<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Maura McInerney | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/maura-mcinerney/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 25 May 2020 06:28:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Maura McInerney | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สหรัฐฯ ป่วน ครู-นักเรียนอเมริกัน ไม่พร้อมเรียนออนไลน์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/151691-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 25 May 2020 06:28:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[Maura McInerney]]></category>
		<category><![CDATA[J.R. Green]]></category>
		<category><![CDATA[Ryan Brown]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14953</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา &#160; ไม่เพียงแต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/151691-2/">สหรัฐฯ ป่วน ครู-นักเรียนอเมริกัน ไม่พร้อมเรียนออนไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: right;"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-14955" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-5.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-5.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-5-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-5-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-5-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p style="text-align: right;"><strong>แปลและเรียบเรียง : </strong><span style="font-weight: 400;">นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-weight: 400;">ไม่เพียงแต่ไทยเท่านั้นที่ประสบปัญหาความไม่พร้อมในหลายด้านสำหรับระบบการศึกษาออนไลน์ เพราะ แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่ามีระบบการศึกษาที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานลำดับต้นๆ ของโลกก็ประสบกับปํญหาความไม่พร้อมในการเรียนออนไลน์เช่นกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และความไม่พร้อมที่ว่านี้ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ค่อนข้างมีอยู่มากในสังคมอเมริกันด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ สำนักข่าววีโอเอ ของสหรัฐฯ รายงานว่า ทันทีทึ่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์ โรงเรียนรัฐและเอกชนมากกว่า 118,000 แห่งทั่วประเทศต่างปิดตัวลงอย่างกระทันหัน กระทบต่อเด็กนักเรียนในสหรัฐฯ มากกว่า 53 ล้านคน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หากมองในแง่ดี วิกฤติที่เกิดขึ้น กลายเป็นโอกาสสำคัญที่แวดวงการศึกษาของประเทศจะได้รับการผลักดันอย่างก้าวกระโดดในเรื่องของการเรียนการสอนทางไกล หรือที่เรียกว่า การสร้างห้องเรียนเสมือนจริงบนโลกออนไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งกลับเตือนว่า ไม่อาจมองโลกในแง่ดีจนเกินไป เพราะ เหล่าครูอาจารย์ส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่เคยผ่านการฝึกอบรมทักษะการสอนออนไลน์มาอย่างจริงจัง แถมนักเรียนส่วนใหญ่เองก็ใช่ว่าจะมีอุปกรณ์พร้อมสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาปรับเปลี่ยนที่กระทันหันและกระชั้นชิดเช่นนี้ การเปลี่ยนไปเรียนออนไลน์มีแนวโน้มจะกลายเป็นภาวะตึงเครียดและกดดันให้แก่ทั้งครูกับนักเรียนได้เป็นอย่างดี </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และที่สำคัญ ความไม่พร้อมที่สำคัญที่สุดก็คือ ครอบครัวชาวอเมริกันหลายล้านคนยังไม่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ ขณะที่อีกหลายล้านคน ไม่มีคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปใช้งาน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า การที่มีโรคระบาดใหญ่ในครั้งนี้ ทำให้มีการทดลองเรียนทางไกลที่ไม่เคยวางแผนไว้ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำหรับเด็กนักเรียนอเมริกันหลายล้านคนที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ที่บ้าน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทั่วสหรัฐฯ เวลานี้ มีนักเรียนเกือบ 3 ล้านคนที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง และนักเรียนที่ด้อยโอกาสส่วนใหญ่เป็นนักเรียนผิวสี ที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำหรือมาจากครอบครัวที่พ่อแม่ไม่ได้เรียนสูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อุปสรรคข้างต้น ทำให้ขณะนี้เขตการศึกษาต่างๆ และรัฐบาลท้องถิ่นต่างเร่งพยายามหาทางช่วยเหลือเด็กนักเรียนเหล่านั้น ให้สามารถเรียนตามทันเพื่อนๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่น เขตการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ อย่าง ลอสแองเจลิส และนิวยอร์ก ต่างใช้จ่ายเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อจัดหาอุปกรณ์และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตให้แก่นักเรียน ส่วนเขตการศึกษาขนาดเล็กก็กำลังหาวิธีเพิ่มสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายในลานจอดรถของโรงเรียนและกระจายจุด </span><span style="font-weight: 400;">Hot Spot </span><span style="font-weight: 400;">ไปตามจุดต่างๆ เพื่อให้นักเรียนได้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่ถึงกระนั้นหลายๆ เขตการศึกษาก็ยังคงยึดติดกับการให้การบ้านเป็นกระดาษและหนังสือ เนื่องจากปัญหาด้านความเท่าเทียมในเรื่องดิจิตัลนั้นยากเกินกว่าที่จะเอาชนะได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Maura McInerney </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ศูนย์กฎหมายการศึกษาซึ่งสนับสนุนนักเรียนที่ด้อยโอกาสกล่าวว่า สิ่งที่เรามองเห็นได้จากเรื่องนี้ก็คือช่องว่างของความสำเร็จทางการศึกษา เด็กนักเรียนที่อยู่ในเขตที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนเต็มที่ ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเรียนออนไลน์ได้ทันที เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานอยู่แล้ว ในทางตรงกันข้ามเขตที่ได้รับทุนสนับสนุนน้อย ไม่ได้มีทรัพยากรดิจิตัลทั้งหลาย อย่างเช่นการที่เด็กนักเรียนไม่มี </span><span style="font-weight: 400;">Chromebooks </span><span style="font-weight: 400;">ใช้ ก็ต้องดิ้นรนเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาของเด็กนักเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน การวิเคราะห์ข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรของสำนักข่าวเอพี พบว่า 51% ของครัวเรือนในเขต </span><span style="font-weight: 400;">Fairfield </span><span style="font-weight: 400;">รัฐ </span><span style="font-weight: 400;">South Carolina </span><span style="font-weight: 400;">ไม่มีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใช้ ขณะที่ ทั่วประเทศมีอัตรานี้อยู่ประมาณ 18%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">J.R. Green </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการโรงเรียนท่านหนึ่งกล่าวว่า มีพ่อแม่จำนวนมากไม่มีความพร้อมที่จะสอนหนังสือลูกๆ ที่บ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Ryan Brown </span><span style="font-weight: 400;">โฆษกการศึกษาของรัฐกล่าวว่า เขตการศึกษาต่างๆ ทั่วรัฐ </span><span style="font-weight: 400;">South Carolina </span><span style="font-weight: 400;">ได้ทำเรื่องขอรถบัสโดยสารติดตั้ง </span><span style="font-weight: 400;">Wi-Fi </span><span style="font-weight: 400;">หลายร้อยคันจากโครงการช่วยเหลือนักเรียนที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำ และที่อยู่ในเขตชนบท และว่าทางรัฐก็พร้อมที่จะให้บริการรถบัสได้หลายพันคัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยรถบัสที่ติดตั้งเราเตอร์ไว้ภายในตัวรถจะทำการส่งสัญญาณแบนด์วิดท์ที่แรงพอในพื้นที่ที่มีขนาดเท่าลานจอดรถขนาดเล็กเพื่อให้ผู้ปกครองสามารถขับรถพาเด็กๆ ไปเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยนั่งอยู่ในรถของตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระนั้น การให้บริการจะรวดเร็วได้มากขึ้น หากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตร่วมเสนอแพคเกจที่ราคาถูกและแบบที่ไม่มีค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน ซึ่งจะสามารถช่วยลดความต้องการรถบัสลงได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Comcast </span><span style="font-weight: 400;">บริษัทให้บริการอินเตอร์เน็ตได้เปิดตัวแพคเกจ “</span><span style="font-weight: 400;">Internet Essentials” </span><span style="font-weight: 400;">ในราคาเดือนละ 10 ดอลล่าร์สหรัฐ สำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อยและให้บริการฟรีสองเดือนสำหรับลูกค้ารายใหม่แล้ว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนเขตการศึกษาอีกหลายแห่ง ที่แม้จะไม่เห็นด้วยกับการเรียนออนไลน์ในช่วงที่ปิดโรงเรียน เนื่องจากมีนักเรียนมัธยมปลายเพียงครึ่งเท่านั้นมีแล็ปท็อปหรือแท็บเล็ตและมีอินเทอร์เน็ตใช้ที่บ้าน แต่ดูเหมือนว่าในขณะนี้โรงเรียนจะถูกปิดเป็นเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ทางเขตการศึกษา เช่น ใน </span><span style="font-weight: 400;">Philadelphia </span><span style="font-weight: 400;">ต้องเร่งซื้อ </span><span style="font-weight: 400;">Chromebook </span><span style="font-weight: 400;">จำนวน 50,000 เครื่องและเริ่มสอนหนังสือออนไลน์ตั้งแต่เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ต่อให้เร่งกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้ทั่วถึง แต่ก็ยังมีปัญหาติดขัดอยู่ที่การแบ่งใช้งานอินเทอร์เน็ตระหว่างตัวเด็กกับผู้ปกครอง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะกลายเป็นภาระหนักในเรื่องค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ผู้ปกครองชาวอเมริกันให้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Lacheyle Moore </span><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในคุณแม่ต้องดูแลลูกๆ ในการเรียนออนไลน์กล่าวว่า ตนเองต้องพยายามจำกัดการใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตในมือถือของตัวเองเพื่อให้ลูกสาวได้ใช้อินเตอร์เน็ตในการทำการบ้าน รวมถึงต้องเพิ่มอินเตอร์เน็ตในโทรศัพท์ของตนเพื่อให้แน่ใจว่าลูกสาวได้ทำงานส่งครูทัน โดย </span><span style="font-weight: 400;">Moore </span><span style="font-weight: 400;">ทำงานเป็นพนักงานรับจ่ายเงิน เธอต้องเปลี่ยนตารางงานของเธอเพื่อที่จะได้สอนลูกสองคนทำการบ้านได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ ต่อให้ทางเขตการศึกษาเร่งจัดซื้อจัดหาอุปกรณ์อย่างคอมพิวเตอร์แจกจ่ายให้นักเรียนในโรงเรียนของตนเองใช้ แต่ก็ยังไม่อาจเพียงพอต่อความต้องการของจำนวนนักเรียนได้อยู่ดี ซึ่งทางเขตการศึกษาบางเขตยังหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง โดยเฉพาะทุนสนับสนุนในเรื่องของอุปกรณ์และสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้มากขึ้น อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อลดช่องว่างความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษาให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงที่ต้องปิดโรงเรียนเลี่ยงการระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่นนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา :</strong> <span style="font-weight: 400;">VOA News<br />
</span><a href="https://www.voanews.com/science-health/coronavirus-outbreak/school-districts-take-unplanned-plunge-online-learning?fbclid=IwAR3yc_7luWJ9r65Lb3uzEtHmdXyz6yczb1hJPfmCmsqrJjfAV5OPgcQV9wU">School Districts Take Unplanned Plunge Into Online Learning</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/151691-2/">สหรัฐฯ ป่วน ครู-นักเรียนอเมริกัน ไม่พร้อมเรียนออนไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
