือถือ ง่ายและสะดวก หรือน้ำหนัก ส่วนสูง ข้อมูลโภชนาการของเด็ก เวลาเด็กขาด ลา มาสาย หลายครั้งก็มีระบบแจ้งเตือนคนที่มีความเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา อย่างมีเคสหนึ่งเด็กหายไป 3-4 วัน ก็โทร.ไปตาม แต่ติดต่อไม่ได้ ก็ต้องลงไปหาเด็กที่บ้าน ช่วยดึงเด็กกลับเข้าระบบการศึกษา”</p>



<p>ทั้งหมดทำให้การทำงานของคุณครูง่ายและสะดวกขึ้น ด้วยชุดข้อมูลที่มีตัวเลขสถิติ ช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และแม่นยำ </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-q-info-help-teacher/">Q-info ทุ่นแรงคุณครู เพิ่มประสิทธิภาพการเรียน ตัวช่วยดึงเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า: ว่าด้วย Q-info เครื่องมือป้องกันเด็กไทยหลุดจากระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/voralak-q-info/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 22 Oct 2020 12:47:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22853</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 สำหรับโครงการ ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ ภ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/voralak-q-info/">วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า: ว่าด้วย Q-info เครื่องมือป้องกันเด็กไทยหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 สำหรับโครงการ ‘โรงเรียนพัฒนาตนเอง’ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ หนึ่งในกระบวนการที่สำคัญคือ การสร้างฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ Big Data เพื่อช่วยให้เครือข่ายการศึกษาเพื่อความเสมอภาคและประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำ เที่ยงตรง และครอบคลุม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ระบบสารสนเทศที่เรียกว่า ‘Q-info’ คือหนึ่งในเครื่องมือที่เข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา เป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงในเวทีการศึกษานานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บราซิล เครื่องมือนี้ช่วยให้การวัดผล PISA ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของบราซิลเพิ่มขึ้นสูงสุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนั้นยังถูกใช้ในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้ในทุกมลรัฐของประเทศ เพื่อยกระดับการแข่งขันของนักเรียนภายในประเทศ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-22854 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_066.jpg" alt="" width="1200" height="1800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_066.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_066-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_066-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_066-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_066-1024x1536.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_066-750x1125.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในประเทศไทยเอง เครื่องมือนี้ถูกพัฒนาโดย </span><b>ดร.วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า</b><span style="font-weight: 400;"> คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร นักวิจัยด้านเทคโนโลยีที่เคยมีผลงานพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยลดขั้นตอนการทำงานของตำรวจจราจรจนได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วรลักษณ์ นำ Q-info เข้ามาพัฒนาการศึกษาไทย โดยเริ่มต้นจากการเก็บข้อมูลความคาดหวังจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการศึกษา อาทิ โรงเรียน ผู้ปกครอง ครู ศึกษานิเทศก์ กองการศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา และเจ้าหน้าที่กระทรวงศึกษาธิการ ก่อนจะสรุปเป็นตัวบ่งชี้ทางการศึกษา 3 ข้อ ได้แก่ โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม คุณภาพ และประสิทธิภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ Q-info ของไทย ถูกปรับเข้ากับสภาพการทำงานจริงของครูในโรงเรียน โดยดึงข้อมูลจากการดำเนินงานจริงในโรงเรียน ทั้งแผนพัฒนาคุณภาพในโรงเรียน การตั้งเป้าของโรงเรียน การแจ้งเตือน (eary warning) มาประมวลโดยมุ่งให้มีการติดตามนักเรียนได้อย่างต่อเนื่อง สามารถเห็นข้อมูลเด็กไทยเป็นรายบุคคล ทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียนไทยได้ทันท่วงที สามารถป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากประสบการณ์การทำวิจัยด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.วรลักษณ์ มองเห็นว่าเครื่องมือนี้นอกจากจะช่วยให้เห็นภาพใหญ่ของการศึกษาไทย และยังช่วยเจาะลึกลงไปถึงศักยภาพและข้อจำกัดของโรงเรียน ครู และนักเรียนทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><b>อยากให้อาจารย์ช่วยเล่าถึงแนวคิดในการใช้ประโยชน์จาก AI จากผลงานวิจัยก่อนหน้านี้ที่สร้างความฮือฮาคือ ‘จ่าเฉย’ เพื่อช่วยลดขั้นตอนการทำงานของตำรวจจราจร </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">งานวิจัยชิ้นนั้น เป็นการทำงานร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลการประมวลผลภาพด้วยคอมพิวเตอร์ (image processing) โดยเริ่มต้นจากการจราจรบนคอสะพาน ถ้ามีรถที่ขับทับเส้นทึบเข้ามาจะมีอุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับและออกใบสั่งได้โดยอัตโนมัติ เริ่มต้นเราทดลองใช้ที่แยกดินแดง ก่อนจะขยายผลไปยังที่อื่นๆ อีก 21 จุด </span></p>
<h3><b>อาจารย์สนใจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาโดยตลอด อยากทราบว่างานวิจัยล่าสุดของอาจารย์จะเข้ามาช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างไรบ้าง </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">โจทย์แรกที่ได้รับจาก กสศ. คือ ต้องการได้ข้อมูลที่จะนำมาช่วยปฏิรูปการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ เราจึงจะต้องกลับมาดูว่า มีข้อมูลตัวไหนหรือตัวบ่งชี้ตัวไหนที่จะเกิดประโยชน์ต่อการลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งจะพบว่ามีอยู่ประมาณ 3 เรื่อง คือ หนึ่ง-โอกาสในการเข้าถึงการศึกษา สอง-ความเหลื่อมล้ำในด้านคุณภาพการเรียนการสอน และสาม-ความเหลื่อมล้ำในด้านประสิทธิภาพของสถานศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กรณีความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ประเด็นนี้ กสศ. จะมีบทบาทหลัก เช่น การคัดกรองนักเรียนที่ยากจน การจัดกลุ่มเด็กนักเรียนพิเศษ การสำรวจสุขภาวะของเด็กนักเรียน ไปจนถึงการเดินทางไปโรงเรียน </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">Q-info จะมุ่งไปที่ประเด็นคุณภาพการศึกษา ซึ่งผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะต้องมีการพิจารณาใหม่ เมื่อเรามาดูแผนพัฒนาสถานศึกษาโดยรวม เราอยากจะได้แผนพัฒนาโรงเรียนที่มีคุณภาพและประโยชน์ในการใช้งาน แน่นอนโรงเรียนก็จะต้องมีเป้าที่ชัดเจน ว่าในแต่ละปีจะมีการปรับปรุงเรื่องอะไรบ้าง แต่ก่อนที่จะไปถึงเป้าก็ต้องรู้จุดอ่อนจุดแข็งของโรงเรียนตัวเองก่อน สิ่งที่จะเข้ามาช่วยตรงนี้ได้ก็คือ ข้อมูล</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">การได้มาซึ่งข้อมูลต้องอาศัย template ในการสำรวจผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา ที่ผ่านมาโรงเรียนต้องใช้เวลาและกำลังอย่างมากในการประมวลผล แต่ที่มากกว่านั้นคือไม่มีความต่อเนื่อง เมื่อไม่มีความต่อเนื่องจึงไม่สามารถประมวลข้อมูลที่สำคัญบางอย่าง เช่น การติดตามผลการเรียนของเด็กนักเรียนในแต่ละปี ฉะนั้น Q-info จะเข้ามาช่วยดูความต่อเนื่องของการวัดผล ดูแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงที่สุดเราจะมีระบบที่สามารถประมวลผล เพื่อติดตามและช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที อย่างเช่นหน้าจอการเตือน eary warning หรือเด็กที่มีแนวโน้มว่าจะหลุดออกนอกระบบ โดยสามารถแสดงผลของเด็กเป็นรายบุคคล แบ่งเป็นสีเขียว เหลือง และแดง มองเห็นแต่ละมิติของเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สุขภาพ สถานะทางเศรษฐกิจ อัตราการมาเรียน ตัวไหนบ้างที่เด็กอยู่ในกลุ่มเสี่ยง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยเฉพาะเรื่องอัตราการมาเรียน เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันผู้คนมักสนใจเรื่องผลสัมฤทธิ์ แต่จริงๆ แล้วการมาโรงเรียนของเด็กมีความสำคัญอันดับต้นๆ เพราะจากการทบทวนวรรณกรรมงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การที่เด็กขาดเรียนบ่อยเป็นสัญญาณสำคัญว่าเด็กกำลังจะหลุดจากระบบ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากปัญหาเรียนไม่ไหว ปัญหาสุขภาพ การที่ต้องดูแลคนที่บ้าน ฯลฯ ทำให้ต้องขาดเรียนบ่อย</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-22855 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_058.jpg" alt="" width="1200" height="800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_058.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_058-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_058-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_058-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_058-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>ผลการทดลองใช้ Q-info เป็นอย่างไร และมีการขยายผลอย่างไร</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">เราเริ่มพัฒนาเครื่องมือนี้ตั้งแต่ปี 2558 จนกระทั่งปี 2559 เราใช้ในพื้นที่ของเทศบาลนครภูเก็ต และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา โดยมีการขยายผลเป็น 200 โรงเรียน และกำลังจะเพิ่มอีก 773 โรงเรียน </span></p>
<h3><b>หากมองในภาพกว้าง Q-info มีประโยชน์ในการเข้าถึงข้อมูลความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แล้วในแง่พื้นที่หรือเจาะจงลงไปในระดับท้องถิ่น ระบบนี้จะช่วยอะไรได้อีกบ้าง</b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ตอนที่เริ่มทำ Q-info ความตั้งใจแรกคือ การนำมาใช้ในการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน (area base education) เพราะฉะนั้นในช่วงแรกๆ เราได้จับมือกับเทศบาลนครภูเก็ต องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา ถ้าเราจะพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาเชิงพื้นที่ ก็ต้องถามว่าในพื้นที่มีข้อมูลการศึกษาเพียงพอแล้วหรือยัง ซึ่งก็พบว่ายังไม่มี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เราจึงพัฒนาตัวบ่งชี้ 3 ด้าน คือโอกาส คุณภาพ และประสิทธิภาพทางการศึกษา ซึ่งถ้าเราใช้วิธีการเก็บข้อมูลเหมือนสมัยก่อน คุณก็ส่ง template ไป แล้วให้เจ้าหน้าที่โรงเรียนกรอกข้อมูลกลับมา ว่าแต่ละโรงเรียนมีเด็กยากจนเท่าไหร่ ติดศูนย์เท่าไหร่ ติด ร. มส. เท่าไหร่ มีเด็กที่สุขภาพไม่ดีเท่าไหร่ ถามว่าข้อมูลเหล่านั้นเชื่อถือได้แค่ไหน ใช้ช่วยเด็กได้ทันท่วงทีไหม บางทีอาจจะไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้นข้อมูลที่จะนำมาใช้งานได้ต้องเกิดจากการทำงานจริงๆ ของโรงเรียน จะเห็นว่าข้อมูลของ Q-info จะมีการแจ้งผลการเรียน ปรินท์จากระบบให้ผู้ปกครอง จะมีตาหลายตาช่วยเช็คข้อมูล </span></p>
<h3><b>จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Q-info คือความต่อเนื่องของข้อมูล ตรงนี้จะเข้ามาแก้ไขปัญหาที่กล่าวมาอย่างไร และจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างไร</b><span style="font-weight: 400;"> </span></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างแรกเลยคือ ข้อมูลที่เป็นรายบุคคล จากเดิมเรามีข้อมูลของเด็กชั้น ป.1 แต่พอขึ้น ป.2 ข้อมูลเหล่านั้นกลับหายไป ไม่ได้ถูกส่งต่อ และเป็นการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบของกระดาษ แต่ถ้าเราเก็บไว้ในระบบสารสนเทศไม่ว่าจะเป็น ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ก็สามารถย้อนกลับไปดูข้อมูลในชั้น ป.1 ได้ ข้อมูลจะถูกส่งไปในทุกชั้นปีในรูปแบบสารสนเทศ เพื่อดูจุดอ่อน จุดแข็ง และความต้องการพิเศษของเด็กทุกคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างที่สอง สามารถติดตามความก้าวหน้าของสถานศึกษาได้ เพราะใช้เปรียบเทียบกับแผนพัฒนาในแต่ละปีของสถานศึกษา มีการตั้งเป้า มีตัวชี้วัด โดยข้อมูลเหล่านี้จะถูกใช้ในปีถัดไป เพื่อเปรียบเทียบได้ว่ามีการพัฒนาจากปีที่แล้วหรือไม่</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone wp-image-22856 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_062.jpg" alt="" width="1200" height="1800" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_062.jpg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_062-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_062-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_062-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_062-1024x1536.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/10/Way_Patipat_Day2_062-750x1125.jpg 750w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></p>
<h3><b>จากการทำวิจัยที่ผ่านมา อาจารย์พบข้อมูลอะไรบ้างที่น่าเป็นห่วง </b></h3>
<p><span style="font-weight: 400;">มีข้อมูลเด็กคนหนึ่งที่ติดศูนย์เป็น 10 ตัว เพราะสะสมมาหลายชั้นปี และติดศูนย์มาโดยตลอด พอเรียนจบ ม.3 แล้วรอเรียนต่อ ม.4 เพราะเขาได้โควตานักกีฬา ก็มาขอใบจบการศึกษา ครูก็ให้ไม่ได้ เพราะติดศูนย์มาหลายชั้นปี แล้วไม่มีคนมารับผิดชอบตรงนี้ ครูสอนชั้นนี้เสร็จก็จบไป เด็กก็เสียโอกาสไปเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกเรื่องคือ พอเราเริ่มเก็บข้อมูลอัตราการเข้าเรียน จะพบกรณีที่เด็กคนหนึ่งขาดเรียนบ่อยทุกวันจันทร์ เราเห็นแนวโน้มว่าเด็กประสบปัญหาการขาดเรียน ครูก็เลยเริ่มหาสาเหตุแล้วติดตามก่อนจะพบว่า แม่ของเด็กต้องไปทำงานรับจ้างทุกวันจันทร์ ไม่สามารถมาส่งเด็กไปโรงเรียนได้ เด็กก็เลยต้องขาดเรียนวันจันทร์ แบบแผนของข้อมูลเหล่านี้ทำให้เราเห็นลักษณะปัญหาที่น่าสนใจ และถ้าเรามีข้อมูลในภาพรวมทั้งหมด ก็จะเห็นสภาพปัญหาทั้งหมดและทิศทางการแก้ปัญหา</span></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/voralak-q-info/">วรลักษณ์ คงเด่นฟ้า: ว่าด้วย Q-info เครื่องมือป้องกันเด็กไทยหลุดจากระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Q-info เครื่องมือลดภาระครูเพิ่มคุณภาพผู้เรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/332-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2020 08:51:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านสันทรายคองน้อย]]></category>
		<category><![CDATA[แบบรายงานผลพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแกรมบันทึกผลการเรียนรายวิชา]]></category>
		<category><![CDATA[ปพ.6]]></category>
		<category><![CDATA[ปพ.5]]></category>
		<category><![CDATA[วรากร ศิริสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[sQip]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13414</guid>

					<description><![CDATA[<p>Q-info นวัตกรรมการศึกษา ลดภาระครู  เพิ่มคุณภาพนักเรียน  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/332-2/">Q-info เครื่องมือลดภาระครูเพิ่มคุณภาพผู้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13416" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/thumbnail-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">Q-info นวัตกรรมการศึกษา<br />
ลดภาระครู  เพิ่มคุณภาพนักเรียน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">กระบวนการโรงเรียนพัฒนาต่อเนื่อง (sQip)  ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  ถือเป็นอีกกลไกที่จะช่วยยกระดับพัฒนาคุณภาพการเรียนลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือสำคัญก็คือ​ Q-info ระบบสารสนเทศเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่ถือเป็นระบบฐานข้อมูลที่สำคัญในการจะนำไปใช้ต่อยอดพัฒนาการศึกษาได้ในหลายมิติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Q-info เป็นนวัตกรรมที่ออกมามาเก็บข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ของนักเรียนได้เกือบจะเรียลไทม์ ซึ่งจะรวบรวมข้อมูลตั้งแต่ เวลาการมาเรียนของนักเรียน  ทั้งแบบรายวัน รายวิชา น้ำหนักส่วนสูง ผลการสอบ คะแนนกิจกรรม ฯลฯ ทั้งหมดเพื่อนำไปประเมินผลเพื่อสามารถนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงการเรียนของนักเรียนให้ดีขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ข้อมูลแม่นยำรวดเร็วแก้ปัญหาเด็กได้ทันที</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13422" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406299.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406299.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406299-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406299-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406299-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406299-750x562.jpg 750w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วรากร ศิริสิทธิ์  ครูแอดมิน ฝ่ายทะเบียนวัดผล และครูประจำชั้น ป. 5 โรงเรียนบ้านสันทรายคองน้อย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่  กล่าวถึงประโยชน์ที่ได้รับจากระบบ Q-Info ว่า ทำให้สามารถเก็บข้อมูลนักเรียนได้อย่างเป็นระบบและนำไปใช้ประมวลผลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้นักเรียน รวมทั้งยังสามารถลดภาระการทำงานของครูลงไปได้อย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มตั้งแต่ระบบการเช็คชื่อที่ครูประจำชั้นจะสามารถเช็คชื่อนักเรียนที่มาเรียนแต่ละวันผ่านแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือซึ่งจะทำให้ทราบว่าในวันนั้นมีนักเรียนมาเรียนกี่คน และเก็บไว้เป็นสถิติว่าในเดือนนั้นเทอมนั้น ปีการศึกษานั้น นักเรียนแต่ละชั้นขาดเรียนกันกี่เปอร์เซ็นต์ ขาดเรียนช่วงไหนกันบ้าง อีกทั้งด้วยการจัดเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถเห็นข้อมูลได้ทันทีว่าหากเด็กคนไหนขาดเรียนผิดปกติก็จะไปหาทางแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">อำนวยความสะดวกให้คุณครูในการทำงาน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-13425" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รูปสินค้า-1024x590.jpg" alt="" width="640" height="369" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รูปสินค้า-1024x590.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รูปสินค้า-300x173.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รูปสินค้า-768x442.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รูปสินค้า-1536x884.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รูปสินค้า-2048x1179.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/รูปสินค้า-750x432.jpg 750w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เมื่อครูประจำชั้นกรอกข้อมูลเช็คชื่อนักเรียนในตอนเช้าแล้วระหว่างวันอาจารย์ประจำรายวิชาก็จะทราบว่านักเรียนคนไหนขาดเรียนทั้งวันหรือโดดเรียนในคาบวิชาไหนในแต่ละวัน ซึ่งทั้งหมดจะเก็บรวมรวมไว้เป็นข้อมูล ซึ่งสะดวกและง่ายกว่าการเช็คชื่อในกระดาษเหมือนที่เคยทำมาในอดีต แต่ก็ต้องมีการปรับตัวกันบ้างในช่วงเริ่มต้นเช่นการแคปหน้าจอเวลาเช็คชื่อเสร็จแล้วส่งเข้าไปในไลน์กลุ่มของโรงเรียนเพื่อกระตุ้นให้อาจารย์ที่ลืมหรือยังไม่ได้เช็คชื่อได้เช็คชื่อนักเรียนในชั้นตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก ข้อมูลการมาเรียนแล้ว Q-Info จะมีการบันทึกน้ำหนักส่วนสูงของนักเรียน คะแนนสอบรายวิชา คะแนนเก็บรายตัวชี้วัด คะแนนคุณลักษณะ  คะแนนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทั้ง วิชาแนะแนว ลูกเสือ ชุมนุม  ซึ่งเอาไว้สำหรับประเมินเพื่อออกรายงานว่านักเรียนคนไหนผ่านไม่ผ่าน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ทุ่นเวลาทำ ปพ.5 ปพ.6 จากเป็นสัปดาห์เหลือครึ่งวัน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13423" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406293.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406293.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406293-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406293-1024x768.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406293-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406293-750x562.jpg 750w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูวรากร มองว่า ระบบ Q-Info ทำให้ครูผู้สอนไม่ต้องเสียเวลามาทำ  โปรแกรมบันทึกผลการเรียนรายวิชา(ปพ.5)  และ แบบรายงานผลพัฒนาคุณภาพผู้เรียนรายบุคคล(ปพ.6) ซึ่งปกติต้องใช้เวลาทำนานเกือบสัปดาห์ แต่หากอาจารย์แต่ละคนในโรงเรียนกรอกข้อมูลคะแนนสอบรายวิชาในระบบ ก็สามารถดึงข้อมูลออกมารวมและปริ้นท์เสร็จได้ทั้งโรงเรียนครึ่งวันก็เสร็จเรียบร้อยหากมีเครื่องปริ้นท์เพียงพอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“Q-Info เร็ว สามารถตอบสนองต่อคุณครูรุ่นใหม่ ฟังเหมือนยิ่งใหญ่แต่เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะงานครูมีปริมาณงานที่เยอะมาก หากครูต้องเอาเวลาไปนั่งทำเล่มก็เสียเวลาไปเยอะ แต่ถ้ามีเครื่องมือรวบรวมฐานข้อมูล ประมวล วิเคราะห์สารสนเทศช่วยครูได้ก็ดี ครูจะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์ได้เพิ่มเติม”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">นำข้อมูลการเรียนไปปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13426" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406300.jpg" alt="" width="1478" height="864" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406300.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406300-300x175.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406300-1024x599.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406300-768x449.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/S__20406300-750x438.jpg 750w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อีกส่วนที่สำคัญคือเป็นข้อมูลสำหรับการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่หากต้องการพิจารณาเกรดเฉลี่ยนักเรียนรายคน รายปี รายวิชา เช่น ต้องการดูว่านักเรียนที่ได้เกรดเฉลี่ยเกิน 3.50 ปีนี้มีกี่คน ได้ เกรด 4 วิชานี้กี่คน ก็สามารถเรียกดูข้อมูล หรือสามารถหาว่าเกรดในวิชาไหนที่ต่ำเพื่อจะได้หาทางปรับปรุงแก้ไขพัฒนาหลักสูตรได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดเป็นฐานข้อมูลที่อยู่ในระบบ Q-Info ซึ่งสามารถเรียกออกมาเป็นไฟล์ Word Excel หรือ PDF ที่นำไปใช้งานหรือคำนวณเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ  อีกทั้ง ผู้อำนวยการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเรียกดูได้ตลอด หากครูคนไหนยังไม่ทำก็สามารถไปกระตุ้นให้ครูกรอกข้อมูลได้ไม่จำเป็นต้องรอเล่มที่ระบบเก่าจะเห็นก็ต่อเมื่อทำเสร็จสุดท้ายในแต่ละเทอม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/332-2/">Q-info เครื่องมือลดภาระครูเพิ่มคุณภาพผู้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
