<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Paul Collard | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/paul-collard/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 Oct 2021 05:54:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Paul Collard | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กูรูต่างชาติแนะแนวปรับระบบการเรียนการสอนไทย  มุ่งเน้น Active Learning</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-thai-active-learning/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Oct 2021 05:27:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[Paul Collard]]></category>
		<category><![CDATA[CCE]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[Culture and Education]]></category>
		<category><![CDATA[Diane Fisher-Naylor]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46301</guid>

					<description><![CDATA[<p>สองผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากองค์กรต่างประเทศ แสดงความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-thai-active-learning/">กูรูต่างชาติแนะแนวปรับระบบการเรียนการสอนไทย  มุ่งเน้น Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สองผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากองค์กรต่างประเทศ แสดงความเห็นและสนับสนุนการเดินหน้าปรับเปลี่ยนแนวทางการสอนของครู ให้เป็นไปตามรูปแบบ Active Learning ที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน</strong></p>



<p><strong>โดยย้ำว่าทักษะความคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ เป็นหนึ่งในทักษะสำคัญสำหรับโลกในยุคศตวรรษที่ 21 และครูต้องปรับสไตล์การสอน เพื่อบ่มเพาะให้นักเรียนมีทักษะความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต</strong></p>



<p>ความเห็นครั้งนี้มีขึ้นระหว่างการปฐมนิเทศการอบรมทักษะกระบวนการจัดการการเรียนรู้แบบ Active Learning ของโครงการครูรัก(ษ์)​ถิ่นรุ่นที่ 1​ โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<p>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ. กล่าวว่าการอบรมครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากความเชื่อที่ว่า การจัดการเรียนรู้ที่มีปฏิสัมพันธ์ มีการระดมความร่วมมือระหว่างครูกับนักเรียน มีแนวโน้มที่จะเป็นการสร้างการเรียนรู้ที่ดีที่สุด เนื่องจากการที่ครูมีสถานะเป็นคนให้และเด็กมีหน้าที่เป็นผู้รับอย่างชัดเจน ไม่ตอบโจทย์บริบทโลกยุคใหม่อีกต่อไป&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c965c2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/อุดม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เราเชื่อว่าการเรียนการสอนที่ดี เกิดจากการลงมือทำร่วมกันของครูกับนักเรียน และแนวทางการสอนของครูจะมีบทบาทอย่างมากในการสร้างความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นกับลูกศิษย์ ซึ่งการอบรมครั้งนี้จะเป็นการติดอาวุธให้ครู เพื่อให้กับลูกศิษย์ในโครงการครูรัก(ษ์)​ถิ่น ที่จะกลับไปพัฒนาเด็กในบ้านเกิด ช่วยยกระดับคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษาของไทย ให้เป็นไปในทิศทางบวกมากขึ้น”&nbsp;</p>



<p>ด้านพอล คอลลาร์ด (Paul Collard) ผู้ก่อตั้งองค์กร Creativity, Culture and Education (CCE) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชนทั่วโลก กล่าวว่า การเรียนการสอนเพื่อบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ขณะที่ไทยเรียกการสอนแบบนี้ว่า Active Learning บางประเทศก็เรียกว่า Creative Critical​ Thinking หรือ Creative Activity&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-191a29"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/Mr.Paul-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">Paul Collard ผู้ก่อตั้งองค์กร Creativity, Culture and Education (CCE)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แต่ไม่ว่าจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันอย่างไร หลักการเรียนแบบ Active Learning ก็คือการออกแบบการเรียนรู้เพื่อมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชน เป็นการเรียนรู้ทักษะที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนสามารถพัฒนาตนเอง และบรรลุความสำเร็จตามเป้าหมายอย่างเต็มศักยภาพ รวมถึงเป็นทักษะที่ทำให้รู้ว่า จะสามารถหาหนทางพัฒนาตนเองต่อไปได้อย่างไร&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าเสียดายว่า​ภายใต้ระบบการเรียนการสอนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นระบบการศึกษาที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพมากแค่ไหน ก็ยังไม่ดีเพียงพอ เนื่องจากไม่สามารถสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ในแบบที่เราต้องการ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในโลกศตวรรษที่ 21”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c05e9b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/ภาพประกอบ-กูรู-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้คำว่าโลกในศตวรรษที่ 21 หมายความว่าโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยอิทธิพลของนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มากมาย มีพลวัตรที่ลื่นไหล มีการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก และพรมแดนแบ่งกั้นระหว่างประเทศเลือนราง ทำให้การเรียนรู้เปิดกว้าง ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ภายในห้องเรียน และผู้คนต้องการความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้รู้จักยืดหยุ่น พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง&nbsp;</p>



<p>แม้จะตระหนักถึงความสำคัญ แต่สถานการณ์การศึกษาของหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย ก็ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการสอนให้ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ โดยเฉพาะไทยที่สถานการณ์การศึกษาค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19&nbsp; จำนวนนักเรียนที่เข้าเรียนตามระบบหลักสูตรการศึกษาของไทยก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาส ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของไทยรุนแรงขึ้น&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3c9952"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/ภาพประกอบ-กูรู-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ยิ่งไปกว่านั้น เด็กที่มีโอกาสเรียนหนังสือในเมืองสามารถประสบความสำเร็จได้ดีกว่าเด็กที่เรียนหนังสืออยู่ในชนบท ทั้งๆ ที่การศึกษาควรมีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า หลักสูตรการศึกษาพื้นฐานของไทยในขณะนี้ ไม่อาจตอบโจทย์การพัฒนาคุณภาพ และถึงเวลาที่ต้องปรับการสอนให้เหมาะกับตัวตน​ ขีดความสามารถของผู้เรียน มากกว่าให้เป็นไปตามที่ระบบการศึกษาคาดหวัง ดังนั้นจึงต้องนำวิธี Active Learning เข้ามาปรับใช้&nbsp;</p>



<p>ขณะที่ได หรือไดแอน ฟิชเชอร์-เนย์เลอร์ (Di หรือ Diane Fisher-Naylor) ผู้อำนวยการองค์กร Creativity, Culture and Education (CCE) ผู้รับหน้าที่ออกแบบกระบวนการการเรียนรู้เพื่อส่งเสริม​ สนับสนุน​ และบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ในระบบการศึกษาทั่วโลก สำหรับบุคลากรในแวดวงการศึกษา ตั้งแต่ระดับครูผู้ปฏิบัติการไปจนถึงระดับศาสตราจารย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษา กล่าวเสริมว่าการเรียนที่เน้นบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์กำลังเป็นประเด็นหลัก ที่หลายหน่วยงานด้านการศึกษาทั่วโลกให้ความสำคัญอยู่ในเวลานี้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ef65c9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/06-Diane-Fisher-กูรูต่างชาติแนะแนวปรับระบบ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">Diane Fisher-Naylor ผู้อำนวยการองค์กร Creativity, Culture and Education (CCE)</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โดยไดย้ำชัดว่า การคิดวิเคราะห์และการคิดสร้างสรรค์ ไม่เพียงแต่เป็นทักษะที่จำเป็นในโรงเรียน แต่ยังเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพในปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>ในฐานะผู้ออกแบบการเรียนแบบ Active Learning มาอย่างช่ำชอง ไดแนะนำว่าครูควรมีบทบาทสำคัญในฐานะนักออกแบบ (designer) มากกว่าครูผู้สอน (lecturer) ซึ่งหมายความว่า นักออกแบบต้องใช้เวลาเพื่อสังเกตและทำความเข้าใจคนที่ตนเองต้องออกแบบให้อย่างลึกซึ้ง โดยในที่นี้ก็คือ​ท​ำความรู้จักและเข้าใจธรรมชาติของนักเรียนแต่ละคนเป็นอย่างดี&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-079c35"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/ภาพประกอบ-กูรู-6.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การเรียนแบบ Active Learning ไม่มีแนวทางที่ตายตัว สามารถปรับเปลี่ยนประยุกต์ให้เหมาะสมกับบริบท รวมถึงธรรมชาติของผู้เรียนเป็นสำคัญ กระนั้นหลักการสำคัญก็คือ​การที่ครูไม่ใช่ผู้สอน นักเรียนไม่ใช่เครื่องจำ และบรรยากาศห้องเรียนจะส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กพูด ถาม และแสดงความเห็นได้ตลอดเวลา&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน การถามคำถามไม่มุ่งเน้นความถูก-ผิด แต่มุ่งให้เด็กได้คิดว่าทำไม ให้เด็กได้สนทนากับเพื่อนร่วมห้อง โดยไดย้ำชัดว่า ความผิดพลาด ความไม่ถูกต้องของนักเรียนในห้องเป็นเรื่องที่ดี ไม่ควรตำหนิ ตรงกันข้ามควรให้กำลังใจและสนับสนุน เพื่อให้เด็กได้ค้นพบแนวทางที่จะก่อร่างสร้างวิถีการเรียนรู้ของตนเอง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8b5bed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/ภาพประกอบ-กูรู-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สิ่งสำคัญของการเรียนแบบ Active Learning คือต้องจัดสรรเวลาเพื่อให้เด็กคิด และครูมีเวลามากพอในการสังเกตตัวตนของเด็ก ซึ่งเคล็ดลับของครูที่ดีคือครูที่มี “ดวงตา ใบหู และหัวใจที่ใหญ่” (Big Eyes, Big Ears and Big Hearts) เพื่อมองเห็น ได้ยิน และยอมรับ ธรรมชาติและตัวตนของลูกศิษย์ ทำให้สามารถชี้แนะแนวทางการเรียนรู้ ที่เด็กคนหนึ่งจะสามารถพัฒนาตามศักยภาพได้</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <br>การอบรมทักษะกระบวนการการจัดการการเรียนรู้แบบ Active Learning ของโครงการครูรัก(ษ์)​ถิ่นรุ่นที่ 1<br>สำนักพัฒนาครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;<br>วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564 เวลา 14.30 – 16.00 น.</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-thai-active-learning/">กูรูต่างชาติแนะแนวปรับระบบการเรียนการสอนไทย  มุ่งเน้น Active Learning</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลังโควิด-19: ครูไทยต้องปรับตัวอย่างไร?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-paul-collard/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Apr 2021 09:22:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<category><![CDATA[Paul Collard]]></category>
		<category><![CDATA[Culture and Education’]]></category>
		<category><![CDATA[CCE]]></category>
		<category><![CDATA[พอล คอลลาร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[Creative Partnerships]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28476</guid>

					<description><![CDATA[<p>พอล คอลลาร์ด (Paul Collard) คือนักการศึกษาที่มีประสบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-paul-collard/">ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลังโควิด-19: ครูไทยต้องปรับตัวอย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;"><strong>พอล คอลลาร์ด (Paul Collard)</strong> คือนักการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการปฏิรูปการเรียนรู้มาอย่างยาวนาน เขาเป็นหัวเรือสำคัญของรัฐบาลสหราชอาณาจักรเมื่อเริ่ม<strong>โครงการ Creative Partnerships</strong> ซึ่งเป็นโครงการปฏิรูปการเรียนรู้ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับนานาชาติ คือการตั้ง<strong>มูลนิธิ Creativity, Culture and Education (CCE)</strong> หลังอำลาตำแหน่งที่ปรึกษารัฐบาล ซึ่งมุ่งทำงานด้านการศึกษาในหลายมิติตั้งแต่ การทำวิจัย การเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรรัฐหลายประเทศ รวมถึงการลงพื้นที่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยตรง โดยอาศัยแนวคิด <strong>‘การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์’ (Creative Education)</strong> ซึ่งเขาและทีม CCE พัฒนาขึ้นเป็นจุดขายสำคัญ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในฐานะที่พอลสนใจความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเป็นการเฉพาะ สถานการณ์การระบาดของไวรัสโดวิด-19 ซึ่งถ่างความเหลื่อมล้ำดังกล่าวออกไปอีก กสศ. จึงชวนเขามานั่งคุยถึงผลกระทบที่เขามองเห็นในไทย และคำแนะนำที่เราคิดว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาควรรับฟัง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Q: สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการทำงานของครูอย่างไร? โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่เด็กนักเรียนเริ่มทยอยกลับมาเรียนในห้องเรียนอีกครั้ง</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมคิดว่า สถานการณ์ทางการศึกษาในยุโรปได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่รุนแรงกว่ามากเมื่อเทียบกับสถานการณ์ทางการศึกษาในไทย เพราะว่าในยุโรปมีเด็กที่ห่างหายไปจากโรงเรียนนานนับปีอยู่จำนวนหนึ่ง และต้องโดนล็อคดาวน์จำกัดพื้นที่อยู่แต่ภายในบ้าน ไม่สามารถออกไปไหนได้ โดยสถานการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถรู้ผลกระทบของมันได้จริงๆ ไม่มีงานวิจัยที่จัดทำอย่างเป็นระบบเพื่อจะได้รู้ว่ามีผลกระทบอะไรบ้างที่เกิดขึ้นกับบรรดานักเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น สิ่งที่เราพูดคุยกันอยู่ในขณะนี้คือการพูดในเชิงทฤษฎีเท่านั้น เรารู้ว่าเด็กนักเรียนส่วนหนึ่งไม่สามารถเรียนหรือทำการบ้านได้ทันตามที่ได้รับมอบหมายได้ ยกเว้นแต่เพียงเด็กนักเรียนเพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งเท่านั้น ส่วนแนวคิดที่ให้ครูคิดการบ้านออนไลน์มากๆ แล้วส่งไปให้เด็กๆ ที่นั่งอยู่ที่บ้านทำการบ้านอย่างมีความสุขก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นไปไม่ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทุกคนคงรู้แล้วว่าพ่อแม่ไม่ใช่ครูผู้สอน และพวกเขาก็คงรู้ตัวแล้ว และผมคิดว่าพ่อแม่คงคาดหวังกับครูอาจารย์ไว้อย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 จบลง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่แท้จริงกลับตกอยู่กับเด็กนักเรียนมากกว่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้ และเป็นสิ่งที่เราค่อนข้างกังวลมากที่สุด</span></p>
<p><figure id="attachment_28479" aria-describedby="caption-attachment-28479" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-28479 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/36-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลังโควิด-19-2.jpg" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-28479" class="wp-caption-text">พอล คอลลาร์ด (Paul Collard)</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถึงแม้ ผมคิดว่าเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีความยืดหยุ่น (resilience) พอสมควรที่จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว  แต่ใครจะรู้ว่าพวกเขาเหล่านี้สูญเสียการเรียนรู้ไปมากน้อยแค่ไหนอย่างไร แล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อให้สิ่งที่เสียไปฟื้นกลับมา ถ้าเด็กๆ เข้าถึงความรู้ที่เราคิดว่าต้องรู้เพียงแค่ 2 ใน 3 จะถือว่าด้อยการศึกษาหรือมีการศึกษาน้อยหรือไม่ หรือถ้าเด็กเหล่านี้สอบไม่ผ่านเอาใบประกาศรับรองวุฒิมาไม่ได้ จะหมายความว่าเด็กเหล่านี้ไม่สามารถใช้ชีวิตในฐานะผู้ใหญ่คนหนึ่งในสังคมได้อย่างราบรื่นหรือเปล่า ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกสงสัยอย่างมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ความวิตกตื่นตระหนักต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทั้งหมด จึงยังไม่ใช่ประเด็นที่น่ากังวลอย่างแท้จริง คนทั่วไปน่าจะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ท่ามกลางความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้ที่ลดลงได้ เพราะตราบใดที่พวกเขาตระหนักรู้และหากระบวนการเพื่อเรียนรู้ให้ได้ความรู้เพื่อก้าวผ่านสถานการณ์ดังกล่าว เมื่อพวกเขาตัดสินใจแล้ว ย่อมรู้ว่าจำเป็นต้องหาทางเรียน ซึ่งเงื่นไขดังกล่าวเกิดขึ้นในสังคม พวกเขารู้แล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีครูก็หาทางเรียนรู้ต่อไปด้วยตัวเองได้ สำหรับผม ประเด็นที่น่าวิตกกังวลยิ่งกว่าก็คือผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน เพราะต้องยอมรับว่า เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่เป็นสัตว์สังคมอย่างแท้จริง แล้วแง่มุมในการพัฒนาทางสังคมถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28482" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/36-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลังโควิด-19-4.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า มีเด็กหลายกลุ่มที่มีปัญหาต่อการเรียนรู้ในการเข้าสังคม เช่น เด็กออทิสติก ซึ่งเป็นกลุ่มที่คุณรู้แน่ๆ ว่า การเข้าสังคมไม่มีผลช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กเหล่านี้ แต่โดยพื้นฐานแล้ว คุณไม่สามารถแยกสังคมออกจากการเรียนรู้ของเด็กได้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เพราะเด็กถูกบังคับให้อยู่แต่ภายในบ้าน ไม่ได้เจอเพื่อนๆ และไม่ได้เจอสังคมใดๆ และผมก็ไม่เชื่อว่าเงื่อนไขที่เกิดขึ้น จะไม่ส่งผลกระทบทางลบต่อชีวิตและการพัฒนาของเยาวชนคนหนึ่งในสังคมในภายหลังได้ เราจำเป็นที่จะต้องหาทางทดแทนชดเชยสิ่งที่สูญเสียไปเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับบทเรียนทั้งหมดที่ได้เรียนรู้จากโควิด-19 หนึ่งในนั้นก็คือการเรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอยู่โดยไม่มีคนอื่นในช่วงระยะเวลาหนึ่้ง อาจหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ขณะเดียวกันสิ่ งที่เด็กเหล่านี้ได้เรียนรู้ส่วนใหญ่ก็คือการเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่กับผู้ปกครองซึ่งในความเป็นจริงทักษะเหล่านี้ไม่ได้จำเป็นสักเท่าไรนัก เพราะเรารู้ว่าวันหนึ่ง เด็กๆ ต้องเดินจากอ้อมอกของพ่อแม่ไปอยู่แล้ว พ่อแม่ไม่ใช่คนที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วย เด็กๆ เหล่านี้ต้องรู้ว่าคนในสังคมภายนอกต่างหากที่พวกเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วย ซึ่งการเรียนรู้ที่ว่านี้ ได้หายไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ก็คือ สุขภาพ สวัสดิภาพ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี (wellbeing) ของเด็กเหล่านี้ต่างหากที่น่าเป็นห่วงว่าจะได้รับผลกระทบในทางที่แย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูปแบบของสวัสดิภาพที่เด็กต้องตระหนักว่า เขาจะมีชีวิตที่มีสุขภาพที่ดี ความรู้สึกว่าตนเองสามารถควบคุมดูแลชีวิตของตนเองได้ เป็นผู้ที่รับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง เป็นบ่อเกิดของพฤติกรรมของพวกเขาเอง</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-28480" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/36-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลังโควิด-19-1.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่โควิด-19 ทำให้ความรู้สึกตรงนี้หายไป พวกเขาไม่รู้สึกว่าตนเองต้องรับผิดชอบหรือรู้สึกใดๆ กับพฤติกรรมและผลใดๆ ที่เกิดจากการกระทำของตนเอง ทั้งนี้ ในความเห็นของผม ผลลัพธ์ดังกล่าวจะสร้างความเสียหายรุนแรงในชีวิตและพัฒนาการของเด็กเหล่านี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผมได้เห็นระบบของโรงเรียนหลายแห่งเตรียมพร้อมสำหรับการกลับมาเรียนที่โรงเรียนของเด็กเหล่านี้ ด้วยการวางแผนว่าจะให้เด็กลงมือทำโน่น นั่น นี่ ซึ่งสำหรับผม แนวทางดังกล่าวเป็นวิธีที่ผิด 100%  โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดและจำเป็นที่โรงเรียนจะต้องทำมากกว่าก็คือการนั่งหันหน้าเข้าหาเด็กเหล่านี้แล้วถามว่า &#8220;เธออยากจะทำอะไรในตอนนี้&#8221; &#8220;เธอคิดว่าเธอสูญเสียอะไรหรือทำอะไรหายไป&#8221; &#8220;แล้วเธอจะอยากจะพัฒนาต่อจากจุดนี้ไปอย่างไร&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดเป็นไปเพื่อฟื้นฟูความรู้สึกของเด็กๆ ที่จะตระหนักรู้ได้ว่าตนเองต้องสามารถควบคุมดูแลรับผิดชอบชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้ดีไว้ให้ได้ เด็กๆ จะเป็นคนออกแบบวางแผนชีวิตการเรียนรู้ที่โรงเรียนของตนเองว่าจะทำอย่างไร รวมถึงออกแบบว่าอะไรเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกสำหรับพวกเขา เพราะนั่นเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้การมีสวัสดิภาพที่ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของเด็กฟื้นคืนกลับมาได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>Q : คำแนะนำถึงโรงเรียนที่รับนักเรียนกลับมาเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนาน โดยหลายคนต้องเผชิญกับการสูญเสียการเรียนรู้ ในช่วงที่หยุดเรียน เพราะขาดอุปกรณ์การเรียนหรือเข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต โรงเรียนสมควรรับมือหรือเตรียมพร้อมอย่างไร?</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือจริงๆ แล้ว เราไม่รู้ว่ามีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้เกิดขึ้นจริงหรือไม่ เท่าที่ผมรู้จักยังไม่มีใครลงมือทำการสำรวจในหัวข้อดังกล่าวอย่างจริงจังเกี่ยวกับผลกระทบหลังการล็อคดาวน์โรงเรียนเพราะโควิด-19 มันอาจจะเป็นหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นแต่เราไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ซึ่งสิ่งที่ผมอยากจะบอกต่อจากนี้ก็คือความวิตกกังวลดังกล่าวทำให้พวกเขาหลงลืมไปว่าอะไรเป็นสิ่งที่พวกเขาควรจะต้องลงมือทำต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในแวดวงการศึกษานั้น ล้วนมีภาวะถดถอยทางการเรียนรู้เกิดขึ้นได้เสมอ อย่างผมเอง ตอนเรียนอยู่โรงเรียน หลังจากผมสอบผ่านแล้ว ผมก็ลืมเกือบทุกอย่างที่ผมเรียนไปหมดแล้ว แล้วมันเป็นปัญหาหรือเปล่า ก็ไม่ เพราะความรู้เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญจำเป็นสำหรับชีวิต ซึ่งเท่าที่ผมเห็นว่า สถานการณ์ดังกล่าวก็เป็นข้อเท็จจริงสำหรับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ว่า การเรียนการสอนในการศึกษา ก็คือเราเรียน เราสอบ แล้วเราก็ลืม มันเป็นสิ่งธรรมดาสามัญมากๆ เมื่อถามว่า นั่นเป็นปัญหาหรือไม่ เราตอบได้ว่าเราไม่รู้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-28481" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/36-ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลังโควิด-19-5.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ในความเป็นจริง โควิด-19 ก็ทำให้เรามองเห็นโอกาสอีกมากที่จะได้มองและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่ว่า วิชาการหรือสิ่งที่เรียนรู้ในหลักสูตรเหล่านี้มีความจำเป็นต่อชีวิตมากน้อยแค่ไหน เราจำเป็นต้องเรียนจริงๆ หรือไม่ และผมก็ได้สังเกตเห็นว่า ในบางประเทศ การถกเถียงในหัวข้อดังกล่าวได้มีการเริ่มต้นขึ้นแล้ว และเดินหน้าต่อไปอย่างดี ออกดอกออกผลพอสมควร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่นในประเทศหนึ่งที่ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมหารือ ประเด็นที่พวกเขาสนใจคุยกันขณะนี้ก็คือ การหารยาว (long division) ว่าวิธีการคำนวณแบบนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กๆ จะต้องเรียนจริงเหรอก็ในเมื่อพวกเขามีเครื่องคิดเลขให้กดอยู่แล้วนี่ สิ่งที่เด็กต้องรู้และเข้าใจก็คือแนวคิดของวิธีการหาร ซึ่งก็ใช้เวลาแค่ 20 นาทีเท่านั้น แต่ความเป็นจริงก็คือ พวกเขาให้เด็กฝึกหารหลายต่อหลายชั่วโมงจนคล่องแคล่ว สิ่งที่ผมอยากถามก็คือ แล้วมันจำเป็นจริงๆ เหรอที่เด็กเหล่านี้ต้องมาเรียนการหารเลขแบบนี้ โดยอย่างน้อยโรงเรียนในระบบการศึกษาดังกล่าวก็มีการพูดคุยหารือในประเด็นเหล่านี้อย่างมีเหตุมีผล หารือเกี่ยวกับการปรับทอนหลักสูตรให้กระชับขึ้น นี่คือโอกาสที่โควิด-19 ทำให้เห็นว่าหลักสูตรการเรียนการสอนของหลายๆ ประเทศ ค่อนข้างกำกวมไม่ชัดเจน จนกลายเป็นว่าทำให้เด็กไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่เราไม่มีเวลาที่จะแก้ปัญหาไปเรื่อยๆ อีกต่อไปแล้วเช่นกัน ตอนนี้ จำเป็นต้องมีการพูดคุยหารือที่มีวุฒิภาวะอย่างจริงจัง เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าควรค่าแก่การใส่ใจมากน้อยแค่ไหน มันมีบ้างแหละ ในบางวิชาบางทักษะที่เราจำเป็นต้องฟื้นฟูทบทวนให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ไม่เช่นนั้น ระบบการศึกษาในแบบองค์รวมไม่รอดแน่ๆ</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-paul-collard/">ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหลังโควิด-19: ครูไทยต้องปรับตัวอย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ลาการเรียนแบบเดิม เน้นรูปแบบ Active Learning สู่ศตวรรษที่ 21</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1153-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Nov 2019 04:48:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริมา โพธิจักร]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยการอาชีพ​ศรีสะเกษ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[รุ่งสว่าง​ บุญหนา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[Paul Collard]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9250</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเรียนการสอนแบบใดที่จะสร้างผลลัพธ์และเหมาะสมกับยุคสมั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1153-2/">ลาการเรียนแบบเดิม เน้นรูปแบบ Active Learning สู่ศตวรรษที่ 21</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9260" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283730302_resized_20191113_110043608.jpg" alt="" width="1536" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283730302_resized_20191113_110043608.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283730302_resized_20191113_110043608-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283730302_resized_20191113_110043608-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283730302_resized_20191113_110043608-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283730302_resized_20191113_110043608-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283730302_resized_20191113_110043608-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1536px) 100vw, 1536px" /></p>
<blockquote><p>การเรียนการสอนแบบใดที่จะสร้างผลลัพธ์และเหมาะสมกับยุคสมัย ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงรุกก้าวไกลการศึกษาจึงหยุดพัฒนาไม่ได้ ดังนั้นการเติมพลังเติมความรู้พัฒนาครูคือปัจจัยสำคัญที่จักช่วยยกศักยภาพการศึกษาให้ทัดเทียมทันสมัยนานาประเทศผ่านครูและโรงเรียน</p></blockquote>
<p style="text-align: justify;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้เล็งเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญจนนำไปสู่การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เป้าหมายเพื่อการพัฒนาครูเครือข่ายครูเจ้าฟ้ามหาจักรี รุ่นที่ 1 2 และ 3 และครูแกนนำในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP)</p>
<p style="text-align: justify;">ในการจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบ <strong>Active Learning</strong> สู่การพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้สามารถเรียนรู้และตอบสนองต่อการพัฒนาของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และ Mr.Paul Collard ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร และที่ปรึกษาองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นพร้อมทำกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ นำไปพัฒนาเผยแพร่ให้กับโรงเรียนและครูที่เน้นเรียนแบบ <strong>Active Learning</strong></p>
<p style="text-align: justify;">Mr.Paul Collard กล่าวว่า ลักษณะกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning คือ กระบวนการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจและเรียนรู้อย่างมีความหมาย ด้วยการฝึกทักษะการคิด  เช่นเดียวกับรูปแบบวิธีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆที่เกิดขึ้นในการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมเริ่มต้น ที่ทำให้คุณครูที่เข้าร่วมประชุม ได้ใช้สมองและความคิด  ได้ทบทวน เรื่องการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่จากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มา ว่าเรียนรู้มาแบบไหน ซึ่งเปรียบเหมือนการเตรียมพร้อมให้เรียนรู้เรื่องอื่นๆ และ ปรับทัศนคติ  เพื่อนำไปปรับใช้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9261" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283725411_resized_20191113_110043223.jpg" alt="" width="1536" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283725411_resized_20191113_110043223.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283725411_resized_20191113_110043223-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283725411_resized_20191113_110043223-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283725411_resized_20191113_110043223-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283725411_resized_20191113_110043223-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283725411_resized_20191113_110043223-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1536px) 100vw, 1536px" /></p>
<p>&#8220;ต้องทำความเข้าใจว่า ห้องเรียนแบบ Active Learning มันไม่ใช่การเรียนผ่านการเล่นภายในห้องเรียน แต่ว่าจริงๆแล้ว มันคือการที่ผู้เรียน ได้เรียนรู้ด้วย ได้มีสังคม ได้เคลื่อนไหวและเรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวกายภาพ คือ เรื่องสังคม เรื่องภาวะอารมณ์ และ เรื่องการพัฒนาปัญญา ความสามารถ ขณะเดียวกัน การเรียนรู้ ก็คือการต้องฝึกคิด เกี่ยวข้องกับการคิด ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจำ สิ่งที่เกิดขึ้น ต้องเป็นเรื่องของทักษะการคิด ซึ่งระบบความคิดที่ดี จะช่วยให้เราสามารถจดจำและเข้าใจได้อย่างลึกซึ้ง&#8221; Mr.Paul ระบุ</p>
<p>ด้าน ว่าที่ร้อยเอก รุ่งสว่าง​ บุญหนา ครูชำนาญการพิเศษ​ วิทยาลัยการอาชีพ​ศรีสะเกษ​ หนึ่งในจำนวนครูเครือข่ายที่เข้าร่วมการประชุมการจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบ  Active Learning สู่การพัฒนาผู้เรียน กล่าวว่า เดิมทีทางวิทยาลัย​จะให้​นักเรียน​เน้นทักษะจากการที่ได้ฝึก พูดหรือการแสดงออกตามกิจกรรม ในแต่ละชั่วโมง ซึ่งแต่เดิม ตนก็ไม่ได้คิด ว่าจะต้องให้ความสำคัญขนาดนี้  แต่หลังจากที่ได้รับการอบรมพบว่ากิจกรรมเหล่านี้จะทำให้เด็ก ได้มีส่วนร่วมและได้ฝึกทักษะกระบวนการคิด ซึ่งตรงนี้ ถือเป็น​การจุดประกายให้เด็กให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ</p>
<p>เช่นเดียวกับ ‘ครูยิ้ม’ศิริมา โพธิจักร รองผู้อำนวยการวิชาการ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จังหวัดบุรีรัมย์ ครูเครือข่ายซึ่งเข้าร่วมการประชุม  การจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบ  Active Learning สู่การพัฒนาผู้เรียน ยอมรับว่า การเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ทำให้วิธีการจัดการเรียนรู้โดยให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ชัดขึ้น จากกรณี การจัดห้องเรียน การทำกิจกรรม หลังจากนี้ ก็จะนำความรู้ที่ได้ไปแชร์ไอเดียกับคุณครูที่โรงเรียน และดำเนินการสอนแบบ  Active Learning  เพื่อสร้างโอกาสในอนาคตให้กับเด็กนักเรียนต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9259" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283727282_resized_20191113_110043499.jpg" alt="" width="1536" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283727282_resized_20191113_110043499.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283727282_resized_20191113_110043499-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283727282_resized_20191113_110043499-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283727282_resized_20191113_110043499-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283727282_resized_20191113_110043499-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283727282_resized_20191113_110043499-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1536px) 100vw, 1536px" /></p>
<p>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ระบุว่า เพื่อให้สามารถเรียนรู้และตอบสนองต่อการพัฒนาของสังคมโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ ต้องบอกลาการเรียนแบบเดิม ๆ และควรประยุกต์ใช้ Active Learning ในการเรียนการสอน เน้นการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อสร้างการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 ในการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าวัยทำงาน เพราะนี่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะปลุกพลัง และสร้างโอกาสในอนาคตให้กับเด็กเหล่านี้เดินไปถึงเป้าหมายตามที่ตั้งเป้าไว้</p>
<blockquote><p>“ส่วนการพัฒนารูปแบบนั้นอาจต้องทำทั้งโรงเรียน ไม่ใช่แค่การทำเพียงอยู่ในห้องเรียนใดห้องเรียนหนึ่ง ทั้งยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมใหม่กับองค์กร ผ่านการใช้พลังครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนที่มุ่งเปลี่ยนแปลงกระบวนการคิดของนักเรียน” นพ.สุภกร ย้ำ</p></blockquote>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า กสศ.จะนำผลการวิจัยและเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของครูและสถานศึกษาจากการทำงานวิชาการร่วมกับองค์การความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) มาสนับสนุนกระบวนการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบ Active Learning โดยใช้การสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นห้องเรียนประสิทธิภาพสูง (High functioning Classroom) จากสถาบันความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร รวมถึงการใช้เครื่องมือส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณจาก OECD เพื่อพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9262" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283731378_resized_20191113_110043365.jpg" alt="" width="1536" height="1024" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283731378_resized_20191113_110043365.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283731378_resized_20191113_110043365-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283731378_resized_20191113_110043365-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283731378_resized_20191113_110043365-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283731378_resized_20191113_110043365-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/1573283731378_resized_20191113_110043365-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1536px) 100vw, 1536px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1153-2/">ลาการเรียนแบบเดิม เน้นรูปแบบ Active Learning สู่ศตวรรษที่ 21</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เด็กเก่งขึ้นได้ แม้ทำแคร็กเกอร์ไหม้! สอนสไตล์ OECD ในห้องเรียนไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Oct 2019 14:13:38 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[เก่งดีมีฝีมือ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Culture and Education’]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[ลำปาง]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา]]></category>
		<category><![CDATA[ศิครินทร์ วงค์ษากัน]]></category>
		<category><![CDATA[พรนับพัน วงศ์ตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการมูลนิธิไทยคม]]></category>
		<category><![CDATA[Paul Collard]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร]]></category>
		<category><![CDATA[International Foundation ‘Creativity]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[CCE]]></category>
		<category><![CDATA[creativity]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8762</guid>

					<description><![CDATA[<p>กว่าจะมาเป็นเมนู แคร็กเกอร์-ข้าว -ฟัก- ผัก ที่ถูกอกถูกใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">เด็กเก่งขึ้นได้ แม้ทำแคร็กเกอร์ไหม้! สอนสไตล์ OECD ในห้องเรียนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8772" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419290-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<blockquote><p>กว่าจะมาเป็นเมนู แคร็กเกอร์-ข้าว -ฟัก- ผัก ที่ถูกอกถูกใจของใครหลายๆ คน ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการลองผิด ลองถูก และคิดค้นสูตรกันหลายขนานกว่าจะมาถึงวันนี้ซึ่งมีรางวัลการันตีจากการแข่งขันประกวดทำอาหารระดับภูมิภาคและอยู่ระหว่างเตรียมตัวไปแข่งในระดับชาติต่อไป ​​</p></blockquote>
<p>​น้องฟรม-ศิครินทร์ วงค์ษากัน นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านสามขา ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง อธิบายถึงที่มาที่ไประหว่างโชว์รีดแป้งเตรียมทำขนมแคร็กเกอร์​ ว่าลองมาหลายสูตรทั้งวัตถุดิบและกระบวนการทำ บางครั้งก็ไหม้กินไม่ได้ต้องเททิ้ง ต้องมาทบทวนแก้ไขกันหลายรอบกว่าจะเข้าที่เข้าทาง</p>
<p>การทำอาหารนี้ถือเป็นหนึ่งในรูปแบบการเรียนการสอนที่สืบเนื่องมาจากโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)</p>
<p>ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนที่ใช้เครื่องมือส่งเสริมและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ ผ่านรูปแบบ High Functioning Classroom สร้างการเรียนรู้แบบ Active Learning ในการพัฒนาทักษะผู้เรียนผ่านการฝึกปฎิบัติและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8769" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293.jpg" alt="" width="1108" height="1478" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419293-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>น้องเฟรม เล่าให้ฟังว่า คุณครูไม่ได้ต่อว่าที่ทำขนมไหม้ แต่สอนให้เราเรียนรู้ว่า ที่ไหม้เป็นเพราะอะไรและก็หาทางแก้ไข ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเพราะทำแป้งหนาเกินไป อบนานไป เราก็ค่อยๆ ปรับ จนทำแป้งให้บางลงเพื่อให้กรอบอร่อย อบในเวลาที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการปรับสูตร ส่วนผสมจนค่อยๆ ลงตัวเป็น แคร็กเกอร์ ข้าว -ฟัก-<br />
ผัก</p>
<p>ส่วนกระบวนการเราเริ่มต้นจากการทำ Mind Mapping ที่นักเรียนแต่ละคนก็จะต้องมาคิดในหัวข้อ “แคร็กเกอร์”<br />
ที่ต้องคิดแตกแขนงออกไปทั้งในแง่ วัตถุดิบ วิธีการทำ ประโยชน์ที่จะได้รับ ซึ่งมาลงตัวกันที่ แคร็กเกอร์ ซึ่งเป็นส่วนผสมระหว่าง ข้าวกล้องงอก ฟักทองล้านนา2 และผักคะน้าแม็กซิโก ที่มีประโยชน์สูงมาก</p>
<p>ครูนก -พรนับพัน วงศ์ตระกูล ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิไทยคม หมู่บ้านสามขา และผู้ทำโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาและประเมินทักษะความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์ อธิบายว่า รูปแบบการจัด​ห้องเรียนประสิทธิภาพ (High Functioning Classroom) ส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมมากขึ้น เมื่อเราได้ฟังเสียงเด็ก เราก็จะมีข้อมูลมากเพียงพอทำให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามความต้องการของเด็กที่จะเรียนรู้ร่วมกัน</p>
<blockquote><p>“เราต้องสร้างพื้นที่ให้ได้ทดลองทำผิดบ้าง เขาจะได้เรียนรู้จากความผิดพลาดของเขาทดลองจากความผิดพลาดจากเขา หน้าที่ของครูคือต้องนำเสนอเครื่องมือต่างๆ ที่คิดว่ามีประโยชน์กับเด็กสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่ดีให้กับเด็ก”ครูพรนับพัน ปรารภ</p></blockquote>
<p>ครูพรนับพัน กล่าวเสริมว่า การนำ 5 Habits of Mind หรือ 5 ลักษณะจิตนิสัย สำหรับการเรียนรู้ที่สำคัญ 5 ประการ<br />
มาใช้สามารถทำให้ชั้นเรียนเกิดประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องการทำงานร่วมกัน จินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องหยิบมาใช้ให้ถูกต้องตรงเวลาและทันสถานการณ์เพื่อทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8771" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419295-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p>“สิ่งที่เด็กเปลี่ยนไปคือทัศนคติจากเด็กที่ไม่อยากมาโรงเรียน​ กลายเป็นรอว่าเมื่อไหร่จะได้มาโรงเรียน อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ หรือจากปกติเด็กเรียนจบก็จะมาถามว่าหนูควรทำเรื่องอะไรต่อ เขาสนใจอยากเรียนเรื่องนี้ เขามีแรงบันดาลใจอยากเรียนรู้ แม้จะเสี่ยงเกิดความผิดพลาดไม่ประสบความสำเร็จก็พร้อมรับความเสี่ยงนั้น โดยเขาได้เรียนรู้พัฒนาตัวเองมากขึ้น กลายเป็นบทเรียนนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ไม่ใช่แค่อ่านนหนังสือสอบจบก็จบ แต่นี่ยังสามารถสร้างนิสัยแห่งการเรียนรู้ได้อีก” ครูพรนับพันให้ความเห็นทิ้งท้าย</p>
<p>ขณะที่ Mr.Paul Collard ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาความคิดสร้างสรรค์แห่งสหราชอาณาจักร International Foundation ‘Creativity, Culture and Education’ (CCE) ที่ปรึกษา OECD กล่าวว่า ทางสถาบันได้เข้ามาช่วยพัฒนาอบรมคุณครูในประเทศไทย ซึ่งพบว่าสถานการณ์การศึกษาในประเทศไทยขณะนี้มีความน่าสนใจและมีค<br />
วามท้าทาย ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ</p>
<p>อย่างไรก็​ตาม สิ่งที่พบจากการลงพื้นที่ในโรงเรียนบ้านสามขาเห็นว่าการเรียนรู้ของเด็กไทยดีขึ้นจากคอนเซ็ปต์การพัฒนา High Functioning Classroom สร้างสิ่งแวดล้อมให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับเด็ก รวมทั้งการสร้าง 5 habit of mind ทั้งความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น การเรียนรู้จากความผิดพลาด การมีความคิดสร้างสรรค์ และมีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญและเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ที่ดี สิ่งสำคัญคือต้องเปิดพื้นที่ให้เด็กได้สามารถเรียนรู้ ให้พวกเขามีความรับผิดชอบ มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเรียนรู้ไปสู่การพัฒนาเกิดจิตนาการ เกิดความคิดสร้างสรรค์</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8773" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/10/S__12419291-1-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c/">เด็กเก่งขึ้นได้ แม้ทำแคร็กเกอร์ไหม้! สอนสไตล์ OECD ในห้องเรียนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
