<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Gender and Sexuality Alliance | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/gender-and-sexuality-alliance/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2021 06:56:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Gender and Sexuality Alliance | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์ครู-นักเรียน เมื่อต้องเรียนออนไลน์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-designing-survey-better-connect-students/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 29 Jul 2021 06:56:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้ : Covid-19]]></category>
		<category><![CDATA[Emma Chiappetta]]></category>
		<category><![CDATA[Gender and Sexuality Alliance]]></category>
		<category><![CDATA[GSA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=43904</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อการเรียนออนไลน์กลายเป็นรูปแบบหลักของการเรียนการสอน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-designing-survey-better-connect-students/">แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์ครู-นักเรียน เมื่อต้องเรียนออนไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เมื่อการเรียนออนไลน์กลายเป็นรูปแบบหลักของการเรียนการสอนทั่วโลกในช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จึงมีผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารจัดการภายในห้องเรียนคิดหาวิธีสร้างแบบสำรวจ ออกแบบคำถามสนุกแกมจริงจังอย่างสมดุล เพื่อใช้ค้นหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวตนของนักเรียนแต่ละคน เป็นการสร้างความความเข้าใจและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างนักเรียนและคุณครู สู่ผลลัพธ์การเรียนการสอนที่มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น  </strong></p>



<p>แน่นอนว่า เมื่อภาคการศึกษาใหม่เริ่มขึ้น ในคาบเรียนแรก ระหว่างครูกับนักเรียนมักมีการพูดคุยแนะนำตัว ถามคำถามอย่าง &#8220;เธอชอบสีอะไร&#8221; หรือ &#8220;เพลงโปรดของเธอคือเพลงอะไร&#8221; หรือคำถามทั่วไปอื่นๆ เพื่อทำความรู้จักกัน แต่ดูเหมือนว่าในภาวะไม่ปกติเช่นนี้ การเรียนการสอนออนไลน์ได้ทำให้ขั้นตอนที่แสนสำคัญนี้ถูกลดทอนออกไปในวันเปิดภาคเรียนใหม่&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d23a8b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/16-แปล-แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ดังนั้น เพื่อช่วยให้ครูสามารถทำความรู้จักและเข้าใจนักเรียนได้มากยิ่งขึ้น การใช้แบบสำรวจที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นหนึ่งตัวช่วยที่ดีสำหรับครู โดยเอ็มม่า เชียพเพ็ตตา (Emma Chiappetta) ผู้ทำงานด้านการออกแบบสำรวจให้กับองค์การหลายแห่งกล่าวว่า การออกแบบสำรวจที่บรรจุคำถามซึ่งผ่านการคัดสรร การผสมผสานความหนักเบาของคำถามได้อย่างพอเหมาะลงตัว จะทำให้ผู้ออกแบบสอบถามสามารถเก็บข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อย่างในกรณีของครู การเข้าถึงข้อมูลด้านลึกของนักเรียนจะทำให้สามารถวางแนวทางและออกแบบการสอนได้อย่างเหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน</p>



<p>ครั้งนี้เชียพเพ็ตตาได้แบ่งปันประสบการณ์การออกแบบสอบถาม ซึ่งตนใช้เพื่อทำความรู้จักและสร้างสัมพันธภาพกับนักเรียนที่เข้ามาร่วมกลุ่มสหพันธ์เพศและเพศสภาพ (Gender and Sexuality Alliance &#8211; GSA) ซึ่งเป็นโครงการเรียนรู้พิเศษ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เด็กเรียนรู้ เข้าใจ ยอมรับ และเคารพ เพศสภาพและความแตกต่างหลากหลายทางเพศของคนในสังคม&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b9770f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/16-แปล-แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>เชียพเพ็ตตาได้ประมวลและสรุปออกมาเป็น<strong>คำแนะนำ </strong><strong>11</strong><strong> ข้อที่ &#8220;ควร&#8221; และ &#8220;ไม่ควร&#8221; ทำสำหรับการทำแบบสอบถาม เพื่อให้ครูได้ทำความรู้จักกับบรรดานักเรียนของตนเอง&nbsp;</strong></p>



<p><strong>1. </strong><strong>ควรทำ :</strong> ถามชื่อที่นักเรียนอยากให้ครูเรียก โดยในทางจิตวิทยา การถามชื่อในลักษณะนี้เป็นการแสดงให้เห็นว่าครูกำลังเคารพและให้เกียรติในความเป็นตัวตนของเด็กคนนั้น ซึ่งหมายรวมถึงเพศสภาพของเด็กด้วย ช่วยให้ครูสามารถวางแผนการสื่อสารกับเด็กกลุ่มนี้ได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถออกเสียงชื่อเรียกของเด็กคนนั้นได้อย่างถูกต้อง&nbsp;</p>



<p><strong>2. </strong><strong>ไม่ควรทำ :</strong> อย่าใช้คำถามแบบที่ต้องมีกรอบตัวเลือกให้เลือก เพราะเป็นการปิดกั้นความคิดเด็กจนเกินไป&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c18128"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/16-แปล-แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>3. </strong><strong>ควรทำ :</strong> ครูควรร่วมทำแบบสอบถามด้วย คือทำพร้อมกันกับเด็ก และแสดงคำตอบให้เด็กได้ดู เพื่อให้เด็กทำความรู้จักครูด้วยเช่นกัน หรือในกรณีที่เป็นเด็กระดับประถม จะยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เด็กทำแบบสอบถามได้เป็นอย่างดี&nbsp;</p>



<p><strong>4.</strong><strong>ไม่ควรทำ :</strong> อย่าใช้คำถามที่แม้แต่ครูเองก็ยังไม่อยากตอบ หรือเปิดเผย&nbsp;</p>



<p><strong>5. </strong><strong>ควรทำ :</strong> ใช้คำถามที่ช่วยให้เข้าใจถึงค่านิยม และสิ่งที่เด็กให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก อะไรเป็นสิ่งที่เด็กทุ่มเทแรงกายแรงใจพยายาม โดยตัวอย่างของคำถาม เช่น &#8220;อะไรเป็นสิ่งแรกที่หนูคิดถึงหลังจากตื่นนอนเมื่อเช้านี้&#8221;&nbsp; อาจเป็นคำถามง่ายๆ สบายๆ แต่คำตอบจะมีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการสอนของครูต่อนักเรียน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a162e0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/16-แปล-แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>6. </strong><strong>ไม่ควรทำ :</strong>&nbsp; อย่ามุ่งแต่คำถามที่จริงจังเกินไป กล่าวคือ ต้องไม่ใช่คำถามที่รวบรวมเฉพาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเด็กเท่านั้น เพราะแบบสอบถามลักษณะนี้อาจทำให้เด็กรู้สึกเบื่อหรือเหนื่อยล้าได้ ลองสอดแทรกคำถามสบายๆ ที่ถามถึงความชอบ-ไม่ชอบ กิจกรรม และงานอดิเรก หรือเป็นคำถามสนุกๆ เกี่ยวกับตัวเด็กเอง</p>



<p><strong>7. </strong><strong>ควรทำ :</strong> ถามคำถามที่ช่วยให้ครูเข้าใจวิธีการเรียนของนักเรียน เพื่อครูสามารถแยกแยะและจัดลำดับการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าการถามคำถามเกี่ยวกับการเรียนอาจทำให้เด็กเบื่อ แต่ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับครูเช่นกัน เคล็ดลับคือ ถามคำถามที่เป็นรูปธรรมชัดเจน เพื่อให้นักเรียนใคร่ครวญถึงประสบการณ์การเรียนที่ผ่านมา เช่น &#8220;อะไรคือสิ่งล่าสุดที่นักเรียนได้รู้เมื่ออยู่นอกโรงเรียน แล้วนักเรียนไปรู้เรื่องเหล่านั้นได้อย่างไร&#8221;&nbsp; โดยคำถามลักษณะนี้จะเปิดโอกาสให้เด็กได้แบ่งปันความรู้และเปิดเผยตัวเอง ขณะเดียวกัน ทำให้ครูได้เห็นว่าเด็กคนนี้มีวิธีการเรียนรู้อย่างไร&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b85d8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/07/16-แปล-แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>8. </strong><strong>ควรทำ :</strong> เด็กแต่ละคนมีบุคลิกลักษณะนิสัยไม่เหมือนกัน บางคนขี้อาย บางคนกล้าแสดงออก ดังนั้น ควรออกแบบสอบถามที่มีการเปิดพื้นที่ให้เด็กได้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับตนเองมากขึ้น&nbsp; โดยมากคำถามแนวนี้มักอยู่ปิดท้ายแบบสอบถาม เช่น&nbsp; &#8220;มีอะไรอื่นอีกไหมที่ครูควรรู้ เพื่อช่วยสนับสนุนการเรียนของเธอ&#8221;&nbsp; โดยเชียพเพ็ตตาอธิบายว่า คำถามลักษณะนี้จะเปิดโอกาสให้ครูได้สนทนากับเด็ก</p>



<p><strong>9. </strong><strong>ไม่ควรทำ :</strong> อย่าสั่งให้เด็กต้องตอบแบบสอบถามให้ครบทุกข้อ แต่บอกเป็นเชิงขอความร่วมมือตอบให้ครบแทน&nbsp;</p>



<p><strong>10.</strong><strong> ควรทำ :</strong> ครูต้องแสดงให้เด็กเห็นว่า ครูได้อ่านแบบสอบถามของเด็กทุกคน โดยอาจเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กเขียนส่งมาลงไปด้วย&nbsp;</p>



<p><strong>11 ไม่ควรทำ :</strong> อย่าเพิกเฉยต่อความคิดเห็น หรือคำตอบที่เด็กๆ เขียนส่งมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเพลงที่ชอบ หรือชื่อเล่น เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ที่ช่วยให้ครูสามารถเชื่อมโยง หรือสานสายสัมพันธ์กับเด็กได้แน่นแฟ้นมากขึ้น </p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.edutopia.org/article/designing-survey-better-connect-students" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Designing a Survey to Better Connect With Students</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-designing-survey-better-connect-students/">แนะกลยุทธ์สานสัมพันธ์ครู-นักเรียน เมื่อต้องเรียนออนไลน์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
