<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MOU | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/mou/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 26 Jun 2026 11:06:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>MOU | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมกับ สคช. ลงนาม MOU ยกระดับพัฒนากำลังคนผ่านระบบ EWE Platform และคุณวุฒิวิชาชีพ มุ่งพ้นกับดักรายได้ปานกลาง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-260626-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 26 Jun 2026 11:06:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[EWE Platform]]></category>
		<category><![CDATA[สคช.]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103425</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260626-2/">กสศ. ร่วมกับ สคช. ลงนาม MOU ยกระดับพัฒนากำลังคนผ่านระบบ EWE Platform และคุณวุฒิวิชาชีพ มุ่งพ้นกับดักรายได้ปานกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เพื่อร่วมกันบูรณาการความร่วมมือในการส่งเสริมและพัฒนากำลังคน ผ่านระบบคุณวุฒิวิชาชีพและระบบ E-Workforce Ecosystem (EWE Platform) ณ ลานอเนกประสงค์ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อก โดยมี นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) นายนิธิวัชร์ ศิริปริยพงศ์ รองผู้อำนวยการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และ นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมลงนามในข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวอย่างเป็นทางการ </p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="854" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-10.jpg" alt="" class="wp-image-103426" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-10.jpg 854w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-10-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-10-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-10-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-10-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 854px) 100vw, 854px" /><figcaption class="wp-element-caption">จุลลดา มีจุล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p><strong>นางสาวจุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการ สคช. </strong>กล่าวว่า MOU ในวันนี้ จะนำไปสู่การเชื่อมโยงมากกว่าเดิม โดยเฉพาะในระบบ EWE Platform ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ได้รับทุนจาก กสศ. ให้มองเห็นเส้นทางอาชีพ (Career Path) ที่มั่นคงเมื่อเติบโตขึ้น กลุ่มเป้าหมายเร่งด่วน คือ กลุ่มเยาวชนอายุ 17–18 ปี ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาภาคปกติ และไม่ประสงค์จะกลับเข้าสู่รั้วโรงเรียน&nbsp; โดยจะใช้กลไกของสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เข้ามารับช่วงต่อเพื่อส่งเสริมและต่อยอดทางอาชีพให้แก่เยาวชนกลุ่มนี้โดยตรง&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง สคช. และ กสศ. เคยสร้างความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมมาแล้วจากโมเดลอาชีพ &#8220;ผู้ดูแลผู้สูงอายุ&#8221; ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า มีเยาวชนที่เคยได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง เข้าศึกษาต่อกับหน่วยงานฝึกอบรม (Training Provider) ของ สคช. จนสำเร็จการศึกษา โดยผู้เรียนได้รับประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพในอาชีพผู้ดูแลผู้สูงอายุ ระดับ 4 และ ระดับ 5&nbsp; ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพที่ตลาดกำลังต้องการสูงและได้รับค่าตอบแทนที่ดีมาก</p>



<p>“สคช. เชื่อมั่นว่าข้อค้นพบและโมเดลความสำเร็จที่เคยร่วมงานกับ กสศ. จะสามารถนำไปขยายผลเพื่อสร้างโอกาสให้กับเยาวชนคนอื่น ๆ ได้อีกเป็นจำนวนมาก และเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้ ซึ่งมุ่งหวังตอบโจทย์การลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้คนไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง พร้อมยกระดับตัวชี้วัด (Indicator) ด้านการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพของประชากรในประเทศไทยให้สูงขึ้นตามมาตรฐานสากล</p>



<p>“โดยในส่วนของขอบเขตความร่วมมือ สคช. จะทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลบนแพลตฟอร์ม EWE Platform ส่งเสริมนวัตกรรมการเรียนรู้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Training) ตลอดจนพัฒนาแนวทางการสะสมสมรรถนะการเรียนรู้ (Competency Credit Bank) และระบบสะสมหน่วยกิต (Credit bank) เพื่อเชื่อมโยงคุณวุฒิวิชาชีพกับคุณวุฒิทางการศึกษา” ผู้อำนวยการ สคช. กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-1.jpg" alt="" class="wp-image-103427" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/1-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า กสศ. จะสนับสนุนด้านข้อมูล และองค์ความรู้ทางวิชาการเพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ร่วมถอดบทเรียนเพื่อผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมทั้งสนับสนุนการเชื่อมโยงแพลตฟอร์มบริหารจัดการข้อมูลของเด็กและเยาวชนเข้ากับระบบ EWE Platform และส่งเสริมให้องค์กรต่าง ๆ ได้รับการรับรองเป็นองค์กรฝึกอบรมหรือองค์กรรับรองสมรรถนะบุคคล&nbsp;</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวอีกว่า ทั้งสององค์กรได้ร่วมทำงานกันมาแล้วระยะหนึ่ง จนเห็นภาพความเชื่อมโยงที่ชัดเจน และเชื่อมั่นว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จะบรรลุวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและตอบโจทย์อนาคตของเด็กไทยอย่างแท้จริง และจะสามารถสานฝันให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากที่มีความใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น ต้องการโอกาสในการเรียนรู้เพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว คุณวุฒิวิชาชีพจะเป็นหลักประกันความมั่นคงในชีวิตของพวกเขาให้นำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดตัวเองได้ในอนาคต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-11.jpg" alt="" class="wp-image-103428" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-11.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-11-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-11-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-11-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-11-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ความร่วมมือครั้งนี้ จะปลดล็อกข้อจำกัดข้อมูลภายใต้กฎหมาย PDPA โดยการพัฒนาคนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคนี้ จำเป็นต้องใช้การบริหารจัดการข้อมูล ปัจจุบันมีข้อจำกัดทางกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ค่อนข้างเข้มงวด MOU ฉบับนี้ จึงทำขึ้นเพื่อตกลงรายละเอียดในการส่งต่อข้อมูลอย่างถูกต้อง ช่วยให้การส่งต่อโอกาสและอนาคตของเด็กทำได้อย่างสมบูรณ์และปลอดภัย เพื่อขับเคลื่อนระบบ E-Workforce Ecosystem และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดย กสศ. จะเชื่อมโยงแพลตฟอร์มข้อมูลเยาวชนเข้ากับระบบ E-Workforce Ecosystem ของ สคช. เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) นอกรั้วโรงเรียน เปิดโอกาสให้เด็กพัฒนาตนเองและได้รับใบรับรองวุฒิตามศักยภาพจริง&nbsp;</p>



<p>“โดยการรับรองคุณวุฒินี้ จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็ก ครอบครัว และขับเคลื่อนประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ทางวิชาการ ถอดบทเรียนเพื่อผลักดันนโยบาย ที่ส่งเสริมให้องค์กรต่าง ๆ ได้รับการรับรองเป็นหน่วยฝึกอบรม เพื่อพาประเทศไทยออกจากกับดักความยากจนและกับดักรายได้ปานกลาง” ผู้จัดการ กสศ. กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-2.jpg" alt="" class="wp-image-103429" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/2-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-260626-2/">กสศ. ร่วมกับ สคช. ลงนาม MOU ยกระดับพัฒนากำลังคนผ่านระบบ EWE Platform และคุณวุฒิวิชาชีพ มุ่งพ้นกับดักรายได้ปานกลาง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-160925/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 16 Sep 2025 09:41:48 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[10000 ชีวิตได้กลับมาเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[พม. SMART]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[อนุกูล ปีดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95992</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แถลงความสำเร็จ <strong>“10,000 ชีวิตได้กลับมาเรียน”</strong> จากการช่วยเหลือเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางที่หลุดจากระบบการศึกษาผ่านระบบ <strong>พม. Smart</strong> และ <strong>Thailand Zero Dropout</strong> พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อยกระดับกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา และกดปุ่มความพร้อมโอนเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพแก่เด็กที่ได้รับการค้นพบ</p>



<p>ภายในงานมีผู้ร่วมแถลงและเป็นสักขีพยาน ได้แก่ <strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัดกระทรวง พม. พร้อมคณะผู้บริหาร, <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ., <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ., ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และนักวิจัยจากมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ เข้าร่วมทั้งแบบ Onsite และออนไลน์</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png" alt="" class="wp-image-95993" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-41-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png" alt="" class="wp-image-95998" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-46-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p><strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> กล่าวว่า กระทรวง พม. มีเป้าหมายสร้างสังคมที่ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการพัฒนาและมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยได้พัฒนาระบบ <strong>พม. Smart</strong> ร่วมกับ กสศ. มาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและสร้างโอกาสทางการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ ลดความซ้ำซ้อน และทำให้การช่วยเหลือรายบุคคลแม่นยำยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png" alt="" class="wp-image-95996" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-44-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ขณะเดียวกันนโยบาย <strong>Thailand Zero Dropout</strong> ที่ผลักดันโดย กสศ. ได้ถูกยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดจำนวนเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ การค้นหาและติดตาม, การช่วยเหลือและส่งต่อ, การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น และการประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน โดยล่าสุด มีเด็กและเยาวชนกลุ่มเปราะบางจากระบบ พม. Smart จำนวน 7,322 คน ที่จะได้รับการสนับสนุนจาก กสศ. ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและการฝึกทักษะอาชีพ</p>



<p>“การพาเด็กเยาวชนกลับเข้าสู่การศึกษาเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเหมาะสม คืองานเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันผลักดัน ไม่ใช่ภารกิจของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง แต่คือวาระสำคัญระดับชาติ จึงขอฝาก พมจ. และคณะทำงาน One Home ทุกจังหวัด ร่วมขับเคลื่อนงานนี้ให้สำเร็จ” ปลัด พม. กล่าว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png" alt="" class="wp-image-95994" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-42-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือของทุกหน่วยงานทำให้จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาลดลงจากกว่า <strong>1.02 ล้านคนในปี 2566</strong> เหลือประมาณ <strong>880,000 คนในปี 2568</strong> ถือเป็นความก้าวหน้าที่สะท้อนพลังของการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงาน</p>



<p>“ผลการศึกษาสถานการณ์ทางสังคมโดยมูลนิธิศูนย์วิจัยและติดตามความเป็นธรรมทางสุขภาพ พบว่าเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบางมักประสบปัญหาซ้ำซ้อน บางกรณีเผชิญปัญหารุนแรง ต้องได้รับการดูแลเป็นรายกรณี การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง พม. Smart และฐานข้อมูล Thailand Zero Dropout จะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png" alt="" class="wp-image-95995" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-43-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png" alt="" class="wp-image-95997" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45.png 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-300x200.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-768x511.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-750x500.png 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/09/image-45-272x182.png 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ผู้จัดการ กสศ. ยังเผยว่า เด็กเยาวชนที่ถูกพบจากระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout จำนวน 7,322 คน จะได้รับเงินสนับสนุนการกลับเข้าสู่การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะอาชีพจาก กสศ. จำนวน 4,000 บาทต่อคน และผู้จัดการรายกรณีจะได้รับเงินสนับสนุนในการสำรวจดูแลเด็ก จำนวน 1,000 บาทต่อราย เพราะการดูแลเด็กเยาวชนกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องอาศัยระบบสนับสนุนรายบุคคลและความร่วมมือใกล้ชิดจาก พมจ. และทีม One Home ในทุกจังหวัด เพื่อให้การดูแลรายบุคคลครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสังคม การศึกษา และการดำรงชีวิต</p>



<p>“กสศ. พร้อมทำงานกับเครือข่ายวิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการศึกษาที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ รวมถึงการติดตามและประเมินผลเพื่อปรับปรุงแนวทางช่วยเหลือให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม เป้าหมายคือการสร้างโอกาสการศึกษาให้เด็กทุกคน ลดความเหลื่อมล้ำ และยกระดับคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ” ผู้จัดการ กสศ. กล่าวสรุป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-160925/">พม.–กสศ. ใช้ระบบ พม. Smart และ Thailand Zero Dropout ช่วยเหลือเด็กเยาวชนหลุดจากระบบกว่า 10,000 คนกลับมาเรียน พร้อมลงนาม MOU เสริมกลไกการดูแลและคุ้มครองสิทธิทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘เมืองคอนโมเดล’ อบจ.นครศรีธรรมราช – ม.วลัยลักษณ์ – กสศ. ร่วม MOU สร้างต้นแบบผลิตและพัฒนากำลังคนท้องถิ่นจากเด็กขาดโอกาส สู่การบรรจุงานบุคลากรสาธารณสุขประจำชุมชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190725/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 19 Jul 2025 03:54:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เมืองคอนโมเดล]]></category>
		<category><![CDATA[บุคลากรสาธารณสุขประจำชุมชน]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กขาดโอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนากำลังคนท้องถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[อบจ.นครศรีธรรมราช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=95138</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดนคร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190725/">‘เมืองคอนโมเดล’ อบจ.นครศรีธรรมราช – ม.วลัยลักษณ์ – กสศ. ร่วม MOU สร้างต้นแบบผลิตและพัฒนากำลังคนท้องถิ่นจากเด็กขาดโอกาส สู่การบรรจุงานบุคลากรสาธารณสุขประจำชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2568 องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขจากเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ให้สามารถเข้าถึงการศึกษาและการประกอบอาชีพเต็มศักยภาพ พร้อมได้รับการบรรจุเป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยบริการสุขภาพของ อบจ. ในพื้นที่ภูมิลำเนาของตนเอง</p>



<p>ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เสริมสร้างระบบพัฒนากำลังคนในระดับท้องถิ่น และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกับสถาบันอุดมศึกษา พัฒนาทักษะวิชาชีพด้านสาธารณสุขให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ และวางรากฐานระบบต้นแบบการผลิตบุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละพื้นที่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXduPmz7HvTtIlHOwxdBLcLi94Ynvh71Ij_JOMa2bD0tZ4tzMeTeryBTrSVHW-bK_8cAiDjg4eVsN9g-209usMT6Usd_Asttt8WtNhNZx1vY6lVbM7rBRpRZYtmKcJZTxXIf-Hb5_w?key=F2eQwAGw2CEjNKAkIHMypA" alt=""/><figcaption class="wp-element-caption">วาริน ชิณวงศ์</figcaption></figure></div>


<p><strong>นางสาววาริน ชิณวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช</strong> กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงจุดยืนครั้งสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อดูแลเด็กและเยาวชนกลุ่มที่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ ขาดโอกาสทางการศึกษา ผ่านการผลิตและพัฒนาบุคลากรสายสาธารณสุข</p>



<p>“อบจ. ตั้งใจจะร่วมมือกับทุกองค์กร เพื่อทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชดีกว่าเดิม และยินดีที่จะฟังทุกเสียง แม้บางเสียงจะมาจากบางคนที่เสียงเบาที่สุดในสังคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเสียงของคน 20% ของประเทศไทยที่มีรายได้ต่ำที่สุด ซึ่งอยู่ข้างล่างสุดของพีระมิด&nbsp;</p>



<p>“อบจ. ตั้งใจดูแลครอบครัวจนข้ามรุ่นด้วยการศึกษา ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น โดย อบจ. จะเข้าไปช่วยตั้งแต่ขั้นตอนการคัดกรองเด็กเข้าเรียน ประคับประคองให้เขาสำเร็จการศึกษา โดยหวังว่าเยาวชนที่ได้เรียนหลักสูตรนี้จะกลายเป็นต้นแบบหรือโมเดลให้กับคนอื่น ๆ ในชุมชนของพวกเขา ว่าทุกคนมีโอกาสได้รับการพัฒนาศักยภาพตามความเหมาะสม นี่คือการเริ่มต้นที่แม้จะทำเรื่องยากและใช้เวลามากเห็นผลช้า แต่เชื่อว่าคือแนวทางที่ยั่งยืนและมั่นคง” นางสาววารินกล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXfG2m9Vqm7-6y6Lx-eaRsYI0hzEi2mzz1uSgx6jbKSB5hXAl5hP_4j_HmOlJ_mRhAnp2JcGiShf0p02SrlxhFXkRNADp6LxXXfh2VeDlrCUlObDV3XzXIpwyVFwAYtIjNZnwUbZUQ?key=F2eQwAGw2CEjNKAkIHMypA" alt=""/><figcaption class="wp-element-caption">ผศ.ดร.อรเพ็ญ สุขะวัลลิ</figcaption></figure></div>


<p><strong>ผศ.ดร.อรเพ็ญ สุขะวัลลิ คณบดีสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์</strong> ระบุว่า ความร่วมมือนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายและภารกิจหลักในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของมหาวิทยาลัย ด้านการส่งเสริมการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์ท้องถิ่น โดยเฉพาะในสาขาผู้ช่วยพยาบาลซึ่งมีความต้องการสูงในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เป็นภาคีร่วมดำเนินงานโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ของ กสศ.</p>



<p>“สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จะร่วมกับ อบจ. และ กสศ. ผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น ในการค้นหา คัดกรอง และสนับสนุนเยาวชนที่มีศักยภาพแต่ขาดทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาสในพื้นที่นครศรีธรรมราช ให้เข้ารับทุนหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล รวมถึงออกแบบการเรียนการสอนที่เหมาะกับบริบทพื้นที่ เช่น การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้พิการ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานจริงในศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพระดับอำเภอ</p>



<p>“ภารกิจนี้เป็นความหวังของพื้นที่นครศรีธรรมราช ในการสร้างผู้ช่วยพยาบาลซึ่งเป็นนักเรียนในท้องถิ่น เป็นโอกาสในการเปลี่ยนผู้ที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา ให้มีทั้งการศึกษา มีอาชีพ เป็นการตัดวงจรของความยากจน ขณะเดียวกัน จะเป็นอีกกำลังหนึ่งที่จะเข้ามามีบทบาทส่งเสริมสุขภาพของคนในชุมชนตนเองด้วย” ผศ.ดร.อรเพ็ญ กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXfxOlYad-FLWyCNwwfCNOXlFLdqqC1XXLRvRL1bz-DOz2-pw_IB8H5bpYWOlZnwqJvNYUyXpBHMkGvRXIepc7vCAKUYy2w-LGuGCvZtx3ToeR3A72nGHl77H4lJia72AQrHNc5dgg?key=F2eQwAGw2CEjNKAkIHMypA" alt=""/><figcaption class="wp-element-caption">(กลาง) ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div>


<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. </strong>กล่าวว่า กสศ. มุ่งขับเคลื่อนภารกิจลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยใช้แนวทาง “การศึกษาที่เปลี่ยนชีวิตได้” ผ่านโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งมีเป้าหมายในการเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนชั้น ม.6 ปวช. หรือเทียบเท่า ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้สามารถเรียนต่อในสายอาชีพ เพื่อยุติความยากจนที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยเฉพาะในหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล และหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์</p>



<p>ทั้งนี้ โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ประเภททุนระยะสั้น 1 ปี ได้ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน โดยมีผู้รับทุนสะสมรวม 6 รุ่น จำนวนรวม 2,013 คน เข้าเรียนในสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชนที่เปิดสอนหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ รวม 23 แห่ง ใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ</p>



<p>“จากการทำงาน 5-6 ปีที่ผ่านมา พบว่า หลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและผู้ช่วยทันตแพทย์ ที่ใช้เวลาเรียนเพียง 1 ปี สสามารถสร้างรายได้เริ่มต้นอย่างน้อย 12,000 บาทต่อเดือน และอาจสูงถึง 25,000 บาท”&nbsp;</p>



<p>จากการประเมินผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและสังคม (Social Return on Investment: SROI) โดยคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พบว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ประเภททุน 1 ปี ในหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ ให้ค่า SROI เฉลี่ยอยู่ที่ 2.772 เท่า กล่าวคือ ทุก 1 บาทที่ลงทุน จะสร้างผลประโยชน์คืนสู่สังคมประมาณ 2.772 บาท ซึ่งสะท้อนถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพของการให้ทุนในระยะยาว</p>



<figure class="wp-block-image"><img decoding="async" src="https://lh7-rt.googleusercontent.com/docsz/AD_4nXdRNadZaFpCLa4e-p0PPm4s5gO5mJbsB-VaBeJqpg_NB6n2bwr7dFY4ic_O0O34sYtay0qhr0XXKMKOMSW3u2xBLdbG-Ii1m00qS_e2xmdCQywJGL341xLfbLYs37UYnW0RUJbR?key=F2eQwAGw2CEjNKAkIHMypA" alt=""/></figure>



<p>หลักสูตรนี้จึงเป็นหลักสูตรที่สามารถพลิกชีวิตน้อง ๆ ที่มาจากครอบครัวที่มาจากครอบครัวยากจนพิเศษ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยเพียงเดือนละ 3,000 บาท ให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและอาชีพอย่างแท้จริง ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด พบว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีเด็กและเยาวชนกลุ่มยากจน/ยากจนพิเศษอยู่ประมาณ 36,000 คน&nbsp;</p>



<p>โครงการนี้ไม่เพียงแต่ตั้งใจพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เท่านั้น แต่ยังตั้งใจพัฒนาความร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีความสนใจมุ่งมั่นในการร่วมผลิตและพัฒนาบุคลากรสายสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของอบจ. ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ฟื้นฟูระบบสุขภาพทุกช่วงวัย โดยมีแนวทางจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพระดับอำเภอ เพื่อรองรับการดูแลผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยในระยะพึ่งพิง รวมถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนทั่วไป&nbsp;</p>



<p>โดย อบจ.นครศรีธรรมราช มีแผนบรรจุบุคลากรสาธารณสุขประจำศูนย์ฟื้นฟูหรือหน่วยบริการสุขภาพในพื้นที่อย่างน้อยอำเภอละ 1 อัตรา ครอบคลุมทั้ง 23 อำเภอของจังหวัด เพื่อให้เยาวชนในท้องถิ่นสามารถกลับมาทำงานในภูมิลำเนาอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>“ทุกฝ่ายที่ร่วมลงนามใน MOU ครั้งนี้ มีความตั้งใจและความเชื่อมั่นตรงกันว่า&nbsp; ระบบสุขภาพชุมชนที่เข้มแข็ง จะทำให้มีกำลังคนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดที่เข้มแข็งต่อไป ‘เมืองคอนโมเดล’ ถือเป็นจังหวัดแรกของประเทศไทยที่มีโมเดลนี้ ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะสร้างแรงบันดาลใจด้านความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้กับอีกหลายจังหวัดในอนาคต” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190725/">‘เมืองคอนโมเดล’ อบจ.นครศรีธรรมราช – ม.วลัยลักษณ์ – กสศ. ร่วม MOU สร้างต้นแบบผลิตและพัฒนากำลังคนท้องถิ่นจากเด็กขาดโอกาส สู่การบรรจุงานบุคลากรสาธารณสุขประจำชุมชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ราชบุรี เดินหน้า 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด เน้นหลักสูตรยืดหยุ่น-เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา-มีรายได้ระหว่างเรียน ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ ช่วงปิดเทอมใหญ่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040325-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Mar 2025 07:42:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 ระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกันเด็กหลุดระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=91401</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ มหาวิทยา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040325-2/">ราชบุรี เดินหน้า 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด เน้นหลักสูตรยืดหยุ่น-เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา-มีรายได้ระหว่างเรียน ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ ช่วงปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จังหวัดราชบุรี&nbsp; 25 องค์กรในจังหวัดราชบุรี ลงนาม MOU เพื่อสร้างความร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหาเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาและเด็กตกหล่น ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา ด้วยการจัดการศึกษายืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบครอบคลุมทุกโรงเรียน 100% ในจังหวัดราชบุรี&nbsp;</p>



<p>1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เป็นนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อลดอุปสรรคในการเข้าถึงศึกษาให้แก่เด็กเยาวชนยากจนและด้อยโอกาส ภายใต้โครงการ ราชบุรี Zero Dropout  เด็กทุกคนต้องได้เรียน  เริ่มทดลองนำร่องในจังหวัดราชบุรีตั้งแต่ปี 2567 จากความร่วมมือระหว่าง จังหวัดราชบุรี  บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b638e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b4931"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/02-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวฐิติลักษณ์ คำพา ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี</strong> <strong>กล่าวว่าการลงนาม MOU ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนในจังหวัดราชบุรีร่วมมือกันในการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบสร้างการศึกษาที่ยืดหยุ่นมีทางเลือก ซึ่งราชบุรีจะเป็นจังหวัดแรกของประเทศที่ทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ. พัฒนาเป็นพื้นที่เรียนรู้ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ครอบคลุม 333 โรงเรียน&nbsp; เพื่อป้องกันเด็กเยาวชนไม่ให้หลุดจาก ระบบการศึกษา เดินหน้าสู่ ราชบุรี Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน&nbsp;</strong></p>



<p>การลงนามเพื่อสร้างความร่วมมือ 25 องค์กรประกอบด้วย จังหวัดราชบุรี, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดราชบุรี, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 1, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาราชบุรี เขต 2, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาราชบุรี, สำนักงานการอาชีวศึกษาจังหวัดราชบุรี, สำนักงานประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดราชบุรี, สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดราชบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดราชบุรี, ศูนย์การเรียนสร้างสรรค์การเรียนรู้ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13, ตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี, สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดราชบุรี, สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดราชบุรี, สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดราชบุรี, สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 4 ราชบุรี, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี, สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี, สภาอุตสาหกรรมจังหวัดราชบุรี, บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดราชบุรี, สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดราชบุรี, เรือนจำกลางเขาบิน, เรือนจำกลางราชบุรี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-abab12"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/03-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ฐิติลักษณ์ คำพา</figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4a3518"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า กสศ. เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็กและเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาสให้สามารถพัฒนาเต็มศักยภาพได้ และเป็นก้าวสำคัญในการลดอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาโดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมใหญ่นี้ เป็นรอยต่อสำคัญ การจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ จะช่วยป้องกันการหลุดจากระบบได้&nbsp;</p>



<p>การทดลองนำร่องในระยะแรก พบว่า&nbsp; 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ สามารถป้องกันและช่วยเหลือไม่ให้เด็กเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษาได้เกือบ 100% จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 98 คนในรุ่นแรก&nbsp; มีเพียง 1 คนเท่านั้น ที่ย้ายภูมิลำเนาออกจากจังหวัดราชบุรี &nbsp; โดยปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากความทุ่มเทของครู ผู้อำนวยการโรงเรียนที่ทำให้เรื่องนี้สำเร็จ&nbsp; เช่น&nbsp;</p>



<ul>
<li>ความยืดหยุ่นของหลักสูตร เวลาเรียน ที่ตอบโจทย์ชีวิต &nbsp; ผู้เรียนแต่ละบุคคล</li>



<li>เรียนรู้ได้ทุกที่ ทุกเวลาจากแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น สถานประกอบการ สื่อเทคโนโลยี กิจกรรมของชุมชน</li>



<li>ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานและมีรายได้ระหว่างเรียน</li>
</ul>



<p>“การจัดการศึกษายืดหยุ่นเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาอย่างยั่งยืนสำหรับเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กเยาวชนยากจนด้อยโอกาส ที่สามารถเรียนรู้ควบคู่กับการทำงานและมีรายได้ระหว่างเรียน โดยครู ผู้เรียน และสถานประกอบการร่วมกันวางแผนการเรียนรู้ ออกแบบเนื้อหา วิธีการเรียนรู้ รวมถึงการประเมินองค์ความรู้และประสบการณ์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4b9e57"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/05.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นิยม ไผ่โสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.</strong> กล่าวว่าราชบุรีเป็นจังหวัดนวัตกรรมต้นแบบของการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ หรือ ‘ราชบุรีโมเดล’ ที่ได้รับการขยายผลไปทั่วประเทศ</p>



<p>“ช่วงเวลานี้ถือเป็นช่วงที่ฟ้าเปิด เพราะการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นได้ถูกนำมาปรับใช้ตามนโยบายของ พล.ต.อ. เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ สพฐ. จากการที่ กสศ. ได้เริ่มต้นจุดประกายการจัดการศึกษาโดยเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการศึกษาที่ยืดหยุ่นสอดคล้องกับสถานการณ์ชีวิตจริงของเด็กแต่ละคน ตลอดจนแนวนโยบายเรียนดีมีความสุข ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความสุขและความพร้อมของผู้เรียนในการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่”</p>



<p>องค์ความรู้และประสบการณ์จากการทดลองนำร่องของจังหวัดราชบุรี  ยังได้รับการขยายผล โดย สพฐ. ได้ประกาศใช้แนวทางการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ  สำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด สพฐ. อย่างเป็นทางการให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ad79c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/06.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมัชชา พรหมศิริ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายสมัชชา พรหมศิริ Chief of Staff บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)</strong> กล่าวว่าในฐานะภาคเอกชน บริษัทฯ ยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Zero Dropout เด็กทุกคนต้องได้เรียน และสนับสนุนการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ โดยเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนราชบุรีโมเดลให้เป็นจังหวัดต้นแบบด้านนวัตกรรมการศึกษาของประเทศ ผ่านความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน จะนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ให้เด็กและเยาวชนทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเสมอภาคและยั่งยืน</p>



<p>“ในปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการดำเนินงานของหน่วยงานการศึกษาและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ที่ร่วมมือกับ กสศ. อย่างเต็มที่ จนเกิดเป็นรูปธรรมในวันนี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์ร่วมกันในการให้เด็กทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ภายใต้ข้อจำกัดในเงื่อนไขชีวิต ได้เข้าถึงโอกาสการศึกษาที่มีคุณภาพและยืดหยุ่นอย่างเสมอภาค หลายครั้งที่ผมมีโอกาสลงพื้นที่ตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มทำงาน ได้เห็นความคืบหน้าของโครงการจากการสนับสนุนและความร่วมมือในพื้นที่ จึงมั่นใจว่าโครงการ Zero Dropout จะขับเคลื่อนราชบุรีโมเดลให้เป็นจังหวัดต้นแบบในการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% และสามารถนำไปเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0ea08c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39c27c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040325-2/">ราชบุรี เดินหน้า 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ 100% ทั้งจังหวัด เน้นหลักสูตรยืดหยุ่น-เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา-มีรายได้ระหว่างเรียน ป้องกันเด็กหลุดจากระบบ ช่วงปิดเทอมใหญ่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. ลงนาม MOU ร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย ‘TSQM-NRRU-Network’ จังหวัดนครราชสีมา รวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-130225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 13 Feb 2025 05:27:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา]]></category>
		<category><![CDATA[TSQM-NRRU-Network]]></category>
		<category><![CDATA[นครราชสีมา]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=90920</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราช [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130225/">กสศ. ลงนาม MOU ร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย ‘TSQM-NRRU-Network’ จังหวัดนครราชสีมา รวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้ลงนามความร่วมมือใน ‘โครงการการยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โรงเรียนเครือข่าย TSQM-NRRU-Network’ ร่วมกับ สำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (NRRU) รวมถึง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดนครราชสีมาเขต 1 ถึงเขต 7 มูลนิธิอิ่มอกอิ่มใจ และโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา</strong></p>



<p>โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการองค์ความรู้และนวัตกรรมการวิจัย ในระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (2568 &#8211; 2570) โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาระบบบริหารจัดการเครือข่าย พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากร สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ดิจิทัล และส่งเสริมการวิจัยพัฒนานวัตกรรมการศึกษาใน 42 โรงเรียนเครือข่าย TSQM-NRRU-Network ซึ่งจะขยายเครือข่ายเป็น 45 โรงเรียนภายในปี 2569 และ 55 โรงเรียนในปี 2570</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ccf5fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/06-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b785d0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/01-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังจากพิธีลงนามความร่วมมือ ได้มีการนำเสนอนวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนใน 6 หัวข้อ ได้แก่ 1. อนุบาลจิตศึกษา 2. จิตศึกษา 3. การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL: Problem-Based Learning) 4. ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม 5. ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC: Professional Learning Community) 6. ระบบสารสนเทศ Q-info ซึ่งช่วยลดภาระงานของครูผู้สอนเรื่องการจัดการเอกสาร รวมถึงการทำ Workshop นวัตกรรมการเรียนรู้ การนำเสนอข้อสรุป และการสะท้อนความคิดจากผู้เข้าร่วม ซึ่งมีวิทยากรจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา ศึกษานิเทศก์ และครูจากโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วมในกิจกรรมดังกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b4eeaa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/07-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา</strong> กล่าวในฐานะประธานเปิดงานว่า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ตนมีความหวังในด้านการจัดการศึกษา เนื่องจากกิจกรรมนี้เกิดจากการร่วมมือของหลายภาคส่วนในหลายจังหวะและโอกาส ซึ่งจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘การพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย’ เพราะเชื่อว่าการเริ่มต้นในจังหวัดนครราชสีมาครั้งนี้ จะเป็นต้นทางในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป</p>



<p>“ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาได้ดำเนินโครงการหรือยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ตามพันธกิจ แต่ยังไม่สามารถนำตัวชี้วัดต่าง ๆ มาวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม เราจึงคิดใหม่ว่า จำเป็นต้องมีโครงการที่มีระยะเวลาต่อเนื่องอย่างน้อยสามปี และต้องลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการสามารถบรรลุผลตามระยะเวลาที่ตั้งไว้ การทำ MOU ร่วมกันในวันนี้จากทุกภาคีเครือข่ายจึงเป็นความหวังใหม่ที่เราต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่มาร่วมมือกัน เพื่อให้เป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จไปได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-517601"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/04-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ผศ.ดร.สิรินาถ จงกลกลาง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.สิรินาถ จงกลกลาง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายจัดการศึกษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา </strong>กล่าวว่าโครงการนี้เป็นการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นในด้านการผลิตและพัฒนาครู โดยมุ่งเน้นการยกระดับการศึกษาตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs: Sustainable Development Goals) เป้าหมายที่ 4 คือ การสร้างหลักประกันว่าทุกคนจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ครอบคลุมและเท่าเทียม พร้อมสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายในการพลิกโฉมการผลิตและพัฒนาครูของสถาบันการศึกษา โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน</p>



<p>“วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือการพัฒนาระบบและกลไกการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมการวิจัยของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา โดยมุ่งยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน นวัตกรรมหลักในโครงการประกอบด้วย จิตศึกษา, การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL), ภาษาไทยผ่านวรรณกรรม, การพัฒนาชุมชนทางวิชาชีพครู (PLC) และยังมีนวัตกรรมเสริมที่ตอบสนองความต้องการของสถานศึกษา เช่น จิตวิทยาเชิงบวก, การใช้ AI ในการเรียนการสอน, การประยุกต์ใช้แนวปฏิบัติการสอน (Core Teaching Practices) รวมทั้งการนำองค์ความรู้จากนวัตกรรมและการวิจัยมาใช้ เช่น การพัฒนาทักษะการคิดแก้ปัญหา, GFTRO Model, หลักสูตร Sand Box และการใช้บอร์ดเกมในการจัดการเรียนรู้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-793af4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/05-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวถึงการพบกับผู้บริหารและบุคลากรจากโรงเรียนเครือข่ายกว่า 40 แห่งในครั้งนี้ว่า แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเครือข่าย TSQM จังหวัดนครราชสีมา ซึ่ง กสศ. หวังว่าจะเติบโตขึ้นและเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่จะขยายไปทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงแนวทางการทำงานกับเด็กเยาวชนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษา โดย กสศ. ได้จำแนกกลุ่มเสี่ยงที่อาจหลุดออกจากระบบการศึกษาออกเป็นหลายมิติ โดยเฉพาะเด็กจากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษาในช่วงชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น รวมทั้งเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา</p>



<p>ปัจจุบันเด็กกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มีจำนวนมากถึง 2.8 ล้านคนทั่วประเทศ และเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษากว่า 9 แสนคน กสศ. จึงคาดหวังว่าโครงการ TSQM ซึ่งมีการดำเนินงานต่อเนื่องจาก TSQP จะช่วยเปลี่ยนแปลงคุณภาพการศึกษาได้จากทั้งผู้เรียนและโรงเรียน โดยครูเป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง</p>



<p>“หลังจากดำเนินโครงการ TSQP มา 5-6 ปี เราได้ยกระดับการทำงานสู่ TSQM หรือ Teacher and School Quality Movement โดยมุ่งหวังให้โรงเรียนและบุคลากรมีการเชื่อมโยงระหว่างเครือข่าย พื้นที่ และชุมชน ซึ่ง TSQM จะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. TSQM-A ที่ทำในภาพใหญ่ เช่น เขตพื้นที่การศึกษา 2. TSQM-N ที่เชื่อมโยงโรงเรียนในพื้นที่เฉพาะ และ 3. TSQM-I ที่เชื่อมโยงโรงเรียนที่มีประเด็นร่วม เช่น ปัญหาการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4cacf4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/03-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0adc84"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/02/02-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. กล่าวต่อว่า การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนทั้งสามรูปแบบนี้จะทำให้เกิดข้อเรียนรู้ และพัฒนาแนวทางการขับเคลื่อนทั้งในเชิงพื้นที่และเชิงเครือข่าย โดยมีประเด็นการทำงาน องค์ความรู้ นวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน การแก้ปัญหา และการดูแลช่วยเหลือเด็กจำนวนมากที่ได้จากคณะทำงานระดับพื้นที่ อาทิ ครูแกนนำ ผู้อำนวยการโรงเรียน หน่วยงานต้นสังกัด หรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยเห็นผลแล้วว่าการทำงานนั้นได้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงตัวเด็กเยาวชนอย่างเป็นรูปธรรม</p>



<p>ทั้งนี้ ปัจจุบันมีเด็กเยาวชนช่วงวัย 3-18 ปี จากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจนกว่า 9 แสนคนที่อยู่นอกระบบการศึกษา และยังมีเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาอีกมากถึง 2.8 ล้านคน กสศ. จึงตั้งเป้าหมายในการพาเด็กเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาพร้อมมาตรการป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในอนาคต และมุ่งขยายผลนวัตกรรมการศึกษาที่สอดคล้องกับแนวคิด ‘การขับเคลื่อนโรงเรียนพัฒนาตนเอง หรือ TSQM’ นอกจากนี้ยังมีการทำงานต้นแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำลังขับเคลื่อน คือนวัตกรรม 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ คือสนับสนุนให้โรงเรียนต่าง ๆ บูรณาการการจัดการเรียนการสอนทั้ง 3 ประเภทคือ 1.ในระบบ 2.นอกระบบ 3.ตามอัธยาศัย เพื่อทำให้การศึกษาที่มีอยู่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น&nbsp;</p>



<p><strong>“สุดท้ายนี้ กสศ. และภาคีเครือข่ายขอขอบคุณโรงเรียนทั้ง 42 โรงเรียน จาก สพป.นครราชสีมา เขต 1 ถึงเขต 7 ที่ให้ความสำคัญกับโครงการ และร่วมลงนามในโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในโรงเรียนเครือข่าย TSQM-NRRU-Network เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายสนับสนุนด้านวิชาการและพัฒนานักเรียนให้ก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง”</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-130225/">กสศ. ลงนาม MOU ร่วมกับโรงเรียนเครือข่าย ‘TSQM-NRRU-Network’ จังหวัดนครราชสีมา รวมพลังยกระดับคุณภาพการศึกษาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือ สภาวิชาชีพบัญชีฯ ขับเคลื่อนหน่วยจัดการการเงินโครงการเชิงรุก ส่งเสริมความเชื่อมั่นการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-011124/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2024 07:54:44 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[หน่วยจัดการการเงินโครงการเชิงรุก]]></category>
		<category><![CDATA[สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87893</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-011124/">กสศ. จับมือ สภาวิชาชีพบัญชีฯ ขับเคลื่อนหน่วยจัดการการเงินโครงการเชิงรุก ส่งเสริมความเชื่อมั่นการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2567 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) โครงการบัญชีอาสา เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของ กสศ. ให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์</strong> โดยมีผู้บริหารของสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย นายวินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ นางวารุณี ปรีดานนท์ ประธานในคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการวางระบบบัญชี และผู้บริหารของ กสศ. นำโดย ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. และนางสาวภมรศรี ไพบูลย์รวมศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักธรรมาภิบาลและบริหารงานทั่วไป เข้าร่วม ณ สำนักงาน กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9905ed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1101_กสศ.-จับมือ-สภาวิชาชีพบัญชี-04.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) วินิจ ศิลามงคล (ขวา) ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความร่วมมือครั้งนี้ จะเป็นการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของ กสศ.​ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการ โดยร่วมกันกำหนดแนวทางการลดขั้นตอนต่าง ๆ เช่น การตรวจสอบความถูกต้องของรายงานการเงิน การจัดทำรายงานการเงินที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นยังสามารถลดความเสี่ยงจำนวนโครงการล่าช้า จากกรณีที่ภาคีร่วมดำเนินงานขาดความเข้าใจในการจัดทำรายงานการเงิน รวมถึงก่อให้เกิดการพัฒนาหรือปรับปรุงแนวทางการจัดทำรายงานการเงินโครงการ และผลักดันให้การจัดทำรายงานการเงินโครงการมีความถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b09485"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1101_กสศ.-จับมือ-สภาวิชาชีพบัญชี-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายวินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ</strong> กล่าวว่า สภาวิชาชีพบัญชีจะใช้ความเป็นวิชาชีพช่วยเหลือภาคีต่าง ๆ ให้มีความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น&nbsp; โดยเฉพาะด้านบัญชีและการเงิน การจัดทำรายงานการเงินของโครงการต่าง ๆ ให้มีความถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง</p>



<p>“การอาสาเข้ามาช่วยงาน กสศ. เป็นความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบรายงานการเงิน สร้างความเชื่อมั่นของประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณที่ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของแต่ละโครงการตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงเป็นความร่วมมือทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ปรับปรุงแนวทางการจัดทำรายงานการเงินโครงการของ กสศ. จึงได้ลงนาม MOU เพื่อกำหนดแนวทางในการช่วยเหลือร่วมกัน”</p>



<p>ทั้งนี้ สภาวิชีพบัญชีฯ เป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ในการเสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบการวิชาชีพบัญชีให้เป็นมืออาชีพร่วมสมัย เป็นสากล และมีจรรยาบรรณ ประกอบกับมีการขยายขอบเขตการดำเนินงานและการให้บริการแก่สมาชิกส่วนภูมิภาคร่วมกับสาขาสภาวิชาชีพบัญชีทั้ง 13 สาขา เพื่อใกล้ชิดและเข้าใจในการทำงานของสมาชิกส่วนภูมิภาค รวมถึงในปี 2567 ที่ผ่านมา มีการทำงานร่วมกับวิทยาลัยที่เปิดสอนในวิชาชีพบัญชี ทั้ง 9 แห่ง เพื่อให้มีนักบัญชีอาสาเข้าไปเสริมสร้างองค์ความรู้ทางด้านบัญชีแบบง่าย ๆ ให้แก่วิสาหกิจชุมชน เศรษฐกิจชุมชน และธุรกิจขนาดย่อม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ddf8db"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1101_กสศ.-จับมือ-สภาวิชาชีพบัญชี-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ความร่วมมือในโครงการนักบัญชีอาสา จึงเป็นหนึ่งในความร่วมมือของสภาวิชาชีพบัญชี ที่มุ่งหวังให้เกิดหน่วยจัดการการเงินโครงการเชิงรุก โดยเป็นสื่อกลางระหว่างสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีกับ กสศ. ในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารการรับสมัครสำนักงานบัญชีร่วมเป็นหน่วยจัดการรายงานการเงินโครงการเชิงรุก เพื่อให้การจัดทำรายงานการเงินโครงการมีความถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบรายงานการเงิน บนความเชื่อมั่นของประสิทธิภาพการใช้งบประมาณที่ถูกต้องตรงตามวัตถุประสงค์ของโครงการตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงเป็นความร่วมมือทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา ปรับปรุงแนวทางการจัดทำรายงานการเงินโครงการของ กสศ.” นายกสภาวิชาชีพบัญชีฯ กล่าว</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวว่า โจทย์ของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศ การทำงานของ กสศ. จึงต้องทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ซึ่งหนึ่งในรูปแบบการทำงานร่วมกันคือ การสนับสนุนการดำเนินงานผ่านโครงการต่าง ๆ โดยในแต่ละปี กสศ. มีจำนวนโครงการประมาณ 500 โครงการ มีภาคีเครือข่ายที่ทำงานร่วมกันอย่างหลากหลาย อาทิ สถาบันอุดมศึกษา สถานศึกษา เครือข่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัด และองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร รวมถึงเครือข่ายการจัดการเรียนรู้ในชุมชน</p>



<p>“จากการทำงานที่ผ่านมา สิ่งที่พบในการดำเนินโครงการของภาคีเครือข่ายที่มีความแตกต่างหลากหลาย และเชื่อว่าในหลายกองทุนก็ประสบเหตุเหล่านี้เช่นกัน คือ การจัดส่งผลงานของโครงการล่าช้า ภาคีเครือข่ายไม่สามารถส่งมอบผลงานและรายงานการเงินโครงการได้ทันเวลา โดยพบว่าหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือภาคีผู้รับทุนขาดความเข้าใจเรื่องการจัดทำรายงานการเงินโครงการ และขาดความรู้ในการจัดทำบัญชีการเงินเบื้องต้น แม้ที่ผ่านมา กสศ. ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเจ้าหน้าที่การเงินโครงการ แต่ยังพบว่าเจ้าหน้าที่ขาดความเข้าใจและมีการหมุนเวียนคนทำงานในตำแหน่งดังกล่าวค่อนข้างสูง รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบรายงานจากคลินิกการเงิน ผู้สอบบัญชี และการสรุปผลงานของนักวิชาการ กสศ. เพื่อเตรียมเบิกจ่าย ทำให้ภาคีได้รับเงินงวดถัดไปล่าช้า ส่งผลต่อการปิดโครงการที่ล่าช้าตามมา</p>



<p>“กรณีที่กล่าวมา เป็นสิ่งที่สภาวิชาชีพบัญชีเข้าใจถึงปัญหาและเล็งเห็นแนวทางในการช่วยเหลือ จึงเป็นที่มาของโมเดลที่สภาวิชาชีพบัญชีร่วมออกแบบและทดลองให้เกิดหน่วยจัดการรายงานทางการเงินเชิงรุก เพื่อให้การจัดทำรายงานการเงินโครงการมีความถูกต้องตั้งแต่ต้นทาง ลดการตรวจสอบหลายขั้นตอน ลดความเสี่ยงของการดำเนินงานโครงการล่าช้า และเป็นการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้งบประมาณให้ตรงกับวัตถุประสงค์โครงการตั้งแต่ต้นทาง”  ผู้จัดการ กสศ. กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb4315"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1101_กสศ.-จับมือ-สภาวิชาชีพบัญชี-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวทิ้งท้ายว่า กสศ. เชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าโมเดลที่เกิดขึ้น จะเข้ามามีส่วนช่วยให้การทำงานของภาคีเครือข่ายมีความรวดเร็ว คล่องตัวบนความถูกต้องในการใช้งบประมาณ และคาดว่าจะเป็นตัวอย่างในการขยายผลรูปแบบการจัดการการเงินโครงการเชิงรุก ให้กับอีกหลายหน่วยงานที่มีการบริหารงานในลักษณะการให้ทุนอีกเป็นจำนวนมาก จึงต้องขอขอบคุณ สภาวิชาชีพบัญชี ที่ช่วยนำองค์ความรู้ทางวิชาชีพบัญชีมาร่วมสนับสนุนให้เกิดการพัฒนา <strong>“หน่วยจัดการการเงินโครงการเชิงรุก”</strong> ในโครงการนักบัญชีอาสา และร่วมผลักดันให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-011124/">กสศ. จับมือ สภาวิชาชีพบัญชีฯ ขับเคลื่อนหน่วยจัดการการเงินโครงการเชิงรุก ส่งเสริมความเชื่อมั่นการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“พม.” “กสศ.” และ “ซีพี ออลล์”  ลงนาม MOU ขยายผล ประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ESS Help Me ผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-221123/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Nov 2023 08:22:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[วราวุธ ศิลปอาชา]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิ์ ฉกาจธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[กันตพงศ์ รังษีสว่าง]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ธนสุนทร สว่างสาลี]]></category>
		<category><![CDATA[ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์]]></category>
		<category><![CDATA[อนุกูล ปีดแก้ว]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[สุชาดา จัตุรภุชพิทักษ์]]></category>
		<category><![CDATA[ESS Help Me]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=74577</guid>

					<description><![CDATA[<p>เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221123/">“พม.” “กสศ.” และ “ซีพี ออลล์”  ลงนาม MOU ขยายผล ประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ESS Help Me ผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ<strong>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)</strong> และ<strong>บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)</strong> จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “เพื่อการประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม (Emergency Social Service : ESS Help Me)” เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2566 โดยมี<strong>นายวราวุธ ศิลปอาชา</strong> รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย<strong>นายอนุกูล ปีดแก้ว</strong> ปลัด พม. <strong>นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์</strong> ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)และ<strong>นางสาวสุชาดา จัตุรภุชพิทักษ์</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. ร่วมลงนาม</p>



<p>นอกจากนี้ยังมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในงาน อาทิ  <strong>ศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> กรรมการบริหาร กสศ. <strong>ดร.ธนสุนทร สว่างสาลี</strong> รองปลัดกระทรวง พม. <strong>นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง</strong> รองปลัดกระทรวง พม. <strong>นายประสิทธิ์ ฉกาจธรรม</strong> รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาความยั่งยืน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เพื่อร่วมกันส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ระบบ : ESS Help Me ให้สังคมรับรู้ในวงกว้าง เพื่อลดความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นแบบฉุกเฉิน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a358e2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/นายวราวุธ-ศิลปอาชา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม<br>และความมั่นคงของมนุษย์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการต่อยอด ขยายผล และการประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม <strong>‘ESS Help Me’</strong> ผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ทั้งภายในและภายนอก เพื่อรณรงค์ให้ผู้บริหารตลอดจนพนักงานบริษัทฯ นักเรียน นักศึกษา สังกัดสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ตลอดจนลูกค้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ได้เข้าถึงช่องทางการรับแจ้งและระงับเหตุด่วนผ่านช่องทางการสื่อสารภายใน เช่น Application CP ALL Connect,  Desktop (All Users), Line Group (for commu) สำหรับกลุ่มพนักงาน และหน้าจอ POS, หน้าจอ Plan B  สำหรับกลุ่มลูกค้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ฯลฯ นอกจากนี้ยังวางแผนประชาสัมพันธ์ผ่านวงประชุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการจัดกิจกรรม Roadshow ที่สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์, วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์และโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ อีกด้วย</p>



<p>ทั้งนี้ <strong>กระทรวง พม. </strong>และ<strong> กสศ. </strong>พร้อมด้วยภาคีที่เกี่ยวข้อง<strong> </strong>จะร่วมกันพัฒนาระบบส่งต่อเด็กเยาวชนด้อยโอกาส และประชากรกลุ่มเปราะบาง ให้เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ การช่วยเหลือ และการคุ้มครองที่เหมาะสม เพื่อบรรเทาอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงเป็นการสร้างและพัฒนาภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการบูรณาการการคุ้มครองดูแลและช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายหรือประชากรกลุ่มเปราะบางและด้อยโอกาส</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9b4cf7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cf9ae"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สำหรับระบบ ESS Help Me ถูกจัดทำและพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของ&nbsp; พม. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ กสศ. เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงช่องทางการรับแจ้งและระงับเหตุด่วนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านแอปพลิเคชัน Line เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน 5 ประการ ได้แก่ 1. ข่มขู่ว่าจะทำร้ายหรือทำร้าย 2. กักขังหน่วงเหนี่ยว 3. เสี่ยงถูกละเมิดทางเพศ 4. ผู้คลุ้มคลั่งก่อให้เกิดเหตุร้าย และ 5. มั่วสุมก่อให้เกิดเหตุร้าย</strong>&nbsp;</p>



<p>สำหรับการแจ้งเหตุสามารถทำได้โดยเข้าไปกด ‘เพิ่มเพื่อน’ ทางแอปพลิเคชัน Line ในช่องค้นหา และพิมพ์คำว่า @esshelpme เข้าในช่องแชท จากนั้นสามารถกดแจ้งเหตุร้าย (เลือกเพียงหนึ่งเหตุการณ์) กดแชร์พิกัดตำแหน่งเกิดเหตุ และกรอกเบอร์ติดต่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เมื่อดำเนินการครบทุกขั้นตอน ระบบจะส่งข้อมูลไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด และเมื่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบแล้ว ระบบจะแจ้งเตือนสถานะการปฏิบัติงานมายังผู้แจ้งเหตุอีกครั้ง เพื่อแจ้งความเคลื่อนไหวของของสถานการณ์ให้ทราบ เช่น ระยะเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึงที่เกิดเหตุ เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a378de"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9e52b4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม นอกจากระบบ ESS Help Me จะทำหน้าที่ช่วยชี้เป้า เฝ้าระวัง และป้องกันเหตุฉุกเฉินทางสังคมให้แก่เด็กและเยาวชนในทุกจังหวัดทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว ระบบนี้ยังมีส่วนในการประสานสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปร่วมดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนและตามความต้องการเป็นรายบุคคล ด้วยความตระหนักว่า ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาที่โยงใยกับอีกหลายมิติ ทั้งวงจรความยากจนข้ามรุ่น การหย่าร้าง ภาวะสิ้นหวังในชีวิตและการใช้ชีวิตเร่ร่อนของพ่อแม่ การใช้ความรุนแรง การถูกทอดทิ้ง รวมทั้งคุณภาพของสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก เช่น การพนัน ยาเสพติด การใช้ความรุนแรง ซึ่งล้วนมีอิทธิพลต่อความเสี่ยงด้านพฤติกรรมและการศึกษาของเด็กโดยตรง&nbsp;</p>



<p>การดูแลปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องมีมาตรการเชิงรุกใน 2 ส่วน คือ หนึ่ง-พัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคมเพื่อเด็กและเยาวชน โดยเชื่อมโยงทุกหน่วยงานในระดับชุมชน ท้องถิ่น ให้ทำงานร่วมกันเพื่อปกป้อง ดูแล คุ้มครองเด็กและเยาวชนในทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย ใจ ครอบครัว สังคม และการศึกษา โดยเฉพาะจากสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพความปลอดภัย ซึ่งส่วนกลางต้องสนับสนุนให้กลไกพื้นที่เข้มแข็ง สอง-มีมาตรการให้พ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนยากจนสามารถยืนหยัดขึ้นมาพึ่งพาตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ใช่มาตรการสงเคราะห์เงินช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว แต่ไม่สามารถแก้ปมปัญหาที่แท้จริงได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1c5985"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/11/45-ร่วมกัน-หยุดความรุนแรงในครอบครัว-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>มีรายงานว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ตุลาคม 2566 ได้รับการแจ้งเหตุแล้วเกือบ 1,300 กรณี ส่วนใหญ่เป็นเรื่องความรุนแรงในครอบครัว และมีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมกัน ‘ปักหมุด หยุดเหตุ’ ผ่านระบบ ESS Help Me กว่า 400,000 จุด</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-221123/">“พม.” “กสศ.” และ “ซีพี ออลล์”  ลงนาม MOU ขยายผล ประชาสัมพันธ์ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคม ESS Help Me ผ่านร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สำนักพุทธฯ &#8211; กสศ. ลงนาม MOU สร้างหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-050823/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 Sep 2023 09:32:07 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักพุทธฯ]]></category>
		<category><![CDATA[อินทพร จั่นเอี่ยม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71750</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันที่ 5 กันยายน 2566 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050823/">สำนักพุทธฯ – กสศ. ลงนาม MOU สร้างหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันที่ 5 กันยายน 2566 <strong>สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) </strong>และ<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อดำเนินการพัฒนาหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา สำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ พิการ ด้อยโอกาส และการพัฒนาคุณภาพครู สถานศึกษาในกำกับของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  เพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนสามเณรเข้าถึงการศึกษาภาคบังคับ เสริมสร้างกำลังใจให้ก้าวไปเรียนต่อในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f7f446"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/31-MOU-พระพุทธ-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายอินทพร จั่นเอี่ยม</strong> <strong>รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ พศ.</strong> กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความร่วมมือกันในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่นักเรียนสามเณรที่ยากจนและด้อยโอกาสในโรงเรียนพระปรัยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา โดยตลอดระยะเวลาดำเนินงานระหว่าง 2 หน่วยงานในช่วงที่ผ่านมา สามารถสร้างรูปธรรมในการพัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาที่เป็นต้นแบบ ทั้งในด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนสามเณร ด้านการพัฒนาครูและโรงเรียนให้มีคุณภาพ ซึ่งจะเป็นต้นแบบสำคัญต่อการขยายผลให้กับโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาทุกแห่งทั่วประเทศ</p>



<p><strong>นายอินทพร</strong> กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ในปีการศึกษา 2563 พศ. และ กสศ. ได้ร่วมมือกันจัดทำ 2 โครงการนำร่อง ได้แก่ โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนำร่องในโรงเรียนพระปริยัติธรรม ในพื้นที่การศึกษาเขต 11 ของ 5 จังหวัดภาคอีสาน คือ ศรีษะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา ชัยภูมิ และ โครงการพัฒนาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา สู่ทักษะสัมมาอาชีพและในปีการศึกษา กับโรงเรียนที่อยู่ในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 51 โรงเรียน จาก 6 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดในภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ และน่าน และจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 1 จังหวัด คือจังหวัดศรีสะเกษ&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-709bbb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/นายอินทพร-จั่นเอี่ยม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายอินทพร จั่นเอี่ยม รองผู้อำนวยการ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการ พศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี (พ.ศ. 2566 &#8211; 2571) นับตั้งแต่วันที่ลงนามจะนำไปสู่การเร่งบูรณาการข้อมูลเด็กนักเรียนสามเณร ครู และสถานศึกษา ภายใต้การกำกับของ พศ. ร่วมกับ กสศ. สำหรับนำไปวิจัยและพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษา อันจะก่อให้เกิดแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนให้บุคลากรร่วมขับเคลื่อนงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งด้านการบริหารและการทำงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด สำนักเขตการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันและขับเคลื่อนนโยบายของรัฐให้เกิดขึ้นจริง โดยเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียนสามเณรที่ด้อยโอกาสให้ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐอย่างทั่วถึง&nbsp;</p>



<p>“เชื่อมั่นว่า ผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดของเราจะสามารถเป็นแกนกลางเชื่อมโยงนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด และนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษามาดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงสามารถสร้างความร่วมมือจากครู ผู้ที่สามารถเข้าถึงสภาพปัญหาของนักเรียนในมิติต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ความร่วมมือครั้งนี้ จึงเป็นเสมือนการเปิดประตูและมอบโอกาสให้นักเรียนสามเณรที่ยากจนและขาดโอกาสสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้นได้&nbsp;</p>



<p>“นอกจากนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ยังนำไปสู่การพัฒนาหลักประกันโอกาสทางการศึกษา ที่จะช่วยให้นักเรียนสามเณรมีโอกาสพัฒนาตนเองตามศักยภาพ และเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพจนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพให้ครูโรงเรียนพระปริยัติธรรม มีความสามารถในการจัดการเรียนการสอน สามารถพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพื้นฐานและศักยภาพที่แตกต่างกัน โดยจะผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาร่วมกับ กสศ. เพื่อให้การสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนสามเณรเกิดความยั่งยืนต่อไป” <strong>นายอินทพร</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9de2f2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/ดร.ไกรยส-ภัทราวาท-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า หลังจากทั้ง 2 หน่วยงาน ได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการทดลองเพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไขและพัฒนาคุณภาพครู ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลลัพธ์ 2 ประการ ที่จะเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับการขยายผลการดำเนินงานในระยะถัดไป คือ 1) สามารถสร้างกลไกช่วยเหลือและป้องกันนักเรียนสามเณรในโรงเรียนพระปริยัติธรรมไม่ให้หลุดออกจากระบบการศึกษา และ 2) นักเรียนสามเณรได้รับการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ และสามารถพัฒนาต้นแบบเครื่องมือการคัดกรองในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่เป็นครัวเรือน สถาบันประเภทวัดพักนอน และ พัฒนารูปแบบการให้ความช่วยเหลือตามความจำเป็นและสอดคล้องกับบริบทของกลุ่มเป้าหมายนักเรียนสามเณร สามารถดูแลนักเรียนสามเณรได้ทั้งหมด 1,281 รูป วัดพักนอน 276 แห่ง โรงเรียน 37 แห่ง</p>



<p>ทั้งนี้ สถานศึกษาได้นำทุนเสมอภาคไปใช้จ่ายสำหรับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนสามเณรใน 3 ด้าน คือ 1) ด้านการพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะสัมมาอาชีพของนักเรียนสามเณร อาทิ กิจกรรมการเกษตรเสริมรายได้ 2) ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของสามเณร เช่น เป็นค่าอาหารเสริม นม หรือน้ำปานะ และ 3) ด้านการพัฒนาคุณภาพของวัดพักนอน โดยจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นและอุปกรณ์การเรียนสำหรับสามเณร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-40ec04"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/31-MOU-พระพุทธ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ กสศ. ได้ดำเนินการติดตามการบันทึกเงื่อนไขของทุนเสมอภาค คือ ผลการมาเรียน และน้ำหนัก ส่วนสูง ของนักเรียนสามเณรที่โรงเรียนบันทึกเข้ามาผ่านระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามผลลัพธ์การดำเนินโครงการว่านักเรียนสามเณรยังคงอยู่ในระบบการศึกษา และมีพัฒนาการเจริญเติบโตที่สมวัย&nbsp;</p>



<p>“ความพยายามในการพัฒนาต้นแบบโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข จะนำไปสู่แผนการขยายพื้นที่การดำเนินโครงการในปีการศึกษา 2566 ให้ครอบคลุมสำนักเขตการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา 4 เขตพื้นที่ทั่วภูมิภาค และ กสศ. จะร่วมกับ พศ. เพื่อหาแนวทางขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งประเทศในอนาคตต่อไป” </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1cfef8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/31-MOU-พระพุทธ-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อีกทั้ง กสศ ยังดำเนินโครงการพัฒนาทักษะสัมมาอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาบนพื้นฐานทรัพยากรท้องถิ่นและวิถีชีวิตชุมชน โดยพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของครูให้สามารถจัดการเรียนการสอนด้านทักษะอาชีพให้นักเรียนสามเณรตามความถนัดและมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเอง ดำรงชีวิตตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยได้ดำเนินการร่วมกับโรงเรียนในโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จำนวน 51 โรงเรียน จาก 6 จังหวัด&nbsp;</p>



<p>“ผลจากการดําเนินงาน สามารถเปลี่ยนแปลงทัศนคติ และพัฒนาทักษะการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้กับครูพระและครูฆราวาส ซึ่งเป็นรูปแบบการสอนแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ฝึกคิด ริเริ่ม ลงมือทำ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะสัมมาอาชีพควบคู่ไปด้วย รวมถึงมีการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ระหว่างเครือข่ายครู เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องวิธีการจัดการเรียนการสอน จนสามารถเพิ่มทักษะสัมมาอาชีพให้กับนักเรียนสามเณรได้อย่างเป็นรูปธรรม” <strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d94cb4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/31-MOU-พระพุทธ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ดี แม้พบว่าสมรรถนะของครูและนักเรียนได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ยังคงต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมใน 4 ด้าน คือ 1) ด้านการเรียนการสอน 2) ด้านคุณภาพผู้เรียน 3) ด้านเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของครู และ 4) ด้านการบริหารจัดการ ซึ่งเป็นโจทย์ท้าทายที่ กสศ. พศ. และหน่วยงานอื่น ๆ ต้องทำงานร่วมกันต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-050823/">สำนักพุทธฯ – กสศ. ลงนาม MOU สร้างหลักประกันความเสมอภาคทางการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือคุรุสภา ปั้นต้นแบบการผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่เชื่อมต่อการทำงานลดความเหลื่อมล้ำ ชูความสำเร็จ “โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น” 4 ปี ปั้นแม่พิมพ์ครูนักพัฒนาโรงเรียนห่างไกล 1,172 คน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-250823/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 25 Aug 2023 09:20:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรัก(ษ์)ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=71440</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 66 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-250823/">กสศ. จับมือคุรุสภา ปั้นต้นแบบการผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่เชื่อมต่อการทำงานลดความเหลื่อมล้ำ ชูความสำเร็จ “โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น” 4 ปี ปั้นแม่พิมพ์ครูนักพัฒนาโรงเรียนห่างไกล 1,172 คน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 66 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการดำเนินการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา และร่วมขับเคลื่อนสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครู ระหว่างปี 2566-2570 โดยมีผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการครุสภา ผู้บริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทนนักศึกษาในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ห้องประชุมไทยาจารย์ สำนักงานเลขาธิการครุสภา</p>



<p><strong>ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา</strong> กล่าวว่า การลงนาม MOU ครั้งนี้จะเป็นการร่วมมือกันสนับสนุนการศึกษา วิจัย หรือค้นคว้าแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศไทยผ่านการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีคุณธรรมจริยธรรม มีจรรยาบรรณวิชาชีพ และมีสมรรถนะในการจัดการเรียนการสอน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้เรียนทุกคน เพื่อสนับสนุนการปรับระบบผลิตและพัฒนาครูโดยให้มีสถาบันต้นแบบตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2564 และ พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พ.ศ. 2561 ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้มีระบบการพัฒนาวิชาชีพครูอย่างต่อเนื่อง สร้างเครือข่ายการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็นที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบัน พัฒนาและสร้างเสริมทักษะวิชาชีพครูตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับอุดมศึกษาให้ตรงกับความต้องการ และเพื่อร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายในการสนับสนุน ส่งเสริม และปรับปรุงการผลิตและพัฒนาครูของประเทศไทย&nbsp;</p>



<p>“สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และ กสศ. ได้ร่วมกันวางแผนและกำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีศักยภาพ มีคุณธรรมจริยธรรม และมีจิตวิญญาณความเป็นครูตามกลุ่มเป้าหมายที่กำหนด สนับสนุนให้สถาบันผลิตและพัฒนาครู ออกแบบและปรับปรุงแผนการผลิตและพัฒนาครูแนวใหม่ ครอบคลุมการพัฒนากลุ่มเป้าหมายเพื่อลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่นำมาสู่ความเสมอภาคทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ”&nbsp; <strong>ผศ.ดร.อมลวรรณ</strong> กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery columns-2 is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex"><ul class="blocks-gallery-grid"><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="533" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-04.jpg" alt="" data-id="71443" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=71443" class="wp-image-71443" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-04.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-04-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption">ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา</figcaption></figure></li><li class="blocks-gallery-item"><figure><img decoding="async" loading="lazy" width="800" height="533" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-03.jpg" alt="" data-id="71444" data-full-url="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-03.jpg" data-link="https://www.eef.or.th/?attachment_id=71444" class="wp-image-71444" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-03.jpg 800w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-03-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 800px) 100vw, 800px" /><figcaption class="blocks-gallery-item__caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></li></ul></figure>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าวว่า กสศ. มีพันธกิจในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครูและโรงเรียนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอยู่แล้ว เช่น ดำเนินโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ตั้งแต่ปี 2563 เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับนักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลให้ได้เป็นครูรุ่นใหม่ ด้วยวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการในลักษณะ SOCIAL LAB ด้วยแนวคิดสร้างโอกาส ปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดการเรียนการสอนของคณะครุศาสตร์-ศึกษาศาสตร์ และการพัฒนาโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลไปพร้อม ๆ กับการมีส่วนร่วมในการผลิตและพัฒนาครู เพื่อให้ครูรุ่นใหม่เป็น <strong>“ครูนักพัฒนา”</strong> หรือ <strong>“ครูนวัตกรชุมชน”</strong> เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และลดปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลอย่างยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6d1952"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/08/0824_ข่าว-175-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส</strong> กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน กสศ. ได้สร้างโอกาสให้นักเรียนที่มีฐานะยากจนที่สุดร้อยละ 20 แรกของประเทศ ให้เข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษาผ่านโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เพื่อเตรียมกลับไปสร้างโอกาสให้นักเรียนและโรงเรียนในชุมชนบ้านเกิดตนเองแล้ว 4 รุ่น รวม 1,172 คน จากเป้าหมาย 1,500 คนภายใน 5 รุ่น ทั้งหมดมีผลการเรียนดีตามเกณฑ์ พบอัตราการเสี่ยงหลุดออกจากระบบเพียงร้อยละ 0.34 โดยครูเหล่านี้จะกระจายตัวทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ 60 จังหวัด 635 ตำบล และปี 2567 นักศึกษาครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 1 จำนวน 327 อัตรา จะได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครูสาขาปฐมวัย และประถมศึกษา ในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล 281 แห่ง ใน 44 จังหวัด ซึ่ง กสศ. จะติดตามความก้าวหน้าต่อเนื่อง 6 ปี ดังนั้นผลการดำเนินงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาสามารถพิสูจน์ให้เห็นชัดเจนว่า การผลิตและพัฒนาครูคุณภาพสูงตามความต้องการที่แท้จริงมีความเป็นไปได้ และจะเป็นต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูในโครงการของรัฐในระยะต่อไปได้ บนความร่วมมือการทำงานกันอย่างใกล้ชิดของภาคีด้านการศึกษา โดยขณะนี้มีสถาบันอุดมศึกษาที่ผลิตและพัฒนาครู และพร้อมจะเป็นสถาบันต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูจำนวน 19 แห่ง</p>



<p>“กสศ. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการลงนามความร่วมมือกันในครั้งนี้จะสร้างประโยชน์คุณูปการต่อระบบการผลิตและพัฒนาครูของประเทศในอนาคต ที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ลดปัญหาการโยกย้ายการขาดแคลนครูในพื้นที่โรงเรียนห่างไกล และเพิ่มอัตราการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพโรงเรียนและเป็นต้นแบบการผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่ต่อไป” <strong>ผู้จัดการ กสศ.</strong> กล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-250823/">กสศ. จับมือคุรุสภา ปั้นต้นแบบการผลิตและพัฒนาครูรุ่นใหม่เชื่อมต่อการทำงานลดความเหลื่อมล้ำ ชูความสำเร็จ “โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น” 4 ปี ปั้นแม่พิมพ์ครูนักพัฒนาโรงเรียนห่างไกล 1,172 คน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือ 12 หน่วยงาน ร่วมป้องกันปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-120523/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 12 May 2023 05:50:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[วัยรุ่นตั้งครรภ์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.มุทริกา จินากุล]]></category>
		<category><![CDATA[พาตีเมาะ สะดียามู]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ชายแดนใต้]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=67722</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120523/">กสศ. จับมือ 12 หน่วยงาน ร่วมป้องกันปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2566 <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ 12 หน่วยงาน ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) <strong>‘จังหวัดชายแดนใต้ไร้ครรภ์วัยรุ่นภายในปี พ.ศ. 2570’</strong> เพื่อร่วมดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น</p>



<p>ความร่วมมือครั้งนี้ มาจากข้อค้นพบสถานการณ์ปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ซ้ําในหญิงอายุไม่เกิน 20 ปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งมารดาและบุตร ปัญหาการหลุดจากระบบการศึกษา หรืออาจไม่ได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตร เกิดปัญหาการทอดทิ้งบุตร คุณภาพชีวิตของครอบครัว และเกิดการหย่าร้างในอัตราที่สูงขึ้น <strong>สถาบันนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</strong> จึงดําเนินโครงการพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการมีส่วนร่วมในการดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นในจังหวัดชายแดนใต้ ภายใต้ พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และรักษาการผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ กล่าวถึงปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ซึ่งส่งผลถึงสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาว่าประชากรกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่เรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ กลายเป็นแรงงานเยาวชนที่ตกอยู่ในวงจรความยากจน และอยู่นอกระบบการศึกษา โดย กสศ. ได้ทำงานผ่านกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา มุ่งเน้นสร้างตัวแบบการบริหารกับปัญหาโดยให้ภาคส่วนต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมเป็นเจ้าของปัญหา และร่วมบริหารจัดการในรูปแบบที่จะนำไปสู่การเป็นตัวแบบเชิงนโยบายในการกระจายอำนาจการจัดการศึกษาไปยังระดับพื้นที่ในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e0a40"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-01-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.มุทริกา จินากุล</strong> นักวิชาการสาธารณสุขชํานาญการพิเศษ ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา กล่าวว่า ในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส มีวัยรุ่นอายุ 15-19 ปี ให้กำเนิดบุตรมากกว่า 1,200 คนต่อปี หมายความว่า มีวัยรุ่นให้กำเนิดบุตรอย่างน้อยวันละ 1-2 คน</p>



<p>แม้อัตราการคลอดของวัยรุ่นใน 3 จังหวัด นับตั้งแต่ปี 2564-2566 จะมีแนวโน้มลดลงจาก 16.26 เป็น 6.84 ต่อประชากร 1,000 คน แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังนับว่าค่อนข้างสูง คือสูงเป็น 2 เท่าของประเทศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และสูงเป็น 3 เท่าของประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยพบว่าวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ต้องสูญเสีย ‘ปีสุขภาวะ’ หมายถึง ช่วงเวลาที่ควรมีสุขภาพดีมีจำนวนลดลง และเป็น 1 ใน 5 สาเหตุการเสียชีวิตของวัยรุ่น</p>



<p>มากไปกว่านั้น วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ในปัจจุบัน ร้อยละ 77 ไม่ตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ และร้อยละ 47 ไม่ได้ตั้งใจมีเพศสัมพันธ์ ทั้งยังไม่สามารถเข้าถึงการคุมกำเนิดได้ และกว่าร้อยละ 50 ของแม่วัยรุ่นที่คลอดบุตรแล้ว จำเป็นต้องลาออกจากงานหรือออกจากระบบการศึกษาเพื่อเลี้ยงดูบุตร ซึ่งหมายถึงการเสียโอกาสในชีวิต กลายเป็นผู้มีรายได้น้อย และกว่าร้อยละ 20 ไม่มีรายได้</p>



<p><strong>ดร.มุทริกา</strong> ย้ำว่า สิ่งสำคัญคือการทำให้แม่วัยรุ่นกลับเข้าสู่ระบบสาธารณสุข เพื่อให้มีอนาคตที่สดใสและคุณภาพชีวิตไม่ลดลงเพียงเพราะตั้งครรภ์</p>



<p>สำหรับทิศทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นในพื้นที่พหุวัฒนธรรม 3 จังหวัดชายแดนใต้ <strong>นางพาตีเมาะ สะดียามู</strong> ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า ความเชื่อที่ต่างกันระหว่างชาวมุสลิม ชาวพุทธ และชาวจีน ย่อมส่งผลต่อมุมมองการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นที่ต่างกัน ฉะนั้น การรณรงค์เพื่อแก้ไขปัญหาจึงควรสะท้อนความเข้าใจพื้นที่ชุมชนนั้น ๆ เครื่องมือการแก้ไขปัญหาต้องเป็นมุมมองจากล่างขึ้นบน ถูกที่ ถูกทาง ตามบริบทพื้นที่ โดยอาศัยความร่วมมือและการขับเคลื่อนที่อาศัยกลไกของคนในพื้นที่เป็นหลัก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3c48e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-03-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เครือข่ายทั้ง 13 ฝ่าย จึงเห็นชอบร่วมกันในการดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนใต้ โดยแต่ละฝ่ายมีแนวทางโดยสังเขป ดังนี้</p>



<p><strong>มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)</strong> มีหน้าที่จัดการระบบการคุ้มครองสิทธิของวัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ขณะเป็นนักศึกษา ให้มีสิทธิได้รับการศึกษาในมหาวิทยาลัยทั้ง 5 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตหาดใหญ่ ปัตตานี ตรัง สุราษฎร์ธานี และภูเก็ต</p>



<p><strong>กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</strong> มีหน้าที่สนับสนุนการพัฒนางานวิชาการและศักยภาพของภาคีเครือข่าย</p>



<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> มีหน้าที่ส่งเสริมภาคีเครือข่ายด้านการจัดการศึกษา บูรณาการเชื่อมโยงการดําเนินงานร่วมกัน เพื่อให้เด็กและเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ที่มีปัญหาการตั้งครรภ์และเสี่ยงที่จะหลุดจากระบบการศึกษา มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ</p>



<p><strong>ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)</strong> กํากับและติดตามผลการดําเนินงานของหน่วยงานที่สังกัด 6 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-fb5c05"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/05/04-กสศ.-และภาคี-เปิดเครือข่าย-04-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>สํานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 12 สงขลา</strong> มีหน้าที่อํานวยสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้</p>



<p><strong>คณะกรรมการเขตสุขภาพเพื่อประชาชน (กขป.) เขต 12</strong> มีหน้าที่เชื่อมโยงความร่วมมือในการดําเนินงานจากองค์กรต่างๆ ต่อการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในจังหวัดชายแดนใต้</p>



<p><strong>ศูนย์อนามัยที่ 12 ยะลา</strong> มีบทบาทหน้าที่สื่อสาร ถ่ายทอดนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแนวทางการดําเนินงานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 สู่ระดับจังหวัด ติดตามและประเมินตามมาตรฐานหน่วยบริการอนามัยสาธารณสุขในจังหวัดชายแดนใต้</p>



<p><strong>จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส</strong> มีหน้าที่กําหนดนโยบาย ยุทธศาสตร์การดําเนินงานในระดับจังหวัดที่เป็นลายลักษณ์อักษร โดยอาศัยการดําเนินงานที่สอดคล้องตาม พ.ร.บ.การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พ.ศ. 2559 และยุทธศาสตร์การดําเนินงานระดับชาติ</p>



<p><strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา ปัตตานี และ นราธิวาส</strong> มีหน้าที่จัดทําแผนงานโครงการเพื่อสนับสนุนงบประมาณดําเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นหรือดําเนินงานส่งเสริมพัฒนาสุขภาพวัยรุ่น โดยการมีส่วนร่วมของตัวแทนชุมชน</p>



<p>ทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงความร่วมมือมีกําหนดระยะเวลา 5 ปี เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้หมดไปภายในปี พ.ศ. 2570</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-120523/">กสศ. จับมือ 12 หน่วยงาน ร่วมป้องกันปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ในจังหวัดชายแดนใต้ ลดความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
