<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>New Normal | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/new-normal/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Dec 2021 07:07:44 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>New Normal | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>บันทึกครูสอญอ แห่ง “สีชมพูศึกษา” หากครูอยากลาออก ขอให้เริ่มต้นด้วยการออกวิ่ง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-lets-start-with-a-run-092121/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Dec 2021 23:00:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[เริ่มต้นด้วยการออกวิ่ง]]></category>
		<category><![CDATA[บันทึกครูสอญอ]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48834</guid>

					<description><![CDATA[<p>เอาเข้าจริงแล้ว ผมเองก็คือหนึ่งในหลายๆ คนที่อยากจะลาออก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-lets-start-with-a-run-092121/">บันทึกครูสอญอ แห่ง “สีชมพูศึกษา” หากครูอยากลาออก ขอให้เริ่มต้นด้วยการออกวิ่ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p>เอาเข้าจริงแล้ว ผมเองก็คือหนึ่งในหลายๆ คน<br>ที่อยากจะลาออกเพื่อหนีจากความทุกข์ตรงหน้า<br>ความทุกข์ตรงหน้า ที่เพื่อน พี่น้อง คนที่อยู่ในวงการศึกษา<br>โดยเฉพาะคนเป็นครูหลายๆ คนน่าจะรับทราบกันดี<br>ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19&nbsp;</p></blockquote>



<p>โควิด-19 ทำให้พวกเราทำการเรียนการสอนแบบเห็นหน้าเห็นตา มีปฏิสัมพันธ์ในห้องเรียน Onsite แบบเดิมไม่ได้เลยมาเกือบ 1 ปี การเรียนการสอนต้องย้ายมา Online และทางไกลแทน ซึ่งแน่นอนมันทดแทนการเรียนรู้ที่มีความหมายในแบบที่เราเชื่อไม่ได้เลย (เชื่อการว่าเรียนรู้ที่ดีคือความสัมพันธ์ที่ดี การเรียนรู้ที่ดีคือการมาใช้ชีวิตร่วมกัน)&nbsp;</p>



<p><strong>New Normal วิถีปกติใหม่ของครูเรา เอาเข้าจริงคือความไม่ปกติ </strong>การแก้ปัญหากลับกลายเป็นเหมือนเพิ่มปัญหาซะมากกว่า ยกตัวอย่างจริงซึ่งตัวผมประสบพบเจอเองคือ อุปกรณ์พื้นฐานอย่างโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ระบบอินเทอร์เน็ตของนักเรียนยังเป็นปัญหา ผมมักได้ยินบทสนทนาด้านล่างนี้บ่อยครั้ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57ea9b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“นักเรียนครับ เปิดกล้องให้ครูเห็นหน้าหน่อย&#8230;”<br>“ครูคะ&#8230;ขออนุญาตไม่เปิดกล้องได้ไหม&#8230;สัญญาณเน็ตหนูไม่ดีค่ะ”<br>“ผมไม่สะดวกเลยครับ ที่บ้านอยู่กันหลายคน เสียงดังรบกวนมาก”<br>“ครู&#8230;หนูอาย บ้านมันรกมากกก ยังไม่ได้หวีผม เพิ่งตื่นด้วย”</p>



<p>เสียงสะท้อนแบบนี้ทำให้ครูเราได้รับรู้ถึงปัญหา และพอเข้าใจได้ถึงสาเหตุของการไม่เปิดกล้อง ปรากฏแต่ชื่อนักเรียนบนจอดิจิทัล แต่ไร้การตอบโต้ใดๆ คือปัญหาหนึ่งที่เราไม่สามารถรู้ได้จริงๆ ว่าเด็กกำลังรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่ สิ่งที่ครูทำได้ก็เพียงคาดเดาและตีความเอาเอง</p>



<p>เมื่อการเรียนย้ายมาบน Online 100 % พลังงานครูก็ต้องถูกใช้ไปกับหน้าจอเพิ่มขึ้นจากเดิมหลายเท่า ในมุมเดียวกันนักเรียนเองก็เช่นกัน ช่วง Work From Home หรือ Teach From Home ดูเหมือนจะมีข้อดีอยู่ไม่น้อย แต่ข้อเสียก็ไม่น้อยเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>ส่วนตัวผมเองยอมรับเลยว่าทุกข์มากจนอยากจะลาออก&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d6b68"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากจะใช้เวลาที่นั่งนานมากขึ้นในการสอน ผ่านหน้าจอ ต้องกระตุ้นตัวเอง และกระตุ้นนักเรียนให้เกิดตอบโต้มีส่วนร่วมก็ยากขึ้น เวลาที่เหลือก็ต้องไปออกแบบและเตรียมการสอน และใช้สื่อที่ไม่พ้นคอมพิวเตอร์อยู่ดี นี่ยังไม่รวมกับเวลาที่ต้องเข้าประชุม อบรม สัมมนาออนไลน์ การทำรายงานส่งหลังสอนหรือหลังอบรม ในช่วงเย็น หรือดึก วันเสาร์ อาทิตย์เองก็ถูกดึงเวลาจากเราไป เวลาในการรับสายโทรศัพท์ ฟังปัญหา หรือตอบแชตกับนักเรียน ผู้ปกครอง&nbsp;</p>



<p>ที่ตลกร้ายมากกว่านั้น เมื่อถึงคราวเครียดเบื่อหน่าย เราเองก็ยังต้องพึ่งหรือผ่อนคลายด้วยการออกจากจอหนึ่งไปสู่อีกจอหนึ่ง เช่น เล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ดูเหมือนจะแก้ปัญหาเปลี่ยนอารมณ์สั้นๆ จากอารมณ์หนึ่งไปพึ่งอีกอารมณ์หนึ่ง จากปัจจัยภายนอกที่ยิ่งเพิ่มพลังสายตากับจอคอมพ์หรือสมาร์ตโฟนมากขึ้นไปอีก&nbsp;</p>



<p>สถานการณ์ที่พบเจอ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ตติดๆ ดับๆ ที่เป็นอุปสรรค ความเหนื่อยล้าในดวงตานักเรียน เวลาในชีวิตครอบครัวที่ถูกเบียดเบียน งานที่ได้รับมอบหมายจนล้านมือ และอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุของความเครียดของทั้งนักเรียนและตัวคนที่รับบทบาทหน้าที่ครู&nbsp;</p>



<p>แน่นอนว่าความเครียดและความทุกข์ที่ผมเอ่ยไปด้านต้นน่าจะเกิดขึ้นกับแทบจะทุกอาชีพและทุกวงการอยู่แล้ว</p>



<p>ผมได้ประสบกับภาวะออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) จนได้เจ้าโรคยอดฮิตของคนทำงานออฟฟิศ ที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยเข้าใจและรู้สึกว่าช่างอยู่ไกลตัวเหลือเกิน แต่บัดนี้ได้มาเป็นเพื่อนสนิทกับผมและเป็นโจทย์ใหม่ให้ผมแก้ปัญหานี้อีก กล้ามเนื้อมีอาการตึง บางจุดอักเสบ ต้องพึ่งหมอนวดและยาในที่สุด&nbsp;</p>



<p><strong>New Normal วิถีปกติใหม่ จะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไร เมื่อกายไม่ปกติและใจก็ไม่ปกติ ถึงเวลาแล้วที่เราต้องกลับมาดูแลตัวเองให้กลับมาปกติ ก่อนจะไปแก้ปัญหาให้ผู้อื่น หรือแก้ปัญหาของนักเรียนหรือสังคม&nbsp;</strong></p>



<p>ความทุกข์จากงานและวิถีชีวิตที่ไม่สมดุล ส่งผลกระทบกายและใจ นาฬิกาชีวิตของเราเองต้องถูกทบทวนและจัดการใหม่&nbsp;</p>



<p>ผมขอแบ่งปันจากประสบการณ์และมุมมองของผม โดยเริ่มต้นจาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-59278b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">1. จัดการกับอารมณ์ตัวเอง</h2>



<p>ผมกลับมาพยายามฝึกสังเกตอารมณ์ตัวเองมากขึ้น ว่าอารมณ์ที่ขุ่นมัว ไม่พอใจ หงุดหงิด หรืออารมณ์ด้านลบต่างๆ ส่วนใหญ่มันเกิดขึ้นบ่อยๆ ในสถานการณ์ไหน มันมีปัจจัยอะไรที่เป็นสาเหตุให้เกิดอารมณ์นั้น เช่นกันกับอารมณ์ด้านบวก ที่ชอบสนุก สงบ ผ่อนคลาย ตื่นเต้น เร้าใจ<strong><br> </strong>ปรากฏว่า อารมณ์ด้านลบส่วนใหญ่เกิดจากสถานการณ์ในการสอนหรือประชุมออนไลน์&#8230;ตึ่งโป๊ะ<strong>!&nbsp; </strong>ส่วนอารมณ์ด้านบวก คือการได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้กำลังฐานกายมากกว่าใช้กำลังฐานหัวที่เป็นความคิด</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">2. จัดการกับวิธีคิดตัวเอง</h2>



<p>หลังจากเฝ้าสังเกตอารมณ์ตัวเองให้ถี่ขึ้น ความคลี่คลายด้านอารมณ์เบาลงได้ไม่น้อย วิธีคิดหรือทัศนคติกับการทำงานก็ต้องถูกทบทวนจัดการและรื้อทิ้งอยู่ไม่น้อย เช่น ครูต้องเสียสละเวลาและทุ่มเทเพื่อลูกศิษย์ อันนี้ก็ต้องปรับวิธีคิดใหม่ เพราะการเสียสละหลายครั้งเราเบียดเบียนตัวเอง ทั้งเวลาและงบประมาณ หลายครั้งบั่นทอนความรู้สึกและป่วย แบบนี้ต้องทำความเข้าใจใหม่&nbsp; ด้วยการกลับมาดูแลตัวเองให้มีความสุข ดูแลและบริหารเวลาใหม่เกือบหมด&nbsp;</p>



<p>การสอนที่เน้นให้ข้อมูลตามหลักสูตรเนื้อหาแกนกลางที่เราไม่อินและสนุก ก็ต้องปรับมาเป็นประเด็นที่นักเรียนสนใจและอยู่ในกระแสด้วย จากนั้นค่อยเชื่อมโยงไปกับผู้เรียน ให้คุณค่ากับทักษะ มุมมอง ทัศนคติที่ดี มากกว่าให้ข้อมูลหรือเนื้อหา&nbsp;</p>



<p>หาเทคนิคการเรียนการสอนที่น้อยแต่เรียนรู้ได้มาก สร้างหรือรวมกลุ่มเพื่อนครูที่มีความคิด ความเชื่อ เป้าหมายคล้ายกัน มามองปัญหาและหาทางออกร่วมกัน เช่น การสอนร่วมกันเป็นทีม จัดการเรียนรู้แบบบูรณการออนไลน์ เพื่อลดเวลาสอนลง เพิ่มเวลาให้ทั้งครูและนักเรียนได้พัก และให้เวลากับตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ช่วยแก้ปัญหาความทุกข์ที่ประสบพบเจอได้ไม่น้อยในช่วงที่ผ่านมา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2ac490"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">3. จัดการกับเวลาและสร้างนาฬิกาชีวิตใหม่</h2>



<p>จากนอนดึก สอนเสร็จเย็น ประชุมถึงค่ำ ภาคกลางคืนเตรียมการสอน กว่าจะได้นอนก็ดึก หลายครั้งข้ามวัน ตื่นสาย เร่งรีบไปให้ทันเข้าสอน ก็ได้จัดตารางชีวิตให้ตัวเองใหม่ ออกไปใช้เวลากับกิจกรรมใช้ร่างกายมากขึ้น เช่น ออกไปปลูกต้นไม้ ปั่นจักรยาน ออกกำลังกาย และสิ่งหนึ่งที่ค้นพบว่าดี และชีวิตเริ่มสดชื่น กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น คือการ <strong>“วิ่ง” </strong>ออกกำลังกายให้เหงื่อออก หัวใจเต้นถี่บ้าง&nbsp;</p>



<p>ช่วงแรกก็ดูจะหนืด ฝืด ฝืนอยู่ไม่น้อย ที่จะดีดตัวเองออกมาจากฟูกนอนนุ่มๆ เราเองมักจะมีข้ออ้างที่เข้าข้างตัวเองที่จะไม่ออกไปวิ่ง แต่เมื่อตระหนักว่าสิ่งใหม่ที่ค้นพบคือความสุขและความกระปรี้กระเปร่า ความสดชื่นที่หล่นหายไปหลายเดือนจึงได้กลับคืนมาอีกครั้ง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">พลังงานที่ได้ส่งผลให้การทำงานในบทบาทของครูดีขึ้นตามลำดับ</h2>



<p>นอกจากผมจะมีกำลังกายที่ดีขึ้นจากการวิ่งเป็นประจำ จนค่อยๆ ต่อเนื่องเป็นนิสัย ธรรมชาติ ดิน ฟ้า อากาศก็มีผลสำคัญมากๆ ที่ช่วยให้เราได้รื่นรมย์กับความงามเล็กๆ ระหว่างสองข้างทางที่เราไม่ค่อยได้สังเกต&nbsp; เพราะการวิ่งทำให้เราช้าลง และมองเห็นมันได้ใกล้ ละเอียดขึ้น</p>



<p>วิถีชีวิตของผู้คนในช่วงเช้าตรู่ที่ไม่ได้เห็นมานาน กลับมาฉายให้เห็นอีกครั้งเมื่อเราออกไปวิ่ง การยิ้มทักทายหรือบทสนทนาเล็กๆ สั้นๆ ช่วยสร้างความคุ้นเคย และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีไม่น้อยระหว่างเรากับคนในชุมชน ความสัมพันธ์ที่ห่างหายไปนานได้กลับมาเชื่อมต่ออีกครั้ง แตกต่างจากบทสนทนาทางโซเชียลหรือออนไลน์อย่างสิ้นเชิง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-339053"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>&nbsp;</p>



<p>ที่สำคัญมากๆ ที่ได้ค้นพบจากการออกไปวิ่งคือ กายกับใจมันประสานสัมพันธ์กันเป็นหนึ่งเดียว จิตที่จดจ่อกับการวิ่งอยู่ในสภาวะผ่อนคลาย อยู่กับปัจจุบันตรงหน้า รู้สึกตัวกับฝีเท้าที่ก้าวกระทบพื้น รู้สึกถึงพลังงานเล็กๆ ที่ถูกชาร์จในใจ&nbsp;</p>



<p>การเป็นหนึ่งเดียวของกายและใจ&nbsp; ทำให้เกิดสภาพว่าใจของเรากระโดดออกมาเป็นบุคคลที่สาม ที่เห็นกายเคลื่อนไหวระหว่างวิ่ง และการทำงานของความรู้สึก ที่เบาสบาย สดชื่น มีพลัง</p>



<p>พลังงานที่ได้ส่งผลให้การทำงานในบทบาทของครูดีขึ้นตามลำดับ ความเครียดจากการงานลดลงอย่างเห็นได้ชัดความคาดหวังกับนักเรียนและความคาดหวังกับตัวเองถูกจัดวางใหม่&nbsp; ด้วยการให้คุณค่ากับการดูแลรักษาสุขภาพกายและใจก่อน&nbsp;</p>



<p>สุดท้ายแล้ว เรายังต้องอยู่ร่วมกับสถานการณ์โควิด-19 อย่างเลี่ยงไม่ได้ &nbsp;ต่อให้ลาออกหรือไปทำอาชีพใหม่&nbsp; เราไม่มีทางหนีความเครียดใดๆ ได้เลย เพราะความเครียดเกิดขึ้นจากเราเป็นต้นเหตุสำคัญ&nbsp;</p>



<p>ที่ทำได้ตอนนี้คือกลับมาดูแลกายและใจให้มี&nbsp; “ความปกติใหม่”&nbsp;</p>



<p>เพื่อให้เรามีกำลังกายและกำลังใจ ออกไปเผชิญหน้ากับความจริงอย่างมีความหวังต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-lets-start-with-a-run-092121/">บันทึกครูสอญอ แห่ง “สีชมพูศึกษา” หากครูอยากลาออก ขอให้เริ่มต้นด้วยการออกวิ่ง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษาเพื่อเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 : เอาชนะความกลัวและปรับตัวสู่ New Normal</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-thai-children-in-the-21st-century-new-normal/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 07 Jul 2021 04:29:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเอง]]></category>
		<category><![CDATA[Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[Home based learning]]></category>
		<category><![CDATA[5-On]]></category>
		<category><![CDATA[Project based learning]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[ศตวรรษที่ 21]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42698</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเปิดเรียนสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยเอาชนะเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-thai-children-in-the-21st-century-new-normal/">การศึกษาเพื่อเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 : เอาชนะความกลัวและปรับตัวสู่ New Normal</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>การเปิดเรียนสำคัญมาก เพราะแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยเอาชนะเรื่องความหวาดกลัว ความหวาดระแวงของผู้ปกครอง ไปสู่ระบบการเรียนรู้ซึ่งเป็นชีวิตจิตใจของเด็ก</p>



<p>จากการทำงานภาคสนามก่อนเปิดเทอม พบว่าเด็กมีอาการเครียดเงียบสะสม ความรู้ถดถอย มีปัญหาเรื่องโภชนาการและความเสี่ยงต่อการออกจากระบบการศึกษา ปีที่ผ่านมาการปิดเทอม 90 วัน ส่งผลเสียมากกว่าผลดี การเปิดเทอมครั้งนี้จึงต้องออกแบบการเรียนให้เป็น New Normal</p>



<p>การถดถอยทางการศึกษามีประมาณ 20 &#8211; 50 เปอร์เซ็นต์ ในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน ขึ้นอยู่กับบริบทและจำนวนวันที่หยุด เด็กสามารถอ่านเป็นคำหรืออ่านเป็นประโยคได้ลดลง เด็กประถมวัยมีอาการกล้ามเนื้อถดถอย ทั้งนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือการมีปฏิสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นของเด็กถอยหลังลงมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4e41f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/02-การศึกษาเพื่อเด็กไทย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-c64878e4 gb-headline-text">การเรียนรู้ที่ดีที่สุดของคนในศตวรรษที่ 21 คือ เรียนรู้จาก Project based learning</h2>



<p>การจัดการการเรียนรู้ในสถานการณ์โควิด-19 ของไทยยังยืนอยู่กับการเรียนรู้รูปแบบ 5-On ซึ่งถือว่าเปลี่ยนแปลงน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ต่างประเทศมีความเป็นห่วงเด็กและพลเมืองของประเทศที่จะเติบโตในอนาคต หากเกิดภาวะการถดถอยทางการศึกษาจะส่งผลกระทบกับตลาดแรงงาน ค่า GDP และคุณภาพของประชากรในภาพรวม&nbsp;</p>



<p>หลายประเทศจึงมีเรื่องอาสาสมัครทางการศึกษา กองทุน การออกแบบการเรียนรู้หรือสื่อการสอนที่ทำให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติมากขึ้น</p>



<p>การเรียนรู้ที่ดีที่สุดของคนในศตวรรษที่ 21 คือเรียนรู้จาก Project based learning หรือการเรียนการสอนแบบโครงงาน เด็กจะได้ลงมือปฏิบัติ มีทัศนคติที่ดี มีเพื่อน มีการขึ้นโจทย์ ทุกประเทศควรปรับตัวไปในแนวทางนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-29d2c0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/02-การศึกษาเพื่อเด็กไทย-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะกรรมการภาคประชาสังคม กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-66a3ae13 gb-headline-text">ฐานการเรียนรู้ที่สำคัญ</h2>



<ol><li><strong>ฐานครอบครัว</strong> ในช่วงโควิด-19 เด็กต้องอยู่กับพ่อแม่มากขึ้น จึงเป็นโอกาสดีในการทำ Home based learning ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดกระบวนการเรียนรู้อยู่กับพ่อแม่และสามารถสร้างเสริมลักษณะนิสัยให้กับลูกของตนเองได้&nbsp;</li><li><strong>ฐานโรงเรียน</strong> มีส่วนสำคัญในการสร้างบูรณาการ ขึ้นโจทย์ ขึ้นโครงงาน ครูมีบทบาทหน้าที่ในการเป็นโค้ช เป็น Facility factor การออกแบบการเรียนรู้ที่เด็กจะได้เรียนรู้อยู่ที่บ้านและมาพูดคุยปรึกษาที่โรงเรียนเป็นครั้งคราว&nbsp;</li><li><strong>ฐานชุมชน</strong> ใช้ชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ภาคปฏิบัติเรื่องศิลปวัฒนธรรมอาชีพ ที่สามารถพาเด็กลงสู่การเรียนรู้แบบปฏิบัติจริงได้ เพื่อไม่ให้เด็กเรียนอยู่ในห้องอย่างเดียว การพบปะผู้คนในลักษณะนี้ทำให้โอกาสในการติดโควิด-19 ลดลง เนื่องจากไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในห้องเรียน</li><li><strong>ฐานระบบไอที</strong> จากการวิจัยพบว่าประเทศไทยไม่ประสบผลความสำเร็จในการใช้ระบบไอทีกับการเรียนรู้ จึงเป็นโอกาสที่ดีในการใช้ระบบไอทีเข้ามาช่วยเสริม โดยดึงข้อมูลจากแอปพลิเคชันต่างๆ มาออกแบบการเรียนรู้บนฐานระบบโครงงานเพื่อบูรณาการทุกวิชาเข้าด้วยกัน จึงจะแก้การถดถอยของระบบการศึกษาได้</li></ol>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9610c6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/02-การศึกษาเพื่อเด็กไทย-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>การทำให้เกิดขึ้นจริงได้ ต้องให้ผู้กำหนดนโยบายส่วนกลางกำหนดทิศทาง แต่เวลาลงไปสู่การปฏิบัติจริงนั้นต้องทำอย่างที่อธิบายไปข้างต้น ซึ่งก็จะแตกต่างกันไปตามบริบทและพื้นที่เพื่อให้เป็น Active learning ที่ตอบโจทย์เด็กไทยในศตวรรษที่ 21 ได้</p>



<p></p>



<h2 class="gb-headline gb-headline-e1f2698f gb-headline-text">เด็กไทยอยู่ในภาวะยากจนพิเศษถึง 1.1 ล้านคน</h2>



<p>เด็กประมาณ 10 &#8211; 15% ของประเทศหรือ 1,100,000 คน อยู่ในภาวะยากจนพิเศษ และมีจำนวนไม่น้อยที่มีโอกาสเสี่ยงหลุดจากรอยต่อระบบการศึกษา เพราะปัญหาภาวะยากจนจากการที่พ่อแม่ตกงานซ้ำซาก&nbsp;</p>



<p>มีรายได้ประมาณ 1,044 บาท ต่อเดือน แต่ค่าใช้จ่ายในการศึกษาโดยเฉลี่ย ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมศึกษาตอนปลายกลับสูงถึง 4,000 &#8211; 9,000 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าเดินทาง พ่อแม่ต้องให้ลูกออกจากระบบโรงเรียนไปหางานทำ เพื่อตัดค่าใช้จ่ายส่วนนั้นไป</p>



<p>นโยบายของรัฐบาล เช่น แอปพลิเคชันเป๋าตังสามารถช่วยแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เด็กในชุมชนแออัด กทม. ยังโชคดีที่มีการช่วยเหลือจากสังคมภายนอก เช่น Thai PBS ในการระดมบริจาคเครื่องอุปโภคและบริโภค แต่สำหรับเด็กต่างจังหวัดเป็นเรื่องยากกว่ามาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8ab409"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/02-การศึกษาเพื่อเด็กไทย-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>กสศ. จึงได้เข้าไปมอบถุงยังชีพและเงิน 3,000 บาทต่อคน ทั้งยังทำงานร่วมกับผู้ปกครองด้วยการพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องความสำคัญทางการศึกษาของเด็กๆ เพื่อให้ผู้ปกครองตัดสินใจให้ลูกอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปด้วยการช่วยเหลือประคับประคองจาก กสศ.</p>



<p>เราอยู่ในระบบการเรียนรู้ที่ผู้ใหญ่ทุกคนวิตกกังวล แต่อย่าวิตกจริตมากเกินไป ทุกคนเห็นปัญหา ทุกคนวิตกกังวล แต่ต้องเปิดพื้นที่ให้เด็กได้รับโอกาสและการเรียนรู้ที่ดี&nbsp;</p>



<p>เราต้องเชื่อมั่นว่าการทำงานประสานกันหลายกระทรวงในปัจจุบันจะทำให้โรงเรียนปลอดภัย</p>



<p></p>



<p>เรียบเรียงจาก “จัดระเบียบ วางระบบการศึกษา รับเปิดเทอม”<br>พูดคุยกับ ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ คณะกรรมการภาคประชาสังคม กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชวนเสวนาโดย พิชญาพร โพธิ์สง่า&nbsp;<br>ใน The Active Podcast Ep.38 วันที่ 20 มิถุนายน 2564</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-thai-children-in-the-21st-century-new-normal/">การศึกษาเพื่อเด็กไทยในศตวรรษที่ 21 : เอาชนะความกลัวและปรับตัวสู่ New Normal</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-18-05-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 18 May 2021 10:03:28 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ตวง อันทะไชย]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[สยาม เรืองสุขใสย์]]></category>
		<category><![CDATA[ประหยัด อุสาห์รัมย์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านตะโกล่าง]]></category>
		<category><![CDATA[พงศ์ทัศ วนิชานันท์]]></category>
		<category><![CDATA[เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม : สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนพื้นที่เกาะ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=41067</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-18-05-21/">เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote"><p><strong>กสศ. วุฒิสภา ทีดีอาร์ไอ และภาคี ระดมสมองรับเปิดเทอมใหม่</strong> <strong>เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</strong> <strong>แนะลดความเสี่ยงเร่งฉีดวัคซีนครูก่อนเปิดเทอม</strong> <strong>พร้อมใช้ “ฐานข้อมูล” ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำตรงจุด</strong> <strong>ชู อสม.การศึกษาตัวช่วยครูนำการศึกษาไปให้ถึงเด็ก</strong></p></blockquote>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-468241"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/สรุปข้อเสนอจากเวทีระดมสมองรับเปิดเทอมให-1-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>17 พฤษภาคม 2564 &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จับมือภาคีพันธมิตร วุฒิสภา TDRI The Reporters และ The Active Thai PBS จัดเสวนาออนไลน์ในหัวข้อ <strong>“เปิดเทอมใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม : สอนอย่างไร เรียนแค่ไหน เมื่อออนไลน์ไปไม่ถึง” </strong>ในวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 โดยมีผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในแวดวงการศึกษาที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมพูดคุยกันถึงประเด็นการศึกษาแบบ New Normal ในภาวะวิกฤตโควิด-19 เพื่อร่วมกันแบ่งปันการทำงานในการศึกษาปัญหาและหาทางออกให้กับเด็กยากจน เด็กยากจนพิเศษ ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลและไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ พร้อมตัวแทนคุณครูและผู้บริหารสถานศึกษาในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งได้มาร่วมแบ่งปันนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนในยุคโควิด-19 ที่ใช้ได้ผลสำเร็จจากประสบการณ์จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-123623"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายตวง อันทะไชย ประธานกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา</strong> กล่าวว่า ทาง กมธ.ได้ลงไปทำวิจัยผลกระทบจากโควิด-19 ต่อการศึกษา พบว่าในรอบที่ 3 สาหัสมาก หนึ่งในข้อเสนอคือ ควรให้เกิดการจัดการศึกษาได้ตามสภาพจริง บางพื้นที่วิกฤต แต่บางพื้นที่ไม่มีผู้ติดเชื้อ จึงควรให้พื้นที่ที่ไม่มีโควิด-19 ระบาด จัดการเรียนได้เต็มหลักสูตรเต็มเวลา โดยยึดหลักควบคุมโรคระบาด ตามมาตรการวัดไข้ รักษาระยะห่าง ใช้เจลล้างมือ และต้องทำงานร่วมกันระหว่าง 3 ฝ่าย คือ 1. กระทรวงมหาดไทย 2. กระทรวงสาธารณสุข และ 3. กระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ การจัดการศึกษาในพื้นที่บนเขา เกาะ ชนบท มีเทคนิคจัดการศึกษาที่แตกต่างกัน ควรนำวิธีเหล่านั้นมาถอดบทเรียนเพื่อจัดการเรียนการสอน อีกทั้งที่ผ่านมาพบว่าการบริหารจัดการการศึกษาที่สั่งการจากฝั่งกระทรวงศึกษาธิการไม่ประสบความสำเร็จ วันนี้สถานศึกษาควรจะเป็นคนกำหนดรูปแบบการเรียนการสอนและส่งขึ้นมาให้กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจะได้เห็นความแตกต่างหลากหลาย ไม่ต้องเหมือนกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีหน้าที่สนับสนุนงบประมาณและมาตรการช่วยเหลือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-662dbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นายตวงกล่าวด้วยว่า สิ่งสำคัญควรมีนวัตกรรมการเรียนการสอนที่นำมาถอดเป็นบทเรียนชุดความรู้ ที่เกิดการมีส่วนร่วมจากกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อในอนาคตไม่ว่าจะเกิดวิกฤตรอบที่ 4 รอบที่ 5 ก็สามารถรับมือได้ โดยเชื่อมโยงทั้งพื้นที่ สถานศึกษา อสม. ว่าจะต้องจัดการศึกษาอย่างไร อีกทั้งบทเรียนที่ผ่านมาการเรียนการสอนออนไลน์ หรือ DLTV มีปัญหาอะไรบ้างนั้น ยังมีอุปสรรค ทักษะบางอย่างเรียนออนไลน์ไม่ได้ เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะ ต้องเป็นแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ไปจนถึงมีกระบวนการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาอารมณ์ สติปัญญา อีกทั้งหลังโควิด-19 อาจจะเป็นการสิ้นสุดของโรงเรียนขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ กลายเป็นโรงเรียขนาดพอดี เพื่อสามารถควบคุมดูแล รักษาระยะห่างในชั้นเรียนได้ ทำให้ผู้เรียนไม่ต้องหยุดเรียน ไม่ลืมบทเรียน ไม่ต้องหลุดจากระบบการศึกษา</p>



<p>“ที่สำคัญคือ บทบาทของกระทรวงศึกษาธิการต้องปรับใหม่ ต้องไม่ใช้การสั่งการ แต่ใช้การสร้างแรงจูงใจบุคลากรทางการศึกษา และอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ที่มีข้อเสนอไปถึงรัฐบาลว่า ควรมีการจัดสรรงบพิเศษ ไม่ใช่ให้โรงเรียนไปหักจากงบเดิมที่ใช้ไม่พออยู่แล้ว อีกทั้งควรมีกระบวนการให้โรงเรียนที่พร้อมเปิดเรียนได้ โดยมีความเป็นเอกภาพทางนโยบาย แต่หลากหลายทางปฏิบัติ โรงเรียนไหนพร้อมก็เปิดก่อนได้เลย ไม่ต้องรอพื้นที่อื่น และควรจะได้นำแนวคิดที่ผ่านมาไปต่อยอดนวัตกรรมจัดการศึกษาต่อไป” นายตวงกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-9e8a0012 gb-headline-text">แนะใช้ “ฐานข้อมูล” ออกแบบมาตรการลดความเหลื่อมล้ำ</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e68535"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า ในช่วงที่กำลังจะเปิดเทอม ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษามีแนวโน้มรุนแรงขึ้น การทำงานบนฐานข้อมูลรายบุคคล รายโรงเรียน และรายพื้นที่ ด้วยข้อมูลที่เป็นปัจจุบันมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ช่วยให้มองเห็นสถานการณ์หน้างานจริง สามารถออกแบบมาตราการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ตรงจุด สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย</p>



<p><strong>ข้อมูลในระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> หรือ <strong>iSEE</strong> ช่วยทำให้เห็นภาพจริงในปัจจุบันของเด็กยากจนด้อยโอกาสที่ครัวเรือนมีรายได้น้อยที่สุด 20 เปอร์เซ็นต์ล่างของประเทศ ซึ่งจากการวิเคราะห์ข้อมูลของ กสศ. พบว่า ประชากรผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีบริบทความยากลำบากที่หลากหลาย ซึ่งจำเป็นที่รัฐต้องมีมาตรการที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในภาวะวิกฤตโควิด-19 ในช่วงเปิดเทอมนี้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงได้อย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันมีสถานศึกษามากถึง 510 แห่ง ที่มีนักเรียนยากจนพิเศษทั้งโรงเรียน โดยจังหวัดที่มีสัดส่วนนักเรียนยากจนพิเศษมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แม่ฮ่องสอน นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และตาก นอกจากนั้นข้อมูลระบบ iSEE ยังชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันยังมีสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Stand Alone) มากกว่า 1,200 แห่งทั่วประเทศ ที่ยังต้องการการพัฒนาและการลงทุนในโครงสร้างพื้นที่หลายด้าน เพื่อให้มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2564 นี้ ตัวอย่างเช่น จังหวัดที่มีสถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้มากที่สุด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง และแพร่ ส่วนจังหวัดที่ยังมีสถานศึกษาที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้จำนวน 255 แห่ง กระจายตัวอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขอนแก่น และร้อยเอ็ด มากที่สุด เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0a4731"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ดร.ไกรยสกล่าวว่า ปีการศึกษา 2563 ยังมีพื้นที่กว่า 78 ตำบล ที่ไม่มีโรงเรียนอยู่ในตำบลแล้ว ทั้งที่ในท้องถิ่นเหล่านี้ยังมีเด็กวัยเรียน 4,580 คน ที่ต้องข้ามตำบลไปเรียน และบางคนที่ยังอยู่นอกระบบการศึกษา ซึ่งปัจจุบันยังมีเด็กวัยการศึกษาภาคบังคับ (6 &#8211; 14 ปี) มากกว่า 400,000 คน ที่ยังไม่มีข้อมูลอยู่ในระบบการศึกษา นอกจากนั้น จากการสำรวจสภาพความพร้อมเรียนรู้ที่บ้านในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในปี 2564 พบความแตกต่างระหว่างนักเรียนในครอบครัวฐานะดี ร้อยละ 20 อันดับแรก สามารถเข้าถึงโทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ในพื้นที่เรียนรู้แบบส่วนตัวมากถึงร้อยละ 90 ในขณะที่นักเรียนในครอบครัวยากลำบากที่สุดร้อยละ 20 ลำดับล่าง โอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีมีเพียงร้อยละ 10&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>บทเรียนจากการทำงานของ กสศ. ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาพบว่า ข้อมูลถือเป็นเครื่องมือในการทำงานเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่มีศักยภาพสูง การมีข้อมูลช่วยให้เรามองเห็นสถานการณ์จริงในพื้นที่ ได้ยินเสียงจากในพื้นที่ และทำให้ช่วยเหลือได้ตรงจุด อีกทั้งการมีข้อมูลยังสามารถแชร์ข้อมูลเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียน และสุดท้ายการมีข้อมูลจะเชื่อมโยงไปสู่นโยบายที่มาจากปัญหาหน้างานจริง จากคนทำงานจริง ซึ่งไม่ใช่แค่การทำงานในช่วงเปิดเทอมปีนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงปีต่อๆ ไป โดยการทำงานบนฐานข้อมูลที่มีคุณภาพสูงจากหน้างานจริงจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เรามีการศึกษาที่เสมอภาคได้ในอนาคต” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-242bf349 gb-headline-text">สแกนพื้นที่ทำความเข้าใจปัญหาออนไลน์และการศึกษาที่เข้าไม่ถึงเด็ก</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8e4506"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/EEF_webbanner_thumbnailNEWWW-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายพงศ์ทัศ วนิชานันท์ นักวิจัยด้านการศึกษา สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)</strong> กล่าวว่า สำหรับสาเหตุที่ทำให้การจัดการศึกษามีความเหลื่อมล้ำ เข้าไม่ถึงเด็กบางกลุ่ม ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ส่วนหนึ่งคือ “เวลา” เนื่องจากโรงเรียนเปิดเรียนไม่ได้ตามกำหนด การจัดการเรียนการสอนทำตามปกติไม่ได้ ยิ่งตอกย้ำให้บางโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมในการจัดการศึกษาต้องลดเวลาเรียนลง เด็กจึงเข้าถึงหลักสูตรได้ไม่ครบถ้วน ค่าเฉลี่ยของปีการศึกษาที่ผ่านมา โรงเรียนส่วนใหญ่ต้องลดเวลาเรียนจาก 200 วัน เหลือราว 180 วัน หายไปประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ และจากบทเรียนในการจัดการศึกษาแบบ 4อ. คือ ออนไลน์ ออนแอร์ สอนผ่าน DLTV ออนแฮนด์ ให้ครูเดินทางไปแจกใบงานในพื้นที่ และออนไซต์ คือให้เด็กสลับวันเข้ามาเรียนเป็นกลุ่มเล็กๆ พบว่ายังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะเด็กที่ไม่มีความพร้อมจะรับผลกระทบมากที่สุด นั่นทำให้เห็นว่า หากแก้ปัญหาเพียงเฉพาะหน้าโดยไม่เปลี่ยนวิธีการสอน เวลาที่มีอยู่จะไม่พอกับการเรียนรู้เนื้อหาทั้งหมด ดังนั้นการจัดการศึกษานอกจากแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าตามสถานการณ์แล้ว ต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ เพื่อผลการศึกษาในระยะยาว หมายถึงการเรียนในภาวะวิกฤตที่เด็กจะยังได้ทักษะต่างๆ ที่จำเป็นรอบด้าน คือ ต้องมีการเรียนการสอนแบบใหม่ที่ใช้เวลาเรียนน้อยลง และสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่อยู่นอกโรงเรียนได้เต็มที่</p>



<p>อย่างไรก็ตาม<strong> นายพงศ์ทัศ</strong>กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังจะเปิดเทอมใหม่ มาตรการระยะสั้นคือ ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เร็วที่สุด ก่อนเปิดเรียน เริ่มจากพื้นที่สีแดงเข้มก่อน ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งคือ ต้องสร้างความมั่นใจในเรื่องผลข้างเคียงของวัคซีน เช่น คำแนะนำทางการแพทย์ในการประเมินความเสี่ยงของแต่ละคนก่อนการรับวัคซีน และต้องมีมาตรการชดเชยกรณีที่เกิดการแพ้วัคซีนร่วมด้วย เชื่อว่าถ้ามาตรการเหล่านี้สื่อสารไปถึงทุกโรงเรียนได้ชัดเจน ก็จะทำให้ครูมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-632952"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ในมุมของผู้ที่ทำงานในพื้นที่ <strong>ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ผู้อำนวยการบ้านโรงเรียนห้วยไร่สามัคคี จังหวัดเชียงราย ที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร โรงเรียนพื้นที่เกาะ</strong> กล่าวว่า สภาพปัญหาของโรงเรียนพื้นที่สูงมักพบปัญหาเกี่ยวกับการเดินทางและความแตกต่างทางวัฒนธรรมชนเผ่า โดยพบโรงเรียนที่มีปัญหาทั้งสิ้น 1,190 โรงเรียน แบ่งเป็นปัญหายุ่งยากมาก 259 โรงเรียน ยุ่งยากปานกลาง 565 โรงเรียน และยุ่งยากน้อย 366 โรงเรียน กระจายตัวอยู่ตามเขตชายแดน ไล่ตั้งแต่จังหวัดเชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก และกาญจนบุรี ซึ่งพบว่านักเรียนหลายคนไม่สามารถเรียนออนไลน์ หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและโทรทัศน์ได้ สำหรับคุณครูที่เข้าไปในพื้นที่ก็พบกับความลำบาก มีพื้นที่เป็นภูเขาชัน ไม่สะดวกต่อการเดินทาง บางครั้งชุมชนก็ไม่ไว้ใจครู เพราะเป็นคนแปลกหน้า กลัวว่าจะนำโควิด-19 เข้าไปติดเด็กๆ</p>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-a5e8a6d2 gb-headline-text">โรงเรียนและการเรียนที่ต้องเปลี่ยนไป</h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7499ea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและวิทยบริการ มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี กล่าวว่า</strong> การจัดการศึกษาในช่วงหลังการเกิดวิกฤตโควิด-19 จะเปลี่ยนแปลงไป อย่างแรกคือ วิถีชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป ทำให้คนเดินทางน้อยลง สื่อสารกันลดลง การวัดผลการศึกษาที่จากเดิมเน้นเรื่องศักยภาพในการแข่งขันเพื่อเข้าสู่สถานประกอบการขนาดใหญ่ข้ามชาติ จะเปลี่ยนเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่ทำแบรนด์ท้องถิ่น เน้นการสร้างอาชีพใหม่ๆ ด้วยตัวเอง ผลที่ตามมาคือ ความคาดหวังเรื่องผลลัพธ์ทางการศึกษาจะมุ่งเน้นที่เรื่องความคิด ทักษะการทำงาน ทักษะชีวิต ทักษะสังคม และการเป็นนักเรียนรู้เชิงรุกตลอดชีวิต</p>



<p>“เราจะไม่ยึดโยงกับโรงเรียนอีกแล้ว กระบวนการเรียนรู้จะไม่เป็นรายวิชาอีกต่อไป แต่จะเป็นหน่วยการเรียนรู้ที่บูรณาการสาระวิชาต่างๆ ลงไป โรงเรียนจะลดความสำคัญลง การเรียนตามอัธยาศัยหรือการศึกษาทางไกลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญ การเรียนจะพึ่งพิงกับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ปัญหา สำหรับบทบาทของครูก็จะเปลี่ยนเป็นผู้แนะนำและประสานงานแทน” รศ.ดร.ธันยวิชกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-14a9cc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="gb-headline gb-headline-509248b1 gb-headline-text">ครูเคลื่อนที่ &#8211; อสม.การศึกษา &#8211; ครูหลังม้า นวัตกรรมการเรียนการสอนจากโควิด-19</h3>



<p>ในการเสวนาออนไลน์ยังได้ถอดบทเรียนการบริหารจัดการการศึกษาของโรงเรียนในพื้นที่พิเศษ ที่ประสบความสำเร็จจากการปรับตัวในการจัดการเรียนการสอนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา โดยก้าวข้ามข้อจำกัดของพื้นที่ <strong>มีการ</strong>ผสมผสานการสอนทั้งแบบออนไลน์และออนไซต์ บางพื้นที่มีอาสาสมัครการศึกษาที่อยู่ในชุมชนเข้าไปช่วยเสริมการเรียนการสอน เช่น ศิษย์เก่า รุ่นพี่ และปราชญ์ รวมไปถึงการระดมความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยนกกก ตั้งอยู่ในเขตชายแดนจังหวัดตาก มีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่สูง มีหมู่บ้านกระจายเป็นหย่อม ที่ผ่านมาในสถานการณ์โควิด-19 แต่ละระลอก ได้ลองจัดการศึกษาตามนโยบาย แต่ไม่ได้ผลดีนัก จึงคิดค้นวิธีแก้ปัญหาหลายรูปแบบ ทั้งให้เด็กพื้นที่ห่างไกลมาพักนอนและเรียนที่โรงเรียน จัดครูเคลื่อนที่เข้าไปสอนตามหมู่บ้าน รวมถึงคัดเลือกและมอบหมายให้ “พี่ครู” ทำหน้าที่สอนน้องๆ ในหมู่บ้าน&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c71d2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>โรงเรียนบ้านตะโกล่าง จังหวัดราชบุรี </strong>ใช้รูปแบบการจัดการศึกษาแบบหย่อมบ้าน แบ่งออกเป็น 7 หย่อม ใช้พื้นที่ศาลาวัด โบสถ์คริสต์ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงหมู่บ้าน เพื่อแยกนักเรียนไม่ให้มารวมตัวกันมากเกินไป ลดการแพร่ระบาด มีการประสานความร่วมมือกับทั้งผู้นำชุมชน อบต. นายอำเภอ ผู้ใหญ่บ้าน อสม. ผู้นำศาสนา พร้อมทั้งมีครูอาสาที่เป็นทั้งศิษย์เก่า ปราชญ์ชาวบ้าน คนในท้องถิ่น มาช่วยสอนเด็กๆ บางส่วนมีค่าตอบแทน บางส่วนไม่มีค่าตอบแทน เกิดการเชื่อมโยงสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น เกิดการต่อยอด เรียนรู้จากแหล่งเรียนในชุมชน</p>



<p><strong><strong>โรงเรียนบ้านตะโกล่าง</strong> จังหวัดแม่ฮ่องสอน</strong> กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โรงเรียนกระจายอยู่ตามเขาสูงทุรกันดาร ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต คนในพื้นที่รายได้น้อย ทำให้ร้อยเปอร์เซ็นต์เข้าไม่ถึงการเรียนรู้แบบออนไลน์ ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่จึงเกิดโครงการครูหลังม้าที่เป็นนวัตกรรมในอดีตของแม่ฮ่องสอน ซึ่งเปลี่ยนจากม้าเป็นมอเตอร์ไซค์บรรทุกสื่อการสอนไปตามพื้นที่แบบคละชั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-85dda3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>นายประหยัด อุสาห์รัมย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยนกกก จังหวัดตาก</strong> กล่าวว่า สำหรับวันเปิดเทอมที่กำลังจะมาถึง ทางโรงเรียนได้มีมาตรการเตรียมพร้อมโดยให้ครูทุกคนกักตัว 14 วัน ส่วนนักเรียนให้กักตัวอยู่ที่บ้าน และผู้นำชุมชนทุกแห่งต้องรู้และสามารถประเมินภาวะความเสี่ยงในพื้นที่ โดยแจ้งข้อมูลบุคคลเข้าออกหมู่บ้านให้ทางโรงเรียนทราบ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถเปิดเรียนได้ในรูปแบบใด หากยังเปิดเรียนเต็มรูปแบบไม่ได้ การจัดการเรียนการสอนด้วยวิธีครูเคลื่อนที่ การสอนแบบเว้นระยะห่างที่โรงเรียน และระบบพี่ครู ก็จะนำมาใช้ต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f602e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/05/23-ข่าวสัมมนาเปิดเทอมใหม่-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>ด้านนายสยาม เรืองสุขใสย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนล่องแพวิทยา จังหวัดแม่ฮ่องสอน </strong>กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาปลดล็อกทั้งระเบียบการจัดซื้อหนังสือ เพื่อให้สามารถใช้นำมาจัดทำแบบฝึกให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษา รวมถึงการออกแบบการเรียนรู้ที่มีการวัดผลต่างออกไป เน้นการวัดผลตามสภาพจริง ไม่ได้ยึดตามตัวชี้วัด แต่ยึดสาระที่คิดว่าสำคัญ ดูจากสภาพจริง ชิ้นงาน พัฒนาการผู้เรียน และให้พิจารณาการเปิด-ปิดสถานศึกษาตามความพร้อม หากพื้นที่ไหนพร้อมก็ให้เปิดออนไซต์ ซึ่งจะดีกว่าเรียนอยู่ที่บ้าน เรียนได้เต็มที่ และใช้มาตรการควบคุมการระบาด รวมทั้งอยากให้มีการสนับสนุนเรื่องเจลล้างมือ หน้ากากอนามัย และค่าใช้จ่าย เช่น เบี้ยเลี้ยง ค่าน้ำมัน ให้กับบุคลากรที่ต้องลงพื้นที่</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-18-05-21/">เสนอแนวทางจัดการศึกษากลับด้าน ให้อิสระโรงเรียนจัดการตามบริบทพื้นที่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลุ่ม New Normal สร้างสรรค์ผลงานเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/interview-22-9-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 22 Sep 2020 05:46:12 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วงศธร อ่อนรักษา]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิณี ลีลาพิลาส]]></category>
		<category><![CDATA[มนัสนันท์ คงเกิดลาภ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิ่นไวทย์ สุขกิจประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[ณญาดา สรวงศารัตน์]]></category>
		<category><![CDATA[เศวตพัชร์ อำพันยุทธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธีร์ รงควิลิต]]></category>
		<category><![CDATA[ภูวินทร์ ตั้งศักดิ์ยืน]]></category>
		<category><![CDATA[NN]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21916</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขึ้นชื่อว่า “คนรุ่นใหม่” จัดได้ว่าเป็นอีกเจนเนอเรชั่นที [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-22-9-20/">กลุ่ม New Normal สร้างสรรค์ผลงานเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ขึ้นชื่อว่า </span><b>“คนรุ่นใหม่”</b><span style="font-weight: 400;"> จัดได้ว่าเป็นอีกเจนเนอเรชั่นที่เติบโตขึ้นมาพร้อมกับแนวความคิดแปลกแหวกแนว เป็นวัยที่มีพลังกระทำหลายสิ่งหลายอย่าง เพื่อก่อประโยชน์ต่อสังคมชนิดที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง ดังเช่น กลุ่มน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมปลายจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดีวิเทศน์ศึกษา รวมตัวกันได้ราว </span><span style="font-weight: 400;">10 </span><span style="font-weight: 400;">คน ในชื่อ  </span><span style="font-weight: 400;">NN  </span><span style="font-weight: 400;">หรือย่อมาจาก  “</span><span style="font-weight: 400;">New Normal</span><span style="font-weight: 400;">”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มจาก <strong>เศวตพัชร์ อำพันยุทธ์</strong> หรือ บอส” หัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ในการระดมเพื่อนๆ  ตั้งแต่ <strong>ภูวินทร์  ตั้งศักดิ์ยืน</strong> ซึ่งมีผลงานการแสดงละครจอแก้ว และซีรีย์หลายเรื่องรวมถึงผลงานล่าสุดจากเรื่อง </span><span style="font-weight: 400;">GIFTED  </span><span style="font-weight: 400;"><strong>ธีร์  รงควิลิต</strong> หรือ “เบอร์ดี้”  หนุ่มนักเรียนนอก จากวอชิงตันดีซี  สหรัฐอเมริกา </span><span style="font-weight: 400;">และยังมีเพื่อนๆ ที่ทุ่มเทงานเพื่อสังคมครั้งนี้ ตั้งแต่ <strong>ณญาดา สรวงศารัตน์, ปิ่นไวทย์ สุขกิจประเสริฐ, มนัสนันท์ คงเกิดลาภ, วงศธร อ่อนรักษา</strong> และ<strong>สิทธิณี ลีลาพิลาส</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนการตั้งชื่อกลุ่มว่า “</span><span style="font-weight: 400;">New Normal</span><span style="font-weight: 400;">” พอคาดเดาออกว่ามีต้นสายปลายเหตุ มาจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID</span><span style="font-weight: 400;">-19</span><span style="font-weight: 400;">  ที่ส่งผลกระทบเชิงสังคม เศรษฐกิจ คนตกงาน ครอบครัวไม่มีรายได้ซึ่งหนีไม่พ้นลุกลามมาถึงบรรดาเด็กนักเรียนที่อาจต้องออกจากระบบการศึกษา</span></p>
<h4>“กลุ่ม New Normal”   จึงระดมไอเดียเพื่อช่วยเหลือน้องๆ</h4>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-21920" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-13.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-13.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-13-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-13-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-13-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p style="text-align: justify;"><strong>เศวตพัชร์</strong> หรือ &#8220;บอส&#8221; เริ่มต้นเล่าโปรเจคต์คนรุ่นใหม่ให้เราฟังว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัส COVID-19 ร่วมกันคิดกับเพื่อนๆว่าจะทำโครงการเพื่อสังคมจนมาได้ข้อสรุปร่วมกันผลิตหน้ากากผ้าและสเปย์แอลกอฮอล์นำไปจำหน่าย โดยนำรายได้บริจาคให้องค์กรทางการกุศล</p>
<blockquote><p>ตอนที่รัฐบาลประกาศให้ทุกคนกักตัวอยู่ในบ้าน ส่งผลถึงนักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้ตามปกติ ต้องหยุดยาวหลายวัน มีการปรับเปลี่ยนให้เรียนออนไลน์ คนที่มีความพร้อมได้เปรียบเรียนทางออนไลน์ แต่ก็มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีเหมือนเรา ผมจึงอยากช่วยในสิ่งที่สามารถทำได้ และเราก็มีความสุขที่ได้ช่วย</p></blockquote>
<p>บอส เล่าถึงสาเหตุที่ติดต่อมายังสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.)  เพื่อขอนำรายได้จากการจำหน่ายหน้ากากผ้าและสเปย์แอลกอฮอล์บริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ภูวินทร์  ตั้งศักดิ์ยืน  นิสิตใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ หนึ่งในทีม </span><span style="font-weight: 400;">NN กล่าวเสริม</span><span style="font-weight: 400;">ว่า “ช่วง COVID</span><span style="font-weight: 400;">-19 </span><span style="font-weight: 400;"> แพร่ระบาดใหม่ๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคม มีคนตกงาน น้องๆ นักเรียนก็ต้องปิดเทอมยาว ไม่รู้ว่าจะได้เริ่มเรียนกันเมื่อไหร่ และจะใช้ชีวิตกันอย่างไร ทำให้พวกเราคุยกันว่าควรทำอะไรสักอย่างให้กับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ&#8221;</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-22030" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ภาพ6a.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ภาพ6a.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ภาพ6a-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ภาพ6a-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ภาพ6a-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>หลังจากได้ไอเดีย ก็มีการมอบหมายหน้าที่ตามความถนัด เพราะในกลุ่มเพื่อนมีความสามารถในการออกแบบดีไซน์ การประสานงานทางการตลาด</p>
<p><b>ธีร์  รงควิลิต</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ </span><b>“เบอร์ดี้” </b><span style="font-weight: 400;">ผู้ทำหน้าที่ดีไซน์เนอร์ โดยตั้งใจที่จะออกแบบหน้ากากให้แตกต่างจากที่มีจำหน่ายทั่วไป จึงได้รูปแบบหน้ากากผ้าสามมิติที่พอเหมาะกับใบหน้า สามารถปรับสายคล้องได้อย่างสะดวก พร้อมกับสเปย์แอลกอฮอล์มีสมุนไพรบำรุงผิวเป็นส่วนประกอบ บรรจุในกล่องพลาสติกขนาดเล็กเหมาะต่อการพกพา ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ในช่วงที่มีการผลิตสเปย์แอลกอฮอล์ เพราะมีการไปจดทะเบียนผลิตภัณฑ์ </span><span style="font-weight: 400;">NN </span><span style="font-weight: 400;">ไว้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความโดดเด่นของหน้ากากผ้าวาดด้วยลายเส้นสีสรรค์ฉูดฉาด โดยมีเนื้อหาบ่งบอกถึงการใช้ชีวิตของผู้คนบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พร้อมกับ เขียนข้อความเพื่อเป็นการย้ำเตือนให้รักษาระยะห่างปลอดจาก COVID</span><span style="font-weight: 400;">-19 </span><span style="font-weight: 400;">ด้วยรูปลักษณ์ของหน้ากากผ้า และสเปย์แอลกอฮอล์  สร้างความสะดุดตาผู้คนทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะตรงใจกลุ่มวัยรุ่นหลายคน ทำให้สินค้าของ “กลุ่ม </span><span style="font-weight: 400;">NN</span><span style="font-weight: 400;">” </span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21921" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="color: #008000;">“ส่วนหนึ่ง เราทำโครงการนี้เพราะตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้คน เราไม่ได้เก็งกำไรเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว เราคิดกันว่าจะนำเงินบริจาคมอบให้องค์กรทางการกุศล คราวนี้มาร่วมกันนั่งดูว่าแล้วจะบริจาคที่ไหนดี เดิมจะไปบริจาคที่สถานพยาบาล แต่พบว่ามีผู้บริจาคเยอะแล้ว เราจึงมาดูที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ. ว่ามีผลงานการช่วยเหลือเด็กนักเรียนขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้ด้อยโอกาส  ซึ่งพบว่า ตรงอุดมคติเรา จึงตัดสินใจนำเงินตรงนั้นมาบริจาคกับ กสศ.”</span><span style="font-weight: 400;"> ภูวินทร์ กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานจนประสบความสำเร็จ  ต้องยกให้กับครอบครัวของน้องๆ ในกลุ่มที่คอยทำหน้าที่ให้คำปรึกษา “คุณพ่อคุณแม่มีส่วนช่วยครับ ท่านสนับสนุนในเรื่องการลงทุนแต่เราต้องคืน ท่านจะสอบถามจะใช้วัสดุที่ไหน นอกจากนี้ช่วยดูแหล่งจำหน่าย เพราะเราเป็นเด็กมัธยม เวลาไปคุยกับคนทำงานอำนาจการพูดคุยจะแตกต่าง คุณพ่อคุณแม่จึงแนะนำวิธีการเสนองานไปจำหน่ายตามร้านค้า ห้างสรรพสินค้า หรือแม้กระทั่งแหล่งค้าขายออนไลน์ อะไรที่ควรพูดไม่ควรพูดสื่อสารออกไปได้ชัดเจน” ภูวินทร์ กล่าวเสริม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี “เบอร์ดี้” กระซิบกับเราว่า กำลังออกแบบสินค้าใหม่เพื่อจำหน่าย โดยตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปีนี้ จะนำไปช่วยเหลือน้องๆ ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดที่ประสบปัญหาอยู่ใกล้ฟาร์มสุกร ฟาร์มไก่ มีแมลง คอยรบกวนเวลาเรียนหนังสือ จึงจะนำรายได้ทั้งหมดไปสร้างมุ้งลวดให้โรงเรียนต่างจังหวัด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">น้องๆ กลุ่ม </span><span style="font-weight: 400;">NN ทำให้เราเห็นว่า ทุกคนสามารถเป็นพลังในการสร้างสรรค์ทำให้เกิดสิ่งดีๆ ในสังคมได้ และทำให้เราเชื่อว่ายังมีเยาวชนอีกจำนวนมากที่มีพลังในการสร้างสรรค์ ยื่นมือให้ความช่วยเหลือน้องๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/interview-22-9-20/">กลุ่ม New Normal สร้างสรรค์ผลงานเพื่อช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ฟิลิปปินส์ร่างงบแบ่งให้กระทวงศึกษาธิการมากที่สุด ผลักดันประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนหลังจากยุค COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-16-9-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Sep 2020 04:14:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรดริโก ดูเตอร์เต]]></category>
		<category><![CDATA[ฟิลิปปินส์]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21432</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรีย : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; ประธานาธิบด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-16-9-20/">ฟิลิปปินส์ร่างงบแบ่งให้กระทวงศึกษาธิการมากที่สุด ผลักดันประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนหลังจากยุค COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><figure id="attachment_21434" aria-describedby="caption-attachment-21434" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21434 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-4.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-4.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-4-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-4-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-4-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21434" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: unsplash-Avel Chuklanov</figcaption></figure></p>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรีย :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #008000;">ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ยื่นแผนร่างงบประมาณประจำปี 2021 สู่สภามูลค่ารวม 4,506 ล้านล้านเปโซ (ราว 2,898 ล้านล้านบาท) โดยจัดส่วนแบ่งให้กระทวงศึกษาธิการมากที่สุดถึงเกือบ 4 แสนล้านบาท ตั้งเป้ายกเครื่องหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับยุค New Normal ต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์ข่าว </span><span style="font-weight: 400;">Manila Standard </span><span style="font-weight: 400;">สื่อท้องถิ่นของฟิลิปปินส์รายงานว่า ภายใต้แผนงบประมาณประจำปีล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์จะได้รับจัดสรรงบประมาณมากที่สุดกว่า 6 แสนล้านเปโซ (ราว 3.8 แสนล้านบาท) โดยงบประมาณด้านการศึกษาส่วนใหญ่จะนำไปประยุกต์ใช้เพื่อปรับหลักสูตรการศึกษาของฟิลิปปินส์ให้มีความยืดหยุ่น และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการของตลาดงานในอนาคตได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ประธานาธิบดีดูเตอร์เต ของฟิลิปปินส์ ขึ้นกล่าวแถลงการณ์ต่อสภา ระบุว่า เป้าหมายของการแผนงบประมาณปี 2021 ครั้งนี้ ก็คือการพยายามผลักดันประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนหลังจากยุค </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยนอกจากทุ่มเทให้กับการศึกษาแล้ว รัฐบาลจะมุ่งใช้งบประมาณเพื่อยกระดับพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณสุข ความมั่นคงทางอาหาร การเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานสำหรับสาธารณะและดิจิทัล และการให้ความช่วยเหลือชุมชนในการฟื้นฟูจากผลกระทบความเสียหายของการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สื่อท้องถิ่นฟิลิปปินส์รายงานว่า นอกจากงบประมาณก้อนใหญ่ที่จะจัดสรรให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการแล้ว ทางรัฐบาลจะจัดสรรงบให้กับทางคณะกรรมาธิการเพื่อการศึกษาขั้นสูง (</span><span style="font-weight: 400;">Commission on Higher Education) </span><span style="font-weight: 400;">อีก 50,900 ล้านเปโซ (ราว 37,700 ล้านบาท) และให้กับหน่วยงานเพื่อการพัฒนาทักษะและเทคนิคการศึกษา (</span><span style="font-weight: 400;">Technical Education and Skills Development Authority) </span><span style="font-weight: 400;">อีก 13,700 ล้านเปโซ (ราว 8,700 ล้านบาท)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ ในด้านการศึกษา คือการ &#8220;ปฎิรูป&#8221; และ &#8220;จัดระบบ&#8221; การศึกษาของประเทศขึ้นใหม่ เพื่อให้การเรียนรู้มีความยืนหยุ่น หลากหลาย และผสมผสานมากขึ้น กล่าวคือ มีสถาบันที่ยืดหยุ่นที่จะปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับบริบทสภาพแวดล้อมของผู้เรียน มีแบบแผนและหลักสูตรการเรียนที่หลากหลาย และมีทางเลือกในการเรียนการสอนให้มากขึ้น รวมถึงการจัดสรรทุนเพื่อขยายโครงการด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อการศึกษา ภายใต้โครงการ </span><span style="font-weight: 400;">Computerization Programme </span><span style="font-weight: 400;">ของกระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ </span></p>
<p><figure id="attachment_21435" aria-describedby="caption-attachment-21435" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-21435 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/A-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/A-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/A-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/A-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/A-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-21435" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ: unsplash-Anthony Riera</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้อยแถลงที่แสดงให้เห็นความสนใจของรัฐบาลประธานาธิบดีดูเตอร์เต้ของฟิลิปปินส์ที่มีต่อการศึกษา มีขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดอกเตอร์ </span><span style="font-weight: 400;">Henry Chan </span><span style="font-weight: 400;">นักเศรษฐศาสตร์เพื่อการพัฒนาแห่งสถาบันการพัฒนาแบบองค์รวมศึกษา เขียนบทความแสดงทัศนะกึ่งเตือนถึงรัฐบาลฟิลิปปินส์ ให้เร่งวางนโยบายและกรอบการทำงานด้านการศึกษาของประเทศ ควบคู่ไปกับการรับมือการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 เนื่องจากวิกฤตโรคระบาดที่เกิดขึ้น กำลังทำให้เกิดวิกฤตด้านการศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์ ที่จะทำให้จำนวนเด็กและเยาวชนที่จะเข้าเรียนในภาคการศึกษาใหม่ลดลงอย่างน่าวิตก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ รายงานการลงทะเบียนเรียนของเด็กนักเรียนทั่วประเทศประจำภาคปีการศึกษา 2020-2021 ของกระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ ซึ่งบ่งชี้ถึงปริมาณนักเรียนที่เข้าลงทะเบียนเรียนตามหลักสูตรในทุกระดับชั้นตั้งแต่ อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมถึง นักเรียนในระบบทางเลือก (</span><span style="font-weight: 400;">Alternative Learning System : ALS) </span><span style="font-weight: 400;">และนักเรียนในโครงการสำหรับผู้พิการและทุพพลภาพ พบว่า จนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม มีนักเรียนลงทะเบียนเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐและเอกชนทั่วประเทศรวม 22.2 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันในภาคการศึกษาก่อนหน้าคือ 2019-2020 ซึ่งอยู่ที่ 27.7 ล้านคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน นักเรียนที่เข้าลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนเอกชนลดลงอย่างมาก โดยกระทรวงศึกษาธิการประเมินว่า มีนักเรียนเพียง 31% เท่านั้นที่สมัครเข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนเหมือนเดิม ส่วนหนึ่งของนักเรียนเอกชนตัดสินใจย้ายไปเรียนในโรงเรียนรัฐบาล ขณะที่นักเรียนในฝั่งโรงเรียนรัฐบาลมีอัตรากลับมาสม้ครเข้าเรียนราว 90%</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-16-9-20/">ฟิลิปปินส์ร่างงบแบ่งให้กระทวงศึกษาธิการมากที่สุด ผลักดันประเทศไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนหลังจากยุค COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นายกฯ ห่วงเปิดเรียนเต็มรูปแบบ กำชับจดบันทึกสกัดโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/13082020-8/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Aug 2020 09:24:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[ไวรัสโคโรน่า]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=20025</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 63 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/13082020-8/">นายกฯ ห่วงเปิดเรียนเต็มรูปแบบ กำชับจดบันทึกสกัดโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-20028" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail_1-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail_1-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail_1-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail_1-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/thumbnail_1-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 63 <strong>นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า  ภายหลังกระทรวงศึกษาธิการ ได้ออกประกาศให้สถานศึกษาเปิดเรียนเต็มรูปแบบ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2563  จึงได้กำชับการจัดทำบันทึกประจำวันของนักเรียนในแต่ละวันหลังเลิกเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาก</p>
<p>ขณะนี้รัฐบาลมั่นใจว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศลดน้อยลงมาก แต่ยังต้องระวังไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดอีกครั้ง โดยเฉพาะจากในโรงเรียน ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่าการเปิดเรียนเต็มรูปแบบ เริ่มที่โรงเรียนนานาชาติเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา จนวันนี้ได้เปิดการเรียนในโรงเรียนของรัฐและเอกชนอื่น ๆ ได้รับรายงานปัญหาคือการจราจรติดขัด แต่มาตรการด้านสาธารณสุขของโรงเรียนยังคงเป็นไปตามปกติ</p>
<p><figure id="attachment_20029" aria-describedby="caption-attachment-20029" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-20029 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a_3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a_3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a_3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a_3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/08/a_3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-20029" class="wp-caption-text">ภาพประกอบเรื่อง</figcaption></figure></p>
<p>ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมที่จะดูแลโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ควบคู่กันไป เพราะการเปิดเรียนครั้งนี้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่รัฐบาลมั่นใจว่าหากมีการระบาดเกิดขึ้น ทุกโรงเรียนสามารถกลับไปทำการเรียนการสอนแบบ <strong>New normal</strong> ได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ห่วงใยในเรื่องการลงทะเบียนและจัดทำบันทึก เพราะถือเป็นมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรค หากมีปัญหาเกิดขึ้นจะได้แก้ไขอย่างทันท่วงที</p>
<p>หากเกิดปัญหาขึ้นจะใช้มาตรการปิดกลุ่มชั้นเรียนก่อน หรือขึ้นอยู่กับเคสที่เกิดขึ้นว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เช่น เหตุเกิดที่จังหวัดระยอง ก็ปิดการเรียนที่จังหวัดระยอง แต่ระยะเวลาการปิดเรียนขึ้นอยู่กับแต่ละพื้นที่จะพิจารณา ทางกระทรวงจะประเมินผลทุก 5 วัน 7 วัน 10 วัน และ 14 วัน ว่าเมื่อเปิดเรียนแล้วพบความเสี่ยงในด้านใดบ้าง ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลบริหารจัดการได้ ซึ่งแม้วันนี้จะมีความเสี่ยงน้อย แต่จะไม่ประมาท และมีแผนรองรับเผชิญปัญหาที่จะเกิดขึ้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/13082020-8/">นายกฯ ห่วงเปิดเรียนเต็มรูปแบบ กำชับจดบันทึกสกัดโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ประมวลมาตรการจากทั่วโลก เมื่อโรงรียนต้องเปิดสู้ COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1919-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2020 04:27:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18053</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชวนมาศึกษาบทเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1919-2/">ประมวลมาตรการจากทั่วโลก เมื่อโรงรียนต้องเปิดสู้ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ชวนมาศึกษาบทเรียนจากหลายๆ ประเทศทั่วโลก ที่เริ่มทยอยเปิดประตูรั้วโรงเรียน หลังมีเหตุให้ต้องปิดไปหลายเดือนเพื่อสกัดกั้นวิกฤตการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม การที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายจนทำให้รัฐบาลหลายประเทศตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ แต่เพราะไวรัสยังคงอยู่ ทำให้การเปิดโรงเรียนต้อนรับเด็กนักเรียนในคราวนี้ ไม่ใช่การมาเรียนเหมือนเช่นที่เคยเป็นมาอีกต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">งานนี้ กสศ. จึงได้รวบรวมสารพัดมาตรการป้องกันที่บรรดาโรงเรียนในต่างประเทศ งัดขึ้นมาใช้เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เหล่าผู้ปกครอง นักเรียน และครูอาจารย์ ที่จะต้องเดินทางมาเรียน มาสอน ที่โรงเรียนกันอีกครั้ง </span><span style="font-weight: 400;">และในหลายๆ โรงเรียนทั่วโลก</span><span style="font-weight: 400;">มีมาตรการความปลอดภัยออกมาบังคับใช้ภายในโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อจนสถานการณ์เลวร้ายรุนแรงขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">อาจเรียกได้ว่า เป็น </span><span style="font-weight: 400;">New Normal </span><span style="font-weight: 400;">ของโรงเรียนทั่วโลก ที่บรรดานักเรียน ครู และพ่อแม่ผู้ปกครอง ต้องเผชิญ และลืมภาพห้องเรียนแบบเดิมๆ ที่เคยเป็นมา </span><span style="font-weight: 400;">โดยทั้งหมด ถือเป็นมาตรการสากลที่โรงเรียนทั่วโลกนำมาใช้เหมือนๆ กัน </span></p>
<h4>มาตรการข้อแรกก็คือ มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18056" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_01.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_01.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_01-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_01-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_01-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับมาตรการนี้ถือเป็นมาตรการหลักที่โรงเรียนในต่างประเทศให้ความสำคัญลำดับแรก โดยระยะห่างระหว่างเด็กนักเรียนจะอยู่ที่ 1-2 เมตร จัดโต๊ะที่นั่งภายในห้องเรียนให้ห่างกันในระยะปลอดภัยดังกล่าว ติดเทปกาวบนพื้นทางเดินภายในอาคารระหว่างห้องเรียน แบ่งแยกชัดเจน หากเป็นอาคารขนาดเล็กก็จัดระบบทางเดินที่ห้ามเดินสวนกันอย่างเด็ดขาด </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของครูอาจารย์ ต้องเอาใจใส่และกวดขันให้เด็กๆ อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดของตนเอง ห้ามมีการเล่นที่สัมผัสแตะเนื้อต้องตัวกัน และต้องเล่นภายในพื้นที่และสนามเด็กเล่นที่กำหนด เน้นการเรียนการสอนในพื้นที่โล่งกว้างหรือกลางแจ้งให้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ โรงเรียนหลายแห่งในยุโรป ที่ทยอยเปิดเทอมไปแล้วก่อนหน้านี้ในช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา เช่น เดนมาร์ก และสวิตเซอร์แลนด์ ต่างกำหนดจุดรับส่งอย่างชัดเจน ไม่อนุญาตให้พ่อแม่ผู้ปกครองก้าวเข้ามาภายในรั้วโรงเรียน และลดจำนวนนักเรียนภายในห้องเรียนให้เหลือครึ่งหนึ่งของจำนวนเดิม</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>มาตรการที่สองก็คือจัดหาติดตั้งแผ่นกำบังพลาสติก และเจลหรือสิ่งของทำความสะอาดมือ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18057" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_02.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_02.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_02-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_02-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_02-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกเหนือไปจากการกำหนดให้นักเรียนและคุณครู รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องภายในโรงเรียนต้องสวมหน้ากากอนามัยอยู่ตลอด ทางโรงเรียนยังได้ติดตั้งแผ่นกำบังพลาสติกบนโต๊ะเรียน และติดตั้งเจลแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค บริเวณประตูทางเข้าห้องเรียน หรือติดตั้งอ่างล้างมือพร้อมสบู่ ไว้ในบริเวณสนามเด็กเล่น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมาตรการดังกล่าว พบเห็นในโรงเรียนหลายแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นในจีน เกาหลีใต้ เนเธอร์แลนด์ แคว้นควิเบกของแคนาดา เยอรมนี และอิสราเอล กระนั้น ก็มีบางประเทศ ส่วนใหญ่ในยุโรป เปิดให้เด็กนักเรียนสามารถเลือกที่จะสวมหรือไม่สวมหน้ากากผ้าได้ในระหว่างอยู่ภายในห้องเรียน ขณะที่คุณครูจะต้องสวมหน้ากากป้องกันอยู่ตลอด</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>มาตรการที่ 3 คือ มาตรการจำกัดระยะเวลาและสลับสับเปลี่ยนคาบเรียน</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18058" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_03.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_03.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_03-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_03-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_03-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อลดความเสี่ยงของการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ขนาดและจำนวนของนักเรียนภายในแต่ละห้องแต่ละชั้นเรียนจำเป็นต้องลดให้มีนักเรียนเหลือจำนวนน้อยลง เพื่อให้มีขนาดพื้นที่ระยะห่างระหว่างกันมากขึ้นภายในห้องเรียนขึ้นมาแทน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับโรงเรียนที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่ อาจเลือกใช้หอประชุม สนามกีฬา หรือโถงกิจกรรม และลานกลางแจ้งมาเป็นทางเลือก ขณะที่ โรงเรียนที่มีขนาดเล็กอาจขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อใช้ลานกิจกรรมสาธารณะของชุมชน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เพื่อให้การเรียนของนักเรียนทุกระดับชั้นเป็นไปอย่างราบรื่น โรงเรียนหลายแห่งทั่วโลก ก็จัดตารางเรียนของนักเรียนแต่ละชั้น ให้สลับสับเปลี่ยนกันไป ทำให้นักเรียนทุกระดับชั้นไม่ต้องมาโรงเรียนพร้อมกันในวันเดียวกัน เช่น วันจันทร์-พุธ-ศุกร์ ให้นักเรียนชั้นประถม กับอนุบาล ส่วนพฤหัสบดีกับศุกร์ เป็นของนักเรียนในระดับชั้นมัธยม โดยนักเรียนระดับชั้นมัธยม ให้เพิ่มหลักสูตรการเรียนออนไลน์ให้มากขึ้นเนื่องจากมีความรู้ความเข้าในที่ดีพอในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ โรงเรียนยังออกจัดตารางพักเบรกระหว่างคาบเรียน และพักเบรกมื้อกลางวัน ให้เหลื่อมกัน เพื่อที่เด็กนักเรียนจะได้ไม่ต้องออกจากห้องเรียนมาใช้โรงอาหารหรือสนามกีฬาอย่างแออัด รวมถึง เลื่อนเวลาการเดินทางมาและกลับโรงเรียนของนักเรียนแต่ละชั้นให้ไม่ตรงกันด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>และมาตรการสุดท้ายคือ มาตรการตรวจวัดอุณหภูมิและทดสอบการติดเชื้อ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18059" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_04.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_04.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_04-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_04-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/EEF_thumbnail_knowledge_july_schfightcovid_04-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โรงเรียนหลายแห่งทั่วโลกได้ติดตั้งเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิไว้ที่บริเวณทางเข้าของโรงเรียน เช่น นักเรียนในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน ที่ต้องเดินผ่านเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ก่อนเดินเข้ามารั้วโรงเรียน นับเป็นขั้นแรกของการคัดกรอง ขณะที่โรงเรียนอีกหลายแห่ง จัดหาเจ้าหน้าที่มาถือเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลในบางประเทศ ยังเดินหน้าจัดส่งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ทดสอบไปตามโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนช่วยทดสอบการติดเชื้อ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ของนักเรียนทุกคนเพื่อความปลอดภัย โดยในไซปรัสเจ้าหน้าที่ได้ทำการทดสอบการติดเชื้อของนักเรียนระดับมัธยม ในเมือง </span><span style="font-weight: 400;">Nicosia </span><span style="font-weight: 400;">ไม่นานก่อนเปิดให้กลับมาเรียนที่โรงเรียนได้อีกครั้งในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ไม่ว่าการไปโรงเรียนในช่วง </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยกฎระเบียบด้านสุขอนามัยที่เข้มงวดมากขึ้นจนไม่ต่างอะไรกับการเดินทางไปโรงพยาบาล แต่เด็กนักเรียนหลายคนในหลายประเทศทั่วโลกต่างยิ้มแย้มเบิกบานและเต็มใจที่จะไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนอย่างยินดี ซึ่งเหตุผลที่ว่านี้ ก็น่าจะตรงใจกับเด็กนักเรียนในไทยเช่นกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><b><i>เพราะการไปโรงเรียน ได้อะไรที่มากกว่า ความรู้ ตามตำรา</i></b></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา :</p>
<ul>
<li class="ArticleHeader_headline"><a href="https://uk.reuters.com/article/uk-health-coronavirus-schools/lessons-from-around-the-world-how-schools-are-opening-up-after-covid-19-lockdowns-idUKKBN22P2LY?fbclid=IwAR2vnLSZalgtIvE5W2SS9_5LX_62vHKyVKuT8JUHfldQDMRsNpIr1uGWawg" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Lessons from around the world: How schools are opening up after COVID-19 lockdowns</a></li>
<li><a href="https://www.washingtonpost.com/education/2020/05/04/students-wearing-masks-return-school-some-countries-start-reopen-during-covid-19-crisis-heres-what-that-looks-like/?fbclid=IwAR1LMvwoireQNn0kDT2fBs6btiJOyi0AiPTVgjT0Q2SyxjRsHjLqWEj_9po" target="_blank" rel="noopener noreferrer">Students wearing masks return to school as some countries start to reopen during covid-19 crisis. Here’s what that looks like.</a></li>
</ul><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1919-2/">ประมวลมาตรการจากทั่วโลก เมื่อโรงรียนต้องเปิดสู้ COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำรวจชั้นเรียน New Normal รร.พื้นที่ห่างไกล​</title>
		<link>https://www.eef.or.th/9986-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2020 10:04:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านนาเกียน]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านสว้า]]></category>
		<category><![CDATA[นพรัตน์ เจริญผล]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[อรุณศรี หลงชู]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านยะบะ(อุปการวิทยา)]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ]]></category>
		<category><![CDATA[น่าน]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17711</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ฝนฟ้าจะตกหนักต่อเนื่องมาหลายวันจนถนนขึ้นดอยเป็นโคลนส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9986-2/">สำรวจชั้นเรียน New Normal รร.พื้นที่ห่างไกล​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17713" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ฝนฟ้าจะตกหนักต่อเนื่องมาหลายวันจนถนนขึ้นดอยเป็นโคลนสัญจรลำบาก แต่สำหรับวันเปิดเทอมวันแรก นักเรียนโรงเรียนบ้านนาเกียน ต.นาเกียน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เดินทางมาโรงเรียนกันครบ 100% หลังจากปิดเทอมมานานหลายเดือน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งบางส่วนที่เป็นนักเรียนพักนอนได้เดินทางมาเตรียมพร้อมตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา </span><span style="font-weight: 400;">ครูบอย &#8211; นพรัตน์ เจริญผล ครูโรงเรียนบ้านนาเกียน เล่าให้ฟังว่า เด็กๆ ดีใจที่ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้งหลังจากหยุดไปนาน ส่วนใหญ่จะผอมกว่าตอนก่อนเปิดเทอมที่ผ่านมา ซึ่งทางโรงเรียนได้จัดอาหารไว้พร้อมสำหรับเด็ก ๆ สำหรับเด็กที่ผมยาวครูก็จัดเตรียมอุปกรณ์ไว้ตัดผมให้เรียบร้อย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของ นิว นอร์มอล ของโรงเรียนบ้านนาเกียน ก็เป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งการจัดห้องเรียนใหม่ ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องต้องแบ่งชั้นเรียนหรือสลับกันหยุด เพราะเด็กแต่ละห้องมีประมาณแค่ 10 กว่าคน แค่จัดที่นั่งให้ห่างกัน  1 เมตร รวมทั้งช่วงกิจกรรมหน้าเสาธงที่ต้องเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัย แต่ช่วงนี้ฝนตกต่อเนื่อง ต้องเคารพธงชาติที่หน้าชั้นเรียน ​และสนามเด็กเล่นยังเล่นไม่ได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูบอย ระบุว่า  เมื่อเด็กกลับมาเรียนอีกครั้งหลังจากปิดเทอมเป็นเวลานาน ทำให้ต้องใช้เวลาช่วงแรกในการเริ่มทบทวนบทเรียนซึ่งไม่มีปัญหา โดยที่ผ่านมาเด็กจะไม่ได้เรียนออนไลน์เพราะบนดอยไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต แต่นักเรียนก็ยังพอติดตามบนเรียนได้แค่ต้องทบทวนเพิ่มเติมก่อนเริ่มบทเรียนใหม่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>รร.บ้านสว้า ปรับห้องเรียน ​3 รูปแบบรักษาความปลอดภัย</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17714" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่ต่างจากโรงเรียนบ้านสว้า ต.ดงพญา อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ที่แม้จะปิดเทอมกันไปเป็นเวลานานแต่นักเรียนก็มาเรียนกันครบ 100 % โดยเด็กบางส่วนที่พักนอนก็เริ่มทยอยมากันตั้งแต่วันเสาร์ ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยที่มากันในสภาพผมยาว ผอมโซต่างจากตอนก่อนปิดเทอมที่ผ่านมา ซึ่งทางโรงเรียนก็เตรียมพร้อมมีช่างมาตัดผมให้ และทำการช่างน้ำหนักจดบันทึกไว้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​ปกรณ์ ศศิวัจน์ไพสิฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสว้า กล่าวว่า แม้ในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาจะมีการจ่ายเงินช่วยเหลือไปแล้วสองรอบและย้ำไปกับทางผู้ปกครองว่าเป็นเงินที่ตั้งใจจะช่วยเหลือเป็นค่าอาหาร แต่ก็ช่วยได้เพียงแค่ส่วนหนึ่งที่อาจไม่พอกับค่ากินอยู่ของคนทั้งครอบครัว ซึ่งก็ดีกว่าไม่ได้ช่วยอะไรเลย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ การจัดรูปแบบการเรียนการสอนมี 3 แบบ คือ กลุ่มแรก ที่เด็กต่อห้องไม่เกิน 20 ก็เรียนเดี่ยวปกติจัดห้องตามเกณฑ์ระห่าง กลุ่มที่สองชั้นมัธยมมีนักเรียนเกิน 30 คน ก็ใช้พื้นที่หอประชุม โรงอาหาร เป็นห้องเรียนคุมระยะห่างตามกำหนด และ กลุ่มที่สาม ในส่วนชั้นป. 6 ที่ไม่มีพื้นที่พอก็จัดแบ่งการสอนออกเป็นสองช่วงสลับกัน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>รร.บ้านยะบะ มาเรียนครบ 100% จัดแผนคุมเข้มสกัด COVID-19</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17716" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านโรงเรียนบ้านยะบะ(อุปการวิทยา) เปิดเทอมวันแรกมีเด็กนักเรียนมาเรียนครบ 100 % จากนักเรียนกว่า 600 คน ทางโรงเรียนได้แบ่งการเรียนออกเป็นสองช่วงคือเช้า และ บ่าย ให้นักเรียนที่มีห้องละ 40 คน แบ่งมาเรียนช่วงเช้า 20 คน และ บ่าย 20 คน แต่ในทางปฏิบัติแล้วยังพบปัญหาอยู่บ้างเพราะเด็กทช่วงเช้าที่ยังเรียนไม่เสร็จเด็กช่วงบ่ายเริ่มทยอยมาเรียน ทำให้ทางโรงเรียนเตรียมที่จะเปลี่ยนแผนเป็นสลับหยุดวันเว้นวันแทน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูเอ๋-อรุณศรี หลงชู ครูโรงเรียนบ้านยะบะ(อุปการวิทยา) กล่าวว่า เด็กดีใจที่ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกครั้ง ได้กลับมาทานอาหารที่โรงเรียนจัดเตรียมไว้ สำหรับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ทางโรงเรียนได้เตรียมการตามมาตรการที่กำหนดทั้งการจัดห้องเรียน การฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ ให้นักเรียนใส่แมสก์ วัดอุณหภูมิคัดกรอง ล้างมือด้วยเจล สบู่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ทางโรงเรียนใช้มาตรการเฝ้าระวังที่เข้มงวดเพราะต้องป้องกันหากเด็กคนหนึ่งติดเชื้อ ก็ต้อกักตัวเด็กทั้งหมด ทางโรงเรียนจึงต้องระมัดระวังในทุกด้าน ทั้งห้องเรียน การรับประทานอาหาร การทำกิจกรรม แม้จะเป็นไปได้ยากที่จะห้ามไม่ได้เด็กเล่นกันแต่ก็ต้องระมัดระวังให้ดีที่สุด ไปจนถึงสนามเด็กเล่นที่ต้องปิดเพื่อความปลอดภัยของเด็กเอง  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของเด็กที่ได้รับทุนเสมอภาคทั้ง 249 คน จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นั้น มาเรียนกันครบ 249 คน ซึ่งที่ผ่านมาทางโรงเรียนได้จัดเงินช่วยเหลือ 600 บาทไปให้กับนักเรียนเรียบร้อยแล้ว และมีเงินช่วยเหลือรอบใหม่อีก 300 บาท ที่เตรียมจะส่งมอบต่อไป ​</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9986-2/">สำรวจชั้นเรียน New Normal รร.พื้นที่ห่างไกล​</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Anita Lie แนะแนวทางอินโดนีเซีย พร้อมรับ New Normal วงการการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/9089-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Jun 2020 10:28:50 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Widya Mandala Catholic University]]></category>
		<category><![CDATA[Anita Lie]]></category>
		<category><![CDATA[อินโดนีเซีย]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17570</guid>

					<description><![CDATA[<p>สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ COVI [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9089-2/">Anita Lie แนะแนวทางอินโดนีเซีย พร้อมรับ New Normal วงการการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ หรือ </b><b>COVID-</b><b>19 ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ ปกติใหม่ (</b><b>New Normal) </b><b>ขึ้นในหลายวงการ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงโดยมีเป้าหมายเพื่อให้สังคมมนุษย์สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้อย่างปลอดภัย</b></p>
<p><b>แน่นอนว่า หนึ่งในภาวะ </b><b>New Normal </b><b>ที่เกิดขึ้น ย่อมหมายรวมถึง แวดวงการศึกษาของนานาประเทศทั่วโลกด้วย เนื่องจากเป็นอาวุธที่สำคัญและทรงพลังที่สุดในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของแต่ละประเทศ</b></p>
<p><b>Anita Lie </b><b>ศาสตราจารย์ด้านการศึกษา แห่งมหาวิทยาลัย </b><b>Widya Mandala Catholic University </b><b>ใน สุราบายา ของอินโดนีเซีย ได้เขียนบทความแสดงความเห็นเกี่ยวกับ </b><b>New Normal </b><b>ที่ต้องเกิดขึ้นในโรงเรียนและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศอินโดนีเซีย พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมตัวเตรียมใจรับมือและเผชิญหน้ากับภาวะ </b><b>New Normal </b><b>ที่ว่านี้ ในการเปิดภาคเรียนใหม่ในเดือนกรกฎาคม</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาของอินโดนีเซียรายนี้ได้เขียนบทความแสดงความเห็นของตนผ่านเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ </span><span style="font-weight: 400;">The Jakarta Post </span><span style="font-weight: 400;">กระตุ้นให้นักการศึกษาและผู้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายของประเทศให้เตรียมความพร้อมสำหรับ </span><span style="font-weight: 400;">New Normal </span><span style="font-weight: 400;">ที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนทั้งหมดกว่า 44 ล้านคนทั่วประเทศที่กำลังจะกลับมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนอีกครั้งในเดือนกรกฎาคมนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ใจความหลักสำคัญของภาวะ </span><span style="font-weight: 400;">New Normal </span><span style="font-weight: 400;">ที่จะเกิดขึ้นกับโรงเรียน ซึ่งพอจะคาดเดาได้บ้างจากพระราชกฤษฎีกาที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงกิจการศาสนา กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุขลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาก็คือ การเรียนหนังสือในโรงเรียนทุกอย่างจะต้องมีแนวทางที่เป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ระลอกที่สองอย่างเด็ดขาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า บทเรียนจากการปิดโรงเรียนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้บรรดานักการศึกษาของอินโดนีเซียทั่วประเทศ เริ่มตระหนักได้ว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติที่มีต่อการเรียนการสอนที่โรงเรียน ซึ่งในฐานะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญ </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า การปรับเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางปฏิบัติควรไตร่ตรองภายใต้หัวข้อคำถาม ทำไม ใคร อะไร และอย่างไร ของการศึกษา</span></p>
<h4>ทำไมถึงต้องปฎิรูป ใครต้องปฎิรูป ปฎิรูปอะไร และปฎิรูปอย่างไร</h4>
<p><figure id="attachment_17573" aria-describedby="caption-attachment-17573" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17573 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-28-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17573" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; Trung Pham Quoc</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เป็นความจริงที่ว่าสถานการณ์การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ในปัจจุบัน และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระบาดระลอกที่สอง ทำให้การเรียนโรงเรียนตามแบบฉบับที่เคยปฎิบัติกันมาเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า การกลับไปเรียนที่โรงเรียนอีกครั้ง จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ เพียงแค่ต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์ เป็นตัวผลักดัน เพื่อเอาชนะความหวาดกลัวจากความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การปฎิรูปและฟื้นฟูระบบการศึกษา ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ ยังอาจกลายเป็นอีกหนึ่งวิถีสำคัญในการเปิดประตูแห่งโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมให้แก่เด็กนักเรียนชาวอินโดนีเซียทุกคน เพราะการระบาดทำให้หลายหน่วยงานเริ่มตระหนักถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่จะชุบชีวิตระบบการศึกษาที่ล้าหลังของอินโดนีเซีย และทำให้เด็กนักเรียนต้องการเข้ามามีส่วนร่วม และมีบทบาทในการปฎิรูปการศึกษามากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">แสดงความวิตกกังวลว่า มาตรการกระตุ้นตามแผนของรัฐบาลภายใต้ </span><span style="font-weight: 400;">Indonesia </span><span style="font-weight: 400;">2045</span><span style="font-weight: 400;"> Vision </span><span style="font-weight: 400;">นี้อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง เพราะไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ของอินโดนีเซียแม้แต่น้อย โดยเฉพาะ ในเรื่องของความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาของนักเรียนในแต่ละชนชั้นของสังคม และแต่ละในภูมิภาค </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">ได้ให้คำแนะนำถึง หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเปลี่ยนผ่าน (</span><span style="font-weight: 400;">Transform)</span><span style="font-weight: 400;">การเรียนการสอนที่โรงเรียนให้สอดคล้องกับยุค </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 รวมถึง สร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ที่เสมอภาคกันให้แก่เด็กนักเรียนทุกคน โดยคำแนะนำทั้งหมดนี้ อิงกับการตอบคำถามข้างต้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คือ ทำไม ใคร อะไร และอย่างไร?</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับ สาเหตุที่ว่า </span><b>ทำไมต้องปฎิรูประบบการศึกษาของอินโดนีเซีย</b><span style="font-weight: 400;"> สถานการณ์การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 คือตัวกระตุ้นที่ทำให้เห็นได้ชัดเจนที่สุดว่า โลกกำลังเปลี่ยนไป และระบบการเรียนการสอนแบบเดิมไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป</span></p>
<p><b>คำถามที่ว่า ใคร นี้ หมายถึง บุคคล</b><span style="font-weight: 400;"> ได้แก่ ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่ต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของตนเองในระบบการศึกษา โดยต้องยอมรับแล้วว่า การระบาดของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ทำให้บทบาทของครู นักเรียน และพ่อแม่ผู้ปกครองเปลี่ยนแปลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระนั้น บุคคลที่ต้องปรับตัวยกระดับทักษะของตนเองให้มากที่สุด เร็วที่สุดก็คือ คุณครู โดยต้องเปลี่ยนหน้าที่จาก &#8220;ผู้สั่งสอน&#8221; เป็น &#8220;ผู้ออกแบบและอำนวยความสะดวก&#8221; ในการเรียนของเด็ก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูจำเป็นต้องมีทักษะใหม่ และคุ้นเคยกับการเรียนการสอนในระบบออนไลน์ ซึ้งแม้ว่า จะมีอุปสรรคและข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ กระนั้น ข้อจำกัดดังกล่าวไม่ใช่ อุปสรรค แต่เป็นความท้าทาย ที่คุณครูต้องหาทางพาตัวเองเข้าไปถึงตัวเด็กนักเรียนให้ได้ เพื่อยกระดับศักยภาพในการสอนของคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ในส่วนของนักเรียน ก็จำเป็นต้องบ่มเพาะทักษะนิสัย &#8220;การเรียนรู้ด้วยตนเอง&#8221; &#8220;ความมีวินัย&#8221; และ &#8220;ความรับผิดชอบ&#8221; ในขณะที่ พ่อแม่ผู้ปกครอง ก็คือผู้ที่มีบทบาทสนับสนุนประคับประคองให้นิสัยเหล่านี้เกิดขึ้น โดยให้ค่าความสำคัญกับลักษณะนิสัยดังกล่าวมากกว่าการทุ่มเทให้กับการเรียนของลูกด้วยการขวนขวายหาชั้นเรียนพิเศษ หรือ ติวเตอร์ </span></p>
<p><b>ด้านคำถามที่ว่า จะปฎิรูปอะไร</b> <span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">มองว่า ที่ต้องลงมือแรกสุดก็คือ ระบบการศึกษา ที่ไม่ใช้ระบบการศึกษาแบบหลักสูตรเดียวอีกต่อไป เพราะระบบดังกล่าวไม่ใช่ทางแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง โดยผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านการศึกษา ต่างลงความเห็นตรงกันว่า ไม่มีหลักสูตรหนึ่งหลักสูตรใดที่จะเป็นเหมือนยาครอบจักรวาล คือสามารถใช้ได้กับผู้เรียนทุกคน ดังนั้น สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือการแบ่งย่อยหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับทักษะ ความต้องการ และบริบทแวดล้อมของผู้เรียน </span></p>
<p><figure id="attachment_17574" aria-describedby="caption-attachment-17574" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17574 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/b-2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17574" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash &#8211; Hobi industri</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ จนถึงขั้นต้องปิดโรงเรียนนานร่วมหลายเดือน ทำให้หลายฝ่ายออกมายอมรับข้อเท็จจริงที่ว่า หลักสูตรการศึกษาที่่จบครบในหลักสูตรเดียวไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำคัญต่อระบบการศึกษาอีกต่อไป เพราะสิ่งที่สำคัญกว่า ก็คือการศึกษา ที่เล็งเห็นและยอมรับ ความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน รวมถึงการค้นหาความเป็นไปได้ที่จะตอบสนองความต้องการนั้นจากทรัพยากรที่มีอยู่นอกเหนือไปจาก การพึ่งพาคุณครู </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">เน้นย้ำว่า ครู ยังคงต้องมีบทบาทในชีวิตของนักเรียน ด้วยการเป็นผู้ชี้นำให้เด็กสามารถค้นหาความต้องการในการเรียนรู้ด้วยตนเอง </span></p>
<p><b>ขณะที่คำแนะนำสุดท้าย ภายใต้คำถามว่า จะปฎิรูปอย่างไร</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษามองว่า เป็นเรื่องของการประยุกต์ใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี อุปกรณ์ และนวัตกรรม ทั้งหมดที่มี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการศึกษาที่จะเกิดขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ถ้าตอบคำถามได้ว่าจะปฎิรูปการศึกษาอะไร และทำไมถึงต้องปฎิรูป แนวทางที่จะปฎิรูปอย่างไร ย่อมสามารถมองเห็นได้ชัดเจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งใน ในมุมมองของ </span><span style="font-weight: 400;">Anita Lie </span><span style="font-weight: 400;">มองว่า ภาวะ </span><span style="font-weight: 400;">New Normal </span><span style="font-weight: 400;">ที่เกิดขึ้นของโรงเรียนในอินโดนีเซีย ในภาคการศึกษาใหม่ที่จะมาถึง ต้องเป็นไปแบบผสมผสาน คือ การมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนสลับสับเปลี่ยนกับการเรียนหนังสือที่บ้าน และการมาเรียนหนังสือที่โรงเรียน ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีอยู่ เพราะการเรียนด้วยการตัดขาดตัวผู้เรียนจากสังคมแวดล้อม เป็นสิ่งที่เอื้อต่อการบ่มเพาะทักษะการเรียนรู้ของผู้เรียนแม้แต่น้อย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.thejakartapost.com/academia/2020/06/20/the-new-normal-in-education.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">The new normal in education</a><br />
<strong>ที่มาภาพประจำบทความ :</strong> unsplash &#8211; Husniati Salma</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9089-2/">Anita Lie แนะแนวทางอินโดนีเซีย พร้อมรับ New Normal วงการการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือ สพฐ. ตชด. อปท. เดินหน้า“ระบบเฝ้าระวังการหลุดออกจากระบบการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาทั่วประเทศ”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/230620-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2020 08:24:04 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[New Normal]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[อปท.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=17187</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักเศรษฐศาสตร์ชี้ โควิด-19 กระทบความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/230620-2/">กสศ.จับมือ สพฐ. ตชด. อปท. เดินหน้า“ระบบเฝ้าระวังการหลุดออกจากระบบการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาทั่วประเทศ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17197" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail3.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail3.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail3-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail3-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail3-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักเศรษฐศาสตร์ชี้ โควิด-19 กระทบความเหลื่อมล้ำรุนแรงขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">ทำเด็กหลุดนอกระบบการศึกษา ไม่เรียนต่อเพราะต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน ด้านกสศ.จับมือ สพฐ.ตชด.อปท. เดินหน้า“ระบบเฝ้าระวังการหลุดออกจากระบบการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาทั่วประเทศ” พร้อมจัดสรรทุนเสมอภาค ช่วยบรรเทาอุปสรรคในการมาเรียน และลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมให้ครอบครัวนักเรียนยากจนพิเศษมากกว่า 7.5 แสนคน ในช่วงเปิดเทอมก.ค.นี้ ขณะที่ครูสามารถคัดกรองความยากจนของเด็กๆที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และยังไม่เคยได้รับทุนเสมอภาคเข้ามาเพิ่มเติมได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 22 มิถุนายน 2563 สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และธนาคารโลกประจำสำนักงานประเทศไทย จัดเวทีเสวนา “จับชีพจรความเสมอภาครับเปิดเทอม สู้วิกฤตให้น้องได้กลับโรงเรียน”</span></p>
<p><figure id="attachment_17190" aria-describedby="caption-attachment-17190" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17190 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/1-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17190" class="wp-caption-text">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ช่วงวิกฤตโค</span><span style="font-weight: 400;">วิด-19 ที่กสศ.ได้จัดสรรเงินอุดหนุนฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือค่าอาหาร ให้กับนักเรียนยากจนพิเศษระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่3ในสังกัด สพฐ.ตชด.และอปท.จำนวน 753,997 คน ทั่วประเทศ กสศ.ได้ใช้โอกาสนี้ร่วมมือกับครูทั้ง 3 สังกัด สำรวจความเสี่ยงของนักเรียนยากจนพิเศษ โดยเฉพาะปัญหาการหลุดออกนอกระบบการศึกษาไปด้วย เบื้องต้นพบว่า จากข้อมูลที่คุณครูบันทึกผ่านระบบ iSEE หรือระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา โดยสุ่มสำรวจนักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ซึ่งเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษามากที่สุด จากข้อมูล ณ วันที่ 15 มิ.ย.63  พบ นักเรียนยากจนพิเศษ 3,180 คน ที่ยังไม่ได้สมัครเรียน ประกอบด้วย ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1,246 คน ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1,914 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย(เฉพาะ ตชด.) จำนวน 20 คน ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าว ยังเป็นตัวเลขเพียงร้อยละ 60 ของนักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ทั้งหมด 161,000 คน เท่านั้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สาเหตุส่วนใหญ่ที่นักเรียนยังไม่ได้สมัครเรียน คือ (1)ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน ร้อย </span><span style="font-weight: 400;">ละ 57 (2) มีปัญหาทางการเรียน ครอบครัว สุขภาพ และขาดแคลนทุนทรัพย์ร้อยละ31 (3)</span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ร้อยละ10 (4) ไม่มีค่าเดินทางไปสมัครเรียน ร้อยละ 2 ตามลำดับ โดยตัวเลข 3 พันกว่าคนเป็นเพียงชั้น ป.6 และม.3 เท่านั้น ยังมีเด็กเยาวชนจำนวนมากที่อาจหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงต้นปีการศึกษานี้ด้วยผลกระทบจาก โควิด-19” ดร.ไกรยส กล่าว </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองผู้จัดการกสศ.กล่าวว่า ช่วงเปิดเทอมในเวลาปกติครัวเรือนยากจน แบกภาระค่าใช้จ่ายเกินกำลัง </span><span style="font-weight: 400;">เมื่อมาเจอผลกระทบโควิด-19 ยิ่งซ้ำเติมความเดือดร้อน หากวิเคราะห์ตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของครัวเรือนยากจน จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนของ สนง.สถิติแห่งชาติเมื่อปี 2560 พบว่า ครัวเรือนที่ยากจนที่สุด10% แรกของประเทศและมีบุตรหลานกำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษารัฐ มีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในแต่ละปีสูงสุดในช่วงเดือนเปิดเทอม เช่น ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าเครื่องแบบ และค่าสมุด,หนังสือ,อุปกรณ์การเรียน รวมเป็นตัวเงินแล้วอยู่ระหว่าง 1,195-4,829 บาทต่อครัวเรือน ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษาของบุตรหลาน (ไม่รวมค่าเดินทาง) </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-17195" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/5.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/5.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/5-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/5-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/5-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/5-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“หากคิดเทียบเฉลี่ยต่อรายได้ครัวเรือนกลุ่มนี้พบว่า ครัวเรือนยากจนในชั้นรายได้ที่1มีรายได้</span><span style="font-weight: 400;">เฉลี่ยต่อเดือนเพียง 2,020 บาทต่อเดือน จึงสรุปได้ว่าครอบครัวยากจนที่สุด 10% แรกของประเทศต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอมเป็นเกือบทั้งหมดของรายได้เฉลี่ยต่อเดือนที่ได้รับ ซึ่งนำไปสู่การเกิดหนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ และครอบครัวที่ไม่สามารถจัดหาค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้ มีแนวโน้มที่จะกระทบโอกาสทางการศึกษา”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยส กล่าวว่า ข้อมูลจาก iSEE ทำให้ทราบปัญหาของเด็กๆรายคน สามารถจัดลำดับความเสี่ยงต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษาได้เป็นรายคน เพื่อสนับสนุนการจัดทำ “ระบบเฝ้าระวังการหลุดออกจากระบบการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาทั่วประเทศ” ซึ่งหลังจากที่ กสศ.ได้รับข้อมูลผลการคัดกรองความยากจนและข้อมูลผลกระทบจากโควิด-19 แล้ว ทาง กสศ.จะประสานงานกับ ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน สพฐ. และสถานศึกษา เพื่อช่วยเหลือต่อไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ไกรยส กล่าวว่า นอกจากนี้ ปีการศึกษา 2563 กสศ.ได้จัดทำโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไขต่อเนื่อง ช่วยเหลือนักเรียนตั้งแต่ระดับอนุบาล–มัธยมศึกษาตอนต้น ในสังกัด สพฐ.อปท.และตชด.ทั่วประเทศ ซึ่งนักเรียนทุนเสมอภาคที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรองระดับยากจนพิเศษ จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มเติมคนละ 3,000 บาท/คน/ปี โดยในภาคเรียนที่1ปีการศึกษา 2563 กสศ.จะจัดสรรเงินให้นักเรียน 2,000 บาทในช่วงเดือนกรฎาคม 2563 เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงเปิดภาคเรียน</span><span style="font-weight: 400;">ของผู้ปกครอง และช่วยเหลือนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างทันเวลา โดยจะมีเด็กๆ ได้รับการช่วยเหลือมากกว่า 7.5 แสน งบประมาณราว 1,400 ล้านบาท โดยปีการศึกษา 2563 เป็นปีแรกที่ เงินทุนเสมอภาคจะดูแลเด็กอนุบาลทั่วประเทศ  และยังขยายการดูแลนักเรียนสังกัด อปท.จากเดิม10 จังหวัดเป็น 76 จังหวัดด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนักเรียนกลุ่ม 7.5 แสนคน ที่เคยผ่านการคัดกรองเรียบร้อยแล้ว ในช่วงเปิดเทอมนี้ กสศ.ยังเปิดโอกาสให้คุณครูสามารถคัดกรอง ความยากจนของเด็กๆที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 นี้และยังไม่เคยได้รับทุนเสมอภาคเข้ามาเพิ่มเติมได้ เพื่อน้องๆ จะได้รับการช่วยเหลือเพิ่มเติมในปีงบประมาณ 2563 นี้ รวมถึงผู้ปกครองที่พบว่าตนเองได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนตกอยู่ในสถานะยากจนหรือยากจนพิเศษก็สามารถแจ้งไปที่คุณครูประจำชั้นเพื่อได้รับสิทธิได้การคัดกรองเพื่อให้บุตรหลายได้รับทุนเสมอภาคช่วยเหลือเพิ่มเติม ในช่วงเดือน ส.ค. 63 เช่นกัน</span></p>
<p><figure id="attachment_17191" aria-describedby="caption-attachment-17191" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17191 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/4.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/4-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17191" class="wp-caption-text">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษา กสศ. กล่าวว่า โดยรวมไทยยังโชคดีที่สถานการณ์โควิด-19 ตรงกับช่วงปิดภาคเรียนพอดี ทำให้ไม่มีปัญหาการเรียนที่สะดุดเหมือนหลายประเทศ และสถานการณ์การศึกษาของไทยมีความเป็นไปได้ในสองลักษณะ คือการปิดภาคเรียนยาวนานทำให้ความรู้หายไป และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เนทของนักเรียนส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความแตกต่างของโอกาสและคุณภาพของการศึกษา ส่งผลให้มีนักเรียนในกลุ่มการเรียนรู้ต่ำกว่ามาตรฐาน สูงขึ้นมาก หากภาครัฐหรือชุมชนไม่เฝ้าระวังติดตามเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบ อาจทำให้มีเด็กออกจากโรงเรียน เนื่องจากบ้านขาดรายได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากทางภาครัฐและภาคองค์กรต่างๆ ร่วมมือกันในด้านต่างๆ เช่น สร้างการรณรงค์เพื่อให้เด็กกลับเข้าสู่โรงเรียน หรือใช้กลไกของอาสาสมัครในการติดตามเด็กหลุดออกนอกระบบ หรือการช่วยสอนเสริม ก็จะทำให้สถานการณ์การศึกษาของไทยหลังโควิด-19 กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยไม่มีการสูญเสียทั้งการเรียนรู้และการหลุดออกนอกระบบมากนัก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.ได้เตรียมชุดความรู้สำหรับสถานศึกษา ครู และผู้ปกครอง เพื่อเตรียมรับมือ New Normal ในปีการศึกษา 2563 ประกอบด้วย (1) คู่มือรับเปิดเทอม : เรียนรู้และเข้าใจโควิด-19 (2) ชุด Poster หนึ่งวันที่โรงเรียนกับวิธีรับมือโควิด-19 และ (3) คู่มือจัดกระบวนการเรียนด้วยตนเองและครอบครัว (Self-directed distant learning handbook) สำหรับเด็กประถมศึกษาสำหรับครู นักเรียน และผู้ปกครอง สามารถ Download และใช้งานได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายที่ </span><a href="https://research.eef.or.th"><span style="font-weight: 400;">https://research.eef.or.th</span></a></p>
<p><figure id="attachment_17192" aria-describedby="caption-attachment-17192" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-17192 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/2-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/2-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/2-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/2-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/2-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/2-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-17192" class="wp-caption-text">ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์  นักเศรษฐศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์ ธนาคารโลกประจำสำนักงานประเทศไทย</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์  นักเศรษฐศาสตร์ด้านทรัพยากรมนุษย์ ธนาคารโลกประจำสำนักงานประเทศไทย กล่าวว่า ในอดีตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทยมีปัญหาอยู่แล้วในหลายมิติ ทั้งด้านทรัพยากร ครู โครงสร้างพื้นฐาน และการเรียนออนไลน์ จากการสำรวจของธนาคารโลกเกี่ยวกับปัญหาด้านการศึกษาในสถานการณ์ปกติ พบว่าแต่ละปีมีเด็กยากจนกว่าร้อยละ 30 ต้องหลุดจากระบบการศึกษาอยู่แล้ว และเมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ยิ่งส่งผลให้ประเทศไทยมองเห็นปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ชัดเจนและหนักขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การที่โรงเรียนต้องเลื่อนเปิดเทมอออกไป 2 เดือน ทำให้เด็กต้องเรียนช้าลง ระยะเวลาสั้นๆ เราพอที่จะสอนชดเชยได้ แต่ที่ผมห่วงคือหากโรคโควิดระบาดอีกครั้งที่ 2 ถ้าโรงเรียนต้องเลื่อนเปิดเทมอออกไปอีกครึ่งปี หรือหนึ่งปี จะทำให้เด็กยากจนที่จากเดิมเข้าเรียนล่าช้ากว่าเกณฑ์อยู่แล้ว 1 ปี ต้องเข้าเรียนล่าช้าเพิ่มไปอีก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นจะทำให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กยากจนต่ำลง สอดคล้องกับผลการสอบ PISA ปี 2020 ที่พบว่าเด็กมีผลการสอบต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานถึงร้อยละ 60 ดังนั้นหากเราไม่สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ทัน ผมคาดว่าปี 2021 ผลการสอบ PISA ของเด็กยากจนจะยิ่งต่ำกว่าเกณฑ์มากขึ้นไปอีก” ดร.ดิลกะ กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.ชนะ สุ่มมาตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กล่าวว่า ก่อนเปิดภาคเรียน1สัปดาห์ สพฐ.พร้อมทีมสหวิชาชีพ ลงพื้นที่สำรวจสภาพปัญหาและสภาพจิตใจของเด็กยากจน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน พบปัญหาส่วนใหญ่หลายครอบครัวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยตรง เราจึงได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพป.)ทั่วประเทศ เพื่อออกมาตรการช่วยเหลือด้วยการผ่อนปรนค่าเล่าเรียน ลด และขยายเวลาชำระค่าเทอมหรือค่ากิจกรรมต่างๆ ป้องกันไม่ให้เด็กหลุดนอกระบบการศึกษา ทั้งนี้หลังเปิดภาคเรียนหากพบนักเรียนขาดเรียนอย่างต่อเนื่องให้ครูประจำชั้นลงพื้นที่สำรวจถึงบ้าน เพื่อสอบถามปัญหาพร้อมหาวิธีช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังได้วางแผนให้ทุกโรงเรียนมีนักจิตวิทยาประจำโรงเรียน คอยดูแลสภาพจิตใจเด็ก เพราะเชื่อว่าสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เด็กมีความเครียดสูง ทั้งนี้ การทำงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ทำให้ สพฐ. มั่นใจว่าทุกโรงเรียนมีความพร้อม 100% ในการเปิดภาคเรียน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/230620-2/">กสศ.จับมือ สพฐ. ตชด. อปท. เดินหน้า“ระบบเฝ้าระวังการหลุดออกจากระบบการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาทั่วประเทศ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
