<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>J-PAL | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/j-pal/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 01 Nov 2019 11:36:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>J-PAL | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1fnov2019/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2019 11:36:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อะบีจิต บาเนร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[MIT]]></category>
		<category><![CDATA[J-PAL]]></category>
		<category><![CDATA[NCT]]></category>
		<category><![CDATA[สนับสนุนเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[RCT]]></category>
		<category><![CDATA[Randomized Control Trial]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[Experimental Research]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเธอร์ ดิวโฟล]]></category>
		<category><![CDATA[จากรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2562 สู่การใช้นวัตกรรม ทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[ธปท.]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8908</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ห้องประชุมสมานสโมสร ธนาคารแห่งประ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1fnov2019/">ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ห้องประชุมสมานสโมสร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึ<wbr />กษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์ จัด​เวทีเสวนาวิชาการ เรื่อง “จากรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์<wbr />ปี 2562 สู่การใช้นวัตกรรม ทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึ<wbr />กษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์<wbr />ในประเทศไทย”</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-8913" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ.</pre>
<div>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้กล่าวปาฐกถา เรื่อง “นวัตกรรมในการจัดทำนโยบายเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาบทเรี<wbr />ยนจากรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี พ.ศ. 2562”  โดยระบุว่า จากการที่ทางราชสถาบันวิ<wbr />ทยาศาสตร์สวีเดน มอบรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2562 ให้แก่ นายอะบีจิต บาเนร์จี  นางเอสเธอร์ ดิวโฟล นักวิทยาศาสตร์จากสถาบั<wbr />นเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที)  และนายไมเคิล เครเมอร์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลั<wbr />ยฮาร์เวิร์ด ในสหรัฐอเมริกา  ซึ่งถือเป็นการยกย่อง “การนำนวัตกรรมการวิจัยเชิ<wbr />งทดลอง” (Experimental Research) มาสนับสนุนการวิจัยเศรษฐศาสตร์<wbr />ด้านการพัฒนา      ตนเห็นว่าการมอบรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีนี้<wbr />อาจจะมาได้ถูกที่ถูกเวลา   เพราะข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่<wbr />งองค์การยูเนสโก (UIS) ชี้ว่ายังมีเด็กเยาวชนมากกว่า 263 ล้านคนทั่วโลกที่ยังคงอยู่<wbr />นอกระบบการศึกษา โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กวั<wbr />ยประถมศึกษามากกว่า 60 ล้านคน</div>
<div></div>
<div>ดร.ประสาร กล่าวว่า ที่น่ากังวลไปกว่าจำนวนเด็<wbr />กนอกระบบ คือ ความก้าวหน้าในการสร้<wbr />างความเสมอภาคทางการศึ<wbr />กษาในทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มชะลอตัวลง กลุ่มเป้าหมาย 5-10% สุดท้าย ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึ<wbr />กษาหรือต้องออกจากการเรี<wbr />ยนกลางคัน ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึ<wbr />กษาในระดับโลกเริ่มกลับมามี<wbr />แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2016-2017 อีกครั้ง   ในขณะที่ประเทศไทยเองยังมีเด็<wbr />กเยาวชนในครอบครัวที่ยากจนและด้<wbr />อยโอกาสอีกมากกว่า 670,000 คนที่มีอายุ 3-18 ปี และยังมีนักเรียนกลุ่มเสี่<wbr />ยงในครอบครัวที่ยากจนและยากจนพิ<wbr />เศษอีกเกือบ 2 ล้านคนที่อาจจะหลุ<wbr />ดออกจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็<wbr />จการศึกษาขั้นพื้นฐาน</div>
<div></div>
<div>ดร.ประสาร กล่าวว่า จากสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาของโลกที่มีแนวโน้<wbr />มลดลงในอัตราที่ถดถอยมากซึ่<wbr />งสะท้อนสภาพปัญหาที่มี<wbr />ความยากมากขึ้น ในขณะที่งบประมาณของภาครั<wbr />ฐและเงินบริจาคกลับมีแนวโน้<wbr />มลดลง จึงมีความจำเป็นที่ผู้<wbr />กำหนดนโยบายต้องเลือกใช้ มาตรการที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลมาก  ซึ่งนวัตกรรมการวิจัยเชิงทดลอง ที่ได้รับรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีนี้จึ<wbr />งอาจเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่<wbr />วยให้ผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานที่มีภารกิ<wbr />จลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปั<wbr />ญหาความยากจนสามารถเลื<wbr />อกนโยบายที่เหมาะสมในการแก้ไขปั<wbr />ญหาตามบริบทของตนได้อย่างมี<wbr />ประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน</div>
<div></div>
<div>“จากผลการวิจัยประเมิ<wbr />นผลโครงการลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษามากกว่า 31 โครงการทั่วโลกด้วยกระบวนการ Randomized Control Trial (RCT) พบว่านโยบายลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาด้วยมาตรการที่<wbr />เจาะจงไปที่ อุปสงค์ต่อการศึกษา (Demand for Education) ซึ่งเป็นมาตรการที่ส่งเสริ<wbr />มโอกาสทางการศึกษา ตรงตามความต้องการที่แท้จริ<wbr />งของฝั่งผู้เรียนและครอบครัว  หลายมาตรการให้ผลลัพธ์และความคุ้<wbr />มค่าทางงบประมาณที่สูงกว่<wbr />ามาตรการด้านอุปทานของการศึ<wbr />กษาที่เน้นผู้จัดการศึกษาเป็นตั<wbr />วตั้ง เช่น “การลดต้นทุนการเข้าถึงการศึ<wbr />กษา” ด้วยการสนับสนุนเงินอุดหนุนอย่<wbr />างมีเงื่อนไข หรือ Conditional Cash Transfer (CCT) ต่ออัตราการมาเรียนของผู้เรียน ซึ่งเป็นมาตราการที่กสศ.ดำเนิ<wbr />นการอยู่ หรือการสนับสนุน อาหารเช้า เครื่องแบบ และการเดินทาง แบบมีเงื่อนไข (Non-cash Conditional Transfer: NCT)” ดร.ประสารกล่าว</div>
<div></div>
<div>ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า มาตรการที่แก้ปัญหาตรงความต้<wbr />องการที่แท้จริงของนักเรี<wbr />ยนและครอบครัว หรือเจาะจงไปที่อุปสงค์ ได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจั<wbr />ยและการประเมินผลด้<wbr />วยกระบวนการวิจัยเชิ<wbr />งทดลองมามากกว่า 58 งานวิจัย ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ในการทำงานของคณะนักเศรษฐศาสตร์<wbr />รางวัลโนเบลในปีนี้ และทีมงานของศูนย์วิจัย J-PAL แห่งมหาวิทยาลัย MIT และสถาบันทั่วโลกว่า  สามารถเพิ่มอัตราการเข้าเรียน การสำเร็จการศึกษา และลดอัตราการหลุ<wbr />ดออกจากระบบการศึกษาของผู้เรี<wbr />ยนจากครัวเรือนที่มี<wbr />ความยากจนได้อย่างมีนัยสำคั<wbr />ญทางสถิติ และใช้งบประมาณน้อยกว่<wbr />ามาตรการทางฝั่งอุปทาน อย่างการสร้างโรงเรียน สร้างห้องเรียนเพิ่ม หรือการเพิ่มครู   ดังนั้นการที่เด็ก เยาวชน หรือ ผู้ปกครอง ปฏิเสธการศึกษา แม้รัฐบาลจะสร้างโรงเรียน หรือจ้างครูเพิ่มเติมในพื้นที่<wbr />ใกล้เคียงเด็กๆมากขึ้นแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนที่ขาดซึ่<wbr />งเหตุผล หรือ ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาต่<wbr />ออนาคตของบุตรหลาน แต่คนกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รั<wbr />บการกระตุ้นการตัดสินใจ ด้วยมาตรการลดความเหลื่อมล้ำที่<wbr />เข้าใจในอุปสงค์ต่อการศึ<wbr />กษาของพวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทเฉพาะต่างๆ อย่างแท้จริง</div>
<div></div>
<div></div>
<div><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8914" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></div>
<div></div>
<div>ดร.ประสารกล่าวว่า แม้สถานการณ์ของประเทศไทยในเรื่<wbr />องความเหลื่อมล้ำนั้นแม้มี<wbr />แนวโน้มในทางที่ดีขึ้นบ้าง  แต่ยังคงมีโจทย์สำคัญหลายเรื่<wbr />องที่ประเทศไทยควรเร่งจัดการอย่<wbr />างเป็นระบบก่อนที่จะส่งผลต่<wbr />อเสถียรภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขั<wbr />นของประเทศในระยะยาว ยังมีหลายส่วนที่มีความซับซ้อน เชื่อว่าการแก้ไขต้องทำที่ต้<wbr />นทาง เริ่มจากการทำให้เด็<wbr />กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มี<wbr />คุณภาพ  ซึ่งหลายหน่วยงานทำอยู่ ขณะที่กสศ.มีหน้าที่เสริมความรู้<wbr /> ข้อมูล รวมถึงค้นหาแนวทางใหม่ๆ หาสาเหตุว่าการที่เด็<wbr />กและเยาวชนไม่สามารถเข้าถึ<wbr />งการศึกษาได้เต็มที่ เพราะสาเหตุอะไร</div>
<div></div>
<div>“เด็กบางต้องเดินทางมาโรงเรียน บางคนอยู่ห่าง 20 กิโล เดินทางมา 20 บาท เดินทางกลับอีก 20  บาท  ถ้าพ่อแม่ขายปลาไม่ได้ เด็กต้องอยู่บ้าน เพราะไม่มีค่าเดินทาง  ไม่มีเงินกินอาหารเช้า  บางคนขาดเป็นบางวัน เพราะไม่มีชุดพละ  ในขณะที่ แจกเครื่องแบบนักเรียน ปูพรมไปทั้งประเทศ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิ<wbr />ตเกษตร บอกว่าไม่ต้อง เค้าซื้อเครื่องแบบให้ลูกได้ ครูก็รวบรวมเพื่อไปบริจาค  นี่คือสิ่งที่สะท้อนเรื่<wbr />องของมาตรการฝั่งอุปทาน     พวกเราต้องระวังอย่าตกหลุ<wbr />มพรางว่า งานของกสศ.ซ้ำซ้อน  จนขอตัดงบประมาณ แต่ความจริงมันคนละวง คนละภารกิจ ความตั้งใจของคณะกรรมการบริ<wbr />หารกสศ. กสศ.จะไม่ทำงานในสเกลใหญ่ แต่เราจะหามุมเล่น รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี<wbr />นี้ ซึ่งเป็นการทำงานวิจั<wbr />ยในแนวทางเดียวกับสิ่งที่กสศ. ทำอยู่ จึงเป็นจังหวะที่ดีมาก เพื่อทำความเข้าใจว่า ที่คุณทำอยู่ใช้เงินมาก เน้นการส่งเสริมโอกาสทางการศึ<wbr />กษาจากฝั่งผู้จัดการศึกษา  แต่กสศ.จะเข้ามาเสริม ใช้ข้อมูลความรู้  ทำให้ถูกที่ถูกทาง เน้นมาตรการที่ส่งเสริ<wbr />มโอกาสทางการศึกษา ตรงตามความต้องการที่แท้จริ<wbr />งของฝั่งผู้เรียนและครอบครัว ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มี<wbr />ประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล  กสศ.ทำที่ต้นเหตุ ไม่ทิ้งปัญหายากจนข้ามชั่วคน  ในขณะที่แจกเงินชิมชีอปใช้ จะหมด รุ่นต่อไปก็หมด”  ดร.ประสารกล่าว</div>
<div></div>
<div>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กสศ.ได้ร่วมประชุ<wbr />มหาแนวทางความร่วมมือทางวิ<wbr />ชาการกับศูนย์วิจัย (Abdul Latif Jameel Poverty Action Lab) J-PAL แห่งมหาวิทยาลัย MIT สาขาภูมิภาคอาเซียน ณ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อพัฒนากรอบแนวทางความร่วมมื<wbr />อเพื่อวิจัยประเมิ<wbr />นผลโครงการลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาของกสศ. ด้วยเครื่องมือนวัตกรรมการวิจั<wbr />ยเชิงทดลอง (Randomized Controlled Trials: RCT) ซึ่งเป็นแนวทางของนักวิจัยรางวั<wbr />ลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์ในปีนี้ โดยศูนย์วิจัย J-PAL จะคัดเลือกทีมนักเศรษฐศาสตร์<wbr />จากมหาวิทยาลัย MIT และ สถาบันวิชาการภาคี เพื่อมาสนับสนุนการทำงานวิจั<wbr />ยประเมินผลโครงการของ กสศ. ในประเทศไทย โดยอาจจะเริ่มทดลองในบ้างพื้นที่<wbr />ก่อนในปีการศึกษา 1/2563 นี้ เนื่องจากกสศ.มีงบประมาณที่จำกั<wbr />ดไม่สามารถดำเนินงานได้ทั้<wbr />งประเทศ การประเมินผลลักษณะนี้ จะช่วยให้มีผลการวิจัยที่มีคุ<wbr />ณภาพสูงเพื่อประกอบการตัดสิ<wbr />นใจปรับปรุงพัฒนามาตรการเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่ กสศ. และหน่วยงานภาคี หรือกำหนดทิศทางการทำงานของกสศ.<wbr />ว่าควรมุ่งทำงานในส่วนไหนก่อน ภายใต้งบประมาณที่จำกัด และทำอย่างไรให้งานของกสศ.<wbr />สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืนแท้<wbr />จริง คาดว่าจะได้เห็นรูปธรรมในช่<wbr />วงกลางปีหน้าที่ประเทศไทยจะได้<wbr />รับประโยชน์จากการทำงานของทีมนั<wbr />กเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลร่วมกั<wbr />บทีมนักวิจัยในประเทศไทยเพื่อพั<wbr />ฒนามาตรการเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาที่ กสศ. และ หน่วยงานภาคีดำเนินการอยู่ในปั<wbr />จจุบัน</div>
<div></div>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-8915" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา 
และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</pre>
<p style="text-align: left;">“กสศ. พยายามจะช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่<wbr />อมล้ำให้ตรงจุด โดยเฉพาะปัญหาในฝั่งอุปสงค์<wbr />ทางการศึกษา (Demand-side) ทั้งเรื่องการลดต้นทุนในการเข้<wbr />าสู่ระบบการศึกษา และการประเมินคุณค่าในการศึ<wbr />กษาต่อของผู้เรียนจากครอบครัวที่<wbr />ยากจน ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้เงินไม่<wbr />มาก แต่ผลการวิจัยจากนักเศรษฐศาสตร์<wbr />รางวัลโนเบลพบว่าได้ผลต่<wbr />อความเสมอภาคสูง (High-impact)  เช่น โครงการเงินอุดหนุนนักเรี<wbr />ยนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Tranfer: CCT) นั้นเด็กๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนไปจะต้องมี<wbr />เงื่อนไขตามเกณฑ์คือมาเรียนไม่<wbr />น้อยกว่า 80 % ซึ่งข้อมูลล่าสุดพบว่านักเรี<wbr />ยนยากจนพิเศษที่รับทุนกสศ.ไป มาเรียนครบตามเกณฑ์ 98  %  ส่วนอีก 2% กสศ.จะต้องไปติดตามว่าเด็กมีปั<wbr />ญหาอย่างไร  รวมถึงเรื่องดัชนีมวลกาย หรือ ค่า BMI ซึ่งมีอยู่ราว 2 แสนคน หรือราวร้อยละ 30 ที่ยังมีน้ำหนัก ส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่ 1.3 แสนคนสูงเกินมาตรฐาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. พยายามจะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาที่<wbr />ต้นทางให้ตรงจุดจากการนำงานวิจั<wbr />ยทางเศรษฐศาตร์ที่ได้รับรางวั<wbr />ลโนเบลมาเรียนรู้ และทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยในต่<wbr />างประเทศและในประเทศเพื่อช่<wbr />วยให้สังคม ผู้เสียภาษี มีความมั่นใจมากขึ้น ว่า กสศ. เราจะใช้เงินเหล่านั้นไปถึงตั<wbr />วเด็กเยาวชน และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสู<wbr />งสุดของเงินที่ได้รับมาทุกบาททุ<wbr />กสตางค์ที่ได้รับมาทั้งจากรั<wbr />ฐบาล และจากการบริ<wbr />จาคของภาคเอกชนและประชาชน” ดร.ไกรยสกล่าว</p>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์<wbr />การศึกษา กสศ .กล่าวว่า หลายๆ ประเทศได้นำเอาวิธีการสุ่มตั<wbr />วอย่างเพื่<wbr />อทำการทดลองในทางการศึกษา (Randomized Controlled Trials) มาใช้ แต่ก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้<wbr />างเนื่องจากผลลัพธ์ของการศึ<wbr />กษามีปัจจัยที่เกี่ยวข้<wbr />องหลายอย่าง ทั้งปัจจัยจากตัวนักเรียน โรงเรียน ครูผู้สอน ซึ่งจะมีความซับซ้อนมากกว่<wbr />าในทางวิทยาศาสตร์หรื<wbr />อทางการแพทย์ หรืออาจจะมีปั<wbr />ญหาการขยายผลเอาไปใช้ (External Validity) โดยได้ยกตัวอย่างกรณีที่ได้ผลดี<wbr />ชัดเจนคือองค์กร Pratham ของอินเดียซึ่งทำการอบรมครูผู้<wbr />สอนและอาสาสมัครเพื่อเข้<wbr />าไปสอนนักเรียนในกลุ่มที่<wbr />ยากจนและล้าหลังในการเรี<wbr />ยนโดยเฉพาะ ซึ่งปรากฎว่าได้ผลกระทบเชิ<wbr />งบวกที่สูงมาก มีการนำไปขยายผลต่<wbr />อในหลายประเทศ</p>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า มีกรณีที่น่าสนใจของสหรัฐอเมริ<wbr />กามีการทดลองเพื่อช่วยเหลือให้<wbr />ข้อมูลในเรื่องการสมัครเข้<wbr />ามหาวิทยาลัยให้เด็กนักเรี<wbr />ยนยากจนด้อยโอกาสแต่เรียนดีได้<wbr />เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่มี<wbr />คุณภาพดี พบว่าเป็นวิธีการที่ทดลองแล้<wbr />วได้ผล ทำให้เด็กยากจนสมัครเข้าเรี<wbr />ยนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสี<wbr />ยงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้มี<wbr />การขยายผลออกไปในระดับทั่<wbr />วประเทศ โดยองค์กร College Board ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ SAT ทั่วประเทศสหรัฐฯ กลับไม่พบผลกระทบเชิงบวกที่เด่<wbr />นชัด จึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนักว่<wbr />าบางครั้งการทดลองที่ได้<wbr />ผลอาจจะนำไปปฏิบัติไม่ได้ผลอย่<wbr />างที่คิดก็ได้ ขณะเดียวกันยังตัวอย่<wbr />างของแนวทางการพัฒนา Growth Mindset ให้กับนักเรียนระดับมัธยมต้นผ่<wbr />านทางระบบคอมพิวเตอร์ในสหรั<wbr />ฐอเมริกา พบว่าเป็นแนวทางที่ได้ผล นักเรียนมีทักษะดีขึ้น ทำคะแนนได้ดีขึ้น สามารถปรับตัวได้ในช่วงสั้นๆ โดยใช้ต้นทุนไม่สูง แต่อาจจะไม่ได้ส่งผลที่รุ<wbr />นแรงพอหากเทียบกับการทำผ่านห้<wbr />องเรียนหรือบุคคลจริงๆ ซึ่งก็อาจจะเป็นข้อจำกัดที่<wbr />ควรคำนึงถึง</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8916" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์<wbr />การศึกษา กสศ.</pre><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1fnov2019/">ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
