<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Nudge Thailand | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/nudge-thailand/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 15 Nov 2021 02:57:45 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.10</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Nudge Thailand | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ปรับนิด สะกิดหน่อย เสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-lifelong-learning-151121/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 15 Nov 2021 02:57:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[SET : Learning @ home]]></category>
		<category><![CDATA[ภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[Nudge Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนรู้ตลอดชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[Lifelong Learning]]></category>
		<category><![CDATA[พฤติกรรมศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47872</guid>

					<description><![CDATA[<p>ช่วงนี้มีคำศัพท์ใหม่ที่หลายคนมักจะพูดกัน คือคำว่า “การเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-lifelong-learning-151121/">ปรับนิด สะกิดหน่อย เสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ช่วงนี้มีคำศัพท์ใหม่ที่หลายคนมักจะพูดกัน คือคำว่า “การเรียนรู้ตลอดชีวิต” หรือ Lifelong Learning และหลายคนพูดว่าทักษะนี้จะกลายเป็นทักษะที่สำคัญมาสำหรับเด็กยุคใหม่ รวมถึงวัยทำงานที่กำลังทำงานอยู่ในปัจจุบัน&nbsp;</p>



<p>3 ขั้นตอนหลักที่จะทำให้เรามีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้แก่</p>



<p><strong>Learn: </strong>การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่กำเนิด<br><strong>Unlearn: </strong>การละทิ้งสิ่งที่เคยรู้มาว่าเป็นจริง เพราะปัจจุบันด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่จริงแล้วก็ไม่เป็นไร<br><strong>Relearn:</strong> การเรียนรู้สิ่งที่เราเคยรู้ด้วยมุมมองใหม่ หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ce8fcc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/ปรับนิด-สะกิดหน่อย-เสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชิวิต-02.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">ทำไมเราต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต?</h2>



<p>เพราะว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วมาก และทำให้เกิดสิ่งใหม่ ๆ ขึ้น เพียงไม่กี่ปีจากที่เราเคยนั่งดูโทรทัศน์กัน ปัจจุบันหลาย ๆ บ้านไม่ได้ดูโทรทัศน์ แต่ดูรายการต่าง ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตกันแล้ว&nbsp;</p>



<p>ถ้ามัวแต่ยึดติดกับความรู้เดิมที่เคยเรียนรู้มา เราอาจไม่สามารถสู้กับโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ อาชีพใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นเยอะ ในขณะที่บางอาชีพที่เคยมั่นคง ก็อาจถูกเทคโนโลยีแทนที่ก็เป็นได้ ดังนั้นเด็ก ๆ จะอยู่รอดในอนาคตที่หมุนเร็วได้ จำเป็นต้องมีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนไปเร็ว</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">พฤติกรรมศาสตร์ กับ Lifelong Learning เกี่ยวกันอย่างไร?</h2>



<p>หนึ่งในการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์คือ การศึกษาเรื่องอคติทางความคิดของมนุษย์ (Cognitive Biases) ตัวอคตินี้เองมีผลต่อการตัดสินใจของมนุษย์ในหลายด้าน รวมถึงเรื่องการเรียนรู้ด้วยเช่นกัน</p>



<p>แล้วอคติที่คอยขัดขวางไม่ให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มีอะไรบ้าง</p>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">Status quo bias </span></strong><br>อคติยึดติดกับสิ่งเดิม คือ การที่คนเรามักจะยึดตัวเรากับสิ่งเดิมที่เคยทำ ทำให้เราเลือกที่จะทำเหมือนเดิมมากกว่ายอมเปลี่ยนแปลง ในการเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ ก็เช่นเดียวกัน เรามักจะติดกับความรู้เดิม และรู้สึกว่ามันยังใช้ได้อยู่ และละเลยความรู้ใหม่ ๆ ไป</p>



<p><br><strong><span style="text-decoration: underline;">Loss aversion</span></strong><br>คนเรามักจะกลัวการสูญเสียและรู้สึกเจ็บปวดกับการสูญเสีย มากกว่าดีใจจากการได้รับอะไรบางอย่างเสียอีก ในมุมมองเรื่องการเรียนรู้ การที่เราได้ลงทุนลงแรงไปแล้วต้องละทิ้งสิ่งที่เคยเรียนรู้มาทำให้เราเกิดความสูญเสีย ซึ่งคนเราไม่ชอบและพยายามจะหลีกเลี่ยงมัน</p>



<p><br><strong><span style="text-decoration: underline;">Present bias </span></strong><br>อคติที่ชอบความสุขตอนนี้คือ การที่คนเรามีแนวโน้มจะเลือกสิ่งที่ได้เดี๋ยวนี้ มากกว่าการอดทนรอคอย เช่น เรามักจะไม่ยอมเสียสละความสุขในวันนี้เพื่อความสุขในวันข้างหน้า แม้ว่าการรอคอยจะให้ผลตอบแทนมากกว่า </p>



<p>การเรียนรู้ต้องใช้ความอดทนและเวลา ทำให้หลายคนเลือกที่จะเอาความสุขตอนนี้ คือเลือกใช้ชีวิตสบาย ๆ คิดว่าจะไปเรียนรู้ใหม่ทำไมให้ลำบาก</p>



<p>เมื่อเราเข้าใจว่าอคติเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา เราจะเริ่มรู้เท่าทันการคิด การตัดสินใจของเรา และจะสามารถปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนรู้ได้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการสร้างทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตคือ การฝึกเด็ก ๆ ให้ “เรียนรู้ด้วยตัวเอง” มากกว่ารอให้คนมาป้อนความรู้มาให้</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-75e6a0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/ปรับนิด-สะกิดหน่อย-เสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชิวิต-03.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">4C เทคนิคสะกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</h2>



<p><strong>1.Converting </strong><br><strong>แปลงคำพูดจาก “สูญเสีย” เป็น “ได้รับ”</strong></p>



<p>การจะปรับให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมจากสิ่งเดิมให้มาทำสิ่งใหม่&nbsp; โดยเน้นย้ำว่าต้องเลิกสิ่งเดิมได้แล้ว อาจทำให้คนเรารู้สึกสูญเสียได้ เราอาจต้องเน้นย้ำว่าสิ่งที่จะได้จากการเปลี่ยนพฤติกรรมคืออะไร เพื่อหลีกเลี่ยงความรู้สึกสูญเสีย&nbsp;</p>



<p>คำพูดของผู้ใหญ่มีผลอย่างมากในการปรับความคิดของเด็ก ๆ เช่น การแปลงคำว่า “ล้มเหลว” เป็นคำว่า “เรียนรู้” หรือการแปลงคำว่า “อุปสรรค” เป็น “ความท้าทาย”</p>



<p><strong>2.Chunking </strong><br><strong>แบ่งการเรียนรู้เป็นส่วน ๆ ให้เกิดความสำเร็จเล็ก ๆ</strong></p>



<p>อย่างที่ได้บอกไปว่า คนเราจะตกหลุมกับความสุขตอนนี้ เพราะบางทีผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวนั้นอยู่ไกลและจับต้องยาก เราจึงควรแบ่งย่อยการกระทำออกมาว่าต้องเรียนอะไรบ้าง เช่น ถ้าต้องการจะมีทักษะด้านการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์&nbsp; อาจต้องแบ่งว่าเราจะศึกษายังไง จะเรียนคอร์สออนไลน์วันละกี่นาที&nbsp;</p>



<p>เวลาตั้งเป้าไม่ต้องตั้งเยอะ เน้นเล็ก ๆ แต่บ่อย ๆ การตั้งเป้าหมายสั้น ๆ แบบนี้จะทำให้เราได้รับความสุขตอนนี้เลยเมื่อทำได้ตามเป้า เช่น อาจจะตั้งเป้าไว้แค่ว่าเรียนวันละ 10 นาทีก็พอ แต่ทำบ่อย ๆ เพราะธรรมชาติของมนุษย์ ตอนเริ่มต้นจะมีแรงเฉื่อยให้เราทำพฤติกรรมยาก แต่พอเริ่มทำจริง ๆ เราจะรู้สึกว่าก็โอเคนะแล้วทำต่อไปอีกนิด จนสุดท้ายอาจจะเรียนได้เกินกว่า 10 นาทีก็ได้&nbsp;</p>



<p><strong>3.Checklist </strong><br><strong>ทำสิ่งใหม่ที่เราชอบทุกสัปดาห์ </strong></p>



<p>การฝึกเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ควรยึดติดว่าต้องเป็นสิ่งที่เรียนในห้องเรียน แต่อาจจะเป็นอะไรก็ได้ที่เป็นเรื่องใหม่สำหรับเราและเราชอบ เช่น ฝึกทำอาหาร ฝึกวาดรูปวิว ฝึกวิ่งทางไกล ฝึกถ่ายรูป เป็นต้น&nbsp;</p>



<p>เพื่อฝึกความกล้าลองสิ่งใหม่และฝึกทักษะการเรียนรู้ อาจจะลองให้เด็กมี checklist ตอนต้นเดือนว่าอยากลองอะไรใหม่ ๆ แล้วให้เขาฝึกลองทำสัปดาห์ละหนึ่งอย่าง ก็จะช่วยให้เขามีทักษะในการเริ่มลองอะไรใหม่ ๆ ได้แล้ว </p>



<p><strong>4.Combining </strong><br><strong>รวมใหม่เข้ากับเก่า หรือถ้าทำอันนี้แล้วจะทำอันนั้นต่อ</strong></p>



<p>หลายครั้งการเริ่มทำสิ่งใหม่นั้นจะยาก การเริ่มด้วยการผสมกับสิ่งเดิมอาจจะทำให้เกิดพฤติกรรมง่ายกว่า เช่น ถ้าจะเริ่มเรียนถ่ายรูป อาจจะเริ่มจากการถ่ายรูปจากมือถือ เพราะถ้าเริ่มด้วยการต้องไปซื้อกล้อง ซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ แบบใหม่ทั้งหมด ก็อาจยากเกินจนเราไม่อยากทำ การเพิ่มสิ่งใหม่เข้าไปในของเก่าเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงจะปรับพฤติกรรมได้ดีกว่า</p>



<p>อีกวิธีหนึ่งที่ทำได้คือ ใช้เทคนิค ถ้า…….. แล้ว………. คือ ถ้าเราทำอันนี้แล้วเราจะทำสิ่งนี้ เช่น ถ้าเราอยากเรียนภาษาใหม่ ๆ เราอาจจะทำให้มันสอดคล้องไปกับกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต เช่น ถ้าเราแปรงฟันเสร็จแล้วจะท่องศัพท์ภาษาใหม่ 5 คำ&nbsp; พอทำเป็นกิจวัตรมันก็จะไม่ยากมากไปและสอดคล้องกับชีวิตประจำวัน</p>



<p>อยากให้ผู้ใหญ่ลองเอาเทคนิค 4C นี้ ไปปรับใช้&nbsp; เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ให้เด็ก ๆให้เขา รู้สึกว่าการเรียนรู้สิ่งใหม่นั้นทำได้ไม่ยากและควรจะทำไปตลอดชีวิต&nbsp;</p>



<p><strong>ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเรียนรู้นะครับ</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-lifelong-learning-151121/">ปรับนิด สะกิดหน่อย เสริมสร้างการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยน “mindset” เด็กได้ง่าย ๆ แค่เปลี่ยน “คำพูด” แนะนำโดย ภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล นักพฤติกรรมศาสตร์ จาก Nudge Thailand</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-change-mindset-children/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Nov 2021 22:38:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Growth Mindset]]></category>
		<category><![CDATA[mindset]]></category>
		<category><![CDATA[SET : Learning @ home]]></category>
		<category><![CDATA[ภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล]]></category>
		<category><![CDATA[Nudge Thailand]]></category>
		<category><![CDATA[Carol Dweck]]></category>
		<category><![CDATA[Fixed mindset]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47343</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยสงสัยไหมครับ ว่าสิ่งใดที่มีผลให้เด็กคนหนึ่งประสบความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-change-mindset-children/">เปลี่ยน “mindset” เด็กได้ง่าย ๆ แค่เปลี่ยน “คำพูด” แนะนำโดย ภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล นักพฤติกรรมศาสตร์ จาก Nudge Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เคยสงสัยไหมครับ</p>



<p>ว่าสิ่งใดที่มีผลให้เด็กคนหนึ่งประสบความสำเร็จมากกว่าอีกคนหนึ่ง ?&nbsp;</p>



<p>อะไรที่เป็นปัจจัยที่ทำคนเราประสบความสำเร็จ ?</p>



<p></p>



<p>คำถามนี้ไม่ใช่แค่พวกเราที่สงสัยนะครับ นักวิจัยหลาย ๆ ท่านก็สงสัยเช่นเดียวกัน มีการวิจัยหลายอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องความสำเร็จ แต่ก็ยังไม่ผลวิจัยไหนที่ชี้ชัดว่าสิ่งใดเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของมนุษย์&nbsp;</p>



<p>จนมีนักวิจัยท่านหนึ่ง ชื่อว่า Carol Dweck ได้พบสิ่งที่น่าสนใจหลังจากทำวิจัยมานานกว่า 20 ปี เธอพบว่ามีตัวแปรหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งก็คือ <strong>กรอบความคิด หรือ mindset</strong></p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-297d24"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/เปลี่ยน-mindset-เด็กได้ง่ายๆ-02.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">Mindset คืออะไร ?</h2>



<p>ชุดความคิดหรือความเชื่อของเรา ซึ่งจะชี้นำพฤติกรรมให้เราทำหรือไม่ทำอะไร โดยชุดความคิดนี้อาจจะเกิดมาจากสภาพแวดล้อมหรือประสบการณ์ที่เราพบเจอ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าถ้าตอนเด็ก ๆ เราโดนไก่จิก เราก็จะมีชุดความคิดในการกลัวไก่ขึ้นมาในหัวของเรา เวลาเจอไก่ เราก็พยายามจะวิ่งหนีมัน</p>



<p>Carol&nbsp; Dweck กล่าวไว้ว่า Mindset ที่บ่งชี้ได้ว่าคนคนหนึ่งจะประสบความสำเร็จหรือไม่ จะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ</p>



<ol><li>Fixed mindset (กรอบความคิดแบบตายตัว) คือ แนวคิดที่ว่าสติปัญญา ความเก่ง เป็นสิ่ง<strong>ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา</strong>ได้แล้ว</li><li>Growth mindset (กรอบความคิดแบบเติบโต)&nbsp; คือ แนวคิดที่ว่าสติปัญญา ความเก่ง เป็นสิ่งที่<strong>สามารถเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาได้</strong>อย่างแน่นอน</li></ol>



<p>โดยคนที่มี Growth mindset จะมีแนวโน้มประสบความสำเร็จในระดับสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ ส่วนคนที่มี Fixed Mindset อาจจะหยุดพัฒนาตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ และประสบความสำเร็จน้อยกว่าศักยภาพที่เขามี</p>



<p>ลองคิดง่าย ๆ ก็ได้ครับ ถ้าเด็ก ๆ มี Fixed mindset เชื่อว่าความเก่งเลขเป็นสิ่งที่ไม่สามารถพัฒนาได้แล้ว เด็ก ๆ ก็จะรู้สึกว่า “เขาจะเรียนเลขไปทำไม เรียนไปก็ทำได้แค่นี้ ก็ตัวเขาเกิดมาไม่ได้เก่งเลขนี่นา” เมื่อคิดแบบนี้ก็จะเกิดพฤติกรรมที่จะไม่เรียนเลขต่อ เบื่อช่างมันละกัน สุดท้ายก็จะไม่มีพัฒนาการด้านเลขเลย</p>



<p>แต่ในทางกลับกัน ถ้าเกิดเด็ก ๆ มี Growth mindset มองว่าความเก่งของคนเราเปลี่ยนแปลงได้ เขาก็จะคิดว่า “โอเค เราอาจจะยังทำเลขได้ไม่ดีในรอบนี้ แต่ถ้าเราพยายามขึ้นเราน่าจะได้ในอนาคต” เด็ก ๆ ก็จะเริ่มคิดหาวิธีว่าจะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการฝึกเลขมากขึ้น และสุดท้ายก็มีโอกาสจะเก่งเลขมากขึ้น</p>



<p>เห็นไหมครับว่า แค่ mindset ที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย อาจจะเปลี่ยนการตัดสินใจของเด็ก ๆ ได้ และส่งผลให้เขาไปต่อหรือไม่ไปต่อ&nbsp;</p>



<p>แล้วเราจะเริ่มสร้าง Growth Mindset ได้ยังไงนะ ?</p>



<p>ไม่ต้องเริ่มไกลจากที่ไหนเลยครับ&nbsp;&nbsp;</p>



<p>เริ่มจาก “คำพูด” ของพวกเราเวลาคุยกับเด็ก ๆ ก็พอ&nbsp;</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c8ccc0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/เปลี่ยน-mindset-เด็กได้ง่ายๆ-03.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">4 เทคนิคในการพูดเพื่อสร้าง Growth mindset</h2>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">1 ให้ชมที่ “ความพยายาม” มากกว่า “ความเก่ง”</h4>



<p>เรื่องนี้อาจจะขัดใจหลาย ๆ ท่าน ว่าทำไมเราถึงไม่ควรชมเด็ก ๆ ว่า “โอ้ เก่งจังเลย” เพราะปกติเวลาเด็กทำอะไรได้ดี เราก็อยากชมว่าเขาเก่ง ให้เด็กมีกำลังใจ&nbsp;</p>



<p>แต่การที่เราพุ่งตรงไปชมที่ความเก่งและให้รางวัลเขา จะเป็นการเสริมสร้างให้เขาคิดว่าความเก่งนั่นแหละ คือ สิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ คุณครู ต้องการ และเมื่อใดที่คิดจะทำอะไรที่เขารู้สึกว่าจะทำได้ไม่ดี เขาจะไม่ยอมทำและขาดการฝึกทักษะใหม่ในอนาคต หรือไม่กล้าพัฒนาต่อไปข้างหน้า กลายเป็นว่าจะมี Fixed mindset ไปโดยปริยาย</p>



<p>การเสริม Growth mindset จึงควรชมที่ “ความพยายาม” เช่น “หนูทำคะแนนวิชานี้ได้ดีนะ เพราะหนูพยายามอย่างหนักเลยใช่ไหม ความพยายามของหนูออกดอกออกผลแล้ว”&nbsp;</p>



<p>การชมแบบนี้จะทำให้เด็กมีกรอบคิด&nbsp; ว่าที่เขาทำได้ดีเพราะพยายามอย่างเต็มที่ ทำให้ไม่ว่าจะเจอกับเหตุการณ์ไหน เขาจะใช้ความพยายามในการก้าวผ่านมันไปให้ได้</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">2 เวลาเด็กเจออุปสรรคหรือปัญหา ให้บอกว่าเป็น “ความท้าทาย” มากกว่า “อย่าไปทำเลย”</h4>



<p>หลายครั้งเวลาเด็ก ๆ เจอปัญหา หรือบางครั้งเราเห็นว่ามีอุปสรรค ด้วยความไม่ตั้งใจ และอยากปกป้องเด็ก ๆ เราอาจจะเผลอพูดไปว่า “อย่าไปทำเลยหนู ลำบากจะตาย”&nbsp;</p>



<p>การที่เราพูดกับเขาแบบนี้ อาจจะสร้างกรอบคิดเรื่อง Fixed mindset ไม่กล้าเผชิญกับอุปสรรค ซึ่งในชีวิตจริง ๆ เราทุกคนก็ต้องเจอกับอุปสรรคอย่างแน่นอน การที่เด็ก ๆ กลัว หรือ เลือกที่จะหนีอุปสรรค จะทำให้เขาหยุดพัฒนา&nbsp;</p>



<p>เวลาเด็ก ๆ เจอปัญหาหรืออุปสรรค การพูดกับเขาเพื่อสร้าง Growth mindset ทำได้โดยบอกว่า “ให้มองปัญหาที่เจอว่าเป็นความท้าทายที่เราต้องผ่านไปให้ได้”&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้เราอาจจะชวนเขามาวางแผน เพื่อทำให้ปัญหาหรืออุปสรรคนั้นลดน้อยลง เมื่อเด็ก ๆ สามารถผ่าฟันอุปสรรคได้ ก็อย่าลืมเน้นย้ำว่า เพราะการมองอุปสรรคเป็นความท้าทายนี่แหละที่ทำให้ผ่านอุปสรรคไปได้ โดยไม่หนีจากปัญหาไปซะก่อน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading">3 อย่าพูด “เปรียบเทียบเด็กกับความสำเร็จของคนอื่น” แต่ให้ชวนคิดว่า “คนอื่นทำอย่างไรถึงสำเร็จ”</h4>



<p>หลายครั้งพวกเราที่เป็นผู้ใหญ่อาจจะเผลอพูดเปรียบเทียบว่า “ลองดูเด็กคนนั้นสิ เขายังทำได้เลย ทำไมหนูทำไม่ได้บ้าง” โดยเราอาจคิดว่าการเปรียบเทียบจะช่วยเป็นแรงกระตุ้นให้เด็กได้พัฒนาต่อ แต่จริง ๆ แล้วคำพูดเหล่านี้กลับเป็นสิ่งทิ่มแทงให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าเขาไม่ดี เขาไม่เก่งเหมือนคนอื่น และยิ่งตอกย้ำให้เด็กมีกรอบคิดแบบ Fixed Mindset และทำให้เด็กให้ความสำคัญไปที่ความเก่งมากกว่าความพยายาม&nbsp;</p>



<p>แล้วถ้าจะพูดเรื่องความสำเร็จของคนอื่น ๆ ให้เด็ก ๆ ฟัง ควรจะพูดอย่างไรให้มี Growth mindset&nbsp;</p>



<p>เราอาจจะปรับการพูดจาก “เปรียบเทียบ” เป็น “ค้นหา” มากกว่า คือให้เด็ก ๆ ตั้งคำถามว่าทำไมคน ๆ นี้เขาถึงทำได้ดี ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จ เขาทำอะไรบ้าง เขามีวิธีอย่างไร สิ่งนี้จะช่วยให้เด็ก ๆ มองไปที่กระบวนการหรือความพยายาม มากกว่าผลลัพธ์หรือความเก่ง และเสริมสร้างแนวคิดที่ว่า ถ้าเรามีความพยายามและวิธีการที่ดี เราก็จะประสบความสำเร็จได้เช่นกัน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">4 เวลาเจอความผิดหวังหรือล้มเหลว ให้พูดว่า “ยังทำไม่ได้” แทน คำว่า “ทำไม่ได้”</h2>



<p>ข้อสุดท้ายเป็นเทคนิคที่ง่ายที่สุด และอาจจะเป็นวิธีที่ทุกท่านสามารถเอามาใช้ได้เลย สิ่งนี้ Carol Dweck เรียกว่า The power of “Yet” หรือ พลังของคำว่า “ยัง”</p>



<p>เมื่อเด็ก ๆ ผิดหวังหรือล้มเหลว แล้วเราพูดย้ำว่า “หนูทำไม่ได้” หรือ “หนูไม่เก่ง” จะเป็นการสร้าง Fixed mindset&nbsp; ทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่า “โอเค งั้นเราทำไม่ได้ ก็ไม่ทำต่อละกัน” หรือ “ก็เราไม่เก่งเรื่องนี้ งั้นเราเลิกทำแล้วกัน”</p>



<p>แต่ถ้าเราอยากจะเสริม Growth Mindset เราแค่เติมคำว่า “ยัง” เข้าไป เปลี่ยนจาก “ทำไม่ได้” เป็น “ยังทำไม่ได้” แค่นี้ความคิดของคนที่ได้ฟังก็เปลี่ยนไป&nbsp;</p>



<p>เห็นไหมครับ&#8230;แค่เปลี่ยนคำพูดของพวกเรา&nbsp;กรอบความคิดของเด็ก ๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้ ขอฝากทุกท่านให้ลองเริ่มเปลี่ยนคำพูด ให้คำพูดของเราไม่เป็น “แม่กุญแจ” ที่ล๊อกเด็ก ๆ ไม่ให้กล้าคิดกล้าทำ&nbsp;</p>



<p>แต่เปลี่ยนคำพูดของเราให้เป็น “บัวรดน้ำ” ที่คอยเติมน้ำให้กับต้นไม้เล็ก ๆ ได้เติบโตกลายเป็นต้นไม้ใหญ่กันนะครับ</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-change-mindset-children/">เปลี่ยน “mindset” เด็กได้ง่าย ๆ แค่เปลี่ยน “คำพูด” แนะนำโดย ภานุวัฒน์ สัจจะวิริยะกุล นักพฤติกรรมศาสตร์ จาก Nudge Thailand</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
