<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PPTV | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/pptv/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 May 2022 05:01:43 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>PPTV | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ดีเบต’ โค้งสุดท้าย! ชิงดำผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหาผ่านเคสตัวอย่าง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-180522/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 18 May 2022 04:44:54 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กทม.]]></category>
		<category><![CDATA[ทองพูล บัวศรี]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ว่ากทม.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการครูข้างถนน]]></category>
		<category><![CDATA[วิโรจน์ ลักขณาอดิศร]]></category>
		<category><![CDATA[รสนา โตสิตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เลือกตั้ง]]></category>
		<category><![CDATA[ดีเบต]]></category>
		<category><![CDATA[PPTV]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองแห่งความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศิธา ทิวารี]]></category>
		<category><![CDATA[สกลธี ภัททิยกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โฆสิต สุวินิจจิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=55901</guid>

					<description><![CDATA[<p>โค้งสุดท้ายกับการการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. กสศ. และ PPT [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180522/">‘ดีเบต’ โค้งสุดท้าย! ชิงดำผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหาผ่านเคสตัวอย่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โค้งสุดท้ายกับการการชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. กสศ. และ PPTVHD 36 ชวนผู้สมัครร่วมประชันวิสัยทัศน์แก้ปัญหาคนกรุง ในหัวข้อ ‘เมืองแห่งความเหลื่อมล้ำ’ นำเสนอเคสรับเปิดเทอม คุณยายวัยเกษียณสีไวโอลินเลี้ยงชีพ หาค่าเทอมส่งลูกเรียนชั้น ม.4 ซึ่งมีหนี้จากค่าเล่าเรียนเกือบ 1 แสนบาท เปิดปมปัญหาคน กทม. เรียนฟรีมีจริงหรือไม่ สะท้อนความรู้สึกคนรายได้น้อยในเมืองใหญ่ที่ต้องดิ้นรนทุกวิถีทาง เพื่อให้ลูกหลานได้มีที่มีทางในระบบการศึกษา หวังเป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงครอบครัวให้ดีขึ้น และฟังชัด ๆ ถึงแนวทางแก้ปัญหาของผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม. แต่ละท่าน ที่จะกำหนดอนาคตทางการศึกษาให้กับลูกหลานคนกรุงเทพ ฯ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-87a3c8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/01-3ดีเบตโค้งสุดท้ายผู้ว่า.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>‘ครูจิ๋ว’ ทองพูล บัวศรี ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน (ไซต์ก่อสร้างและริมทางรถไฟ)</strong> เผยภาพครอบครัวคุณยายจงกลกับน้องแมน ที่คุณยายมีรายได้จากเงินผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท และเงินจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีกเดือนละ 200 บาททำให้ต้องเลี้ยงชีพด้วยการสีไวโอลินบริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สยาม โดยรับช่วงงานจากคุณตาที่เสียชีวิตไปเมื่อ 3 ปีก่อน</p>



<p>ส่วนน้องแมนเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดี สามารถสอบเข้าเรียนหลักสูตร EP (English Program) ในโรงเรียนรัฐบาล แต่ก็แลกกับค่าใช้จ่ายต่อเทอมที่สูงถึงเทอมละ 20,700 บาท ทำให้ครอบครัวต้องเป็นหนี้การศึกษาติดค้าง 6 เทอม เป็นเงินเกือบ 1 แสนบาท</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f1ffb8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/01ครูจิ๋ว.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูจิ๋ว’ ทองพูล บัวศรี ผู้จัดการโครงการครูข้างถนน<br>(ไซต์ก่อสร้างและริมทางรถไฟ)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูจิ๋วสะท้อนว่า เรื่องราวของครอบครัวคุณยายจงกลเป็นหนึ่งในเคสที่ฉายภาพปัญหาหนึ่ง ของครอบครัวคน กทม. ในฐานะสังคมแห่งความเหลื่อมล้ำและโอกาสทางการศึกษาที่ยืนยันข้อเท็จจริงที่ว่า ‘เรียนฟรีไม่มีอยู่จริง’ และด้วยความสุ่มเสี่ยงรอบด้าน เมื่อมองในระยะยาวก็ไม่มีความแน่นอนใด ๆ เลยที่น้องแมนจะเรียนไปได้จนตลอดรอดฝั่ง ดังนั้น <strong>จะมีนโยบายด้านการศึกษาอย่างไรบ้าง ที่จะช่วยให้เด็กที่มีความสามารถ มีความตั้งใจ ได้เข้าถึงโอกาส มีความมั่นคงทางการศึกษา หรือสามารถทำงานที่เหมาะสมไปพร้อมเรียนไปด้วยได้ เพื่อการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพและไม่หลุดไปจากระบบกลางคัน</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6436ac"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/01-2เคสตัวอย่าง.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>แก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วย</strong> <strong>‘มหานคร 24 ชั่วโมง’</strong></h2>



<p><strong>โฆสิต สุวินิจจิต</strong> <strong>ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 24</strong> กล่าวว่าปัญหาใหญ่ของคนกรุงวันนี้คือเรื่องเศรษฐกิจ จึงต้องเปลี่ยน กทม.ให้เป็นเมืองที่ทำมาหากินได้ 24 ชั่วโมง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความยากจนหรือหนี้สินไปพร้อมกัน</p>



<p>“งานเร่งด่วนเลยคือเราต้องพักหนี้หรือช่วยไกล่เกลี่ยหนี้สิน เพื่อให้ทุกคนเดินต่อไปได้ เพราะอย่าลืมว่าความยากจนคือต้นตอของปัญหาที่จะลุกลามไปถึงปากท้อง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-677d72"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/02โฆษิต-24ชั่วโมง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">โฆสิต สุวินิจจิต ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 24</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>คุณภาพชีวิต การศึกษา ยาเสพติด หรืออาชญากรรมต่าง ๆ ฉะนั้นการพา กทม. พ้นความยากจน เราต้องเร่งทำกิน ขยายงาน สร้างงาน แล้วเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น คนได้กลับมาทำงาน เมืองจะมีงบประมาณมากขึ้นในการพัฒนาส่วนอื่น ๆ”</p>



<p>“ปัญหาของคุณยายจงกลกับน้องแมนคือประเด็นการศึกษา วันนี้เรายังเรียนฟรีไม่จริง มีค่าใช้จ่ายมากมายที่ตามมา&nbsp; ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคของคนรายได้น้อยที่เราต้องทำสิ่งแรกคือ<strong>ผลักดันให้เด็กเรียนฟรีจริง แล้วจัดตั้งกองทุนพิเศษ สนับสนุนคนที่มีความสามารถให้เขาไปสู่การเรียนในระดับสูง หรืออาชีพที่ต้องการผู้ชำนาญเฉพาะทาง ส่วนผู้สูงอายุที่มีความรู้ความสามารถ ต้องชักชวนให้เขานำประสบการณ์ความสามารถที่มีอยู่ มาถ่ายทอดในศูนย์ส่งเสริมอาชีพให้กับคนอื่น ๆ</strong> ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราดันให้เป็นนโยบายได้เลยไม่ต้องแก้กฎหมาย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘รัฐสวัสดิการ’ ทุเลาปัญหา พาให้เมืองเดินหน้าต่อไป</strong></h2>



<p><strong>วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1</strong> เสนอว่า 1 ใน 12 นโยบายที่เสนอไว้ คือการ ‘ระดมสวัสดิการ’ เช่นเติมเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 เป็น 1,000 บาท เด็กแรกเกิดถึง 6 ปี และคนพิการ เพิ่มเป็นรายละ 1,200 บาท ต่อเดือน และต้องสนับสนุนให้มีการสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อดูแลคนทุกคน โดยแม้เงินที่เสนอให้เพิ่มเข้าไปจะมีจำนวนไม่มาก แต่จะช่วยทุเลาปัญหาได้ทันที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-142f6b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/03วิโรจน์.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เงินส่วนที่เติมให้กับทุกคนนี้ไม่ใช่เงินสงเคราะห์ แต่คือสวัสดิการที่จะทำให้เมืองนี้เดินต่อไปได้ เป็นเงินที่จะเข้าไปหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชน นี่คือหลักการของการให้คนตัวใหญ่ดูแลคนตัวเล็ก ด้วยงบประมาณที่ตั้งไว้ราว 7,300 &#8211; 8,000 ล้านบาท เงินส่วนนี้ กทม. จะเก็บได้จากภาษีที่ดินอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และทวงหนี้ค้าง 2 ปี ที่รัฐลดภาษีที่ดินรวมมูลค่า 3 หมื่นล้านบาทมาเติมเข้าไปด้วย นอกจากนี้จะมีการผลักดันการเก็บภาษีลาภลอยเข้าสภา อย่าลืมว่าพื้นที่เศรษฐกิจทุนนิยมที่มีห้างใหญ่โตหลายแห่ง คือประโยชน์จากการพัฒนาเมืองที่ทุนใหญ่ได้รับ ทั้งที่การพัฒนาเมืองนั้นมาจากเงินภาษีที่นายทุนไม่เคยต้องจ่าย ดังนั้น เราจะเอาเงินก้อนนี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เป็นอยู่”</p>



<p>“ส่วนเรื่องการศึกษาเท่าที่มีอยู่อาจจะมีฟรีจริง แต่ต้องแลกกับการศึกษาที่ห่วย ขณะที่น้องแมนเรียนในโปรแกรมที่ต้องจ่ายเพิ่มเพื่อคุณภาพการศึกษา</p>



<p><strong>ถึงเวลาแล้วรึยังที่เราต้องมีงบประมาณดูแลทุกโรงเรียนให้มีคุณภาพเสมอกัน ไม่ใช่ใครอยากเรียนฟรีจ่ายถูกต้องยอมรับความห่วย แล้วถ้าไม่ยอมจำนนคุณก็ต้องดิ้นรนหามาจ่ายเพิ่ม เราถึงต้องมีนโยบายปรับปรุงโรงเรียนให้มีมาตรฐานเท่ากันทุกแห่ง แล้วเราจะแก้ได้ที่รากของปัญหาเลย</strong>”&nbsp;</p>



<p>“แล้วผมอยากย้ำว่าต่อให้น้องเรียนไม่เก่ง เขาก็ต้องได้สิทธิ์ หรือโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกับคนอื่น เราต้องดูแลเด็กทุกคนไม่ว่าฉลาดเป็นพิเศษหรือเรียนไม่เก่งเลย เพื่อให้เขาได้เรียนเท่าที่เขามีความสามารถและอยากเรียน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กองทุนกู้ยืมไม่คิดดอกเบี้ย</strong> <strong>เพื่อตั้งต้นประกอบอาชีพ</strong></h2>



<p><strong>รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7</strong> กล่าวว่า เคสของยายจงกลและน้องแมน แยกออกได้เป็น 2 ปัญหา ข้อแรกคือ ต้องทำให้ทุกโรงเรียนใน กทม.เรียนฟรีจริง ครอบคลุมทุกอย่างทั้งค่าเทอม อุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง เครื่องแบบ หรือหนังสือเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d7d38c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/04รสนา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 7</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>ส่วนหนี้สินที่เกิดขึ้นจากการศึกษา กทม. ต้องเข้าไปช่วย ถือเป็นหนึ่งในภารกิจของการดูแลสงเคราะห์ให้คนช่วยตัวเองไม่ได้สามารถลุกขึ้นตั้งหลักได้ อย่างกรณีนี้เขาไม่สามารถประกอบชีพได้ กทม. ต้องลงพื้นที่สำรวจแต่ละเขตว่าคนทำมาหากินทำอาชีพอย่างไร มีผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปราะบางมากน้อยแค่ไหน แล้วต้องมีการจัดตั้งกองทุนกู้ยืมไม่คิดดอกเบี้ย เพื่อเป็นเงินตั้งต้นให้คนประกอบอาชีพได้</strong>”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หนุนเด็กที่มีความสามารถแต่ขาดทุนทรัพย์ให้เข้าถึงโอกาส</strong></h2>



<p><strong>ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 11</strong> กล่าวว่า ครอบครัวคุณยายจงกลคือตัวอย่างที่ดีในแง่ของทัศนคติด้านการศึกษาที่พร้อมสนับสนุนให้น้องได้เรียนอย่างดีที่สุด ประกอบกับน้องแมนมีความตั้งใจมีความสามารถ ใฝ่รู้ ประเด็นนี้ กทม. ต้องเข้ามาดูแลการศึกษาขั้นพื้นฐานให้เด็กเรียนฟรีได้จริง เพราะที่ผ่านมา ครอบครัวถือเป็นกลไกหนึ่งที่ดึงเด็กออกนอกระบบการศึกษา ดังจะเห็นว่ามีผู้ปกครองส่วนหนึ่งที่เขาลำบาก เมื่อส่งลูกหลานไปเรียนแล้วต้องรับภาระการศึกษาที่หนักเกินกำลัง เขาจะคิดว่าเอาลูกกลับมาดีกว่า อย่างน้อยออกมาจากโรงเรียนก็เป็นการเพิ่มแรงงานหาเงินเข้าบ้านอีกหนึ่งคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dd98c5"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/05ศิธา-ทิวารี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศิธา ทิวารี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 11</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“<strong>เด็กที่มีพรสวรรค์เรียนดี กทม. ต้องคัดออกมา สนับสนุนให้เขาได้เรียนตรงตามความสามารถ ทัดเทียมกับเด็กคนอื่น ๆ แล้วทำให้น้องเติบโตขึ้นมาสร้างประโยชน์กับสังคมในอนาคต</strong> สำหรับคุณยายจงกลเราต้องดูเรื่องการส่งเสริมให้ประกอบอาชีพ เพราะที่ต้องมาสีไวโอลินเนื่องจากหลังคุณตาเสียไป เขาก็ไม่มีทางอื่นที่จะประกอบอาชีพได้เลย”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีความเป็นนักบริหาร หาเงินนอกกรอบได้</strong></h2>



<p><strong>สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3</strong> กล่าวว่า การพัฒนาสังคมคือปัญหาหลักที่ต้องเร่งจัดการไม่แพ้น้ำท่วมหรือรถติด โดยจากประสบการณ์ในตำแหน่งรองผู้ว่า กทม. พบว่า งบประมาณ 8 หมื่นล้านบาท จะลงไปที่งานพัฒนาสังคมเพียง 2 ร้อยล้าน ซึ่งยืนยันได้ว่ายังไม่เคยมีการให้น้ำหนักเรื่องนี้อย่างจริงจัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eeedab"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/05/06สกลธี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 3</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การพัฒนาสังคมเราต้องตั้งต้นที่เงินทุน ในแง่ของการเติมในสิ่งที่เขาอยากได้ แล้ว กทม. สามารถเข้าไปสนับสนุน ซึ่งเรามีระเบียบการจ่ายเงินช่วยเหลืออยู่แล้ว ที่สำคัญคือเราต้องติดอาวุธให้เขาด้วย กทม. มีโรงเรียนฝึกอาชีพอยู่แล้ว ต้องทำให้ครบวงจร ตั้งแต่อบรมอาชีพจนถึงหาที่ทำกินที่ยั่งยืน”</p>



<p><strong>“ผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีความเป็นนักบริหาร สามารถหาเงินนอกกรอบ จะรอเงินจากรัฐอย่างเดียวมาแก้ปัญหาไม่พอแน่ ศักยภาพตรงนี้ผู้ว่าต้องมี เช่นเอาขยะให้เอกชนไปแปรเป็นเงินกลับมา หรือการเก็บภาษีโรงแรมจากชาวต่างชาติ ซึ่งเงินจากส่วนนี้เราเอามาช่วยคนได้อีกมาก</strong> ส่วนเรื่องโรงเรียน กทม. ได้เปรียบตรงที่ใน 50 เขต เรามีโรงเรียนถึง 437 โรงเรียน เฉลี่ยเขตละ 10 โรงเรียนใกล้บ้าน ปัญหาคือมาตรฐานยังไม่ดี เราต้องทำให้คุณภาพเท่ากัน และเรียนฟรีหมด นี่คือสิ่งที่ กทม. ทำได้ ด้วยอำนาจอิสระไม่ต้องพึ่งส่วนกลาง สำคัญคือต้องมีเงิน และติดอาวุธให้กับเขาด้วย”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-180522/">‘ดีเบต’ โค้งสุดท้าย! ชิงดำผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหาผ่านเคสตัวอย่าง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
