<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/mobile-school-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%ab/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 03 Nov 2024 03:41:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เมื่อโรงเรียนกำลังจะเปิด &#8230;เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-281024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 28 Oct 2024 03:01:23 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87706</guid>

					<description><![CDATA[<p>พรพรรณ &#8230;อพยพออกไปนอกชุมชนยังไม่กลับมา โชคดี &#823 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281024/">เมื่อโรงเรียนกำลังจะเปิด …เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>พรพรรณ &#8230;อพยพออกไปนอกชุมชนยังไม่กลับมา</p>



<p>โชคดี &#8230;ย้ายไปอยู่กับญาติที่ตำบลอื่น</p>



<p>ภูผา &#8230;ช่วยพ่อกวาดดินโคลนออกจากบ้านเกือบหมดแล้ว แต่ถนนหน้าบ้านยังสัญจรลำบาก&nbsp;</p>



<p>รณกฤต &#8230;เพิ่งกลับไปดูบ้านได้ แต่ไม่รู้ว่าจะอาศัยอยู่ได้เมื่อไหร่</p>



<p>เหล่านี้คือสถานการณ์หลากหลายของเด็ก ๆ โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพที่ 169 ในวันที่เทอมใหม่กำลังจะมาถึง</p>



<p>หลายสัปดาห์หลังวิกฤตน้ำท่วมที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พื้นที่โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพที่ 169 อันเป็นโรงเรียนเพียงแห่งเดียวของเด็ก ๆ ชั้นอนุบาลถึง ป.6 รวม 404 คน และพื้นที่หลายชุมชนรายรอบ ตั้งแต่ชุมชนบ้านไม้ลุงขน ชุมชนเกาะทราย ชุมชนเกาะสวรรค์ ชุมชนผามควาย ต้องเผชิญกับสิ่งที่มหาอุทกภัยทิ้งไว้ เมื่อหลายครอบครัวต้องสูญเสียบ้านไปกับภัยพิบัติอย่างไม่อาจฟื้นฟู ส่วนบ้านที่รอดจากกระแสน้ำเชี่ยว ยังทับถมด้วยดินโคลนที่โดนแดดโดนลมจนจับตัวแข็งยากกำจัด</p>



<p>ขณะที่เดือนพฤศจิกายนมาถึงพร้อมวาระ ‘เปิดเทอมใหม่’ เสียงจากครูบอกว่า ‘เด็กเกือบครึ่งหนึ่งยังติดต่อไม่ได้’ ส่วนกลุ่มที่ทราบความเคลื่อนไหวแล้ว โดยมากยังไม่กลับเข้าพื้นที่ มีทั้งที่อพยพไปอยู่บ้านญาติที่อยู่ห่างจากโรงเรียนออกไป บ้างไปเช่าที่อยู่ชั่วคราวบริเวณนอกชุมชน และอีกส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิง ซึ่งหลายแห่งกำลังเตรียมทยอยปิดตัวลงพร้อม ๆ กับการถอนกำลังของทีมอาสาสมัครบางส่วน คงเหลือไว้เพียงสถานการณ์ที่บ่งชี้ว่า ผลพวงจากน้ำท่วมใหญ่ที่แม่สาย จะกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนไปอีกยาวนาน และแน่นอนว่าในแง่มุมด้านการศึกษา แนวโน้มเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบจะมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างไม่อาจเลี่ยง</p>



<p>กสศ. ชวนติดตามเส้นทางการค้นหาเด็ก ๆ ผ่านการลงพื้นที่ของ ‘ทีมครูเสมอภาค’ โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน มิตรภาพที่ 169 ที่ผลัดเวียนกันลัดเลาะไปทุกตรอกซอกซอยรอบรัศมีโรงเรียน เพื่อสำรวจความสูญเสียที่น้อง ๆ กับครอบครัวต้องประสบ ก่อนรวบรวมข้อมูลนำมาออกแบบกระบวนการช่วยเหลือเยียวยาอย่างสุดกำลังร่วมกับ กสศ. ตั้งแต่เบื้องต้นในเรื่องปัจจัยพื้นฐาน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน ยารักษาโรค จนถึงที่พักพิงชั่วคราว เพื่อสำรวจความพร้อมเปิดเทอมใหม่ ว่าจะทำอย่างไรให้เด็ก ๆ สามารถเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้โดยไม่หลุดไปกลางทาง ซึ่งประเด็นสำคัญคือความพยายามที่ไม่ลดละของทีมครูเสมอภาค กับการหาทางติดต่อค้นหากลุ่มที่ยังติดต่อไม่ได้ เพื่อให้รู้ว่าเด็กแต่ละคนไปอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร และต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง</p>



<p>และนี่คือการระดมกำลังและข้อมูลจากทุกทิศทาง ใน ‘ปฏิบัติการค้นหา-ดูแลช่วยเหลือ-ฟื้นฟูเยียวยา’ เพื่อก้าวข้ามความสูญเสียไปด้วยกัน เพื่อหาทางดำเนินชีวิตต่อไป และเพื่อเหนี่ยวรั้งทุกวิถีทางไม่ให้เด็กยุติเส้นทางการเรียนรู้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-361d66"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ที่โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน มิตรภาพที่ 169</p>



<p>มีนักเรียนทุนเสมอภาค กสศ.จำนวน 31 คน ชั้นอนุบาล 10 คน ชั้นประถมศึกษา 21 คน</p>



<p>คุณย่าวิไลวรรณพา ‘น้องบีลีฟ’ พลอยไพลิน ชั้น ป.2 เข้ารับทุนเสมอภาคพร้อมเครื่องนอนและสิ่งอุปโภคบริโภคที่จำเป็น คุณย่าบอกว่า “น้ำไปหมดแล้ว เหลือแต่โคลน ข้าวของไม่มีอะไรเหลือ ตัวบ้านยังทำอะไรไม่ได้ต้องรอให้มีหน่วยงานมาช่วยเอาโคลนออกให้หมดก่อน”</p>



<p>กับวันเปิดเทอมที่จะมาถึง คุณย่าวิไลวรรณกังวลด้วยไม่รู้เลยว่าจะกลับไปอยู่บ้านได้เมื่อไหร่ ส่วนการพาน้องบีลีฟซ้อนท้ายจักรยานมาเรียนที่ทำเป็นปกติก็ไม่อาจทำได้ เพราะตอนนี้ต้องไปอาศัยอยู่บ้านญาติที่อยู่ไกลออกไป และจักรยานคันเดิมก็สูญหายไปกับน้ำแล้ว ตอนนี้จึงคิดว่าถ้ามีที่อยู่ที่ใกล้โรงเรียนและมีสิ่งของที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ก็อาจหาทางให้หลานมาโรงเรียนได้</p>



<p>และเมื่อถามถึงวันเปิดเทอมใหม่ น้องบีลีฟตอบสั้น ๆ เพียงว่า “คิดถึงสมุดหนังสือเรียน คิดถึงครู อยากให้เปิดเทอมเร็ว ๆ จะได้กลับมาโรงเรียนค่ะ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d7ca9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน ‘ทีมครูเสมอภาค’ พาคณะทำงาน กสศ. เข้าพื้นที่ชุมชนสำรวจสถานการณ์ของเด็ก ๆ เพื่อนำข้อมูลกลับมาออกแบบกระบวนการช่วยเหลือเยียวยา และมองถึงความเป็นไปได้ของการจัดการเรียนรู้ที่สอดรับกับชีวิต ณ ภาวะปัจจุบัน &nbsp;</p>



<p>บ้านหลังแรกตั้งอยู่ริมแม่น้ำสาย เราพบ ‘น้องมิว’ ชมพูนุช กับคุณแม่ ที่พาไปดูสิ่งก่อสร้างซึ่งเคยเป็นบ้านสองชั้นตอนนี้ครึ่งหนึ่งของชั้นล่างอัดแน่นด้วยกองดิน กับพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งที่น้องมิวบอกว่าตรงมุมหนึ่งเคยเป็นที่นอนของเธอ วันนี้น้ำยังท่วมขัง และยิ่งเดินใกล้เข้าไปก็ยิ่งได้ยินเสียงของกระแสน้ำสายที่ยังไหลเชี่ยว</p>



<p>“คงอีกนานกว่าจะกลับมาอยู่ได้ค่ะ เพราะน้ำยังแรงอยู่ เข้ามาซ่อมบ้านไม่ได้” คุณแม่น้องมิวประเมินสถานการณ์</p>



<p>เมื่อถามถึงวันเปิดเทอมว่าจะเป็นอย่างไร เด็กหญิงชั้น ป.6 บอกว่า “ถ้าไปได้ก็อยากไปค่ะ หนูอยากไปอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีชุดนักเรียน ไม่มีหนังสือเรียน ไม่มีอุปกรณ์การเรียน รู้สึกไม่พร้อมเลยค่ะ เพราะวันที่น้ำมามันเร็วมาก ไม่ทันเอาของอะไรออกไปสักอย่าง มีแค่เสื้อผ้าติดตัวชุดเดียว ตอนนี้ของที่ใช้อยู่ทุกวันก็เป็นของบริจาคทั้งหมด”</p>



<p>วันที่พบกัน มิวกับแม่อาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงซึ่งกำลังจะปิดตัวลง โดยน้องมิวเผยถึงแผนต่อจากนี้ว่าคงต้องไปหาบ้านเช่าอยู่ชั่วคราว จนกว่าถึงวันที่บ้านซ่อมเสร็จ และกลับเข้ามาอยู่ได้อีกครั้ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5faf75"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังต่อมาคือบ้านของ ‘พรพรรณ’ ชั้นป.6 ซึ่งอยู่ในตรอกแคบที่ทางเดินยังมีน้ำผสมโคลนท่วมถึงตาตุ่ม ระหว่างที่ครูตะโกนเรียนชื่อน้อง มีเด็กที่จับกลุ่มกันอยู่ในตรอก 3-4 คนมองออกมา แต่ในนั้นไม่มีลูกศิษย์ที่ครูมาตามหา ชาวบ้านใกล้เคียงให้ข้อมูลว่าครอบครัวของพรพรรณอพยพไปอยู่ข้างนอกตั้งแต่วันแรก ๆ ที่น้ำเริ่มท่วม และตั้งแต่นั้นก็ยังไม่กลับมา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8c0410"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บ้านของ ด.ญ.โชคดี ชั้น ป.5 สภาพของสิ่งก่อสร้างบอกเล่าเรื่องราวทันทีว่าไม่มีใครอยู่ คุณครูให้ข้อมูลว่ารู้อยู่แล้วว่าน้องกับครอบครัวออกไปอยู่ที่อื่น</p>



<p>“ไม่เหลืออะไรเลย” ครูท่านหนึ่งพยายามประกอบถ้อยคำจากภาพที่เห็น เมื่อสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือเค้าโครงของบ้าน และกองดินที่จับตัวแข็ง สูงพะเนินกินพื้นที่เกือบทั้งหมดในรั้วบ้าน “บ้านของโชคดีทำอาชีพเย็บผ้าทำพวงกุญแจ น้ำมารอบนี้คงทำลายเครื่องมือทำมาหากินไปหมดแล้ว แต่ตอนนี้เด็กย้ายออกไปอยู่กับญาติไม่ไกลออกไปเท่าไหร่ ผู้ปกครองเขาแจ้งแล้วว่าเปิดเทอมน่าจะกลับมาเรียนได้”</p>



<p>คุณครูกล่าวสรุป ก่อนพากันออกเดินไปยังบ้านหลังต่อไป เหลือไว้เพียงคำถามที่ต้องรอถึงวันเปิดเทอมจึงจะมีคำตอบ ว่า ด.ญ.โชคดี จะกลับมาเรียนเมื่อไหร่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f2d08"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด.ช.ภูผา ชั้น ป.6 วิ่งจากในบ้านออกมาต้อนรับ บนเสื้อและแขนขาเปรอะเปื้อนด้วยร่องรอยจากสีทาผนัง ภูผาบอกว่ากำลังช่วยพ่อขัดกำแพงบ้านเพื่อจะทาสีใหม่ทับ ก่อนพาเข้าไปดูในบ้านที่หลังเอาโคลนออกและทำความสะอาดแล้ว แต่คราบโคลนยังคงทิ้งรอยด่างไว้ถ้วนทั่วทั้งบนผนัง พื้นบ้าน และเพดาน</p>



<p>&#8230;รถดันโคลนเคลื่อนผ่านหน้าบ้านของภูผา ไปและกลับ และวกมาอีกครั้ง ส่งเสียงแผดลั่นกลบทุกอย่าง เราจึงไม่มีโอกาสถามภูผาเรื่องเปิดเทอมใหม่ แต่เป็นคุณครูที่ยืนยันว่า บ้านของ ด.ช.ภูผา ถือเป็นกลุ่ม 5% ของเด็กทั้งโรงเรียนที่โดนผลกระทบไม่มาก จึงคิดว่าภูผาน่าจะกลับไปเรียนได้เมื่อโรงเรียนเปิด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-55a9b3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากถนนเส้นหนึ่งถึงอีกเส้น ซอยหนึ่งถึงอีกซอย คุณครูพาเราเข้าไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ที่เริ่มเข้าถึงยากขึ้น ก่อนจะพบว่าเด็กและครอบครัวส่วนใหญ่ไม่อยู่บ้าน จำนวนหนึ่งครูพอมีข้อมูลว่าออกไปอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใคร แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเข้าไปดูสภาพบ้านเพื่อประเมินความสูญเสีย แต่อีกจำนวนหนึ่ง คุณครูยอมรับว่าแม้อีกไม่กี่วันโรงเรียนจะกลับมาเปิดแล้ว แต่ก็ ‘ยังไม่รู้ข่าวคราว’</p>



<p>ก่อนย้อนกลับไปที่โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน คุณครูบอกว่าจะแวะบ้านนักเรียนอีกสัก 2-3 หลัง ด้วยหวังว่าจะเจอลูกศิษย์อีกสักคนสองคนก็ยังดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9014f1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ระหว่างตระเวนไปในชุมชนจนย้อนกลับมาที่โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขนมิตรภาพที่ 169 ‘ครูแวว’ หนึ่งในทีมครูเสมอภาค ฉายภาพสถานการณ์โดยรวมว่าปัญหาที่ที่จะมากับเปิดเทอมใหม่นี้ ครอบคลุมหมดทุกอย่าง ด้วยน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้ทำลายเพียงสิ่งก่อสร้าง ทรัพย์สิน หรือถนนหนทาง หากยังพรากเอาอาชีพของคนไปด้วย ซึ่งหมายถึง ‘การเริ่มต้นใหม่จะไม่นับจากศูนย์’ แต่ครอบครัวที่สูญเสียหมดทุกอย่างจะ ‘ตั้งต้นกันที่จุดติดลบ’ เนื่องจากจำเป็นต้องเข้าสู่วงจรการกู้หนี้ยืมสิน เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้</p>



<p>“ที่หนักใจที่สุดคือการเดินทาง คิดว่าเปิดเทอมนี้ยังไงก็คงจัดการเรียนการสอนไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะเด็กมาโรงเรียนไม่ได้ อย่างที่เห็นว่าหลายคนยังขาดการติดต่อ เพราะเครื่องมือสื่อสารพัง สูญหายไปกับน้ำ หลายบ้านที่เราเข้าไปเจอคือต้องรออีกเป็นเดือนถึงจะกลับมาอยู่ได้ หลายบ้านก็ถูกปล่อยทิ้งร้างไปแล้ว &#8230;ฟื้นฟูไม่ได้ถาวร</p>



<p>“ประเมินให้เห็นภาพคือในเด็กร้อยคน มีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้นที่บ้านยังอาศัยอยู่ได้ อีกเก้าสิบโดนหนักมาก และแม้แต่ครูก็ไม่ต่างกัน เพราะเราอยู่ที่โรงเรียน พอบ้านพักครูโดนน้ำท่วมของใช้ส่วนตัวและเครื่องมือที่ใช้ในการสอนต่าง ๆ ก็ไม่เหลือสักอย่าง”</p>



<p>ครูแววเว้นวรรค วกกลับมาเรื่องเด็ก “ช่วงเปิดเทอม คิดว่าแรก ๆ คงใช้วิธีส่งใบงานให้เด็กที่เจอตัวแล้ว ส่วนคนที่ยังติดต่อไม่ได้ที่มีมากกว่า 50% ก็จะจัดทีมครูช่วยกันตามหา จนกว่าจะรู้ว่าเด็กไปอยู่ที่ไหน เป็นยังไง และต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-12252f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>‘ครูโอ’ ดนัยวัฒน์ เผยว่าเรื่องที่ห่วงที่สุดคือเด็กจะทยอยหลุดจากระบบ เพราะสภาพตอนนี้ถึงรัฐจะช่วยเรื่องเสื้อผ้าชุดนักเรียนหรืออาหาร แต่ตนกลับคิดว่าสิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดจริง ๆ ควรเป็นเรื่องที่อยู่อาศัย รวมถึงสนับสนุนเรื่องการเดินทางมาเรียน การกินอยู่ที่บ้าน และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันด้วย เพราะตอนนี้การเยียวยายังครอบคลุมไปไม่ถึง</p>



<p>“อย่าลืมว่าหลายบ้านที่หายไปกับน้ำ ผู้ปกครองเด็กสูญเครื่องมือทำมาหากินไปด้วย แล้วการมาโรงเรียนมันคือค่าใช้จ่าย จึงเชื่อว่าบางครอบครัวอาจตัดสินใจว่าให้เด็กอยู่บ้านไปก่อน ทีนี้พอนานเข้าเด็กก็หลุดโดยปริยาย ดังนั้นพร้อม ๆ กับความช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย เราจำเป็นต้องมองเรื่องการฟื้นฟูอาชีพด้วย”</p>



<p>ส่วนเรื่องที่ศูนย์พักพิงและโรงครัวหลายแห่งกำลังทยอยปิด ครูโอบอกว่าเป็นสิ่งที่โรงเรียนต้องคิด ว่าเปิดเทอมแล้วเด็กส่วนนี้จะไปอยู่ที่ไหนและจะกินยังไง รวมถึงต้องเตรียมการรับมือกับอีกหนึ่งปัญหา คือ PM 2.5 ที่จะมาถึงช่วงปลายปี ซึ่งคุณครูบอกว่า “ปีนี้น่าจะหนัก เพราะจะมีฝุ่นจากดินโคลนที่มากับน้ำด้วย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f9510f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>‘ครูนุช’ นุจรี อีกหนึ่งครูผู้ลงพื้นที่สำรวจค้นหาเด็ก มองว่า ‘ทุน’ ที่เป็นตัวเงินก็เป็นปัจจัยหลักเช่นกัน “เพราะของที่บริจาคมา มันคือของที่บางครั้งไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องการจริง ๆ แล้วพอมาถึง บางอย่างก็ไปกองไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ดังนั้นเงินที่ลงไปที่ครอบครัวเด็กตรง ๆ อาจตอบโจทย์มากกว่าในแง่ที่สามารถเอาไปซื้อหาสิ่งจำเป็นได้เลย&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; </p>



<p>“คือน้ำท่วมครั้งนี้ต้องบอกว่ามันไม่ได้ค่อย ๆ ไหลเข้ามา แต่เป็นน้ำป่าไหลเชี่ยวและมาเป็นโคลน ซึ่งไม่มีใครเคยเจอมาก่อน ฉะนั้นในความตื่นตระหนกทุกคนก็ต่างต้องเอาชีวิตรอด ไม่มีเวลาหยิบจับอะไรเลย ทีนี้พอน้ำไปแล้ว สิ่งของที่ขาดที่จำเป็นของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ตรงนี้ใครยังพอมีเงินฝากในธนาคารก็อาจพอเริ่มใหม่ได้ แต่คนที่นี่ส่วนใหญ่ค้าขายได้เงินก็มักใส่กระปุกไว้ที่บ้าน มันก็ลอยหายไปกับน้ำหมด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dd8574"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>‘ปฏิบัติการครูเสมอภาค’  ของโรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน มิตรภาพที่ 169 ครั้งนี้  คือ ความพยายาม ‘เช็คชื่อ’ น้อง ๆ ก่อนเปิดเทอมใหม่ ในช่วงเวลาอันเปราะบางที่วิกฤตยังไม่ผ่านพ้น เพื่อที่สิ่งที่คณะครูค้นพบ จะกลายเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการช่วยเหลือเด็กๆไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษาได้อย่างทันสถานการณ์ ร่วมกับกสศ.</p>



<p></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a6e4e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/ตามรอยปฏิบัติการครูเสมอภาค-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281024/">เมื่อโรงเรียนกำลังจะเปิด …เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ชาวสงขลาจับมือกสศ. ชวนเด็กๆ กลับมาเรียน Mobile School เรียนฟรี ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-020924/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 02 Sep 2024 08:08:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สงขลา]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=85873</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 ที่ โรงสีแดง หับ โห้ ห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020924/">ชาวสงขลาจับมือกสศ. ชวนเด็กๆ กลับมาเรียน Mobile School เรียนฟรี ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2567 ที่ โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา &#8211; กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ร่วมกับ ศูนย์อาสาสร้างสุขภาคใต้ จัดงาน ‘Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา’ </strong>โดยได้รับความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายจังหวัดสงขลาทุกภาคส่วน ได้แก่ เครือข่ายศูนย์การเรียน สถานศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดสงขลา ตัวแทนผู้ปกครองที่จัดการศึกษาแบบบ้านเรียน สถาบันการศึกษาเพื่อปวงชน (มหาวิทยาลัยชีวิต) สำนักจัดหางานจังหวัดสงขลา สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดสงขลา (สกร.) สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสงขลา และเครือข่ายชุมชนสงขลา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d10e2a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ภายในงานมีเด็ก และเยาวชนที่หลุดจากการศึกษา จากในพื้นที่ต่างๆในจังหวัดสงขลา สนใจมาสมัครเรียนเป็นจำนวนมาก โดยมีทั้ง เดินทางมาด้วยตนเอง เครือข่ายท้องถิ่น ชุมชน ภาคประชาสังคม รวมถึงผู้ปกครองที่บางคนพาน้องๆ มารอตั้งแต่ช่วงเช้า</strong></p>



<p><strong>เพื่อให้น้องๆ ได้กลับมาเรียนต่อเต็มศักยภาพ ด้วยแนวทางการจัดการเรียนรู้ยืดหยุ่น มีคุณภาพ ตอบโจทย์ชีวิตและได้รับวุฒิการศึกษา นอกจากนี้ยังมีการ MOU สานพลังเครือข่ายศูนย์การเรียนภาคใต้ เพื่อให้เกิดการส่งต่อความช่วยเหลือระหว่างกัน สร้างเส้นทางการศึกษาที่ยืดหยุ่น ไร้รอยต่อจากปฐมวัยถึงระดับอุดมศึกษาสำหรับเด็กเยาวชนจังหวัดสงขลา และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นต่อไป</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9084c6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ชนภรณ์ อือตระกูล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ชนภรณ์ อือตระกูล ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา</strong> กล่าวว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพ ทุกฝ่ายต้องร่วมกันสร้างเส้นทางการศึกษาที่เปิดกว้างกับเด็กทุกคน โดยไม่มีข้อจำกัดและอุปสรรค เพื่อให้เด็กทุกคนต้องมีโอกาสเท่าเทียม ทั่วถึง เสมอภาคจังหวัดสงขลาทั้ง 16 อำเภอมีเด็กเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในสถานศึกษาใดเลยทั้งหมด 23,681 คน ซึ่งติด Top 10 ของประเทศไทย เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ต้องตระหนัก การสร้างโอกาสการเรียนรู้ไม่ใช่หน้าที่ของใครหรือหน่วยงานใดหนึ่ง แต่ความร่วมมือในระดับพื้นที่และพลังของชุมชน จะเป็นเสมือนหัวใจหลักของการแก้ปัญหานี้</p>



<p>“ปัญหาเรื่องโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ เรารอช้าไม่ได้ เพราะการเสียเวลาเพียงหนึ่งนาที ย่อมหมายถึงเด็กคนหนึ่งอาจอาจสูญโอกาสการเรียนรู้ในระยะยาว ฉะนั้นข้อมูลที่ต้องหาให้ได้เป็นลำดับแรกคือ การค้นหาว่าเด็กที่หลุดจากระบบแต่ละคนอยู่ที่ไ่หน มีความเป็นอยู่อย่างไร และเคยได้รับการศึกษาสูงสุดระดับใด คณะทำงานเราจึงเร่งจัดทำฐานข้อมูล โดยประสานท้องถิ่นลงพื้นที่สำรวจ ค้นหา ทำแผนการช่วยเหลือ ซึ่งนอกจากเรื่องการศึกษา ฐานข้อมูลรายบุคคลยังทำให้การดูแลช่วยเหลือเด็กครอบคลุมมิติสุขภาวะ สภาพความเป็นอยู่ สภาพสังคม หรือการพัฒนาตนเองตามแนวทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตได้อีกด้วย</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="569" height="855" data-id="85883" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-06.jpg" alt="" class="wp-image-85883" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-06.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-06-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="569" height="855" data-id="85884" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-07.jpg" alt="" class="wp-image-85884" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-07.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-07-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p><strong>ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นเรื่องการเรียนได้ในทุกที่ทุกเวลา หรือ ‘Anywhere Anytime’ ถือว่าเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีทางเลือก ยืดหยุ่นทั้งเวลาและเงื่อนไข ตอบโจทย์ความต้องการผู้เรียนเป็นรายคน จนเกิดนวัตกรรมการศึกษาที่น่าสนใจตามมา อาทิ การจัดการเรียนรู้แบบ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ศูนย์การเรียน และ  ‘Mobile School โรงเรียนมือถือ</strong></p>



<p><strong>“การทำงานเพื่อส่งต่อโอกาสการเรียนรู้ไปให้ถึงเด็กทุกคนจะไม่มีทางสำเร็จได้ หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกัน เป็นเจ้าภาพร่วมกัน เพราะการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง จำเป็นต้องอาศัยชุมชนและคนทุกคน</strong></p>



<p><strong>นิพนธ์ รัตนาคม ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนยุวชนสร้างสุข </strong>กล่าวว่า<strong> </strong>Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา&nbsp; พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นอีกหนึ่งกลไกในการทำให้น้อง ๆ ที่ขาดโอกาสการเข้าถึงการศึกษา ได้มีช่องทางเรียนรู้ผ่านการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิต เป็นการเรียนรู้ทางเลือกใน ‘ระบบศูนย์การเรียน’&nbsp; หน่วยจัดการเรียนรู้ ที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 15&nbsp; สามารถจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น&nbsp; สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เรียน &nbsp; ช่วยส่งเสริมผู้เรียนให้เรียนรู้ได้เต็มศักยภาพและได้รับวุฒิการศึกษา&nbsp; เป็นช่องทางการดูแลช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ไม่มีชื่อในระบบ ซึ่งไม่ว่าจะติดขัดด้วยปัญหาอุปสรรคใดก็ตาม ให้เข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสมและมีคุณภาพ&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>  จังหวัดสงขลาที่มี 127 ตำบล 16 อำเภอ พบว่ามีเด็กเยาวชนช่วงวัย 3-18 ปีทั้งสิ้นราว 300,000 คน ในจำนวนนี้มีคนที่ไม่มีรายชื่อในระบบการศึกษา 23,681 คน โดยหากจะเปรียบให้เห็นภาพความสำคัญของปัญหา ต้องบอกว่าจำนวนของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ มีเท่า ๆ กับจำนวนประชากรของอำเภอนาหม่อม ที่มีคนอยู่ทั้งสิ้น 23,000 คน อีกทั้งฐานข้อมูลยังบ่งชี้ว่า เด็กเยาวชนจากครัวเรือนรายได้น้อยจะมีโอกาสทางการศึกษาน้อยลงตามไปด้วย โดยเด็กจะมีอัตราการหลุดจากระบบที่สูงขึ้นในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และหลุดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และจะเหลือเพียงไม่ถึงครึ่งหนึ่งของเด็กเยาวชนทั้งรุ่นที่ได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-49f901"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>กล่าวว่า โครงการเชิงรุก ‘Mobile School เข้าเรียนไม่ได้ ให้โรงเรียนไปหา’ เพื่อพาโอกาสการเรียนรู้และวุฒิการศึกษา ไปให้เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาในพื้นที่ทั่วประเทศ เริ่มต้นนำร่องใน 25 จังหวัด ด้วยความร่วมมือของ กสศ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคม ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะสถานประกอบการ ภาคเอกชน นักวิชาชีพสาขาต่าง ๆ และชุมชน เริ่มจัดเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย กรุงเทพมหานคร ก่อนเดินทางมาจัดกิจกรรมครั้งที่สองที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา&nbsp;</p>



<p>“จุดเน้นของโครงการ คือการทำงานเชิงรุกไปยังกลุ่มเด็กเยาวชนที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษา เน้นความยืดหยุ่น ตอบสนองความหลากหลายของผู้เรียนเป็นรายคน โดยเด็กจะเป็นเจ้าของการเรียนรู้ตามความถนัด ความสนใจ ที่สำคัญต้องเป็นการศึกษาหรือเรียนรู้เพื่อปากท้อง เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา และได้วุฒิการศึกษาอย่างน้อย ม.6 เพื่อยกระดับรายได้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พึ่งพาตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60e5a3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0902_Mobile-School-สงขลา-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Mobile School เปิดรับสมัครเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา อายุระหว่าง 7 -24 ปี ที่มีข้อจำกัดในชีวิตไม่สามารถเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษารูปแบบอื่นได้ จัดการศึกษาช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 &nbsp; มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีเครือข่ายศูนย์การเรียนโดยสถาบันทางสังคมทั่วประเทศ เป็นหน่วยจัดการการศึกษา จัดการเรียนรู้ทั้งรูปแบบ Online และ Onsite มีครูพี่เลี้ยง ทำหน้าที่เป็น Learning Designer ช่วยแนะแนว ให้คำปรึกษา และร่วมออกแบบแผนการศึกษา เส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนที่มีความพร้อม ความถนัด ความสนใจที่แตกต่างกันเป็นรายคน โดยจะทำงานเชื่อมประสานร่วมกับผู้จัดการรายกรณีหรือ Case Manager ของเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา ซึ่งอยู่ในพื้นที่กับน้องๆ กลุ่มนี้</p>



<p>เด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษา สามารถสมัครเรียน Mobile School  กสศ. ได้ที่ <br>อีเมล์ mobileschool@eef.or.th หรือ โทร 02-079-5475 กด 0</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-020924/">ชาวสงขลาจับมือกสศ. ชวนเด็กๆ กลับมาเรียน Mobile School เรียนฟรี ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิต</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
