<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Lisa Gibbs | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/lisa-gibbs/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 29 May 2020 05:00:30 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Lisa Gibbs | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>การปิดโรงเรียนส่งผลต่ออารมณ์ของเด็ก #COVID-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/823-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 29 May 2020 05:00:30 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Lisa Gibbs]]></category>
		<category><![CDATA[ack Brockhoff Child Health and Wellbeing]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[UCL Institute Of Education]]></category>
		<category><![CDATA[Sam Sims]]></category>
		<category><![CDATA[Laura McInerney]]></category>
		<category><![CDATA[Teacher Tapp]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=15096</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผลกระทบจาก COVID-19 เมื่อการปิดโรงเรียนนั้นส่งผลต่ออารม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/823-2/">การปิดโรงเรียนส่งผลต่ออารมณ์ของเด็ก #COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4>ผลกระทบจาก COVID-19<br />
เมื่อการปิดโรงเรียนนั้นส่งผลต่ออารมณ์ของเด็ก</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากเหตุการณ์ COVID-19 เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าการปิดโรงเรียนเป็นระยะเวลาหลายเดือนส่งผลโดยตรงในเรื่องหลักสูตรการเรียนของเด็ก การสอบเข้ามหาวิทยาลัย การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ในเด็กเล็ก โดยต้องไม่ลืมว่าส่งผลโดยอ้อมต่อสุขภาพจิตและความแปรปรวนทางอารมณ์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงด้วยเช่นกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพราะไม่ใช่แค่ความไม่สามารถในการรับมือกับเหตุการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ปัจจัยอื่นๆ อย่างการขาดแคลนอาหาร การแยกตัวจากสังคม พ่อแม่บางครอบครัวที่ต้องตกงานและขาดรายได้ การระบาดของไวรัสโคโรน่าได้เป็นจุดทำให้เกิดความไม่เสถียรของระบบสังคม จึงไม่ใช่แค่เรื่องทางกายภาพเท่านั้นที่เราควรคำนึงถึง แต่เป็นเรื่องของสภาพจิตใจและความรู้สึก เป็นผลต่อเนื่องทำให้เกิดความบอบช้ำที่ส่งผลในระยะยาว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การปิดโรงเรียนอย่างยาวนานนั้นส่งผลต่อเด็กๆ อย่างไร? สัญญาณเริ่มต้นที่สังเกตได้ง่ายๆ ก็คือมีกำลังใจน้อยลง ผลการศึกษาเด็กที่ได้รับผลจากภัยพิบัติอย่างเช่น พายุ แผ่นดินไหว หรือโรคระบาด ได้ระบุว่าหายนะต่างๆ ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อประสิทธิภาพในการเรียนและสุขภาพจิตของเด็กๆ ลิซ่า กิบบส์ (Lisa Gibbs) ผู้อำนวยการโปรแกรม Jack Brockhoff Child Health and Wellbeing แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น หน่วยงานวิจัยเรื่องนี้ได้กล่าวว่า “สิ่งที่เราค้นพบคือลักษณะเฉพาะของความอันตรายด้านสุขภาพจิตของเด็กๆ นั้นสำคัญมาก จึงกลายมาเป็นจุดเริ่มของการสร้างประสบการณ์ในการฟื้นฟูสภาพจิตใจ”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างวิจัยที่ลิซ่าทำคือ การศึกษาผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ไฟป่า Black Saturday ที่ออสเตรเลียเมื่อปี 2009 โดยพบว่าเด็กจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบนั้นมีประสิทธิภาพในการเรียนแย่ลงอย่างมาก เมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมชั้นจากพื้นที่อื่น ประเมินจากผลสอบความสามารถในการอ่านเขียนและแบบทดสอบคำนวณ “เหตุการณ์นั้นได้สร้างความเจ็บปวดที่สำคัญและความสูญเสียที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่ โดยขยายช่วงเวลาของการเรียนหรือการปิดโรงเรียนไปได้ส่งผลในเชิงลบ เมื่อเด็กๆ ต้องกลับไปเรียนตามเดิม พบว่าพวกเขามีความสามารถในการเรียนรู้ที่ลดลง พวกเขาไม่อาจเรียนได้ทันตามหนังสือหรือหลักสูตร คุณจะเห็นได้เลยว่า การปิดโรงเรียนไปนั้นส่งผลต่อเนื่องเรื่องทักษะการเรียนรู้ไปทั้งชีวิต”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เมื่อนักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียน พวกเขาจะไม่ได้เรียนรู้อะไรมากเท่าที่ควร ยิ่งไม่ได้ไปโรงเรียนนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ได้เรียนรู้นานขึ้นเท่านั้น” แซม ซิมส์ (Sam Sims) นักวิจัยแห่ง UCL Institute Of Education</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเหตุการณ์โรคระบาด หลายโรงเรียนได้ปรับมาเรียนเป็นแบบออนไลน์ ซึ่งคุณครูต้องสอนทางไกลผ่านช่องทางต่างๆ อย่างเช่น Google Classroom หรือเปิดคลิปวิดีโอจาก Youtube หรือสอนผ่าน Zoom แต่ผลที่เกิดขึ้นคือการปรับไปสู่การเรียนออนไลน์ก็ดูเหมือนว่าจะให้ผลลัพธ์ที่แย่ลง โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวที่มีพื้นฐานทางเศรษฐกิจไม่ดีนัก ก็ยิ่งให้ผลระยะยาวที่แย่ไปกันใหญ่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ข้อมูลบางแห่งระบุว่า 55% ของคุณครูในพื้นที่ด้อยพัฒนานั้นรู้สึกเหมือนว่าเด็กนักเรียนได้เรียนออนไลน์ด้วยเวลาน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน” กล่าวโดยลอร์ร่า แมคอินเนอร์เนย์ (Laura McInerney) ผู้ร่วมก่อตั้ง Teacher Tapp</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่าโรงเรียนเอกชนหลายแห่งใช้เครื่องมือการสอนออนไลน์ในช่วงเหตุการณ์ COVID-19 นักเรียนที่มีฐานะดีก็มีอุปกรณ์เป็นของตัวเอง ที่บ้านติดตั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และสภาพพื้นที่พร้อมเรียน เด็กๆ ที่มีความพร้อมจากโรงเรียนเอกชนส่วนมากเกินครึ่งจึงมีมาตรฐานการเรียนที่แตกต่างจากเด็กโรงเรียนรัฐบาลที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพียบพร้อมเช่นนี้เพียง 10% เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วงเวลานี้ โรงเรียนในหลายประเทศเริ่มกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง อย่างเช่นประเทศจีน ฝรั่งเศส และเยอรมัน โดยรัฐบาลของประเทศเหล่านี้มาพร้อมกับความหวังว่าจะปรับแผนการกลับมาเปิดโรงเรียนเป็นปกติในวันที่ 1 มิถุนายน ที่ต้องปฏิบัติตามเกณฑ์การป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคอย่างเคร่งครัด สำหรับในหลายประเทศอื่นๆ อย่างอิตาลี โปรตุเกส นิวยอร์กหรือแคลิฟอร์เนีย ยังคงยืนยันที่จะปิดโรงเรียนเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนจนกว่าจะถึงเดือนกันยายน</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ความธรรมดาใหม่ของห้องเรียนที่เปลี่ยนไป</h4>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-15100" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1345" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-1536x807.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-2048x1076.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture01-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตัวอย่างโรงเรียนจากประเทศเดนมาร์ก ที่กลับมาเปิดเรียนอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน โดยปฏิบัติตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขเดนมาร์กอย่างเคร่งครัด ถือเป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบสำหรับโรงเรียนอื่นๆ ทั่วโลก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เริ่มที่การเข้าใจเรื่องสภาพแวดล้อมของการเรียนรู้นั้นจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากที่เด็กๆ จะมีส่วนร่วมกันเป็นกลุ่มหรือช่วยกันทำโปรเจ็กต์ต่างๆ ร่วมกัน มาเป็นรูปแบบของนั่งโต๊ะแยกระหว่างกันสองเมตร สิ่งแรกที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือความจำเป็นต้องมีครูจำนวนมากขึ้น สอนด้วยรูปแบบการสอนที่เปลี่ยนไป โดยที่ยังมุ่งสู่เป้าหมายในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของเด็กให้เต็มศักยภาพท่ามกลางเงื่อนไขใหม่นี้ได้อยู่เสมอ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เด็กนักเรียนจะต้องเรียนแบบพึ่งพาตัวเองเป็นสำคัญ ไม่อาจจะแบ่งปันสิ่งของต่างๆ ได้เหมือนอย่างที่เคย โดยจะต้องเตรียมตัวนำทุกอย่างมาด้วยตัวเอง ทั้งขวดน้ำ ดินสอ ปากกา หรือสื่อการเรียนรู้ต่างๆ การแบ่งใช้ร่วมกับเพื่อนๆ ในห้องนั้นจะไม่ใช่สิ่งที่จะเป็นได้อีกต่อไป คุณครูเองจะไม่อาจเก็บหนังสือแบบฝึกหัดได้ โดยจะต้องให้เด็กๆ วางหนังสือไว้บนโต๊ะในช่วงพักเที่ยงหรือช่วงพักเล่น โดยคุณครูเองจะต้องเขียนฟีดแบ็คการบ้านแปะไว้ในหนังสือของเด็กแต่ละคน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สิ่งของที่ใช้งานร่วมกันจะต้องได้รับการทำความสะอาดทั้งก่อนและหลังการใช้งาน พื้นที่ในห้องเรียนจะต้องทำความสะอาดทุกซอกทุกผิวสัมผัส ทั้งโต๊ะเรียน ที่จับประตู และห้องน้ำ 2 ครั้ง/วัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในขณะที่โรงเรียนปรับรูปแบบของสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ใหม่ เด็กๆ ก็ได้เรียนรู้ และค่อยๆ เพิ่มทักษะในการพึ่งพาตัวเองมากขึ้น แม้จะว่าต้องอาศัยการเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน สร้างโอกาสในการเลือก และทางแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ แต่ก็พบว่าสภาพแวดล้อมใหม่นั้นเด็กๆ ได้ตอบรับเป็นอย่างดี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>แล้วเราจะช่วยให้เด็กๆ รับมือกับความยากลำบากนี้ได้อย่างไร?</h4>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-15101" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1344" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-1024x538.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-768x403.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-1536x806.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-2048x1075.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/บทความกสศ-picture02-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">คำตอบคือการกำหนดเงื่อนไขเชิงสังคมที่ช่วยให้เด็กเข้าใจปัญหาได้ ด้วยการสร้างความรู้สึกปลอดภัย ความหวัง ความสงบ และความรู้สึกเชื่อมโยงกับคนในครอบครัวและคนรอบข้างได้อยู่เสมอ ลองดูตัวอย่างการฟื้นฟูสุขภาพจิตจากผลกระทบในเหตุการณ์เฮอริเคนแคทรีนาถล่มสหรัฐอเมริกา ด้วยการสร้างเสริมพลังและช่วยฟื้นฟู โรงเรียนในสหรัฐบางแห่งจัดการเปิดสวนให้เด็กๆ ได้กลับมาปลูกต้นไม้ เพราะเชื่อว่าพวกเขาต้องการความรู้สึกว่าสามารถจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ และสร้างความรู้สึกร่วมกับรับมือสิ่งต่างๆ กับสมาชิกในครอบครัว ตัวอย่างนี้นำมาปรับใช้ในปัจจุบัน เราจึงได้เห็นข้อความให้กำลังใจที่เขียนไว้ตรงฟุตบาท หรืองานประดิษฐ์สายรุ้งที่บานหน้าต่าง ที่ทำให้แม้แต่เด็กเล็กก็ยังรู้ได้เลยว่าความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ กำลังเกิดในชุมชนของพวกเขา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญเลยคือรัฐบาลจะต้องมีแผนรองรับหลังวิกฤตจากไวรัสโคโรน่า โดยลิซ่าเองแนะนำว่าแผนฟื้นฟูนั้นต้องมีระยะเวลาอย่างน้อย 5 ปีหรือมากกว่า โดยต้องไม่ลืมเน้นการสื่อสารถึงความหวัง และจำไว้เสมอว่า ท่ามกลางความเลวร้ายทีเกิดขึ้น เด็กๆ มีความสามารถในการฟื้นฟูจากหายนะเหล่านั้น ชีวิตพวกเขาดำเนินต่อไป กลับมาเป็นปกติและใช้ชีวิตด้วยความสุขอีกครั้ง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p class="a-header__title"><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.wired.co.uk/article/coronavirus-children-schools-impact" target="_blank" rel="noopener noreferrer">This is how the school shutdown will affect children for many years</a></p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/823-2/">การปิดโรงเรียนส่งผลต่ออารมณ์ของเด็ก #COVID-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
