<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Koji Miyamoto | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/koji-miyamoto/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 21 Apr 2025 13:38:00 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Koji Miyamoto | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านทักษะ” – มองสถานการณ์ทุนมนุษย์ไทย จากสายตานักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ‘Koji Miyamoto’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/koji-miyamoto-interview/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 06 Apr 2025 13:37:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[กสศ X 101]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[The101.world]]></category>
		<category><![CDATA[นโยบายการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาไทย]]></category>
		<category><![CDATA[การพัฒนาทักษะการเรียนรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[Koji Miyamoto]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะพื้นฐานชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ. x 101]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=92757</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านทักษะ โดยมีสัดส่วนของเย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/koji-miyamoto-interview/">“ไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านทักษะ” – มองสถานการณ์ทุนมนุษย์ไทย จากสายตานักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ‘Koji Miyamoto’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านทักษะ โดยมีสัดส่วนของเยาวชนและประชากรวัยแรงงานจำนวนมากที่มีความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์ ในการรู้หนังสือ (ร้อยละ 64.7) และทักษะด้านดิจิทัล (ร้อยละ 74.1) ซึ่งหมายความว่ากลุ่มเยาวชนและประชากรวัยแรงงานไม่สามารถทำงานด้านการอ่านและการใช้คอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานได้”</p>



<p>นี่คือข้อความที่ปรากฏในรายงาน&nbsp;<a href="https://www.eef.or.th/publication-asat/">‘ทิศทางพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต เพื่ออนาคตที่เข้มแข็งและยั่งยืนของประเทศ’</a>&nbsp;โดยธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งได้สำรวจทักษะความพร้อมของเยาวชนและคนวัยแรงงานในประเทศไทยเมื่อปี 2565 ก่อนจะเผยแพร่ในปี 2567 ข้อความสั้นๆ นี้ทำให้เราได้เห็นภาพว่าทักษะความสามารถของประชากรไทยในภาพใหญ่กำลังย่ำแย่กว่าที่คิดมาก</p>



<p>ตัวชี้วัดด้านทักษะประชากรนี้วัดจาก ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ (foundational skills) ซึ่งครอบคลุมทักษะที่จำเป็นต่อชีวิต เช่น ทักษะการรู้หนังสือ ทักษะด้านดิจิทัล และทักษะทางอารมณ์และสังคม ซึ่งล้วนเป็นทักษะที่ขาดไม่ได้สำหรับการเผชิญและเติบโตในตลาดแรงงานและสังคม เพราะทักษะพื้นฐานชีวิตนี้ก็เปรียบเหมือนฐานรากของชีวิตมนุษย์ ซึ่งหากไม่แข็งแรงเพียงพอ ก็ย่อมยากที่จะดำเนินชีวิตหรือทำหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังยากที่จะเดินหน้าต่อยอดทักษะอื่นๆ ที่มีความสลับซับซ้อนมากขึ้น</p>



<p>จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ การใช้คำว่า ‘วิกฤต’ มาอธิบายนั้นย่อมไม่เกินจริง เพราะที่สุดแล้วคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ที่กำลังมีปัญหานี้ย่อมส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภาพรวมอย่างเลี่ยงไม่ได้</p>



<p>ประเทศไทยจะฝ่าวิกฤตทักษะประชากรนี้ไปได้อย่างไร และมีอะไรที่เราต้องรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ทุนมนุษย์ของไทยในตอนนี้อีกบ้าง วันโอวันพาไปสนทนากับ <strong>โคจิ มิยาโมโตะ (Koji Miyamoto)</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสกลุ่มงานการศึกษา (Education Global Practice) จากธนาคารโลก หัวหน้าทีมผู้จัดทำรายงานดังกล่าวและผู้ที่ติดตามศึกษาประเด็นการพัฒนาทุนมนุษย์มายาวนาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ee5358"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914551_279060-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong><br>จากที่คุณได้ศึกษาติดตามเกี่ยวกับการพัฒนาทุนมนุษย์ในประเทศไทย คุณเห็นภาพรวมของทุนมนุษย์ประเทศนี้ในปัจจุบันอย่างไรบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>หากพูดถึงภาพรวมของภาวะทุนมนุษย์ของประเทศไทยในปัจจุบัน เมื่อพิจารณาในด้านผลผลิตที่ออกมาจากระบบการศึกษาและระบบการฝึกอบรมแรงงาน ซึ่งหมายถึงทักษะและสมรรถนะของประชากร ผลการประเมินสะท้อนให้เห็นว่ายังมีประชากรวัยเยาว์และวัยผู้ใหญ่จำนวนมากที่ไม่สามารถแสดงทักษะพื้นฐานชีวิตในระดับขั้นต่ำได้ โดยสถานการณ์นี้สามารถเรียกได้ว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับ ‘วิกฤตด้านทักษะ’ (skill crisis)</p>



<p>เมื่อพูดถึงคำว่าวิกฤตด้านทักษะนี้ ผมกำลังหมายถึง ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ โดยยังไม่ได้หมายถึงทักษะด้านวิชาชีพ ทักษะด้านเทคนิค หรือทักษะในสายอาชีพเฉพาะทางแต่อย่างใด</p>



<p>ทักษะพื้นฐานชีวิตนี้ประกอบด้วยสามส่วน ได้แก่ ทักษะด้านการรู้หนังสือ ทักษะด้านดิจิทัล และทักษะทางอารมณ์และสังคม ทักษะที่หนึ่งคือ<strong>ทักษะด้านการรู้หนังสือ</strong>&nbsp;ซึ่งหมายถึงความสามารถในการอ่านเขียนและทำความเข้าใจข้อความสั้นๆ เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน เช่น การทำตามคำแนะนำที่ระบุไว้ในใบสั่งยา ทักษะที่สองคือ<strong>ทักษะดิจิทัล</strong>&nbsp;ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อทำภารกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ในชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อของออนไลน์ การส่งข้อความสื่อสารกับคนอื่น และทักษะที่สามคือ<strong>ทักษะทางอารมณ์และสังคม</strong>&nbsp;ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการสื่อสารกับผู้อื่น การแสดงความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น การมีความคิดสร้างสรรค์</p>



<p>ทั้งสามทักษะนี้ถือเป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับคนทุกคนไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร อยู่ในภาคเศรษฐกิจแบบใด หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม และทักษะเหล่านี้คือส่วนที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้าง เนื่องจากนายจ้างทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ต่างชี้ให้เห็นว่าทักษะเหล่านี้เป็นทักษะหลักที่ขับเคลื่อนผลิตภาพและนวัตกรรมขององค์กร ซึ่งนายจ้างยังประสบปัญหาในการหาคนทำงานที่มีทักษะเหล่านี้ให้เพียงพอ</p>



<p>ถ้าดูจากผลการสำรวจทักษะและความพร้อมของเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (Adult Skills Assessment in Thailand: ASAT) ที่ธนาคารโลกดำเนินการสำรวจร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จะพบว่าประชากรมากกว่าสองในสามไม่สามารถแสดงทักษะการรู้หนังสือขั้นพื้นฐานได้ นอกเหนือไปกว่านั้น สามในสี่ของประชากรไม่สามารถแสดงทักษะดิจิทัลในระดับพื้นฐานได้ ขณะเดียวกันเมื่อเราดูเจาะไปที่กลุ่มเยาวชนในอายุ 15 ปี ซึ่งดูได้จากผลของโครงการการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ในปี 2022 ก็พบว่าผลสอดคล้องกัน คือประชากรวัย 15 ปีประมาณสองในสามมีทักษะต่ำกว่ามาตรฐาน ทั้งในทางด้านการอ่านและคณิตศาสตร์ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตัวเลขที่คุณว่ามานี้ฟังดูน่าตกใจ แล้วคุณว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ประชากรวัยแรงงานของไทยขาดทักษะพื้นฐานชีวิตได้มากขนาดนี้</strong><strong></strong></h3>



<p>นี่เป็นคำถามที่ดีแต่ก็เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะมันมีหลายเหตุผลประกอบกัน ซึ่งผมกล่าวได้ว่ามันเป็นผลมาจากกระบวนการทางการศึกษาและการฝึกหัดคนตลอดทั้งกระบวนการที่ทำให้ไม่สามารถบรรลุผลในการพัฒนาทุนมนุษย์ได้ คือมันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นแค่ในระดับการศึกษาระดับใดระดับหนึ่งเพียงลำพัง ไม่ว่าจะในระดับโรงเรียน ระดับมหาวิทยาลัย ไปจนถึงระดับหลังเข้าสู่ตลาดแรงงานซึ่งต้องมีการพัฒนาทักษะเดิมและเพิ่มทักษะใหม่ (upskill and reskill) แต่มันเป็นปัญหาในทุกระดับขั้นการศึกษาและในตลอดทั้งกระบวนการของการพัฒนาคนที่ไม่สามารถส่งเสริมและหล่อหลอมให้เกิดทักษะพื้นฐานชีวิตที่แข็งแรงได้ จนในที่สุดก็นำประเทศไทยมาสู่วิกฤตด้านทักษะ เพราะฉะนั้นเราถึงไม่สามารถโทษไปที่ส่วนใดส่วนหนึ่งเพียงลำพังได้</p>



<p>นอกจากนี้ มันอาจต้องย้อนไปดูถึงกระบวนการพัฒนาคนตั้งแต่ระดับปฐมวัย เพราะถือเป็นช่วงวัยที่สำคัญมากในการจะพัฒนาทักษะเพื่อให้เติบโตเป็นแรงงานที่มีทักษะที่ดี ถ้าหากพวกเขาไม่ได้รับการพัฒนาทักษะที่ดีเพียงพอตั้งแต่ช่วงแรกเริ่ม มันก็จะยิ่งทำให้พวกเขาประสบความยากลำบากในการพัฒนาทักษะต่อไปในอนาคต และในที่สุดก็จะนำมาสู่วิกฤตด้านทักษะ</p>



<p>อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักใช้อธิบายสาเหตุที่ผู้เรียนไม่สามารถพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิตได้ในแต่ละช่วงของการศึกษาและฝึกอบรม คือความพร้อมของบุคลากรครูหรือผู้สอน ที่ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาและการพัฒนาคน โดยทั่วไปครูหรือผู้สอนมักมีหน้าที่ในการถ่ายทอดความรู้ในสาขาวิชาหรือสายวิชาชีพเฉพาะทาง แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือการมีความสามารถในการปลูกฝังทักษะพื้นฐานชีวิตให้ผู้เรียนได้ด้วย ซึ่งถ้าครูหรือผู้สอนไม่ได้มีความสามารถในการทำเรื่องนี้เพียงพอหรือขาดการเตรียมพร้อมที่มากเพียงพอ มันก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะพัฒนาให้เด็กๆ มีทักษะพื้นฐานพร้อมที่จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0aac81"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914632_480487-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong><br>สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เรียกได้ว่ากำลังวิกฤตอย่างที่คุณบอก แล้วถ้าเราปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป มันจะส่งผลอะไรต่อเศรษฐกิจและสังคมไทยบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>ถ้าอ้างอิงจากรายงานที่ธนาคารโลกทำร่วมกับ กสศ. เราพบว่าการที่ประเทศไทยมีแรงงานที่ขาดทักษะพื้นฐานในสัดส่วนที่สูงขนาดนี้ เราได้ทำการประมาณความสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยคร่าว คิดเป็นมูลค่า 3.3 ล้านล้านบาทโดยประมาณ หรือประมาณร้อยละ 20 ของจีดีพีประเทศในปี 2022 และตัวเลขนี้ถือว่าเป็นเพียงประมาณการขั้นต่ำเท่านั้น เนื่องจากการประเมินนั้นคำนวนเฉพาะจากในส่วนโอกาสทางรายได้ที่แรงงานขาดไปจากการที่พวกเขายังไม่มีทักษะที่เพียงพอ โดยประโยชน์ในมิติที่กว้างขึ้นของทักษะพื้นฐานชีวิตจะสูงมากกว่านี้ หากเรารวมผลกระทบของการขาดทักษะที่ส่งผลให้พลาดโอกาสในการดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีขึ้น และการมีส่วนร่วมทางสังคมที่มากขึ้นในรูปแบบของการอาสาสมัครหรือการลงคะแนนเสียง</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เพื่อจะแก้ปัญหานี้ คุณมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายอย่างไรบ้างต่อผู้มีส่วนกำหนดนโยบายต่างๆ รวมถึงรัฐบาลไทย</strong><strong></strong></h3>



<p>ก่อนอื่น ผมขอเน้นย้ำว่าการพัฒนาทักษะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน อันที่จริงไม่ใช่แค่ภาครัฐที่ต้องตอบสนองต่อปัญหานี้ แต่ยังรวมถึงภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือแม้แต่พ่อแม่ผู้ปกครอง และผู้เรียนเองด้วยเช่นกัน</p>



<p>ในส่วนข้อเสนอแนะของผมนั้น ประการแรกคือต้องเริ่มต้นลงทุนกับการพัฒนาทักษะตั้งแต่ระดับปฐมวัย การพัฒนาทักษะก็เหมือนกับการเตรียมก้อนหิมะก้อนใหญ่ ถ้าเด็กคนหนึ่งเริ่มต้นการศึกษาขั้นพื้นฐานโดยมีก้อนหิมะ (หรือทักษะพื้นฐานชีวิต) ที่มีขนาดเหมาะสมอยู่แล้ว ก้อนหิมะนี้ก็จะสามารถสะสมหิมะเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ ผ่านการศึกษาระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต หิมะก้อนที่ใหญ่ขึ้นจะดึงดูดหิมะมากขึ้น เช่นเดียวกับทักษะพื้นฐานชีวิตที่จะต่อยอดไปสู่ทักษะที่สูงขึ้น</p>



<p>ประการที่สอง ครูและผู้สอนในทุกระดับของระบบการศึกษาและการฝึกอบรมจะได้รับประโยชน์มากขึ้น หากพวกเขาได้รับโอกาสในการฝึกอบรมด้านวิธีการสอน (pedagogical training) เพื่อให้สามารถพัฒนาขีดความสามารถในการปลูกฝังทักษะพื้นฐานชีวิตให้แก่ผู้เรียนได้</p>



<p>ประการที่สามคือต้องพัฒนาการศึกษาในแต่ละระดับให้สอดประสานกัน และทำให้แต่ละระดับชั้นสามารถเติมเต็มหรือชดเชยทักษะระหว่างกันและกันได้ เช่นกรณีที่ผู้เรียนคนหนึ่งอาจไม่ได้รับการพัฒนาทักษะในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ดีพอ เขาก็ควรได้รับการเติมเต็มทักษะชดเชยเมื่อเข้าสู่ระดับชั้นที่สูงขึ้น</p>



<p>ประการที่สี่ ระบบการศึกษาเชิงพื้นที่สามารถมีบทบาทที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นในการพัฒนาทักษะ ตัวอย่างเช่น รัฐบาลระดับจังหวัดหรือระดับตำบลสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้และความเข้าใจในท้องถิ่น รวมถึงความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานชีวิตให้แก่ประชากรได้ รัฐบาลท้องถิ่นยังสามารถเข้ามาเติมเต็มบริการด้านการศึกษาและทรัพยากรที่ภาครัฐส่วนกลางจัดให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>และสุดท้ายคือภาคเอกชนก็สามารถเข้ามามีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะและการศึกษาโดยการทำงานร่วมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิด อย่างที่ผ่านมาผมได้เห็นบริษัทเอกชนจำนวนมากเข้าไปให้การสนับสนุนระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน วิทยาลัยอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการพัฒนาครูผู้สอน การมอบอุปกรณ์ทางการศึกษา และโอกาสในการฝึกหัดงาน ผมว่าเราต้องส่งเสริมให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากขึ้น ซึ่งมันจะไม่ได้เป็นประโยชน์แค่ต่อสถาบันการศึกษาเท่านั้นแต่จะมีประโยชน์ต่อภาคเอกชนด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ กลไกที่ใช้ส่งเสริมควรทำให้มั่นใจว่าภาคเอกชนเองก็ได้รับประโยชน์จากการลงทุนนี้ด้วยเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ทุกวันนี้เราเห็นเทรนด์การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีใหญ่ๆ เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเอไอ คุณคิดว่าการเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้นนี้จะถือได้ว่าเป็นความท้าทายใหม่ของการพัฒนาทุนมนุษย์ไหม หรือคุณมองว่ามันเป็นโอกาส</strong></h3>



<p>ปฏิเสธไม่ได้ว่าเอไอเข้ามาเกี่ยวข้องกับแทบทุกแง่มุมของชีวิตของเรา รวมถึงในเรื่องการเรียนรู้ เช่นเดียวกับเมกะเทรนด์อื่นๆ ที่กำลังกำหนดรูปแบบของสังคม ผมคิดว่าการเข้ามาของเอไอมีแนวโน้มที่จะนำมาซึ่งทั้งโอกาสและความเสี่ยง และเราจำเป็นต้องช่วยกันให้แน่ใจว่าโอกาสเหล่านี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ในการเรียนรู้ที่ดีขึ้น และสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงลงได้</p>



<p>มีตัวอย่างที่น่าสนใจมากมายเกี่ยวกับการใช้เอไอเพื่อสนับสนุนการสอนและการเรียนรู้  โดยสำหรับผู้สอน เอไอสามารถนำมาใช้ในการสร้างแผนการสอน สื่อการเรียนการสอน และแบบฝึกหัด และสำหรับผู้เรียน เอไอสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอน และเป็นหนังสือเรียนดิจิทัลที่มีเนื้อหารายบุคคล อย่างรัฐบาลเกาหลีใต้ก็เพิ่งเปิดตัวหนังสือเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ โดยการใช้ระบบอัลกอริทึมของเอไอเชิงสร้างสรรค์ (generative AI) นั้น ทำให้หนังสือเรียนนี้สามารถปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับระดับทักษะของผู้เรียนแต่ละคนได้แม้ว่าสิ่งนี้จะเปิดโอกาสให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบเฉพาะบุคคล แต่ก็ทำให้เกิดความจำเป็นที่ครูจะต้องได้รับการฝึกอบรมอย่างดี ทั้งในด้านทักษะดิจิทัลและทักษะการสอน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-df2f5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914674_429938-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในขณะเดียวกันก็มีตัวอย่างมากมายที่แสดงให้เห็นว่าเอไออาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น ความกังวลด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล รวมไปถึงการทุจริตทางการศึกษา นอกเหนือไปจากนั้น ยังมีความเสี่ยงที่ผู้เรียนจะพึ่งพาเอไอมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้พวกเขาไม่ได้รับการส่งเสริมให้ใช้ความคิดอย่างแท้จริง เมื่อตอนที่ผมยังเป็นนักเรียนในระดับประถมและมัธยมศึกษาในกรุงโตเกียว ผมเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์โดยที่เราไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องคิดเลขเลย เพราะการคำนวณพื้นฐานถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในทำนองเดียวกัน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่ครูคณิตศาสตร์หลายคนในปัจจุบันดูเหมือนจะยังลังเลที่จะให้นักเรียนใช้เอไอในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ จึงอาจมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการพึ่งพาเครื่องมือเอไอที่มากเกินไประหว่างการเรียนรู้ จนขัดขวางพัฒนาการด้านการแก้ปัญหา การคิดเชิงวิพากษ์ และความคิดสร้างสรรค์</p>



<p>นอกจากนี้ ผู้เรียนยังจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีที่แอปพลิเคชันเอไอเชิงสร้างสรรค์มักสร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่ชี้นำในทางที่ผิด หนึ่งในวิธีที่ชัดเจนที่สุดในการลดความเสี่ยงนี้คือการสอนให้นักเรียนรู้จักตรวจสอบและประเมินผลลัพธ์ที่ได้จากเอไออย่างมีวิจารณญาณ แม้ว่าครูและผู้สอนส่วนใหญ่จะตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้แล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าพวกเขามีอำนาจหรือทรัพยากรเพียงพอที่จะรับมือกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จากข้อเสนอแนะที่คุณว่ามาทั้งหมด เมื่อคุณมองไปที่รัฐบาล ผู้กำหนดนโยบาย และภาคการศึกษาของไทย คุณคิดว่าแนวทางที่พวกเขากำลังดำเนินมาอยู่นี้มาถูกทางหรือสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคุณหรือไม่</strong><strong></strong></h3>



<p>ผมเชื่อว่ารัฐบาลและผู้กำหนดนโยบายในประเทศไทยตระหนักถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิต และได้แสดงเจตนารมณ์ผ่านเอกสารเชิงยุทธศาสตร์ แผนงาน และกรอบนโยบายต่างๆ เพื่อส่งเสริมทักษะเหล่านี้ในแต่ละช่วงของการศึกษาและการฝึกอบรม ขั้นตอนสำคัญถัดไปคือการจัดทำแผนปฏิบัติการที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และดำเนินการให้เกิดผลในลักษณะที่มีความสอดประสานกัน โดยแผนปฏิบัติการเหล่านี้อาจมีความซับซ้อน เนื่องจากมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่งในแต่ละช่วงของระบบการศึกษาและการฝึกอบรม เช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงแรงงาน ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดแผนปฏิบัติการร่วมกันอย่างมีบูรณาการเพื่อให้เกิดพัฒนาการด้านทักษะพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า ‘การเชื่อมโยงแนวนอน’</p>



<p>ในขณะเดียวกัน สถาบันหรือหน่วยงานที่ทำงานอยู่ในแต่ละท้องที่ เช่น รัฐบาลท้องถิ่น สำนักงานส่วนภูมิภาคของหน่วยงานจากส่วนกลาง ภาคเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคม ก็จำเป็นต้องทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องเพื่อให้เกิดพลังร่วมสูงสุด หรือที่เรียกว่า ‘การเชื่อมโยงแนวตั้ง’ นอกจากนี้ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการจัดหาเงินทุนเพื่อให้การดำเนินการสามารถทำได้จริง ซึ่งการลงทุนในการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อตอบโจทย์วิกฤตทักษะนี้ จะต้องเป็นการลงทุนเพิ่มเติมในระดับที่สูง และควรกำหนดการแบ่งปันภาระการลงทุนนี้ร่วมกัน ระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พูดถึงตัวอย่างที่ดีจากประเทศอื่นๆ คุณว่ามีตัวอย่างไหนที่น่าสนใจและไทยสามารถเรียนรู้ได้บ้าง&nbsp;</strong></h3>



<p>มีตัวอย่างที่น่าสนใจมากมายจากทั่วโลกที่สามารถให้บทเรียนแก่ประเทศไทยได้ บางตัวอย่างอาจเหมาะสำหรับการพิจารณาในระยะกลางและระยะยาว ในขณะที่บางตัวอย่างสามารถนำมาปรับใช้ได้ทันที</p>



<p>ถ้าจะให้ยกตัวอย่างประเทศหนึ่งที่ผมว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการปฏิรูประบบการศึกษาโดยอาศัยการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัล นั่นคือเอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ ในทวีปยุโรป ที่เริ่มต้นกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในภาคการศึกษาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 โดยมีการนำคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเข้าไปในโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ และมีการฝึกอบรมครูให้สามารถสนับสนุนการเรียนรู้ของนักเรียน รวมถึงในด้านทักษะพื้นฐาน ในประเด็นของเอไอกับการศึกษา เอสโตเนียเพิ่งเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า AI Leap 2025 ซึ่งออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนและครูสามารถเข้าถึงเครื่องมือการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอและเรียนรู้วิธีการใช้งานเครื่องมือเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือเอสโตเนียได้ลงทุนในเงื่อนไขพื้นฐานที่เอื้อต่อความสำเร็จของการดำเนินงานที่ทะเยอทะยานนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว นอกจากนี้เอสโตเนียยังได้จัดตั้งกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อร่วมกันออกแบบรูปแบบการดำเนินงานที่ดีที่สุดเพื่อให้เกิดความสำเร็จ</p>



<p>อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจมาจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเขตการศึกษาจำนวนมากที่ได้บูรณาการเรื่องการเรียนรู้ด้านทักษะทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning: SEL) เข้าไว้ในหลักสูตรและกิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนทักษะด้านสังคมและอารมณ์ที่สมดุล ลองนึกถึงนักเรียนที่เรียนวิทยาศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ในสภาพแวดล้อมที่พวกเขาไม่ได้เรียนแค่เนื้อหาหรือทฤษฎีในวิชาเหล่านั้นเท่านั้น แต่ยังได้ฝึกการแสดงความคิดเห็นของตนเอง การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น และการอภิปรายหรือโต้แย้งอย่างให้เกียรติและมีเหตุผล โปรแกรม SEL หลายแห่งในสหรัฐอเมริกาไม่ได้เพียงช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้เรียนเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการทางอ้อมอีกด้วย ขณะนี้ ธนาคารโลกกำลังร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อจัดทำโครงการนำร่องขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายเพื่อบูรณาการ SEL เข้ากับวิทยาลัยอาชีวศึกษาในประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c86577"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914745_852640-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าขยับออกมามองกว้างขึ้นกว่าประเทศไทย คุณมองเห็นเทรนด์การพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับโลกอย่างไรบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>อันที่จริงมันก็สอดคล้องกับหลายประเด็นที่ผมได้พูดไปแล้ว เทรนด์แรกคือระบบการศึกษาของหลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการปรับตัวให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลมากขึ้น</p>



<p>เทรนด์ที่สองคือหลายประเทศเริ่มนำกระบวนการเรียนรู้ที่ปรับให้เหมาะกับระดับและความต้องการของผู้เรียนแต่ละคนเข้ามาใช้ในระบบการศึกษา โดยหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้คือ Teaching at the Right Level (TaRL) ซึ่งพัฒนาโดยองค์กรไม่แสวงหากำไรในอินเดียชื่อว่า Pratham</p>



<p>เทรนด์ที่สามคือมีการตระหนักเพิ่มมากขึ้นถึงความสำคัญของการที่ไม่เพียงคัดเลือกครูและผู้สอนที่มีความสามารถเท่านั้น แต่ยังต้องเตรียมความพร้อมและสร้างแรงจูงใจให้พวกเขาอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้ของผู้เรียน</p>



<p>สุดท้าย ผมยังเห็นว่ามีจำนวนประเทศและเขตการศึกษาที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ได้บูรณาการ SEL เข้ามาในระบบการศึกษา ซึ่งสะท้อนถึงการตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแลสุขภาวะของผู้เรียน และการพัฒนาทักษะในลักษณะองค์รวมมากขึ้น แน่นอนว่านี่ไม่ใช่รายการที่ครอบคลุมแนวโน้มทั้งหมดของการพัฒนาทุนมนุษย์ในระดับโลก แต่โครงการริเริ่มเหล่านี้ช่วยฉายภาพให้เห็นถึงแนวโน้มสำคัญบางประการในระดับสากล ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตในประเทศไทยเช่นกัน</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ตอนนี้คุณมีแผนที่จะทำการสำรวจสถานการณ์ทุนมนุษย์ในประเทศไทยขึ้นมาใหม่อีกหรือไม่ และคุณคาดหวังว่าเราจะได้รู้อะไรมากขึ้นจากรายงานฉบับก่อนหน้าบ้าง</strong><strong></strong></h3>



<p>หลังจากที่ในรายงานฉบับก่อนหน้าซึ่งทำการสำรวจในปี 2022 เราได้วัดผลในระดับประเทศไปแล้ว รายงานฉบับถัดไปนั้นจะมีการวัดทักษะพื้นฐานชีวิตของประชากรวัยแรงงานลงไปในระดับจังหวัด ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลในสามจังหวัด ได้แก่ พะเยา ระยอง และปัตตานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีบริบทต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยผลการสำรวจที่จะออกมานี้จะช่วยให้เราเข้าใจภาพในระดับท้องถิ่นมากขึ้น และจะได้มีข้อเสนอแนะในการตอบสนองต่อการขาดแคลนทักษะที่เหมาะสมกับแต่ละบริบทพื้นที่ และผมคาดว่ารายงานฉบับนี้น่าจะพร้อมเผยแพร่ได้ในช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายนปีนี้ โปรดติดตามการทำงานของเราด้วย</p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สุดท้ายนี้ อยากให้คุณย้ำให้เห็นว่าการพัฒนาทุนมนุษย์และทักษะพื้นฐานชีวิตมีความสำคัญมากขนาดไหน</strong></h3>



<p>ทุนมนุษย์โดยเฉพาะทักษะพื้นฐานชีวิตคือรากฐานของสังคมของเรา คุณสามารถเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานชีวิตกับวัสดุก่อสร้างพื้นฐานของไซต์งานก่อสร้าง มันก็เปรียบเหมือนการสร้างอาคาร ถ้าหากใช้วัสดุที่ไม่ดีในการก่อสร้างหรือไม่ได้วางโครงสร้างไว้อย่างแข็งแกร่ง อาคารก็อาจไม่แข็งแรงพอที่จะรองรับภัยธรรมชาติหรือแรงสั่นสะเทือนต่างๆ และไม่สามารถรองรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในตัวอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในลักษณะเดียวกัน หากผู้เรียนไม่มีระดับทักษะพื้นฐานชีวิตที่เพียงพอ พวกเขาก็จะไม่สามารถรับมือกับวิกฤตที่อาจสั่นสะเทือนชีวิตประจำวันของเรา เช่น แผ่นดินไหวหรือโรคระบาด รวมทั้งไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติของงานที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาซึ่งบีบให้ต้องเรียนรู้งานใหม่ๆ และเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอยู่เสมอ เช่น การทำงานเป็นทีม การทำงานทางไกล และท้ายที่สุดคือจะไม่สามารถมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม การเติบโต และความมั่งคั่งของประเทศได้อย่างเต็มศักยภาพ</p>



<p>ประเทศไทยและธนาคารโลกได้สร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมตลอดระยะเวลากว่า 75 ปีที่ผ่านมา ความพยายามล่าสุดของเราในภาคการศึกษาและการพัฒนาทักษะในประเทศไทย มุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้ลงทุนในทักษะพื้นฐานของเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ โดยอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์ของเราในการสนับสนุนระบบการศึกษาในประเทศต่างๆ ทั่วโลก</p>



<p>ในประเทศไทย ขณะนี้เราร่วมทำงานอย่างใกล้ชิดกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ของกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลระดับจังหวัดของระยอง ปัตตานี และพะเยา รวมถึงภาคเอกชน เราพร้อมที่จะสนับสนุนประเทศไทยในการยกระดับประสิทธิภาพและความเสมอภาคในการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตให้กับเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a042aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/04/1743914803_113582-the101world-1200x800-1.png" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity"/>



<p>ผลงานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่าง กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ The101.world</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/koji-miyamoto-interview/">“ไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านทักษะ” – มองสถานการณ์ทุนมนุษย์ไทย จากสายตานักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลก ‘Koji Miyamoto’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือธนาคารโลก เปิดรายงาน ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ คนไทยเข้าขั้นวิกฤต เร่งสร้างความร่วมมือ ผลักดันนโยบายเชิงบูรณาการ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-asat-230224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 23 Feb 2024 08:07:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะทุนชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Koji Miyamoto]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=77788</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุมเว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-asat-230224/">กสศ. จับมือธนาคารโลก เปิดรายงาน ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ คนไทยเข้าขั้นวิกฤต เร่งสร้างความร่วมมือ ผลักดันนโยบายเชิงบูรณาการ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุม<strong>เวทีนโยบายระดับสูง ทิศทางการพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย (Fostering Foundational Skills for a Sustainable Future of Thailand)</strong> เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 ณ ห้องประชุม World Ballroom B โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อนำเสนอ <strong><em>‘รายงานการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (ASAT) ในประเทศไทย พ.ศ. 2565’</em></strong> เป็นการวิจัยว่าด้วยประเด็น <strong>‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’</strong> <strong>(Foundational skills)</strong> ของเยาวชนและประชากรวัยแรงงานไทย ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ โดยงานวิจัยดังกล่าวเป็นความร่วมมือกับธนาคารโลก (World Bank) และภาคีเครือข่ายในประเทศไทย เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&nbsp;</p>



<p>ในการประชุมเวทีนโยบายระดับสูง กสศ. ยังได้รับเกียรติจากนักวิชาการด้านการศึกษาและแรงงานเข้าร่วมการเสวนา การระดมสมอง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต่อยอดจากรายงานข้างต้นเพื่อหาแนวทางการพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98f737"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/1-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b9c049"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/พัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ. ได้กล่าวเปิดการประชุมโดยเน้นการนำเสนอรายงานการวิจัยชิ้นนี้ของ กสศ. ร่วมกับธนาคารโลก พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายหลากหลายหน่วยงาน เพื่อนำข้อค้นพบ การทบทวนสถานการณ์ การสรุปงานในช่วง 2 ปี ของการทำงาน ก่อนการนำเสนอที่จะนำมาต่อยอดในเชิงนโยบาย ลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติจริง เพื่อให้ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ เพิ่มขีดความสามารถของไทยในการแข่งขันระดับโลก</strong></h2>



<p>การประชุมเวทีนโยบายระดับสูงในครั้งนี้ เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกรอบแนวคิดและแนวทางการส่งเสริมทักษะพื้นฐานชีวิตในประเทศไทย เพื่อให้ภาพกว้างของรายงานการสำรวจในครั้งนี้ โดยได้รับเกียรติจาก<strong> นายโคจิ มิยาโมโตะ (Koji Miyamoto)</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก และ <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ให้ภาพกรอบแนวคิดและแนวทางเบื้องต้นของปัญหา การทบทวน และการสร้าง ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ ในประเทศไทย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-853a9a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/ธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา</strong>ระบุว่า การสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในประเทศไทย พ.ศ. 2565 เป็นการประเมินขีดความสามารถของเยาวชนและประชากรแรงงานไทยมากกว่า 50 ล้านคนทั่วประเทศเป็นครั้งแรก เสมือนการประเมิน ‘PISA วัยแรงงาน’ โดยความร่วมมือกับธนาคารโลก เพื่อสร้างมาตรฐานการประเมินระดับสากล รวบรวมประเด็นปัญหาให้ตรงจุด เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนหรือส่วนต่าง ๆ จะได้นำไปปรับใช้ในเชิงนโยบาย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาทุนมนุษย์ เพิ่มรายได้และหลุดออกจากกับดักความยากจนอย่างยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>ด้าน<strong>นายมิยาโมโตะ</strong> เน้นยํ้าถึงความสำคัญของทักษะพื้นฐานชีวิตว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาประเทศ เปรียบเสมือนการสร้างทรัพยากรมนุษย์ เหมือนรากฐานตึกที่มั่นคงแข็งแรง ซึ่งทักษะทุนชีวิตไม่เพียงนำไปสู่การเรียนรู้ทักษะอื่น ๆ แต่ยังรวมถึงการมีวุฒิภาวะของประชากรด้วย&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้ ทักษะพื้นฐานชีวิต (foundational skills) คือ ความสามารถด้านสมรรถนะที่เด็กและเยาวชน และประชากรวัยแรงงานจำเป็นต้องมี เพื่อเผชิญกับความท้าทายและใช้ประโยชน์จากโอกาสในศตวรรษที่ 21 อันประกอบไปด้วยลักษณะ 3 ประการคือ 1) พื้นฐาน (fundamental) 2) ก้าวหน้า (progressive) และ 3) ถ่ายทอดได้ (transformative)</p>



<p>การมีทักษะพื้นฐานชีวิตข้างต้นนั้น จะส่งผลต่อการทำงานในอนาคตด้วย โดยมี 3 องค์ประกอบดังนี้ 1) การอ่านออกเขียนได้ (literacy) 2) ทักษะด้านดิจิทัล (digital skill) และ 3) ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (sociomotional skill)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1ff2c4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0221_ASAT-ส่งนักข่าว-03-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-631a2b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/โคจิ-มิยาโมโตะ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายโคจิ มิยาโมโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เมื่อนำกรอบแนวคิดทักษะพื้นฐานชีวิตมาใช้ในการสำรวจเด็กและเยาวชน และประชากรวัยแรงงานตั้งแต่อายุ 15-64 ปี ในภูมิภาคต่าง ๆ ของไทย พบว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตด้านทักษะหลายอย่าง เหมือนที่พบในหลายประเทศในภูมิภาคเดียวกัน คือ<strong>มีทักษะพื้นฐานชีวิตที่ ‘ตํ่ากว่าเกณฑ์’</strong> ไม่มีความสามารถในการอ่านหนังสือขั้นพื้นฐาน (ไม่ใช่เพียงแค่การอ่านออกเขียนได้ แต่ต้องทำความเข้าใจ ประเมิน วิเคราะห์ได้) การคำนวณอย่างง่าย รวมถึงการมีส่วนร่วมกับผู้อื่นหรือเปิดรับแนวคิดใหม่ ๆ ทำให้ไม่สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ได้</p>



<p>นอกจากนี้ บริบทเบื้องหลังของวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิตของไทย วางอยู่บนปัญหา 3 ประการคือ 1) หลักสูตร/โปรแกรม/การเรียนรู้ ที่เน้นแนวทางที่ใช้แล้วได้ผล ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง 2) ครู/อาจารย์ ไม่ได้รับการฝึกฝน ขาดทักษะการสอน และ 3) โอกาสในการเรียนรู้ โดยยังมีกลุ่มเปราะบางเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้รับโอกาส และเข้าไม่ถึงมาตรฐานการศึกษาที่เท่าเทียม</p>



<p>ทั้งนี้ จุดเริ่มของวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิต เกิดขึ้นตั้งแต่การเรียนรู้ในระดับปฐมวัย ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ในช่วงวัยอื่น ๆ รวมถึงการเรียนรู้ในช่วงวัยแรงงาน ดังนั้นจำเป็นต้องเชื่อมโยงการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (life-long learning) เน้นบูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงท้องถิ่น เพื่อการดำเนินนโยบายที่มีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง</p>



<p>สุดท้าย <strong>นายมิยาโมโตะ</strong>เน้นยํ้าว่า “ทักษะพื้นฐานชีวิต ช่วยให้คนสามารถเอาชนะความท้าทาย และใช้ประโยชน์จากโอกาสในศตวรรษที่ 21 ได้” หากประชากรมีทักษะดังกล่าวแล้ว จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาประเทศ และจากตัวเลขที่พบในหลายประเทศ การเพิ่มขึ้นของการอ่านออกเขียนได้เพียง 1 เปอร์เซ็นต์ จะสามารถสร้างผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้ถึง 3 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-82463b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/0221_ASAT-ส่งนักข่าว-02-scaled.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ร่วมหาแนวทาง เร่งสร้างทักษะพื้นฐานชีวิต สู่การพัฒนากำลังคน</strong></h2>



<p>ในช่วงถัดมามีการเสวนา หัวข้อ <strong><em>‘แนวทางการสร้างโอกาสทักษะพื้นฐานชีวิตสู่การพัฒนากำลังคน’</em></strong> กสศ. ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญในหลายภาคส่วนของไทยคือ <strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย</strong> รองประธานอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมลํ้า และอดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า <strong>ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ</strong> ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม <strong>นายวราวิชญ์ โปตระนันทน์</strong> นักวิจัยนโยบายด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ร่วมนำเสนอแนวทางการสร้างโอกาสทักษะพื้นฐานชีวิตสู่การพัฒนากำลังคน หลังทราบจากรายงานในข้างต้นแล้วว่าคนไทยขาดทักษะพื้นฐานชีวิต และจะสามารถพัฒนาสิ่งนี้ขึ้นได้อย่างไร </p>



<p><strong>นายวราวิชญ์</strong> จาก TDRI ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติในเชิงนโยบายว่า ทุกภาคส่วนต้องหันมาทำความเข้าใจปัญหาใจกลางที่เยาวชนและประชากรวัยแรงงานขาดทักษะพื้นฐานชีวิต เมื่อทำความเข้าใจแล้วจึงแปลงออกมาเป็นนโยบายที่มีประสิทธิภาพ มีความสอดคล้องเชื่อมโยงต่อพื้นที่และบูรณาการกับทุกฝ่าย จัดลำดับความสำคัญของนโยบายสำหรับการปฏิบัติให้ครอบคลุมทุกกลุ่มโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง สิ่งสำคัญมากที่สุดคือ การผลักดันให้ทักษะพื้นฐานชีวิตเป็น ‘วาระแห่งชาติ’ เพื่อให้เกิด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4da12"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/2-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ดร.แบ๊งค์</strong> เห็นว่า รายงานฉบับนี้คือ รายงาน ‘3 ใช่’ คือออกมาใน เวลาที่ใช่ (right time) มีข้อถกเถียงที่ใช่ (right agrument) และข้อเสนอแนะที่ใช่ (right recommendation) แต่สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้คือ การตั้งโจทย์ถึงทิศทางการพัฒนา การมีมาตรการ และการผลักดันให้เกิดผล&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน การเสริมทักษะพื้นฐานชีวิตเพื่อพัฒนากำลังคน ต้องมีความรัดกุมในเชิงนโยบาย เพราะจะต้องครอบคลุมแรงงานที่มีระดับทางทักษะแตกต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีทักษะในระดับกลางจะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี มิฉะนั้นคนเหล่านี้จะหลุดออกจากตลาดงาน ไม่สามารถเติบโตต่อไปได้ ทำให้รายได้ของพวกเขาลดลง นำมาสู่ความเหลื่อมลํ้าในที่สุด&nbsp;</p>



<p>สุดท้าย <strong>ดร.แบ๊งค์</strong> กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำไปพร้อมกันคือ เสริมสร้างทักษะใหม่ ๆ ให้แก่แรงงานที่อยู่ในตลาดงานแล้ว และแรงงานที่กำลังเข้าสู่ตลาดงานในอนาคต ที่สำคัญที่สุดจะต้องมีการดำเนินการด้วยเงื่อนไข ‘การผูกมัดทางการเมือง’ (political commitment) เป็นวาระแห่งชาติที่มีความต่อเนื่อง มีกรอบเวลาชัดเจน ทุ่มเททรัพยากรที่ตรงกับสัดส่วนของปัญหา การกระจายอำนาจ การกระจายงาน จะต้องมาพร้อมกับการประเมินด้วย</p>



<p>ด้าน<strong>ศาสตราจารย์วุฒิสาร</strong> มองว่า ปัญหาทักษะของคนไทยไม่ใช่วิกฤต แต่เป็นวิกฤตในการจัดการวิกฤต ซึ่งการสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตต้องมีทิศทางที่ชัดเจนก่อน และเชื่อมโยงไปกับทิศทางในการพัฒนาประเทศ และต้องทำให้เกิดผลอย่างมีนัยสำคัญต่อสังคมไทยอย่างแท้จริง</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>รองนายกฯ ยํ้า ‘สัญญาประชาคม’ สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตให้คนไทย ก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง&nbsp;</strong></h2>



<p>ในเวทีการประชุมภาคบ่าย <strong>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล</strong> ประธานกรรมการบริหาร กสศ. และ<strong> ดร.เอ็นเดียเม ดิออป</strong> <strong>(Dr.Ndiame Diop)</strong> ผู้อำนวยการธนาคารโลก ประเทศบรูไน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย เอเชียตะวันออกและแปซิฟิก กล่าวรายงานต่อ <strong>นายอนุทิน ชาญวีรกูล</strong> รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานการประชุมเวทีนโยบายระดับสูงครั้งนี้ เพื่อเปิดงานการประชุมอย่างเป็นทางการ รวมถึงนำเสนอถึงความสำคัญของรายงานการสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (ASAT) ในประเทศไทย พ.ศ. 2565</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f6536"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/ดร.ประสาร-ไตรรัตน์วรกุล.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ประสาร</strong> กล่าวรายงานต่อประธานในที่ประชุมว่า การพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางหรือติดกับดักรายได้ปานกลาง (middle-income trap) ให้กลายมาเป็นประเทศที่มีรายได้สูง มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเสริมสร้างศักยภาพทางการศึกษา พัฒนากำลังคน สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมทั้งคุณภาพและปริมาณ ดังนั้น 3 ภาคีคือ กสศ. ธนาคารโลก และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงร่วมกันเพื่อหาข้อค้นพบใจกลางปัญหาของการพัฒนากำลังคนของไทย ผ่านงานวิจัยคุณภาพและเป็นสากล เพื่อแปลงออกมาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ปลดล็อกศักยภาพของคนไทยเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในศตวรรษที่ 21&nbsp;</p>



<p>โดยรายงานฉบับนี้ได้เจาะลึกใจกลางปัญหาว่า คนไทยยังคงขาดทักษะพื้นฐานชีวิต ส่งผลให้ไม่สามารถปรับตัวต่อความท้าทายและความเปลี่ยนแปลง จำต้องพึ่งพาผู้อื่นเพื่อชดเชยทักษะที่ตนเองขาดหายไป ทั้ง 3 ภาคี จึงขอนำเสนอรายงานฉบับนี้ต่อรัฐบาล เพื่อเร่งลงทุนพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิต สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (learning culture) อีกทั้งลงทุนในภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนข้ามรุ่น และก้าวข้ามการเป็นประเทศกับดักรายได้ปานกลางให้ได้ ด้วยการดำเนินนโยบายบนพื้นฐานข้อมูล (evidence base) จากรายงานฉบับนี้ ซึ่งจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาต่อนานาชาติที่มีต่อรัฐบาลไทยและประเทศไทยได้</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.เอ็นเดียเม</strong> กล่าวผ่านวีดิทัศน์เพื่อรายงานต่อประธานในที่ประชุม โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของปัญหาการขาดทักษะพื้นฐานชีวิต และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลไทย รวมไปถึงภาคส่วนต่าง ๆ ของไทย ในการผลักดันและเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิต ด้วยการนำข้อมูลเหล่านี้ไปดำเนินการทางนโยบาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f93b2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/อนุทิน.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน<strong>นายอนุทิน ชาญวีรกูล </strong>รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจาก <strong>นายเศรษฐา ทวีสิน </strong>นายกกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผ่านการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิต สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ รัฐบาลพร้อมนำรายงานวิจัยฉบับนี้ไปเป็น roadmap เพื่อบรรลุจุดประสงค์ในการพัฒนาคน ยกระดับรากฐานทางเศรษฐกิจ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในระดับโลกและเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อให้ก้าวพ้นการเป็นประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูงในอนาคตอันใกล้นี้ ที่สำคัญที่สุดคือ การบูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกันเพื่อแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตให้กับคนไทยทุกคน และถือว่านี่คือ ‘สัญญาประชาคม’ เพื่อการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เจาะลึกวิกฤตทักษะพื้นฐานชีวิต อดีต รมว.ศึกษาธิการโคลอมเบีย ร่วมแชร์ประสบการณ์</strong></h2>



<p>ภายหลังการเปิดงานอย่างเป็นทางการ <strong>นายโคจิ มิยาโมโตะ</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก และ <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ได้นำเสนอรายงานอย่างเจาะลึกเพื่อให้รายละเอียด ซึ่งเป็นภาคต่อจากการประชุมในภาคเช้า โดยชี้ให้เห็นถึงกรอบแนวคิดและความสำคัญของทักษะพื้นฐานชีวิตของประเทศไทย ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ขาดทักษะพื้นฐานชีวิตมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพที่ไม่สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้น จนไม่สามารถก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง เมื่อประชากรไม่สามารถติดทักษะพื้นฐานชีวิตได้ จะนำไปสู่ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดช่องว่างด้านรายได้ระหว่างผู้ที่มีทักษะสูงกว่าเกณฑ์และผู้ที่มีทักษะตํ่ากว่าเกณฑ์ กว่า 6,300 บาทต่อเดือน พร้อมนำเสนอข้อเสนอแนะทางนโยบายว่า ประเทศไทยควรเร่งยกระดับทรัพยากรมนุษย์ที่มีทักษะพื้นฐานชีวิต เพื่อรับมือกับความท้าทายในศตวรรษที่ 21</p>



<p>นอกจากนี้ กสศ. ยังได้รับเกียรติจาก <strong>นางสาวมาเรีย วิกตอเรีย แองกูโล (Ms.Maria Victoria Angulo)</strong> อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเลขาธิการการศึกษาเมืองโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมทักษะพื้นฐานชีวิตจากต่างประเทศ&nbsp;</p>



<p><strong>มาเรีย</strong>มองว่า โคลอมเบียในอดีตที่ผ่านมาประสบปัญหาวิกฤตประชากรขาดทักษะพื้นฐานชีวิตไม่แตกต่างจากประเทศไทยนัก จนกระทั่งได้ร่วมมือกับทางธนาคารโลกเพื่อหาข้อค้นพบและนำข้อมูลทั้งหมดมาปฏิบัติผ่านนโยบายด้านการศึกษา ในการเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ โดยหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตนี้ คือ การกระจายอำนาจทางการศึกษาสู่ท้องถิ่น และท้องถิ่นเป็นหมุดหมายแรกของการขับเคลื่อนในครั้งนี้ ก่อนกระจายตัวออกไปในระดับชาติ ภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่ตระหนักและให้ความสำคัญกับการศึกษาอย่างแท้จริง มีการติดตามข้อมูล ออกแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ผู้เรียนและสร้างทักษะใหม่เสมอ ยิ่งไปกว่านั้นคือ การให้ ‘ครอบครัว’ เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเสริมสร้างทักษะพื้นฐานชีวิตในประชากร ส่งผลให้โคลอมเบียสามารถพัฒนาทักษะพื้นฐานชีวิตได้ภายในระยะเวลา 5 ปีเท่านั้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4391db"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/02/3-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สุดท้ายนี้ <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. ได้กล่าวปิดการประชุมเวทีนโยบายระดับสูงว่า การจัดงานในครั้งนี้ช่วยให้ภาคีที่เกี่ยวข้องมองเห็นกรอบแนวคิดและวิธีการมากกว่าทฤษฎี เกิดการรวบยอดทางความคิดเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในทางปฏิบัติได้ หากประเทศไทยต้องการให้เด็กทุกคนมีความเสมอภาคทางการศึกษา คนไทยทุกคนต้องมีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการพัฒนาประเทศ ส่งเสริม ‘ทุน’ ที่ทุกคนต้องมีเพื่อการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม พร้อมขอบคุณความอนุเคราะห์จากภาคส่วนต่าง ๆ หากมีข้อคิดเห็น ข้อเสนอ หรือแนวทางใด ๆ ในการปฎิบัติให้เกิดผลจริง ทาง กสศ. พร้อมรับและสนับสนุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป&nbsp;</p>



<p><strong>อ่านรายงานวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน หรือ ASAT</strong> ได้ที่ <a href="https://www.eef.or.th/publication-asat/" target="_blank" rel="noopener" title="">คลิก</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-asat-230224/">กสศ. จับมือธนาคารโลก เปิดรายงาน ‘ทักษะพื้นฐานชีวิต’ คนไทยเข้าขั้นวิกฤต เร่งสร้างความร่วมมือ ผลักดันนโยบายเชิงบูรณาการ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระยองระดมทุกภาคส่วนจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ‘เตรียมคนระยองสู่สากล’ รองรับ EEC</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eec-150923/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 15 Sep 2023 08:14:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[Koji Miyamoto]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ พะเนียงทอง]]></category>
		<category><![CDATA[RILA]]></category>
		<category><![CDATA[การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อเตรียมคนระยองสู่สากล]]></category>
		<category><![CDATA[ปิยะ ปิตุเตชะ]]></category>
		<category><![CDATA[อนันต์ นาคนิยม]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[EEC]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=72035</guid>

					<description><![CDATA[<p>11 กันยายน 2566 ที่โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eec-150923/">ระยองระดมทุกภาคส่วนจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ‘เตรียมคนระยองสู่สากล’ รองรับ EEC</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>11 กันยายน 2566 ที่โรงแรมโนโวเทล ระยอง สตาร์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ <strong>ธนาคารโลก (World Bank)</strong> <strong>องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง</strong> และ<strong>สถาบันการเรียนรู้ของคนทุกช่วงวัยจังหวัดระยอง (Rila)</strong> จัดเวทีเสวนา <strong>‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดระยอง เพื่อเตรียมคนระยองสู่สากล’ </strong>โดยมีคณะทำงานการศึกษาเชิงพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู รวมถึงผู้มีส่วนร่วมที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการศึกษาจังหวัดระยองเข้าร่วมกว่า 150 คน</p>



<p>สืบเนื่องจาก กสศ. ดำเนินงานโครงการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของประเทศไทยด้วยรูปแบบ ‘การบริหารจัดการแบบย่อส่วน’ เพื่อเชื่อมต่อการพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทุกฝ่ายในพื้นที่ระดับอำเภอและระดับจังหวัด</p>



<p>นับตั้งแต่ปี 2563 กสศ. ได้จับมือกับธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกำหนดแผนงานส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ มุ่งค้นหาและพัฒนาระบบส่งเสริมพัฒนาทักษะ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงโอกาสพัฒนาศักยภาพ สามารถพึ่งพาตนเองในโลกสมัยใหม่ และมีทักษะจำเป็นสอดรับกับการทำงานในศตวรรษที่ 21 ผ่าน ‘โครงการวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน’ (Adult Skills Assessment in Thailand) ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อสำรวจและประเมินทักษะการอ่าน ทักษะดิจิทัล ทักษะอารมณ์และสังคม ในประชากรวัย 15-64 ปี พร้อมนำข้อมูลมาใช้กำหนดกลยุทธ์การจัดการศึกษา ยกระดับทักษะทรัพยากรมนุษย์ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ</p>



<p>ด้วยเหตุนี้ กสศ. และธนาคารโลก จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคนโยบายและภาควิชาการ เพื่อต่อยอดการทำงานข้างต้น จัดทำ ‘โครงการสำรวจทักษะและความพร้อมของเยาวชนและประชากรวัยแรงงานระดับจังหวัด’ (Provincial Adult Skills Assessment in Thailand: PASAT) ใน 3 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ระยอง พะเยา และปัตตานี โดยส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสำรวจระดับสากล เพื่อขับเคลื่อนการทำงานระดับจังหวัด ให้มีการสังเคราะห์ข้อมูล ออกแบบการส่งเสริมการเรียนรู้ และยกระดับสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการจัดการศึกษาสำหรับคนทุกช่วงวัย และนำมาสู่การจัดเวทีเสวนาการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดระยองเพื่อเตรียมคนระยองสู่สากลในครั้งนี้&nbsp;</p>



<p>เวทีนี้ถือเป็นเป็นเวทีแรกของการรับฟัง ระดมความคิดเห็น และรวมสรรพกำลังคนทั้งจังหวัดระยอง มาร่วมแลกเปลี่ยนเสนอแนะแนวทางเดินหน้าจัดการศึกษา เพื่อเตรียมศักยภาพคนระยองทุกช่วงวัย ให้มีทักษะและความพร้อมที่จะก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองโลก และบุคลากรผู้มีทักษะการทำงานในระดับสากล</p>



<p><strong>อนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง </strong>กล่าวว่า งานด้านการจัดการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีความรู้ความเข้าใจทุกฝ่าย จังหวัดระยองจึงมีการจัดตั้งสถาบัน Rila ที่มีบทบาทการทำงานดูแลการศึกษาของประชากรทุกช่วงวัย ซึ่งดำเนินงานตั้งแต่ปี 2563 จนชัดเจนในแนวทางการทำงานระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การจัดการศึกษาเพื่อเตรียมคนสำหรับอนาคตยังต้องมีการสื่อสารพูดคุยกันระหว่างหน่วยงานและคนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ว่านโยบายการศึกษาของจังหวัดควรปรับตัวอย่างไร โดยเฉพาะการจัดการศึกษาในวันนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f417b2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/อนันต์-นาคนิยม.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">อนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับระยองที่โดดเด่นเรื่องการเป็นพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม การจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับสถานประกอบการถือว่ามีความสำคัญ เพราะสถาบันการศึกษาต้องรู้ว่าทักษะและคุณสมบัติที่สถานประกอบการต้องการคืออะไร ซึ่งขณะนี้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกำลังบอกว่าเราไม่ได้ต้องการแรงงานจำนวนมาก แต่เครื่องจักรที่ทันสมัยจำเป็นต้องใช้ ‘คน’ ที่มีทักษะ มีความเข้าใจ และชำนาญงาน&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้ ข้อมูลในภาคอุตสาหกรรมระยองบ่งชี้ว่า กำลังมีโรงงานอุตสาหกรรมทยอยเข้ามาตั้งใหม่เป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มของโอกาสและการแข่งขัน แนวทางหนึ่งที่สภาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมจังหวัดระยองวางแผนไว้ล่วงหน้า คือร่วมมือกับสถาบันการศึกษาจัดการศึกษาแบบทวิภาคี เพื่อให้โอกาสนักศึกษาเรียนรู้ในสถาบัน พร้อมกับการฝึกงานในสถานประกอบการ ดังนั้นเมื่อจบการศึกษา สถาบันจะได้บุคลากรที่ผ่านการฝึกฝนจนชำนาญงานแล้วในระดับหนึ่ง ซึ่งเท่ากับเป็นการลดการผลิตคนที่ไม่ตรงกับงาน</p>



<p><strong>รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง </strong>กล่าวว่า ส่วนหนึ่งของประเด็นสำคัญในงานเสวนาครั้งนี้ ชาวระยองต้องมาคุยกันว่าภาคอุตสาหกรรมในอนาคตจะเติบโตไปในทิศทางใด จังหวัดระยองต้องการบุคลากรที่มีคุณสมบัติอย่างไร และต้องผลิตคนจำนวนแค่ไหน ก่อนที่จะสำรวจคุณลักษณะของประชากรในช่วงวัย 15-64 ปี เพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์การจัดการศึกษาและพัฒนาทักษะ เพื่อการขับเคลื่อนเชิงนโยบายในลำดับถัดไป</p>



<p><strong>ปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง</strong> และ <strong>ประธานกรรมการสถาบัน Rila </strong>กล่าวว่า ระยองเป็นจังหวัดเล็ก มีประชากรหลักแสน แต่ได้รับโอกาสจากรัฐบาลให้เป็นที่ตั้งของเขตนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard Industrial Estate: ESIE) ตั้งแต่ปี 2537 แต่ปรากฏว่าคนระยองไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควร เพราะขาดการเตรียมความพร้อมเรื่องคน จนการมาถึงของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) จังหวัดระยองจำเป็นต้องทบทวนว่าจะพัฒนาคนให้มีศักยภาพสอดรับกับโอกาสอย่างไร เพื่อการเติบโตของจังหวัด เพราะ ณ ปัจจุบัน ระยองไม่ได้มีแต่เพียงคนในพื้นที่ดั้งเดิม แต่ยังมีกลุ่มประชากรที่หลั่งไหลมาจากที่อื่นเพื่อการทำงาน ซึ่งเป็นการเพิ่มจำนวนประชากรวัยเรียนตามไปด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ae0c62"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/ปิยะ-ปิตุเตชะ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง และ ประธานกรรมการสถาบัน Rila</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สิ่งที่เราต้องค้นให้เจอในการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ คือเด็กเยาวชนควรได้รับการส่งเสริมผลักดันในด้านใดถึงจะมีศักยภาพเหมาะสมกับการใช้ชีวิตและทำงานในพื้นที่ สำหรับระยองที่เป็นเมืองท่องเที่ยวและอุตสาหกรรม การเตรียมคนให้ไปถึงระดับสากลอย่างแรกต้องมีจุดเด่นเรื่องภาษา ณ วันนี้เราจึงมีโรงเรียน อบจ. ที่ปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์ภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น รวมถึงภาษาทางเลือกอื่น ๆ ให้เด็กเลือกเรียนตามความสนใจ และจากจุดเริ่มต้นนี้ ผลที่งอกเงยคือ ความเปลี่ยนแปลงของเด็กระยองที่สามารถสอบได้คะแนนภาษาระดับท็อปในการสอบ O-net</p>



<p>“ส่วนอีกประเด็นซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือแนวทางการดูแลเด็กและเยาวชนให้ไปได้ไกลที่สุดในระบบการศึกษา โรงเรียนจึงต้องเป็นที่พึ่งพิงที่พร้อมเปิดประตูรับเด็กทุกคน เริ่มจากเก็บข้อมูลของเด็กในทุกมิติ ครูต้องเยี่ยมบ้านทุกหลังเพื่อรู้จักครอบครัวเด็ก และจัดทำแผนช่วยเหลือเด็กได้เป็นรายคน นอกจากนี้ โรงเรียนต้องพร้อมผ่อนปรนกฎระเบียบบางอย่างที่ขัดแย้งต่อการเปิดโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาตนเองของเด็ก”</p>



<p><strong>นายก อบจ. ระยอง</strong> กล่าวว่า ระยองเป็นจังหวัดเศรษฐกิจที่มีรายได้ประชากรต่อหัว (GPP) สูงที่สุดในประเทศไทย ซึ่งหมายถึงต้นทุนที่สูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ คำถามคือเราจะทำอย่างไรให้โอกาสที่มีอยู่นี้กระจายไปถึงประชากรทุกคน เพราะโจทย์สำคัญที่คนระยองและประเทศไทยต่อสู้อยู่ในนาทีนี้ คือภาวะสังคมสูงวัยที่ประเทศไทยกำลังขาดวัยแรงงานก้าวขึ้นมาทดแทน ขณะที่ประชากรกลุ่มที่เป็นฐานภาษีก็มีจำนวนลดลง ดังนั้นเด็กและเยาวชนทุกคนจึงมีคุณค่ายิ่ง พวกเขาสมควรได้เรียนหนังสือ ได้พัฒนาศักยภาพในตัวเองจนสุดทาง เพราะหากปล่อยให้เด็กหลุดออกไปแม้อีกเพียงคนเดียว นั่นย่อมหมายถึงจังหวัดระยองและประเทศไทยจะต้องลงทุนทรัพยากรอีกมหาศาล เพื่อกู้อนาคตกลับมา</p>



<p><strong>โคจิ มิยาโมโตะ (Koji Miyamoto) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก </strong>กล่าวว่า ทักษะพื้นฐานในทุนทรัพยากรมนุษย์ ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดของเมือง ๆ หนึ่ง หรือประเทศ ๆ หนึ่ง การพัฒนาทักษะของประชากรจึงไม่ใช่เรื่องของการลงทุนในระดับอาชีวศึกษาหรืออุดมศึกษาเท่านั้น แต่ต้องพึ่งพาการลงทุนระยะยาวด้านการศึกษา นับตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงวัยชรา และต้องทำงานกับกลุ่มเป้าหมายทั้งในและนอกระบบไปพร้อมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4f1296"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/โคจิ-มิยาโมโตะ-Koji-Miyamoto.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">โคจิ มิยาโมโตะ (Koji Miyamoto) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับระยองที่เป็นพื้นที่ EEC มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์และมีศักยภาพของภูมิภาคในระดับสูง การพัฒนาฐานทรัพยากรมนุษย์จึงต้องมีการพยากรณ์และวางผังแรงงาน เพื่อนำทางผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาคน ส่งเสริมและผลิตบุคลากรที่เหมาะสมเพียงพอสำหรับการป้อนเข้าสู่ EEC ในอนาคต ทุนมนุษย์เหล่านี้จะต้องมีทักษะอาชีพเฉพาะทาง ขณะเดียวกันในท่ามกลางความผันแปรของกระแสสังคมโลก ทักษะอาชีพอาจมีความสำคัญสูงสุดเพียงชั่วระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่การแทรกแซงของเทคโนโลยีดิจิทัลก็จะทำให้ทักษะนั้น ๆ ตกยุคตกสมัยไป การพัฒนาประชากรจึงต้องคำนึงถึง ‘ความเสี่ยง’ และ ‘โอกาส’ ไปพร้อมกัน โดยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทักษะพื้นฐานการทำงานในโลกยุคใหม่ อันจะเป็นต้นทุนในการเข้าถึงโอกาส และช่วยรับมือกับความเสี่ยงและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้</p>



<p>ผลการศึกษาระบุว่า ‘ทักษะพื้นฐานการทำงานในโลกยุคใหม่’ หรือ Foundational Skill แบ่งเป็น 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1. ความสามารถในการอ่านและทำความเข้าใจ (Literacy Skill) 2. ความสามารถในการจัดการข้อมูลและใช้เครื่องมือ ICT (Digital Skill) และ 3. ทักษะทางอารมณ์สังคม (Socio-Emotional Skill) โดยทักษะพื้นฐานทั้ง 3 ประการ จะส่งเสริมให้ทรัพยากรมนุษย์พัฒนาตนเองเป็นลำดับขั้น เริ่มจากอ่านออก-เขียนได้ ทำความเข้าใจและสื่อสารเป็น ไปสู่การต่อยอดความอยากรู้ ความเข้าใจข้อมูลข่าวสาร จนสามารถสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพจนเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน และพร้อมผลักดันตนเองไปสู่การจ้างงานที่มีรายได้สูงขึ้น หรือในภาคของผู้ประกอบการก็สามารถเพิ่มผลผลิตและนวัตกรรมได้มากขึ้น โดยนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโลกระบุว่า ทักษะพื้นฐานการทำงานในโลกยุคใหม่นั้น ในบางสถานการณ์นับว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าทักษะอาชีพเฉพาะทางเสียอีก</p>



<p><strong>สมศักดิ์ พะเนียงทอง คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง</strong> กล่าวว่า ภารกิจสำคัญที่สุดของการทำแผนยุทธศาสตร์การศึกษาจังหวัดระยอง คือ 1. ลดความเหลื่อมล้ำ 2. พัฒนาผลสัมฤทธิ์ 3. กระจายอำนาจ และ 4. พัฒนากลไกความร่วมมือในพื้นที่ ซึ่งหมายถึง ภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น ประชาสังคม จะต้องร่วมมือกันจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายให้จังหวัดระยองเป็นพื้นที่นำร่องในการ ‘เตรียมคน’ สู่ระดับสากล</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e3d367"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/09/สมศักดิ์-พะเนียงทอง.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">สมศักดิ์ พะเนียงทอง คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>งานเสวนาครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่บุคลากรซึ่งข้องเกี่ยวกับการศึกษาทั้งโดยตรงและโดยอ้อมทั่วทั้งจังหวัดระยองมาพบกัน ดังนั้นคำถามสำคัญที่ทุกคนต้องช่วยกันตอบ คือ ระยองจะวางแนวทางพัฒนาการจัดการศึกษาไปในทิศทางใด ขณะเดียวกัน ถ้าระยองจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการพัฒนาคน นอกจากการศึกษาในระบบแล้ว ยังต้องมีพื้นที่สำหรับประชากรวัยแรงงานเพื่อให้สามารถยกระดับทักษะฝีมือจนมีค่าตอบแทนสูงขึ้น </p>



<p>วันนี้จังหวัดระยองในนามสถาบัน Rila จึงเชิญแต่ละภาคส่วนที่ประกอบไปด้วยผู้มีอำนาจตัดสินใจ ผู้ดูแลระบบ นักการศึกษา รวมถึงสถานประกอบการภาคเอกชน ที่จะเป็นปลายทางในการรับคนเข้าไปเติมเต็มในระบบ มาร่วมวงสนทนา สำรวจทุนพื้นฐาน และกำหนดทิศทางพัฒนาไปด้วยกัน โดยหวังว่างานเสวนาในครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายให้ทุกภาคส่วนเชื่อมั่นว่า คนระยองสามารถใช้การศึกษาเพื่อ ‘สร้าง’ และ ‘กำหนดทิศทาง’ การเติบโตของเมืองได้ด้วยพลังของทุกคน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eec-150923/">ระยองระดมทุกภาคส่วนจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ‘เตรียมคนระยองสู่สากล’ รองรับ EEC</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>‘ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งยุคดิจิทัล’ กสศ. เปิดเวทีนโยบายพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานให้มีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-060623/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 06 Jun 2023 05:09:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Koji Miyamoto]]></category>
		<category><![CDATA[ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ ‘ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งโลกยุคใหม่: การพัฒนาพื้นฐานทักษะและบทบาทในระดับจังหวัด’]]></category>
		<category><![CDATA[สมศักดิ์ พะเนียงทอง]]></category>
		<category><![CDATA[เจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐ์ อัลยุฟรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=68309</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060623/">‘ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งยุคดิจิทัล’ กสศ. เปิดเวทีนโยบายพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานให้มีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ ธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ จัด<strong>เวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ ‘ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งโลกยุคใหม่: การพัฒนาพื้นฐานทักษะและบทบาทในระดับจังหวัด’</strong> เพื่อร่วมกันหาแนวทางยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ในประเทศไทย และออกแบบนโยบายสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันให้ประเทศพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง</p>



<p>วิทยากรร่วมเสวนาในครั้งนี้ประกอบไปด้วย <strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <strong>นพ.สุภกร บัวสาย</strong> ที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรนานาชาติเพื่อการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และอดีตผู้จัดการ กสศ. <strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ. ร่วมด้วย <strong>คุณโคจิ มิยาโมโตะ (Mr. Koji Miyamoto)</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส (Senior Economist) ด้าน Global Practice จากธนาคารโลก (World Bank) <strong>นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี</strong> นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี <strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล</strong> คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง <strong>นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง</strong> คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง และ <strong>นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ</strong> เลขาธิการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้าจังหวัดขอนแก่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4984e6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นางสาวธันว์ธิดา-วงศ์ประสงค์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการ<br>สำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>พัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ไทยให้ตรงจุด เพิ่มโอกาสก้าวพ้นประเทศรายได้ปานกลาง</strong></h2>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> กล่าวว่า เวทีพัฒนานโยบายครั้งนี้ เป็นความร่วมมือทางวิชาการในการพัฒนาทุนมนุษย์ไทยให้พร้อมรับมือกับการแข่งขันในศตวรรษที่ 21 ผ่าน <strong>‘การวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมกลุ่มประชากรวัยแรงงานในประเทศไทย (</strong><strong>Adult Skills Assessment in Thailand)’</strong> ที่ธนาคารโลกร่วมกับ<br>กสศ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ วิเคราะห์ผลสำรวจระดับทักษะพื้นฐานของประชากรอายุ 15-64 ปี ซึ่งเป็นการสำรวจในวงกว้างเป็นครั้งแรกของประเทศไทย</p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา </strong>กล่าวว่า &nbsp;ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเศรษฐกิจ โดยไทยมีกลุ่ม Not in Education, Employment, or Training (NEET) หรือเป็นที่รู้จักกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในการทำงาน การศึกษา หรือการฝึกอบรม ในประเทศไทยที่ถูกจัดทำโดยวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และองค์การยูนิเซฟ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ค้นพบว่า จำนวน NEET ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 1.28 ล้านคน โดยร้อยละ 68.2 ไม่พร้อมที่จะทำงาน และไม่มีความประสงค์ที่จะพัฒนาทักษะเพิ่ม ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่เพียงจบการศึกษาภาคบังคับ เนื่องจากปัญหา NEET เป็นปัญหาที่ควบคู่กับปัญหานักเรียนที่หลุดจากระบบการศึกษา และปัญหาการว่างงานของเยาวชน หากไม่เร่งพาเยาวชนกลุ่มนี้กลับเข้าตลาดแรงงานจะส่งผลต่อการดำรงชีวิตของตัวเยาวชน และการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ</p>



<p><strong>นางสาวธันว์ธิดา</strong> เน้นย้ำว่า การพัฒนา<strong>ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ </strong><strong>(Foundational Skills)</strong> จะช่วยให้ไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูงขึ้น และสามารถลดความเหลื่อมล้ำในมิติต่าง ๆ ซึ่งมีความท้าทายเนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีกลุ่มแรงงานนอกระบบสูงถึง 20.2 ล้านคน โดยร้อยละ 67 มีการศึกษาต่ำกว่าชั้นมัธยมต้น นอกจากนี้ยังพบว่ามีวัยแรงงานซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนรุ่นใหม่ประมาณ 1.4 ล้านคนกำลังว่างงาน และมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปีประมาณปีละร้อยละ 1 แรงงานกลุ่มนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศ</p>



<p>“การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจำเป็นต้องมองกว้างกว่าในรั้วโรงเรียน หากประเทศไทยต้องการหลุดออกจากกับดับรายได้ปานกลาง เยาวชนและแรงงานที่อยู่ในตลาดแรงงานจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ โดยเป็นงานที่มีความซับซ้อนและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ มาช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางในการแก้ไขทั้งด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคม จังหวัดถือเป็นพื้นที่และกลไกการทำงานที่สำคัญ โดยจำนวนอย่างน้อย 12 จังหวัดได้ริเริ่มการทำงานตามแนวคิดจังหวัดจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ที่จะมีการวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาของเด็ก เยาวชนและประชากรวัยแรงงาน การจัดทำฐานข้อมูล การค้นหาและพัฒนานวัตกรรมมที่ตอบโจทย์บริบทพื้นที่ ผ่านความร่วมมือทางวิชาการและการขับเคลื่อน โดยที่ผ่านมา กสศ. ธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ และจังหวัดต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางในการจัดการให้สอดคล้องกับปัญหาที่กำลังประสบอยู่ในแต่ละพื้นที่และนำมาเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างต่อไป” <strong>คุณธันว์ธิดา</strong> กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-86bca1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/Mr.-Koji-Miyamoto.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณโคจิ มิยาโมโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส<br>ด้าน Global Practice จากธนาคารโลก</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษาที่มีทางเลือกและตอบโจทย์ชีวิต เครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์</strong></h2>



<p><strong>คุณโคจิ มิยาโมโตะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice จากธนาคารโลก </strong>กล่าวว่า ทักษะดิจิทัล เป็น 1 ในทักษะพื้นฐานที่สำคัญของการทำงานในศตวรรษที่ 21 จากการสำรวจโดย Amazon พบว่าร้อยละ 50 ของแรงงานไทยยังขาดความสามารถด้านนี้ จึงจำเป็นจะต้องถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปต่อยอดในการทำงานและประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ต้นทุนมนุษย์ที่สำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งอีกส่วนหนึ่งคือจะต้องพัฒนาทักษะด้านสังคม อารมณ์ ทักษะในการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทักษะในการคิดวิเคราะห์และทักษะในการแก้ปัญหา ทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะเอามาใช้ในการทำงานและการคิดแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง</p>



<p>“ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยเพิ่มผลผลิตในระบบอุตสาหกรรมและมีบทบาทอย่างยิ่งในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ โดยที่ผ่านมามีผลสำรวจที่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าการศึกษาและทักษะด้านต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้น มีส่วนทำให้รายได้ของประชากรสูงขึ้นตามไปด้วย การพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์จำเป็นที่จะต้องเริ่มในการศึกษาทุกระดับชั้นตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงระดับมหาวิทยาลัย รวมถึงสร้างกลไกการศึกษาตลอดชีวิต สร้างบรรยากาศให้มีการถ่ายโอนการเรียนรู้และมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน เช่น นำผู้ที่มีประสบการณ์ที่โดดเด่นหรือมีทักษะในเรื่องนั้น ๆ มาพูดคุยแนะนำหรือฝึกอบรมเสริมแรงบวกให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดแรงจูงใจในการทำงานและการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ในงานที่ถนัดเพิ่มขึ้น”</p>



<p><strong>คุณโคจิ</strong> กล่าวอีกว่า การพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ สามารถเกิดขึ้นได้จากแนวทางต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่างในพื้นที่ต่าง ๆ และชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับรัฐในการจัดการศึกษาเพื่อมุ่งแก้ปัญหาโดยใช้โจทย์จากพื้นที่เป็นฐาน ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามบริบทความต้องการของพื้นที่ในการสร้างผลสัมฤทธิ์ให้กับสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิผลเพิ่มมากขึ้น รวมถึงตอบโจทย์ความต้องการแรงงานในแต่ละท้องถิ่น </p>



<p>“การจัดการในส่วนนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ในหลักสูตรการศึกษาในห้องเรียนเท่านั้น หลายประเทศพบว่าการเรียนนอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ก็มีส่วนในการพัฒนาทักษะด้านนี้เช่นกัน ไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้นที่สามารถพัฒนาทักษะด้านนี้ ภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการ ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาทักษะแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้ สิ่งที่ต้องพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องก็คือการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ให้เชื่อมโยงกัน ให้สามารถทำงานอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์การเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันการพัฒนาครูผู้สอนก็ถือเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในการถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์ โดยเฉพาะบทบาทในการพัฒนาทักษะด้านสังคมและอารมณ์ และเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาเครื่องมือช่วยครูในด้านนี้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-39c642"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นพ.สุภกร-บัวสาย.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นพ.สุภกร บัวสาย ที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรนานาชาติ<br>เพื่อการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นพ.สุภกร บัวสาย ที่ปรึกษาเครือข่ายองค์กรนานาชาติเพื่อการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา และอดีตผู้จัดการ กสศ. </strong>กล่าวถึงโจทย์การทำงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของนักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารโลก คือการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน เป็นโจทย์การศึกษาที่ใหญ่กว่าในระบบโรงเรียน โดยต้องหาวิธีช่วยให้คนที่ทำงานอยู่มีโอกาสเรียนรู้โดยไม่ต้องกลับเข้าไปในโรงเรียนอย่างเดียว</p>



<p><strong>นพ.สุภกร</strong> กล่าวว่า หลายจังหวัดได้พยายามสร้างระบบนิเวศการของการเรียนรู้ไว้รองรับแนวคิดและรูปแบบการเรียนรู้ที่จะสร้างทักษะใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง ซึ่งจะเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นในช่วงวัยไหน เป็นการศึกษาเรียนรู้ที่ไม่ได้จบแค่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยผู้ใหญ่หรือวัยชราก็ยังสามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการทำงานในแต่ละช่วงเวลาของชีวิต “สิงคโปร์มีโปรแกรม SkillsFuture ที่ตอบโจทย์การพัฒนาทุนมนุษย์คนกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรมสำหรับนักเรียนหรือพนักงานที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน พนักงานระดับกลาง นายจ้างผู้ให้บริการฝึกอบรมและโปรแกรมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โปรแกรมสำหรับนักเรียนก็จะให้คำแนะนำการตัดสินใจเลือกการศึกษาและเส้นทางอาชีพที่เหมาะสมกับการวางแผนอนาคต ช่วยให้เกิดการค้นพบสิ่งที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยสะท้อนจากจุดแข็งและความสนใจในแต่ละช่วงชีวิตช่วยให้มีโอกาสทำงานที่เสริมต่อทักษะและความสามารถสำหรับพนักงานมีหลักสูตรทักษะใหม่ ๆ ทักษะแห่งอนาคต รวมถึงมีโปรแกรมสำหรับวัยก่อนเกษียณหรือคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปสำหรับเตรียมความพร้อมหลังจากเกษียณจากงานเดิม การพัฒนาเรื่องนี้โดยเริ่มต้นจากจังหวัดซึ่งทราบมิติของปัญหาและจุดอ่อนจุดแข็งของพื้นที่ จึงน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่เหมาะสม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24a29e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/นายพัฒนะพงษ์-สุขมะดัน.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>การพัฒนาพื้นฐานทักษะด้วยบทบาทในระดับจังหวัดของประเทศไทย</strong></h2>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ระบุว่า ความร่วมมือทางวิชาการในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาของ กสศ. กับธนาคารโลก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ จะถูกนำไปขยายผลสู่สาธารณะและความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยจะสร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาทักษะที่สำคัญผ่านกลไกที่มีอยู่ เช่น นักเรียนทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง และกลไกการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ขยายไปสู่วัยแรงงานกลุ่มต่าง ๆ เพื่อให้มีเยาวชนและประชากรวัยแรงงานที่เท่าทันโลกยุคใหม่ โดยมีผู้เกี่ยวข้องที่สำคัญส่วนหนึ่งมาร่วมเวทีในครั้งนี้</p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ กล่าว</strong>เพิ่มเติมถึงการดำเนินการโครงการระยะถัดไป โดยธนาคารจะนำเครื่องมือ กับชุดคำถามที่ได้พัฒนากับนักวิชาการ มาสำรวจในจังหวัดที่เข้าร่วม โครงการการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ของกสศ. เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกที่ระดับจังหวัด นอกจากนี้ทางธนาคารจะดำเนินกิจกรรมพัฒนาทักษะสังคมอารมณ์ ให้แก่นักศึกษาในสถานศึกษาอาชีวะ ที่เข้าร่วมโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ซึ่งผมหวังว่ากิจกรรมในโครงการระยะถัดไปนั้น จะเป็นการทำงานร่วมกับภาคท้องถิ่น และสถานศึกษาเพื่อให้สามารถใช้แนวทางในการพัฒนาแรงงานของประเทศโดยเฉพาะกับกลุ่มแรงงานที่ด้อยโอกาสที่ต้องเร่งช่วยเหลือ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81aa79"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/10-ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี </strong>กล่าวว่าจังหวัดปัตตานีได้เดินหน้าส่งเสริมการศึกษาให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่มีอยู่ในจังหวัด โดยค้นหาตัวตนของเด็กว่ามีความถนัดในด้านใด ค้นหาต้นทุนของเด็ก ทักษะการทำงานของเด็กโดยทำงานร่วมกับผู้ปกครองให้มีช่องทางส่งไม้ต่อในทุกช่วงชั้นการศึกษา มีแนวทางในการพัฒนาทักษะผ่านกลไกที่มี เช่น อาชีวศึกษา มีช่องทางในการช่วยยกระดับอาชีพผ่านการทำงานของ อบจ. เพื่อลดตัวเลขเด็กออกจากการศึกษากลางคัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e15688"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/10-ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์-01.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(เรียงจากซ้าย) นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ เลขาธิการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า / ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง / นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ผศ.ดร.วิยดา เหล่มตระกูล คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง</strong> กล่าวว่าการพัฒนาทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์เป็นงานที่ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ ให้ครอบคลุมการแก้ไขปัญหาตั้งแต่ประถมวัยจนถึงวัยทำงาน การจัดการศึกษาสำหรับศตวรรษที่ 21 เป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัว ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของเยาวชน สังคมและตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยงานนี้ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 จนเกิดกลไกระดับจังหวัด ที่สามารถระดมเครือข่ายการพัฒนาบุคลากรจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะครูในพื้นที่ร่วมกัน และสามารถส่งต่อการจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับบริบทโรงเรียน สามารถสร้างแนวโน้มการศึกษาในระบบที่ดีขึ้น สร้างแนวทางในการปรับมาตรฐานการเรียนรู้ในทุกระดับให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จนเกิดโมเดลการพัฒนาชุมชนที่ประสบความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศชีวิตที่เหมาะกับคนทุกช่วงวัยโดยไม่เพิ่มภาระงานให้กับหน่วยงานหลัก สามารถช่วยประสานและแบ่งเบาภาระการทำงานผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลให้สอดคล้องกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่</p>



<p><strong>นายสมศักดิ์ พะเนียงทอง คณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดระยอง </strong>กล่าวว่า จังหวัดได้มีการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนระยองทุกช่วงวัยให้ตอบโจทย์บริบทของจังหวัด ซึ่งอยู่กับภาคการเกษตร การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม ด้วยแนวคิดเท่าเทียมทั่วถึงเท่าทันและสมดุล สร้างระบบบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนในจังหวัดทุกช่วงวัย สร้างเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการศึกษาระหว่างสถานศึกษา สถานประกอบการ องค์กรภาครัฐและเอกชน พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์สร้างสรรค์ปัญญาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสร้างศักยภาพของคนในจังหวัดโดยเฉพาะวัยทำงาน มีนโยบายพัฒนาเด็กทุกช่วงวัย แต่ยังขาดส่วนกลางประสานการทำงานให้สอดคล้องกัน</p>



<p><strong>นายเจริญลักษณ์ เพ็ชรประดับ เลขาธิการมูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า</strong> กล่าวว่าจังหวัดขอนแก่นได้พยายามออกแบบการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ภาครัฐและเอกชนในจังหวัด ผ่านกิจกรรมและเครื่องมือต่าง ๆ เช่น มีการออกแบบแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพในการช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ ยกระดับการศึกษาและหนุนเสริมการทำงานของภาครัฐ จัดกิจกรรมวันแห่งการให้ขอนแก่นเพื่อสร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายคนเปราะบาง จนสามารถช่วยลดจำนวนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาได้บ้างแล้ว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a0d831"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/06/10-ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เวทีเสวนาวิชาการนานาชาติเพื่อพัฒนานโยบายส่งเสริมเยาวชนและประชากรวัยแรงงานสู่ความพร้อมรับมือตลาดแรงงานยุคใหม่ครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยภายในปลายปี 2566 จะมีการเปิดเผยผลสำรวจจากโครงการ <strong>‘การวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมกลุ่มประชากรวัยแรงงานในประเทศไทย’ (Adult Skills Assessment in Thailand) </strong>อย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเข้าใจในยุทธศาสตร์และความท้าท้ายใหม่ในการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน และให้ความสำคัญกับบทบาทของทักษะการเรียนรู้ที่มีความจำเป็น เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมรับข้อเสนอแนะ ความร่วมมือเชิงนโยบายในการพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ของเยาวชนและประชากรวัยแรงงานต่อไป</p>



<p><strong><em>อ้างอิง </em></strong>วิดีโอเวทีเสวนาวิชาการนานาชาติ ‘ทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งโลกยุคใหม่: การพัฒนาพื้นฐานทักษะและบทบาทในระดับจังหวัด’ <a href="https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/219678844177956" target="_blank" rel="noreferrer noopener">ที่นี่</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-060623/">‘ยกระดับทักษะพื้นฐานของทุนมนุษย์แห่งยุคดิจิทัล’ กสศ. เปิดเวทีนโยบายพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานให้มีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ระดมสมองเร่งแก้ข้อค้นพบ “ทักษะแรงงานไทยไม่ตรงความต้องการตลาดงาน” กสศ. จับมือ 3 ภาคี เตรียมเสนอแนวทาง Upskill Reskill ปลายปีนี้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-upskill-reskill-130922/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 13 Sep 2022 09:55:15 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[World Bank]]></category>
		<category><![CDATA[วสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานสถิติแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Upskill Reskill]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานของประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Koji Miyamoto]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=60118</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ ธนาคาร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-upskill-reskill-130922/">ระดมสมองเร่งแก้ข้อค้นพบ “ทักษะแรงงานไทยไม่ตรงความต้องการตลาดงาน” กสศ. จับมือ 3 ภาคี เตรียมเสนอแนวทาง Upskill Reskill ปลายปีนี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ร่วมกับ <strong>ธนาคารโลก (World Bank)</strong> <strong>มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</strong> และ <strong>สำนักงานสถิติแห่งชาติ</strong> เปิดเวทีระดมสมองเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนจากโครงการวิจัย <strong>“สำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานของประเทศไทย” (Adult Skills Assessment in Thailand)</strong> โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานภาคนโยบายด้านการศึกษา ด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน หน่วยงานภาควิชาการ และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังผลการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในประเทศไทยในเบื้องต้น (Preliminary results) และร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายการพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 7 &#8211; 8 กันยายน 2565 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส กรุงเทพ ฯ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9582b1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/14-ทักษะแรงงานไทย-02.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ทักษะแรงงานไทยที่ยังอยู่ระดับน่าเป็นห่วง โดยพบว่าแรงงานไทยยังมีทักษะที่ไม่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง ส่งผลถึงค่าตอบแทนที่ทำให้ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางมานานกว่า 20 ปี เมื่อเปรียบเทียบคุณภาพกับต่างประเทศพบว่า แรงงานไทยมีทักษะตามหลังมาเลเซีย 1.6 เท่า ฮ่องกง 3.8 เท่า ญี่ปุ่น 2.9 เท่า เกาหลีใต้ 2.6 เท่า และไต้หวัน 3 เท่า</p>



<p>ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาจาก World Economic Forum รายงานภาพรวมแรงงานไทยว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ใช้แรงงาน หรือ Blue collar ขณะที่แรงงานทักษะสูง หรือ White collar ซึ่งได้ทำงานในสำนักงาน เชี่ยวชาญเทคโนโลยี มีความสามารถด้านการบริหารจัดการ ฯลฯ พบสัดส่วนเพียง 14.4 % โดยปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรวัยแรงงานอายุ 15 &#8211; 59 ปี 44.81 ล้านคน ในจำนวนนี้อยู่ในตลาดงาน 37.62 ล้านคน กว่า 75 % เรียนจบไม่เกิน ม.6 /ปวช. ขณะที่แรงงานรุ่นใหม่อายุ 25 &#8211; 29 ปี 64.9 % มีวุฒิการศึกษาไม่เกิน ม.6/ปวช. เช่นกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ccdbf7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/14-ทักษะแรงงานไทย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“หากไม่เร่งพัฒนาทักษะแรงงานไทย ย่อมไม่สามารถเดินหน้าพัฒนาประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้ กุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวคือการมุ่งพัฒนาทักษะแรงงานรุ่นใหม่ให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ปัจจุบันมีความต้องการแรงงานที่เรียนรู้ทักษะใหม่ สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งในอนาคตจะเป็นฐานทุนมนุษย์ช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้าได้” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> กล่าวต่อไปว่า การพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานในประเทศ ควรเริ่มที่การวางนโยบายชัดเจน ตอบสนองต่อปัญหา และตอบโจทย์ความต้องการของผู้มีส่วนได้เสีย การออกแบบนโยบายให้นำไปสู่แนวทางปฎิบัติได้ตรงจุดควรเริ่มจากฐานข้อมูล หรือ Data โดย กสศ. ได้ร่วมกับ World Bank มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสำนักงานสถิติแห่งชาติ สำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานอายุ 15 &#8211; 65 ปีทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อชุดข้อมูลให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปใช้ออกแบบนโยบาย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8dd4b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/Mr.Koji-Miyamoto3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>Mr.Koji</strong> <strong>Miyamoto </strong>นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice แห่ง World Bank</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายโคจิ มิยาโมโต (Mr.Koji Miyamoto)</strong> นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้าน Global Practice แห่ง World Bank เปิดเผยว่า ข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังมีช่องว่างทักษะของกลุ่มประชากรวัยแรงงาน หากนำข้อมูลไปใช้วางแผนนโยบายการศึกษาและการพัฒนาฝีมือแรงงาน จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศตามแผนพัฒนาประเทศ โดยยกตัวอย่างกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co &#8211; operation and Development: OECD) มีการจัดทำข้อมูลประชากรวัยแรงงาน ทำให้สามารถวางแผนนโยบายเพื่อแก้ข้อพร่องของตนเองได้อย่างตรงจุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-714933"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/14-ทักษะแรงงานไทย-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยมุ่งเน้นไปที่การวัดประเมินทักษะแรงงาน (Adult Skill Accessment) ซึ่ง World Bank ได้นำระเบียบวิธีวิจัยที่ทันสมัยที่สุดมาใช้ในการเข้าถึงทักษะหลัก ๆ อย่าง Literacy Skill (ความรู้เท่าทันด้านการอ่าน), Digital Skill (ทักษะทางดิจิทัล) และ Social &#8211; Emotional Skill (ทักษะทางอารมณ์สังคม) นอกจากนี้ยังขยายขอบเขตการเก็บข้อมูลให้ครอบคลุมขึ้นด้วยการใช้ชุดแบบสอบถามบันทึกประวัติภูมิหลังของแรงงานไทย เพื่อดูว่าทักษะฝีมือมีความสัมพันธ์กับการศึกษาและการฝึกอบรมที่แรงงานคนหนึ่งได้รับอย่างไร ตลอดจนดูถึงผลลัพธ์ของแรงงานว่ามีส่วนร่วมกับตลาดแรงงานอย่างไร ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่จัดประชุมขับเคลื่อนงานวิจัยครั้งนี้ขึ้น ทุกความเห็นที่ได้รับในช่วงหลายวันนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการจัดทำรายงานผลสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานของประเทศไทยอย่างแน่นอน” นายโคจิ กล่าว</p>



<p>ด้าน <strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค</strong> ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (วสศ.) กล่าวว่า การจัดเวทีระดมสมองเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนโครงการวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานของประเทศไทย (Adult Skills Assessment in Thailand) ถือเป็นงานแรกในประเทศไทยที่พยายามวัดระดับทักษะ (Proficiency Level) ของประชากรวัยแรงงานอย่างเป็นระบบ โดยเน้นความสำคัญของ 3 ทักษะที่ต้องมี ซึ่งโครงการนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำคัญ (Big Rock) ที่ปรากฎในแผนปฎิรูปประเทศด้านการศึกษา ซึ่งมุ่งที่จะยกระดับทักษะของประชากรวัยแรงงาน โดยกำหนดว่าประเทศไทยต้องมีการสำรวจทักษะแรงงานเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุก ๆ 3 ปี </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-165f48"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/09/ดร.ภูมิศรัณย์-ทองเลี่ยมนาค-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้อำนวยการ วสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เป็นงานสำรวจที่ทำให้เราได้เห็นศักยภาพของแรงงานไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าแรงงานไทยมีทักษะในด้านความเข้าใจในการอ่านต่าง ๆ ทักษะดิจิทัล หรือด้านทักษะอารมณ์สังคม (Social and Emotional Skills) เป็นอย่างไร มีความแตกต่างของภูมิภาคและกลุ่มประชากรต่าง ๆ แค่ไหน ควรเน้นการส่งเสริมพัฒนาในด้านใด ซึ่งจะนำไปสู่การจัดทำนโยบายสำหรับการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้ได้รับการพัฒนาและเหมาะสมต่อการทำงาน นอกจากนั้นผลในเบื้องต้นยังได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างทักษะเหล่านี้กับผลลัพธ์ในตลาดแรงงาน เช่น รายได้ รวมถึงความสำคัญของทักษะด้านอารมณ์สังคม ทัศนคติต่าง ๆ ที่เรียกว่า Non &#8211; Cognitive skills ว่าสำคัญและส่งผลต่อผลตอบแทนในการทำงาน เช่นกัน” ดร.ภูมิศรัณย์ กล่าว</p>



<p>ทั้งนี้ กสศ. และภาคีเครือข่าย ยังคงขับเคลื่อนโครงการวิจัย “สำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานของประเทศไทย” (Adult Skills Assessment in Thailand) โดยเตรียมประมวลผลข้อมูลเพื่อจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์นำเสนอต่อสาธารณะช่วงปลายปีนี้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-upskill-reskill-130922/">ระดมสมองเร่งแก้ข้อค้นพบ “ทักษะแรงงานไทยไม่ตรงความต้องการตลาดงาน” กสศ. จับมือ 3 ภาคี เตรียมเสนอแนวทาง Upskill Reskill ปลายปีนี้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
