<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Freeform School | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/freeform-school/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 08 Nov 2024 02:59:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Freeform School | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ร่วมหารือผู้นำด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นรับมือสภาวะที่โลกเปลี่ยนไป</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-061124/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 Nov 2024 06:55:56 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[Freeform School]]></category>
		<category><![CDATA[ASEAN+3 REGIONAL LEARNING CITIES CONFERENCE 202]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=88017</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมหารือกับผู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061124/">กสศ. ร่วมหารือผู้นำด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นรับมือสภาวะที่โลกเปลี่ยนไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมหารือกับผู้แทนเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO กว่า 200 คนจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศ ‘PLUS 3’ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกใน <strong>‘ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับภูมิภาคอาเซียนบวกสาม’</strong> หรือ <strong>‘ASEAN+3 REGIONAL LEARNING CITIES CONFERENCE 2024’ </strong>ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2567</p>



<p>สหประชาชาติประมาณการว่า ปัจจุบันประชากรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนเกือบ 700 ล้านคน และกว่าครึ่งอาศัยอยู่ในเมือง <strong><em>“เมื่อพื้นที่ในเมืองโตขึ้น ความท้าทายและโอกาสต่าง ๆ ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน”</em></strong> ซึ่งความท้าทายที่เกิดขึ้น มีตั้งแต่ปัญหาเร่งด่วน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความหนาแน่นของประชากรเมืองที่ส่งผลไปยังสภาพเศรษฐกิจและสังคม การสูญเสียอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น ไปจนถึงความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1da5bd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1106_ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ce6819"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1106_ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้วยเหตุนี้ สำนักงานยูเนสโกประจำภูมิภาคกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดงาน <strong>‘ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้ระดับภูมิภาคอาเซียนบวกสาม’</strong> หรือ <strong>‘ASEAN+3 REGIONAL LEARNING CITIES CONFERENCE 2024’ </strong>เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างภาคีเครือข่ายในภูมิภาค เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกและเร่งให้เกิดความก้าวหน้าในการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของวาระการศึกษาปี 2573 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SDG 4: การศึกษาที่มีคุณภาพ และ SDG 11: เมืองและชุมชนที่ยั่งยืน โดยเชิญผู้นำเมืองแห่งการเรียนรู้ นายกเทศมนตรี และเจ้าหน้าที่ระดับสูง จากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี เครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ 38 เมืองของประเทศไทย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยด้านเมืองแห่งการเรียนรู้และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ UNESCO, UN Habitat, UNDP และ NGO และผู้แทนภาคีเครือข่ายสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้มหาชน กทม. นายกเทศมนตรีและนายกเทศบาลเมืองในเครือข่ายการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักวิจัยจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f9d72d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1106_ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-81069d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1106_ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>เบส พงศกร แก้วเกื้อญาติ </strong>เยาวชนวัย 17 ปีในโครงการ Freeform School โดยคลองเตยดีจัง เครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือกของ กสศ. เป็นตัวแทนเยาวชนขึ้นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง ‘<strong>การขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา’</strong>&nbsp;</p>



<p>เขาเล่าว่า หลายปีที่หลุดไปจากระบบการศึกษา ไม่เคยคิดว่าจะกลับมาเรียนหนังสืออีก กระทั่งคุณป้าที่เป็นประธานชุมชนชวนให้ลองเข้าเรียนที่ Freeform School เบสจึงพบว่า <strong>‘ห้องเรียนนอกกรอบ’</strong> ที่เข้าไปค้นพบ คือพื้นที่ของการจัดการเรียนรู้ซึ่งต่างไปจากโรงเรียนปกติ และจึงตระหนักว่าตัวเขาเอง <strong><em>“ไม่ได้อยากเรียนหนังสือ”</em></strong> หากที่ผ่านมาเขาแค่ไม่รู้มาก่อนว่าอยากเรียนอะไร หรือจะเอาวิชาความรู้ที่ได้ไปต่อยอดชีวิตอย่างไร&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>เบส</strong>นำเสนอบทเรียนสั้น ๆ จากประสบการณ์เกี่ยวกับแนวทางการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งทำให้เขาเข้าใจถึงความหมายของการเรียนรู้ตลอดชีวิตว่า <strong><em>“ตอนอยู่ในโรงเรียนปกติ ผมไม่เคยชอบเรียน ติดเพื่อน รู้สึกสนใจเรื่องอื่นมากกว่า จนวันหนึ่งต้องออกจากโรงเรียน จากนั้นได้ลองเข้าไปที่ Freeform School และพอใช้เวลาสักพัก ก็เข้าใจว่า ‘การเรียนรู้ที่มีเป้าหมายชัดเจน’ โดยเฉพาะการเรียนเพื่อประกอบอาชีพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่แรงบันดาลใจ ให้รู้สึกอยากพยายามค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจนพบ และจากนั้นก็จะพร้อมเดินหน้าเรียนรู้ต่อไปไม่หยุด”</em></strong>&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-95beb8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1106_ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้-08.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พงศกร แก้วเกื้อญาติ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“Freeform School”</strong> เป็นการจัดการเรียนรู้ในโครงการ <strong>“Mobile School เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา”</strong> ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ มาตรา 12 ที่กำหนดให้องค์กรเอกชนมีสิทธิจัดการศึกษา และออกวุฒิได้ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย&nbsp;</p>



<p>Freeform School ใช้การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสานทั้ง Onsite และ Online แบ่งกระบวนการออกเป็น 4 ขั้นตอน เริ่มจาก&nbsp;</p>



<ol>
<li style="font-size:16px">กิจกรรมเข้าค่ายเสริมทักษะ ที่จะชวนเด็กเยาวชน ซึ่งแตกต่างด้วยพื้นเพ และสาเหตุหลากหลายที่ทำให้ไม่อาจเรียนรู้ในระบบโรงเรียนปกติ มาแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดและส่งต่อแรงบันดาลใจระหว่างกัน&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">ทำบันทึกการเรียนรู้ประจำวัน จากกิจกรรมที่สนใจหรืออาชีพการงานที่แต่ละคนทำ อาทิ งานซ่อมรถ พนักงานเสิร์ฟอาหาร การทำงานบ้าน การเล่นดนตรี ฯลฯ&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">เรียนรู้ผ่านใบงานใน 8 กลุ่มสาระ เช่น คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ ภาษาไทย ฯลฯ เพื่อเรียนรู้วิชาตามมาตฐานหลักสูตรแกนกลาง&nbsp;</li>



<li style="font-size:16px">ทำโครงงานเพื่อจบการศึกษา ซึ่งผู้เรียนเลือกได้ว่าจะ ‘ทดลองปฏิบัติ’ (Practical Experiment) หรือ ‘ศึกษาและค้นคว้า’ (Study &amp; Research) โดยใช้หัวข้อจากเรื่องที่สนใจ หรือเป็นกิจกรรมที่อยากทำแต่ต้องการเก็บประสบการณ์เพื่อเตรียมความพร้อม ซึ่งทาง Freeform School จะมีทุนตั้งต้นให้ราว 5,000 บาท เป็นค่าเครื่องมืออุปกรณ์</li>
</ol>



<p>สำหรับเบส ซึ่งเลือกทดลองปฏิบัติเกี่ยวกับ ‘การแต่งเพลง’ และเล่าเรื่องราวการทำงานผ่านช่องยูทูป (YouTube) และ ติ๊กต็อก (TikTok) เขาบอกว่าการทำโครงงานไม่เพียงเปิดโอกาสให้ลงมือทำในสิ่งที่สนใจ หากสิ่งที่เรียนรู้ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ยังช่วยขัดเกลาทักษะ เสริมประสบการณ์ และเติมเต็มความมั่นใจให้มองเห็นช่องทางอีกมากมายในการประกอบอาชีพ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b2edb3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1106_ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ตอนนี้ผมทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร แต่สิ่งที่อยากเรียนรู้จริง ๆ คือเรื่องการแต่งเพลง จึงเลือกทำโครงงานในหัวข้อนี้ มันจึงเป็นโอกาสครั้งแรกที่ได้ลองแต่งเพลงจริงจัง ได้ทำคลิปเกี่ยวกับขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งเขียนเพลง แต่งทำนอง ไปจนถึงขั้นตอนมิกซ์และอัดเสียง ซึ่งพอได้ทำต่อเนื่องผมก็พบว่ามันไม่ได้แค่สนุก แต่ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมากมายในงานสายนี้ที่ต้องเรียนรู้ต่อไปไม่สิ้นสุด ผมจึงเริ่มคิดถึงการเรียนต่อในระดับสูงเพื่ออยากจะประกอบอาชีพทางด้านนี้”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>บทเรียนของเบส เป็นเพียงส่วนเสี้ยวหนึ่งของแนวคิดเรื่องเมืองแห่งการเรียนรู้ ที่เป้าหมายสำคัญอยู่ที่ ‘การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต’ โดยเชื่อมโยงสถาบันการศึกษา การฝึกอบรม และวัฒนธรรม และดึงดูดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย โดยเฉพาะภาคเอกชนและภาคประชาสังคม มาร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ ‘ประชากรทุกช่วงวัย’ สามารถเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ และนำการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ตลอดชีวิตของตนเองได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-49be79"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/ซูฮย็อน-คิม-Ms.-Soohyun-Kim.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ซูฮย็อน คิม</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ซูฮย็อน คิม (Ms. Soohyun Kim</strong>) <strong>ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคของยูเนสโก</strong> ยกย่องว่า <strong><em>“การทำให้การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นจริงได้สำหรับพลเมืองทุกคน คือความมุ่งมั่นอันน่าชื่นชม”</em></strong> โดยปัจจุบันทั่วโลกมีเมืองแห่งการเรียนรู้ของ UNESCO 356 แห่งใน 79 ประเทศ ถ้านับเฉพาะภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี 19 แห่ง ในประเทศจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี มีรวมกัน 70 แห่ง ขณะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมมีเมืองแห่งการเรียนรู้ 10 แห่งทั่วประเทศ โดยเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ใหม่ในปี 2567 รวม 3 แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น และยะลา</p>



<p>“เมืองเหล่านี้กำลังสร้างเส้นทางไปสู่ความรู้ เพื่อให้มั่นใจว่าการเรียนรู้จะไม่จำกัดอยู่เพียงในโรงเรียนหรือในห้องเรียนเท่านั้น แต่ต้องขยายออกไปยังทุกพื้นที่ ไม่ว่าสวนสาธารณะ บนท้องถนน ในบ้าน หรือสถานประกอบการต่าง ๆ”</p>



<p>ผู้อำนวยการส่วนภูมิภาคของยูเนสโก<strong> </strong>กล่าวว่า แนวทางของประเทศไทยต่อแนวคิดเรื่องเมืองแห่งการเรียนรู้ นอกจากจะสอดคล้องกับหลักการโดยรวมของยูเนสโกแล้ว ยังมีจุดเด่นคือกลยุทธ์และความคิดริเริ่ม ที่เน้นขับดันลักษณะเฉพาะทางบริบทสังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของเมืองนั้น ๆ ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับประเทศ ต่อการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต รวมถึงสร้างเมืองที่ครอบคลุมผู้คนทุกกลุ่ม และยั่งยืนขึ้นจากความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ เช่น บพท. ยูเนสโก กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กระทรวงศึกษาธิการ และกรุงเทพมหานคร</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อโลกเปลี่ยน ผู้คนต้องปรับตัว การเรียนรู้เองก็ต้องก้าวไปสู่วิธีการใหม่ ๆ</strong></h3>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0d02fe"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/ราอูล-วาลเดส-โคเตรา-Mr-Raul-Valdes-Cotera.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ราอูล วาลเดส โคเตรา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ราอูล วาลเดส&nbsp;โคเตรา (Mr. Raúl Valdés-Cotera) ตัวแทนเครือข่ายเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก</strong> กล่าวว่า หลายเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จึงต้องส่งเสริมให้พลเมืองเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อรับมือทุกความผันผวนท้าทาย ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ สังคม เศรษฐกิจ จนถึงผลพวงจากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตามแต่ละเมืองก็มีการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่แตกต่างกัน ในวาระนี้ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ‘ASEAN+3 REGIONAL LEARNING CITIES CONFERENCE’<strong> </strong>ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องมาจากแนวปฏิบัติและประสบการณ์ในการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยประเทศไทยมีความสามารถด้านการเชื่อมโยงสถาบันการศึกษาไปสู่การฝึกอบรม และยังมีวัฒนธรรมเฉพาะที่โดดเด่น ทั้งเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายครอบคลุม ตลอดจนมีภาคีด้านการศึกษาที่หลากหลายทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ที่ช่วยกันสร้างสภาพแวดล้อมและวิธีการที่ประชาชนสามารถนำการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน และกำหนดแนวทางการเรียนรู้ของตนเองได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5dbfdf"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/ดร.กิตติ-สัจจาวัฒนา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.กิตติ&nbsp;สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) </strong>กล่าวว่า ด้วยความแตกต่างทางบริบทโครงสร้างสังคมวัฒนธรรม แต่ละเมืองจึงจำเป็นต้องเรียนรู้แลกเปลี่ยน และนำเสนอต้นแบบการพัฒนาเมืองที่มีความเฉพาะตัว เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจและองค์ความรู้สำหรับการสร้างพื้นที่สำหรับคนทุกคน โดยความสำคัญของการสร้างพื้นที่ร่วมกัน คือการแลกเปลี่ยนข้อมูล บนฐานความหลากหลายของชาติพันธุ์ ของวัฒนธรรม ของความเชื่อต่าง ๆ ซึ่งท้ายที่สุดทุกความแตกต่างจะมุ่งไปสู่เป้าหมายเดียว คือการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันโดยทุกคนมีส่วนร่วม</p>



<p>“งานครั้งนี้ที่กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพ เราจะมีโอกาสได้แสดงให้นานาชาติเห็นแนวคิดและผลลัพธ์ของการสร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ตามบริบทของเรา บนกรอบแนวคิดที่ต้องการพัฒนาเมืองไปพร้อมกับเรียนรู้ถึงรากเหง้า จิตวิญญาณ&nbsp; และวิถีชีวิตของผู้คนทั้งอดีตและปัจจุบันที่อยู่ภายในเมืองและพื้นที่รายรอบ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-02acfd"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/ศุภชัย-ปทุมนากุล.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศุภชัย ปทุมนากุล</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) </strong>กล่าวว่า “การเรียนรู้เป็นเครื่องมืออันทรงพลังของการเปลี่ยนแปลง โดยหากผู้นำหรือผู้บริหารตระหนักว่า ทุกเขตเมืองมีศักยภาพที่จะสร้างพื้นที่เรียนรู้ของคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย และส่งเสริมให้พลเมืองเข้าถึงและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองหรือชุมชนสังคมได้ เชื่อว่าทุกเมืองจะสามารถเร่งกระบวนการพัฒนาได้ ดังนั้นความสำคัญของการนำเสนอต้นแบบเมืองแห่งการเรียนรู้ของแต่ละเมือง รวมถึงทุกข้อเสนอแนะและทุกบทสรุปของงานครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลอันมีค่าต่อการทำงานวิจัยเรื่องการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ ที่จะมีประโยชน์มากกับอีกหลายเมืองที่จะเข้ามาร่วมเครือข่ายต่อไปในอนาคต”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5888b9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/พิเชฐ-โพธิ์ภักดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พิเชฐ โพธิ์ภักดี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>พิเชฐ โพธิ์ภักดี&nbsp;รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ </strong>กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังตื่นตัวเรื่องเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างมาก เห็นได้จากนอกจากสิบเมืองที่ได้รับการรับรองจากยูเนสโกแล้ว ยังมีเมืองที่เข้าร่วมเครือข่ายเมืองการเรียนรู้อีกมากกว่าสามสิบแห่ง เราจึงได้เห็นความตั้งใจพัฒนาและนำเสนอสิ่งดี ๆ ของแต่ละเมือง ซึ่งนอกจากเรื่องของความภาคภูมิใจแล้ว ยังถือว่าเป็นประโยชน์ในแง่ของการชักชวนส่งต่อให้เมืองอื่น ๆ ก้าวเข้ามาร่วมกันในปีต่อ ๆ ไปด้วย</p>



<p>“สำหรับกระทรวงศึกษาธิการ เราเชื่อว่าสถาบันการศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ขององค์ความรู้ ทรัพยากร และเครือข่าย ในการจัดการเรียนรู้ที่ขนานกันไป ระหว่างการศึกษาในห้องเรียนและพื้นที่ข้างนอก ตัวอย่างที่เห็นชัดคือจังหวัดพะเยา ที่มีมหาวิทยาลัยพะเยาเป็นผู้นำการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้ โดยมี กสศ. รับบทบาทเป็นฝ่ายเติมเต็มและประสานเชื่อมโยงความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นการทำงานสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นเรื่องความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพราะการทำงานให้สำเร็จได้นั้นไม่อาจพึ่งพาหน่วยงานภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีภาคเอกชนและภาคประชาชนเข้ามาร่วมด้วย เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา และต้องเรียนอย่างมีความสุข”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eff303"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/11/1106_ประชุมสัมมนาเมืองแห่งการเรียนรู้-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับบทบาทของ <strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา </strong>ด้านการเดินหน้าผลักดันเรื่อง ‘การเรียนรู้ตลอดชีวิต’ ที่สะท้อนผ่านนิทรรศการ นอกจากเรื่องราวของเบสกับการเรียนรู้ผ่าน Freeform School ที่เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ <strong>‘MobileSchool เข้าโรงเรียนไม่ได้ให้โรงเรียนไปหา’</strong> ยังมีการนำเสนอการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นตอบโจทย์ชีวิตในรูปแบบอื่น ๆ เช่น การเรียนรู้ผ่าน <strong>‘ศูนย์การเรียน’</strong><strong> </strong>การจัดการเรียนรู้ด้วยโมเดล <strong>‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’</strong> และยังมีห้องประชุมย่อยที่นำเสนอเรื่องราวการทำงาน <strong>‘เมืองแห่งการเรียนรู้’</strong> ที่จังหวัดพะเยา ขอนแก่น และยะลา</p>



<p>รวมถึงอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ ความร่วมมือของ กสศ. กับกรุงเทพมหานคร ผ่าน ‘การจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ: ABE’ ในการ ‘การพัฒนาตัวแบบเมืองแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืนน’ บนพื้นที่เขตคลองเตยและเขตปทุมวัน เพื่อสร้างโอกาสทางการเรียนรู้สำหรับคนทุกกลุ่ม ทั้งเพื่อวุฒิการศึกษาและการพัฒนาอาชีพ โดยเริ่มต้นที่กลุ่มเป้าหมายหลักคือเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา พร้อมมีทุนสนับสนุนให้ผู้เรียนเข้าถึงการเรียนรู้ตามความสนใจ มีการพัฒนาหลักสูตรร่วมกับภาคเอกชน มุ่งตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน และสนับสนุนการจัดพื้นที่เรียนรู้ในสวนสาธารณะ สามเด็กเล่น ห้องสมุด หรือจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพในชุมชน&nbsp;</p>



<p>โดยทั้งหมดได้นำมาจัดแสดงผ่านกิจกรรมสาธิต ซึ่งผู้ร่วมงานสามารถเข้าชมพร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสนอแนะแนวทางร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนผลักดันให้การ ‘ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผ่านการพัฒนาเมืองแห่งการเรียนรู้’ เป็นวาระสำคัญทางสังคมต่อไป</p>



<p></p>



<p><strong>เนื้อหาส่วนหนึ่งอ้างอิงจากเว็บไซต์</strong> <a href="https://pmua.or.th/21138/" target="_blank" rel="noopener" title="">หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-061124/">กสศ. ร่วมหารือผู้นำด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิตจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างเมืองแห่งการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นรับมือสภาวะที่โลกเปลี่ยนไป</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Free from school with Freeform school: ครูข้างถนนจิตอาสากับต้นกล้าเยาวชนผู้ไม่ยอมหยุดฝัน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-130924/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 13 Sep 2024 07:23:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[คลองเตยดีจัง]]></category>
		<category><![CDATA[Freeform School]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=86036</guid>

					<description><![CDATA[<p>โรงเรียนคือประตูสู่โอกาสโรงเรียนคือแหล่งเรียนรู้พื้นฐาน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130924/">Free from school with Freeform school: ครูข้างถนนจิตอาสากับต้นกล้าเยาวชนผู้ไม่ยอมหยุดฝัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h4 class="wp-block-heading">โรงเรียนคือประตูสู่โอกาส<br>โรงเรียนคือแหล่งเรียนรู้พื้นฐาน<br>โรงเรียนคือบ่ออนุบาลอนาคตของชาติ</h4>



<p>แต่ในบางครั้ง สำหรับเด็กกลุ่มชายขอบที่ขาดแคลนปัจจัยด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยทางเศรษฐกิจ-สังคม สุขภาพกายใจ ไปจนถึงพัฒนาการสติปัญญา ‘โรงเรียน’ ก็อาจเป็นได้ทั้งป่ารกชัฏเต็มไปด้วยภัยคุกคามจากรอบด้าน เป็นทั้งเรือนจำที่คุมขังพวกเขาไม่ให้มีอิสระทางความคิด หรือในบางครั้งก็เป็นประตูบานหนักอึ้งที่พวกเขาไม่มีแรงกำลังพอจะเปิด</p>



<p>แม้ในแง่ของระยะทาง โรงเรียนที่อยู่ใกล้กับชุมชนคลองเตยที่สุดอาจไม่ได้อยู่ไกลเกินผู้คนในชุมชนจะเดินถึงเลย แต่ลำพังแค่ความยากจนข้นแค้นซึ่งถูกซ้ำเติมโดยสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองมาหลายปี ก็เพียงพอแล้วที่จะกางแผ่ช่องว่างทางโอกาสออกไปไกล จนความฝันเรื่องสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานของเยาวชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนนั้นนับวันยิ่งดูไกลเกินเอื้อม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-bb17dc"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/คลองเตย-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สถานการณ์ที่คลองเตยเคยเป็นเช่นนั้น จนกระทั่งการมาถึงของโครงการอาสา <strong>‘คลองเตยดีจัง’</strong> และนวัตกรรม <strong>‘Freeform School’ </strong>อีกหนึ่งเครือข่ายนวัตกรรมการศึกษาทางเลือกของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่เปี่ยมประสบการณ์เรื่องการศึกษายืดหยุ่น พาเด็กๆ กลับมาเรียน</p>



<p><strong>นนท์-นนทวัฒน์ โตมา</strong> คือตัวแทนเยาวชนคนหนึ่งจากชุมชนแห่งนี้ หลายคนอาจรู้จักเขาในฐานะแรปเปอร์รุ่นเยาว์ที่ปรากฏตัวในสารคดี <em>School Town King</em> <em>แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน</em> (2020) แต่นอกจากจะเป็นภาพแทนคนตัวเล็กๆ จากชุมชนสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนประเด็นความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ อันยึดโยงกับสังคมการเมืองอย่างเหนียวแน่นอย่างในภาพยนตร์แล้ว อีกด้านหนึ่ง เขายังเป็นเด็กในระบบที่หลุดออกมานอกระบบครั้งแล้วครั้งเล่า แม้จะพยายามกลับเข้าไปกี่ครั้งก็ตาม</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>กรอบเกณฑ์และข้อจำกัดมากมายที่เหวี่ยงเด็กด้อยโอกาสออกนอกวงโคจร</strong></h2>



<p>จากเด็กที่ผ่านช่วงอนุบาล ประถม และมัธยมต้นในสายสามัญ ความต้องการเร่งด่วน ณ ขณะนั้นคือทักษะที่ต้องใช้หาเงินได้ทันที ก็ทำให้นนท์ตัดสินใจขยับปรับเปลี่ยนมาลองสายอาชีพบ้าง ทว่าตารางงานก็ค่อยๆ เริ่มบีบเข้ามาซ้อนทับกับตารางเรียนมากขึ้นทีละน้อย สุดท้ายก็จำต้องเลือกปากท้องก่อน เพราะเป็นปัญหาที่ปัจจุบันทันด่วนมากกว่าความกังวลเรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงานในอนาคตซึ่งยังมาไม่ถึง</p>



<p>“<em>สุดท้ายก็ตัดสินใจลาออกดีกว่าเพราะคิดว่าถึงอย่างไรตัวเองก็ไม่เหมาะกับระบบการศึกษาอยู่แล้ว พอไม่ได้เรียนในโรงเรียนมันก็มีเวลามากขึ้น ไปศึกษาหาความรู้เรื่องอื่นๆ ที่เราสนใจ</em>”</p>



<p>แต่นนท์ก็ยังไม่ได้ตัดจากการเรียนหนังสือ ไม่นานเขาก็กลับเข้าไปเรียนอีกครั้ง คราวนี้เป็นวิทยาลัยสายอาชีพเหมือนเคย แต่ลองเลือกเป็นสถาบันที่ตารางเวลายืดหยุ่นขึ้น แล้วเดินหน้าด้วยแผนการสุดทรหดอย่างการทำงานกะเช้าควบคู่ไปกับการเข้าเรียนช่วงบ่าย และพอถึงจุดหนึ่ง นนท์ก็ต้องพบกับทางตันอีกครั้ง เพราะต่อให้จะสามารถเข้าเรียนได้ทุกคาบด้วยตารางที่ไม่เข้มงวดเท่าเดิม แต่เขาก็ไม่เหลือเวลาว่างหรือกำลังมากพอจะทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อผลการเรียนอยู่ดี</p>



<p>นนท์จึงหลุดกลับออกมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เขาเฝ้ามองหาสถาบันที่ตอบโจทย์เงื่อนไขของตัวเองอยู่พักใหญ่ ต้องเป็นที่ที่จะไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานหาเงินไปด้วยเท่านั้น จะมีสถาบันใดกันที่สามารถมอบ ‘ใบเบิกทาง’ ที่เขาต้องการให้เขาได้โดยที่เขาไม่ต้องสละรายได้แหล่งเดียวไป</p>



<p>แล้วนนท์ก็ได้มารู้จักกับ Freeform School และโครงการคลองเตยดีจัง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-48176f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/0710_บทความ-149_PHOTO3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>จากนักศึกษาพยาบาล สู่ครูอาสา จนกลายมาเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการเพื่อสังคม</strong></h2>



<p><strong>อ๋อมแอ๋ม-ศิริพร พรมวงศ์</strong> หรือ <strong>‘ครูแอ๋ม’</strong> หัวหน้าโครงการคลองเตยดีจัง มีโอกาสได้เห็นปัญหาจากระดับรากฐานมาตั้งแต่สมัยเรียนพยาบาล เธอคลุกคลีกับกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคมมาโดยตลอด พอเรียนจบแล้วใช้เวลาอีก 8 ปีหลังจากนั้นทำงานเป็นครูอาสาข้างถนน</p>



<p>ครูแอ๋มเริ่มต้นแค่จากการนำเครื่องดนตรีไปบริจาค มาสู่การอาสาสอนดนตรีด้วยตัวเอง จากนั้นก็เริ่มคิดการใหญ่ขึ้น เริ่มขอทุนทำโครงการเป็นชิ้นเป็นอัน เริ่มชักชวนคนเข้ามาช่วยทำ จนเครือข่ายที่เธอสร้างได้กลายมาเป็น <strong>ตัวเชื่อม </strong>ให้คนและองค์กรจากภายนอกที่มีความรู้หรือทุนทรัพย์ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ</p>



<p>“<em>เราเป็นองค์กรเล็กๆ ทำในสิ่งที่เราทำได้ ไม่ได้หวังเปลี่ยนแปลงอะไรที่ใหญ่เกินตัว เกินกำลัง เราไม่ได้มีทุนมาก ไม่ได้รับงบจากรัฐ ทั้งๆ ที่บางเรื่องเป็นหน้าที่รัฐ เราก็ทดลองทำตามโมเดลของเรา</em><br>“<em>คลองเตยดีจังเป็นองค์กรคนรุ่นใหม่ ไม่มีหัวหน้า เป็นองค์กรแนวราบ ไม่เหมือนระบบบริหารแบบบนลงล่าง เวลาตัดสินใจทำได้เลย ใช้ความเห็นที่ประชุม ทุกคนเท่าเทียมกัน เราไม่ได้มีวัฒนธรรมองค์กรแบบเก่า เราเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง</em>”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-351f41"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/5_ครูอ๋อมแอ๋ม-ศิริพร-03.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">‘ครูแอ๋ม’ ศิริพร พรมวงศ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>Freeform School ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนคลองเตยเองก็เป็นนวัตกรรมหนึ่งที่เริ่มมาจากกระบวนการตั้งคำถามว่า ‘พื้นที่นั้นๆ มีปัญหาอะไร? เด็กๆ ประสบปัญหาอะไร?’ เมื่อตอบคำถามได้แล้ว นวัตกรรมที่นำไปใช้สำหรับแก้ปัญหาจึงก่อร่างขึ้น</p>



<p>ครูแอ๋มตระหนักดีว่าโครงการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในคลองเตยอาจจะไม่สามารถนำเอาไปใช้ได้ทุกที่ แต่อย่างน้อยนี่ก็คือโมเดลหนึ่งที่เกิดจากการทดลองทำ หากนำไปปรับใช้แล้วส่วนไหนไม่ตอบโจทย์ก็ตัดออก ส่วนไหนตอบโจทย์ก็เก็บไว้พัฒนาต่อ สำหรับเยาวชนในคลองเตยที่ยากจนเหล่านี้ โจทย์ที่สำคัญประการหนึ่งคือการออกแบบระบบการศึกษาให้พวกเขาสามารถเรียนจบได้โดยไม่จำเป็นต้องสูญเสียรายได้ หรือลดทอนคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ห้องเรียนนอกกรอบสำหรับเด็กนอกระบบ</strong></h2>



<p>“<em>เมื่อช่วงไม่นานมานี้ ผมอยากกลับไปเรียน แต่ไม่ได้อยากเรียนในระบบเดิม อยากเรียนที่มีความแปลกใหม่ ซึ่งที่คลองเตยมันมี Freeform School อยู่</em>” นนท์เล่า “<em>จริงๆ ตอนแรกผมก็แทบจะไม่ได้มีความรู้คร่าวๆ เกี่ยวกับการเรียนนอกระบบเลย แต่พอได้เรียนแล้วก็รู้สึกแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับภาคการเรียนปกติ</em></p>



<p>“<em>การเรียนแบบปกติไม่ตอบโจทย์ ผมมีงานต้องทำ ไม่สามารถเอาเวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมงมาเป็นนักเรียน มานั่งเรียนได้ พอได้มาเรียน Freeform School มันก็เลยทำให้เราได้มีเวลาไปหาเส้นทางของตัวเองได้ เราเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของเราเอง เราสามารถจัดการตารางเวลาแล้วแต่การดีไซน์ชีวิตได้</em>”</p>



<p>นนท์เพิ่งสมัครเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายกับโครงการเมื่อไม่นานมานี้ และอย่างที่เขาเล่าถึงไว้ข้างต้น เนื่องจากคลองเตยเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาความเหลื่อมล้ำเรื้อรังมานาน หากต้องการผลักดันเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้ได้อย่างยั่งยืน ห้องเรียนนี้จะต้องทลายระบบระเบียบและหลักสูตรเดิมๆ ที่จำกัดอิสระและเต็มไปด้วยเงื่อนไข ให้กลายมาเป็น<strong>หลักสูตรที่ตอบโจทย์ชีวิต</strong>มากขึ้นที่มาพร้อมกับ<strong>กลไกระบบดูแลรายบุคคล</strong> เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของเด็กแต่ละคนที่มีปัญหาแตกต่างกันไป</p>



<p>“<em>ภูมิหลังเด็กที่ออกนอกระบบ นอกจากปัญหาความยากจน ยังมีเรื่องความแข็งแกร่งภายในจิตใจของเด็ก อย่างพวกเราตอนนี้ก็ทำ Case Management คือดูแลเด็กเป็นรายเคส พร้อมดูแลครอบครัวด้วย แต่ต้องทำงานเชิงคุณภาพไม่ใช่ปริมาณ เพราะถ้าทำปริมาณเยอะๆ จะทำคุณภาพได้ไม่ลึก</em>” ครูแอ๋มอธิบาย&nbsp;</p>



<p>หลักสูตรที่ตอบโจทย์ จึงถือเป็นภารกิจหลักที่ Freeform School จะต้องพิชิตให้จงได้ เนื่องจากอย่างที่ครูแอ๋มได้กล่าวไปแล้วว่า เพนพอยต์ (Pain Point) สำคัญประการหนึ่งของเด็กกลุ่มนี้คือเรื่องของแรงใจในการเรียนอันมีที่มาจากแรงบันดาลใจอีกที แต่หากการศึกษาไม่ตอบโจทย์ชีวิตของเด็กในด้านใดเลยไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขด้านทุนทรัพย์ ความชอบ สายอาชีพตามเป้าหมาย ตารางเวลาชีวิต ฯลฯ เด็กก็ไม่สามารถที่จะเรียนได้อย่างสบายใจ</p>



<p>“<em>พี่รู้มั้ยว่าเกือบทุกครอบครัวในชุมชนที่ผมโตมา พ่อแม่เขาต้องทำงานจนไม่มีเวลาอยู่กับลูก ไม่มีเวลาสั่งสอนลูกเลย แล้วเด็กที่มาจากสภาพแวดล้อมแบบนี้ ชีวิตเขาไม่ได้มีภาระแค่ไปโรงเรียนอย่างเดียว แต่ต้องทำงานหาเงินด้วย&nbsp;</em></p>



<p><em>“ฉะนั้นนอกจากบทเรียนหรือการบ้าน ทุกวันเขายังกังวลด้วยว่าหลังเลิกเรียนกลับบ้านจะกินอะไร จะได้เจอหน้าพ่อแม่เมื่อไหร่ หรือทุกสามสี่เดือนก็ต้องกังวลว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าเทอม ต้องไปกู้จากไหนมาซื้อเสื้อผ้าเครื่องแบบ ภาระพวกนี้ทำให้เขาหลุดออกมา หรือถึงเรียนอยู่ก็แทบมองไม่เห็นเป้าหมายปลายทาง แล้วก็หมดไฟลงเรื่อยๆ</em>”</p>



<p>นนท์กล่าวสะท้อนให้เห็นภาพความเป็นอยู่จริงๆ ของเด็กและวัยรุ่นในชุมชนบ้านเกิดของเขา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d902e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/09/4-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ระบุชัดถึงปัญหา เห็นคุณค่าการทำงาน เทียบโอนประสบการณ์ชีวิตได้ และให้อิสระผู้เรียน</strong></h2>



<p>ในการที่จะปลดเปลื้องเยาวชนผู้เรียนจากเงื่อนไขชีวิตต่างๆ ทางโครงการ Freeform School จะไม่ละเลยขั้นตอนการพูดคุยแลกเปลี่ยนถึงปัญหาและสอบถามความเห็นเด็ดขาด โดยเมื่อสามารถหารือปัญหาและทางแก้ออกมาได้แล้ว เด็กๆ จะต้องได้รับอิสระให้สามารถเลือกทางที่ตนเองต้องการจริงๆ&nbsp;</p>



<p>นั่นไม่ได้หมายความว่าการเรียนจะเป็นไปโดยไม่มีระบบระเบียบใดๆ กำกับเลย แต่หมายความว่าระบบที่ใช้จะต้อง ให้คุณค่ากับทรัพยากรที่เด็กๆ กลุ่มนี้มักมีอยู่ในมืออยู่แล้ว นั่นคือ<strong>ประสบการณ์การทำงานจริง</strong></p>



<p>หรือหากต้องการส่งเสริมให้เด็กได้ฝึกทักษะใดก็ตาม การมอบหมายชิ้นงานที่มีค่าแรงตอบแทนด้วยกลไก <strong>Learn and Earn </strong>ก็มีความสำคัญเช่นกัน เช่น มอบหมายให้เด็กทำสัมภาษณ์ หรือออกแบบโปสเตอร์จากโปรแกรม Canva แล้วจ่ายค่าตอบแทนชิ้นงานที่ได้จากการฝึกฝนเหล่านี้</p>



<p>อย่างในกรณีของนนท์ เป้ายหมายเริ่มต้นของเขา นอกจากจะเป็นวุฒิการศึกษาในระดับชั้นมัธยมปลายแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขามากที่สุดคือความรู้และทักษะทางดนตรี</p>



<p>“<em>ที่ Free Form School เขามีสอนวิชาชีพเฉพาะทางเช่นบาริสต้า หรืออย่างเรื่องทักษะและทฤษฎีดนตรีเชิงลึก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมสนใจ แล้วที่ผมชอบมากคือเราสามารถยื่นเสนอโครงงาน เพื่อจะให้งบมาทำได้ด้วย อย่างผมทำโครงงานเกี่ยวกับดนตรี ก็ได้ทั้งความรู้ ประสบการณ์ และได้ทุนสนับสนุนนเพิ่มเติมจากตรงนี้</em>” นนท์เล่า โดยไม่ลืมกล่าวทิ้งท้ายเพื่อย้ำเตือนในหัวใจสำคัญของโครงการนี้<br>“<em>การศึกษาที่ยืดหยุ่นและมีทางเลือกเป็น ‘สิ่งที่เด็กทุกคนควรได้รับ’ ยิ่งถ้ารูปแบบการเรียนรู้นั้นมุ่งความสำคัญไปที่ตัวเด็ก มันก็จะยิ่งช่วยลดความสูญเปล่าเรื่องเวลา กลายเป็น ‘เส้นทางตรง’ ที่พาเด็กแต่ละคนไปในทางที่เขาสนใจและถนัด</em>”</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator has-alpha-channel-opacity is-style-dots"/>



<p><strong>ที่มา :</strong></p>



<p>• <a href="https://thepotential.org/voice-of-new-gen/non-nontawat/" target="_blank" rel="noopener" title="การศึกษานอกกรอบที่ตอบโจทย์ชีวิต เสียงสะท้อนจากเด็กนอกระบบ ‘นนท์’ – นนทวัฒน์ โตมา">การศึกษานอกกรอบที่ตอบโจทย์ชีวิต เสียงสะท้อนจากเด็กนอกระบบ ‘นนท์’ – นนทวัฒน์ โตมา</a><br>• <a href="https://www.fapot.or.th/main/cinema/view/2336" target="_blank" rel="noopener" title="School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน">School Town King แร็ปทะลุฝ้า ราชาไม่หยุดฝัน</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-110724-2/" target="_blank" rel="noopener" title="ชวนฟังเสียงเด็ก ๆ “การศึกษายืดหยุ่นและมีทางเลือก ตอบโจทย์กับเด็กทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่หลุดออกจากระบบ”">ชวนฟังเสียงเด็ก ๆ “การศึกษายืดหยุ่นและมีทางเลือก ตอบโจทย์กับเด็กทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่หลุดออกจากระบบ”</a><br>• <a href="https://www.the101.world/school-town-king-review/" target="_blank" rel="noopener" title="School Town King โลกที่บังคับให้เด็กฝันเป็นคนธรรมดา">School Town King โลกที่บังคับให้เด็กฝันเป็นคนธรรมดา</a><br>• <a href="https://www.nia100faces.com/post/siriporn-pomwong" target="_blank" rel="noopener" title="ศิริพร พรมวงศ์ | ครู...ผู้สร้างเด็กให้เห็นคุณค่าตัวเอง สู่การสร้างสังคมคนดี">ศิริพร พรมวงศ์ | ครู&#8230;ผู้สร้างเด็กให้เห็นคุณค่าตัวเอง สู่การสร้างสังคมคนดี</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-02-11/" target="_blank" rel="noopener" title="เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับครูอ๋อมแอ๋ม">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับครูอ๋อมแอ๋ม</a><br>• <a href="https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/980587#google_vignette" target="_blank" rel="noopener" title="คนต้นคิด&quot;คลองเตยดีจัง&quot;: ครูแอ๋ม-ศิริพร สร้างทางเลือกใหม่ให้เด็กคลองเตย">คนต้นคิด&#8221;คลองเตยดีจัง&#8221;: ครูแอ๋ม-ศิริพร สร้างทางเลือกใหม่ให้เด็กคลองเตย</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-110724/" target="_blank" rel="noopener" title="เพราะการศึกษาจะช่วยให้ทุกคนมีสิทธิและความสามารถในการจินตนาการถึงชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้">เพราะการศึกษาจะช่วยให้ทุกคนมีสิทธิและความสามารถในการจินตนาการถึงชีวิตที่ดีกว่าเดิมได้</a><br>• <a href="https://www.eef.or.th/article-free-from-school-240523/" target="_blank" rel="noopener" title="นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน">นวัตกรรม “Free From School” ปิดช่องโหว่ปัญหาจากตลาดการเรียนรู้ไปสู่ตลาดแรงงาน</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-130924/">Free from school with Freeform school: ครูข้างถนนจิตอาสากับต้นกล้าเยาวชนผู้ไม่ยอมหยุดฝัน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
