<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mutual | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/mutual/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 May 2025 11:48:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Mutual | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ได้เรียน ได้เล่น ได้ฝัน : บันทึกจากเด็กเกเรแห่งกองผักปิ้งที่ถูกด่าผ่านลำโพงของหมู่บ้าน สู่แก๊งเด็กในสายตาที่ได้รู้จักกับ ‘ห้องเรียนชีวิต’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-280525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 28 May 2025 11:47:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บ้านกองผักปิ้ง]]></category>
		<category><![CDATA[Mutual]]></category>
		<category><![CDATA[หายแต่เจอ]]></category>
		<category><![CDATA[lost but found]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องเรียนชีวิต]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93667</guid>

					<description><![CDATA[<p>“โรงเรียนคืออะไร?” คำถามนี้อาจจะฟังดูมีคำตอบตายตัวว่าเป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280525/">ได้เรียน ได้เล่น ได้ฝัน : บันทึกจากเด็กเกเรแห่งกองผักปิ้งที่ถูกด่าผ่านลำโพงของหมู่บ้าน สู่แก๊งเด็กในสายตาที่ได้รู้จักกับ ‘ห้องเรียนชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>“โรงเรียนคืออะไร?”</strong></p>



<p>คำถามนี้อาจจะฟังดูมีคำตอบตายตัวว่าเป็นสถานที่ที่มีอาคารสำหรับเรียนหนังสือ มีกระดานเอาไว้ให้ครูเขียนตัวอักษร มีสนามหญ้าให้เตะบอล และมีเสาธงให้ยืนเข้าแถวเคารพธงชาติในตอนเช้า</p>



<p>แต่สำหรับเด็กที่ ‘บ้านกองผักปิ้ง’ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ โรงเรียนไม่จำเป็นต้องมีหน้าตาแบบนั้นเสมอไป</p>



<p>“โรงเรียนคือที่ที่เราได้เรียนรู้ในสิ่งที่เรายังไม่รู้”​&nbsp;</p>



<p>นี่คือคำตอบจาก <strong>ป่าดิ เด็กชายวัย 15 ปี</strong> อดีตกัปตันทีมฟุตบอลของโรงเรียนในตัวเมืองเชียงดาว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5fe6e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/01_ป่าดิ-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ป่าดิ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ป่าดิเป็นเด็กชาติพันธุ์ลาหู่ที่ไร้สัญชาติไทย ไม่มีบัตรประชาชน และก่อนได้มารู้จักกับไมตรี ป่าดิเคยถูกส่งไปอยู่ฝั่งพม่ากับญาติเพื่อทำงานหาเงิน เขาเคยเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนในเมืองนะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน แต่พอจบภาคเรียนกลับต้องซ้ำชั้น แม่ของป่าดิจึงต้องพาเขาย้ายไปเรียนที่โรงเรียนวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่แทน</p>



<p>“ตอนนั้นผมเรียนถึงแค่ ป.2 ก็โดนไล่ออก เพราะผมเกเร ผมดมกาว ตีกับคนอื่นไปทั่ว”</p>



<p>หมู่บ้านกองผักปิ้ง เป็นพื้นที่สีแดงที่กรมการปกครองมองว่ายาเสพติดชุกชุม เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ติดชายแดน ยาเสพติดจึงเดินทางเข้า-ออกได้ง่าย และต่อให้ไม่ออกไปไหน ยาเสพติดก็พร้อมมาเคาะประตูหน้าบ้านเสมอ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกของที่นี่หากป่าดิจะรู้จักกับการดมสารเสพติดในกาวตั้งแต่อายุยังน้อย</p>



<p>ป่าดิต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่โรงเรียนในตัวเมืองเชียงดาว ทำให้เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอลประจำโรงเรียน ได้เตะบอลกับเพื่อนๆ ภายใต้เสื้อหมายเลข 11 และครอบครองตำแหน่งกัปตันทีม แม้จะมีความสุขกับการเป็นส่วนหนึ่งของทีม แต่ปัญหาเรื่องการเรียนและการเงินของครอบครัว ทำให้ป่าดิต้องลาออก แม้ว่ายังไม่จบชั้นประถมก็ตาม</p>



<p>“ตอนเรียนอยู่ผมเป็นนักฟุตบอลนะพี่ ใส่เสื้อเบอร์ 11 ผมเป็นกัปตันทีม ตอนที่ยังไม่ออกก็ไปแข่งเรื่อยๆ”</p>



<p>ชีวิตประจำวันของป่าดิตั้งแต่ออกจากโรงเรียนจึงเป็นการตื่นเพื่อออกไปทำงาน บ้างก็เป็นการตัดกระเทียม บ้างก็เป็นการเก็บข้าวโพด ขึ้นอยู่กับว่านายจ้างจะให้ทำอะไร ซึ่งการที่ป่าดิได้รู้จักกับ <strong>‘ไมตรี จำเริญสุขสกุล-ยุพิน ซาจ๊ะ’</strong> ทำให้ป่าดิมีพื้นที่ที่จะได้เป็นเด็กอีกครั้ง เพราะเมื่อไหร่ที่ว่าง เขาก็จะมานั่งเล่นที่บ้านของไมตรีและยุพินเป็นประจำ</p>



<p>“ตอนกลางคืนผมก็มานอนที่นี่นะ มานอนเล่นเกมกับเพื่อน ใช้ไวไฟของที่นี่เล่น FreeFire บางวันก็มากินข้าวที่นี่เลย”</p>



<p>นอกจากนี้ยังทำให้เขาได้เอาประสบการณ์การทำงานในแต่ละวันของตัวเองมาร้อยเรียงเป็นบันทึก เกิดเป็นชิ้นงานสำหรับการศึกษาที่ทำให้เขาได้วุฒิป.6 ติดตัว</p>



<p>“เวลาไปทำงานก็จะถ่ายรูปมาโพสต์ใน Facebook แล้วจะมีครูเข้ามาถามคำถามในคอมเมนต์”</p>



<p><strong>ไมตรี พี่เลี้ยงโครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้ และศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา</strong> เจ้าของบ้านที่เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ บ้านกองผักปิ้งวิ่งเข้ามาหา อธิบายว่า การเรียนของป่าดิและเด็กกองผักปิ้งคนอื่นๆ คือ การเรียนแบบองค์รวม ที่จะให้เขาลองคิดจากกิจกรรมหรืองานที่ตัวเองทำว่า พวกเขาได้เรียนรู้อะไร และครูจะเอาไปพิจารณาเทียบเคียงกับวิชาการตามหลักสูตรปกติทั่วไป</p>



<p>หรือที่เรียกว่า <strong>‘ห้องเรียนชีวิต’</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fc4638"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/02_ไมตรี-จำเริญสุขสกุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ไมตรี จำเริญสุขสกุล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตัวอย่างเช่น ถ้าเขาไปทำงานปลูกข้าว ครูก็จะถามว่าปลูกกี่ไร่ มีพื้นที่เท่าไหร่ เขาก็ต้องไปคิดหาคำตอบ เรื่องนี้ก็จะตรงกับวิชาคณิตศาสตร์”&nbsp;</p>



<p>“เรามองว่าการเรียนไม่จำเป็นต้องเป็นการนั่งฟังใครสักคนบ่น แต่เราสามารถเรียนรู้ได้ทุกๆ ที่ แม้กระทั่งใต้ต้นไม้ก็สามารถเป็นห้องเรียนได้” ไมตรีเสริม</p>



<p>สำหรับป่าดิ วิธีการเรียนแบบนี้ทำให้เขามีความสุขที่ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ผ่านการทำงาน หรือการไปร่วมกิจกรรมที่ทางไมตรีและยุพินจัดมาให้ ซึ่งต่อให้วิธีการพูดของป่าดิจะสำเนียงลาหู่ ทำให้เราจับใจความได้ยาก แต่ที่สัมผัสได้จากน้ำเสียงคือ ความดีใจที่เก็บไว้ไม่อยู่เพราะกำลังจะได้วุฒิการศึกษา</p>



<p>“ผมดีใจนะที่จะจบ ป.6 แล้ว หลังจากนี้ผมก็อยากเรียนต่อนะ เรียนแบบนี้ก็ได้ จะได้มีความรู้เพราะตอนนี้ยังมีความรู้ไม่มาก”</p>



<p>ส่วนความฝันที่จะได้เป็นนักบอลของป่าดิก็ยังไม่หายไปไหน เพียงแต่อาจจะไม่ได้มีเส้นทางที่ชัดเจน ป่าดิยังคงชอบเล่นฟุตบอล ถ้าเจอสนามบอลก็จะเข้าไปเล่น หรือถ้าไม่มีที่เล่นจริงๆ ก็จะมาเตะฟุตบอลที่บ้านของไมตรี และวันไหนที่ ‘เอ็มบัปเป้’ นักเตะขวัญใจป่าดิลงสนาม เขาก็จะรับชมการแข่งขันผ่านจอมือถือของตัวเอง</p>



<p>พื้นที่<strong> ‘โครงการการพัฒนาทักษะการผลิตสื่อดิจิทัลเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนนอกระบบการศึกษา’ ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.</strong>) ใต้รั้วบ้านของไมตรีและยุพิน จึงเป็นพื้นที่ที่ทำให้เด็กได้มีโอกาสกลับมาเป็นเด็กธรรมดาๆ อีกครั้ง ไม่ใช่เด็กเกเรเพราะไม่เรียนหนังสือแบบที่ผู้ใหญ่คนอื่นในหมู่บ้านเข้าใจ จนผลักให้พวกเขาอยู่นอกสายตา</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>อยากเป็นนายช่าง</strong></h3>



<p>“อยากเรียนวิชาช่างยนต์ เพราะอนาคตผมอยากเปิดอู่ครับ” <strong>เดวิด เด็กชายวัย 17 ปี</strong> ตอบเมื่อโดนยิงคำถามว่าจะเอาวุฒิที่กำลังจะได้ไปทำอะไรต่อ ซึ่งเจ้าตัวก็ชี้ให้ดูว่ารถมอเตอร์ไซต์ของตัวเองก็ผ่านการเปลี่ยนล้อ เปลี่ยนโซ่ เปลี่ยนสายไฟด้วยสองมือของตัวเอง</p>



<p>แต่ถ้าถามเดวิดว่าอยากกลับไปเรียนที่โรงเรียนไหม เขาตอบกลับโดยทันทีว่า<strong>ไม่อยาก</strong></p>



<p>เดวิดเป็นเด็กที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เพราะไม่มีเอกสารยืนยันการเกิดจากพ่อแท้ๆ และในตอนนี้เดวิดกลายเป็นกำลังสำคัญในการทำงานหาเงินดูแลปากท้องของตัวเอง แม่ และน้องๆ ในครอบครัว เพราะพ่อใหม่ถูกจับจากคดียาเสพติดการเรียนจึงไม่ได้อยู่ในทางเลือกหลักของเด็กชายคนนี้</p>



<p>เดวิดเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะได้วุฒิป.6 จากการเข้าร่วมโครงการภายใต้พื้นที่บ้านของไมตรีและยุพิน ซึ่งก่อนหน้านี้ ระดับชั้นสุดท้ายที่เดวิดได้เข้าไปเรียนที่โรงเรียน คือ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ทั้งที่เขาควรจะได้ขึ้น ป.5</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-57567f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/03_เดวิด-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"> เดวิด</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนแรกผมได้ขึ้นป.5 แต่เพราะผมไปทำงานแล้วขาดเรียนไปเดือนนึง ครูเขาเลยเอาผมลงมาป.4 เหมือนเดิม”</p>



<p>นอกจากการถูกลดระดับชั้น เดวิดยังรู้สึกว่าการเรียนในโรงเรียนนั้นไม่ได้ประโยชน์ต่อตัวเองสักเท่าไร และต้องเผชิญหน้ากับครูที่มักจะดุด่าเขา</p>



<p>“แค่เสื้อออกนอกกางเกงนิดเดียว เขาก็ถือไม้มายืนด่าแล้ว เวลาเรียนแล้วจะขอไปเข้าห้องน้ำเขาก็ไม่ให้ไป”</p>



<p>เดวิดจึงลาออกจากโรงเรียนมาทำงานในสวนในไร่ รับจ้างทั่วไป ไม่ได้มีความคิดที่จะกลับไปเรียนอีกเลย แต่การที่มีไมตรีเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ห่างกัน ทำให้เดวิดเข้ามาอยู่ใต้ร่มโครงการ และในตอนนี้เดวิดกำลังจะได้วุฒิ ป.6 จาก <strong>‘ห้องเรียนในฝัน’</strong></p>



<p>เดวิดอธิบายว่า ห้องเรียนในฝันคือการเรียนรู้ผ่านการบันทึกงานที่ตัวเองรับจ้างทำในแต่ละวันลงใน Facebook ส่วนตัวของตัวเอง หรือหากวันไหนไม่มีงานแต่เข้ามาทำกิจกรรมกับไมตรีก็สามารถจดบันทึกได้เช่นกัน</p>



<p>“ถ้าผมไปทำงานหักข้าวโพด ผมก็จะถ่ายรูปไร่ข้าวโพดเพื่อไปโพสต์บน Facebook แล้วผมก็จะเขียนว่าผมไปทำงานที่ไหน ทำยังไง แล้วก็เขียนชื่อตัวเองไว้ในโพสต์พร้อมแท็กที่อยู่ รอครูเข้ามาถามใต้โพสต์”</p>



<p>ซึ่งคำถามที่ครูถาม จะเป็นคำถามที่เปิดโอกาสให้เด็กคิดและค้นคว้าคำตอบด้วยตัวเอง เช่น หากในโพสต์ระบุว่าไปทำงานช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ครูก็จะถามว่าพระอาทิตย์ขึ้นกี่โมง เด็กที่ถูกถามก็ต้องไปค้นคำตอบใน Google มาตอบให้ถูกต้อง&nbsp;</p>



<p>เดวิดจึงมองว่า การเรียนรู้แบบนี้ไม่ได้ยาก เพียงแค่ต้องโพสต์ให้ครบ 30 คอร์ส โดยที่ภาพและเนื้อหาไม่ซ้ำกันก็พอ แต่สิ่งเดียวที่เดวิดไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับการเรียนแบบนี้ คือการที่ต้องตอบคำถามเยอะๆ&nbsp;</p>



<p>เหมือนกับป่าดิเพื่อนของเขาที่รู้สึกว่าคำถามประเภท “5 ปีข้างหน้าอยากเป็นอะไร” นั้นเป็นคำถามที่ยากที่สุด เพราะแค่พรุ่งนี้จะทำอะไรเขาก็คิดไม่ออกแล้ว แต่การถูกตั้งคำถามในแต่ละครั้งก็ทำให้พวกเขาได้ฝึกคิด ฝึกหาข้อมูล</p>



<p>และต่อให้ไม่ชอบที่จะตอบคำถาม แต่พวกเขาก็ยินดีที่จะตอบไม่ว่าจะถูกถามกี่คำถามก็ตาม เพราะทุกคำตอบมีคะแนน และจะทำให้เขาเข้าใกล้ความฝันที่ใกล้จะเอื้อมถึงอย่างการได้วุฒิการศึกษา ที่สามารถต่อยอดอนาคตของพวกเขาได้</p>



<p>“ถ้าไปรับจ้างเขาก็จะมาถามใต้โพสต์ว่าได้เท่าไหร่ ทำยังไง เราก็ต้องตอบกลับไปในนั้นแล้วครูเขาจะคิดคะแนนให้ แต่เขาถามเยอะ ถามหลายอย่าง”</p>



<p>โดยการไปรับจ้างแต่ละครั้งนั้นได้ค่าแรงไม่เท่ากัน บางครั้งก็ได้มาก บางครั้งก็ได้น้อย แต่ถ้าเดวิดสามารถเป็นเจ้าของอู่ได้ เขาเชื่อว่าตัวเองจะมีรายได้ที่ดีและมั่นคง เพราะเขาเห็นว่าเจ้าของอู่ในเมืองนะรวย</p>



<p><strong>ต่อ วัย 15 ปี</strong>ก็เป็นอีกคนที่เห็นว่าการมีอาชีพที่มั่นคงจะทำให้ปากท้องของตัวเองดีขึ้น ถึงแม้จะไม่ชอบเรียน จนทำให้ต้องออกจากโรงเรียนตอนอยู่ ป.5 แต่เขาก็ยังอยากเรียนแบบเดียวกับเพื่อนๆ ที่แวะเวียนมาเล่นที่บ้านของไมตรีเพื่อให้ได้วุฒิ ม.6 ก่อนจะไปฝึกวิชาช่างไฟเพื่อหาเลี้ยงชีพตัวเอง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a9e9dd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/04_ต่อ-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ต่อ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“อยากเป็นช่างไฟ เพราะรายได้มันเยอะ”</p>



<p>หากต่อสามารถซ่อมไฟ หรือเปลี่ยนไฟได้ เขาเชื่อว่าตัวเองจะมีรายได้ที่ดี เพราะที่ผ่านมาเวลาไฟในหมู่บ้านมีปัญหา ก็จะมีเพียงช่างไฟชาวไทใหญ่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่รับจ้างซ่อม</p>



<p>ความฝันของเด็กๆ บ้านกองผักปิ้งอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่หวือหวา เพียงแค่มีงานที่ได้รายได้ดีก็เพียงพอ เพราะสิ่งที่สำคัญสำหรับพวกเขาในตอนนี้ คือ ปากท้องต้องมาก่อน</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากเด็กเกเรสู่เด็กในสายตา</strong></h3>



<p>ในขณะที่หนุ่มๆ ในบ้านไมตรีฝันอยากเป็นช่าง ฝันอยากเป็นนักบอล <strong>รุ้ง เด็กหญิงวัย 20 ปี</strong>ไม่ได้มีความฝันอะไรเป็นพิเศษ&nbsp;</p>



<p>รุ้งเป็นอีกหนึ่งคนที่เคยเข้าระบบการศึกษาทั่วไป แต่เพราะต้องย้ายที่เรียนไปมาและมีปัญหาสุขภาพ ทำให้ไม่ค่อยได้ไปเรียน ท้ายที่สุดก็ต้องลาออกจากโรงเรียน</p>



<p>“หนูออกตอนม.1 เพราะเราไม่ได้ไปเรียนเลยซ้ำชั้นบ่อย ซ้ำชั้นเดิมหลายๆ ครั้ง ตามเพื่อนเขาไม่ทัน”</p>



<p>ถึงแม้รุ้งจะไม่มีความฝันเหมือนใคร แต่รุ้งก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พื้นที่แห่งนี้เปิดรับ เพราะแค่มีความตั้งใจที่จะเรียนรู้ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ได้</p>



<p>“พี่เขามาถามว่าอยากเรียนไหม ถ้าอยากเรียนให้เขียนชื่อไป ผมไม่มีทางเลือก ไม่รู้ทำยังไงถึงจะได้เรียนต่อ ผมเลยบอกชื่อไป เขาเลยเรียกให้มาอยู่ที่นี่”​ ป่าดิเล่าให้ฟังหลังจากเราถามว่ามาอยู่กับไมตรีได้อย่างไร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1476cb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/05_รุ้ง-กองผักปิ้ง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รุ้ง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หากใครบอกว่าโรงเรียน คือ บ้านหลังที่ 2 บ้านหลังที่สองของป่าดิ คือ บ้านของไมตรีและยุพิน เพราะตลอดระยะเวลา 10 เดือนที่เขามาอยู่ที่นี่ ป่าดิแวะเวียนมานั่งเล่น มากินข้าว มาค้างคืนอยู่เป็นประจำ</p>



<p>ป่าดิเล่าว่าไมตรีและยุพินดีกับเขามากๆ เพราะก่อนหน้าที่ป่าดิจะได้เข้าโครงการ เขาไม่สามารถเลิกดมกาวและเลิกกัญชาได้ แต่พอถูกดึงเขามาอยู่ในสายตาของไมตรี ถูกสอนให้ค่อยๆ เลิก ป่าดิในตอนนี้จึงไม่กลับไปแตะสารเสพติดอีกเลย และถ้าพี่เลี้ยงทั้งสองคนอยากให้เขาช่วยอะไร เขาก็ยินดีทำ</p>



<p>1 ในกิจกรรมการเรียนรู้ที่ไมตรีและยุพินจัดสรรให้กับเด็กในโครงการ คือ กิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมลาหู่ อย่างการเต้นจะคึ (การเต้นเพื่อบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพิธีกรรมสำคัญของชาวลาหู่) ทำให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาสออกนอกพื้นที่เพื่อไปแสดงที่กรุงเทพ และได้รับโอกาสจากคนในหมู่บ้านให้ไปแสดงในวันสำคัญของหมู่บ้าน</p>



<p>“ก่อนหน้านี้เด็กพวกนี้จะโดนผู้นำหมู่บ้านด่าตลอดว่าไม่ได้เรื่อง เป็นเด็กมีปัญหา”&nbsp;</p>



<p>ไมตรีอธิบายว่า หากย้อนไปก่อนหน้านี้ ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนในหมู่บ้านอ้าแขนต้อนรับเด็กกลุ่มนี้ มิหนำซ้ำยังมองว่าเป็นเด็กเกเรเพราะไม่ไปเรียน และเป็นต้นเหตุของการทะเลาะวิวาทกับเด็กชาติพันธุ์อื่น</p>



<p>“เขาด่าพวกผมใส่ลำโพง ด่าระบุชื่อเรียงคน แต่ว่าพวกผมไม่ได้เป็นคนทำ”</p>



<p>เดวิดและเพื่อนๆ เคยโดนผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านด่าผ่านเสียงตามสาย ซึ่งข้อความในเสียงตามสายบอกว่าพวกเขาเป็น ‘คนเลว’ เพราะยกพวกไปทะเลาะวิวาทกับคนนอกหมู่บ้าน เดวิดและเพื่อนจึงต้องยกโขยงกันไปหาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเพื่อประท้วงว่าพวกเขาไม่ได้ทำ</p>



<p>“ผมไปคุยว่าทำไมเรียกชื่อพวกผมทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เขาก็ขึ้นเสียงใส่ว่าไปทำไม่ดีแบบนั้นทำไม ผมเลยโมโหขึ้นเสียงกลับไปว่าไม่ได้ทำ ฟังมาจากไหน ฟังให้ดีๆ ก่อนว่าใครเป็นคนทำ”</p>



<p>พอเดวิดยืนกรานว่าตัวเองไม่ได้ทำ ฝ่ายผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็ขอโทษและบอกว่าได้ยินมาจากคนอื่น แต่การขอโทษนั้นได้ยินเพียงเดวิดและเพื่อนๆ ไม่เหมือนตอนด่าออกลำโพงของหมู่บ้านที่ได้ยินกันทั้งหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านจึงเข้าใจผิดไปกันหมดว่าเดวิดและเพื่อนเป็นเด็กเกเร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-683x1024.jpg" alt="" class="wp-image-93679" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-683x1024.jpg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-200x300.jpg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-768x1152.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง-1024x1536.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/05/06_ไมตรี-ยุพิน-เด็กกองผักปิ้ง.jpg 1200w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<p>แต่พอพื้นที่บ้านของไมตรีเปิดให้เด็กๆ วิ่งเข้ามาหา โครงการเริ่มต้นขึ้นให้เด็กๆ ได้เรียน ได้มีวุฒิ ผู้คนในหมู่บ้านก็เริ่มมีทัศนคติที่ดีขึ้นกับเด็กๆ กลุ่มนี้ พอมีงานสำคัญก็เรียกให้ไปแสดงการเต้นจะคึ เพราะไม่มีใครในหมู่บ้านเต้นได้นอกจากเด็กๆ กลุ่มนี้&nbsp;</p>



<p>“ผมพาพวกเขาไปเต้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อชุมชน”</p>



<p>ไมตรี ยุพิน และพื้นที่ภายใต้รั้วบ้านแห่งนี้ จึงเป็นเหมือนที่พักพิงที่มีคนพร้อมรับฟังให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้านที่ถูกคนในหมู่บ้านตีตราว่าเป็นเด็กเกเรเพราะไม่เรียนหนังสือ ให้มีโอกาสได้รับวุฒิการศึกษา และถอยห่างจากปัญหายาเสพติดที่ผู้ใหญ่คนอื่นในสังคมไม่ใส่ใจ</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>เรื่อง : ธันยพร เกษรสิทธิ์<br>ภาพ : ธาตรี แสงมีอานุภาพ<br>ภาพประกอบ : ภัทราภรณ์ สงสาร</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-280525/">ได้เรียน ได้เล่น ได้ฝัน : บันทึกจากเด็กเกเรแห่งกองผักปิ้งที่ถูกด่าผ่านลำโพงของหมู่บ้าน สู่แก๊งเด็กในสายตาที่ได้รู้จักกับ ‘ห้องเรียนชีวิต’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
