<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>EEA | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/eea/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 29 Dec 2025 05:26:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>EEA | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เครือข่าย EEA เดินหน้าเชื่อมรอยต่อการเรียนรู้–การทำงาน แก้ปัญหาเยาวชนกลุ่ม NEET ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเสริมศักยภาพทุนมนุษย์ไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-291225/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 29 Dec 2025 05:26:57 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[NEET]]></category>
		<category><![CDATA[EEA]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=98749</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ ร่ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-291225/">เครือข่าย EEA เดินหน้าเชื่อมรอยต่อการเรียนรู้–การทำงาน แก้ปัญหาเยาวชนกลุ่ม NEET ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเสริมศักยภาพทุนมนุษย์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 <a href="https://www.unesco.org/en/fieldoffice/bangkok"><strong>องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ</strong></a> ร่วมกับ <a href="https://www.eef.or.th/eef/"><strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong></a> จัดประชุมออนไลน์ความร่วมมือ<a href="https://equity-ed.net/home/equitable-education-alliance/">เครือข่ายพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> (Equitable Education Alliance: EEA) ครั้งที่ 14 ภายใต้หัวข้อ <strong><em>“การป้องกันและแก้ไขสถานการณ์ปัญหาเยาวชนที่ไม่ได้อยู่ในการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรม (NEET) ผ่านมาตรการแนวปฏิบัติที่ดีจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”</em></strong> ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ <strong><em>“ปิดช่องว่าง เชื่อมรอยต่อ พัฒนาทุนมนุษย์ไทย”</em></strong></p>



<p>เวทีดังกล่าวมุ่งรับมือแนวโน้มอัตรา NEET ที่เพิ่มสูงขึ้น ควบคู่กับการยกระดับทุนมนุษย์ของประเทศไทย เปิดพื้นที่ให้ภาคีเครือข่ายจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ทั้งในและต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เชิงลึก และร่วมกันตกผลึกแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา วางรากฐานความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-98752" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ริกะ โยโรซุ</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>การประชุมดังกล่าวเปิดฉากด้วยการวางกรอบ “ความท้าทายร่วมของภูมิภาค” ผ่านคำกล่าวเปิดของ <strong>คุณริกะ โยโรซุ</strong> <strong>ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากยูเนสโก กรุงเทพฯ</strong> ซึ่งเน้นย้ำความมุ่งมั่นร่วมกันของยูเนสโกและ กสศ. ในการฟื้นคืน “โอกาสการเรียนรู้ที่มีความหมาย” และ “การทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี” ให้แก่เยาวชน</p>



<p>“ปัญหาเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา ยังคงเป็นความท้าทายร่วมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” คุณริกะกล่าว โดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดของยูเนสโก และแถลงการณ์ร่วมลังกาวีว่าด้วยเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษา ณ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนตุลาคม 2568</p>



<p>ภายใต้บริบทนี้ เครือข่าย EEA ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2563 และปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 40 องค์กร ทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เข้าถึงได้ และสอดรับกับชีวิตจริงของเยาวชน โดยมุ่งลดช่องว่างระหว่างทักษะที่แรงงานมีอยู่กับทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการ ในเศรษฐกิจดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว</p>



<p>“หากเทคโนโลยีไม่รับใช้ความเสมอภาค ผู้เรียนจำนวนมากก็จะยังคงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” คุณริกะกล่าว พร้อมย้ำว่า ความร่วมมือข้ามภาคส่วนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ตลอดจนชุมชน คือเงื่อนไขสำคัญในการทำให้หลักการ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เกิดขึ้นจริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-98751" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เพื่อปูพื้นฐานสู่การแลกเปลี่ยนเชิงลึก คุณริกะได้ขยายภาพสถานการณ์เยาวชนกลุ่ม NEET ในฐานะ “ความท้าทายเชิงโครงสร้าง” ผ่านการนำเสนอผลการศึกษาขั้นต้นเกี่ยวกับนวัตกรรมด้านการศึกษาและการฝึกอบรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยพบว่า เด็กและเยาวชนกว่า 17 ล้านคนยังอยู่นอกระบบการศึกษา และเยาวชน 1 ใน 5 อยู่ในสถานะ NEET โดยเฉพาะเยาวชนหญิงซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น</p>



<p>ความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่ฝังรากอยู่ในปัจจัยทางสังคมหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเพศสภาพ ความพิการ การย้ายถิ่นฐาน ช่องว่างการจ้างงาน หรือความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล</p>



<p>ประสบการณ์จากหลายประเทศในภูมิภาคจึงชี้ให้เห็น “ศักยภาพของโมเดลการเรียนรู้แบบโมดูลที่ใช้ดิจิทัลเป็นฐาน” ซึ่งสามารถตอบสนองต่อบริบทที่แตกต่างได้จริง เสริมด้วยการมีส่วนร่วมของนายจ้าง และระบบเตือนภัยล่วงหน้า โดยมีเงื่อนไขความสำเร็จสำคัญ ได้แก่ การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ช่องทางการกลับเข้าสู่ระบบที่หลากหลาย การมีส่วนร่วมและการเป็นเจ้าของโดยชุมชน การวางแผนบนฐานข้อมูล และการจัดสรรงบประมาณอย่างต่อเนื่อง&nbsp;</p>



<p>เพื่อขยับจาก “โครงการนำร่อง” ไปสู่ “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ” คุณริกะจึงเสนอว่า จำเป็นต้องมีแหล่งทุนที่หลากหลายนอกเหนือจากงบประมาณภาครัฐ พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการออกแบบมาตรการ</p>



<p>หลักการดังกล่าวได้ถูกนำไปสู่การปฏิบัติจริง และสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในประเทศไทย ผ่านโมเดล<strong> </strong><a href="https://en.eef.or.th/2024/06/25/1-school-3-systems/" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</strong></a> และแอปพลิเคชัน <a href="https://thailandzerodropout.eef.or.th/" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>Thailand Zero Dropout</strong></a> ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายผลสู่ระดับภูมิภาค<br></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44.jpeg" alt="" class="wp-image-98755" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-44-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">พัฒนะพงษ์ สุขมะดัน</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>จากภาพรวมระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศ <strong>คุณพัฒนะพงษ์ สุขมะดัน ผู้ช่วยผู้จัดการ กสศ.</strong> ได้ฉายภาพการตอบสนองเชิงนโยบายระดับชาติของประเทศไทย ผ่านการนำเสนอทิศทางยุทธศาสตร์ป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง 11 หน่วยงานภาครัฐตลอดสามปีที่ผ่านมา ภายใต้มติคณะรัฐมนตรีเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดยดำเนินงานขับเคลื่อนผ่าน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ การบูรณาการฐานข้อมูล การติดตามช่วยเหลือรายบุคคล การขยายการเรียนรู้ยืดหยุ่น และการเสริมเส้นทางการเรียนรู้ควบคู่การทำงาน</p>



<p>ผลการดำเนินงานล่าสุดในปี 2568 ประเทศไทยสามารถช่วยเหลือเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาได้ราว 100,000 คน ขณะเดียวกันยังมีกลุ่มเป้าหมายอีกราว 880,000 คน ที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันดึงให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น และได้รับการพัฒนาทักษะเพื่อก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป โดยมาตรการ <a href="https://en.eef.or.th/portfolio-items/thailand-zero-dropout/"><strong>Thailand Zero Dropout</strong></a> ที่เตรียมขยายผลในปีถัดไป คือมีแนวทางรองรับเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนด้วย</p>



<p>“เวทีการประชุมครั้งนี้จึงทำหน้าที่เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนของผู้ปฏิบัติงานจริง เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือและยกระดับโมเดลที่มีศักยภาพสู่การขยายผลในวงกว้าง”<em> </em>คุณพัฒนะพงษ์กล่าวสรุป</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43.jpeg" alt="" class="wp-image-98754" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-43-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-98753" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในระดับปฏิบัติการ ความก้าวหน้าของประเทศไทยตั้งอยู่บน “ฐานข้อมูลบูรณาการ” ระบบดังกล่าวช่วยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถติดตามเด็กนอกระบบอายุ 3–18 ปี เกือบหนึ่งล้านคน และเชื่อมโยงเด็กแต่ละรายเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสม ครอบคลุมทั้ง <strong>โมเดล 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ, ศูนย์การเรียนรู้ตามมาตรา 12, โรงเรียนเคลื่อนที่ และพื้นที่การเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน</strong> โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณแบบมุ่งเป้า ขณะเดียวกัน ความร่วมมือกับภาคเอกชนและงานวิจัยเชิงประยุกต์ยังช่วยเสริมการเรียนรู้ควบคู่กับการทำงาน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46.jpeg" alt="" class="wp-image-98757" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-46-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>ใ</p>



<p>นขณะที่ประเทศไทยเน้นการบูรณาการเชิงระบบ ประสบการณ์ของมาเลเซียได้สะท้อนบทบาทของ “ข้อมูลเชิงคาดการณ์” ในการป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา โดย <strong>ดร.นิก ฟาติฮะห์ บินติ นิก อับดุลลาห์</strong> <strong>ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองวางแผนและวิจัยทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซีย</strong> ได้นำเสนอว่า กระทรวงศึกษาธิการมาเลเซียได้เปลี่ยนผ่านจากระบบเดิมที่ติดตามช่วยเหลือผู้เรียนแบบแมนนวล ไปสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล</p>



<p>ระบบดังกล่าวมีชื่อว่า <strong>“</strong><a href="https://www.moe.gov.my/sistem-pengurusan-pembelajaran-sipp" target="_blank" rel="noopener" title=""><strong>SiPKPM</strong></a><strong>”</strong> เชื่อมโยงข้อมูลการเข้าเรียน ผลการเรียน และข้อมูลจิตพฤติกรรม เพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงในการหลุดออกจากระบบการศึกษาของผู้เรียน ช่วยชี้นำการช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า และสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็วบนฐานหลักฐานแทนการคาดเดา” ดร.นิกกล่าว</p>



<p>ปัจจุบัน ระบบนี้ถูกใช้งานโดยเจ้าหน้าที่และครูแนะแนวกว่า 11,000 คนทั่วประเทศ ผ่านแดชบอร์ดอัตโนมัติที่แจ้งเตือนผู้เรียนกลุ่มเสี่ยงสูง และแนะนำเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพที่สอดคล้องกับศักยภาพรายบุคคล กรณีศึกษาแสดงให้เห็นว่า การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ด้วย AI เมื่อผสานกับการดูแลช่วยเหลือโดยบุคลากรที่มีจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ การขจัดอุปสรรคเชิงโครงสร้าง เช่น ความยากจนและระยะทาง สามารถดำเนินไปได้ผ่านการสนับสนุนที่พัก การช่วยเหลือทางการเงิน และการติดตามต่อเนื่อง จนนำผู้เรียนกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48.jpeg" alt="" class="wp-image-98759" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-48-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากระบบและเทคโนโลยี สู่ระดับห้องเรียน มุมมองระดับนานาชาติจากประเทศแคนาดาช่วยเติมเต็มภาพผ่าน “มิติมนุษย์” โดย <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.อิซาเบล นิเซต์</strong> <strong>คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชอร์บรูค ประเทศแคนาดา</strong> ซึ่งเน้นบทบาทของครูในฐานะ “ปัจจัยคุ้มกันสำคัญต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา”</p>



<p>“<a href="https://www.unesco.org/en/articles/meeting-every-learner-where-they-are">วิธีการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคล</a> ผ่านห้องเรียนโอบรับความหลากหลาย การประเมินเชิงวินิจฉัย และแผนรายบุคคล ทำหน้าที่ทั้งป้องกันและฟื้นฟูผู้เรียนทุกกลุ่ม” ดร.อิซาเบล กล่าว&nbsp;</p>



<p>ประสบการณ์ของแคนาดาชี้ให้เห็นว่า เมื่อเนื้อหา กระบวนการ และการประเมิน สอดคล้องกับความสนใจ ความพร้อม และความแตกต่างของผู้เรียน การมีส่วนร่วมจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมี “ความสัมพันธ์ครู–นักเรียนที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจ” เป็นฐาน และมี AI ทำหน้าที่สนับสนุนการสอนที่ตอบสนองความแตกต่างได้อย่างเหมาะสม ในเชิงปฏิบัติ การจัดการเรียนรู้เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจความหลากหลายและการจัดลำดับความจำเป็นของผู้เรียน ก่อนจะต่อยอดสู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น และการประเมินผลที่ปรับให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45.jpeg" alt="" class="wp-image-98756" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-45-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) รอง ดร.อิซาเบล นิเซต์ / ดร.นิก ฟาติฮะห์ บินติ นิก อับดุลลาห์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>บทเรียนจากหลายประเทศได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การป้องกันการหลุดออกจากระบบ และการดึงผู้เรียนกลับสู่การเรียนรู้ ต้องอาศัยระบบที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และเสริมด้วยความสัมพันธ์ที่เข้มแข็งในทุกระดับ</p>



<p>ระบบข้อมูลบูรณาการของไทย ระบบเตือนภัยด้วย AI ของมาเลเซีย และแนวทางการสอนที่โอบรับความหลากหลายของแคนาดา ล้วนตอกย้ำความสำคัญของการช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่น ๆ การระดมพลังของชุมชน และความไว้วางใจระหว่างผู้เรียนกับครู ไปจนถึงระดับครอบครัว ชุมชน และประเทศ ยิ่งความสัมพันธ์เหล่านี้แน่นแฟ้นมากเท่าใด ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาในระยะยาวก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และโอกาสที่เด็กและเยาวชนจะคงอยู่บนเส้นทางการเรียนรู้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47.jpeg" alt="" class="wp-image-98758" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-47-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อาลอนโซ ปาดูล ลี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในระดับชุมชน หลักการเชิงระบบและความสัมพันธ์เดียวกันนี้ ได้รับการพิสูจน์ผ่านการดำเนินงานเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม โดย <strong>คุณอาลอนโซ ปาดูล ลี</strong> <strong>ผู้จัดการฝ่ายคุณภาพการดำเนินพันธกิจภาคสนาม มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย</strong> ได้นำเสนอผลลัพธ์เชิงประจักษ์จาก “โครงการ Youth Ready for Work for Life” ซึ่งพัฒนาเยาวชนทั้งด้านเกษตร ด้านอาชีพ และด้านการเงิน พร้อมเชื่อมต่อสู่การศึกษาทั้งในและนอกระบบ” นายอาลอนโซกล่าว</p>



<p>โครงการดังกล่าวดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ใน 43 พื้นที่ 32 จังหวัด ความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยให้โครงการสามารถเข้าถึงเยาวชนกว่า 66,000 คน ฝึกทักษะอาชีพมากกว่า 15,000 คน สนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการ 2,600 คน และช่วยให้เยาวชนกลุ่มเปราะบาง 253 คนมีงานทำภายในปี พ.ศ. 2568</p>



<p>สำหรับยุทธศาสตร์ในช่วงปี พ.ศ. 2569–2573 โครงการจะมุ่งขยายการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น เสริมพลังความร่วมมือ และเพิ่มการดูแลกลุ่มเปราะบางมากขึ้น รวมถึงเด็กพิการ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49.jpeg" alt="" class="wp-image-98760" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-49-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">เศรษฐ์ อัลยุฟรี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>มุมมองจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังได้ตอกย้ำเพิ่มเติมถึงความสำคัญของ “การเป็นเจ้าของร่วม” และ “การประสานงานข้ามหน่วยงาน” โดย <strong>คุณเศรษฐ์ อัลยุฟรี</strong> <strong>นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี</strong> ชี้ให้เห็นว่า ความยากจน ความเปราะบางของครอบครัว และประเด็นด้านความปลอดภัย เป็นปัจจัยสำคัญต่อการหลุดออกจากระบบการศึกษา</p>



<p>การจัดหาปัจจัยพื้นฐาน ทุนการศึกษา และการดูแลที่จำเป็นแก่ผู้เรียน จึงดำเนินการผ่านกรอบแนวทาง <strong>4 จ.</strong> ได้แก่ “เจอ – จัด – จิก – จบ” ควบคู่กับระบบส่งต่อการช่วยเหลือรายกรณี</p>



<p>“เรามองบทบาทของตนเองในฐานะผู้ประสานและเอื้ออำนวยความร่วมมือ ที่เชื่อมโยงโรงเรียน หน่วยงานรัฐ ผู้นำศาสนา และภาคเอกชน ให้ร่วมกันรับผิดชอบต่ออนาคตของเด็กและเยาวชน” นายเศรษฐ์กล่าว โดยยกตัวอย่างกองทุน “บูดักปัตตานี”<em> </em>ที่ระดมทุนจากซะกาตและวากัฟ ตามหลักความเชื่อทางศาสนา ซึ่งได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเส้นทางการศึกษาและอาชีพในพื้นที่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50.jpeg" alt="" class="wp-image-98761" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-50-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">สันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในอีกพื้นที่หนึ่ง การพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการได้แสดงให้เห็นศักยภาพของ “ระบบนิเวศการเรียนรู้ในชุมชน” โดย <strong>คุณสันติพงษ์ ศิลปสมบูรณ์</strong> <strong>ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลลำปางหลวง จังหวัดลำปาง</strong> ได้นำเสนอการยกระดับพื้นที่สู่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนผ่านกรอบ “วัคซีนชีวิต — สุขภาพ การศึกษา อาชีพ คุณค่าชีวิต”</p>



<p>กรอบดังกล่าวช่วยจำแนกผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง และกลุ่มนอกระบบ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายเชิงรายบุคคลให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละคน ภายใต้กรอบการทำงานนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ช่วยให้เยาวชน 19 คนกลับเข้าสู่การเรียนรู้ ขยายทักษะ และได้รับทุนสนับสนุนจากภาคเอกชน</p>



<p>“ด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือในระดับพื้นที่และการมีส่วนร่วมของครอบครัว เรากำลังก้าวไปสู่การเป็นตำบลแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต” คุณสันติพงษ์กล่าว พร้อมระบุว่า การรับฟังเสียงของกลุ่มเปราะบางได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการปรับพื้นที่การเรียนรู้ให้เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ที่ทุกคนเข้าถึงได้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51.jpeg" alt="" class="wp-image-98762" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/12/image-51-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ในช่วงท้ายของการประชุม เป็นการสรุปและประมวลองค์ความรู้จากทั้งต่างประเทศและประเทศไทย โดย <strong>คุณธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์</strong> <strong>ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้ กสศ.</strong> เน้นย้ำว่า</p>



<p>“การป้องกันการหลุดออกจากระบบต้องอาศัยการบูรณาการระหว่างเทคโนโลยี นโยบาย และชุมชน เพื่อสร้างเส้นทางการเรียนรู้ที่ครอบคลุมและยืดหยุ่น”ประสบการณ์จากประเทศไทย มาเลเซีย แคนาดา และพื้นที่ปฏิบัติการในปัตตานีและลำปาง สะท้อนตรงกันว่า ผลกระทบที่ยั่งยืนเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือระหว่างรัฐ ชุมชน โรงเรียน ครอบครัว และภาคีระหว่างประเทศ เมื่อระบบมีความยืดหยุ่น ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ใช้ชุมชนเป็นฐาน ตอบสนองต่อชีวิตจริง และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ภายใต้ปัจจัยดังกล่าว การลดอัตราการหลุดออกจากระบบการศึกษา และปัญหา NEET จึงไม่ใช่เพียงความหวัง หากแต่เป็น “การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่มีผลเชิงประจักษ์” ซึ่งดำเนินงานลงลึกถึงชีวิตของเด็กและเยาวชนรายบุคคล และเส้นทางชีวิตของพวกเขาในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-291225/">เครือข่าย EEA เดินหน้าเชื่อมรอยต่อการเรียนรู้–การทำงาน แก้ปัญหาเยาวชนกลุ่ม NEET ยกระดับความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อเสริมศักยภาพทุนมนุษย์ไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือยูเนสโก จัดประชุม กลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA) ครั้งที่ 5</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-eea-5-271022/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 27 Oct 2022 06:28:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[The 5th Meeting of Equitable Education Alliance : Identify Opportunities for EEA Activities]]></category>
		<category><![CDATA[EEA]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=61296</guid>

					<description><![CDATA[<p>กลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA) ร่วมแบ่ง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eea-5-271022/">กสศ. จับมือยูเนสโก จัดประชุม กลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA) ครั้งที่ 5</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA) ร่วมแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา จากการนำเอาเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้ง SDG4 และ SDG17 มาใช้โดยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนขยายผลให้เกิดขึ้นในทุกรูปแบบและทุกระดับขั้นการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางในสังคม ต้องสามารถเข้าถึงการศึกษาคุณภาพได้อย่างทั่วถึงเท่าเทียม โดยการหารือครั้งนี้ได้หารือผ่านหัวข้อต่าง ๆ อาทิ</p>



<p>1) กรอบกฎหมายและการพัฒนาด้านนโยบาย<br>2) กลไกการจัดทำงบประมาณและการจัดหาเงินทุน<br>3) การจัดบริการด้านการศึกษา<br>4) การติดตามและประเมินผล</p>



<p>ซึ่งการประชุมครั้งนี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และยูเนสโก กรุงเทพ ฯ ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครั้งที่ 5 ภายใต้การหาแนวทางส่งเสริมกิจกรรมเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (The 5th Meeting of Equitable Education Alliance : Identify Opportunities for EEA Activities) ซึ่งมีผู้แทนจาก 10 องค์กร ใน 12 ประเทศ ประกอบด้วย ตัวแทนภาครัฐ ตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานระหว่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมแบบไฮบริด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในครั้งนี้ ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e4581"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/01-กสศ.-จับมือยูเนสโก-จัดประชุม-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้กล่าวเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่า แม้สมาชิกแต่ละหน่วยงานจะมีความแตกต่างกันในหลายด้าน แต่ทั้งหมดก็มีความมุ่งมั่นและมีใจเดียวกันที่จะทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายของความเสมอภาคทางการศึกษา ทำให้การศึกษาที่เข้าถึงได้อย่างทั่วถึงเกิดขึ้นได้จริง&nbsp;</p>



<p>สำหรับประเด็นหลักของการหารือในครั้งนี้ ประกอบด้วย การระบุถึงอุปสรรคของความเสมอภาคทางการศึกษา ค้นหาองค์กรที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงที่จะเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหา ระบุความเชี่ยวชาญและการดำเนินงานขององค์กรสมาชิก เพื่อสนับสนุนซึ่งกันและกัน แบ่งปันประสบการณ์การทำงานของเครือข่ายพันธมิตร ช่องทางความร่วมมือ เสนอแนะแนวทางในการก้าวข้ามความท้าทายของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง และแนะนำองค์กรสมาชิกใหม่ของเครือข่าย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d51283"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/01-กสศ.-จับมือยูเนสโก-จัดประชุม-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในส่วนของสถานการณ์ทางการศึกษาในปัจจุบัน สมาชิกพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาต่างเห็นตรงกันว่าภาพรวมของการศึกษาในปัจจุบันเข้าขั้นภาวะวิกฤต โดยยูเนสโกได้ระบุตัวเลขของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาทั่วโลกในปี 2018 ว่ามีสูงถึง 258 ล้านคน ซึ่งเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอันเป็นผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ครั้งนี้</p>



<p>ขณะเดียวกัน สืบเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ช่องว่างของความเสมอภาคทางการศึกษาเป็นเรื่องที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งอุปสรรคของความเสมอภาคทางการศึกษานี้ หมายรวมถึง ทักษะทางดิจิทัลและความสามารถในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล สภาวะเศรษฐกิจของครอบครัว และการดำเนินการเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการปกป้องสิทธิด้านการศึกษาของบุคคลโดยตรง ดังนั้น การมีแผนเพื่อฟื้นฟูการเรียนการสอนภายหลังการระบาด และการสรุปบทเรียนเพื่อเรียนรู้จากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7d03b6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/01-กสศ.-จับมือยูเนสโก-จัดประชุม-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ทั้งนี้ บรรยากาศในการประชุมเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่ตัวแทนจากองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ต่างหารือแลกเปลี่ยนแบ่งปันความคิดเห็น รวมถึงสอบถามแนวทางการทำงาน และการแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยให้บรรดาพันธมิตรที่เหลือได้แนวคิดนำไปปรับใช้เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในพื้นที่ของตนเอง โดยประเด็นที่สมาชิกให้ความสนใจรวมถึงแนวทางการสรรหาเงินทุนเพื่อขับเคลื่อนความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp;</p>



<p>ในส่วนของแนวทางแก้ไข ลำดับความสำคัญในการจัดการของแต่ละพันธมิตรล้วนแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับบริบททางสังคมของแต่ละประเทศ แต่โดยรวมเห็นตรงกันว่า ให้มุ่งสนับสนุนการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ให้ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา และพัฒนาระบบการศึกษาบนพื้นฐานที่ต้องไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ดังนั้น การส่งเสริมให้เก็บข้อมูลเพื่อให้เงินทุนด้านการศึกษาถูกใช้ไปกับกลุ่มที่ต้องการอย่างแท้จริง การมีระบบติดตามและประเมินผลกับโครงการต่าง ๆ ที่มีประสิทธิภาพเพื่อค้นหาตัวชี้วัดที่เป็นอุปสรรค การส่งเสริมให้เกิดการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ และการวางแผนกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายจึงมีความจำเป็น ยิ่งไปกว่านั้นสมาชิกพันธมิตร ต่างเสริมให้สนับสนุนการศึกษาในวัยผู้ใหญ่ เพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเน้นย้ำว่ากลุ่มการศึกษานอกโรงเรียนเป็นกลุ่มใหญ่ มีประชากรจำนวนมากจึงต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กลุ่มการศึกษาในระบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ab444d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2022/10/01-กสศ.-จับมือยูเนสโก-จัดประชุม-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><br></p>



<p>นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ใช้โอกาสนี้แลกเปลี่ยนพื้นที่บนโลกออนไลน์เพื่อให้พันธมิตรสามารถเข้าไปศึกษา และปรึกษาการทำงานเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเพิ่มเติมที่ <a href="https://bangkok.unesco.org/index.php/content/www.equity-ed.net" target="_blank" rel="noreferrer noopener">the Equitable Education Hub</a> ซึ่งทางกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กศส.) แสดงความคาดหวังว่า จะได้แนวทางสร้างสรรค์และความก้าวหน้าของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รวมถึงเรื่องราวของความสำเร็จของบรรดาพันธมิตรที่จะได้นำมาแบ่งปันแลกเปลี่ยนร่วมกันในอนาคตต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-eea-5-271022/">กสศ. จับมือยูเนสโก จัดประชุม กลุ่มพันธมิตรเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (EEA) ครั้งที่ 5</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/8899-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 12 Jul 2020 09:50:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[SDG17]]></category>
		<category><![CDATA[เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมนานาชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวงานต่างประเทศ]]></category>
		<category><![CDATA[EEA]]></category>
		<category><![CDATA[โธมัส ดาวิน]]></category>
		<category><![CDATA[ดุริยา อมตวิวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[equitable education alliance]]></category>
		<category><![CDATA[อิชิโร่ มิยาซาวะ]]></category>
		<category><![CDATA[savethechildren]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา : ปวงชนเพื่อการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงการพัฒนาสังคมและสวัสดิการมนุษย์]]></category>
		<category><![CDATA[UNICEF]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<category><![CDATA[SDGs]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18101</guid>

					<description><![CDATA[<p>ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8899-2/">ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18103" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-10-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>ไทยจับมือนานาชาติ </strong><strong>ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&nbsp; </strong><strong>ชวนทั่วโลกเดินหน้า </strong><strong>All For Education หรือ </strong><strong>ปวงชนเพื่อการศึกษา</strong><strong> เร่งแก้ความเหลื่อมล้ำให้สำเร็จ &nbsp;เพื่อเด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพได้ทุกที่ทุกเวลา </strong><strong>ยูเนสโก คาดหวังกสศ.ไทย</strong><strong>เป็นต้นแบบและเสริมพลังให้ประเทศอื่นๆในภูมิภาคขยายผล</strong></p>
<p>วันที่11กรกฎาคม 2563 ที่ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ ปทุมวัน กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงมหาดไทย, UNESCO, UNICEF และ savethechildren&nbsp; จัดประชุมวิชาการนานาชาติ “เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ปวงชนเพื่อการศึกษา” เนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาจอมเทียน เป็นวันที่สอง&nbsp; หลังจากระดมสมอง 60 ยอดนักคิด ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา นักปฏิรูป ผู้กำหนดนโยบายที่มีอิทธิพลต่อวงการศึกษาทั่วโลก ร่วมหาทางออกปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา หลังวิกฤตโควิด-19 โดยมีผู้เข้าร่วมฟังการประชุมในรูปแบบออนไลน์มากกว่า 2,500 คนจาก 79 ประเทศ</p>
<p>นายอิชิโร่ มิยาซาวะ ตัวแทนจากองค์กรยูเนสโกประจำประเทศไทย กล่าวอภิปรายหัวข้อ “เครือข่ายองค์กรนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา” ว่า ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาอัตราเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาในระดับชั้นประถมและมัธยมต้นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ถึงแม้จะมีความพยายามของทุกภาคส่วนในการแก้ปัญหา ยิ่งเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 &nbsp;ก็ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษามากขึ้นไปอีก การแก้ปัญหานี้ เราต้องหยุดทำงานในรูปแบบเดิมที่เคยทำมา ต้องคิดใหม่และทำใหม่เพื่อให้เด็กๆ ได้รับการช่วยเหลืออย่างดีที่สุด</p>
<p><figure id="attachment_18104" aria-describedby="caption-attachment-18104" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18104 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ichiro-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18104" class="wp-caption-text">นายอิชิโร่ มิยาซาวะ ตัวแทนจากองค์กรยูเนสโกประจำประเทศไทย</figcaption></figure></p>
<p>“การพูดคุยกันอย่างเดียวก็ไม่เพียงพอ จะต้องมีกฎหมาย มีพระราชบัญญัติที่ออกมาอย่างชัดเจน และที่สำคัญต้องมีงบประมาณที่ลงทุนกับเรื่องนี้อย่างคุ้มค่า มีความคิดสร้างสรรค์และเป็นนวัตกรรมด้วย ซึ่งเครือข่ายความร่วมมือต้องช่วยกันคิดว่าถ้างบประมาณไม่มาก จะทำอย่างไรให้เกิดนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ได้จริง ต้องวัดผลได้ว่ามีความสำเร็จอะไรเกิดขึ้น ต้องสร้างความเสมอภาคและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เห็นผ่านฐานข้อมูลและสถิติให้ได้”</p>
<p>นายอิชิโร่ กล่าวว่า ขณะนี้เราได้ทำงานร่วมกับหลายประเทศภายใต้เครือข่าย equitable education alliance หรือ EEA เช่น ประเทศไทย อังกฤษ แคนาดา มาเลเซีย&nbsp; ฟินแลนด์ เกาหลี พบว่าแม้แต่ในประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดอย่างฟินแลนด์ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมในระบบการศึกษาด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเครือข่ายที่จะต้องส่องแสงสว่างให้เห็นว่าตรงไหนคือความสำเร็จ</p>
<p>“ผมเชื่อว่าประเทศไทยเป็นผู้นำในเรื่องนี้เพราะประเทศไทยเริ่มพูดเรื่องนี้แล้วมีหน่วยงานที่จะมาแก้ปัญหาโดยตรง ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่เป็นดาวส่องแสงให้ประเทศอื่นได้เห็น&nbsp; หากมองไปในทวีปเอเชีย ยังไม่มีองค์กรแบบ กสศ. เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่มีปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำสูง เราชื่นชมประเทศไทย และจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ดูเหมือนจะทำให้เด็กเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษามากขึ้น แต่ในทางบวกจะเป็นพลังให้การทำงานของ กสศ. กับภาคีเสริมพลังกันมากขึ้นที่จะขับเคลื่อนความเสมอภาค หลังจากที่ได้มีการหารือในเวทีนานาชาติ คาดหวังว่าจะเห็นนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาด้านความเหลื่อมล้ำจาก กสศ. ตั้งแต่ตอนนี้ จนถึง 10 ปีข้างหน้า เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น พม่า ลาว และรัฐบาลประเทศอื่นๆ ดำเนินการตามประเทศไทยมากขึ้น”&nbsp; ตัวแทนจากองค์กรยูเนสโกประจำประเทศไทยกล่าว</p>
<p>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการการจัดประชุม วิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา กล่าวว่า เป็นความท้าทายในโอกาสครบรอบ 30 ปีปฏิญญาจอมเทียน ที่มีผู้นำการศึกษาทั่วโลกเกือบ 200 คน แสดงเจตนารมณ์อันแรงกล้าที่เป็นจุดกำเนิดของ คำว่า Education For All หรือการศึกษาเพื่อปวงชน&nbsp; ที่มุ่งเน้นให้การศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กและเยาวชนทุกคนที่สามารถเข้าถึงและสำเร็จการศึกษาระดับประถมได้ 100% อย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ แต่ทั่วโลกยังไม่สามารถขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ และเราเดินทางมาถึง10 ปีสุดท้ายแห่งการดำเนินงานตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDG17 ด้านการส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่จะต้องเกิดขึ้นภายในปี 2573 ทำให้ในการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศไทย และอยู่ในช่วงที่ทั่วโลกกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 เป้าหมายการศึกษาเพื่อปวงชน จึงถูกเปลี่ยนเป็น ปวงชนเพื่อการศึกษา หรือ All For Education</p>
<p><figure id="attachment_18105" aria-describedby="caption-attachment-18105" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18105 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/กฤษณพงศ์-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18105" class="wp-caption-text">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure></p>
<p>ที่ปรึกษา กสศ.กล่าวว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำแก้ไขได้ ถ้าทุกฝ่ายช่วยกันเปลี่ยนแปลง &nbsp;ร่วมกันยกระดับความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ การปรับปรุงแก้ไขกรอบกฎหมาย นำเทคโนโลยี นวัตกรรมการเงินการคลัง และการเก็บข้อมูลสารสนเทศช่วยให้เด็กๆเข้าถึงการศึกษามากขึ้น การพัฒนาแพลตฟอร์มการเข้าถึงการศึกษาแบบไร้พรมแดน การพัฒนาครู ที่สำคัญคือภาครัฐของประเทศต่างๆ ต้องให้ความร่วมมือเพิ่มการลงทุนสำหรับการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง</p>
<p>“แนวทางใหม่ที่สำคัญ คือ เราต้องช่วยกันทำให้การศึกษาไปถึงเด็ก ไม่ว่าพวกเขาจะมีปัญหาและความต้องการอะไรในทุกสภาพสังคม ไม่ใช่ให้เด็กต้องเข้าหาการศึกษาอย่างในอดีต หรือต้องไปโรงเรียนเท่านั้นถึงจะได้รับการศึกษา นี่เป็นการเปลี่ยนมโนทัศน์ครั้งใหม่ที่จะช่วยสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาเช่นกัน”</p>
<p>นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า ผลการประชุมครั้งนี้ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันเรื่องการศึกษาเพื่อปวงชน &nbsp;รวมถึงความเสมอภาคทางการศึกษา ถือเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา รวมถึงการพัฒนาครู เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทั้งนี้นักวิชาการหลายท่านต่างเห็นตรงกันว่าไม่มีสูตรรวมในการแก้ปัญหาด้านการศึกษา สำหรับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ไม่มีผลกระทบต่อการประกาศเจตนารมณ์ กลับเป็นตัวเร่งให้เห็นภาพการแก้ไขปัญหาความเสมอภาคทางการศึกษาให้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่บีบให้ทุกคนต้องปรับตัว ในอนาคตไม่ว่าจะมีผลกระทบจากโควิด-19 รอบสองหรือไม่ ศธ.เตรียมรับมือไว้แล้ว พร้อมมอบหมายให้ทุกโรงเรียนปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ อย่างเคร่งครัด</p>
<p><figure id="attachment_18106" aria-describedby="caption-attachment-18106" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18106 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ดุริยา-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18106" class="wp-caption-text">นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)</figcaption></figure></p>
<p>“การได้แบ่งปันข้อมูลด้านต่างๆร่วมกัน ก่อให้เกิดพันธมิตรใหม่ สามารถร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระยะยาวได้ ส่วนผลสรุปจากการประชุมวิชาการจะเป็นกลไกสำคัญที่จะนำไปเสนอในที่ประชุมการศึกษาโลก (Asia and Pacific Regional Bureau for Education) ที่จะเกิดขึ้นในปี 2564 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม” รองปลัดศธ. กล่าว</p>
<p>นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า หากจะแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี้ได้ เราต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการทางการศึกษา เพราะรูปแบบในปัจจุบันนี้ไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในเวลาอันรวดเร็วตามที่เราต้องการเพื่อให้ถึงเป้าหมายของ SDG4 ได้&nbsp;&nbsp; ขอย้ำว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วนทั้งระบบการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมถึงในตัวของพวกเราเองด้วย ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถให้คำตอบได้กับทุกปัญหา &nbsp;ต้องทำงานร่วมกันเป็นเครือข่ายเพื่อช่วยหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน เพราะบางคำตอบอาจจะมีใครทำไว้อยู่แล้วก็ได้ และไม่เพียงแค่การจับมือกับเครือข่ายเดิมๆ แต่เราต้องไปจับมือกับเครือข่ายใหม่ๆที่เราไม่คุ้นเคย การเปลี่ยนแปลงต้องอยู่ในหัวใจของทุกๆ อย่างที่เราทำจากนี้เป็นต้นไป</p>
<p><figure id="attachment_18107" aria-describedby="caption-attachment-18107" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18107 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/โธมัส-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18107" class="wp-caption-text">นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประจำประเทศไทย</figcaption></figure></p>
<p>“สถานการณ์โควิด-19 จะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจ และกระทบต่อการหางานของคนรุ่นใหม่ ยูนิเซฟตระหนักว่าการลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลหรือทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากกว่าสิ่งอื่นใด ไม่มีห้วงเวลาไหนสำคัญไปกว่าตอนนี้แล้วที่เราจะต้องทำงานร่วมกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษา”</p>
<p>นายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ความหวังของเราคืออยากเห็นเด็กทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษา สามารถเป็นผู้นำทางสังคมหรือผู้นำของประเทศ จากสถิติ เด็กเข้าถึงโอกาสการศึกษาน้อยลง ยิ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยิ่งทำให้เด็กเหล่านี้หลุดออกนอกระบบการศึกษามากยิ่งขึ้น จากปัญหาทั้งหมด ขอเสนอแนวทางแก้ปัญหา จาก 4 ปัจจัยหลัก ดังนี้</p>
<p>1.มีกฎหมายหรือข้อบังคับเพื่อให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาค<br />
2.มีทุนการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยเฉพาะ<br />
3.มีสื่อการสอนที่มีประสิทธิภาพ<br />
4.มีฐานข้อมูลที่ถูกต้อง มีคุณภาพและแม่นยำ เพื่อนำเงินทุนที่มีไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p>
<p><figure id="attachment_18109" aria-describedby="caption-attachment-18109" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18109 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ชิเงรุ-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18109" class="wp-caption-text">นายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย</figcaption></figure></p>
<p>โดยขณะนี้มีภาคีเครือข่ายร่วมทำงานกับยูเนสโกจำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ ฟินแลนด์ เกาหลีใต้ อเมริกา นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น ไทย อังกฤษ แคนาดา มาเลเซีย และยังมีองค์กรระดับนานาชาติที่ร่วมทำงานเพื่อแก้ปัญหาการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม</p>
<p>“ในทางปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม 1.ควรมีข้อมูลที่มีคุณภาพและนำไปสู่การแลกเปลี่ยนข้อมูล 2.การนำแนวคิดไปปรับใช้เป็นนโยบายและสื่อสารกับประชาชน 3.สร้างเครือข่าย และ4.สนับสนุนเครื่องมือทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม” นายชิเงรุ&nbsp; กล่าว</p>
<p>นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การประชุมนี้ถือเป็นจุดเริ่มสำคัญที่เครือข่ายและบุคลากรทางการศึกษาจะนำข้อมูลไปใช้พัฒนาการศึกษาของประเทศตน หากย้อนไป 10 ปีที่แล้ว ไทยมีปัญหาเรื่องการศึกษาที่ไม่เท่าเทียม เราจึงพยายามใช้ข้อมูลและนวัตกรรมในการแก้ปัญหามาโดยตลอด โดยมุ่งช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่เข้าไม่ถึงการศึกษาเป็นกลุ่มแรก จนสามารถช่วยเหลือเด็กๆให้เข้าถึงการศึกษาได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่เกิดขึ้น ใช้เวลาถึง 8 ปีที่รัฐบาลจะจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในปัจจุบัน</p>
<p><figure id="attachment_18110" aria-describedby="caption-attachment-18110" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18110 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/สุภกร-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18110" class="wp-caption-text">นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ.</figcaption></figure></p>
<p>“วันนี้หลายประเทศเริ่มแก้ปัญหาความเสมอภาคทางการศึกษาได้ดีขึ้น แต่ผมมองว่า หากในอนาคต ทุกคนต่างมุ่งหวังที่จะให้ความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดทั่วทั้งโลก จึงควรนำฐานข้อมูลที่แต่ละประเทศมีอยู่แล้วมาพัฒนา แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน สร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ ซึ่งกสศ.เองได้ร่วมกับกลุ่มประเทศอาเซียน จัดตั้งเป็นกองทุนกลางเพื่อทำงานร่วมกันและเชื่อมโยงเครือข่ายในประเทศอื่นๆ ได้ในอนาคต” นายสุภกร กล่าว</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8899-2/">ไทยจับมือนานาชาติ ริเริ่มเครือข่ายเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
