<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>NGO | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/ngo/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Dec 2021 06:43:55 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>NGO | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>IDEA จากองค์กร “ประถม” (Pratham) อินเดีย ใช้สื่อการสอนอย่าง “เรียบง่ายแต่สร้างสรรค์”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-idea-pratham-021221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Dec 2021 06:41:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Teach at the Right Level]]></category>
		<category><![CDATA[TaRL]]></category>
		<category><![CDATA[เรียบง่ายแต่สร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[Pratham]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48649</guid>

					<description><![CDATA[<p>โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก รวมถึงส่งผลให้การเรียนร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-idea-pratham-021221/">IDEA จากองค์กร “ประถม” (Pratham) อินเดีย ใช้สื่อการสอนอย่าง “เรียบง่ายแต่สร้างสรรค์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก รวมถึงส่งผลให้การเรียนรู้ของเด็กๆ หยุดชะงักลงด้วย แต่เพื่อขับเคลื่อนให้การเรียนรู้ยังดำเนินไปต่อได้ หน่วยงานไม่แสวงผลกำไร (NGO) อย่าง “ประถม” (Pratham) แห่งประเทศอินเดีย จึงนำสื่อการสอนใกล้ตัวที่เรียบง่ายมาใช้ขับเคลื่อนการเรียนรู้ของเด็กอินเดียในช่วงวิกฤตโรคระบาด โดยไอเดียของ “ประถม” นั้นคือการใช้สื่อการเรียนรู้ที่หาได้ในบ้าน เช่น ผลไม้ แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม เป็นต้น เพื่อมาประกอบการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์และภาษาศาสตร์เบื้องต้น</p>



<p>หน่วยงาน “ประถม” เป็น NGO ด้านการศึกษาในอินเดียที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1995 เน้นทำงานเพื่อให้เด็กอินเดียอ่านออกเขียนได้ เนื่องจากในอินเดียนั้น แม้เด็กจำนวนมากจะมีโอกาสเข้าไปโรงเรียน แต่เด็กจำนวนไม่น้อยกลับไม่สามารถอ่านเขียนหรือคิดคำนวณเลขเบื้องต้นได้&nbsp;</p>



<p>จากการลงสำรวจพื้นที่ องค์กรประถมพบเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่สามารถอ่านแบบเรียนระดับประถมปีที่ 2 รวมถึงไม่สามารถบวกลบเลขหลักหน่วยได้ ทางองค์กรจึงตั้งโครงการชื่อ Teach at the Right Level (TaRL) ขึ้น เพื่อสอนการเขียนอ่านและฝึกเลขขั้นพื้นฐานให้แก่เด็กๆ โดยไม่วัดตามระดับชั้นหรืออายุ แต่วัดตามระดับการเรียนรู้ โดยเด็กที่มีระดับการเรียนรู้ใกล้เคียงกันจะได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการการเรียนดีขึ้น เพราะเรียนทันเพื่อนและไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง&nbsp;</p>



<p>ในสถานการณ์ปกติ องค์กรประถมจะดำเนินโครงการ Teach at the Right Level ผ่านค่ายสอนที่มีระยะเวลาประมาณ 10 วัน แต่พอเกิดวิกฤตโควิด-19 ระบาด ค่ายสอนในโครงการ Teach at the Right Level ต้องหยุดชะงักลง แต่เพื่อให้การเรียนรู้ของเด็กๆ ยังดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง องค์กรประถมจึงคิดค้นเครื่องมือและระบบที่เอื้ออำนวยให้เด็กๆ ยังเรียนรู้ต่อได้และไม่ขาดช่วง</p>



<p>ด้านล่างนี้คือไอเดียจากองค์กรประถม ซึ่งได้นำไอเดียเหล่านี้มาดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนการเรียนรู้ของเด็กอินเดียในช่วงวิกฤตโควิด หลายไอเดียนั้นเรียบง่ายแต่สร้างสรรค์ เหมาะแก่การนำมาประยุกต์ใช้กับบริบทเมืองไทยไม่น้อย</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-417b44"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/องค์กรใหม่ประถมอินเดีย-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">1) สำรวจและเก็บข้อมูลผ่านอาสาสมัคร</h2>



<p>ในวิกฤตการระบาดของโควิด-19 ที่โรงเรียนทั่วอินเดียปิดตัว และเด็กๆ ไม่ได้เข้าชั้นเรียนเพื่อเรียนรู้ องค์กรประถมจึงใช้ระบบอาสาสมัคร 5,000 คนในการสำรวจติดตาม 52,000 ครอบครัวทั่วประเทศ เพื่อสำรวจสถานการณ์ของการศึกษา การเข้าถึงอุปกรณ์การเรียนรู้ และกิจกรรมการเรียนการสอน และแนะนำในเรื่องการเรียนทางไกลในช่วงที่เด็กๆ ต้องอยู่บ้าน</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fffcc0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/องค์กรใหม่ประถมอินเดีย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">2) ตั้งอาสาสมัครในชุมชนผ่านระบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง”</h2>



<p>อินเดียเป็นประเทศกว้างใหญ่และมีประชากรมหาศาล แต่กระนั้นในระดับชุมชนก็ยังมีความเหนียวแน่นผูกพันกันอยู่ องค์กรประถมเล็งเห็นจุดแข็งตรงนี้ จึงเปิดให้มีอาสาสมัครในชุมชนช่วยติวเด็กๆ เรียกว่าระบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน พี่ช่วยน้อง” โดยอาสาสมัครชุมชนจะติวบทเรียนให้กับเด็กนักเรียนที่เรียนตามไม่ทัน โดยเน้นติวความรู้ในระดับที่เหมาะกับความรู้ของผู้เรียน หรือ Teach at the Right Level (TaRL) นั่นเอง</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-876b4e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/องค์กรใหม่ประถมอินเดีย-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h2 class="wp-block-heading">3) ใช้ระบบการเรียนรู้จากอุปกรณ์ราคาถูก สามารถหาได้จากในบ้าน</h2>



<p>องค์กรประถมเน้นให้เด็กเรียนรู้เพื่ออ่านเขียนและคิดเลขพื้นฐานได้ ซึ่งพอเด็กไม่ได้เข้าชั้นเรียนเนื่องจากเกิดวิกฤตโควิด-19 ทางองค์กรจึงเลือกส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านอุปกรณ์ใกล้ตัว ราคาไม่แพง ที่สามารถหาได้จากในบ้าน เช่น แก้วน้ำ จานชาม ช้อนส้อม ผักผลไม้ เป็นต้น โดยเด็กจะนำอุปกรณ์ใกล้ตัวนี้มาฝึกนับตัวเลขหลักหน่วยและหลักสิบ รวมถึงฝึกออกเสียงคำง่ายๆ ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ในบ้าน เป็นต้น ทั้งนี้องค์กรประถมจะส่ง SMS หาผู้ปกครองกว่า 12,000 ชุมชน เพื่อแนะนำแนวทางและขั้นตอนในการดูแลเด็กนักเรียน ซึ่งข้อความใน SMS จะแจ้งว่า&nbsp;</p>



<p>“เขียนตัวเลข 1-10&nbsp;ลงในแผ่นกระดาษ จากนั้นนำอุปกรณ์ใกล้ตัว เช่น ช้อนส้อม หรือจานชาม นำมาให้เด็กนับตัวเลข หากเด็กนับได้ตัวเลขไหน ให้วางกระดาษที่เขียนหมายเลขนั้นไว้ด้านข้าง ยกตัวอย่างเช่น เด็กนับชามได้ 3 ชาม ให้เด็กวางกระดาษเลข 3 ไว้ข้างๆ ชาม”</p>



<p>ไอเดียการส่ง SMS หาผู้ปกครอง และการให้เด็กเรียนรู้จากอุปกรณ์ใกล้ตัวนี้ ถือเป็นไอเดียที่เรียบง่าย สร้างสรรค์ แต่ทรงพลังอย่างแท้จริง</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา : </strong></p>



<figure class="wp-block-embed is-type-video is-provider-youtube wp-block-embed-youtube wp-embed-aspect-16-9 wp-has-aspect-ratio"><div class="wp-block-embed__wrapper">
<iframe title="Counting - Karona, Thodi Masti, Thodi Padhai" width="750" height="422" src="https://www.youtube.com/embed/ac7EwoWbNhs?feature=oembed" frameborder="0" allow="accelerometer; autoplay; clipboard-write; encrypted-media; gyroscope; picture-in-picture" allowfullscreen></iframe>
</div></figure>



<p></p>



<ul><li><a href="https://www.pratham.org/" title="https://www.pratham.org/" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Pratham</a></li><li><a href="https://www.povertyactionlab.org/sites/default/files/research-paper/TaRL_Paper_August2016.pdf" title="https://www.povertyactionlab.org/sites/default/files/research-paper/TaRL_Paper_August2016.pdf" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Mainstreaming an Effective Intervention: Evidence from Randomized Evaluations of “Teaching at the Right Level” in India</a></li><li><a href="https://www.teachingattherightlevel.org/the-tarl-approach/classroom-methodology/mathematics/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.teachingattherightlevel.org/the-tarl-approach/classroom-methodology/mathematics/">TaRL : Mathematics</a></li><li><a href="https://www.teachingattherightlevel.org/the-tarl-approach/classroom-methodology/reading/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.teachingattherightlevel.org/the-tarl-approach/classroom-methodology/reading/">TaRL : Reading</a></li></ul>



<p></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-idea-pratham-021221/">IDEA จากองค์กร “ประถม” (Pratham) อินเดีย ใช้สื่อการสอนอย่าง “เรียบง่ายแต่สร้างสรรค์”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ส่องโมเดลยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และทักษะชีวิตของเด็กชายขอบ กลยุทธ์การขยายขนาดจากโครงการนำร่องสู่หลักสูตรระดับชาติในแทนซาเนีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-improving-learning-and-life-skills-for-marginalized-children/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 24 Oct 2021 05:20:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[BTEC]]></category>
		<category><![CDATA[Learner Guide Program]]></category>
		<category><![CDATA[Brookings Institute]]></category>
		<category><![CDATA[Campaign for Female Education]]></category>
		<category><![CDATA[CAMFED]]></category>
		<category><![CDATA[แทนซาเนี]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46838</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนที่โควิด-19 จะระบาดรุนแรงจนต้องปิดโรงเรียนหลายแห่งท [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-improving-learning-and-life-skills-for-marginalized-children/">ส่องโมเดลยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และทักษะชีวิตของเด็กชายขอบ กลยุทธ์การขยายขนาดจากโครงการนำร่องสู่หลักสูตรระดับชาติในแทนซาเนีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ก่อนที่โควิด-19 จะระบาดรุนแรงจนต้องปิดโรงเรียนหลายแห่งทั่วโลก โอกาสในการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพสูงสำหรับเด็กทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจน หรือมีเชื้อชาติภาษาใด เป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว การระบาดจึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยไม่คาดฝันที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำทวีความรุนแรงมากขึ้น ดังนั้นหลายพื้นที่จึงมีการดำเนินการจัดการด้วยการริเริ่มโครงการนำร่องภายใต้ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมหลากหลายที่มีอยู่ กระนั้นประเด็นคำถามที่เกิดขึ้นสำหรับคนทำงานในเวลานี้ก็คือจะขยายต่อยอดโครงการนำร่องที่ลงมือทำเพื่อจัดการกับความเหลื่อมล้ำนี้อย่างไรให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพในการยกระดับการเรียนรู้สำหรับผู้เรียนทุกคน งานนี้สถาบันบรู้กกิ้งส์ (Brookings Institute) จึงได้ยกตัวอย่างกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จอย่างดีในประเทศแทนซาเนีย</p>



<p>โครงการที่เกิดขึ้นในแทนซาเนียนั้นถูกขับเคลื่อนโดย​องค์กรชื่อ CAMFED (Campaign for Female Education หรือโครงการรณรงค์เพื่อการศึกษาสตรี) ซึ่งเข้าไปร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรต่างๆ ในแทนซาเนียเมื่อปี 2018 จากนั้นจึงเกิดเป็นโครงการ Learner Guide Program ซึ่งเป็นโครงการอาสาสมัครระยะ 18 เดือน ที่เปิดทางให้ผู้หญิงที่จบการศึกษาระดับมัธยม (Learner Guides) ได้มีโอกาสส่งต่อทักษะชีวิตและคำแนะนำแก่นักเรียนรุ่นน้องที่กำลังศึกษาในระดับมัธยม โดยโครงการอาสาสมัคร Learner Guide Program นี้ CAMFED ได้ร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งแทนซาเนีย (MoEST) และสำนักงานอธิการบดี องค์การบริหารส่วนภูมิภาคและการปกครองส่วนท้องถิ่น (PO-RALG)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-135e25"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/14-แปล-ส่องโมเดลยกระดับคุณภาพ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>องค์กร CAMFED นั้นก่อตั้งเมื่อปี 2005 โดยเน้นทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและรัฐบาล เพื่อร่วมกันส่งเสริมการศึกษาในหมู่เด็กผู้หญิงอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาทาง CAMFED ได้สนับสนุนเด็กหญิงด้อยโอกาสมากกว่า 88,000 คนให้สามารถเข้าเรียนในระดับประถมศึกษา และเด็กหญิงอีก 54,000 คนให้ได้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา ทั้งนี้โครงการอาสาสมัคร Learner Guide Program ถือเป็นผลงานสำคัญของ CAMFED ซึ่งผลลัพธ์ของโครงการนี้ช่วยให้เด็กด้อยโอกาสจำนวนมากได้เข้าถึงการเรียนที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันก็ช่วยฝึกทักษะและเปิดโอกาสด้านอาชีพให้แก่วัยรุ่นหญิงกลุ่มที่เรียนจบไปแล้วด้วยเช่นกัน</p>



<p>โครงการอาสาสมัคร Learner Guide Program จะจัดให้เยาวชนหญิงที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าไปเป็นอาสาสมัครเพื่อสอนหรือช่วยเหลือเด็กนักเรียนมัธยมในชุมชนของตน โดยใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อสัปดาห์ ทั้งนี้อาสาสมัครจะสอนทั้งทักษะชีวิต ช่วยให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวแก่รุ่นน้อง รวมถึงช่วยฝึกให้รุ่นน้องรู้จักใช้บริการทางสังคมต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กๆ ขณะเดียวกัน อาสาสมัครเยาวชนหญิงก็จะได้รับการฝึกอบรมทักษะ ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก และได้รับการรับรองวุฒิการศึกษาจากสภาการศึกษาธุรกิจและเทคโนโลยี (BTEC) ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลในการฝึกอบรมและการจ้างงานครูอย่างเป็นทางการ</p>



<p>ทั้งนี้ โครงการอาสาสมัครดังกล่าวได้ดำเนินการมา 3 ระยะแล้ว คือ ระยะนำร่อง ระยะปรับตัว และระยะปรับขนาด (pilot / adaptation / expansion) ซึ่งผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ นักเรียนที่ร่วมโครงการมีพัฒนาการการเรียนดีขึ้น,​ นักเรียนหญิงมีอัตรามาเรียนสูงขึ้น, ขณะที่คุณภาพชีวิตของอาสาสมัครเยาวชนหญิงก็ดีขึ้น ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่น่ายินดีมาก ปัจจุบันโครงการ Learner Guide Program อยู่ในระยะที่ 4 ซึ่งกำลังเตรียมขยายไปสู่ระดับประเทศ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f6f7a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/14-แปล-ส่องโมเดลยกระดับคุณภาพ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากการดำเนินการที่ผ่านมาของโครงการ Learner Guide Program ทั้ง 3 ระยะ สามารถถอดบทเรียนออกมาได้ดังนี้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">บทเรียนที่น่าเรียนรู้และคำแนะนำ</h2>



<p>จากการดำเนินงานโครงการ Learner Guide Program มา 3 ระยะ องค์กร CAMFED และรัฐบาลแทนซาเนีย ได้ค้นพบบทเรียนอันเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งหน่วยงานในประเทศอื่นอาจนำไปปรับใช้ได้ ดังนี้</p>



<ol><li>ในการบรรจุโครงการอาสาสมัคร Learner Guide Program เข้าไปในระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการ ควรต้อง<br>&#8211; เน้นหรือต่อยอดโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนสำคัญที่รัฐวางไว้<br>&#8211; วางแผนและค่อยๆ เชื่อมโยงบทบาทของรัฐและนวัตกรเข้ามาร่วมด้วย<br>&#8211; ผนวกให้ชุมชนท้องถิ่นร่วมด้วย ผ่านแรงจูงใจทางตัวเงินและแรงกระตุ้นแบบอื่น<br>&#8211; สนับสนุนโครงสร้างการประสานงานระหว่างกระทรวงที่มีความรู้และอำนาจอย่างเพียงพอ</li><li>ข้อเสนอแนะสำหรับการจัดหาทุนระยะยาวเพื่อต่อยอดโครงการ Learner Guide<br>&#8211; มีส่วนร่วมโดยตรงกับกระบวนการในกรอบงบประมาณและกรอบระยะเวลาของรัฐบาล<br>&#8211; จัดทำแผนวิเคราะห์และเสนอแนะว่าหากขยายโครงการต้องใช้ต้นทุนเท่าไหร่ เพื่อเป็นแนวทางให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้</li><li>การใช้กระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการขยายตัวของโครงการ Learner Guide<br>&#8211; ลองปรับเปลี่ยนรูปแบบ จากนั้นทดสอบ ติดตามผล วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น จากนั้นปรับปรุงและทำซ้ำ<br>&#8211; นำแนวทางการเรียนรู้ร่วมกันมาประยุกต์และปรับใช้ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา<br>&#8211; ปรับเปลี่ยนและใช้แนวทางการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9235e7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/14-แปล-ส่องโมเดลยกระดับคุณภาพ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปัจจุบัน โครงการอาสาสมัคร Learner Guide Program ผ่านการดำเนินการมาหลายระยะ และมีการปรับตัว เรียนรู้ และเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันจะยังดำเนินการภายใต้บังเหียนของ NGO (องค์กรภาคเอกชน) แต่ก็ได้ร่วมมือกับชุมชนและรัฐบาลมาตลอด ทั้งนี้ในอนาคต โครงการ Learner Guide Program อาจขยายและถูกผนวกเป็นโครงการรัฐ และถูกบรรจุในระบบการศึกษาของประเทศแทนซาเนียได้ ซึ่งหากโอกาสนั้นเกิดขึ้น จะส่งผลต่อชีวิตเด็กอีกมากมายในสังคม</p>



<p>กล่าวได้ว่า เส้นทางการดำเนินโครงการ Learner Guide Program ในแทนซาเนียนั้น เต็มไปด้วยบทเรียนมีคุณค่า น่าศึกษา และน่านำไปประยุกต์ใช้กับหลายพื้นที่บนโลกต่อไป</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.brookings.edu/research/improving-learning-and-life-skills-for-marginalized-children/?fbclid=IwAR1VmbmTmivLki7MXfLZBWW5bMsMeYcRT7qQVyw3fQ0vdbYKhF3s7IE6U3g" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.brookings.edu/research/improving-learning-and-life-skills-for-marginalized-children/?fbclid=IwAR1VmbmTmivLki7MXfLZBWW5bMsMeYcRT7qQVyw3fQ0vdbYKhF3s7IE6U3g">Improving learning and life skills for marginalized children Scaling the Learner Guide Program in Tanzania<br></a><strong>เครดิตภาพ :</strong> Kimrawicz / Shutterstock.com</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-improving-learning-and-life-skills-for-marginalized-children/">ส่องโมเดลยกระดับคุณภาพการเรียนรู้และทักษะชีวิตของเด็กชายขอบ กลยุทธ์การขยายขนาดจากโครงการนำร่องสู่หลักสูตรระดับชาติในแทนซาเนีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>NGO อังกฤษเรียกร้องจัดคอร์สอบรมพิเศษ ฝึกทักษะครูรับมือเด็กสูญเสียบุคคลสำคัญ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-bereaved-children-calls-for-mandatory-training-for-teachers-to-support-pupils-who-have-lost-loved-ones/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Sep 2021 08:06:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[ฝึกทักษะครู]]></category>
		<category><![CDATA[คอร์สอบรมพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[St. Claudine&#039;s Catholic School For Girls]]></category>
		<category><![CDATA[Louise McGowan]]></category>
		<category><![CDATA[Anna Lise Gordon]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเซนต์แมรี]]></category>
		<category><![CDATA[Centre For The Art Of Dying Well]]></category>
		<category><![CDATA[Child Bereavement UK]]></category>
		<category><![CDATA[NGO]]></category>
		<category><![CDATA[อังกฤษ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=45526</guid>

					<description><![CDATA[<p>องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในอังกฤษจับมือครู ยื่นข้อเรียกร้อง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-bereaved-children-calls-for-mandatory-training-for-teachers-to-support-pupils-who-have-lost-loved-ones/">NGO อังกฤษเรียกร้องจัดคอร์สอบรมพิเศษ ฝึกทักษะครูรับมือเด็กสูญเสียบุคคลสำคัญ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในอังกฤษจับมือครู ยื่นข้อเรียกร้องให้ภาครัฐและสถาบันการศึกษาที่เกี่ยวข้อง จัดคอร์สอบรมพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาอย่างจริงจัง เพื่อฝึกขัดเกลาคุณครูให้มีทักษะที่จำเป็นต่อการสนับสนุนและช่วยเหลือบรรดาลูกศิษย์ในการรับมือและเผชิญหน้ากับการเสียชีวิตของบุคคลใกล้ชิด รวมถึงสมาชิกภายในครอบครัวจากวิกฤตการระบาดของโควิด-19</strong></p>



<p>หนึ่งในความท้าทายของเหล่าคุณครูทั่วอังกฤษ นอกจากจะต้องดำเนินการเรียนการสอนภายในห้องเรียนให้ราบรื่น โดยที่เด็กนักเรียนยังสามารถเรียนรู้ได้อย่างสนุกสนาน ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังด้านสุขอนามัยอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้ว คุณครูเหล่านี้ยังต้องรับมือกับเด็กนักเรียนกลุ่มใหญ่ที่ตกอยู่ในภาวะเศร้าโศกเสียใจต่อการจากไปของบุคคลที่ตนเองรักและเคารพจนไม่อยู่ในสภาวะที่พร้อมต่อการเรียนหนังสือได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4e1e2e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/06-แปล-NGO-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Child Bereavement UK องค์กรการกุศลซึ่งมุ่งเยียวยาเด็กที่ต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสีย เปิดเผยผลการสำรวจเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยพบว่า 86% ของครูผู้ตอบแบบสอบถามต้องรับมือกับลูกศิษย์ที่สูญเสียสมาชิกในครอบครัวหรือคนรู้จักเพราะโควิด-19 โดยในจำนวนนี้ เกือบ 75% เป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญในชีวิตของเด็ก ส่งผลให้เด็กตกอยู่ในความเศร้าและความเครียด ซึ่งหากว่าคุณครูไม่รู้จักวิธีสังเกตและรับมือกับเด็กที่อยู่ในสภาวะอารมณ์แบบนี้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ก็จะส่งผลต่อพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนคนนั้นได้</p>



<p>ดังนั้น องค์การดังกล่าวจึงเห็นความสำคัญและความจำเป็นว่า ควรต้องมีการจัดคอร์สฝึกอบรมให้ครูและนักการศึกษาในโรงเรียนทั่วอังกฤษ ได้เรียนรู้ทักษะและวิธีการรับมือเด็กที่เผชิญกับความสูญเสียอย่างถูกต้อง โดยแม้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการจะจัดให้มีการอบรมแล้วส่วนหนึ่ง แต่องค์กร Child Bereavement UK ระบุว่า ข้อเรียกร้องของกลุ่มในครั้งนี้คือต้องการให้ภาครัฐออกเป็นกฎข้อบังคับให้ครูทุกคนต้องเข้ารับการฝึกอบรมอย่างจริงจัง</p>



<p>ข้อเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นเนื่องจากปัจจุบันการเข้ารับการฝึกอบรมดังกล่าวในอังกฤษยังคงเป็นไปตามความสมัครใจของครู ทำให้จำนวนครูและเด็กที่จะได้รับประโยชน์จากการจัดการฝึกอบรมนั้นมีจำนวนน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของจำนวนเด็กนักเรียนที่ต้องประสบกับการเสียชีวิตของคนที่ตนเองรัก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-510a96"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/06-แปล-NGO-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ข้อเรียกร้องขององค์กร Child Bereavement UK ได้รับการสนับสนุนจาก Centre For The Art Of Dying Well (ศูนย์เพื่อสุนทรียแห่งการตาย) ของมหาวิทยาลัยเซนต์แมรี ในเวสต์ลอนดอน ซึ่งมีการจัดการคอร์สฝึกอบรมครูในการรับมือกับภาวะสูญเสียรูปแบบต่าง ๆ&nbsp;</p>



<p>รายงานระบุว่า ในแต่ละปีทางมหาวิทยาลัยจะได้รับมอบหมายให้ฝึกอบรมครูใหม่ในระดับประถมและมัธยมศึกษา เพื่อรับมือกับภาวะสูญเสียของเด็กนักเรียนในช่วงวัยต่าง ๆ โดยผลลัพธ์ของการฝึกอบรม ส่งผลดีต่อทั้งตัวเด็กนักเรียนและคุณครูเอง&nbsp;</p>



<p>แอนนา ลิซ กอร์ดอน (Anna Lise Gordon) ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการศึกษาในเซนต์แมรีกล่าวว่า หลังจากหยุดเรียนไปนาน โรงเรียนและครูมักจะมุ่งใส่ใจและให้ความสำคัญกับความรู้ด้านวิชาการ อย่างการอ่าน การคิดคำนวนเป็นหลัก โดยไม่สนใจต่อสภาพจิตใจของเด็กสักเท่าไรนัก ซึ่งในสถานการณ์ปกติทั่วไปไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทว่าการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ปัญหาสุขภาพจิตของเด็กนักเรียนเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57ebd0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/06-แปล-NGO-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ หลักการสำคัญของคอร์สฝึกอบรมคือ การให้ครูได้เรียนรู้วิธีการพูดคุยสนทนากับลูกศิษย์เกี่ยวกับ &#8220;ความตาย&#8221; ด้วยภาษาที่เหมาะสม เพื่อทำให้เด็กตระหนัก เรียนรู้ และยอมรับว่า ความตายและความเศร้าจากการตายเป็นเรื่องปกติ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเป็นสิ่งที่ต้องประสบทุกคนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้&nbsp;</p>



<p>&#8220;คนส่วนใหญ่ทั่วไปมักจะรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อต้องมานั่งพูดคุยในหัวข้อที่เกี่ยวกับความตาย พวกเขามักไม่รู้ว่าจะต้องตอบรับอย่างไร พูดอย่างไร ทำให้สุดท้ายก็คือกลายเป็นไม่พูดอะไรเลย ซึ่งการไม่พูดอะไรเลยนี้ กลับก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ตามมาได้&#8221; กอร์ดอนกล่าว&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ กอร์ดอน ในฐานะผู้รับผิดชอบจัดทำคอร์สฝึกอบรมการรับมือกับภาวะสูญเสีย กล่าวว่า การฝึกอบรมยังออกแบบมาเพื่อมอบแนวทางและแนวคิดแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงสนับสนุนพวกเขาให้สามารถใช้คำพูดแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา ซึ่งจะทำให้องค์กรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถให้ความช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที&nbsp;</p>



<p>โดยผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นระบุตรงกันว่า เด็กหรือเยาวชนจะสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก้าวหน้าดีขึ้น และบรรลุผลมากขึ้น หากเด็กรู้สึกดี รู้สึกปลอดภัย และได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย กับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจ ดังนั้น กล่าวได้ว่า การสูญเสียผู้ใหญ่ที่ไว้ใจและอยู่ในอารมณ์โศกเศร้าย่อมไม่เป็นผลดีต่อการเรียน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3e9233"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/09/06-แปล-NGO-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ดังนั้น การเร่งเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กจึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้เด็กมีความพร้อมที่จะเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่เด็กต้องพร้อมให้มากที่สุดหลังจากที่หยุดเรียนเพราะโควิด-19 ไปนาน&nbsp;</p>



<p>และกลายเป็นที่มาของการเรียกร้องให้ครูอังกฤษเข้ารับการอบรมทักษะการรับมือกับภาวะสูญเสีย ไม่ว่าครูท่านนั้นจะทำงานมานานหรือเพิ่งบรรจุใหม่ก็ตาม โดยการเรียกร้องหนนี้ตั้งเป้าให้ครูทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม&nbsp;</p>



<p>ด้าน ดร.หลุยส์ แมคโกวาน (Louise McGowan) ครูใหญ่โรงเรียนสตรี เซนต์ คลอดีนส แคธอลิก (St. Claudine&#8217;s Catholic School For Girls) ในอังกฤษกล่าวสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว เพราะโรงเรียนไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับให้เด็กมารับการศึกษาเชิงวิชาการและออกจากโรงเรียนเมื่อหมดเวลาด้วยคุณสมบัติที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่โรงเรียนคือชุมชน คือครอบครัวขยาย ในมุมมองของ ดร.แมคโกวาน การดูแลอภิบาลจึงมีความสำคัญพอ ๆ กัน เพราะเป็นเหมือนสิ่งช่วยเตรียมเด็ก ๆ ให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิต</p>



<p>&#8220;การฝึกอบรมจะช่วยให้นักเรียนที่ต้องการการปลอบประโลมใจ แต่ไม่รู้จะแสดงออกอย่างไร ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมจากครู ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่พวกเขาไว้วางใจและเคารพมากที่สุดคนหนึ่ง&#8221;</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://news.sky.com/story/bereaved-children-calls-for-mandatory-training-for-teachers-to-support-pupils-who-have-lost-loved-ones-12398720" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://news.sky.com/story/bereaved-children-calls-for-mandatory-training-for-teachers-to-support-pupils-who-have-lost-loved-ones-12398720">Bereaved children: Calls for mandatory training for teachers to support pupils who have lost loved ones</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-bereaved-children-calls-for-mandatory-training-for-teachers-to-support-pupils-who-have-lost-loved-ones/">NGO อังกฤษเรียกร้องจัดคอร์สอบรมพิเศษ ฝึกทักษะครูรับมือเด็กสูญเสียบุคคลสำคัญ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
