<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>OBEC Zero Dropout | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/obec-zero-dropout/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 02 May 2025 13:25:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>OBEC Zero Dropout | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ศธ. &#8211; กสศ. เดินหน้านโยบาย “นำการเรียนไปให้น้อง” เปิด 13 รูปแบบการเรียนรู้ สร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กหลุดระบบกลับมาเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 02 May 2025 13:25:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[OBEC Care]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[OBEC Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[นำการเรียนไปให้น้อง]]></category>
		<category><![CDATA[เรียนดี มีความสุข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93067</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020525/">ศธ. – กสศ. เดินหน้านโยบาย “นำการเรียนไปให้น้อง” เปิด 13 รูปแบบการเรียนรู้ สร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กหลุดระบบกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ  <strong>พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)</strong> เป็นประธานในพิธี Kickoff : โครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง (OBEC Zero Dropout) ระยะที่ 2 “นำการเรียนไปให้น้อง” และการประชุมเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน “เรียนดี มีความสุข : กลับมาเรียนอย่างมั่นใจ เริ่มเทอมใหม่อย่างมีความสุข”โดยมีนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ ศธ. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.พีระพันธ์ เหมะรัต เลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมด้วย <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นายพัฒนพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. นางสาวกนิษฐา คุณาวิศรุต ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา กสศ.</strong> รวมถึงผู้บริหารการศึกษาและบุคลากรทุกสังกัดกว่า 500 คน เข้าร่วม ณ หอประชุมคุรุสภา และร่วมประชุมออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom ถ่ายทอดสดทาง OBEC Channel ของ สพฐ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cd2b68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-005.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พลตำรวจเอก เพิ่มพูน </strong>กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการตั้งเป้าหมายที่จะลดจำนวนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ ถือเป็นความท้าทายที่สำคัญ โดยที่ผ่านมา ศธ. ได้เร่งติดตามการดำเนินงานในทุกจังหวัดให้ครบ 100% เพื่อนำผลการติดตามมาวิเคราะห์และช่วยเหลือเด็กได้อย่างเต็มที่ ให้เด็กทุกคนสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาและได้รับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง</p>



<p>กระทรวงศึกษาธิการยังคงดำเนินการให้เด็กยังอยู่ในระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเสริมสร้างความร่วมมือกับผู้ปกครอง ครู และชุมชน เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของเด็กอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิทางการศึกษาและการสนับสนุนตามความต้องการอย่างเหมาะสม เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างเท่าเทียม โดยต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-49d201"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-013.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพื่อรองรับความหลากหลายของผู้เรียน ศธ. ได้ประกาศเปิดตัว <strong>13 รูปแบบการเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “นำการเรียนไปให้น้อง”</strong> ซึ่งเป็นทางเลือกการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์วิถีชีวิตของเด็กนอกระบบ สอดคล้องตามนโยบายทำให้ผู้เรียน เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา Anywhere Anytime ประกอบด้วย</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">ระบบแก้ติดศูนย์ ติด ร. แบบยืดหยุ่น ให้เด็กได้แก้ผลการเรียนในแบบที่เหมาะสมกับแต่ละคน</li>



<li style="font-size:16px">เรียนผ่านเอกสารหนังสือเรียน (On-hand) ถึงมือน้อง แม้อยู่ห่างไกล</li>



<li style="font-size:16px">เรียนรู้ด้วยตนเองควบคู่กับการพบกลุ่มเพื่อน</li>



<li style="font-size:16px">แผนการเรียนตามอัธยาศัย เลือกเวลาเรียนที่เหมาะกับบริบทชีวิต</li>



<li style="font-size:16px">Mobile School แพลตฟอร์มออนไลน์เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา ใช้เทคโนโลยีเปิดประตูสู่การเรียนรู้</li>



<li style="font-size:16px">ค่ายกลับมาพบจบแน่ พื้นที่สร้างแรงบันดาลใจการเรียนรู้ให้เด็กที่หลุดจากการศึกษา</li>



<li style="font-size:16px">ส่งใบงานและการบ้านถึงบ้าน<br></li>



<li style="font-size:16px">จัดการเรียนรู้ในสถานพินิจและกระบวนการยุติธรรม ให้โอกาสการศึกษาเด็กก้าวพลาด</li>



<li style="font-size:16px">Hybrid Learning เรียนออนไลน์และออนไซต์อย่างยืดหยุ่น<br></li>



<li style="font-size:16px">ปรับบ้านเป็นห้องเรียนสำหรับเด็กพิการรุนแรง</li>



<li style="font-size:16px">บริการนอกสถานที่โดยหน่วยบริการของศูนย์การศึกษาพิเศษให้เด็กพิการในพื้นที่ห่างไกล</li>



<li style="font-size:16px">จัดการเรียนรู้ในโรงพยาบาลสำหรับเด็กเจ็บป่วยได้เรียนต่อเนื่องไม่ขาดช่วง</li>



<li style="font-size:16px">เรียนออนไลน์ควบคู่ฝึกอาชีพ ส่งสื่อถึงบ้าน ตอบโจทย์ชีวิตจริงของน้อง</li>
</ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3cf567"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-011.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับการเปิดภาคเรียนที่ 1/2568 อันใกล้นี้ (16 พฤษภาคม 2568) ขอฝากให้สถานศึกษาทุกแห่ง ดูแลและดำเนินการเตรียมความพร้อมฯ ช่วยกันดูแลและป้องกัน ไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ได้ร่วมกันพาเด็กที่หลุดไปจากระบบการศึกษาจากข้อมูลในโครงการ Thailand Zero Dropout กลับมาเรียนได้แล้วประมาณ 400,000 คน</p>



<p>“ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ คือ “การสร้างเครือข่ายการศึกษา” เพื่อให้เกิดความร่วมมือและการบูรณาการทำงานร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ สถานพยาบาลและเจ้าหน้าที่พยาบาล ท้องถิ่น ชุมชน และภาคส่วนอื่น ที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวทาง “จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน” เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้คนไทย “ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ” อย่างมีความสุขในทุกพื้นที่ต่อไป” รมว.ศธ. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-00cf22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-003.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> <strong>ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เปิดเผยว่า ในปีการศึกษา 2568 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ กสศ. ได้ร่วมกันยกระดับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน <strong>OBEC CARE</strong> ให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาระบบที่เคยทดลองใช้ใน 30 เขตพื้นที่การศึกษาในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ในเรื่องการลดเวลาในการกรอกข้อมูล โดยเน้นการบูรณาการจากฐานข้อมูลระบบคัดกรองนักเรียน เพื่อให้ครูสามารถติดตาม ดูแล และช่วยเหลือเด็กได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ในปีการศึกษา 2568 ระบบนี้จะถูกขยายผลและนำมาใช้จริงใน 245 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ&nbsp;</p>



<p>“ระบบOBEC CARE ใหม่ล่าสุด ได้เชื่อมโยงข้อมูลความยากจนของนักเรียนกับระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล Data Management Center หรือ DMC ได้ ทำให้คุณครูไม่จำเป็น ต้องมีการเก็บแฟ้มเอกสารที่เป็นกระดาษซ้ำซ้อนอีกต่อไป สามารถเรียกดูข้อมูลเพื่อสรุปการทำงานแบบ Real Time ได้ เพื่อนำข้อมูลมาบริหารจัดการ และวางแผนการทำงานได้ ในทุกระดับ จากการกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-609f8d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-009.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ระบบ OBEC CARE ใหม่ยังมีฟังก์ชันวิเคราะห์ความเสี่ยงของนักเรียน ทั้งด้านสุขภาพ ความเป็นอยู่ และปัจจัยเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา โดยสามารถจัดลำดับความเร่งด่วน ส่งต่อข้อมูลสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างเป็นระบบ เช่น กระทรวงสาธารณสุข สำหรับการดูแลด้านสุขภาพ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านระบบ <strong>พม. Smart</strong> เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาทางสังคมหรือเป็นผู้พิการได้อย่างครอบคลุม</p>



<p>การพัฒนาระบบ OBEC CARE ไม่ได้เป็นเพียงแค่การลดภาระงานของครูเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการ เฝ้าระวัง ป้องกัน และฟื้นฟู เด็กกลุ่มเปราะบางให้ได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง และไม่หลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>ในปีการศึกษา 2568 สพฐ. และ กสศ. ขอความร่วมมือผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง มอบหมายให้มี ผู้ดูแลระบบแอดมินเขต ประจำในกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา เพื่อทำหน้าที่ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของระบบ OBEC CARE อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านกำหนดการใช้งาน วิธีการนำไปใช้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มใช้งานในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้</p>



<p>ทั้งนี้ สพฐ. และ กสศ. จะร่วมกันจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับแอดมินเขตและแอดมินโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถใช้งานระบบ OBEC CARE เวอร์ชันใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการประชาสัมพันธ์รายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับถัดไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-91e387"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-007.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-cb019b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-008.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวต่อถึง <strong>โครงการหนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน (ODOS)</strong> ว่าได้มีการประกาศคุณสมบัติของนักเรียนที่มีสิทธิสมัครขอรับทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) โดยผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติดังนี้:</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">เป็นผู้มีสัญชาติไทย</li>



<li style="font-size:16px">กำลังศึกษาในระดับมัธยมปลาย หรือ ปวช. สายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ (STEM)</li>



<li style="font-size:16px">มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป</li>



<li style="font-size:16px">ครัวเรือนมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 12,000 บาทต่อคนต่อเดือน</li>



<li style="font-size:16px">มีความประพฤติดี ความกตัญญู และสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจ</li>
</ul>



<p>โดยนักเรียนจากครัวเรือนยากจน หรือผู้ที่ได้รับเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) จะได้รับการพิจารณาเป็นลำดับแรก หากโรงเรียนใดไม่มีนักเรียนในกลุ่มดังกล่าว จึงจะพิจารณานักเรียนจากครัวเรือนที่มีรายได้เกินเกณฑ์ตามลำดับ</p>



<p>“การกำหนดร่างหลักเกณฑ์และกระบวนการคัดเลือกนักเรียนทุน ODOS จะเปิดโอกาสให้โรงเรียนในสังกัด สพฐ. และอาชีวศึกษา สามารถเสนอชื่อนักเรียนจากสถานศึกษาเป้าหมายด้าน STEM จำนวน 683 แห่ง โดยแต่ละโรงเรียนสามารถเสนอชื่อได้โรงเรียนละ 2 คน ซึ่งจะมีการประกาศรายชื่อโรงเรียนที่เข้าร่วมทั้ง 683 แห่งในลำดับต่อไป</p>



<p>และเมื่อทราบรายชื่อโรงเรียนแล้ว ในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ ขอให้ท่านผู้บริหารสถานศึกษา ผู้อำนวยการเขต และคุณครูในโรงเรียนที่มีรายชื่อ เร่งค้นหานักเรียนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขภายในวันที่ 13 มิถุนายน 2568 เพื่อให้ กสศ. สามารถเร่งส่งรายชื่อให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) รับทราบ ทั้งนี้ จะมีการออกหนังสือเวียนไปยังโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในลำดับต่อไป”</p>



<p>“สำหรับรายชื่อนักเรียนที่ได้รับทุน ODOS รุ่นแรก จะมีการประกาศในเดือนกันยายน 2568 โดยจะมีนักเรียนจำนวน 1,200 คนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ซึ่ง กสศ. จะสนับสนุนงบประมาณในการเดินทางไปสมัครสอบกับสำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดส่งนักเรียนทุนไปศึกษาต่อในต่างประเทศ</p>



<p>โดยจะมีนักเรียนจำนวน 100 คนที่ได้รับคัดเลือกให้ไปเรียนต่อยัง 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย โดยเฉพาะในกรณีของประเทศออสเตรเลีย จะเน้นสำหรับเด็กสายอาชีพ ส่วนเด็กสาย STEM จะถูกส่งไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร</p>



<p>สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการคัดเลือกให้ไปศึกษาต่อต่างประเทศอีก 1,100 คน จะยังคงได้รับโอกาสทางการศึกษา โดยจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมถึงจากสลากการกุศล เพื่อให้สามารถศึกษาต่อในสาขา STEM กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-20517a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/0512_ศธ-กสศ-เดินหน้านโยบาย-002.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า การขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ หรือ Thailand Zero Dropout ซึ่งได้มีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตัวเลขเด็ก 1,025,514 คน ได้มีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างต่อเนื่อง โดยมีตัวเลขลดลงเหลืออยู่ที่ 880,463 คนในปีการศึกษา 2567</p>



<p>“กสศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลและรายได้จากสลากการกุศล เพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนในการดำเนินงาน โดยเปิดโอกาสให้ผู้นำท้องถิ่นและสมาชิกในภาคประชาสังคมร่วมกรอกข้อมูลเด็กนอกระบบเข้ามา ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณในการช่วยเหลือเป็นรายกรณี”</p>



<p>โดยกำหนดอัตราการสนับสนุนดังนี้:</p>



<ul>
<li style="font-size:16px"><strong>เด็กปฐมวัย (อนุบาล)</strong>: 2,000 บาท/คน</li>



<li style="font-size:16px"><strong>ระดับประถมศึกษา</strong>: 3,000 บาท/คน</li>



<li style="font-size:16px"><strong>ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น</strong>: 4,000 บาท/คน</li>
</ul>



<p>งบประมาณดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน เช่น ค่าชุดนักเรียน ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม เพื่อให้เด็กสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือเข้าถึงการเรียนรู้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละคน</p>



<p><strong>กระบวนการเบิกจ่าย</strong> จะเริ่มจากครูหรือผู้สำรวจภาคสนามที่พบเด็กนอกระบบการศึกษา บันทึกข้อมูลของเด็กและเยาวชนที่ประสงค์จะเรียนต่อ พร้อมให้เจ้าหน้าที่รัฐรับรองข้อมูล และส่งต่อไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบในระบบ Thailand Zero Dropout</p>



<p>เมื่อข้อมูลได้รับการยืนยัน ความช่วยเหลือจะจ่ายเป็น <strong>2 งวด</strong>:</p>



<ol>
<li style="font-size:16px"><strong>งวดแรก (50%)</strong>: เบิกจ่ายทันทีหลังพบตัวเด็กและบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ</li>



<li style="font-size:16px"><strong>งวดที่สอง (อีก 50%)</strong>: เบิกจ่ายเมื่อมีการตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน และพบว่าเด็กได้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาแล้ว</li>
</ol>



<p>การสนับสนุนนี้ครอบคลุมทั้งกรณีที่เด็กกลับเข้าห้องเรียนปกติ และกรณีที่ไม่สามารถเข้าเรียนในรูปแบบเดิมได้ โดยสามารถจัดการศึกษาในลักษณะ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หรือ Mobile School หรือรูปแบบใด ๆ ตาม 13 แนวทางที่ ศธ. กำหนดไว้</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวเพิ่มเติมว่า กสศ. จะมีการออกหนังสือเวียนแจ้งหลักเกณฑ์การดำเนินงานไปยังทุกเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อให้สามารถกำกับ ติดตาม และดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาในช่วงวันที่ 10 มิถุนายน ก็จะได้รับการจัดสรรงบประมาณรายหัวตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020525/">ศธ. – กสศ. เดินหน้านโยบาย “นำการเรียนไปให้น้อง” เปิด 13 รูปแบบการเรียนรู้ สร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กหลุดระบบกลับมาเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
