<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Equitable Access to Education | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/equitable-access-to-education/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 02 Dec 2021 06:14:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Equitable Access to Education | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ ดร.ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ศาสตราจารย์ทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ ที่ Warwick Business School สหราชอาณาจักร</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-021221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 02 Dec 2021 06:11:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[หลักประกันโอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ณัฐวุฒิ เผ่าทวี]]></category>
		<category><![CDATA[Warwick Business School]]></category>
		<category><![CDATA[Equitable Access to Education]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=48637</guid>

					<description><![CDATA[<p>การศึกษาคือสิทธิมนุษยชน-โดยส่วนตัวผมคิดว่า การศึกษาคือส [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-021221/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ ดร.ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ศาสตราจารย์ทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ ที่ Warwick Business School สหราชอาณาจักร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การศึกษาคือสิทธิมนุษยชน</strong><br>-โดยส่วนตัวผมคิดว่า การศึกษาคือสิทธิมนุษยชน มนุษย์ทุกคนควรมีสิทธิได้รับการศึกษา รวมถึงเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม (Equitable Access to Education) ไม่ว่าจะยากดีมีจนก็ตามที ดังนั้นในแง่นี้ผมจึงมองว่านโยบาย Conditional Cash Transfer หรือที่ กสศ. เรียกว่า โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) นั้น เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะนั่นคือการส่งต่อโอกาสทางการศึกษาให้แก่คนที่ขาดโอกาส </p>



<p></p>



<p><strong>การให้ทุนเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เด็กอยากเรียนนั้นดี แต่ต้องมีระบบตรวจสอบที่ดีด้วย</strong><br>-อย่างไรก็ตาม ผมมีข้อคิดเห็นบางส่วนต่อ Conditional Cash Transfer (CCT) หรือโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) ว่า การมอบเงินอุดหนุนให้เด็กกลุ่มยากจนและยากจนพิเศษโดยกำหนดเงื่อนไขให้เด็กต้องเข้าเรียนสม่ำเสมอ และมีสุขภาพดีตามเกณฑ์กำหนดนั้น ถือเป็นการกำหนดแรงจูงใจที่ดี แต่กระนั้นแรงจูงใจอย่างเดียวอาจจะ</p>



<p>1) ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ<br>2) อาจเกิดสถานการณ์เช่น ครูและคนในชุมชนเห็นใจและอยากช่วยเหลือเด็ก โดยถึงแม้ว่าเด็กจะไม่ได้มาเรียนตามเกณฑ์เงื่อนไข แต่ครูและคนในชุมชนอาจกรอกข้อมูลไม่ตรงตามจริงเพื่อช่วยเหลือเด็กก็เป็นได้ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e417c3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/02-หลักประกันโอกาส-ณัฐวุฒิ-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดังนั้น Conditional Cash Transfer (CCT) น่าจะต้องมาพร้อมระบบที่ซัพพอร์ตคุณครูและชุมชนด้วย ขณะเดียวกันก็ตรวจสอบได้ ทั้งยังควรเป็นระบบที่ลดแรงจูงใจที่ผู้เกี่ยวข้องจะโกงระบบ เช่น กรอกข้อมูลไม่ตรงความจริง เป็นต้น เพราะหากไม่มีระบบตรวจสอบที่ดี โอกาสที่เราจะตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็มีเยอะ อันนี้คือมุมที่ผมมองในฐานะที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นะครับ</p>



<p>-ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคืออินเดีย เขามีการสร้างแรงจูงใจทางการศึกษาโดยไม่ได้ติดตามอย่างถี่ถ้วนจริงจัง ไม่ได้เช็กว่าเด็กได้รับการสนับสนุนจริงไหม ซึ่งพอให้เงินอย่างเดียว แล้วไม่ได้ตามดู ไม่ได้ตรวจสอบ มันก็ส่งผลให้เกิดปัญหาเยอะเหมือนกัน</p>



<p></p>



<p><strong>ทางออกการศึกษาอาจต้องเริ่มที่การหา pain point ให้เจอก่อน</strong><br>-ต้องออกตัวว่าครั้งสุดท้ายที่ผมเรียนที่เมืองไทยคือเมื่อ 30 ปีก่อน ซึ่งนานมากแล้ว เลยไม่แน่ใจว่าตอนนี้การศึกษาไทยเจอความท้าทายตรงไหนบ้าง แต่เท่าที่รู้คือมีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาที่ค่อนข้างสูง โดยนอกจากเรื่องรายได้ครอบครัวของเด็กในเมืองและเด็กในชนบทจะแตกต่างกันแล้ว แม้กระทั่งเรื่องคุณภาพทางการศึกษาก็ยังแตกต่างกันค่อนข้างเยอะ ยังไม่นับรวมความแตกต่างระหว่างโรงเรียนรัฐ เอกชน และโรงเรียนอินเตอร์ ที่แตกต่างกันชัดเจน ปัจจุบันใครมีอำนาจเงินก็เข้าถึงการศึกษาคุณภาพได้มากกว่า การศึกษากลายเป็นสินค้า แทนที่จะเป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียมกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e0292"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/02-หลักประกันโอกาส-ณัฐวุฒิ-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-จากที่ได้ยินมา เรื่องมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้เรียนในระบบ เราอาจต้องกลับมาดูก่อนว่า pain point ที่ทำให้เด็กที่อยากเรียนแล้วไม่ได้เรียนนี่คืออะไร ถ้า pain point เกิดจากปัจจัยคือฐานะครอบครัว ตรงนี้อาจจะแก้ตรงจุดได้โดยการใช้เม็ดเงินเข้าช่วย ถ้าครอบครัวเด็กขาดแคลนตรงไหน รัฐก็ควรช่วยสนับสนุนตรงนั้นเพื่อให้เด็กได้เรียนต่อ </p>



<p>-แต่ถ้า pain point มันเกิดจากอย่างอื่น ไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยฐานะ แต่เป็นเรื่องของค่านิยมและความคิดบางอย่าง เช่น ในบางพื้นที่ ครอบครัวอาจจะมีความคิดว่าเรียนไปทำไม จบมาก็หางานทำยาก นั่นเพราะเขาเจอความยากจนซ้ำซากมาก่อน เขาไม่มีโรลโมเดลให้เห็นว่าการศึกษาช่วยชีวิตได้ ซึ่งความคิดและค่านิยมตรงนี้ถือเป็น pain point อย่างหนึ่ง ไม่ได้เกี่ยวกับฐานะอย่างเดียวแล้ว แต่เกี่ยวกับ “aspiration” หรือความมุ่งมาดปรารถนาของครอบครัว </p>



<p>-ดังนั้นหาก pain point เป็นอย่างนี้ เราต้องมาคิดไตร่ตรองว่าจะเปลี่ยนความคิดเขายังไง จะทำให้เขาเห็นได้ยังไงว่าการศึกษาคือการลงทุนระยะยาวอย่างหนึ่งของทั้งตัวเด็ก ครอบครัว และชุมชนด้วย ทำยังไงให้เขามองการณ์ไกล ไม่มองระยะสั้นอย่างเดียว และจะทำยังไงให้ชุมชนเองก็มีบทบาทช่วยเหลือด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3329ea"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/02-หลักประกันโอกาส-ณัฐวุฒิ-FB.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ถ้าให้ผมมอง หน้าที่ของชุมชนสำคัญมาก โดยเฉพาะชุมชนในชนบท หากเราสามารถสร้างระบบหรือเกณฑ์บางอย่าง ให้ชุมชนมีบทบาทในการส่งเสริมการศึกษาของเด็ก คิดว่าแนวทางนี้ก็น่าสนใจ&nbsp;</p>



<p>-แต่กระนั้นต้องกลับไปยังจุดเริ่มต้น  เราต้องหาให้เจอว่า pain point ทางการศึกษาไทยคืออะไร อยู่ตรงไหน เพราะถ้าเราเข้าใจตรงนั้นได้ เราจะสามารถกำหนดได้ว่าควรแก้ไขยังไงให้ตรงจุด เพราะการหว่านเงินอย่างเดียวอาจจะไม่ได้ผลนัก</p>



<p></p>



<p><strong>โควิด-19 กับโจทย์ทางการศึกษาระยะสั้นและระยะยาวที่รัฐต้องเตรียมรับมือ </strong><br>-การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เด็กไทยหลายคนต้องหลุดออกจากระบบ ที่เหลืออยู่จำนวนไม่น้อยก็เรียนไม่ทันเพื่อน เนื่องจากเด็กกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงอุปกรณ์อย่างสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ต หรือบางครั้งเด็กไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้ด้วยซ้ำ ซึ่งการแก้ปัญหานี้ในระยะสั้น ผมว่าทำได้ค่อนข้างยาก ทั้งนี้ผมมีข้อเสนอแนะอยู่บ้าง แต่ไม่แน่ใจว่าจะเหมาะกับสถานการณ์ในไทยขณะนี้มากน้อยเพียงใด</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9a0781"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/02-หลักประกันโอกาส-ณัฐวุฒิ-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>-ข้อเสนอแนะคือ การทำ “Bubble โรงเรียน” โดยให้นักเรียนมาอยู่ในบับเบิล กินนอนในโรงเรียนเป็นเทอม แล้วให้คุณครูก็มาอยู่ในนี้ด้วย ซึ่งการทำอย่างนี้อาจจะต้องใช้เม็ดเงินเยอะเหมือนกัน แต่จะทำให้เด็กได้เรียนในชั้นเรียนจริงๆ ขณะเดียวกันก็ช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อ อย่างไรก็ตาม เท่าที่ติดตามข่าว ทางเลือกนี้อาจจะไม่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ เพราะเหมือนรัฐบาลไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญว่าจะต้องทำเป็นบับเบิลให้เด็กนักเรียนแต่อย่างใด&nbsp;</p>



<p>-ข้อเสนอแนะสำหรับมาตรการระยะยาว คือ ช่วงที่โควิด-19 ระบาด น่าจะมีหลายครอบครัวที่เจอปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนหนึ่งต้องออกจากระบบไปทำงานหรือช่วยเลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งหากระยะเวลาผ่านไป เมื่อเศรษฐกิจกลับมาดีแล้ว คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรกับเด็กกลุ่มที่ตัดสินใจออกจากการศึกษาในช่วงที่โควิด-19 ระบาด เราจะ re-educate เขาหรือเปล่า? จะมีโครงการที่ช่วยให้เขาได้กลับเข้าเรียนและได้ reskill ไหม? อันนี้เป็นโจทย์ที่ต้องคิดเผื่อไว้เช่นกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-educational-opportunity-guarantee-021221/">เดินหน้าออกแบบนโยบาย “หลักประกันโอกาสทางการศึกษา” กับ ดร.ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ศาสตราจารย์ทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ ที่ Warwick Business School สหราชอาณาจักร</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
