<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Jenny Curtin | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/jenny-curtin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sat, 13 Nov 2021 07:17:32 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Jenny Curtin | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สรุป 3 บทเรียนจากโรงเรียนหัวก้าวหน้าในสหรัฐฯ หลังนำนวัตกรรมมาใช้เสนอทางออกใหม่ช่วงวิกฤตโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-commentary-not-just-recovery-but-reinvention-3-lessons-from-schools-where-covid-innovations-offer-new-solutions/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Nov 2021 07:13:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[Canopy Project]]></category>
		<category><![CDATA[Jenny Curtin]]></category>
		<category><![CDATA[Barr]]></category>
		<category><![CDATA[Melanie Dukes]]></category>
		<category><![CDATA[Carnegie Corporation]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47821</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับโลกให้คำแนะนำถึงบรรดาโรงเร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-commentary-not-just-recovery-but-reinvention-3-lessons-from-schools-where-covid-innovations-offer-new-solutions/">สรุป 3 บทเรียนจากโรงเรียนหัวก้าวหน้าในสหรัฐฯ หลังนำนวัตกรรมมาใช้เสนอทางออกใหม่ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาระดับโลกให้คำแนะนำถึงบรรดาโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ ว่า​ สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการในยุคโควิด-19 ไม่ใช่เพียงแค่การฟื้นฟูกอบกู้สถานการณ์การศึกษาที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักเพราะการระบาดของโควิด-19 เท่านั้น แต่ยังต้องคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ให้เกิดขึ้น พร้อมหยิบยก 3 บทเรียนสำคัญจากบรรดาโรงเรียนหัวก้าวหน้าที่ประสบความสำเร็จในการนำนวัตกรรมมาใช้คิดค้นแนวทางใหม่ๆ เพื่อฟันฝ่าวิกฤตการศึกษา</strong></p>



<p>เมื่อไม่นานมานี้ สามผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาชั้นนำในสหรัฐอเมริกา อย่างเจนนี่ เคอร์ติน (Jenny Curtin) เจ้าหน้าที่โครงการอาวุโสด้านการศึกษาที่มูลนิธิบารร์ (Barr) พร้อมด้วยเมลานี ดุ๊คส์ (Melanie Dukes) เจ้าหน้าที่อาวุโสของโครงการ Overdeck Family Foundation และ แซสเกีย เลวี ธอมป์สัน (Saskia Levy Thompson) ผู้อำนวยการโครงการการออกแบบเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนที่ Carnegie Corporation ในนครนิวยอร์ก ได้เผยแพร่บทความสรุป 3 บทเรียนสำคัญของการนำนวัตกรรมมาใช้เป็นทางออกของวิกฤตการศึกษาที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างเผชิญอยู่ในเวลานี้ ซึ่งเนื้อหาในบทความได้เอ่ยถึงข้อเสนอแนะที่น่าสนใจอย่างยิ่ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-983259"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/11-แปล-สรุป-3-บทเรียนจากโรงเรียน-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>บทความระบุว่า ในฐานะนักการศึกษาซึ่งต้องทำงานท่ามกลางสถานการณ์ที่คาดเดาอะไรไม่ได้ สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือการพึ่งพาการคิดค้นใหม่ๆ ทั้งนี้โควิด-19 ทำให้โรงเรียนและระบบการศึกษาต้องเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ครู นักเรียน และครอบครัว ต้องพัฒนาวิธีการสอนและการเรียนรู้แบบใหม่ โดยโรงเรียนหลายแห่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นวัตกรรมสามารถช่วยให้โรงเรียนเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและบรรลุผลสำเร็จได้เกินกว่าหรือมากกว่าที่คาดการณ์ไว้</p>



<p>ขณะเดียวกัน วิธีการเรียนแบบเก่าที่หลายคนคุ้นเคยได้แสดงให้เห็นแล้วว่ามีเด็กที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังมากเกินไป ดังนั้น ท่ามกลางช่วงเวลาที่นานาประเทศยังคงเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษาทั่วโลกจึงควรคว้าโอกาสนี้ไว้เพื่อพัฒนาแนวทางเพิ่มศักยภาพนักเรียนอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่เคยถูกกีดกันในอดีต เช่น กลุ่มนักเรียนผิวสี</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2a7b6d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/11-แปล-สรุป-3-บทเรียนจากโรงเรียน-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นักขับเคลื่อนเพื่อการศึกษาทั้งสามคนได้หยิบยกโครงการ Canopy Project ซึ่งมูลนิธิของทั้งสามให้การสนับสนุน โดยโครงการ Canopy Project ได้ทำการติดตามโรงเรียนหลายร้อยแห่งทั่วสหรัฐฯ ว่ามีการปรับตัวและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในปีที่ผ่านมาอย่างไรบ้างทั้งสามพบว่า โรงเรียนเหล่านี้ปรับตัวโดยเน้นรูปแบบที่วางนักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ นวัตกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียนเหล่านี้พัฒนาขึ้นถือว่ามีศักยภาพในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ฝังรากลึกยาวนานในอเมริกา โดยนักการศึกษาทั้งสามท่านได้ยกตัวอย่างนวัตกรรมบางส่วนจากโรงเรียนของรัฐในนิวยอร์ก, แมสซาชูเซตส์, วอชิงตัน ดี.ซี., เมน, คอนเนตทิคัต, และนอร์ทแคโรไลนา ซึ่งสามารถสรุปเป็น 3 บทเรียนสำคัญได้ดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>1) ปรับปรุงการสื่อสารและผนึกกำลังร่วมกับครอบครัว (Strengthening communication and partnership with families)</strong></h4>



<p>ในช่วงที่มีการระบาดโควิด-19 โรงเรียนหลายแห่งในสหรัฐฯ ได้ปรับปรุงการสื่อสารเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างครูและครอบครัวของนักเรียน โดยที่โรงเรียนประถม Concourse Village Elementary School ในเมืองบรอนซ์ รัฐนิวยอร์กนั้น ได้หันมาสื่อสารกับครอบครัวเด็กนักเรียนโดยเน้นเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ ทำให้ยังมีการสื่อสารระหว่างกัน แต่ไม่บ่อยเกินไปจนรบกวนเวลาพ่อแม่ผู้ปกครอง</p>



<p>การพูดคุยจะเริ่มจากขั้นแรกคือ โรงเรียนทำแบบสำรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกสัปดาห์เพื่อตรวจสอบกับครอบครัวเด็กว่าต้องการความช่วยเหลือด้านเทคโนโลยีอะไร จากนั้นจึงเพิ่มประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพจิต ความมั่นคงด้านอาหาร และประเด็นอื่นๆ ซึ่งทำให้ครอบครัวเด็กสามารถอัพเดตข่าวสารเกี่ยวกับโควิด-19 ขอความช่วยเหลือด้านอาหารและเครื่องมือสื่อสาร หรือแบ่งปันข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ กับทางโรงเรียนได้ทันท่วงที</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ed7b0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/11-แปล-สรุป-3-บทเรียนจากโรงเรียน-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครั้นพอช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทางเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนจะเริ่มนำข้อมูลจากแบบสำรวจก่อนหน้ามาออกแบบแผนการสื่อสารกับครอบครัวนักเรียนให้ครอบคลุมมากขึ้น เช่น จัดทำการสำรวจรายเดือน การโทรศัพท์ติดตามผลเป็นประจำ และอัพเดตความเป็นอยู่ผ่านวิดีโอคอล เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่โรงเรียนเข้าใจสถานการณ์ของครอบครัวได้ดีขึ้นมาก และช่วยให้ครอบครัวรู้สึกได้รับการให้เกียรติและการดูแล อันจะช่วยลดอัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษาของเด็กนักเรียน</p>



<p>ด้านโรงเรียนมัธยม Uxbridge ในแมสซาชูเซตส์ ได้สำรวจและพบสถิติว่า ในช่วงที่ผ่านมาเด็กนักเรียนมีผลการเรียนรู้ที่แย่ลงจนน่ากังวล ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่ต้องเรียนทางไกลช่วงโควิด-19 ระบาด จากสถิติอันน่ากังวลนี้เอง ทำให้ทางโรงเรียนเร่งสร้างระบบสื่อสารเพื่ออำนวยความสะดวกระหว่างโรงเรียนและผู้ปกครอง โดยตัวอย่างที่เกิดขึ้นก็เช่น มีการประชุมรายบุคคลระหว่างครู นักจิตวิทยาที่ให้คำปรึกษา และครอบครัว เพื่อร่วมวางกลยุทธ์ช่วยเหลือดูแลเด็กนักเรียนที่มีปัญหาโดยเฉพาะ ทั้งนี้การใช้วิดีโอคอลพูดคุยกันช่วยให้ครูยังสื่อสารกับครอบครัวและเด็กได้แม้ในภาวะโรคระบาด โดยสุดท้ายแล้ว โรงเรียนมัธยม Uxbridge คาดหวังว่า แผนกลยุทธ์สนับสนุนต่างๆ รวมถึงความช่วยเหลือที่ออกมาเพื่ออุดช่องว่างการเรียนรู้ในช่วงที่ผ่านมา จะช่วยส่งเสริมนักเรียนให้เรียนรู้ได้รุดหน้าและเท่าเทียมมากขึ้น</p>



<p>นอกจากนี้ การเรียนการสอนทางไกลที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 ระบาดหนัก ทำให้บรรดาผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของสถาบันเทคโนโลยี Northeast Academy for Aerospace and Advanced Technologies ในเมืองเอลิซาเบธซิตี รัฐนอร์ทแคโรไลนา ได้เริ่มตระหนักว่า การวัดผลการเรียนแบบให้เกรด A ถึง F แบบเดิมไม่ช่วยสะท้อนผลลัพธ์ที่แท้จริงว่าเด็กได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง ดังนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงการประเมินผลให้สะท้อนผลการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น นักวิจัยและนักการศึกษาในสถาบันจึงเริ่มพัฒนารูปแบบการวัดผลแบบใหม่ ซึ่งล่าสุดทางสถาบันได้เปลี่ยนมาใช้ระบบการให้คะแนนแบบอิงมาตรฐาน ซึ่งจะช่วยวัดเป้าหมายการเรียนรู้ได้ชัดเจนขึ้น ทั้งยังช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจว่าบุตรหลานของตนเก่งหรือถนัดด้านไหนอีกด้วย</p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>2) ออกแบบกระบวนการสนับสนุนให้ตรงกับความต้องการของเด็กแต่ละคนเป็นการเฉพาะ เพื่อให้เด็กทุกคนเข้าถึงโอกาสที่พวกเขาแสวงหา (Personalizing supports to ensure all students get the opportunity they need)</strong></h4>



<p>เพราะตระหนักว่า นักเรียนแต่ละคนและครอบครัวของพวกเขาอาจมีความต้องการที่แตกต่างกันไป ทางโรงเรียนมัธยม Anacostia High School ในกรุงวอชิงตัน​ ดี.ซี. จึงทำการขยายโครงการ Dream Team ให้ครอบคลุมเด็กทุกระดับชั้นในโรงเรียน จากเดิมที่โครงการนี้อนุญาตให้เฉพาะเด็กมัธยมปีที่ 3 เข้าร่วมเท่านั้น รูปแบบของโครงการ Dream Team คือ การให้บุคลากรในโรงเรียนจับคู่เป็นคู่หูกับเด็กๆ โดยคอยดูแลและรับผิดชอบพัฒนาการและการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน ซึ่งทำให้เด็กและครอบครัวรู้สึกมีที่พึ่งพา เมื่อผู้ปกครองมีเรื่องต้องสอบถาม ก็สามารถสอบถามบุคลากรหรือคู่หูนักเรียนได้โดยตรง ผลของโครงการนี้ทำให้บุคลากรทุกคน รวมถึงผู้อำนวยการ (หรือครูใหญ่) ต้องลุกมาจับคู่กับนักเรียน ทั้งยังทำให้บุคลากรในโรงเรียนได้มีโอกาสผูกมิตรและสร้างสัมพันธภาพที่เปี่ยมความหมายกับนักเรียนแต่ละคนอีกด้วย</p>



<p>ขณะที่โรงเรียนมัธยม Common Ground High School ในนิวเฮเวน รัฐคอนเนตทิคัต ก็ไม่น้อยหน้า ได้มีการรับฟังเสียงสะท้อนนักเรียน จนต่อมาพัฒนาเป็นโครงการ &#8220;What you need Wednesdays&#8221; โดยทุกวันพุธ โรงเรียนจะเปิดพื้นที่ให้นักเรียนทำกิจกรรมต่างๆ ตามใจชอบ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดอกพูดคุยตัวต่อตัวกับครู การทำกิจกรรมกลุ่มขนาดเล็กร่วมกับเพื่อนๆ  การล้อมวงพูดคุยและปรึกษากับนักเรียนคนอื่นๆ  รวมไปถึงการคุยเล่น ผ่อนคลาย และร่วมทำกิจกรรมที่ช่วยเติมพลังให้แก่กัน เป็นต้น  โดยโครงการที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของโรงเรียน Common Ground ที่อยากรับฟังเสียงสะท้อนของเด็กๆ ส่งเสริมคณะตัวแทนนักเรียน รวมถึงจัดหาทุนการศึกษาที่เหมาะกับความต้องการและความสนใจของเด็กในโรงเรียน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการนวัตกรรมและเปลี่ยนแปลงที่สถานศึกษาแห่งนี้พยายามจัดทำขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-53cd86"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/11-แปล-สรุป-3-บทเรียนจากโรงเรียน-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<h4 class="wp-block-heading"><br><strong>3) ขยายแนวคิดว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นได้ไม่จำกัดสถานที่ (Expanding the idea of where learning can happen)</strong></h4>



<p>ตลอดช่วงการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ส่งผลให้นักเรียนทั่วสหรัฐฯ ต้องปรับรูปแบบการเรียนรู้ไปเป็นแบบทางไกลหรือออนไลน์ ซึ่งนับเป็นการเรียนรู้รูปแบบใหม่สำหรับหลายคน ซึ่งแม้ว่าประสบการณ์การเรียนออนไลน์จำนวนมากจะให้ผลลัพธ์ที่ต่ำกว่าที่คาดหวังกันไว้ แต่อย่างน้อยการเรียนออนไลน์ก็ช่วยจุดประกายแนวคิดใหม่ๆ และช่วยเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้นอกกรอบ ซึ่งเป็นสิ่งที่การศึกษาแบบดั้งเดิมไม่เคยมอบให้มาก่อนหน้านี้</p>



<p>ยกตัวอย่างกรณีของโรงเรียน Chelsea Opportunity Academy ในรัฐแมสซาชูเซตส์ ที่นักเรียนของโรงเรียนมากกว่าครึ่งต้องรับภาระทำงานเต็มเวลาเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัวในช่วงการระบาดใหญ่ เมื่อนักเรียนต้องออกไปทำงาน ทำให้ไม่สามารถเข้าเรียนเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการสำเร็จการศึกษา จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทางโรงเรียนตัดสินใจปรับระบบใหม่ โดยให้นักเรียนเก็บหน่วยกิตวิชาเรียนต่างๆ ผ่านการทำงานได้ โดยนักเรียนต้องแสดงให้ครูและโรงเรียนเห็นว่าพวกเขาได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะสำคัญผ่านงานที่กำลังรับผิดชอบอยู่</p>



<p>ด้านโรงเรียนมัธยม Nokomis High School ในรัฐเมน (Maine) พบว่า การระบาดของโควิด-19 ทำให้มุมมองของนักเรียนและครอบครัวที่ต้องการจากโรงเรียนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยนักเรียนและครอบครัวต้องการความรู้และทักษะสำหรับโลกอนาคต ดังนั้นโรงเรียนจึงริเริ่มหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะอาชีพที่สอดรับกับโลกดิจิทัล ซึ่งหลักสูตรการพัฒนาอาชีพเหล่านี้ถือว่าเปิดประตูอีกบานให้แก่เด็กๆ จากโรงเรียนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในเขตชนบท  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-224635"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/11-แปล-สรุป-3-บทเรียนจากโรงเรียน-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้ ทางโรงเรียน Nokomis High School ยังปรับหลักสูตรให้นักเรียนชั้น ม.5 (ซึ่งกำลังจะขึ้น ม.6) สามารถเก็บหน่วยกิตวิชาภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมนอกห้องเรียนได้ โดยตลอดการเรียนรู้นอกชั้นเรียนนั้นหากนักเรียนติดขัดอันใดโรงเรียนก็มีเจ้าหน้าที่หรือระบบคอยช่วยดูแลทั้งกายและใจ จากการปรับเปลี่ยนนี้ ทำให้นักเรียนเกินครึ่งเลือกที่จะเรียนรู้วิชาอังกฤษนอกชั้นเรียน</p>



<p>นักวิชาการด้านการศึกษาทั้งสามรายสรุปว่า ตัวอย่างแนวทางปฏิบัติของโรงเรียนในสหรัฐฯ ที่หยิบยกมาทั้งหมดนี้ อาจริเริ่มขึ้นในช่วงการระบาดของโควิด-19 แต่ผลลัพธ์กลับมีประสิทธิภาพและสามารถนำใช้ได้ในทุกบริบทนับจากนี้</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.the74million.org/article/commentary-not-just-recovery-but-reinvention-3-lessons-from-schools-where-covid-innovations-offer-new-solutions/" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.the74million.org/article/commentary-not-just-recovery-but-reinvention-3-lessons-from-schools-where-covid-innovations-offer-new-solutions/">Commentary: Not Just Recovery, But Reinvention — 3 Lessons from Schools Where COVID Innovations Offer New Solutions</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-commentary-not-just-recovery-but-reinvention-3-lessons-from-schools-where-covid-innovations-offer-new-solutions/">สรุป 3 บทเรียนจากโรงเรียนหัวก้าวหน้าในสหรัฐฯ หลังนำนวัตกรรมมาใช้เสนอทางออกใหม่ช่วงวิกฤตโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
