<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>KM Forum | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/km-forum/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2024 07:38:48 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>KM Forum | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ระดมพลังเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ขับเคลื่อนโมเดลเมืองแห่งการเรียนรู้ ตอบโจทย์การศึกษายืดหยุ่น</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-151024/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 15 Oct 2024 07:38:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและทุกคนเข้าถึงได้]]></category>
		<category><![CDATA[KM Forum]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=87045</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีแลกเปลี [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-151024/">กสศ. ระดมพลังเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ขับเคลื่อนโมเดลเมืองแห่งการเรียนรู้ ตอบโจทย์การศึกษายืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM Forum) เครือข่ายจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ครั้งที่ 2/2567 เพื่อจุดประกายความคิดและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในประเด็น <strong>“การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและทุกคนเข้าถึงได้”</strong> โดยเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ จากกรณีตัวอย่างพื้นที่ที่มีรูปธรรมเด่นชัด เพื่อสร้างเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ ระดมความเห็นในการจัดทำแนวทางการขับเคลื่อนการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและทุกคนเข้าถึงได้ ด้วยการขับเคลื่อนของภาคีการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ (Area Based Education) หรือ ABE ระดับจังหวัด และพื้นที่เมืองแห่งการเรียนรู้ระดับท้องถิ่น (เทศบาล) รวมทั้งวิเคราะห์หาจุดเชื่อมโยงการทำงานระดับจังหวัดกับระดับท้องถิ่นร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนมาตรการการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น ซึ่งเป็น 1 ใน 4 มาตรการขับเคลื่อน Thailand Zero Dropout และสร้างเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 3 &#8211; 4 ตุลาคม 2567 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-307090"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/04-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3ffbbc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/03-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม</strong> <strong>อนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาเยาวชนและแรงงานนอกระบบ กสศ. </strong>กล่าวว่า กสศ. ส่งเสริม ABE หรือการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทั้งในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น สร้างโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้ การศึกษาทางเลือก และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยส่งเสริมให้ท้องถิ่นเป็นกลไกและแนวร่วมสำคัญในการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ตัวแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นแกนหลักทำงานร่วมกับคณะกรรมการเมืองแห่งการเรียนรู้ที่มีตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ และนักจัดการเมืองแห่งการเรียนรู้ พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่ และสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ทุกคนเข้าถึงได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยมีเป้าหมายในการสร้างคนสร้างงานสร้างรายได้ และสร้างเมืองให้เติบโตอย่างยั่งยืน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-10bdd2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/05-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“เป้าหมายสำคัญในการทำงานของ ABE คือกลุ่มเยาวชนยากจนพิเศษ 15% ล่าง เพราะเรามองว่าหากพื้นที่ในเมืองไหนมีแหล่งเรียนรู้ให้กับเด็กกลุ่มนี้ สามารถสร้างแหล่งเรียนรู้ที่มีแรงดึงดูดให้พวกเขาอยากเรียนรู้เพิ่มขึ้น สร้างปัจจัยส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่พวกเขาสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญคือหากเป็นแหล่งเรียนรู้ในลักษณะของสถานประกอบการที่เขาจะไปพัฒนาทักษะด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะทักษะอาชีพของเขาเพิ่มขึ้น เชื่อมั่นว่าบทบาทของแหล่งเรียนรู้ที่สร้างเป็นเมืองการเรียนรู้ลักษณะอย่างนี้ จะสามารถพลิกชีวิตของเด็กกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างมาก</p>



<p>“โจทย์สำคัญที่สุด คือ การที่จะทำให้เด็กหนึ่งคนเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ มีความมั่นคงในชีวิต สามารถสร้างประโยชน์กับคนอื่นได้ เราต้องใช้คนทุกองคาพยพ การที่เราจะสร้างเด็กหนึ่งคนขึ้นมาได้เราจะต้องช่วยเขาอย่างจริงจัง เด็กที่เขามีโอกาสถูกช่วยเหลือโดยที่บ้านก็สามารถทำได้เร็ว&nbsp;</p>



<p>“แต่สำหรับเด็กกลุ่มหนึ่งที่ กสศ. กำลังทำงานอยู่นั้น ไม่มีความหวัง ไม่เหลือความหวังข้างหลังที่จะผลักเข้าไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะผลักเขากลับเข้าไปเป็นองคาพยพหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้าน อยู่ในสังคมที่จะผลักเด็ก ยกตัวอย่าง สมมติว่า ABE ไปพบเด็ก 1 คน อายุ 13 ปี กำลังจะจบ ป.6 แล้ว ครูพยายามผลักให้ไปโรงเรียนเพื่อเรียนหนังสือ จากภาพเหล่านี้ถ้าไม่มีมือจากหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือ ถ้าเป็นเด็กผู้ชายอยู่ริมทะเลก็จะออกทะเล กรีดยาง ทำนา เป็นแรงงานรับจ้างที่ใดก็ไม่รู้ สิ่งที่เด็กรอ คือ รอโต แล้วระหว่างทางที่จะรอดโต เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะไปเจออะไร”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ff6a89"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/07-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</strong> <strong>ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ</strong>. กล่าวว่า ปัจจุบัน กสศ. โดยสำนักพัฒนาการเรียนรู้เชิงพื้นที่ ได้สนับสนุนงาน ABE ควบคู่ไปกับมาตรการ Thailand Zero Dropout รวม 16 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี, สมุทรสงคราม, ระยอง, สงขลา, สุราษฎร์ธานี, ยะลา, ปัตตานี, สุรินทร์, ขอนแก่น, นครพนม,พิษณุโลก, สุโขทัย, พะเยา, ลำปาง , เชียงราย และแม่ฮ่องสอน และโครงการพัฒนาพื้นที่ตัวแบบเมืองแห่งการเรียนรู้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นกลไกการทำงานระดับท้องถิ่น ในปี 2566 จำนวน 5 พื้นที่ ได้แก่ เทศบาลนครยะลา, เทศบาลนครตรัง, เทศบาลนครอุดรธานี, เทศบาลเมืองลำพูน และกรุงเทพมหานคร รวมอีก 3 พื้นที่ใหม่ในปี 2567 ได้แก่ เทศบาลเมืองเบตง, เทศบาลเมืองตาก และจังหวัดบึงกาฬซึ่งอยู่ระหว่างเริ่มดำเนินการ รวมทั้งสิ้น 24 พื้นที่ กสศ. เล็งเห็นว่า กลไกการทำงานทั้ง 2 ระดับนี้ มีรูปธรรมด้านการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและทุกคนเข้าถึงได้ โดยความร่วมมือหลายภาคส่วนในพื้นที่ (Flexible &amp; Inclusive Learning by muti-sectoral collaboration on area-based) แต่ละพื้นที่สามารถนำประสบการณ์ องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติจริงมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-207e1d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/02-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“การขับเคลื่อนแนวคิดปวงชนเพื่อการศึกษา หรือการทำให้เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน&nbsp; All for Education ไปสู่การปฏิบัติจนเกิดผลรูปธรรมนั้น จำเป็นต้องใช้การมีส่วนร่วมและการระดมทรัพยากรจากทุกภาคส่วนในสังคมระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับชุมชน เมือง ตำบล จังหวัด เขตย่าน ภูมิเวศ ภูมิภาค จนไปถึงระดับประเทศ เป็นโมเดลที่นำแนวคิดปวงชนเพื่อการศึกษา แนวคิดการมีส่วนร่วม แนวคิดการกระจายอำนาจหรือสร้างความเป็นเจ้าของร่วม รวมถึงแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนางานด้านการศึกษาและการเรียนรู้ของคนในพื้นที่ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักของพื้นที่ที่สอดคล้องกับพันธกิจของ กสศ. คือ เด็กปฐมวัย เด็กวัยเรียน เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เยาวชนแรงงานนอกระบบ เด็กที่มาจากครอบครัวขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ด้อยโอกาสทางสังคม</p>



<p>“งานที่เราทำอยู่นี้ จะก่อให้เกิดเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของบ้านเราเอง แล้วกำลังจะเกิด Award Learning City ของบ้านเราเอง เรากำลังจะมี Design Learning City ของบ้านเราเอง ซึ่งยูเนสโกก็ค่อนข้างประทับใจว่า Learning City ของบ้านเรากำลังเดินไปได้ไกลพอสมควร และหลังจากนี้ เรากำลังจะเป็น Learning City แถวหน้าของยูเนสโกด้วยซ้ำไป นอกจากนี้โจทย์ของ กสศ. ยังพยายามเดินหน้า และเติมเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนากำลังคน การลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และยืนอยู่ในโจทย์ที่พยายามสร้างเมือง Learning City อันเป็นเมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-048f86"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/06-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.สัญญา ศรีวิเชียร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.สัญญา ศรีวิเชียร</strong> <strong>นายกเทศมนตรีเทศบาลนครตรัง</strong> กล่าวว่า จังหวัดตรัง มีนโยบายในการที่จะพัฒนาคนพัฒนาเมืองอยู่แล้ว และเห็นว่าเป็นนโยบายที่ตรงกับแนวคิด Learning City&nbsp;</p>



<p>“เราอยากจะให้การศึกษาต้องพัฒนาให้คนได้เข้าถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ซึ่งเทศบาลนครตรังพยายามที่จะทำตรงนี้ แม้ว่าเราจะมีโรงเรียนในระบบถึง 8 โรงเรียน มีศูนย์ ศพด. 2 ศูนย์ แต่ว่าการศึกษานอกระบบ เด็กด้อยโอกาส แล้วก็ผู้ที่มีความเปราะบางหลาย ๆ คน ก็ยังตกค้างในเรื่องการศึกษาอยู่ เราก็เลยคิดว่าเราก็จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังเหมือน กสศ. และผลักดันให้ ทุกภาคส่วนต้องมาร่วมกันในการที่จัดการศึกษา ให้กับประชาชนตั้งแต่เด็กจนกระทั่งผู้สูงวัย เราต้องช่วยกันพัฒนาคน</p>



<p>“จังหวัดของเรามีภาคีเครือข่าย มีมหาวิทยาลัยที่เป็นสาขา รวมทั้งโรงเรียนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน จึงนำมาเป็นกลไกในการทำงาน แล้วก็ทำ City Mapping เพื่อทำให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า เมืองของเราเป็นเมืองที่มีมีแหล่งเรียนรู้ มีอารยธรรมหลากหลาย ที่สามารถเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่สำหรับคนทุกกลุ่ม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb0761"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/08-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</strong> <strong>ที่ปรึกษากรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เป็นลักษณะของการเรียนรู้ที่ให้สิทธิและโอกาสกับเด็กกลุ่มเปราะบางกลุ่มยากจน ตามความสนใจ ตามความต้องการ สอดคล้องกับสภาพปัญหา ครูผู้สอนหรือว่าผู้ที่จัดการเรียนรู้สามารถออกแบบการเรียนรู้ร่วมกับเด็กได้ แล้วพัฒนาเด็กให้เต็มศักยภาพ</p>



<p>“กสศ. ทำงานกับเด็กกลุ่มเปราะบาง กลุ่มข้างล่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น เด็กที่เรียนอยู่ในห้องเรียนปกติก็สามารถเรียนไปได้ แต่สำหรับเด็กกลุ่มเสี่ยง ที่มีปัญหาเชิงพฤติกรรม เขาอาจจะไม่อยากที่จะมาโรงเรียน เพราะทั้งเรียนด้วยทำงานไปด้วย หากเด็กกลุ่มเปราะบางสามารถเลือกชีวิตของตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องมาโรงเรียนทุกวัน ทำอาชีพของตนเอง แต่มีรายได้พร้อมไปด้วย ซึ่งวิชาเหล่านั้นเป็นวิชาที่สามารถนำมาประเมินผลได้ด้วยสายตาของครูผู้สอน เพราะถือว่าเป็นการจัดการเรียนรู้ในอีกรูปแบบหนึ่งได้ บียอนด์คาเฟ่ เป็นตัวอย่างที่ดีของอาชีวศึกษาเมืองอุดรธานี ซึ่งนำเด็กที่จะเรียนจบแล้วกลับไปทำงานที่บียอนด์คาเฟ่ มีอาชีพ สื่อให้ผู้คนรอบข้างเห็น และเข้าใจเด็กกลุ่มนี้ คือ การยกย่องเรื่องความเป็นมนุษย์ของผู้คน การดูแลเด็ก 1 คน เราจะได้พลเมืองดีที่อยู่ใกล้บ้านเรา แต่ถ้าเราปล่อยเด็ก 1 คนออกไป เราจะได้โจรใกล้บ้านเรา เราจึงต้องไม่ทิ้งเด็กคนไหน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1a4b5c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/10/01-กสศ.ระดมพลังเครือข่าย-ขับเคลื่อนการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่-.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-151024/">กสศ. ระดมพลังเครือข่ายการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ ขับเคลื่อนโมเดลเมืองแห่งการเรียนรู้ ตอบโจทย์การศึกษายืดหยุ่น</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
