<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Parasite | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/parasite/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Apr 2020 16:03:39 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Parasite | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาในยุค COVID-19 ยิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเด็นความเหลื่อมล้ำและทรัพยากรของผู้เรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/378-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Apr 2020 16:03:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[A framework to guide an education response to the COVID-19 Pandemic of 2020]]></category>
		<category><![CDATA[Maywood Center for Enriched Studies]]></category>
		<category><![CDATA[Los Angeles]]></category>
		<category><![CDATA[Virtual Charter School]]></category>
		<category><![CDATA[Parasite]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลออสการ์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=12809</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งทำให้เด็กนักเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/378-2/">การเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาในยุค COVID-19 ยิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเด็นความเหลื่อมล้ำและทรัพยากรของผู้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งทำให้เด็กนักเรียนจำนวนกว่า 1.57 พันล้านคน จากกว่า 188 ประเทศ หรือคิดเป็น 91.3% ของผู้เรียนจากทั่วโลก<sup>1</sup> จำต้องออกนอกโรงเรียนและหันไปสู่การศึกษาในรูปแบบนอกห้องเรียนแบบต่างๆ ส่งผลกระทบต่อนักเรียนทั่วโลก ว่ากันว่าเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมาที่ระบบการศึกษาในโลกจะถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ระบบการศึกษามีความก้าวหน้าที่สุดในโลก เช่น ยุโรป สหรัฐอเมริกา เอเชียตะวันออก ไปจนถึงประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศยากจน ล้วนได้รับผลกระทบทั้งสิ้น</p>
<p>การที่นักเรียนต้องออกจากระบบการศึกษาในลักษณะเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็กและอาจรวมไปถึงต่อเศรษฐกิจของโลกอย่างมหาศาล งานวิจัยในอดีตได้เคยทำการศึกษาถึงผลกระทบของการที่ต้องปิดโรงเรียน หรือเปิดเรียนล่าช้าพบว่าการปิดโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อ GDP ของประเทศ ถึง 0.1-0.3%<sup>2</sup>  และการที่นักเรียนยิ่งต้องอยู่บ้านนานๆ ยิ่งทำให้เกิดการลืมเลือนสิ่งที่เคยเรียนมาทำให้ต้องมาทบทวนกันใหม่ซ้ำอีกครั้งเรียกว่าปรากฎการณ์ความรู้ที่ถกถอยไปหลังจากปิดเทอมใหญ่ (Summer Slide)</p>
<p>งานวิจัยพบว่าการที่เด็กต้องออกจากโรงเรียนประมาณ 6 สัปดาห์ อาจจะทำให้ความรู้ของเขาหายไปถึงครึ่งปีการศึกษาเลยทีเดียว<sup>3</sup> โดยผลกระทบนี้มีความรุนแรงและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง โดยเฉพาะต่อนักเรียนในกลุ่มด้อยโอกาส นักเรียนกลุ่มที่ต้องการการศึกษาแบบพิเศษ นักเรียนผู้พิการ มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ในด้านต่างๆ เด็กที่ต้องพึ่งพิงอาหารเช้า อาหารกลางวัน จากทางโรงเรียน  ผู้ที่ต้องการการดูแลจากครูอย่างใกล้ชิด เด็กกลุ่มยากจนและเปราะบาง ผู้ขาดแคลนทรัพยากร ไม่มีคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ผู้ปกครอง สภาพแวดล้อมในบ้านมีปัญหา เช่น ยาเสพติด ความรุนแรงในครอบครัว</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">แนวทางการตอบสนองต่อ COVID-19 ในระบบออนไลน์</h4>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-12816" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1.png" alt="" width="3563" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1.png 3563w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1-1536x1023.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.แนวทางการตอบสนองต่อ-COVID-19-ในระบบออนไลน์-1-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3563px) 100vw, 3563px" /></p>
<p>ในสถานการณ์ปัจจุบัน ระบบการศึกษาหลายแห่งในโลกหันไปใช้ระบบการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาการปิดโรงเรียนเป็นการชั่วคราวเป็นหลัก เช่น การใช้ระบบห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom) การใช้ระบบการประชุมออนไลน์ การเรียนการสอนแบบผู้เรียนผู้สอนเข้ามาพร้อมๆ กัน การบันทึกการสอนแบบล่วงหน้า การใช้ระบบ MOOC (Massive Open Online Courses) การสั่งการบ้าน การวัดผลประเมินแบบออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ การให้นักเรียนอัดวิดีโอการทำกิจกรรมมาแชร์ในห้อง การเรียนด้วยตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เป็นต้น (มีการจำแนกประเภทของการเรียนรู้ทางไกลโดย UNESCO<sup>4</sup>) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างใหม่สำหรับผู้เรียนและผู้สอนหลายๆ คน และแต่ละระบบการศึกษาก็ตอบสนองได้แตกต่างกันตามระดับสาธารณูปโภคพื้นฐานและความคุ้นเคยกับระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์</p>
<p>ในกรณีของประเทศที่ต้องปิดโรงเรียนในช่วงที่ผ่านมา เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง จีน อิตาลี หรือสหรัฐอเมริกา ในภาพรวมถือว่ามีความคุ้นเคยกับการเรียนการสอนแบบออนไลน์ที่สูงเทียบกับประเทศอื่นๆ โรงเรียน นักเรียนมีอุปกรณ์ มีเครือข่ายความพร้อมพอสมควร แต่ก็ยังพบปัญหาของความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงดิจิทัล (Digital Divide) มากพอสมควรตามที่ปรากฎในข่าวต่างๆ ยังมีความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงการเรียนการสอนแบบออนไลน์ระหว่าง นักเรียนหรือโรงเรียน ที่อยู่ในกลุ่มยากจนด้อยโอกาสกับโรงเรียนที่มีความพร้อม  ยกตัวอย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกา โรงเรียนที่มีคุณภาพสูง เด็กมีเศรษฐฐานะดี เช่น Brooklyn Technical High School ในนิวยอร์ก นักเรียนถึง 98% ยังมีการเรียนการสอนทางออนไลน์อย่างต่อเนื่องในช่วงปิดโรงเรียน ในขณะที่โรงเรียน Maywood Center for Enriched Studies ในเมือง Los Angeles ที่เป็นโรงเรียนในกลุ่มด้อยโอกาส มีเด็กเพียง 45% ที่เข้ามาเรียนในระบบออนไลน์<sup>5</sup></p>
<p>ในกรณีของประเทศจีนก็เช่นกัน ที่มีทั้งโรงเรียนและนักเรียนที่มีความพร้อมสูงและเด็กในกลุ่มยากจน ขาดแคลนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ไม่มีโทรศัพท์มือถือใช้ หรือต้องใช้ร่วมกับพ่อแม่หรือสมาชิกคนอื่นในครอบครัว<sup>6</sup> ยังไม่นับรวมถึงความเหลื่อมล้ำอื่นๆ เช่น ความพร้อมของพ่อแม่ในการสนับสนุนการศึกษาแบบเรียนทางไกล สภาพแวดล้อมในบ้านที่ส่งเสริมสนับสนุนการเรียน ผลกระทบที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจของครัวเรือน สุขภาพจิตของนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการต้องอยู่ในบ้านหรืออยู่หน้าจอเป็นเวลานานๆ<span class="s1"><span class="Apple-converted-space">  </span></span>ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการศึกษาทั้งสิ้น อันที่จริงแล้วแม้แต่ในโรงเรียนที่เน้นในการเรียนการสอนแบบออนไลน์ที่มีความพร้อมในทุกด้านในสถานการณ์ปกติอย่างเช่น<span class="s1"> Virtual Charter School </span>งานวิจัยในระดับชาติของสหรัฐอเมริกา<span class="s1"> (The National Study of Online Charter Schools) </span>ยังพบว่าการจัดการศึกษาอาจจะไม่ได้ผลดีเท่าไรนัก เทียบกับการเรียนแบบผสนผสาน หรือการเรียนแบบห้องเรียนเป็นหลัก นักเรียนขาดความรู้สึกดึงดูดร่วมในชั้น<sup>7</sup></p>
<p>ดังนั้นหากคาดหวังว่าจะให้โรงเรียนที่ปกติไม่ได้สอนแบบออนไลน์เป็นหลักจะสามารถปรับตัวและทำได้ดีในช่วงระยะเวลาอันสั้นคงเป็นไปได้ยาก แต่อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ของ<span class="s1"> COVID-19 </span>อันเป็นตัวบังคับเช่นนี้โรงเรียนครูและนักการศึกษาก็คงต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียน<br />
ต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12822" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์.png" alt="" width="3563" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์.png 3563w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์-1536x1023.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.สำรวจความพร้อมของนักเรียนและโรงเรียนต่อการเรียนการสอนระบบออนไลน์-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3563px) 100vw, 3563px" /></p>
<p>องค์กร OECD ร่วมกับคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้จัดทำกรอบแนวทางสำหรับภาคการศึกษาในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ COVID-19<sup>8</sup><a href="#_ftn1" name="_ftnref1"></a> <strong>(A framework to guide an education response to the COVID-19 Pandemic of 2020) </strong> โดยการใช้ข้อมูลการสำรวจของ OECD สำหรับนักเรียนอายุ 15 ปี จำนวนกว่า 600,000 คน จาก 79 ประเทศทั่วโลกในปี 2018 ซึ่งได้มีการสำรวจสถานการณ์การใช้ ICT การครอบครองอุปกรณ์ดิจิทัลต่าง ๆ การเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ต แนวทางการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ทำให้เห็นถึงสถานการณ์ของแต่ละประเทศในเรื่องนี้ว่ามีความพร้อมที่แตกต่างกันอย่างไร ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมในการสำรวจครั้งนี้ ขอนำข้อมูลนี้มานำเสนอโดยเน้นเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ ที่อยู่ในสภาวะต้องปิดโรงเรียนและใช้การเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นพิเศษในสถานการณ์ COVID-19 เช่น จีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง สเปน อิตาลี สหรัฐอเมริกา และจะทำการเปรียบเทียบระหว่างนักเรียนไทยที่มีเศรษฐฐานะแตกต่างกันเพิ่มเติม เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก</h4>
<h4><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-12845" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก.png" alt="" width="3564" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก.png 3564w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.สถานที่สำหรับเรียนในบ้านสำหรับเด็ก-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3564px) 100vw, 3564px" /></h4>
<p>การมีห้องหรือสถานที่เงียบๆ ในบ้านสำหรับทำการบ้าน อ่านหนังสือ นับเป็นปัจจัยสำคัญเบื้องต้นของความสำเร็จในการเรียนของเด็ก โดยเฉพาะในการเรียนแบบออนไลน์ที่เด็กต้องนั่งทำงานด้วยตนเองนานๆ จากการสำรวจ พบว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 81% ของนักเรียนอายุ 15 ปีในกลุ่มประเทศ OECD มีห้องเงียบๆ สำหรับอ่านหนังสือหรือทำการบ้านในบ้านพักของตน แต่ในบางประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย มีเด็กมากกว่า 30% ที่ไม่มีสถานที่เงียบๆ ส่วนตัวให้เรียนหนังสือในบ้านได้ แต่ทั้งนี้ในแต่ละประเทศก็มีความเหลื่อมล้ำเช่นกัน เช่น ในเกาหลีใต้ แม้นักเรียนกว่า 85% ของประเทศมีห้องส่วนตัวในการเรียนหนังสือ แต่ก็มีนักเรียนถึงหนึ่งในห้าของกลุ่มครัวเรือนที่ยากจนที่สุดที่ไม่มีสถานที่ในการเรียนหนังสือที่บ้าน (อาจนึกถึงฉากในภาพยนต์รางวัลออสการ์เรื่อง Parasite<sup>9</sup>) ในกรณีของไทยหากแบ่งเด็กออกเป็นห้ากลุ่มเศรษฐฐานะ เด็กที่อยู่ในกลุ่มฐานะดีที่สุด 84% มีสถานที่เรียนในบ้าน ในขณะที่มีเด็กกลุ่มยากจนที่สุดเพียง 55% ที่มีสถานที่สงบๆ ให้ทำงานในบ้านได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-12847 size-large" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/1.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12848" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/2.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนที่บ้าน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12849" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4.การเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนที่บ้าน.png" alt="" width="3564" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4.การเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนที่บ้าน.png 3564w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4.การเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนที่บ้าน-300x200.png 300w" sizes="(max-width: 3564px) 100vw, 3564px" /></p>
<p>ประเทศที่เศรษฐกิจสังคมมีความก้าวหน้า เช่น เนเธอแลนด์ ฟินแลนด์ สเปน เกาหลีใต้ สหราชอาณาจักร อิตาลี สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ฮ่องกง เอสโตเนีย นักเรียนมากกว่า 95% มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านสำหรับเอาไว้ทำการบ้านหรือใช้ในการเรียนการสอน ในขณะที่ประเทศไทยนักเรียนเพียง 53% ที่มีคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานอยู่ที่บ้าน ซึ่งหากแบ่งตามเศรษฐฐานะ มีนักเรียนกลุ่มที่มีฐานะดีที่สุดถึง 91% ที่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บ้าน ส่วนนักเรียนกลุ่มที่ยากลำบากที่สุดเพียง 17% ที่มี เป็นความเหลื่อมล้ำที่เห็นได้ชัดเจน ซึ่งการขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอุปสรรคหลักในการเรียนการสอนในแบบออนไลน์ ระบบแพลตฟอร์มของการเรียนทางออนไลน์ ส่วนใหญ่ถูกออกแบบไว้สำหรับทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์</p>
<p>ดังนั้นการไม่มีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จึงทำให้การเรียนแบบออนไลน์เป็นไปได้ยาก รัฐบาลของหลายๆ ประเทศหรือระบบการศึกษาจะใช้วิธีการแก้ปัญหาการขาดแคลนอุปกรณ์สำหรับครอบครัวที่ยากจนด้อยโอกาสโดยการแจกหรือให้ยืมเครื่อง รวมถึงการได้รับบริจาคจากภาคเอกชน เช่นบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เช่น ในสหรัฐอเมริกานิยมการบริจาคหรือซื้อโน๊คบุ๊ค Google Chromebook ซึ่งมีราคาถูกให้กับเด็กที่ยากจนและไม่มีคอมพิวเตอร์ใช้ ในกรณีของประเทศไทย กระทรวงศึกษาธิการมีโครงการที่จะแจกเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คในช่วง COVID-19</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12852" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/3.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12853" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/4.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-12854 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน.png" alt="" width="3564" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน.png 3564w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.การต่อเชื่อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่บ้านของนักเรียน-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3564px) 100vw, 3564px" /></p>
<p>การเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตเป็นอีกเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับการเรียนการสอนแบบระบบออนไลน์นักเรียนจากประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าในหลายประเทศมีการเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ค่อนข้างแพร่หลายเกือบจะ 100% เช่น ฟินแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ สเปน เป็นต้น ในกรณีของประเทศไทย จากการสำรวจพบว่านักเรียนอายุ 15 ปี ที่บ้านมีการเข้าถึงสัญญานอินเทอร์เน็ต มีประมาณ 81.6 % ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีพอสมควร แต่อย่างไรก็ตามหากแบ่งตามระดับเศรษฐฐานะของนักเรียน พบว่า ในขณะที่ครอบครัวที่มีเศรษฐฐานะในระดับ 40% มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เกิน 90% ของครัวเรือน แต่นักเรียนในกลุ่มเศรษฐฐานะล่างสุดเพียง 57% ที่บ้านมีการเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต อาจเป็นเพราะไม่มีเงินสำหรับสมัครสมาชิกอินเทอร์เน็ตหรืออยู่ในบริเวณห่างไกลกว่าที่จะมีสัญญาณเข้าถึง นับเป็นความเหลื่อมล้ำแบบหนึ่ง ซึ่งในทางแก้ก็มีหลายประเทศที่ใช้การจัดสรรอุปกรณ์ Wifi แบบพกพา ให้กับนักเรียนที่บ้านไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ หรือจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ครัวเรือนยากจนมีเงินในการสมัครบริการอินเทอร์เน็ต เป็นต้น</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/5.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12856" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นๆ<br />
เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค และเครื่องแท็บเล็ต</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12857" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6.การเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น-ๆ.png" alt="" width="3564" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6.การเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น-ๆ.png 3564w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/6.การเข้าถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น-ๆ-300x200.png 300w" sizes="(max-width: 3564px) 100vw, 3564px" /></p>
<p>จากการสำรวจการเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา เช่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คแบบพกพา คอมพิวเตอร์แท็บเล็ต ของเด็กในประเทศต่างๆ ทั่วโลก พบว่า หากเปรียบเทียบการมีอุปกรณ์เช่น<strong>เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค</strong> และ<strong>เครื่องแท็บเล็ต</strong> เด็กไทยมีอุปกรณ์เหล่านี้ <strong>57.8%</strong> และ <strong>43.4%</strong> ตามลำดับ ซึ่งหากเปรียบเทียบกับหลายๆ ประเทศที่ต้องอยู่ในสถานการณ์ของการต้องปิดโรงเรียนในช่วงที่ผ่านมา นักเรียนของเขาจะมีการเข้าถึงอุปกรณ์เหล่านี้มากกว่านักเรียนไทย ยกตัวอย่าง สหรัฐอเมริกา (88.6% และ 79.2%) สิงคโปร์ (89.3% และ 76.7%) เสปน (89% และ 84%) อิตาลี (89.3% และ 79%) ตามลำดับ ซึ่งประเทศเหล่านี้แม้จะต้องอยู่ในสถานการณ์ lockdown แต่นักเรียนก็มีโอกาสในการเข้าถึงการเรียนแบบออนไลน์ได้ในสัดส่วนที่สูงอยู่มาก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12859" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การครอบครองโทรทัศน์ โทรศัพท์สมาร์ทโฟน<br />
และอุปกรณ์อื่นๆ ของครัวเรือน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12860" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7.การครอบครองโทรทัศน์-โทรศัพท์สมาร์ทโฟน-และอุปกรณ์อื่นๆ-ของครัวเรือน.png" alt="" width="3564" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7.การครอบครองโทรทัศน์-โทรศัพท์สมาร์ทโฟน-และอุปกรณ์อื่นๆ-ของครัวเรือน.png 3564w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/7.การครอบครองโทรทัศน์-โทรศัพท์สมาร์ทโฟน-และอุปกรณ์อื่นๆ-ของครัวเรือน-300x200.png 300w" sizes="(max-width: 3564px) 100vw, 3564px" /></p>
<p>การสำรวจถึงการครอบครองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของนักเรียน เช่น โทรศัพท์ โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งแบบตั้งโต๊ะและพกพา เครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต พบว่าสำหรับประเทศส่วนใหญ่เด็กนักเรียนจะสามารถเข้าถึงโทรศัพท์สมาร์ทโฟนมากที่สุด รวมถึงโทรทัศน์ ที่มักจะต้องมีในทุกบ้าน ในกรณีของประเทศไทยพบว่าครัวเรือนของนักเรียนที่ได้ทำการสำรวจ มีโทรทัศน์ 1.7 เครื่อง (ประมาณ 2 เครื่องต่อครัวเรือน) มีมือถือ 2.3 เครื่อง (มีประมาณ 2-3 เครื่องในบ้าน) คอมพิวเตอร์ 0.9 เครื่อง (มีเกือบจะทุกเครื่อง) แท็บเล็ต 0.5 เครื่อง (ทุกสองครัวเรือนจะพบว่ามีแท็บเล็ตหนึ่งเครื่อง) ดังนั้นในเชิงนโยบาย อาจจะเป็นไปได้ว่าหากต้องการเผยแพร่ข้อมูลทางการศึกษาแบบทางไกลในประเทศไทย สื่อเช่น <strong>โทรทัศน์</strong> หรือ<strong>โทรศัพท์สมาร์ทโฟน </strong>อาจจะเป็นอีกช่องทางที่สามารถเข้าถึงเด็กจำนวนมากได้ โดยมีต้นทุนที่ต่ำและยุ่งยากน้อย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12807" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenB-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenB-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenB-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenB-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenB-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenB.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน:<br />
อุปกรณ์ดิจิทัลที่เด็กไทยเข้าถึงได้มากที่สุด</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12862" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน.png" alt="" width="3564" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน.png 3564w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/8.ข้อสังเกตของการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟน-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3564px) 100vw, 3564px" /></p>
<p>สำหรับประเทศไทยถือว่านักเรียนไทยมีการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนค่อนข้างมาก คือ ประมาณ 86.1% เมื่อจำแนกตามกลุ่มเศรษฐฐานะก็พบว่าแม้แต่เด็กในกลุ่มที่ยากจนที่สุดถึงเกือบ 80% ยังมีการเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ ซึ่งนับว่าอาจจะเป็นอุปกรณ์ที่เด็กไทยสามารถเข้าถึงได้ง่ายในกรณีที่มีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ดังนั้นหากมีการประยุกต์แนวทางการเรียนการสอน หรือเนื้อหาให้ถ่ายทอดผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ก็อาจจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้เด็กสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนในแบบทางไกลได้</p>
<p>ทั้งนี้ในหลายประเทศโดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ละตินอเมริกา ซึ่งค่อนข้างยากจนจะมีการใช้อุปกรณ์มือถือในการส่ง SMS หรือแจ้งเตือนต่างๆ ทางด้านการเรียนการสอนมานานแล้ว ซึ่งการใช้ระบบการส่ง SMS หรือการเรียนผ่านทางระบบมือถือได้รับการศึกษาในหลายประเทศพอสมควร โดยเฉพาะประเทศซึ่งเด็กและเยาวชนไม่ได้มีการเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมากนัก ดังนั้นภาครัฐหรือโรงเรียนหรือผู้พัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์มในไทยน่าจะได้พิจารณาพัฒนาระบบการเรียนรู้ผ่านทางมือถือและขยายผลการใช้ให้มากขึ้นหากหวังในเรื่องของการเข้าถึงการเรียนแบบออนไลน์โดยทั่วถึง</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12863" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12806" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenC-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenC-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenC-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenC-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenC-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/widescreenC.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-12864" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน.png" alt="" width="3564" height="2372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน.png 3564w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน-1024x682.png 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน-1536x1022.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน-2048x1363.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน-750x499.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/9.การใช้งานอินเทอร์เน็ตในการเรียนการสอนในชีวิตประจำวัน-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 3564px) 100vw, 3564px" /></p>
<p>จากการสำรวจของ OECD ถึงแนวทางการเรียนการสอนของนักเรียนจากประเทศต่างๆ ว่ามีการใช้ระบบอินเทอร์เน็ตออนไลน์ในการติดตามการเรียนการสอน หรือในการทำการบ้านผ่านระบบออนไลน์ มากน้อยเพียงใด ในกรณีของประเทศไทย เมื่อมีการเปรียบเทียบระหว่างนักเรียนในกลุ่มเศรษฐฐานะสูงสุด 20% กับล่างสุด 20% ในเรื่องการเรียนการสอนและการทำการบ้านแบบผ่านระบบออนไลน์ พบว่ามีนักเรียนไทยในกลุ่มเศรษฐฐานะสูงที่ทำงานโดยผ่านระบบออนไลน์ทั้งการเรียนและการทำการบ้านทุกวันหรือเกือบทุกวันประมาณ 45%  เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กกลุ่มเศรษฐฐานะล่างสุดซึ่งมีประมาณ 32% ที่ทำงานหรือทำการบ้านผ่านระบบออนไลน์ทุกวันหรือเกือบทุกวัน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12865" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/11-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/11-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/11-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/11-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/11-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/11.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-large wp-image-12866" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/12-1024x576.jpg" alt="" width="640" height="360" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/12-1024x576.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/12-300x169.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/12-768x432.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/12-750x422.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/12.jpg 1067w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ข้อสรุปจากข้อมูลการเข้าถึงทรัพยากรของ OECD</h4>
<p>จากการเก็บข้อมูลในปี 2018 ของ OECD พบว่าประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ในระบบออนไลน์ เช่น สถานที่ในบ้านสำหรับเรียนหนังสือ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่องโน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มครัวเรือนที่มีฐานะดีมีความพร้อม กับครัวเรือนที่ยากลำบาก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการสำรวจหรือการสังเกตอื่นๆ ในเรื่องของความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) อาจจะมีข้อยกเว้นสำหรับการเข้าถึงโทรทัศน์ หรือโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ที่ดูเหมือนจะมีการใช้ในครัวเรือนในทุกระดับฐานะสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นข้อมูลอีกแหล่งหนึ่งในนักการศึกษาหรือผู้กำหนดนโยบายสามารถนำไปใช้เพื่อบริหารจัดการการเข้าถึงการเรียนการสอนแบบออนไลน์ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินของสภาวะ COVID-19</p>
<p>อย่างไรก็ตามประเทศไทยมิใช่ประเทศเดียวในโลกที่มีปัญหานี้ หลายประเทศต่างต้องเผชิญกับปัญหานี้ไปด้วยกันและสามารถที่จะเรียนรู้บทเรียนและแนวทางแก้ปัญหาร่วมกันได้</p>
<div>
<hr />
<p><small><sup>1 </sup>ข้อมูลจาก UNESCO (<a href="https://en.unesco.org/covid19/educationresponse">https://en.unesco.org/covid19/educationresponse</a><u>)</u> ณ วันที่ 8 เมษายน 2563</small></p>
<p><small><sup>2</sup> Lempel H, Epstein JM, Hammond RA. <strong>Economic cost and health care workforce effects of school closures in the US:</strong> Center on Social and Economic Dynamics; 2009</small></p>
<p><small><sup>3</sup> งานวิจัยเรื่องความรู้ที่หายไปในช่วงการหยุดเรียนนานๆ เช่น  <a href="https://www.nwea.org/blog/2018/summer-learning-loss-what-we-know-what-were-learning/">Summer Learning Loss: What We Know and What We’re Learning</a><br />
Brookings Report (2017) Summer learning loss: <a href="https://www.nwea.org/blog/2018/summer-learning-loss-what-we-know-what-were-learning/">What is it, and what can we do about it?</a></small></p>
<p><small><sup>4 </sup>แหล่งข้อมูลเรื่อง <a href="https://en.unesco.org/covid19/educationresponse/solutions">Distance Learning Solutions</a> จาก UNESCO<br />
</small></p>
<p><small><sup>5</sup> The New York Times. <a href="https://www.nytimes.com/2020/04/06/us/coronavirus-schools-attendance-absent.html">As School Moves Online, Many Students Stay Logged Out</a> April 6, 2020<br />
</small></p>
<p><small><sup>6</sup> The New York Times. <a href="https://www.nytimes.com/2020/03/17/technology/china-schools-coronavirus.html">The Coronavirus Exposes Education’s Digital Divide</a> March 17, 2020<br />
</small></p>
<p><small><sup>7</sup> งานวิจัยเกี่ยวกับโรงเรียนแบบออนไลน์ในสหรัฐอเมริกา<span class="s1"> (</span>เนื่องจาก<span class="s1"> Charter School </span>ในสหรัฐอเมริกาได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ จึงต้องมีการจัดทำรายงานการประเมินผลสู่สังคม<span class="s1">)<br />
</span><a href="https://www.bbc.com/news/business-34671952">Online schools &#8216;worse than traditional teachers&#8217;</a><br />
<a href="https://www.mathematica.org/our-publications-and-findings/publications/inside-online-charter-schools">Inside Online Charter Schools</a><br />
<a href="http://nepc.colorado.edu/sites/default/files/publications/Virtual%20Schools%202019.pdf">Virtual Schools in the U.S. 2019</a><br />
</small></p>
<p><small><sup>8 </sup><a href="https://globaled.gse.harvard.edu/files/geii/files/framework_guide_v2.pdf">A framework to guide an education response to the COVID-19 Pandemic of 2020 จัดทำโดย OECD และ Harvard Graduate School of Education</a><br />
</small></p>
<p><small><sup>9</sup> ชนชั้นปรสิต&#8221; (Parasite) ภาพยนตร์เสียดสีสังคมเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จจนได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2020 บอกเล่าเรื่องราวความเหลื่อมล้ำของครอบครัวคนจนที่อาศัยอยู่ในห้องชั้นกึ่งใต้ดินที่เรียกว่า “พันจีฮา” ซึ่งมีผู้คนนับพันในกรุงโซลที่มีชีวิตเช่นนี้ กับครอบครัวคนรวยที่อยู่ในคฤหาสน์หรูในกรุงโซล <a href="https://www.bbc.com/thai/features-51366284">https://www.bbc.com/thai/features-51366284</a></small></p>
<p>&nbsp;</p>
</div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/378-2/">การเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาในยุค COVID-19 ยิ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประเด็นความเหลื่อมล้ำและทรัพยากรของผู้เรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
