<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Eric Hanushek | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/eric-hanushek/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 Oct 2021 16:37:24 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Eric Hanushek | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กสศ.ชูแผนส่งเสริม “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eef-promote-promotion-plan-lifelong-learning/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 22 Oct 2021 01:16:49 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[LLL 2021]]></category>
		<category><![CDATA[TEACHING AND LEARNING FOR OUT-OF SCHOOL CHILDREN AND OLDER ADULT LEARNERS IN THE COVID-19 CRISIS AND BEYOND]]></category>
		<category><![CDATA[The 7th International Conference Lifelong Learning for All 2021]]></category>
		<category><![CDATA[Eric Hanushek]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=46812</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แจงแผนยุทธศาสต [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-promote-promotion-plan-lifelong-learning/">สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กสศ.ชูแผนส่งเสริม “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แจงแผนยุทธศาสตร์ 2 ทาง คือเชิงรุกและเชิงรับ ตั้งเป้าสร้างแนวทางป้องกัน และหนทางให้ความช่วยเหลือเยียวยาแก่เด็กและเยาวชนในประเทศไทยที่เสี่ยงหรือต้องเลิกเรียนกลางคัน หลังผลการสำรวจหลายชิ้นยืนยันวิกฤตโควิด-19 ทำเด็กนักเรียน โดยเฉพาะเด็กจากครอบครัวยากจนหลุดออกจากระบบการศึกษาเพิ่มมากขึ้น พร้อมให้การสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้อนาคตของชาติ</p>



<p><strong>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</strong> ระหว่างการเข้าร่วม โครงการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 7 หรือ The 7<sup>th</sup> International Conference Lifelong Learning for All 2021 (LLL 2021) ภายใต้หัวข้อ “TEACHING AND LEARNING FOR OUT-OF SCHOOL CHILDREN AND OLDER ADULT LEARNERS IN THE COVID-19 CRISIS AND BEYOND” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อร่วมหารือแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเรียนการสอนของเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาในยุคโควิด-19 และหลังจากนี้ ว่าสถานการณ์การศึกษาของไทยนับจากนี้  อยู่ในขั้นวิกฤตและน่าเป็นห่วงอย่างมาก ด้วยจำนวนเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากโรงเรียนกลางคันเพิ่มขึ้นราว 1.3 ล้านคนจากการประเมินในเบื้องต้น </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d9cf7d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-10.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค รักษาการรองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผลกระทบของโควิด-19 ยังทำให้สถานะรายได้ของเด็กไทยราว 300,000 คน จากที่ยากจนอยู่แล้ว หล่นลงมาอยู่ในเกณฑ์เลวร้ายที่อยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนหรือยากจนขั้นสุด (extremely poor) มากขึ้น ทำให้เด็กไทยจำนวนนี้กลายเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา เหตุผลเพราะเด็กหลายคนจำเป็นต้องเลิกเรียนเพื่อไปหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว</p>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า การที่เด็กไม่ได้เรียนหนังสือในวัยที่สมควรจะได้เล่าเรียน ไม่เพียงทำให้เด็กเสียโอกาสอันดีในอนาคต&nbsp; แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิด หรือตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพ อาชญากรรมและค้ามนุษย์ กลายเป็นปัญหาสังคมเรื้อรัง และยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ทำให้ไทยติดอยู่ในกับดักการเป็นประเทศรายได้ปานกลาง ไม่อาจสลัดให้หลุดพ้นได้</p>



<p>ผลการศึกษาวิจัยของอีริก ฮานูเช็ก (Eric Hanushek) ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาแห่งมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ดในสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในการประชุมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ Equitable Education Conference 2020 พบว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีของไทยจะเพิ่มขึ้นได้ถึง 3% ภายในศตวรรษที่ 21 หากเด็กนักเรียนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ได้มีโอกาสเรียนหนังสือจนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-05c14b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กสศ.ในฐานะหน่วยงานที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษา เล็งเห็นว่า แนวทางที่จะแก้ไขปัญหามี 2 ประการ เรียกว่าเป็นมาตรการเชิงรุกและมาตรการเชิงรับ</p>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">มาตรการเชิงรุก</span></strong> คือแนวทางป้องกันไม่ให้เด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา ด้วยการมองหาต้นตอของปัญหา แล้วดำเนินการจัดการก่อนที่ปัญหาจะส่งผลกระทบถึงตัวเด็ก เป็นวิธีการที่ดีที่สุดเพราะใช้งบประมาณไม่มากและแก้ปัญหาได้ยั่งยืนกว่า เมื่อเทียบกับมาตรการเชิงรับ ที่ใช้งบประมาณสูงกว่าและมีความเสี่ยงที่จะไม่ประสบผลสำเร็จในระดับสูง&nbsp;</p>



<p><strong><span style="text-decoration: underline;">มาตรการเชิงรับ</span> </strong>คือแนวทางรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ว่าจะสามารถให้ความช่วยเหลือหรือหาทางออกได้อย่างไร&nbsp;</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">เทคโนโลยีและฐานข้อมูล กุญแจยกระดับมาตรการป้องกัน</h2>



<p>ในส่วนของมาตรการเชิงรุก ดร.ภูมิศรัณย์ได้ยกตัวอย่างโดยระบุถึงสาเหตุส่วนใหญ่ที่เด็กต้องเลิกเรียนกลางคันเป็นผลจากสถานะทางการเงินของครอบครัวที่ยากจนมาก ดังนั้นถ้า กสศ. รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีข้อมูลที่สามารถบ่งชี้ได้ว่าเด็กคนไหนต้องการความช่วยเหลือ เด็กคนไหนเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถยื่นมือให้ความช่วยเหลือได้ทันที</p>



<p>สิ่งสำคัญคือการจัดทำฐานข้อมูล (database) และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) เพื่อให้มีเครื่องมือและวิธีที่จะนำฐานข้อมูลที่ได้มาใช้งาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7b6696"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>กสศ. จึงจัดสรรงบส่วนหนึ่ง ทุ่มเทการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและฐานข้อมูล จนได้มาเป็นระบบฐานข้อมูล Q-INFO ให้ครูใช้บันทึกข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนและแอปพลิเคชัน iSEE ที่เพิ่งเปิดตัวใช้งานได้ไม่นาน สำหรับค้นหาตรวจสอบข้อมูล ซึ่ง ดร.ภูมิศรัณย์เชื่อมั่นว่าการมีข้อมูลตรงนี้จะทำให้สามารถเข้าถึงเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสในสังคมไทยได้มากขึ้น ทั่วถึงขึ้น ขณะเดียวกัน กสศ.ยังจับมือร่วมกับพันธมิตรอีกมากมายทั้งในและต่างประเทศ ในการแบ่งปันฐานข้อมูล เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&nbsp;</p>



<p>ฐานข้อมูลที่ได้รับการบันทึกโดยครู&nbsp; (เช่น ชื่อ ที่อยู่ อาชีพ รายได้ การเข้าห้องเรียน ค่าดัชนีมวลกายของเด็ก หรือ BMI) ทำให้ กสศ. สามารถค้นพบเด็กที่เข้าข่ายสุ่มเสี่ยงจะหลุดจากระบบการศึกษา ทำให้สามารถช่วยเหลือด้วยการให้ทุนอุดหนุนการศึกษา การจัดหาสถานที่เล่าเรียนที่เหมาะสม&nbsp;</p>



<p>ระบบฐานข้อมูลทำให้ กสศ.สามารถจัดทำแผนที่ระบุตำแหน่งและจำนวนเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส และเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ทำให้ กสศ.และพันธมิตรเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง สามารถส่งตรงความช่วยเหลือถึงเด็กที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5d058f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากการจัดสรรทุนช่วยเหลือต่างๆ อย่างโครงการให้ทุนแบบมีเงื่อนไข หรือ Conditional Cash Transfer Program (CCT) แล้ว ทาง กสศ. ยังจัดสรรโอกาสการจ้างงานแก่เด็กกลุ่มเสี่ยง เพื่อให้มีช่องทางในการหารายได้จุนเจือครอบครัวอีกด้วย</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">มาตรการเชิงรับด้วยการเยียวยาฟื้นฟู</h2>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า ประเทศไทยขณะนี้มีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ด้วยสาเหตุที่แตกต่างกันออกไปจำนวนมาก ซึ่งปัญหาหลักของเด็กที่หลุดออกไปแล้ว ส่วนใหญ่มักไม่อยากกลับเข้าไปศึกษาเล่าเรียนในระบบหรือหลักสูตรอีกแล้ว เพราะความไม่เอื้ออำนวยหลายประการ</p>



<p>แนวทางความช่วยเหลือที่ กสศ.ดำเนินการ ก็คือการจัดทำโครงการพัฒนาทักษะงานในสาขาต่างๆ ทั้งในภาคเกษตรกรรม การบริการ และอุตสาหกรรม รวมถึงโครงการส่งเสริมการศึกษาในระดับอาชีวะศึกษา เพื่อให้เด็กมีทักษะความรู้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตและการทำงาน ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ เป็นหลัก มากกว่าที่จะผลักดันเด็กเหล่านี้ทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา เหตุผลเพราะบริบทแวดล้อม และปัจจัยเงื่อนไขของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเหล่านี้ไม่สะดวกให้กลับไปเรียนในการศึกษาขั้นพื้นฐานภาคบังคับ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-025877"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงครู-เด็ก-ฐานข้อมูล</h2>



<p>แผนการทำงานของ กสศ. ระหว่างปี 2021-2022 นี้ ดร.ภูมิศรัณย์ อธิบายว่าแบ่งการทำงานออกเป็น 3 แนวทาง</p>



<ol><li>การมุ่งไปที่ตัวเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้ได้รับความช่วยเหลือ ทั้งด้านทุนและการเข้าถึงความรู้และการศึกษาที่มีคุณภาพตามความต้องการของผู้เรียน</li><li>การให้ความช่วยเหลือครูและผู้ดูแล (caregivers) ที่มีอยู่ราว 3,140 คน ในการออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนคุณภาพ จัดทำระบบดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กให้มีร่างกายและจิตใจที่สมบูรณ์พร้อม</li><li>การมุ่งพัฒนาระบบข้อมูลความรู้ ให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัย เพื่อนำมาต่อยอดในการช่วยเหลือเด็กนอกระบบ รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลให้มีความถูกต้อง เที่ยงตรง แม่นยำ</li></ol>



<p>ปัจจุบัน กสศ.ได้เริ่มโครงการนำร่องเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษาใน 20 จังหวัด ด้วยวิธีการช่วยโดยอิงตามบริบทพื้นที่ (Area-based approach) และบริบทชุมชน (Community-based approach)&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e4939c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/10/19-สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ภูมิศรัณย์เน้นย้ำว่า แนวทางหลักของ กสศ. ซึ่งเป็นองค์กรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาที่มีขนาดไม่ใหญ่มากแห่งนี้ ยังคงมุ่งไปที่การพัฒนาระบบข้อมูลไอซีที ทั้งในแง่ของการเก็บรวบรวม การวิเคราะห์ การจัดเก็บ และการจัดทำทัศนภาพข้อมูล (data visualization) เพื่อให้มีหน่วยงานพันธมิตรทั้งหลาย รวมถึงตัว กสศ.เองมีแนวทางและกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อวางแผนกรอบการทำงานและให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด&nbsp;</p>



<p>“สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ การทำงานเพื่อการศึกษาเป็นงานที่หนักมาก และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคมอย่างแท้จริง ทั้งรัฐบาล เอกชน องค์กรอิสระ และชุมชน แต่ผลลัพธ์ของการนำพาเด็กกลับคืนสู่ห้องเรียนและได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อให้มีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ถือเป็นผลงานที่เราทุกคนควรจะภาคภูมิใจร่วมกันมากที่สุดครับ”</p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา</strong> <strong>:</strong> <a href="https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&amp;v=404000911148587" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.facebook.com/watch/live/?ref=watch_permalink&amp;v=404000911148587">โครงการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 7 หรือ The 7<sup>th</sup> International Conference Lifelong Learning for All 2021 (LLL 2021) ภายใต้หัวข้อ<strong><em>“TEACHING AND LEARNING FOR OUT-OF SCHOOL CHILDREN AND OLDER ADULT LEARNERS IN THE COVID-19 CRISIS AND BEYOND”</em></strong></a> โดย ภาควิชาการศึกษาตลอดชีวิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยปฏิบัติการวิจัยเพื่อการพัฒนาด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ DVV International</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eef-promote-promotion-plan-lifelong-learning/">สู้วิกฤตเด็กหลุดจากระบบการศึกษา กสศ.ชูแผนส่งเสริม “การเรียนรู้ตลอดชีวิต”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผ่าทางตันโลกการศึกษาหลังยุค COVID-19 จากแนวคิดนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/2005-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jul 2020 07:01:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[Harry Patrinos]]></category>
		<category><![CDATA[Eric Hanushek]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Andreas Schleicher]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18524</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 10-11 ก.ค. กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2005-2/">ผ่าทางตันโลกการศึกษาหลังยุค COVID-19 จากแนวคิดนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่</span><span style="font-weight: 400;"> 10-11 ก.ค. </span><span style="font-weight: 400;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย องค์การการศึกษา ยูเนสโก, องค์การยูนิเซฟ และธนาคารโลก ได้จัดเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ </span><b>“เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ปวงชนเพื่อการศึกษา”</b><span style="font-weight: 400;"> โดยมีการนำเสนอประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างคุณภาพทรัพยากรมนุษย์กับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยใช้ข้อมูลจากการประเมินผลคุณภาพการศึกษาในระดับนานาชาติ รวมเป็นถึงบทเรียนและ</span><span style="font-weight: 400;"><br />
</span><span style="font-weight: 400;">ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาการศึกษาในยุคหลังวิกฤต </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยมี</span><span style="font-weight: 400;">นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำระดับโลกมาเป็นวิทยากรร่วมพูดคุย นำโดย</span> <b>Harry Patrinos</b><span style="font-weight: 400;"> หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ผู้ดูแลนโยบายการศึกษาของธนาคารโลก </span><b>ศาสตราจารย์ Eric Hanushek </b><span style="font-weight: 400;">นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด และ</span><b> Andreas Schleicher</b><span style="font-weight: 400;"> ผู้อำนวยสำนักการศึกษาและทักษะแห่งองค์การ OECD ผู้อยู่เบื้องหลังการจัดทดสอบ PISA นับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ซึ่งทั้ง</span><span style="font-weight: 400;">สามท่านนี้</span><span style="font-weight: 400;">มีการนำเสนอในประเด็นที่คล้ายคลึงกัน คือ การนำเอาข้อมูลทางการศึกษาขนาดใหญ่ที่ได้จากการเก็บจากทั่วโลกมาใช้ทำการวิเคราะห์และให้ข้อเสนอเชิงนโยบายในแง่มุมต่างๆ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><b>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค </b>ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ. ได้สรุปและเรียบเรียงบทวิเคราะห์ ผ่านแนวคิดของวิทยากรทั้งสามท่านในแง่มุมที่ว่า <b>“เราจะพลิกปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้เสมอภาคได้อย่างไร?”</b></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-18527" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07.png" alt="" width="4501" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07.png 4501w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07-768x421.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07-2048x1124.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-07-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4501px) 100vw, 4501px" /></p>
<p><b>โดยคุณ Harry Patrinos จากธนาคารโลก</b><span style="font-weight: 400;"> ได้นำเสนองานวิจัยของธนาคารโลกเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคระบาดที่ทำให้มีการปิดโรงเรียนว่า จะส่งผลต่อการเรียนรู้ที่หายไป (Learning Loss) ในระยะยาว โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เคยเกิดในประวัติศาสตร์ เช่น การปฏิวัติวัฒนธรรมในประเทศจีนในช่วงทศวรรษ 1970 </span><span style="font-weight: 400;">ที่</span><span style="font-weight: 400;">ทำให้อัตราการจบมัธยมศึกษาในช่วงนั้นลดลงถึง 35% รวมไปถึงผลกระทบที่เกิดกับ</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">ทางเศรษฐกิจในอดีต เช่น </span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">เศรษฐกิจของเอเชีย </span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">เศรษฐกิจในลาตินอเมริกา ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 รวมถึง</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">แฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกาในปี 2008 </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง พบว่า</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span><span style="font-weight: 400;">ทางเศรษฐกิจเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">ด้วย</span><span style="font-weight: 400;"> เช่น ทำให้คนออกนอกโรงเรียนมากขึ้น อัตราการจบการศึกษาลดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยผลจากวิกฤต COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> ในครั้งนี้ ธนาคารโลกคาดว่า การปิดโรงเรียนจะส่งผลทำให้ GDP ของประเทศ</span><span style="font-weight: 400;">ต่างๆ ลดลงอย่าง</span><span style="font-weight: 400;">อังกฤษ ลด</span><span style="font-weight: 400;">ไป</span><span style="font-weight: 400;"> 0.1-0.4% GDP สหรัฐอเมริกาลดลง 0.3% หรือ</span><b>จากงานวิจัยของประเทศนอร์เวย์ การปิดโรงเรียนแต่ละวันจะทำให้เกิดความสูญเสียถึงวันละ 165 ล้านเหรียญสหรัฐ </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในกรณีของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น การที่โรงเรียนต้องปิด 4 เดือน ทำให้รายได้ในอนาคตของนักเรียนลดลง 1,337 เหรียญต่อปีต่อคน ซึ่งคิดเป็นรายได้ประมาณ 33,464 เหรียญตลอดช่วงชีวิต ซึ่งหากพิจารณาจำนวนของนักเรียนทั่วทั้งสหรัฐอเมริกาที่มีทั้งหมด 76 ล้านคนแล้ว พบว่ารายได้ตลอดช่วงชีวิตของเด็กและเยาวชนอเมริกันในรุ่นอายุนี้จะหายไปถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก</span><span style="font-weight: 400;">นี้ </span><span style="font-weight: 400;">ธนาคารโลกได้มีการประเมินว่าหากนัก</span><span style="font-weight: 400;">เรียนต้องหยุดเรียนในช่วงวิกฤตนี้ จะส่งผลกระทบ</span><span style="font-weight: 400;">ต่อทักษะความสามารถ</span><span style="font-weight: 400;">ทางการเรียน</span><span style="font-weight: 400;">ที่ลดลง จากแบบจำลองคะแนน PISA ในด้านการอ่าน ในกรณี</span><span style="font-weight: 400;">ที่เลวร้ายสุด</span><span style="font-weight: 400;">จะทำให้คะแนนเฉลี่ยลดลงจากค่าเฉลี่ยของโลกที่ 440 เหลือเพียง 413 คะแนน หรือคิดเป็นช่องว่าง 1 ปีการศึกษา และทั่วโลกจะมีเด็กนักเรียนที่ขาดทักษะความรู้ในระดับที่สามารถเอาไปใช้งานได้ (</span><span style="font-weight: 400;">F</span><span style="font-weight: 400;">unctionally </span><span style="font-weight: 400;">I</span><span style="font-weight: 400;">lliterate) เพิ่มจาก 40% เป็น 53%</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แผนภาพที่ 1 : ผลกระทบของ COVID-19 ต่อระดับผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน และต่อจำนวนนักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานในด้านการอ่าน</b></p>
<p><figure id="attachment_18528" aria-describedby="caption-attachment-18528" style="width: 4500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-18528 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01.png" alt="" width="4500" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01.png 4500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01-768x422.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01-2048x1124.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-01-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4500px) 100vw, 4500px" /><figcaption id="caption-attachment-18528" class="wp-caption-text">ที่มา : ธนาคารโลก</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม</span> <span style="font-weight: 400;">ประชากรจะได้รับผลกระทบจากวิกฤต COVID-19 ที่ต่างออกกันตามระดับการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;"> โดยแรงงานที่มีการศึกษาต่ำ (มัธยมศึกษา) จะได้รับผลกระทบ</span><span style="font-weight: 400;">ที่รุนแรงกว่า</span><span style="font-weight: 400;">แรงงานที่มีการศึกษาสูง (ตั้งแต่ระดับปริญญาขึ้นไป) </span><span style="font-weight: 400;">วิกฤตนี้ </span><span style="font-weight: 400;">จะทำให้แรงงานระดับล่างตกงานกันอีกมาก</span><span style="font-weight: 400;"> ส่งผลต่อค่าแรงที่ถูกกดให้ต่ำลง </span><span style="font-weight: 400;">ขณะที่</span><span style="font-weight: 400;">ผลตอบแทนจากการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยมีอัตราที่สูงขึ้น ทำให้คนมีแนวโน้มที่จะหันกลับไปเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาเพิ่มขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเราได้เคยเห็น</span><span style="font-weight: 400;">รูปแบบนี้</span><span style="font-weight: 400;">เกิดขึ้นมาก่อนแล้วใ</span><span style="font-weight: 400;">นประเทศเวเนซุเอลา อาร์เจนตินา และไทยในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้งปี 2540 </span><span style="font-weight: 400;">โดย</span><span style="font-weight: 400;">คุณ</span><span style="font-weight: 400;"> Harry เชื่อว่ารูปแบบนี้จะเกิดขึ้นอีกในช่วง</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> รัฐบาลจึง</span><span style="font-weight: 400;">ควร</span><span style="font-weight: 400;">มีนโยบายช่วยเหลือสนับสนุน </span><span style="font-weight: 400;">การรักษางบ</span><span style="font-weight: 400;">ประมาณทางการศึกษาเอาไว้ โดยเฉพาะในการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการศึกษาตลอดชีวิตที่จะได้รับความต้องการมากขึ้น </span><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้</span><span style="font-weight: 400;">การลงทุนพัฒนาแนวทางการประเมินผลนักเรียนและเร่งสอนเสริมเพื่อให้</span><span style="font-weight: 400;">ตามเพื่อน</span><span style="font-weight: 400;">ได้ทัน รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับผู้เรียน</span><span style="font-weight: 400;">ก็</span><span style="font-weight: 400;">เป็นสิ่งที่ควรพัฒนา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>แผนภาพที่ 2 : ความสัมพันธ์ระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลตอบแทนจากการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาและอุดมศึกษาของประเทศไทย (1985-2015)</b><span style="font-weight: 400;"><br />
</span></p>
<p><figure id="attachment_18530" aria-describedby="caption-attachment-18530" style="width: 4500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-18530 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02.png" alt="" width="4500" height="2471" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02.png 4500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02-1400x769.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02-768x422.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02-2048x1125.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-02-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4500px) 100vw, 4500px" /><figcaption id="caption-attachment-18530" class="wp-caption-text">ที่มา : ธนาคารโลก</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>ศาสตราจารย์ Eric Hanushek จากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด</b><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยในด้านการนำเอาคะแนนสอบมาตรฐานระดับชาติไปใช้วิเคราะห์ผลทางเศรษฐกิจ </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า</span><span style="font-weight: 400;"> จากสถิติข้อมูลในปี 1960-2000 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบคะแนนมาตรฐานนานาชาติของนักเรียนและค่า GDP ของประเทศ พบว่า คะแนนมาตรฐานซึ่งเป็นตัวแทนของคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ มีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18531" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08.png" alt="" width="4501" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08.png 4501w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08-768x421.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08-2048x1124.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-08-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4501px) 100vw, 4501px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย</span><span style="font-weight: 400;">ในอดีตนักเศรษฐศาสตร์มักจะใช้จำนวนปีการศึกษาในการบ่งบอกระดับการศึกษาของชาติ เพราะเป็นสิ่งที่วัดได้ง่าย แต่ความจริงคือ</span><span style="font-weight: 400;">คุณภาพการศึกษา</span><span style="font-weight: 400;">ของแต่ละประเทศมีไม่เท่ากันแม้จะมีจำนวนปีการศึกษาที่ใกล้เคียงกัน </span><span style="font-weight: 400;">แต่</span><span style="font-weight: 400;">การมีคะแนนสอบมาตรฐาน</span><span style="font-weight: 400;">อย่าง</span><span style="font-weight: 400;"> PISA ทำให้สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพการศึกษาของแต่ละชาติได้ดีกว่าจำนวนปีการศึกษา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จะทำให้ GDP ของประเทศเพิ่มสูงขึ้นได้ในระยะยาว</b></p>
<p><figure id="attachment_18532" aria-describedby="caption-attachment-18532" style="width: 4500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18532 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-03.png" alt="" width="4500" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-03.png 4500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-03-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-03-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-03-768x422.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-03-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-03-2048x1124.png 2048w" sizes="(max-width: 4500px) 100vw, 4500px" /><figcaption id="caption-attachment-18532" class="wp-caption-text">ที่มา : ภาพจากการนำเสนอของ Eric Hanushek</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากข้อมูล PISA พบว่า มีเด็กประมาณ 20% ในประเทศไทยที่เรียนไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกว่า </span><span style="font-weight: 400;">43%</span><span style="font-weight: 400;"> ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐาน</span><span style="font-weight: 400;">ที่สามารถ</span><span style="font-weight: 400;">นำไปใช้งานใน</span><span style="font-weight: 400;">โลกปัจจุบัน</span><span style="font-weight: 400;">ได้ </span><span style="font-weight: 400;">โดยงานวิจัยของศาสตราจารย์ Hanushek </span><span style="font-weight: 400;">พบว่าในกรณีของประเทศไทย หาก</span><span style="font-weight: 400;">นักเรียน</span><span style="font-weight: 400;">ทุกคนสามารถเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ จะทำให้ GDP ขยายตัวไปจนตลอดทศวรรษนี้ 3% ต่อปีและถ้านักเรียนไทยที่อยู่ในระบบปัจจุบันมีทักษะพื้นฐานอยู่ในระดับเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ </span><span style="font-weight: 400;">จะทำให้</span><span style="font-weight: 400;">ไทยมี GDP ที่ขยายตัวโดยเฉลี่ยปีละ 5.5% หรือถ้า</span><span style="font-weight: 400;">สามารถ</span><span style="font-weight: 400;">ทำให้เด็กไทย</span><span style="font-weight: 400;">สามารถเข้าถึงการศึกษาในมาตรฐานขั้นต่ำได้ทุกคน</span><span style="font-weight: 400;"> จะทำให้ GDP ขยายตัวได้ถึง 8.9% ไปจนตลอดศตวรรษนี้เลยทีเดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ค่า GDP จะเพิ่มสูงขึ้น หากเด็กไทยได้รับการศึกษาที่ทั่วถึงหรือมีคุณภาพในระดับพื้นฐานอย่างทั่วถึง</h4>
<p><figure id="attachment_18534" aria-describedby="caption-attachment-18534" style="width: 4500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18534 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04.png" alt="" width="4500" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04.png 4500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04-768x422.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04-2048x1124.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-04-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4500px) 100vw, 4500px" /><figcaption id="caption-attachment-18534" class="wp-caption-text">ที่มา : Universal Basic Skills: What Countries Stand to Gain โดย Hanushek และ Woessmann (OECD Report 2015)</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม </span><span style="font-weight: 400;">นี่</span><span style="font-weight: 400;">เป็น</span><span style="font-weight: 400;">เพียง</span><span style="font-weight: 400;">การประมาณตัวเลขในช่วงก่อนเกิด</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต</span> <span style="font-weight: 400;">COVID-19 ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ส่งผลต่อเศรษฐกิจและ</span><span style="font-weight: 400;">การศึกษาอย่างรุนแรง โดยเฉพาะเด็กในกลุ่มด้อยโอกาสและขาดแคลนการเข้าถึงเทคโนโลยี</span><span style="font-weight: 400;">และครู</span><span style="font-weight: 400;">ที่ดีมีคุณภาพด้วย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยศาสตราจารย์ Eric Hanushek</span> <span style="font-weight: 400;">คาดการณ์ว่าความรู้ที่หายไปจะทำให้รายได้ตลอดชีวิตของเด็กในรุ่นนี้ลดลง 3-6% พร้อมแนะให้</span><b>พัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลงไปกว่านี้ ซึ่งภาคนโยบายต้องมีกระบวนการจัดสรรครูอย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เด็กด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงครูที่เก่ง เพราะถ้าทำไม่ได้ นอกจากเราจะไม่สามารถกลับไปสู่ระดับของการเรียนรู้ก่อนหน้าวิกฤตได้แล้ว ยังจะไม่สามารถลดช่องว่างที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 ได้ด้วย</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18535" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09.png" alt="" width="4501" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09.png 4501w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09-768x421.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09-2048x1124.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-09-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4501px) 100vw, 4501px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เช่นเดียวกับ</span> <b>Andreas Schleicher</b><span style="font-weight: 400;"> แห่ง OECD ผู้ริเริ่ม</span><span style="font-weight: 400;">เเล</span><span style="font-weight: 400;">ะอยู่เบื้องหลัง</span><span style="font-weight: 400;">การประเมินทักษะนักเรียนนานาชาติหรือ PISA ได้ประมาณการว่า </span><span style="font-weight: 400;">หากเด็กไทยทุกคนสามารถพัฒนาทักษะความรู้ให้อยู่ในระดับมาตรฐานของ PISA ใน Level 2 ได้ จะทำให้เศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศขยายตัวอย่างมหาศาล คิดเป็นมูลค่าประมาณกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 4 เท่าของขนาดเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันเลยทีเดียว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>เศรษฐกิจไทยจะโตขึ้นอย่างไร หากเด็กทุกคนสามารถบรรลุทักษะความรู้ใน PISA Level 2 ได้</h4>
<p><figure id="attachment_18537" aria-describedby="caption-attachment-18537" style="width: 4500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18537 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05.png" alt="" width="4500" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05.png 4500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05-768x422.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05-2048x1124.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-05-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4500px) 100vw, 4500px" /><figcaption id="caption-attachment-18537" class="wp-caption-text">ที่มา : การนำเสนอของ OECD</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยคุณ Andreas Schleicher ยัง</span><span style="font-weight: 400;">แสดงให้เห็นว่า</span><b>ความยากจนหรือความด้อยโอกาสของเด็ก ไม่ใช่ตัวกำหนดความสำเร็จในการศึกษาหากประเทศมีการจัดระบบการกระจายตัวของทรัพยากรทางการศึกษา</b><b>ที่ดีพอ</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยยกตัวอย่างบางประเทศที่มีความพยายามในการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้อยู่ใกล้บ้านนักเรียนอย่างทั่วถึงเป็นธรรม และการจัดสรรครูที่เก่งที่สุดไปช่วยเหลือในโรงเรียนที่เด็กมีความต้องการมากที่สุด </span><span style="font-weight: 400;">เช่น </span><span style="font-weight: 400;">ใน </span><span style="font-weight: 400;">4</span><span style="font-weight: 400;"> จังหวัดของ</span><span style="font-weight: 400;">ประเทศ</span><span style="font-weight: 400;">จีน </span><span style="font-weight: 400;">ฟินแลนด์ และเอสโตเนีย </span><span style="font-weight: 400;">ที่ร่วมสอบ PISA </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งได้มีการ</span><span style="font-weight: 400;">พัฒนาทักษะความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) ของนักเรียน แม้จะเป็นประเทศส่วนน้อยที่สามารถทำได้ แต่ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้สามารถเป็นไปได้ ถ้าภาคนโยบายมีการนำไปทำอย่างจริงจัง</span></p>
<p><figure id="attachment_18536" aria-describedby="caption-attachment-18536" style="width: 4500px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18536 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06.png" alt="" width="4500" height="2470" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06.png 4500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06-300x165.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06-1400x768.png 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06-768x422.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06-1536x843.png 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06-2048x1124.png 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Graph_Aj.Phoomsarun_EEC-06-750x412.png 750w" sizes="(max-width: 4500px) 100vw, 4500px" /><figcaption id="caption-attachment-18536" class="wp-caption-text">ที่มา : แผนภาพจาก OECD ที่พูดถึงความแตกต่างของคุณภาพโรงเรียนในแต่ละประเทศ ที่แสดงให้เห็นว่าหลายประเทศ เช่น ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ และกลุ่มแสกนดิเนเวียมีโรงเรียนใกล้บ้านที่มีคุณภาพสูง</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยสรุปแล้ว ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค มองว่า </span><span style="font-weight: 400;">การได้ฟังมุมมองของบรรดานักเศรษฐศาสตร์ระดับชั้นนำของโลกจากงานระดับนานาชาติในครั้งนี้ ทำให้ทาง กสศ. ตระหนักถึงประโยชน์และความสำคัญของการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีมาตรฐานในระดับนานาชาติเพื่อนำมาใช้วิเคราะห์แแก้ปัญหาการศึกษาของประเทศไทย</span></p>
<p><figure id="attachment_18538" aria-describedby="caption-attachment-18538" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18538 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-27.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-27.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-27-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-27-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-27-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-27-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18538" class="wp-caption-text">ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</figcaption></figure></p>
<p><b>โดยปัจจุบัน กสศ. กำลังริเริ่มโครงการ PISA for Schools ร่วมกับองค์การ OECD ในการนำเอาแนวทางการประเมินผลแบบ PISA เพื่อมาใช้ประเมินและพัฒนาโรงเรียนไทยที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ แ</b><b>ละโครงการวิจัยสำรวจทักษะและความพร้อมของกลุ่มประชากรวัยแรงงานที่กำลังจะทำงานร่วมกับธนาคารโลก </b><b>ซึ่งคาดว่าจะได้ประโยชน์จากความรู้ในด้านเทคนิค</b><b>ที่องค์กร</b><b>ระหว่างประเทศเหล่านี้นำมาถ่ายทอดให้กับบุคลากรใน</b><b>ไทยและยัง</b><b>สามารถ</b><b>นำ</b><b>ผลการวิเคราะห์มาใช้ในการ</b><b>พัฒนาระบบการศึกษาไปพร้อมกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศได้</b></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2005-2/">ผ่าทางตันโลกการศึกษาหลังยุค COVID-19 จากแนวคิดนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เปลี่ยนความเหลื่อมล้ำให้เสมอภาคได้อย่างไร ถอดความคิดนักเศรษฐศาสตร์เพื่อการพัฒนาชั้นนำของโลก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/3325-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2020 04:46:36 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[Harry A. Patrnios]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[Eric Hanushek]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย]]></category>
		<category><![CDATA[RIECE]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.วีระชาติ กิเลนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18293</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.วีระชาติ กิเลนทอง คณบดีคณะการศึกษาปฐมวัยและผู้อำนวยก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3325-2/">เปลี่ยนความเหลื่อมล้ำให้เสมอภาคได้อย่างไร ถอดความคิดนักเศรษฐศาสตร์เพื่อการพัฒนาชั้นนำของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">ดร.วีระชาติ กิเลนทอง คณบดีคณะการศึกษาปฐมวัยและผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการประเมินและการออกแบบนโยบายมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า การลงทุนกับเด็กด้อยโอกาสจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมซึ่งเป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคมที่จะต้องช่วยกัน ยิ่งเราลงทุนเร็วขึ้นเท่าไหร่ผลตอบรับที่เกิดขึ้นก็จะสูงมากขึ้นเท่านั้น หากเราลงทุนใน</span><span style="font-weight: 400;">เด็กตอนยังเล็กๆ</span><span style="font-weight: 400;"> ผลตอบแทนก็จะยิ่งสูงขึ้น ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายจึงควรพิจารณาในการกำหนดงบประมาณด้านการศึกษาโดยใช้แนวคิดดังกล่าวนี้ไปพัฒนานโยบายด้านการศึกษา  </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18295" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/วีระชาติ-กิเลนทอง-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเราได้จัดทำฐานข้อมูลความพร้อมของโรงเรียนในระดับจังหวัด เพื่อวัดความพร้อมของเด็กนักเรียนอนุบาลในรูปแบบของการสอบ PISA </span><span style="font-weight: 400;">โดย</span><span style="font-weight: 400;">เราต้องการจะรู้ว่าความต้องการของเด็กและปัญหาที่เขา</span><span style="font-weight: 400;">ต้อง</span><span style="font-weight: 400;">เจอในการเรียนคืออะไร ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมากเพราะจากการทดสอบพบว่ามีเด็กมากกว่า 20% ในหลายจังหวัดไม่สามารถบอกได้ว่าสัญลักษณ์ตัวเลขที่เขากำลังทดสอบคือเลขอะไร  นอกจากนี้เด็กหลายคน</span><span style="font-weight: 400;">ยัง</span><span style="font-weight: 400;">มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าเกณฑ์ และกว่า 30% ของเด็ก มีความสามารถในการอ่านออกเขียนได้ต่ำกว่าเกณฑ์อีกด้วย ที่สำคัญเด็กในทุกจังหวัดที่เราได้ทำการสำรวจมีช่วงความจำต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งการศึกษาชิ้นนี้บ่งบอกว่าเด็กไทยในชั้นอนุบาลมีทักษะต่ำทั้งในทางคณิตศาสตร์ การอ่านออกเขียนได้ และความจำ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังพบอีกว่า เด็กที่มีโอกาสทางการศึกษาน้อย หรือ มีฐานะยากจนจะมีความพร้อมเข้าโรงเรียนน้อยกว่าเด็กกลุ่มอื่น  ซึ่งการแก้ปัญหาดังกล่าว ต้องหาวิธีที่จะพัฒนานโยบายการศึกษาที่คุ้มค่าเพื่อช่วยเหลือพวกเขา ทั้งนี้ความยากจนไม่ได้เป็นต้นกำเนิดของ ปัญหาโดยตรง แต่นำไปสู่ปัญหาอื่นๆ ที่ทำให้มีผลกระทบต่อการศึกษาแทน เช่น ขาดสารอาหาร การลงทุนต่ำในด้านการศึกษาของครอบครัว ซึ่งเด็กกลุ่มนี้มีโอกาสน้อยมากที่จะได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆ ทำให้การจะพัฒนานโยบายที่มีประสิทธิภาพ เราจะต้องค้นหาว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไรก่อน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ กสศ.ยังได้จัดทำโครงการเพื่อส่งเสริมการศึกษาเด็กเล็กในชนบทของประเทศไทย ภายใต้โครงการ “RIECE” ซึ่งเราส่งเสริมให้ครูในศูนย์เด็กเล็ก 50 ศูนย์ทดลองใช้หลักสูตรที่พัฒนาจากหลักสูตร HighScope ซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างมากทั่วโลกทำให้เราพบว่าเด็กที่ได้เรียนรู้จากหลักสูตรดังกล่าวทำคะแนนได้สูงกว่ากลุ่มอื่น ซึ่งผลการศึกษาชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า การให้การศึกษาเด็กเล็กอย่างมีคุณภาพ ถึงจะเป็นในศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ชนบทก็ตาม ก็จะสามารถช่วยพวกเขาได้</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18296" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้านคุณ Eric Hanushek นักเศรษฐศาสตร์ทางการศึกษาชั้นนำของอเมริกาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นไม่ได้หากทุกคนยังไม่ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ ซึ่งจากสถิติข้อมูลในปี 1960-2000 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบคะแนนสอบ PISA ของเด็กและตัวเลข GDP ของประเทศ พบว่า คุณภาพของแรงงานจะเป็นตัวกำหนดอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ หากแรงงานมีคุณภาพมากเท่าไหร่เศรษฐกิจของประเทศก็จะดีมากขึ้นเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นหากเราต้องการจะบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติทั้ง 17 ข้อ ต้องเริ่มต้นจากความคิดว่า เราจะพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้นได้อย่างไร ซึ่งการพัฒนาการศึกษาในอดีตมุ่งไปที่การให้คนเข้าไปเรียนในโรงเรียนให้มากที่สุดและนานที่สุดเพราะวัดผลได้ง่ายกว่า โดยนับว่าคนเรียนหนังสืออยู่ในโรงเรียนเป็นเวลากี่ปี โดยไม่ได้</span><span style="font-weight: 400;">พิจารณา</span><span style="font-weight: 400;">ว่าระหว่างที่เด็กเรียนหนังสือในโรงเรียนนั้นการเรียนการสอนมีคุณภาพดีพอหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจาก</span><span style="font-weight: 400;">นี้</span><span style="font-weight: 400;"> เราพบว่ามีเด็กประมาณ 20% ในประเทศไทยที่เรียนไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ กว่า 43% ไม่ได้รับการพัฒนาทักษะขั้นพื้นฐาน  </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่ง</span><span style="font-weight: 400;">วิกฤต COVID-19 ที่ผ่านมา มีผลกระทบอย่างมากกับเด็กด้อยโอกาส เพราะเด็กกลุ่มนี้ครอบครัวสนับสนุนได้น้อยกว่าและมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยี  มีเด็กๆ อีกหลายคนที่ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ทางไกลได้ รวมถึงโอกาสในการเข้าถึงครูที่มีคุณภาพที่ดีก็ยังมีน้อยกว่าเด็กในกลุ่มอื่นๆ </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18297" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Eric-Hanushek-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเราต้องทำให้มากขึ้น โดยใช้ทรัพยากรให้น้อยลง ซึ่งวิกฤตครั้งนี้จะทำให้รัฐบาลมีความสามารถในการระดมทุนได้น้อยลงและจะมีวิกฤตการเงินที่จะกระทบโรงเรียนด้วย เพื่อที่จะกลับไปในจุดที่เราอยู่ก่อนหน้าวิ</span><span style="font-weight: 400;">กฤต COVID-19</span><span style="font-weight: 400;"> เราจะต้องทำให้ดีกว่านี้ </span><span style="font-weight: 400;">ถ้าเรา</span><span style="font-weight: 400;">เพียงแค่จะกลับไปให้เหมือนเดิม เด็กยุคนี้ก็จะได้รับผลกระทบไปตลอดชีวิต </span><span style="font-weight: 400;">และการ</span><span style="font-weight: 400;">กลับไปให้เหมือน 4 เดือนที่แล้ว โดยไม่ทำอะไรเพิ่มเติมกับโรงเรียน</span><span style="font-weight: 400;">  </span><span style="font-weight: 400;">เด็กยุคนี้ก็จะมีช่องว่างในการเรียนรู้ และจะมีรายได้ลดลง 3-6</span><span style="font-weight: 400;">%</span><span style="font-weight: 400;"> ตลอดชีวิต </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ในตอนนี้เราเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมเมื่อ 4 เดือนที่แล้วได้หรือไม่ เมื่อดูจากสถานการณ์แล้ว สำหรับผมเราจะต้องทำให้ดีขึ้นโดยจะต้องช่วยให้เด็กที่มีความต้องการมากที่สุดเข้าถึงครูที่มีคุณภาพสูงขึ้น พร้อมกับการจัดสรรครูที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้เด็กเข้าถึงครูที่เก่ง ถ้าเราไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้นอกจากเราจะไม่สามารถกลับไปสู่สภาพก่อนหน้านี้ได้แล้ว เรายังจะไม่สามารถลดช่องว่างที่เกิดขึ้นจาก COVID-19 ได้ด้วย </span><span style="font-weight: 400;"><strong>การพัฒนาจะนำไปสู่การเติบโต และการเติบโตจะนำไปสู่ทักษะ ถ้าเราไม่พัฒนาคุณภาพของโรงเรียนก็จะไม่มีการเติบโต ดังนั้น คุณค่าของการพัฒนาโรงเรียนจึงสำคัญมาก ซึ่งเด็กที่ขาดโอกาสเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการศึกษาที่มีคุณภาพต่ำ และผลจากวิกฤต COVID-19 ดังนั้นเราจึงต้องทำให้ดีขึ้น</strong>” คุณ Eric Hanushek  ระบุ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18298" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Harry-A.-Patrinos-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่คุณ Harry A. Patrnios หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ผู้ดูแลนโยบายการศึกษาของธนาคารโลก มองว่าภายหลังจากที่เกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้สร้างผลกระทบให้เกิด</span><span style="font-weight: 400;">ขึ้น</span><span style="font-weight: 400;">กับเด็กๆ ไม่ใช่ด้านการเรียนเพียงอย่างเดียว แต่กระทบถึงความสามารถในการหารายได้ด้วย โดยเราได้สำรวจจากประเทศสหรัฐอเมริกาว่าในช่วงที่โรงเรียนปิด 4 เดือนนั้นทำให้เด็กๆ หารายได้น้อยลง 1,337 เหรียญต่อปีต่อคน ซึ่งตีเป็นมูลค่ากว่า 33,464 เหรียญตลอดชีวิตเด็ก 1 คน ซึ่งจำนวนของนักเรียนทั่วสหรัฐอเมริกาที่มีมากถึง 76 ล้านคน เท่ากับรายได้ของเด็กๆ จะหายไป 2.5 ล้านล้านเหรียญ ดังนั้นหากเราไม่มีมีมาตรการอะไรออกมาช่วยให้พวกเขาสามารถเรียนหนังสือได้ก็จะมีผลกระทบมากขึ้นไปอีก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ผลกระทบกับเด็กๆ ทั่วโลกในช่วงของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ต้องหยุดเรียน ซึ่งเรามีการประเมินว่าหาก</span><span style="font-weight: 400;">พวกเขาต้องหยุดเรียนประมาณ 1 ปี จะส่งผลกระทบกับคะแนน </span><span style="font-weight: 400;">PISA</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งเป็นการประเมินความสามารถเรียนรู้ของเด็กๆ ทั่วโลก </span><span style="font-weight: 400;">ที่ลดลงอย่างมากจาก 440 เหลือ 413 และในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดจะมีเด็กถึง 53 % ที่จะอ่านหนังสือไม่ออก </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอีกรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นจากวิกฤตครั้งนี้ คือ กลุ่ม</span><span style="font-weight: 400;">คนที่มี</span><span style="font-weight: 400;">การศึกษาตั้งแต่ระดับ ม.ปลายลงมาจะว่างงานเพิ่มขึ้นมากซึ่งจะทำให้ค่าจ้างของคนกลุ่มนี้ลดลงมากตามไปด้วย และทำให้พวกเขาต้องกลับไปเรียนหนังสือเพิ่มขึ้น ขณะที่คนได้รับการศึกษาสูงกว่าจะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวิกฤต ซึ่งเราเห็นรูปแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนแล้วในประเทศ</span><span style="font-weight: 400;">เวเนซุเอลา</span> <span style="font-weight: 400;">อาร์เจนตินา </span><span style="font-weight: 400;">และไทยในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและสังคม และเชื่อว่ารูปแบบดังกล่าวจะเกิดขึ้นอีกในช่วงวิกฤต COVID-19 </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3325-2/">เปลี่ยนความเหลื่อมล้ำให้เสมอภาคได้อย่างไร ถอดความคิดนักเศรษฐศาสตร์เพื่อการพัฒนาชั้นนำของโลก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
