<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PLC Coaching | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/plc-coaching/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 30 Jul 2022 07:42:49 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>PLC Coaching | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความน่ากลัวของภาษาอังกฤษจงหายไป ! PLC Coaching : ออกแบบใหม่ เรียนรู้ได้ด้วย Active Learning</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-plc-coaching-active-learning-300722/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 30 Jul 2022 07:42:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[นครศรีธรรมราช]]></category>
		<category><![CDATA[PLC Coaching]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านนาเส]]></category>
		<category><![CDATA[พิมพ์พลอย กิติโชติ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=58737</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนบ้านนาเส อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโรง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-plc-coaching-active-learning-300722/">ความน่ากลัวของภาษาอังกฤษจงหายไป ! PLC Coaching : ออกแบบใหม่ เรียนรู้ได้ด้วย Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โรงเรียนบ้านนาเส อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นโรงเรียนชนบทขนาดเล็ก แม้จะเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แต่ก็มีเด็กนักเรียนทั้งหมดเพียง 283 คนเท่านั้น ซึ่งกว่าร้อยละ 90 ของครอบครัวเด็กนักเรียนมีรายได้ไม่มากนัก ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรทำสวนยางหรือรับจ้างกรีดยาง มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่ประกอบอาชีพพ่อค้าแม่ค้าและเป็นข้าราชการ</p>



<p>ด้วยบริบทอันเนิบช้าแบบชนบทอันเรียบง่าย จึงไม่แปลกหากมุมมองความคิดของผู้ปกครองและเด็กนักเรียนส่วนหนึ่งจะไม่มีความกระตือรือร้นต่อผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษามากนัก ขณะเดียวกันรูปแบบการเรียนการสอนในโรงเรียนที่ผ่านมาก็ยังคงเป็นรูปแบบเดิม ๆ ไม่ได้สร้างความน่าสนใจหรือดึงดูดใจให้นักเรียนเกิดความกระหายเรียนรู้ จึงทำให้คุณครูในโรงเรียนค่อนข้างกังวลต่อผลลัพธ์การศึกษาท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงมากมายในกระแสโลก โดยเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษที่ค่อนข้างมีความสำคัญต่อโอกาสใหม่ ๆ ในวันข้างหน้า  เพราะวิชานี้ก็เหมือนเป็นประตูบานแรกที่จะพาเด็ก ๆ เปิดออกไปสู่โลกกว้างได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a965b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/02-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพื่อมองหาปรึกษาทางความคิดและการออกแบบการเรียนการสอนใหม่ ๆ ให้เกิดศักยภาพสูงสุดต่อนักเรียนทางผู้บริหารโรงเรียนบ้านนาเสและคุณครูส่วนหนึ่งจึงตัดสินใจได้เข้าร่วมโครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ และกระบวนการ  PLC Coaching กับทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในเวลาต่อมา</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Open Mind เปิดใจ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง</strong></h2>



<p>“เราอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในห้องเรียนหรือการศึกษาของเด็กไทยมากกว่า นี่คือสิ่งที่สนใจ เราคิดว่าน่าจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงได้แล้ว เมื่อโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว การเรียนของเด็กในยุคนี้เมื่อเทียบกับเรา ย้อนกลับไปเรารู้สึกว่ามันแทบจะไม่ต่างกันเลย ซึ่งมันผ่านมา 20 &#8211; 30 ปีแล้ว”</p>



<p>ครูบิ้ว &#8211; พิมพ์พลอย กิติโชติ ครูสอนภาษอังกฤษ โรงเรียนบ้านนาเส อธิบายถึงจุดเริ่มต้น เมื่อผู้บริหารโรงเรียนเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการเข้าอบรม PLC กับทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งต่อมามีการแนะนำให้ใช้กระบวนการวิทยาศาสตร์เข้าไปประยุกต์และจัดการเรียนการสอนแบบเอาเด็กเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ หรือ Active Learning ในชั้นเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-819e1b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/05-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ครูบิ้ว &#8211; พิมพ์พลอย กิติโชติ ครูสอนภาษอังกฤษ โรงเรียนบ้านนาเส</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนแรกคือไม่เข้าใจว่ากระบวนการวิทยาศาสตร์ จะมาใช้กับวิชาภาษาอังกฤษได้อย่างไร แต่เมื่อได้ไปอบรมก็เข้าใจว่ากระบวนการวิทยาศาสตร์ พื้นฐานก็คือ การสังเกตและการคิดวิเคราะห์ ที่นักเรียนสามารถรวบรวมข้อมูลได้ด้วยตัวเอง เมื่อเราจับจุดได้ก็เอาสิ่งเหล่านี้ไปออกแบบกับการสอนภาษาอังกฤษ&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของการ PLC คือที่เราต้องปรับมุมมองความคิดเราว่า มันคือการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ความรู้ ประสบการณ์ของแต่ละคน ไม่มีการผิดหรือถูก และเราก็เอากลยุทธ์หัวใจสำคัญตรงนี้มาใช้ในห้องเรียนด้วย”</p>



<p>ด้วยความที่เป็นมือใหม่ ครู บิ้ว ยอมรับว่า เมื่อเริ่มปรับการสอนโดยใช้หลักคิดแบบวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบการเรียนของ Active Learning ก็พบปัญหาและมีความกังวลอยู่บ้าง ว่าสิ่งที่ทำมาถูกทางหรือไม่ แต่การมี Coaching จาก มอ. มาช่วยดู ช่วยแนะนำ เมื่อได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันมากขึ้นก็ทำให้ผ่านพ้นปัญหาตรงจุดเริ่มต้นมาได้</p>



<blockquote class="wp-block-quote"><p>“อุปสรรคแรกเลยคือ เราต้องเปลี่ยนมุมมองความคิดตัวเองใหม่ ในครั้งแรกที่เราจะเปลี่ยนมาใช้การสอนแบบนี้ สำคัญที่สุดคือเราต้องเชื่อว่าเด็กทุกคนมีศักยภาพเท่ากัน”</p></blockquote>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>Active Learning Classroom คิดแบบวิทยาศาสตร์ ในวิชาภาษาอังกฤษ ทำอย่างไร ?</strong></h2>



<p>“อย่างเช่นถ้าจะสอนเด็ก ป.2 เรื่อง this กับ that ใช้อย่างไร เราไม่ต้องบอกว่า this ใช้กับของอยู่ใกล้ that ใช้กับของอยู่ไกล เราปรับเป็นไม่บอกก่อน เราวาดรูปให้เขาเห็น แล้วให้เขาสังเกตจากรูปวาดที่เราวาดให้ดู”</p>



<p>ครูบิ้ว เล่าถึงบรรยากาศการเรียนการสอนที่ใช้รูปแบบ Active Learning ให้ฟัง โดยอธิบายอีกว่า เธอมักจะวาดรูปหรือใช้การตั้งโจทย์ปัญหา เพื่อให้นักเรียนในชั้นได้มีส่วนร่วมค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งสมมุติฐาน คิด วิเคราะห์ และเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับทั้งคุณครูและเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน โดยจะยังไม่ตัดสินว่าความคิดเหล่านั้นจะผิดหรือถูก แต่จะค่อยมาสรุปบทเรียนกันอีกรอบช่วงท้ายคาบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-810cf0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/04-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“พอสุดท้ายเราก็มาถามเขาต่อว่า สรุปแล้วจากที่แลกเปลี่ยนกันของใครน่าจะใช่ที่สุด เขาก็คิดกันว่าจะเป็นแบบนี้ ๆ แล้วเขาจะสรุปกันได้ว่า this กับ that ใช้อย่างไร โดยที่ครูไม่ต้องเริ่มจากการอธิบายก่อน”</p>



<p>ครูภาษาอังกฤษ แห่งโรงเรียนบ้านนาเส เล่าอีกว่า การเรียนการสอนภาษาอังกฤษที่ส่งเสริมให้เด็กนักเรียนค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตัวเอง ทำให้เด็กเกิดความสนุกสนาน มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะเขารู้สึกว่าเพื่อนและคุณครูรับฟังความคิดเห็นของเขา สามารถลดอคติความกลัว ที่มีต่อภาษาอังกฤษลงได้ เมื่อสิ่งนี้หายไป ทักษะการพูด การเขียน วิชาภาษาอังกฤษก็จะดีขึ้นเองตามลำดับ</p>



<p>“เราเห็นชัดนะว่าเด็ก ๆ มั่นใจในตัวเองมากขึ้น การสอนแบบ Active Learning ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าความรู้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแบก ต้องจด ต้องจำ และไม่ต้องรู้สึกว่าเป็นเรื่องเครียด แต่เขาทำได้ด้วยตัวเขาเอง ค้นพบความรู้ด้วยตัวเอง และสุดท้ายคือเด็ก ๆ ภูมิใจที่เขาทำออกมาได้ด้วยตัวเอง หลายคนเลยมาสะท้อนให้เราฟังว่า วันนี้สนุก วันนี้รู้สึกว่าได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่ม สนุกที่ได้ข้อมูลใหม่ ๆ จากเพื่อน เขารู้สึกตื่นเต้นว่าวันนี้ครูจะให้ทำอะไร นี่คือเสียงตอบรับของเขา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9c0bb9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/07/03-ความกลัวภาษาอังกฤษจงหายไป.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูบิ้ว ยังมองว่า กระบวนการ PLC ที่ทำให้เกิดรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning รวมถึงการได้รับคำปรึกษาเป็นระยะจากโค้ช เป็นทั้งการทบทวนตัวเองจากภายใน และการได้รับเสียงสะท้อนจากภายนอกที่จะเข้ามาพร้อมกับข้อแนะนำและไอเดียดี ๆ เป็นสิ่งที่จะสามารถนำพาโรงเรียนบ้านนาเสไปสู่การเป็นโรงเรียนคุณภาพมาตรฐาน TSQP &#8211; Teacher and School Quality Program ได้ เพราะการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อชี้ให้เห็นว่าปัญหาคืออะไร หรือเรามีจุดแข็งอะไร จะถูกนำคิดเพื่อปรับแก้ในระบบของโรงเรียน ซึ่งก็คือการพัฒนาทั้งคุณภาพของระบบบริหารจัดการ และผลลัพธ์ที่จะเกิดเป็นการเรียนการสอนที่มีคุณภาพสูงในชั้นเรียน เพราะการค้นพบใหม่ ๆ ของเราหรือของเพื่อนครู สุดท้ายก็จะถูกถ่ายทอดระหว่างกันในการ PLC แล้วลงไปสู่นักเรียนเพื่อให้พัฒนาเกิดสมรรถนะใหม่ทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องติดอาวุธให้เขา ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนเล็กหรือไกลแค่ไหนก็ตาม</p>



<p>“เรามี PLC กันเพื่อมาเห็นปัญหา และมาพัฒนาแก้ไข หรือมาเพิ่มเติมแต่ละโรงเรียน หรือบุคลากรทางการศึกษา หรืออะไรก็แล้วแต่ เมื่อมาแลกเปลี่ยนคุยกัน เปิดใจคุยกัน หากมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อการพัฒนา เราก็ทำมันได้สำเร็จ” ครูบิ้ว สรุปทิ้งท้ายอย่างมั่นใจ&nbsp;</p>



<p><strong><em>Yes . Keep going, we &#8216;ll support you.&nbsp;</em></strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-plc-coaching-active-learning-300722/">ความน่ากลัวของภาษาอังกฤษจงหายไป ! PLC Coaching : ออกแบบใหม่ เรียนรู้ได้ด้วย Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>PLC Coaching เปิดห้องเรียนนอกตำรา เรื่องเล่าจาก ‘ครูวิทยาศาสตร์’ สู่การเป็น ‘ครูนักออกแบบ’ มือใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/plc-new-designer-teacher-070622/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Jun 2022 08:58:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ห้องเรียนความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<category><![CDATA[PLC Coaching]]></category>
		<category><![CDATA[ครูวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ครูนักออกแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[มยุรี ดวงจันทร์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=56635</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟังเรื่องเล่าจากครูต้นเรื่องในโครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ ช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/plc-new-designer-teacher-070622/">PLC Coaching เปิดห้องเรียนนอกตำรา เรื่องเล่าจาก ‘ครูวิทยาศาสตร์’ สู่การเป็น ‘ครูนักออกแบบ’ มือใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ฟังเรื่องเล่าจากครูต้นเรื่องในโครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ Professional Learning Community (PLC) ที่นำเอาประสบการณ์การจัดการเรียนรู้ ‘วิทยาศาสตร์’ ในรูปแบบใหม่มาเล่าสู่กันฟัง</p>



<p>จากกรอบคิดเดิมๆ ที่วัดผลประเมินความรู้เด็กๆ ด้วยเกณฑ์ความถูกต้องตามตำรา แต่กระบวนการ PLC ทำให้ ‘ครูก้อย’ ได้ค้นพบวิธีการสอนแบบบูรณาการนอกห้องเรียน โดยมีทีมโค้ช (PLC Coaching ) จากโรงเรียนรุ่งอรุณ และสถาบันอาศรมศิลป์ เป็นผู้ให้คำปรึกษา ในวันนี้วิชาวิทยาศาสตร์ที่เคยเป็นเสมือนยาขมสำหรับเด็กประถม จึงกลายเป็นเรื่องสนุกที่การมาเรียนก็เหมือนมาเล่นและทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-54ad87"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/1_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพราะความเสมอภาคทางการศึกษาไม่ได้หมายความถึงเพียงแค่ ‘โอกาส’ ในการได้รับการศึกษาเท่านั้น แต่ยังหมายถึง ‘คุณภาพ’ การศึกษาที่ทัดเทียมกันด้วย การเติมทักษะ แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างกันของครู ไม่ว่าในสาขาเดียวกันหรือหลากหลายสาขาจะยิ่งเป็นการเสริมสมรรถนะให้การเรียนการสอน เพราะเมื่อครูมีศักยภาพที่ทัดเทียมกัน ไม่ว่าด้านองค์ความรู้ หรือกระบวนความคิด ไม่ว่าจะอยู่ที่กรุงเทพ ต่างจังหวัด หรือโรงเรียนเล็กๆ ในหมู่บ้านห่างไกล การมีครูที่มีศักยภาพจะช่วยให้เด็กๆ ไดัรับการศึกษาที่มีคุณภาพไม่ต่างกัน ถือเป็นความเสมอภาคด้านการศึกษาที่ควรทำให้เกิดขึ้นได้ทุกพื้นที่</p>



<p>จากกระบวนทัศน์นี้ จึงนำไปสู่โครงการ ‘ครูเพื่อศิษย์’ และกระบวนการ PLC Coaching  ที่คอยสนับสนุนให้ครูมีที่ปรึกษาทางความคิดและการออกแบบการเรียนรู้ให้เกิดศักยภาพมากที่สุด โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่มูลนิธิสยามกัมมาจล และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ให้การสนับสนุน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จาก ‘ครูวิทย์’ สู่ ‘ครูนักออกแบบ’</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6037a0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/a.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>2 ปีก่อน <strong>มยุรี ดวงจันทร์</strong> หรือ <strong>‘ครูก้อย’</strong> ย้ายจากโรงเรียนเดิมเพื่อมาสอนวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา 1 &#8211; 6 ที่โรงเรียนเทศบาล 4  บ้านโนนสำนักมิตรภาพที่ 121 จังหวัดศรีสะเกษ แต่สิ่งที่แตกต่างไป คือโรงเรียนแห่งนี้นำกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ หรือ PLC มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน นี่จึงเป็นเหมือนปฐมบทบนเส้นทางสายใหม่ในฐานะครูของครูก้อยเช่นกัน</p>



<p>“ก่อนย้ายมาที่นี่ เราเป็นครูวิทยาศาสตร์ก็จัดการเรียนการสอนเหมือนโรงเรียนทั่วไป เรียนในห้องเรียนเป็นหลัก มีสื่อแบบอื่นช่วยบ้างบางชั่วโมงเช่นให้ดูวิดีโอ การจัดทำแผนการสอนก็เอาตัวครูเป็นหลัก จนลืมนึกไปว่าบางครั้งอาจทำให้เด็กไม่ได้รู้ในสิ่งที่เขาอยากรู้ หรือไม่ได้กระตุ้นให้เขาอยากรู้ในสิ่งที่ควรรู้ นานๆ เข้าเด็กๆ ก็เบื่อไม่อยากเรียน นั่งคุยง่วงเหงาหาวนอนกันไป”</p>



<p>วิชาวิทยาศาสตร์บางทีก็เหมือนยาขมสำหรับเด็ก ครูก้อย ยอมรับว่า บางทีเนื้อหาในตำราที่ใช้วัดผลประเมินก็ยากและเยอะเกินไปจนทำให้เด็กไม่อยากเรียน ยิ่งต้องอยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมทุกวิชายิ่งน่าเบื่อ หรืออย่างการเปิดวิดีโอให้ดูเขาก็แค่มอง แค่นั่งฟังจอ แต่เขาได้ความรู้จากตรงนั้นแค่ไหน ไม่สามารถทราบได้เลย</p>



<p>พอมาที่นี่ โรงเรียนใช้กระบวนการ PLC อยู่แล้ว จึงให้ครูก้อยเริ่มจากสังเกตการณ์ ซึ่งโรงเรียนจะมีการ PLC เพื่อแลกเปลี่ยนออกแบบและวางแผนการสอนร่วมกันทุกวันศุกร์ในแต่ละสัปดาห์ จากนั้นทางโรงเรียนก็ให้ไปอบรมกับสถาบันอาศรมศิลป์ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6e6811"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/2_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สิ่งที่ได้กลับมาคือการที่การมององค์ความรู้และการถ่ายทอดในลักษณะที่เป็นธีมมากขึ้น และจะเป็นสิ่งที่ครูในโรงเรียนต้องมาค้นหาร่วมกัน จากนั้นจึงเป็นการเขียนแผนการสอน ระหว่างนั้นก็จะมีการปรึกษากับทางโค้ชจากสถาบันอาศรมศิลป์เป็นระยะ ทำให้ได้มุมมองคำแนะนำต่างๆ เพราะแผนบางอย่างอาจจะคิดจากมุมของตัวเองเป็นหลัก เมื่อมีที่ปรึกษาก็เหมือนมีคนช่วยชี้ให้เห็นมุมอื่นๆ มากขึ้น เช่น เรื่องนี้ตัวบ่งชี้ยังไม่ออก หรือบางอันก็เยอะเกินไป จะมีการปรับแผนและก็นำไปสู่กระบวนการสอน</p>



<p>“พอเข้าสู่การมองแบบนวัตกรรมองค์รวม ทำให้เราได้ปรับสู่วิถีการสอนใหม่ สิ่งที่ต้องทำคือการวิเคราะห์โรงเรียนของเราว่ามีอะไรที่เหมาะสำหรับเด็กๆ บ้าง จะมีการค้นหาธีม จัดทำแผนและออกแบบกิจกรรมไปตามธีมโดยเอาหลายวิชามาบูรณาการกัน วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดตัวเอง แต่สามารถเอาสังคม เอาภาษาไทยมาประยุกต์ได้โดยเป็นขาออกด้านการสื่อสาร เพื่อให้เด็กๆ ได้คิดจนครบกระบวนการ เมื่อเรียนรู้มา เขาก็ต้องถ่ายทอดได้ด้วย”</p>



<p>ด้วยกระบวนทัศน์นี้ จึงทำให้ครูวิทยาศาสตร์ในแบบที่คุ้นเคย เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็น ‘ครูนักออกแบบความรู้’ วิชาวิทยาศาสตร์ที่ถูกออกแบบให้กลายเป็นการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education) ทำให้เด็กประถมสามารถเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนานเหมือนการเรียนเป็นการเล่นและทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียน ป.2 ‘วิทยาศาสตร์’ เรียนกันในแปลงผัก</strong></h2>



<p>ครูก้อย ได้เล่าถึงตัวอย่างล่าสุดสำหรับนักเรียนชั้น ป. 2 ที่เพิ่งนำมาใช้ในภาคเรียนนี้ โดยได้มีการกำหนดธีมเรื่อง ‘ผักสวนครัวรั้วเรา’ ขึ้น ซึ่งห้องเรียนแบบนี้ ยิ่งทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า ความรู้ที่ถูกต้องตามตำรา อาจไม่ได้หมายความว่าเด็กๆมีความรู้ในเรื่องนั้นจริงก็เป็นได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b2c611"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/3_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ช่วงโควิดที่เด็กๆ ต้องเรียนออนไลน์ มีการสอนเรื่องผักสวนครัว เวลาถามเรื่องผักสวนครัว เขาตอบได้หมด กระเพรา แตงกวา โหระพา พริก ถ้าประเมินตามนี้อิงกับเกณฑ์จากส่วนกลางตามรูปแบบการศึกษาทั่วไป หลายคนได้คะแนนเต็มด้วยซ้ำ แต่เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาตอบมาจากความรู้ของเขาเองหรือเปล่า หรือผู้ปกครองบอก แต่พอเปิดเทอม เรานำธีมนี้มาทำแผนและ PLC กันใหม่ เพื่อใช้ในการเรียนแบบ Onsite เพราะโรงเรียนมีพื้นที่เหมาะสม มีแปลงผัก มีพืชพรรณอยู่ไม้น้อยที่สามารถให้เด็กๆ เรียนรู้จากของจริงได้”</p>



<p>ครูก้อย อธิบายว่า สำหรับเด็ก ป.2 จะมีวิชาวิทยาศาสตร์ที่ต้องเรียนอยู่ประมาณ 20 ชั่วโมง เฉพาะในธีม ‘ผักสวนครัวรั้วเรา’ ออกแบบให้เขาเรียนรู้ 5 ชั่วโมง โดยทยอยเรียนรู้ไปทีละประเด็นในแต่ละสัปดาห์ จากนั้นจึงค่อยผ่านไปเรียนรู้ในธีมอื่น</p>



<p>“แผนการสอนของผักสวนครัวรั้วเรา ตอนแรกจะให้เด็กๆ เข้าสู่การปลูกเลย แต่โค้ชมองว่าน่าจะเริ่มจากการสำรวจก่อนดีกว่า เพื่อประเมินพื้นฐานของเด็กๆ ด้วย พอลองให้สำรวจดู เราพบว่าสิ่งที่เขาเคยตอบได้ฉะฉานตามตำรา พอไปเจอผักจริงๆ เจอองค์ประกอบของพืชจริง หลายคนไม่รู้จัก บางคนรู้จักแต่พริกสีแดงเพราะเห็นบ่อยๆ ในภาพ แต่ไม่รู้ว่ามีพริกสีเขียวด้วยซ้ำ เราก็เริ่มต้นปูพื้นฐานความสำคัญของการเก็บข้อมูล เขาได้เห็น ใบ ดอกผล ลำต้นราก จากนั้นก็จะนำไปสู่คำถามเพื่อไปสู่ขั้นตอนลึกต่อไป เช่นว่า ทำไมผักถึงเจริญเติบโตได้แล้วก็ชวนกันหาคำตอบ”</p>



<p>หลังการสำรวจ ในสัปดาห์ถัดมาจึงเป็นเรื่องของการรู้จักสภาพแวดล้อมที่ต้นไม้แต่ละชนิดเติบโต เช่น ต้องมีดิน มีน้ำ มีอากาศ และแต่ละชนิดก็ชอบต่างกันไป เมื่อเรียนรู้แล้วก็ให้เขาทดลองปลูก ตั้งแต่เตรียมดินไปจนถึงการเก็บเกี่ยวและแปรรูปเป็นอาหารในสัปดาห์สุดท้าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b926a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/06/4_LinkThumbnaiPLC-Coaching-เปิดห้องเรียนนอกตำรา-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เด็กๆ ก็ว้าวเลย บอกว่าเรียนแบบนี้สนุก ชอบกันมาก สิ่งที่เราเห็น เขามีความสนใจ มีความตั้งใจ มีความกล้ามากขึ้น กล้าคุย กล้าตอบ กล้าแลกเปลี่ยน เป็นผลที่เกิดเกินคาดเลย มีทักษะการสื่อสารไม่ว่ากับเพื่อนร่วมทีมหรือการนำเสนอในห้อง เราเองก็ประเมินเขาได้จริง เพราะคราวนี้เขารู้จักชื่อผักนั้นๆ จริง รู้ว่าส่วนประกอบของผักคืออะไร รู้ประโยชน์ หรือบางคำถามเราไม่คิดว่าจะถาม แต่ก็ทำให้เราไปต่อยอดได้ด้วย คือเป็นครูให้กับครูเองด้วย</p>



<p>“คำว่า อ๋อ ของเด็กๆ ที่แปลงผักไม่เหมือนในห้องเรียน ผักเดียวกันที่เขาตอบถูกในห้อง แต่พอมาอ๋อกับของจริงเป็นความรู้สึกคนละแบบ คำว่าวิทยาศาสตร์คือการสังเกต การทดลอง ทุกอย่างถ้าเราใช้หลักวิทยาศาสตร์มาสอนจริงๆ เด็กต้องได้ลงมือทำถึงจะเกิดเป็นทักษะที่ติดตัวเขา เมื่อมีแล้วก็จะเกิดเป็นองค์ความรู้ บางอย่างอาจเกิดจากตัวเขาเอง หรือบางอย่างเกิดจากการที่เขาได้สังเกต สำรวจ ดังนั้น วิทยาศาสตร์จึงไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในหนังสือเรียนเท่านั้น”</p>



<p>ครูก้อย ยังย้ำว่า ความจริงวิทยาศาสตร์ก็คือสิ่งรอบตัว แต่บางทีพอไปยึดติดกับตำราก็ไม่สามารถออกแบบการเรียนรู้ให้เด็กๆ เรียนรู้กับธรรมชาติได้ เพราะตำราเขาเขียนมาตามบทว่าต้องสอนอะไรก็ทำไปแค่นั้น  แต่ถ้าการสอนเกิดขึ้นโดยการเป็นครูนักออกแบบ ในเรื่องเดียวกันหนึ่งเรื่อง ก็จะสามารถวิเคราะห์เด็กได้หลายเรื่องมากกว่าในตำรา</p>



<p>“การที่เราจะพัฒนาอะไรสักอย่างต้องเริ่มจากครูเอง ถ้าครูไม่เปิดใจ หรือผู้บริหารไม่กล้าเปลี่ยนการศึกษาก็ไม่เปลี่ยน  ดังนั้น จึงอยู่ที่ตัวเรากล้าที่จะเปลี่ยนหรือไม่ ตำราจะเป็นแค่เครื่องชี้แนะ แต่เราสามารถจัดการเรียนการสอน ทำเป็นแผนได้ด้วยตัวเอง เราสามารถนำความรู้ต่างๆ มาบูรณาการ มาตกแต่งได้ ครูอยากให้เด็กเป็นอย่างไรก็พาเขาไปสู่เป้าหมายตามที่หวังไว้ ไม่ใช่พาไปตามที่ตำราหวังไว้ ครูจึงมีความสำคัญที่สุดว่าจะกล้าเปลี่ยนวิธีคิดของตัวเองหรือไม่” ครูก้อย กล่าวทิ้งท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/plc-new-designer-teacher-070622/">PLC Coaching เปิดห้องเรียนนอกตำรา เรื่องเล่าจาก ‘ครูวิทยาศาสตร์’ สู่การเป็น ‘ครูนักออกแบบ’ มือใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
