<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Equity Forum ทุนมนุษย์เพื่อยุติความเหลื่อมล้ำ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/equity-forum-%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%A7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 30 Oct 2023 04:21:03 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Equity Forum ทุนมนุษย์เพื่อยุติความเหลื่อมล้ำ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. เปิดข้อค้นพบจากสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2566 ตั้งเป้าสร้างทุนมนุษย์ยุติความเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-281023/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Oct 2023 04:19:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[Equity Forum ทุนมนุษย์เพื่อยุติความเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=73985</guid>

					<description><![CDATA[<p>25 ตุลาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281023/">กสศ. เปิดข้อค้นพบจากสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2566 ตั้งเป้าสร้างทุนมนุษย์ยุติความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>25 ตุลาคม 2566 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดสัมมนาวิชาการประจำปี ‘Equity Forum ทุนมนุษย์เพื่อยุติความเหลื่อมล้ำ’ ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เปิดรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปี 2566 และผลงานวิจัย รวมถึงข้อเสนอการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ในประชากร 3 ช่วงวัยสำคัญของประเทศ โดยมี <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ. เป็นผู้นำเสนอรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำดังกล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c60151"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/1-9.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2566</strong></h2>



<p>รายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปี 2566 ชี้ว่าหลังจากสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจของประเทศไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ สถานการณ์เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูง จึงยิ่งเป็นการตอกย้ำและกลายเป็นตัวเร่งให้สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษารุนแรงมากยิ่งขึ้น</p>



<p>ดร.ไกรยส เปิดเผยว่ากลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด คือเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนเปราะบาง เนื่องจากมีปัญหาความยากจนหรือด้อยโอกาสในมิติต่างๆ เป็นทุนเดิมอยู่ก่อนแล้ว</p>



<p>ในขณะเดียวกัน เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีความพร้อมมากกว่าจะสามารถฟื้นตัวจากภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ได้มากกว่า ด้วยเหตุนี้ เด็กที่เข้าไม่ถึงโอกาสในการฟื้นฟูหรือหลุดออกจากระบบ จะกลายเป็นกลุ่มประชากรรุ่นที่สูญหายจากการเรียนรู้ (Lost Generation) ซึ่งสามาถยืนยันได้จากข้อค้นพบ ‘ปัญหาทุนมนุษย์ช่วงวัยสำคัญ’&nbsp;</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า หากไม่เร่งช่วยเหลือเยาวชนกลุ่มนี้ ประเทศไทยจะมีการฟื้นตัวเป็นลักษณะ K-Shaped ซึ่งหมายความว่า ช่องว่างความเหลื่อมล้ำของเด็กและเยาวชนจากครัวเรือนที่มีรายได้น้อย กับครัวเรือนที่มีความพร้อมทางเศรษฐกิจมากกว่า จะยิ่งถ่างกว้างออกไปมากขึ้น</p>



<p>“การพัฒนาทุนมนุษย์ในวันนี้ต้องเปลี่ยนไปตามบริบทและเงื่อนไขใหม่ ไม่ปล่อยให้เกิดการสูญเสียจากการที่เด็กและเยาวชนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา หรือไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพแม้แต่คนเดียว” ดร.ไกรยส กล่าวก่อนที่จะระบุให้เห็นว่า ปีการศึกษา 2566 ประเทศไทยมีจำนวนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษราว 1.8 ล้านคน โดย กสศ. สนับสนุนทุนเสมอภาคให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษ หรือยากจนระดับรุนแรง (Extremely Poor) จำนวน 1,248,861 คน เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ตัวเลขยังไม่แตะหลักล้านคือ 994,428 คน</p>



<p>นอกจากนี้ยังกล่าวต่ออีกว่า เด็กกลุ่มนี้แม้จะมีนโยบายเรียนฟรี 15 ปี แต่ความยากจนในระดับรุนแรงยังคงเป็นอุปสรรคทำให้ครอบครัวเด็กไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษาได้&nbsp;</p>



<p>“หากสถาบันครอบครัวเป็นสถาบันที่มีความเข้มแข็ง และสามารถทำงานไปกับสถาบันทางการศึกษาได้แล้ว โจทย์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะเป็นโจทย์ที่เราสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อค้นพบบนเส้นทางการศึกษา กับอุปสรรคที่ดับฝันเด็กและเยาวชน</strong></h2>



<p>กสศ. ได้ติดตามข้อมูลเส้นทางการศึกษาของนักเรียนจากครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษตั้งแต่ปี 2562-2566 โดยติดตามจากจุดสำคัญบนเส้นทางการศึกษา 4 จุดด้วยกัน คือการสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ การศึกษาต่อในปีการศึกษา 2562 การศึกษาต่อในปีการศึกษา 2563 และการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในปีการศึกษา 2566 (ผ่านระบบ TCAS)</p>



<p>พบว่าในปีการศึกษา 2562 นักเรียนยากจนและยากจนพิเศษสำเร็จการศึกษาภาคบังคับ หรือ ม.3 จำนวน 168,307 คน และในปีการศึกษา 2563 นักเรียนในกลุ่มนี้หลุดออกจากระบบการศึกษามากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ (33,547 คน) ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่พบการศึกษาต่อในระบบ (รวม กศน.) สาเหตุหลักคือความยากจนและความห่างไกลของสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า และอีก 80 เปอร์เซ็นต์ (134,760 คน) คือจำนวนนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษที่ศึกษาต่อในระดับชั้น ม.4 ปวช. กศน. หรือเทียบเท่า</p>



<p>เมื่อติดตามต่อเนื่องถึงปีการศึกษา 2566 เห็นว่านักเรียนยากจนและยากจนพิเศษเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา 12.46 เปอร์เซ็นต์ (21,921 คน) และอีก 87.54 เปอร์เซ็นต์ (112,839 คน) ไม่มีข้อมูลในระบบการศึกษาและระบบประกอบอาชีพ (อาจศึกษาต่อโดยไม่ผ่านระบบ TCAS เรียน ปวส. หรือไม่ได้เรียนต่อ)</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c18b7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/a-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-764787"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/6-5.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>จากสถิติดังกล่าวสามารถสรุปข้อค้นพบ ดังนี้</p>



<ol>
<li>ยิ่งการศึกษาระดับสูง โอกาสที่เด็กและเยาวชนกลุ่มนี้จะได้เรียนต่อก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งในปีการศึกษา 2566 มีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษเพียง 1 ใน 10 คนเท่านั้นที่สามารถศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา ซึ่งต่ำกว่าค่าสถิติของทั้งประเทศกว่า 3 เท่า</li>



<li>ช่วงชั้นรอยต่อเป็นช่วงเวลาวิกฤตที่เด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบมากที่สุด เพราะจำเป็นต้องย้ายสถานศึกษาในช่วงเปิดเทอม พร้อมกับต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก</li>
</ol>



<p>• รอยต่อ ม.ต้น ถึง ม.ปลาย หรือ ปวช.</p>



<p>สิ่งที่พบว่าเป็นอุปสรรคในช่วงรอยต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับจากการสัมภาษณ์เชิงลึก สาเหตุหลักมาจากการเข้าถึงข้อมูลแหล่งทุน กล่าวคือ เด็กจำนวนมากไม่รู้ข้อมูลแหล่งทุน และแหล่งทุนเองก็มีจำกัด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินกู้ยืม&nbsp;</p>



<p>นอกจากนี้เงื่อนไขของแหล่งทุน เงินกู้เพื่อการศึกษา หรือกระทั่งเงื่อนไขของสถาบันการศึกษาเองก็ไม่เอื้อให้กับเด็กยากจนและยากจนพิเศษเท่าที่ควร เนื่องจากในบางกรณีเปิดเทอมไปแล้ว 3-6 เดือน จึงจะได้รับเงิน กลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับนอกเหนือจากค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของอุปสรรคในการเรียนต่อ เช่น ค่าเครื่องแบบ อุปกรณ์การเรียน ค่าเดินทาง เป็นต้น</p>



<p>• รอยต่อ ม.ปลาย หรือ ปวช. ถึงอุดมศึกษา</p>



<p>นักเรียนจากครัวเรือนยากจนและยากจนพิเศษที่จำต้องยอมแพ้และตัดสินใจไม่เรียนต่อในที่สุด เนื่องจากค่าใช้จ่ายในช่วงรอยต่อการเข้าเรียนมหาวิทยาลัยสูงถึง 12 เท่าของรายได้นักเรียนยากจนพิเศษ หรือราว 13,200-29,000 บาท โดยภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องแบกรับเพิ่มขึ้นจากเดิม เช่น ค่าใช้จ่ายในระบบ TCAS ค่าแรกเข้ามหาวิทยาลัย (หอพัก ประกัน เครื่องแบบนักศึกษา กิจกรรม) และค่าเทอมที่อาจต้องจ่ายทันทีเพื่อรักษาสิทธิ์</p>



<p>นอกจากนี้ปัญหาเรื่องของแหล่งทุนเองก็คล้ายคลึงกับช่วงรอยต่อก่อนหน้า โดยมีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบข้อมูลแหล่งทุน แหล่งทุนมีจำกัด รวมไปถึงหากต้องการเรียนโดยการใช้ทุน จะต้องเลือกเรียนสาขาที่ให้ทุนและค่าเทอมไม่แพง ซึ่งอาจไม่ตรงตามความต้องการ</p>



<p>อีกทั้งยังพบเจอกับปัญหาที่เงินจากแหล่งทุนหรือเงินกู้ให้เงินล่าช้า เกินเวลาการรักษาสิทธิ์และการจ่ายค่าเทอม ประกอบกับนักศึกษาไม่สามารถขอผ่อนผันค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัยไปก่อนได้</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" data-id="73997" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/5-3.jpg" alt="" class="wp-image-73997" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/5-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/5-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/5-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/5-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/5-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" width="855" height="569" data-id="73998" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/2-8.jpg" alt="" class="wp-image-73998" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/2-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/2-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/2-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/2-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/2-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ</strong></h2>



<p>“การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือ การลงทุนในเด็กและการพัฒนาทุนมนุษย์</p>



<p>ผู้จัดการ กสศ. กล่าวขึ้นหลังจากนำเสนอรายงานสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา สะท้อนภาพเด็กยากจนและยากจนพิเศษที่ต้องทยอยหลุดออกจากระบบ จากนานาอุปสรรคที่ฉุดรั้งเส้นทางการศึกษาของเด็กและเยาวชน โดยชี้ให้เห็นความสำคัญและความจำเป็นในการลงทุนในทุนมนุษย์ เพื่อยุติความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน เพราะด้วยอัตราการเกิดที่ลดลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้ประเทศไทยเหลือเด็กและเยาวชนให้ลงทุนได้น้อยลงทุกปีและทุกวัน</p>



<p>“ตอนนี้ทองแพงมาก แต่มูลค่าเด็กทั้งคนสูงกว่าทองคำ เด็กทุกคนเป็นมนุษย์ทองคำในวันนี้ อย่าปล่อยให้เขาต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา”</p>



<p>เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 ที่จะทยอยครบกำหนดในอีก 5-7 ปี ทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะไม่บรรลุเป้าหมาย หากไม่เร่งลงทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์</p>



<p>การลงทุนในทุนมนุษย์คือกุญแจสำคัญสู่การบรรลุเป้าหมายการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อคน 40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อออกจากกับดักรายได้ปานกลางภายในปี 2579</p>



<p>นอกจากนี้ทุนมนุษย์ที่เพิ่มขึ้น จะนำไปสู่การขยายฐานภาษีที่กว้างและลึกขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวทั้งหมดเพื่อเป็นการบอกว่าทำไมประเทศไทยควรเร่งลงทุนในทุนมนุษย์อย่างเสมอภาคตั้งแต่วันนี้&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3b4c67"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/c.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งหมดทั้งมวลถูกกลั่นกรองออกมาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย 4 ข้อด้วยกัน ได้แก่</p>



<p>1. ลงทุนในเด็กและเยาวชนตั้งแต่ระดับปฐมวัย (Invest Early) โดยเฉพาะเด็กปฐมวัยจากครัวเรือนใต้เส้นความยากจน มุ่งเน้นการลงทุนที่ตัวเด็กและครัวเรือน รวมทั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยของกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว</p>



<p>ควรวางระบบการพัฒนาทุนมนุษย์แบบวงจรปิด (Closed-loop Human Development Model) มุ่งเน้นกระบวนการพัฒนาพัฒนาทุนมนุษย์จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน โดยไม่ปล่อยให้เกิดการสูญเสียเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>2. ลงทุนให้ถูกกลุ่มเป้าหมายสำคัญของประเทศและด้วยวิธีการที่ชาญฉลาด (Invest Smartly) คือการลงทุนสร้างระบบการศึกษาทางเลือกที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ชีวิตและครอบครัวของเยาวชนมากขึ้น&nbsp;</p>



<p>“เป็นเรื่องยากถ้าจะให้เด็กเรียนอยู่ในห้องเรียน หรือเรียนอยู่ในระบบการศึกษาแบบเดิมๆ เราต้องพยายามทำให้เขามีทางเลือกทางการศึกษา ซึ่งทางเลือกนั้นอาจมาจากสถานประกอบการ”</p>



<p>กสศ. จึงมีข้อเสนอว่า รัฐควรเพิ่มแรงจูงใจทางภาษี 2 เท่า แก่สถานประกอบการ ภาคเอกชนที่จะทำหน้าที่เป็นระบบการศึกษาทางเลือกให้แก่เยาวชน 150,000 คน ที่ออกจากระบบการศึกษา แต่ยังต้องการพัฒนาทักษะแรงงาน และมีรายได้เสริมระหว่างการพัฒนา รวมไปถึงสมาชิกครัวเรือน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสนับสนุนการเทียบโอนวุฒิและหน่วยกิตให้แก่สถานประกอบการและเยาวชนวัยแรงงาน</p>



<p>ในข้อเสนอนี้หน่วยงานผู้พัฒนาทุนมนุษย์ทุกฝ่าย ควรพิจารณานำข้อมูลเยาวชน 150,000 คน ที่หลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อหาแนวทางสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ 20 ปีไร้รอยต่อ (ตั้งแต่ปฐมวัย-อุดมศึกษา) โดย กสศ. ได้พัฒนาระบบสนับสนุนการส่งต่อข้อมูลให้แก่หน่วยงานที่พร้อมร่วมสนับสนุน ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)</p>



<p>3. ลงทุนอย่างเสมอภาค (Invest Equitably) ให้ความสำคัญต่อสิทธิทางการศึกษาของเด็กและเยาวชนมาก่อนเงื่อนไขทางบัญชีและการเงินของสถาบันที่สามารถยืดหยุ่นได้</p>



<p>“อย่าเอาเงื่อนไขในการเก็บค่ารักษาสิทธิ์ เพื่อป้องกันการสละสิทธิ์ มาเป็นอุปสรรคในการศึกษาของเด็ก เพราะถ้าเขาไม่ได้โอกาสในการศึกษาต่อ ก็จะเป็นปัญหาที่ทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสโดยไม่จำเป็น”</p>



<p>สิ่งสำคัญคือ ต้องพิจารณาลดค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวและการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา โดยเฉพาะเยาวชนผู้มีรายได้น้อยซึ่งต้องแบกรับค่าใช้จ่ายดังกล่าวสูงกว่ารายได้ครัวเรือนถึง 12 เท่า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาของประชากรที่ยากจนที่สุดของประเทศ</p>



<p>4. ลงทุนด้วยนวัตกรรมทางการเงินการคลังเพื่อการพัฒนาทุนมนุษย์ (Invest Innovatively) โดยใช้แรงจูงใจในการลดหย่อนภาษี 2 เท่า มาพัฒนานวัตกรรมความร่วมมือและนวัตกรรมทางสังคม เพื่อสนับสนุนการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์อย่างเสมอภาคและยั่งยืน&nbsp;</p>



<p>กสศ. เสนอให้ใช้มาตรการกึ่งการคลัง (Quasi-fiscal Policy) เพื่อสนับสนุนงบประมาณในการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างเสมอภาคและยั่งยืน เช่น การออกสลากการกุศล หรือออกพันธบัตร ตราสารหนี้ เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน เป็นต้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-16ed39"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/10/13.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากนี้อาจมีการเหนี่ยวนำทรัพยากรจากตลาดเงินและตลาดทุน มาร่วมลงทุนมาตรการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการลงทุนในทุนมนุษย์อย่างเสมอภาคและยั่งยืน</p>



<p>ดร.ไกรยส กล่าวทิ้งท้ายก่อนจบการนำเสนอว่า ถ้าหากสามารถลงทุนในทุนมนุษย์อย่างเสมอภาคได้ จะเป็นการลงทุนที่มีความคุ้มค่าที่สุดอย่างน้อย 3 ประการ คือ ประเทศไทยจะมีทุนมนุษย์ที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศ ประเทศไทยพาคนออกจากวงจรความยากจนได้ในรุ่นของเรา และประเทศไทยจะออกจากกับดักรายได้ปานกลางในช่วงชีวิตของเราได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-281023/">กสศ. เปิดข้อค้นพบจากสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2566 ตั้งเป้าสร้างทุนมนุษย์ยุติความเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
