<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>FSQL | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/fsql/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 07 Nov 2025 10:14:01 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>FSQL | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ข่าวไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น : สัญญาณเตือนให้เราตรวจสุขภาพโรงเรียนทั้งประเทศ แล้วเครื่องมืออะไร ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นระบบ ?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-081125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 10:09:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[สนามเด็กเล่น]]></category>
		<category><![CDATA[ไฟดูด]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Zero Dropout ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[FSQL]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97378</guid>

					<description><![CDATA[<p>เหตุการณ์เด็กชายวัย 5 ขวบเสียชีวิตจากไฟดูดขณะเล่นในสนาม [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-081125/">ข่าวไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น : สัญญาณเตือนให้เราตรวจสุขภาพโรงเรียนทั้งประเทศ แล้วเครื่องมืออะไร ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นระบบ ?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เหตุการณ์เด็กชายวัย 5 ขวบเสียชีวิตจากไฟดูดขณะเล่นในสนามเด็กเล่นที่จังหวัดบุรีรัมย์<br>ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็น “สัญญาณเตือน” ที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความปลอดภัยในโรงเรียนไทย<br>จากระบบไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพ อาคารเรียนที่เก่า และงบซ่อมบำรุงที่ไม่เพียงพอ</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ข้อมูลเพื่อการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ</strong></h4>



<p>สถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. มีเครื่องมือ ซึ่งเป็นกรอบมาตรฐานขั้นพื้นฐานในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของโรงเรียน Fundamental School Quality Levels (FSQL) <strong>)</strong> ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ “ตรวจสุขภาพโรงเรียน” อย่างเป็นระบบ&nbsp; ช่วยให้หน่วยงานและโรงเรียนสามารถประเมินคุณภาพทรัพยากรการศึกษาที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนรู้ของโรงเรียน&nbsp; และระบุความเสี่ยงทางกายภาพที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ&nbsp; ใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่</p>



<ol type="1">
<li style="font-size:16px">ภาวะผู้นำของผู้บริหารโรงเรียน</li>



<li style="font-size:16px">คุณภาพครูและการเรียนการสอน</li>



<li style="font-size:16px">ผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน</li>



<li style="font-size:16px">ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อมการเรียนรู้</li>
</ol>



<p>เครื่องมือนี้ช่วยให้โรงเรียนเห็น “ข้อมูลจริง” ของตนเอง เพื่อจัดลำดับความสำคัญและแก้ปัญหาได้ตรงจุด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89a610"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1107_ไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dcb7fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1107_ไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัญหาเชิงโครงสร้างของความปลอดภัยในโรงเรียน</strong></h4>



<p>ข้อมูลจากโรงเรียนหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท แสดงให้เห็นว่า ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา และอาคารเรียน มีอายุการใช้งานยาวนานหลายทศวรรษ โดยไม่ได้รับการปรับปรุงตามมาตรฐานความปลอดภัยสมัยใหม่ การสึกหรอของระบบไฟฟ้าจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุภายในโรงเรียน</p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>กรณีศึกษา: โรงเรียนวัดหนองอ้อ จ.ราชบุรี</strong></h4>



<p>โรงเรียนแห่งนี้ไม่เคยปรับปรุงระบบไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 2516จนเกิดเหตุไฟไหม้ห้องสมุดจากสายไฟเสื่อมสภาพ<br>เมื่อเข้าร่วมโครงการ ราชบุรีZero Dropout และใช้เครื่องมือ FSQL ตรวจสุขภาพโรงเรียน<br>ข้อมูลที่ได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญในการจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ</p>



<p>“ระบบไฟฟ้าของโรงเรียนไม่เคยถูกปรับปรุงเลยนับตั้งแต่ก่อสร้างอาคารมาตั้งแต่ปี 2516 ทำให้เสื่อมสภาพและเต็มไปด้วยความเสี่ยงต่อการลัดวงจรหรือไฟไหม้ ความกังวลของเราคือความปลอดภัยของเด็ก ๆ และครูทุกคน เพราะเคยเกิดเหตุไฟไหม้ที่ห้องสมุดมาแล้ว โชคดีที่พบและดับเพลิงได้ทันเวลา แต่เหตุการณ์นั้นทำให้ตระหนักว่าโรงเรียนต้องได้รับการซ่อมระบบไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน” อัมพรกัญ บัวครอง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองอ้อ (ธรรมธรใยประชาสามัคคี) อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี &nbsp;&nbsp;ย้อนภาพเหตุการณ์ .</p>



<p>สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอบ้านโป่ง ที่ได้มาตรวจสอบและย้ำว่า ระบบไฟฟ้าของโรงเรียนเสื่อมสภาพและหมดอายุการใช้งานจริง ต้องซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน .</p>



<p>ระบบไฟฟ้าเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของโรงเรียน หากบกพร่อง ไม่เพียงทำให้การเรียนการสอนสะดุดลง แต่ยังอาจพรากความปลอดภัยและชีวิตของเด็ก ๆ ได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e96fba"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1107_ไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การใช้ข้อมูลและเครื่องมือ FSQL เพื่อวินิจฉัยปัญหา</strong></h4>



<p>โรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการจัดสรรทรัพยากรเพื่อปรับปรุงสถานศึกษา ภายใต้โครงการ ราชบุรี Zero Dropout ทดลองใช้กรอบมาตรฐานขั้นพื้นฐานในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของโรงเรียน (Fundamental School Quality Levels: FSQL) ที่ สพฐ. และ กสศ. ร่วมจัดเก็บข้อมูลทรัพยากรโรงเรียนและวิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญปัญหาทรัพยากร เพื่อจัดทำแผนพัฒนาโรงเรียนร่วมกับผู้อำนวยการของโรงเรียนในโครงการตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา</p>



<p>ภาพความหวาดกลัวเหล่านั้นได้ถูกสะท้อนออกมาเป็นข้อมูลที่วัดได้ จนนำไปสู่การจัดสรรเงินบริจาคจาก บมจ. แสนสิริ เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงระบบไฟฟ้าของโรงเรียน ระบบไฟฟ้าใหม่และปลอดภัยทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมั่นใจขึ้น คุณครูและผู้ปกครองก็รู้สึกโล่งใจว่าสภาพแวดล้อมของโรงเรียนปลอดภัยมากขึ้นจริง ๆ .</p>



<p><strong>แม้โรงเรียนมีความขาดแคลนหลายเรื่อง อาทิ รั้วด้านหลังโรงเรียน คอมพิวเตอร์ รวมถึงสนามเด็กเล่น แต่เมื่อจัดลำดับความสำคัญ สิ่งแรกที่โรงเรียนเลือกคือระบบไฟฟ้า เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยและเป็นปัญหาที่ค้างคามานาน</strong></p>



<p></p>



<p><strong>FSQL เป็นมากกว่าเครื่องมือประเมินคุณภาพ<br></strong>แต่คือ “ข้อมูลเพื่อความเสมอภาค” ที่ทำให้การช่วยเหลือโรงเรียนขาดแคลนเป็นไปอย่างแม่นยำและยั่งยืน<br>เพราะความเสมอภาคทางการศึกษาเริ่มจากการรู้ว่า “โรงเรียนไหนต้องได้รับการช่วยเหลือก่อน”</p>



<p><strong>ข้อมูลจาก FSQL ช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดลำดับความสำคัญของปัญหาได้อย่างมีหลักฐานรองรับ และสะท้อนให้หน่วยงานภายนอกเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการซ่อมแซมระบบไฟฟ้า แทนที่จะเป็นการพิจารณางบประมาณแบบกระจายเท่าเทียมโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยง</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6b6560"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1107_ไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>บทบาทของ กสศ. ในการขับเคลื่อนความร่วมมือ</strong></h4>



<p>กสศ. ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางทางความรู้และข้อมูล” ที่เชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนเข้าด้วยกัน เพื่อนำข้อมูลจาก FSQL มาใช้วางแผนปรับปรุงโรงเรียนที่มีความเสี่ยงสูงสุด <strong>ในกรณีนี้ บมจ. แสนสิริ ได้เข้าร่วมสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมระบบไฟฟ้าใหม่ทั้งโรงเรียน</strong> ผลลัพธ์คือระบบไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย เด็ก ๆ กลับมาใช้พื้นที่สนามเด็กเล่นและห้องเรียนได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง</p>



<p><strong>กรณีดังกล่าวสะท้อน ว่า “ข้อมูลและความร่วมมือข้ามภาคส่วน” เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ไม่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่สร้างต้นแบบของระบบที่ตรวจสอบได้ และขยายผลต่อไปในระดับประเทศ</strong><strong></strong></p>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>4 บทเรียนเชิงนโยบาย</strong></h4>



<p>เหตุการณ์ไฟดูดในสนามเด็กเล่นและการปรับปรุงระบบไฟฟ้าที่โรงเรียนวัดหนองอ้อ นำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญดังนี้</p>



<ul>
<li style="font-size:16px">ควรมีระบบตรวจสุขภาพโรงเรียนเป็นประจำทุกปี ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้</li>



<li style="font-size:16px">การจัดสรรงบประมาณด้านโครงสร้างพื้นฐานสามารถใช้ข้อมูลจาก FSQL เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด</li>



<li style="font-size:16px">ภาคเอกชนสามารถมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุน CSR ที่อิงข้อมูล ( Data-Driven CSR ) เพื่อแก้ปัญหาเชิงระบบร่วมกับรัฐ</li>



<li style="font-size:16px">ควรบูรณาการข้อมูล FSQL เข้ากับระบบสารสนเทศการศึกษาระดับชาติ เพื่อใช้ในการวางแผนเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง</li>
</ul>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-273164"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1107_ไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-41b36e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1107_ไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>หมายเหตุ</strong></p>



<p>โครงการจัดสรรทรัพยากรเพื่อปรับปรุงสถานศึกษา ภายใต้ โครงการ Zero Dropout ราชบุรี<br>ดำเนินการโดย กสศ. ร่วมกับ สพฐ. ทดลองใช้กรอบ FSQL เก็บข้อมูลจาก 164 โรงเรียนในพื้นที่ เพื่อจัดลำดับความสำคัญด้านทรัพยากรการศึกษา และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนในการพัฒนาโรงเรียนอย่างยั่งยืน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-081125/">ข่าวไฟดูดกลางสนามเด็กเล่น : สัญญาณเตือนให้เราตรวจสุขภาพโรงเรียนทั้งประเทศ แล้วเครื่องมืออะไร ที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างเป็นระบบ ?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>มองศักยภาพการศึกษาไทยผ่านรายงานเวิลด์แบงก์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-11-12-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2020 09:32:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Fundamental School Quality Level]]></category>
		<category><![CDATA[Global Competence]]></category>
		<category><![CDATA[FSQL]]></category>
		<category><![CDATA[Human Capital Index]]></category>
		<category><![CDATA[HCI]]></category>
		<category><![CDATA[Dr.Ronald Mutasa]]></category>
		<category><![CDATA[Strengthening the Foundation for Education Success in Thailand - PISA 2018]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรันย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24836</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาสำคัญ คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-11-12-20/">มองศักยภาพการศึกษาไทยผ่านรายงานเวิลด์แบงก์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ปัญหาสำคัญ คือเรื่องของความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่มีความพร้อมทางทรัพยากร บุคลากร การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ บรรยากาศของการเรียนที่ทำให้นักเรียนไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (belong) ของโรงเรียน ปัญหาการกลั่นแกล้ง (bullying) สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน บ้าน  ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน</p></blockquote>
<p>วันก่อนธนาคารโลก สำนักงานประเทศไทย ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรายงานสองฉบับ คือรายงานดัชนีทุนมนุษย์ 2020 (Human Capital Index &#8211; HCI) โดยเฉพาะในส่วนของประเทศไทย และได้นำเสนอรายงานเรื่อง Strengthening the Foundation for Education Success in Thailand &#8211; PISA 2018 ซึ่งเป็นการนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล PISA ของประเทศไทย โดยเฉพาะในส่วนของปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา การจัดสรรทรัพยากร การกระจายตัวของครู ในกรณีของประเทศไทย โดยมีวิทยากรผู้นำเสนอจากธนาคารโลก คือ Dr.Ronald Mutasa (ประเด็น HCI) และ ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ (PISA 2018)  และได้เชิญ ตัวผมและผู้แทนจาก UNICEF และจาก จุฬาลงกรณ์ฯ มาร่วมพูดคุย เห็นว่ามีบางประเด็นน่าสนใจ เลยจะขอเล่าให้ฟังกันครับ</p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-24813" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">*** Human Capital Index 2020 ***</span></p>
<p>ในส่วนของรายงาน Human Capital Index 2020 นับเป็นปีที่ 2 ที่ทางธนาคารโลกได้จัดทำรายงานนี้ขึ้นมา (ครั้งแรกในปี 2018) เพราะทำการวิเคราะห์ว่า ประเทศต่างๆ ในโลก มีระดับของดัชนีทุนมนุษย์เท่าไร โดยมีดัชนีง่ายๆ แค่สามด้าน คือ 1.ด้านการรอดชีวิต (อัตราการรอดชีวิตของเด็กอายุ 5 ขวบ, อัตราการรอดชีวิตของผู้ใหญ่อายุ 15-60 ปี)  2.สุขภาพ (สัดส่วนเด็กอายุ 5 ขวบที่ไม่แคระเกร็น) และ 3.การศึกษา (จำนวนปีที่ได้เรียนในโรงเรียน คะแนนสอบมาตรฐานระดับนานาชาติ) ซึ่งกรณีของประเทศไทยมี HCI เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย คือจาก 0.58 เป็น 0.6 ซึ่งเขาให้ความหมายว่า 0.6 หมายถึง เด็กที่เกิดในประเทศไทยนั้นเมื่อมีอายุ 18 ปี จะสามารถบรรลุระดับของทุนมนุษย์ได้สูงสุดประมาณ 60% ของศักยภาพที่เขาสามารถเป็นได้ พิจารณาจากสภาพแวดล้อมทางสุขภาพ และทางการศึกษาของประเทศ</p>
<p>ในขณะที่สิงคโปร์มี HCI 0.88 หมายถึง เด็กที่เกิดในสิงคโปร์ในวันนี้ จะสามารถมีโอกาสบรรลุศักยภาพของตนเองได้ถึง 88% เมื่อเขามีอายุ 18 ปี โดยในภาพรวมประเทศสิงคโปร์มีค่าดัชนีทุนมนุษย์สูงสุดในโลก ส่วนในภูมิภาคเรา เวียดนาม บรูไน ก็มีคะแนนสูงกว่าไทย กลุ่มประเทศ CLM จะอยู่กลุ่มท้ายสุด</p>
<p><a href="https://www.facebook.com/pumsaran/posts/10101667081906320" target="_blank" rel="noopener noreferrer">สัมภาษณ์เรื่องดัชนีทุนมนุษย์ (Human Capital Index)</a> (เคยเขียนไว้เมื่อสองปีที่แล้ว ปีนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนมากนัก)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24840" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/a-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>ที่น่าสนใจคือในกรณีของประเทศไทยที่แม้จะมี HCI สูงขึ้น แต่ปัจจัยด้านการศึกษา กลับเป็นปัจจัยที่มีระดับลดลง ทั้งในเรื่องของจำนวนปีการศึกษาในระดับปฐมวัย (Pre-primary)และมัธยมต้น (Lower-Secondary)  มีประเด็นน่าสนใจนิดหน่อยที่ทาง World Bank พยายามคำนวณเปรียบเทียบค่าคะแนนมาตรฐานการสอบของหลายประเทศมาไว้ด้วยกันให้เทียบกันได้ เรียกว่า Harmonized Test Score (เช่น ประเทศที่ไม่เคยเข้าสอบ PISA เขาก็จะแปลงคะแนนอื่นๆ ให้อยู่ใน scale ที่พอจะเอามาเทียบได้) ทำให้เราได้เห็นคะแนนของประเทศที่เราไม่ค่อยได้เห็น เช่น พม่า เขมร ลาว มาเปรียบเทียบด้วย ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะเขาบอกว่าเขมรทำคะแนนได้ดีทีเดียว ทำคะแนนได้ดีกว่าไทย พม่ากับไทยสูสีกัน แต่ ลาว ยังห่างอยู่ แต่ก็อยู่ในระดับแถวๆ ฟิลิปปินส์  ก็เป็นตัวเลขที่น่าสนใจดี (แต่จะจริงหรือไม่ก็แล้วแต่จะคิด คงอยู่ที่หลักการทางเทคนิคที่เขาเอาคะแนนมาแปลงเพื่อเปรียบเทียบกัน)</p>
<p>[ระดับคะแนนสอบมาตรฐานของประเทศอาเซียน มีดังนี้ สิงคโปร์ (575) เวียดนาม (519) กัมพูชา (452) มาเลเซีย (446)  บรูไน (438) ไทย (427) พม่า (425) อินโดนีเซีย (395) ลาว (368) ฟิลิปปินส์ (362)]</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">***PISA 2018 Report***</span></p>
<p>ในส่วนของรายงาน PISA 2018 ได้มีการเอาสถิติจาก PISA ของนักเรียนไทย มาวิเคราะห์ในหลาย ๆ ประเด็น พบว่า<strong>ปัญหาสำคัญ คือ เรื่องของความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่มีความพร้อมทางทรัพยากร บุคลากร การเรียนการสอนที่มีคุณภาพ บรรยากาศของการเรียนที่ทำให้นักเรียนไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (</strong><strong>belong) </strong><strong>ของโรงเรียน ปัญหาการกลั่นแกล้ง (bullying) </strong><strong>สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน บ้าน  ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน รวมไปถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงอุปกรณ์ ICT, Digital Device </strong><strong>ต่างๆ</strong> ซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ทำให้ต้องมีการเรียนทางไกล</p>
<p>ซึ่งทางธนาคารโลกได้สรุปข้อเสนอออกมาเป็นสามประเด็นสำคัญๆ คือ 1. สนับสนุนให้โรงเรียนมีบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะในโรงเรียนด้อยโอกาส 2. พัฒนาวิธีการสอน และการจัดการในชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เวลาเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. สร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนที่ปลอดภัย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสถานศึกษา</p>
<p>อ่านรายงานได้ที่ <a href="http://documents1.worldbank.org/curated/en/683311593415205230/pdf/Thailand-Programme-for-International-Student-Assessment-PISA-2018-Country-Report.pdf?fbclid=IwAR0DV4FHz5_NL6C4HRe3BkPWiWPyI1-wIvZkt60_feRe9-YZ_FPEdHuOa_w" target="_blank" rel="noopener noreferrer">PISA 2018 Programme for International Student Assessment</a></p>
<p>ระยะเวลาที่ผ่านมา กสศ. ก็ได้มีความร่วมมือทางวิชาการกับธนาคารโลกและ สพฐ.ในเรื่องของการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้เพียงพอทั่วถึง ภายใต้ชื่อโครงการ Fundamental School Quality Level (FSQL) ซึ่งจะเป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดทำแผนที่ เก็บข้อมูลด้านทรัพยากรของโรงเรียน เพื่อที่จะให้เห็นความขาดแคลน การเข้าถึงทรัพยากรของแต่ละโรงเรียนและทำให้ทาง สพฐ. ได้มีมาตรการสนับสนุนที่เหมาะสมลงไปได้ต่อไป  ซึ่งธนาคารโลกได้เคยทำการสำรวจในโครงการนี้กับประเทศเวียดนาม และสามารถผลักดันให้รัฐบาลเวียดนามปรับระบบการจัดสรรทรัพยากรให้สามารถไปสนับสนุนโรงเรียนได้อย่างมีมาตรฐานอย่างน้อยในระดับขั้นต่ำ มากขึ้น  (อาจจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยพัฒนาการศึกษาของเวียดนาม)</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24841" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/b-8-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">** PISA 2018 Global Competence ** </span></p>
<p><strong>ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา PISA </strong><strong>เพิ่งเปิดเผยรายงานผลการวิเคราะห์เรื่อง Global Competence </strong><strong>ของนักเรียนจากทั่วโลก และผมได้ลองเอามานั่งวิเคราะห์ดู เห็นว่าน่าสนใจ จึงนำไปแชร์ในวงธนาคารโลกด้วย ปัญหาที่นักวิจัยจากธนาคารโลกมองเห็นคือนักเรียนไทยมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (belonging) </strong><strong>กับโรงเรียนน้อย อาจจะเกือบต่ำที่สุดในโลก เป็นปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง&#8230; แต่เป็นเพราะอะไร ถ้าหากติดตามปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียนในช่วงที่ผ่านมาก็จะเห็นได้ว่าพวกเขาก็พยายามจะสะท้อนเรื่องพวกนี้ออกมาเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลงโทษแบบเกินขอบเขต การกลั่นแกล้งในโรงเรียน และปัญหาอื่นๆ  ซึ่งหลายๆ ประเด็นก็ได้สะท้อนออกมาในรายงานของ PISA Global Competence </strong><strong>เช่นกัน </strong></p>
<p><strong>จากการเก็บข้อมูลพบว่าถึงแม้ว่าเด็กไทยอาจจะไม่ใช่กลุ่มที่มีความรู้สูง หรือทำคะแนนสอบได้ดีนัก (ทำการทดสอบ PISA Global Competency ได้อันดับ 20 จาก 26 ประเทศที่เข้าร่วมทดสอบ) แต่ก็เป็นกลุ่มที่ใส่ใจในเรื่องปัญหาสังคมสูงกว่านักเรียนจากหลายๆ ประเทศ ที่น่าสนใจคือเป็นกลุ่มที่นิยมใช้ Facebook/Twitter สูงที่สุดในโลก (อันดับ 1 จาก 66 ประเทศ) มองตนเองว่าเป็นพลเมืองโลก (สูงเป็นอันดับ 13 จาก 66 ประเทศ) ใส่ใจต่อประเด็นเช่นความเหลื่อมล้ำทางเพศ (อันดับ 6 จาก 66 ประเทศ)  ร่วมในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม (อันดับ 10 จาก 66 ประเทศ) คิดว่าตนสามารถแก้ปัญหาแก่โลกได้ (อันดับ 14 จาก 66 ประเทศ)</strong></p>
<p>ส่วนจุดด้อยของเยาวชนไทยคือความเข้าใจเห็นใจต่อคนที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากตนในระดับที่ต่ำมากในเกือบทุกดัชนี  (อันดับ 65 จาก 66 ประเทศ) ไม่ให้คุณค่าในวัฒนธรรมความเชื่อของคนที่มีความเชื่อหรือวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป (อันดับ 66 อันดับสุดท้าย) ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ น่าจะเอาจุดแข็งหรือจุดอ่อนตรงนี้ของเยาวชนไทย มาใช้ในการพัฒนาการศึกษาได้เหมือนกัน (เช่นถ้าเด็กนักเรียนสนใจเรื่องประเด็นทางสังคม ก็นำพาให้เขาได้ลงไปศึกษาเชื่อมโยงกับประเด็นอื่นๆ ที่สามารถทำได้ จะได้มีความสุขในการเรียนมากขึ้น ส่งเสริมในเรื่อง empathy ทำให้เข้าใจเห็นใจคนที่มาจากต่างวัฒนธรรมความเชื่อมากขึ้น ซึ่งหลายโรงเรียนที่ค่อนข้างก้าวหน้าก็ได้ลงมือทำบ้างแล้ว)</p>
<p>จริงๆ การสำรวจนี้ทำขึ้นในช่วงสองปีที่แล้ว แต่ผลก็ดูจะสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศอยู่เหมือนกัน</p>
<p><figure id="attachment_24849" aria-describedby="caption-attachment-24849" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24849 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/7.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/7.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/7-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24849" class="wp-caption-text">ดัชนีความแตกต่างของความขาดแคลนทรัพยากรในโรงเรียนและการขาดแคลนบุคลากร (ความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนที่มีฐานะดีและยากจน)</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24850" aria-describedby="caption-attachment-24850" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24850 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/6.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/6.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/6-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24850" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน (Belong) ที่ต่ำในระดับท้ายๆ ของโลก</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24851" aria-describedby="caption-attachment-24851" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24851 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/3-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/3-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/3-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24851" class="wp-caption-text">ผลของ PISA 2018 ด้าน Global Competence ของไทย มีประเทศเข้าร่วม 66 ประเทศ</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24853" aria-describedby="caption-attachment-24853" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24853 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/4-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/4-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/4-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24853" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีการเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อความเสมอภาคทางเพศ (แกน Y) และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (แกน X) สูง เทียบกับหลายๆ ประเทศ</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24854" aria-describedby="caption-attachment-24854" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24854 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/1-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/1-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/1-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24854" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยคิดว่าตนเองเป็นพลเมืองโลก อยู่ในระดับต้น ๆ (แกน Y) และเชื่อว่าตนเองสามารถทำอะไรบางอย่างเพื่อแก้ปัญหาให้แก่โลกได้ (แกน X)</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24855" aria-describedby="caption-attachment-24855" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24855 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/8.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/8.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/8-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24855" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีการใช้ Facebook/Twitter สูงที่สุดในโลก และติดตามประเด็นทางสังคมอื่นๆ ของโลกในระดับที่สูงพอสมควร</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24857" aria-describedby="caption-attachment-24857" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24857 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/10.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/10.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/10-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24857" class="wp-caption-text">อย่างไรก็ตาม นักเรียนไทยมีคะแนนสอบวัดผลในเรื่องเกี่ยวกับความรู้เรื่องต่างๆ ในโลกน้อย และมีความตระหนักเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างวัฒธรรมต่ำ</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24859" aria-describedby="caption-attachment-24859" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24859 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/5-1.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/5-1.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/5-1-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24859" class="wp-caption-text">คะแนนสอบมาตรฐานระดับนานาชาติ (ที่ WB พยายามเอาคะแนนหลายๆ กลุ่มมาทำให้เป็นมาตรฐานที่เทียบกันได้) พบว่าในอาเซียน นอกจากสิงค์โปร์ กับ เวียดนาม ที่รู้กันว่ามีคะแนนสูงแล้ว กัมพูชา กับ พม่า ก็ยังทำคะแนนได้ดีทีเดียว โดยสูงพอๆ กับกลุ่ม ไทย มาเลเซีย บรูไน ส่วน ลาว ฟิลิปปินส์ ยังอยู่ท้ายสุดในอาเซียน</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24860" aria-describedby="caption-attachment-24860" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24860 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/2-2.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/2-2.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/2-2-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24860" class="wp-caption-text">ความสัมพันธ์ระหว่าง ดัชนีทุนมนุษย์ กับ ค่า GDP ต่อหัวของประเทศ สิงคโปร์สูงที่สุดในโลก เวียดนามมีดัชนีที่สูงกว่าไทย ไทยอยู่พอๆ กับมาเลเซีย บรูไน</figcaption></figure></p>
<p><figure id="attachment_24861" aria-describedby="caption-attachment-24861" style="width: 640px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24861 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/9.jpg" alt="" width="640" height="398" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/9.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/9-300x187.jpg 300w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /><figcaption id="caption-attachment-24861" class="wp-caption-text">นักเรียนไทยมีความเหลื่อมล้ำของการเข้าโรงเรียนตามฐานะสูงมากในโลก</figcaption></figure></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-11-12-20/">มองศักยภาพการศึกษาไทยผ่านรายงานเวิลด์แบงก์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
