<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DMC | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/dmc/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 08 Dec 2025 11:22:29 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>DMC | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-251125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 25 Nov 2025 08:51:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมหาราช 7]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97807</guid>

					<description><![CDATA[<p>-&#8220;ไม่ใช่แค่ตามเด็กกลับมา แต่คือทำอย่างไรให้การศึก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-251125/">ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left" style="font-size:16px"><blockquote><p></p><cite>-&#8220;ไม่ใช่แค่ตามเด็กกลับมา แต่คือทำอย่างไรให้การศึกษาเข้าไปอยู่ในชีวิตเขาได้&#8221;&nbsp;<br>การศึกษายืดหยุ่นคือระบบที่ปรับรูปแบบเรียนให้ไปอยู่ในชีวิตเด็กจริงๆ ไม่ว่าจะเรียนออนไลน์ เทียบโอนประสบการณ์ หรือจัดเวลายืดหยุ่น ลดโอกาสหลุดออกจากระบบ โดยเฉพาะเด็กยากจน เด็กมีภาระครอบครัว หรือไม่มีอุปกรณ์ จนกลายเป็นกลไกสำคัญที่พาเด็กกลับมามีทางเลือกและโอกาสเรียนต่ออีกครั้ง<br><br>-ครูจรรยวรรธน์คือแรงขับเคลื่อนหลักของโมเดลนี้ในพื้นที่ชนบทที่โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่ เธอทำบทบาททั้งครู นักเยี่ยมบ้าน และผู้ประสานงานชุมชน มองปัญหาเด็กหลุดจากระบบว่าเป็นสัญญาณให้โรงเรียนต้องปรับตัว ไม่ใช่โทษเด็ก เธอพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จริงว่าเด็กที่เรียนแบบยืดหยุ่นสามารถเรียนจบ มีทักษะชีวิต และก้าวต่อได้อย่างมั่นใจ<br><br>-แม้ชุมชนเคยสงสัยว่าการศึกษายืดหยุ่นจะลดมาตรฐานการศึกษาหรือไม่ แต่ผลลัพธ์จริงคือเด็กกลับมายืนได้อย่างสง่างาม นี่ทำให้ความเชื่อของผู้คนเปลี่ยน เพราะเห็นด้วยตา ว่าโอกาสที่เปิดกว้าง ทำให้เด็กกลับมายืนในสังคมได้อย่างมั่นคงโดยแท้</cite></blockquote></figure>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de904b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p>&#8220;ครูสะดวกให้สัมภาษณ์วันอังคารค่ะ เพราะวันอังคารเป็นวันที่ครูจัดตารางไว้สำหรับการศึกษายืดหยุ่น&#8221;</p>



<p>จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง หรือครูพีท แห่งโรงเรียนมหาราช 7 อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เอ่ยรับนัดหมายจากทีม กสศ. ที่โทรหาในบ่ายวันศุกร์ เสียงของครูฟังดูกระฉับกระเฉงแต่อ่อนโยน นี่คือบุคคลที่เป็นหนึ่งในข้อต่อสำคัญที่เป็นทั้งลมใต้ปีกและแรงผลักดัน ให้คำว่า &#8220;การศึกษายืดหยุ่น&#8221; ก่อรูปร่างได้จริงในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลที่โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่</p>



<p>โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มนำแนวคิดเกี่ยวกับการศึกษายืดหยุ่นมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปแบบตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มที่ยากจนพิเศษ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ แม้โควิดจะผ่านพ้นไปแล้ว ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบกลับไม่ได้จางหายไปด้วย</p>



<p>&#8220;จากการติดตามข้อมูลของนักเรียนในระบบ DMC เราพบว่ามีนักเรียนหลายคนที่ขาดเรียนต่อเนื่องแล้วก็หลุดออกจากระบบ&#8221; เธอหยุดช่วงหนึ่งก่อนพูดต่อ &#8220;แล้วที่น่าคิดคือ พอเด็กกลับเข้ามาเราก็จะยุติการติดตาม เพราะคิดว่าเด็กกลับเข้ามาแล้วก็สบายใจ แต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ เพราะเด็กมีการหลุดออกระหว่างทางอีก&#8221;</p>



<p>นั่นคือจุดที่ครูจรรยวรรธน์และโรงเรียนตระหนักว่า <strong>การแก้ปัญหาเด็กหลุดจากระบบ ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน&nbsp; แต่เป็นการตั้งคำถามว่า ทำไมพวกเขาถึงต้องไป? และเราจะปรับการศึกษาให้เข้าไปอยู่ในชีวิตเด็กได้อย่างไร?</strong></p>



<p>ที่สำคัญกว่านั้น อะไรคือปัจจัยที่จะทำให้โรงเรียนแห่งหนึ่งขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นได้อย่างลุล่วง? ผู้บริหาร คณะครู นโยบาย และชุมชนรายรอบ ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง?</p>



<p>กสศ. ได้นัดคุยกับครูจรรยวรรธน์ทาง Zoom และนี่คือมุมมอง ทัศนะ และคำตอบที่ผู้สนใจขับเคลื่อนการศึกษายืดหยุ่นควรรับฟังเป็นอย่างยิ่ง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e6370d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/16-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่คือความจำเป็น</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>โรงเรียนมหาราช 7 เริ่มต้นนำการศึกษายืดหยุ่นเข้ามาตอนไหน และอะไรคือแรงผลักดันให้อยากทำจริงจัง?</strong></h4>



<p>ตรงนี้ต้องย้อนกลับไปถึงช่วงหลังโควิด-19 ปีการศึกษา 2566 เป็นช่วงเวลาที่เราเห็นผลกระทบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่ยากจนพิเศษ พวกเขาไม่มีเครื่องมือในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ต บางคนมีภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ อีกหลายคนมีภาระครอบครัว ต้องไปช่วยผู้ปกครองทำงานจนไม่สามารถเรียนตามเวลาได้</p>



<p>จากการติดตามข้อมูลนักเรียนในระบบ DMC เราพบว่ามีเด็กหลายคนที่ขาดเรียนต่อเนื่องแล้วหลุดออกจากระบบ ตอนนั้นเราก็พยายามติดตามพาเด็กกลับเข้ามา แต่แล้วก็ค้นพบว่า พอเด็กกลับเข้ามาเราก็มักจะยุติการติดตาม คิดว่าสบายใจแล้ว ทว่าความจริงคือเด็กกลับหลุดออกไประหว่างทางอีก</p>



<p>เราเลยมาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น ปรากฏว่าเด็กต้องการการสนับสนุนในเรื่องของการดำรงชีพ ต้องให้ท้องอิ่มก่อน แต่เราไม่สามารถไปเพิ่มหรือหาแนวร่วมในเรื่องของการสร้างรายได้ให้กับเด็กได้ในระยะเวลาสั้นๆ ขณะที่การศึกษายังต้องดำเนินต่อไป มันจึงกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กหลุดออกจากระบบอีกครั้ง</p>



<p>ตรงนี้เลยเป็นความรู้สึกของเราว่า เราต้องมีหน่วยงานที่เข้ามาช่วย และพอดีจังหวะเหมาะที่เรามีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมหาแนวทางแก้ปัญหากับเขตพื้นที่ เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 เกี่ยวกับการจัดการศึกษายืดหยุ่นในโครงการ <em>“พาน้องกลับมาเรียน”</em> มีผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงดร.เนตรดาว ยั่งยุบล เข้ามามีส่วนร่วม ทำให้เรามีความรู้สึกว่าเรามีแสงสว่างในเรื่องของการแก้ปัญหา</p>



<p>นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dfe948"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-84117b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/17-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วมีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 ขับเคลื่อนเรื่องการศึกษายืดหยุ่นอย่างแข็งขัน?</strong></h4>



<p>มีหลายปัจจัยที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 ขับเคลื่อนเรื่องการศึกษายืดหยุ่น</p>



<p><strong>อันดับแรก</strong>คือปัญหาเด็กตกหล่นและหลุดออกจากระบบที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โรงเรียนเห็นแล้วว่าเราต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของเด็กที่กำลังจะสูญเสียโอกาสทางการศึกษาถาวร เพราะเมื่อเด็กขาดเรียนต่อเนื่องถึงหนึ่งเดือน โอกาสที่จะหลุดถาวรมันเกือบ 100% ทันที</p>



<p><strong>สอง</strong><strong> </strong>คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่โควิดเปิดเผยให้เห็น เด็กที่บ้านมีภาวะทางเศรษฐกิจไม่ดีไม่สามารถใช้โทรศัพท์เรียนรู้ได้ มันเข้าไม่ถึงจริงๆ บางบ้านไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือมีอุปกรณ์แต่ไม่มีเงินเติม เราจึงอยากมีการศึกษาทางเลือกที่ตอบสนองได้จริง ที่เด็กสามารถเรียนควบคู่กับการทำงานได้</p>



<p><strong>สาม</strong><strong> </strong>คือนโยบายของประเทศที่สอดคล้องกับทิศทางของเรา สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมโครงการ <em>“พาน้องกลับมาเรียน”</em> ซึ่งตรงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียนเราที่ว่า &#8220;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&#8221;</p>



<p><strong>สี่</strong> คือพลังของชุมชนและภาคีเครือข่าย เราได้ผู้นำชุมชนที่มีเป้าหมายเดียวกันว่าเราอยากให้เด็กในชุมชนเห็นคุณค่าทางการศึกษาและโอกาสหลุดออกจากระบบน้อยลง โชคดีที่คณะกรรมการสถานศึกษาของเราเป็นผู้นำชุมชนและทีมงานของ อบต. ทำให้เราสามารถดึงหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมงานได้ ไม่ว่าจะเป็นภาคี กสศ., สพฐ., สพป.ราชบุรีเขต 1., และดร.บรรเจิด อุ่นมณีรัตน์ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 1 ที่คอยสนับสนุน</p>



<p><strong>และสุดท้ายที่สำคัญมาก</strong>คือวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร วันนั้นที่มีการประชุม ผู้อำนวยการเขตถามว่าโรงเรียนมหาราช 7 สามารถดำเนินการตามนโยบายได้ไหม คุณครูที่ไปประชุมไม่สามารถตัดสินใจได้ ก็โทรถามผู้อำนวยการโรงเรียน ท่านผู้อำนวยการก็ตกลงทันที มันบ่งบอกว่าวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมีความสำคัญมาก ท่านเชื่อมั่นว่าการศึกษาไม่ควรถูกจำกัดเพียงแค่อยู่ในห้องเรียนหรือเอาเวลาเรียนมาเป็นขอบเขตเดียว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-721918"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/2-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-337754"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>บริบทพื้นที่: ชนบทห่างไกลที่ฝันดูจะบางตา</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>คุณครูพอจะเล่าให้ฟังได้ไหมว่า บริบทของพื้นที่รอบโรงเรียนเป็นอย่างไร? เด็กส่วนใหญ่มาจากครอบครัวแบบไหน?</strong></h4>



<p>โรงเรียนมหาราช 7 ตั้งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดราชบุรีประมาณ 60 กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอจอมบึงอีก 25 กิโลเมตร เราดูแลครอบคลุมนักเรียนจาก 2 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ชนบทที่ผู้คนประกอบอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าว ทำสวนยาง ปลูกทุเรียน หรือรับจ้างทั่วไป</p>



<p>ครอบครัวของเด็กส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง หลายครอบครัวมีหนี้สิน ผู้ปกครองต้องทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงชีพ บางครอบครัวมีปัญหาเรื่องสารเสพติดหรือเหล้า สภาพแบบนี้ส่งผลต่อเด็กโดยตรง พวกเขาต้องแบกรับภาระที่หนักกว่าวัย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2063f0"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/12-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c312d7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/13-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>อุปสรรคหลักๆ ที่ทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบคืออะไร?</strong></h4>



<p>มีหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน อันดับแรกคือความยากจน เด็กต้องออกไปทำงานหาเงินช่วยครอบครัว อันที่สองคือภาระครอบครัว เด็กต้องดูแลพ่อแม่ที่ป่วยหรือดูแลน้อง อันที่สามคือปัญหาการเรียนรู้ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการตั้งครรภ์ การย้ายถิ่นฐานตามพ่อแม่ไปทำงาน</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือการไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา บางครอบครัวมองไม่เห็นว่าถ้าเรียนหนังสือแล้วจะได้อะไร เพราะชีวิตประจำวันต้องหาเช้ากินค่ำ การศึกษาจึงไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วนเท่ากับการมีเงินใช้วันนี้</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เคสจริงน้องหน่อย: เมื่อครูเปิดหัวใจเด็กได้ โอกาสชีวิตเด็กก็เปิดกว้าง</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ครั้งที่แล้วเราได้คุยกับน้องหน่อย ที่จบชั้น ม.3 จากโรงเรียนมหาราช 7 เพราะได้รับโอกาสให้เรียนผ่านการศึกษายืดหยุ่น คุณครูช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่า น้องหน่อยเจอปัญหาอะไร และครูเริ่มสังเกตเห็นตอนไหน?</strong></h4>



<p>น้องหน่อย-สุพรรณวดี เจเถื่อน เป็นหนึ่งในเด็กที่เกือบหลุดออกจากระบบ แม่ของน้องป่วยเป็นมะเร็ง พ่อทำงานขับรถหารายได้แต่ก็มีปัญหาข้อเสื่อม น้องจึงต้องหยุดเรียนมาดูแลแม่</p>



<p>เราเริ่มสังเกตเห็นตอนที่น้องไม่ได้มาเรียนนานๆ เราก็ไปเยี่ยมบ้านและคุยกับแม่ของน้อง ตอนนั้นน้องบอกว่าคิดว่าตัวเองไม่มีโอกาสเรียนต่อแล้ว</p>



<p>การเยี่ยมบ้านครั้งนั้นไม่ใช่แค่การไปดูหน้าแล้วกลับ แต่เราต้องนั่งคุยกับครอบครัว ฟังเรื่องราว ฟังความกลัว ฟังความหมดหวัง เราเข้าใจว่าน้องไม่ได้ไม่อยากเรียน แต่สถานการณ์ชีวิตเขาไม่เอื้อให้เรียนแบบปกติได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-960a94"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">น้องหน่อย-สุพรรณวดี เจเถื่อน</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>แล้วโรงเรียนมหาราช 7 ช่วยเหลือน้องหน่อยอย่างไร?</strong></h4>



<p>เราไม่สามารถบังคับให้น้องกลับเข้ามาเรียนแบบปกติได้ถ้าสถานการณ์ชีวิตเขาไม่เอื้ออำนวย แต่เราสามารถหาทางให้การศึกษามันยืดหยุ่นพอที่จะเข้าไปอยู่ในชีวิตของเขาได้</p>



<p>โรงเรียนจึงนำน้องเข้าสู่ระบบการศึกษายืดหยุ่น ไม่มีค่าบำรุงการศึกษา เราจัดการค่าเครื่องแบบและอุปกรณ์การเรียนให้ทั้งหมด โดยมีข้อตกลงเพียงอย่างเดียวคือน้องต้องเรียนให้จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3</p>



<p>น้องสามารถเรียนออนไลน์ได้ ครูส่งใบงานให้ทำ สลับกับการเข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนบางครั้ง ทำให้น้องสามารถดูแลแม่และเรียนหนังสือไปพร้อมกันได้</p>



<p>เมื่อน้องจบมัธยมปลาย โอกาสก็เปิดกว้างขึ้น ทางโรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาลมาออกบูธแนะแนวการศึกษาต่อที่โรงเรียน น้องอยากเรียนต่อมาก เราก็ช่วยประสานงานจนน้องได้รับทุนจาก กสศ. ไปเรียนต่อด้านการบริบาล ตอนนี้น้องกำลังฝึกงานที่โรงพยาบาลหัวหิน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-26403b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-3.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-aa5349"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/14-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การศึกษายืดหยุ่นมีผลต่อชีวิตน้องหน่อยแค่ไหน? ครูรู้สึกอย่างไร?</strong></h4>



<p>มันมีผลมากจริงๆ <strong>ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำให้เด็กคนหนึ่งผ่านชั้นเรียน แต่มันคือการเปิดโลกใบใหม่ให้เขา จากเด็กที่เคยคิดว่าตัวเองไม่มีทางเลือก ไม่มีอนาคต พอได้เห็นว่าการศึกษายังมีพื้นที่รองรับเขา เขาก็เริ่มเห็นความหวัง เริ่มมีเป้าหมายในชีวิต</strong></p>



<p><strong>ในมุมของครู ครูรู้สึกว่ามันเป็นหนึ่งในความสุขที่ยิ่งใหญ่ของการเป็นครู คือการได้เห็นเด็กที่เกือบสูญเสียโอกาสไปตลอดกาล แต่แล้วกลับมามีอนาคตที่สดใสได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เราไม่เหนื่อย</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ความท้าทายและเสียงวิจารณ์: เมื่อสังคมยังไม่คุ้นเคยกับการศึกษายืดหยุ่น</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ในมุมมองของคุณครูในฐานะผู้นำการศึกษายืดหยุ่นมาใช้จริงจนเกิดผล คิดว่าความท้าทายในการจัดการศึกษายืดหยุ่นคืออะไร?</strong></h4>



<p>เรื่องแรกคือการบริหารจัดการเวลา หนึ่งวันที่เรามีมันไม่ได้ครอบคลุมทุกคน เรามีเด็กหลุดหลายคน ครูในโรงเรียนของเราต้องประคับประคองเด็กในระบบไม่ให้หลุด พร้อมกับดึงเด็กที่หลุดแล้วกลับเข้ามา ต้องเป็นทั้งครูแนะแนว ผู้ประสานงาน นักสังคมสงเคราะห์ และที่ปรึกษา ต้องลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน ต้องประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ และต้องออกแบบแผนการเรียนรู้ที่เหมาะกับเด็กแต่ละคน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-60a0aa"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-5.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ได้รับเสียงวิจารณ์จากชุมชนหรือสังคมบ้างไหม?</strong></h4>



<p>มีบ้าง บางคนคิดว่าเราแค่ให้เด็กผ่าน ไม่ได้เรียนจริง บางคนมองว่าเสียมาตรฐาน บางคนกังวลว่าเด็กจะเรียนไม่เท่าเพื่อน ครูเข้าใจนะ เพราะมันเป็นเรื่องใหม่ และคนเรามักจะกังวลกับสิ่งที่ไม่คุ้นเคย&nbsp; เราอธิบายอย่างต่อเนื่องว่า<strong> </strong><strong>การศึกษายืดหยุ่นไม่ใช่การลดมาตรฐาน แต่เป็นการปรับวิธีการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของเด็กแต่ละคน เนื้อหาและตัวชี้วัดยังคงเดิม เพียงแต่วิธีการเรียนและการวัดผลที่ยืดหยุ่นขึ้น</strong></p>



<p>และเราแสดงผลลัพธ์จริงให้เห็น เด็กที่เรียนแบบนี้สอบได้ เรียนต่อได้ มีทักษะในการใช้ชีวิตจริง บางทีมีทักษะมากกว่าเด็กที่เรียนในห้องเรียนอย่างเดียวด้วยซ้ำ เพราะเขาได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง</p>



<p>เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้าใจก็เริ่มเกิดขึ้น ตอนนี้ผู้ปกครองหลายคนเริ่มมาปรึกษาเองว่าลูกเขามีปัญหาแบบนี้แบบนั้น มีวิธีไหนช่วยได้บ้าง นี่แสดงว่าพวกเขาเริ่มเชื่อใจและเห็นคุณค่าของการศึกษายืดหยุ่น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-dc433b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ครูพีท) จรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>สูตรความสำเร็จ: ไม่มีสูตร มีแต่ความตั้งใจ</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ปัจจัยอะไรที่ทำให้โรงเรียนมหาราช 7 จัดการศึกษายืดหยุ่นได้ค่อนข้างดี?</strong></h4>



<p>มันไม่ใช่เรื่องของทรัพยากรหรืองบประมาณมากมาย แต่เป็นเรื่องของการมีใจที่แน่วแน่และระบบสนับสนุนที่ดี</p>



<p><strong>อันดับแรก</strong> ผู้บริหารต้องเปิดกว้างและให้การสนับสนุน <strong>&nbsp;</strong><br><strong>สอง</strong> ครูต้องมีความตั้งใจและยินดีที่จะลงพื้นที่ติดตาม<strong>เ</strong>ด็ก <strong>&nbsp;</strong><br><strong>สาม</strong> ชุมชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม <br><strong>และอันที่สี่ ต้องมีภาคีเครือข่าย</strong>ที่คอยช่วยเหลือในส่วนที่โรงเรียนทำเองไม่ได้&nbsp; ต้องขอขอบคุณ กสศ. เป็นพิเศษ ถ้าไม่มี กสศ. เราคงทำไม่ได้ครบวงจรขนาดนี้ นอกจากทรัพยากรทุน กสศ. ยังให้ความรู้ ให้แนวทาง และคอยติดตามผลอย่างใกล้ชิด</p>



<p>แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจชีวิตของเด็ก ถ้าเราไม่ลงพื้นที่ ไม่คุยกับเด็กและครอบครัวจริงๆ เราก็จะไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร ปัญหาของเขาคืออะไร และเราจะช่วยเขาได้อย่างไร การออกแบบการศึกษายืดหยุ่นที่ดีต้องเริ่มจากการเข้าใจชีวิตของเด็กเป็นอันดับแรก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f990e1"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-4.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>การปรับสู่การศึกษายืดหยุ่นต้องใช้ทรัพยากรเยอะไหม?</strong></h4>



<p>ไม่ต้องใช้งบประมาณเยอะ ที่ต้องใช้มากกว่าคือเวลาและความตั้งใจของครู การบริหารจัดการที่ดี และการประสานงานกับภาคีต่างๆ</p>



<p><strong>เราไม่ได้สร้างอะไรใหม่ทั้งหมด แต่เราปรับวิธีการใช้สิ่งที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์เด็กมากขึ้น เราไม่ได้สร้างโรงเรียนใหม่ให้เด็ก แต่เราปรับให้ชีวิตประจำวันของเด็กกลายเป็นห้องเรียน</strong></p>



<p>สิ่งที่ต้องลงทุนจริงๆ คือเวลาในการติดตาม ความอดทน และความมุ่งมั่น ถ้าอยากทำ โรงเรียนไหนก็ทำได้ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีงบประมาณหลายล้าน แค่เริ่มจากการไปเยี่ยมบ้านเด็กคนหนึ่ง ไปคุยกับครอบครัว ไปเข้าใจปัญหา แล้วคิดหาทางช่วย นั่นคือจุดเริ่มต้น</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>What If: ถ้าทุกโรงเรียนทำได้</strong></h3>



<h4 class="wp-block-heading"><strong>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนในไทยสามารถจัดการศึกษายืดหยุ่นได้ คุณครูคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น?</strong></h4>



<p>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนจัดการศึกษาแบบนี้ได้จริง เด็กที่มีปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ต้องช่วยเหลือครอบครัว เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ เด็กตั้งครรภ์ หรือเด็กที่ต้องย้ายถิ่นฐานบ่อย จะสามารถเรียนต่อได้โดยไม่ขาดตอนระหว่างทาง</p>



<p><strong>โรงเรียนจะกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาส มากกว่าจะเป็นสนามแข่งขัน</strong> เด็กที่เคยถูกมองว่าเรียนไม่ทันเพื่อนจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เพราะเขาได้เรียนรู้ในวิถีชีวิตจริงของเขาโดยไม่ถูกเปรียบเทียบกับคนอื่น</p>



<p>ครูก็จะเปลี่ยนบทบาทจากผู้ถ่ายทอดความรู้กลายมาเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ผู้ดูแล ที่คอยเอื้ออาทรและให้คำปรึกษา ครูจะเข้าใจชีวิตเด็กมากขึ้นผ่านการลงพื้นที่และพูดคุยเชิงลึก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4d82fb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/18-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ชุมชนและสถานประกอบการจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เป็นพื้นที่เรียนรู้ เป็นแหล่งงาน และโรงเรียนก็ไม่ใช่เจ้าของการศึกษาฝ่ายเดียว แต่เป็นศูนย์ประสานความร่วมมือ</p>



<p>ที่สำคัญที่สุด เด็กที่เคยหลุดออกจากระบบจะสามารถกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้โดยไม่รู้สึกอาย <strong>เด็กจะมีพื้นที่ปลอดภัย ระบบการศึกษาไทยจะมีความเป็นธรรมและความเท่าเทียมเพิ่มมากขึ้น</strong></p>



<p><strong>ถ้าโรงเรียนทุกโรงเรียนจัดการศึกษาแบบนี้ได้จริง การศึกษาก็จะกลับมาเป็นของทุกคน ไม่ใช่เป็นแค่ของใครบางคน ประเทศไทยจะได้พลเมืองรุ่นใหม่ที่เข้าใจชีวิต มีเป้าหมายที่ชัดเจน เด็กที่ตกหล่นหรือหลุดจะมีแรงบันดาลใจ และเราจะพิสูจน์ได้ว่า ระบบการศึกษาแบบเปิดโอกาสทำให้เด็กทุกคนสามารถเติบโตและมีอนาคตได้จริงๆ</strong></p>



<p><strong>ครูจรรยวรรธน์ ผิวเกลี้ยง กล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความหวัง</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-b38bdb"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/19-2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ภาพจากเพจ <a href="https://www.facebook.com/profile.php?id=100063520300213&amp;locale=th_TH" target="_blank" rel="noopener" title="โรงเรียนมหาราช๗">โรงเรียนมหาราช๗</a></figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<figure class="wp-block-table" style="font-size:14px"><table><tbody><tr><td><strong>โรงเรียนมหาราช 7 จ.ราชบุรี เริ่มขับเคลื่อนระบบ “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” อย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปีการศึกษา 2566 เพื่อรองรับผู้เรียนที่ไม่สามารถเข้าเรียนตามตารางปกติได้ ด้วยการเปิดทางเลือกให้เรียนออนไลน์ เทียบโอนประสบการณ์ชีวิตและการทำงานเป็นหน่วยกิต รวมถึงปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้ยืดหยุ่นตามบริบทของผู้เรียนแต่ละคน</strong><br><strong>แนวทางนี้ช่วยให้เด็กยังคงเดินหน้าการเรียนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถต่อยอดสู่ระดับการศึกษาที่สูงขึ้น โดยไม่ถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขชีวิตที่ควบคุมไม่ได้</strong><br><strong>หากโรงเรียนหรือครูต้องการข้อมูล หรือคำแนะนำเชิงปฏิบัติในการจัดการศึกษายืดหยุ่น<br>สามารถปรึกษาแบบตัวต่อตัวได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น <a href="https://lin.ee/7aisWbt" target="_blank" rel="noopener" title="คลิก">คลิก</a></strong></td></tr></tbody></table></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-251125/">ไม่ใช่แค่การวิ่งไล่ตามเด็กกลับมาเรียน แต่เป็นการตั้งคำถามว่าทำไมพวกเขาถึงหลุดจากระบบการศึกษา?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2021 09:47:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สธ.]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42037</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/">สพฐ. – กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทาความเดือดร้อนช่วงโควิด-19 “ดีเดย์ วันที่ 25 มิถุนายน” สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านการเชื่อมฐานข้อมูล DMC-CCT ทั่วประเทศเช็กเด็กเสี่ยงหลุด พร้อมเชื่อมโยงความช่วยเหลือ พม. สธ. ต่อเนื่อง</strong></strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพฐ. ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)<br> </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ba81e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/banner-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong></strong> กล่าวว่า จากการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ระหว่าง สพฐ. และ กสศ. ผ่านมา 2 &#8211; 3 ปี ตัวเลขนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาคเรียนที่ 2/2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษ (ทุนเสมอภาค) จำนวนกว่า 1.1 ล้านคน ทุกฝ่ายในสังคม ทั้งรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษ ผู้ด้อยโอกาส เพื่อลดช่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ล่าสุดในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กสศ.ได้จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ (อนุบาล 3 ประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3) เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาในการเตรียมความพร้อมการศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 อัตราคนละ 800 บาท จำนวนกว่า 286,390 คน ครอบคลุมสถานศึกษาจำนวน 24,798 แห่ง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากครู ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษา ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ตามที่สถานศึกษารายงานมาพบว่า มีนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อที่คาดว่าจะไม่ศึกษาต่อจำนวน 5,654 คน และมีนักเรียนจำนวน 8,944 คน ที่อาจยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าว เนื่องจากสถานศึกษายังไม่ได้รายงานเข้ามา ดังนั้นจึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำกับติดตาม และหากสถานศึกษาใดไม่สามารถจ่ายเงินให้นักเรียนได้แล้ว ขอให้ส่งคืนเงินกลับไปยัง กสศ. ตามขั้นตอนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-247c2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ สพฐ. และ กสศ. ได้รายงานความก้าวหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อ แก่<strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง)</strong> โดยท่าน รมว.ศธ. ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มรอยต่อ เพื่อป้องกันมิให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงขอให้ กสศ.ทำงานร่วมกับ สพฐ. โดยเชื่อมโยงและส่งต่อฐานข้อมูล DMC และ CCT กลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงและมีแนวโน้มที่ไม่ศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้แก่ สพฐ. เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาติดตามช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถกลับสู่ระบบการศึกษาในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ได้อย่างทันเวลา และเพื่อเป็นการลดภาระงานครูในการทำงานที่ซ้ำซ้อนด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-32329b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุกล่าวว่า ควรจะมีการพัฒนากลไกสนับสนุนการดำเนินการในเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งกำกับ ส่งเสริม สนับสนุนในการดูแลช่วยเหลือ และการคัดกรองนักเรียน ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง CCT ซึ่งสามารถดูได้ว่านักเรียนยากจนพิเศษในพื้นที่มีกี่คน โรงเรียนไหนกี่คน เพื่อเข้าไปดูแลอย่างทั่วถึง อีกทั้งต้องมีการพัฒนาครู ผู้ปฏิบัติงานผ่านระบบ อบรมออนไลน์ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ ควรเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสที่สามารถจัดอบรมด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยี อีกทั้งต้องสร้างความตระหนักและความเข้าใจเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนให้กลุ่มผู้ปกครอง</p>



<p>“โครงการนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นักเรียนยากจนพิเศษได้รับการดูแลดีขึ้นเรื่อย ๆ นับเป็นความสำเร็จความภาคภูมิใจร่วมกันของ สพฐ. อีกทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับสถานศึกษา ครูที่เอาใจใส่เยี่ยมบ้านเด็ก โดยไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ให้กำลังใจในภาวะที่ยากลำบากต้องทำงานอย่างหนักเพื่อไปดูแลนักเรียนที่เป็นภารกิจสำคัญ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการดำเนินการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้เด็กยากจนพิเศษได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องขอขอบคุณคุณครู เพราะที่ต้องใช้เวลาวันหยุดราชการไปในการคัดกรองนักเรียน เพราะวันธรรมดาต้องสอนหนังสือ คุณครูทำงานหนักมาก เนื่องจากสอนแบบ on-site ไม่ได้ จึงคิดการสอนในรูปแบบอื่น” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว</p>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุกล่าวว่า นับเป็นความร่วมมือที่สวยงามระหว่าง สพฐ.และ กสศ. ในการดูแลเด็กนักเรียนอีกหลายสังกัด เช่น ตชด. อปท. พศ. ฯลฯ ซึ่งสิ่งที่กังวลจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและเชื่อว่าเด็กยากจนและยากจนพิเศษจะเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ปกครองนักเรียนลำบากมากขึ้น ทั้งหมดเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา วันนี้ผู้ปกครอง โรงเรียน ได้รับผลกระทบ กสศ.ก็ถูกปรับลดงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการก็ถูกปรับลดงบประมาณเช่นกัน แต่เราต้องคิดงานในรูปแบบใหม่ แม้จะมีงบประมาณเท่าไหร่ก็ตาม เป้าหมายผลผลิตหลักคือเด็กนักเรียนต้องได้รับการดูแลเหมือนเดิม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8fdaa9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ลดลง มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบุตรหลานนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อที่ต้องย้ายไปเรียนที่ใหม่ที่ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงนำมาสู่การช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อจำนวน 800 บาท ที่จ่ายเงินไปถึงมือเด็กแล้ว 2.77 แสนคน จากนักเรียนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด 2.86 แสนคน ขณะเดียวกันพบเด็กประมาณ 1 แสนคน ที่ย้ายโรงเรียนไปเรียนในพื้นที่อื่น และมีเด็กนักเรียนที่ไม่เรียนต่อช่วงชั้น ป.6 และ ม.3 ประมาณ 5,654 คน หรือ 1.97% มีสาเหตุสำคัญมาจากต้องไปทำงาน/ ผู้ปกครองไม่ให้ศึกษาต่อ/ ช่วยผู้ปกครองทำงานหารายได้ / ไม่มีค่าธรรมเนียมค่าเล่าเรียน มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ไม่มีค่าเดินทาง ซึ่งต้องช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้กับเยาวชนที่จะเป็นเสาหลักของครอบครัวต่อไปในอนาคต ทาง กสศ. และ สพฐ. จึงมีแผนความร่วมมือกันพัฒนาระบบการติดตาม และส่งต่อนักเรียนกลุ่มรอยต่อนี้ผ่านการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ DMC และ CCT ของ สพฐ. และ กสศ. เข้าด้วยกัน ให้เกิดเป็นระบบเฝ้าระวังเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Early Warning System) ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษาต่อไปในอนาคต <strong>โดยในปีนี้จะมีการเชื่อมระบบกันในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 เพื่อตรวจสอบข้อมูลรายบุคคลนักเรียนทั่วประเทศเพื่อค้นหาเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong> </p>



<p>“นอกจากนี้  กสศ. และ สพฐ. ยังได้ปรังปรุงพัฒนาระบบการบันทึกข้อมูลใน CCT App ให้สามารถทำหน้าที่เป็น One Application ที่สามารถลดภาระงานครู คืนเวลาให้ครูกลับสู่ห้องเรียน และสามารถสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อบูรณาการงบประมาณในการดูแลสุขภาวะขั้นพื้นฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนในครัวเรือนยากจนด้อยโอกาส เช่น การตัดแว่นสายตาให้กับเด็กที่มีความบกพร่อง และการช่วยเหลือสนับสนุนผู้ปกครองที่เป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เป็นต้น โดยจะเริ่มทดลองนำร่องใน 29 พื้นที่ ครอบคลุม 602 โรงเรียน  ซึ่งต้องขอขอบคุณครู ผู้บริหาร สถานศึกษาที่ลงไปเยี่ยมบ้าน กรอกข้อมูล นำไปสู่การสร้างโอกาสให้กับเด็กทุกคน” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<p> </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/">สพฐ. – กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เพราะความร่วมมือจากกสศ. สร้างความเสมอภาคทุกมิติ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-02-12-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 30 Nov 2020 06:58:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<category><![CDATA[สนิท แย้มเกษร]]></category>
		<category><![CDATA[Data Management Center]]></category>
		<category><![CDATA[ฉก.ชน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24183</guid>

					<description><![CDATA[<p>เกือบสามปี ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-02-12-20/">เพราะความร่วมมือจากกสศ. สร้างความเสมอภาคทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-24186" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/thumbnail-11-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เกือบสามปี ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ขาดแคลนทุนทรัพย์และโอกาส รวมถึงการเติมเต็มด้านต่างๆ ให้อนาคตของชาติได้รับโอกาสทางการศึกษาเติบโตไปสู่การดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ลำพังเพียง กสศ.หน่วยงานเดียวไม่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงไปได้หากปราศจากความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะ สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ถือเป็นหน่วยงานสำคัญหนุนเสริมการทำงานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของเด็กนักเรียน สถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา จนครอบคลุมลงลึกไปทุกพื้นที่ทั่วประเทศ</span></p>
<p><b>นายสนิท แย้มเกษร</b><span style="font-weight: 400;">  รองเลขาธิการ สพฐ. ได้สะท้อนภาพการทำงานร่วมกันระหว่างกสศ.และสพฐ.ไว้อย่างน่าสนใจว่า  สพฐ.มีโอกาสทำงานร่วมกับกสศ. ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมาสองปีกว่า ความร่วมมือเริ่มแรก เราได้ทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการดูแลเด็กนักเรียนยากจนเป็นพิเศษ โดยที่สพฐ.มีระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล หรือ Data Management Center (DMC) กสศ. ได้ผสานความร่วมมือการใช้ข้อมูล  และเพื่อให้เกิดความแม่นยำ กสศ. ได้ลงพื้นที่จริง ทำให้พบว่า มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในกลุ่มยากจนพิเศษ เมื่อเทียบกับข้อมูลของสพฐ. เรามีเด็กยากจนพิเศษเป็นล้านคน  และข้อมูลเชิงประจักษ์ดังกล่าว ทำให้เราเริ่มทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นความโชคดีของเด็กๆ จากการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ  </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24187" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/c-19-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาธิการ สพฐ. ยังกล่าวถึงกสศ. ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือเด็กนักเรียนผู้ด้อยโอกาสในสถานการณ์ต่างๆว่า  หากเพียงการทำงานของหน่วยงานเดียวอย่าง สพฐ. อาจทำให้เกิดความล่าช้าในการช่วยเหลือ การเข้าถึงข้อมูลการสนับสนุนต่างๆอาจมีน้อย แต่เมื่อได้ทำงานกับ กสศ.ตั้งแต่เริ่มต้นไม่ว่าจะเป็นทุนเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือทุนนักเรียนเสมอภาค ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ต่อมา เมื่อเกิดภาวะการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19  กสศ.ยังได้ช่วยเหลือเด็กกลุ่มที่ไม่ได้มาโรงเรียน ขาดอาหารช่วงหนึ่ง ที่เดิมต้องทานอาหารกลางวันโรงเรียนจัดให้พอเพียง แต่เมื่อไม่ได้มาโรงรียน กสศ.ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยและสำรวจข้อมูล และบางพื้นที่จริงๆ ได้ช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ไปอีกจำนวนมาก ถามว่าจำนวนเงินมากหรือไม่สำหรับการทำงานในภาพรวมอาจไม่มาก แต่รายบุคคล สามารถเลี้ยงตัวดำรงชีวิตในช่วงปิดเทอมที่ยาวนานที่สุด เด็กที่เคยมาทานอาหาร ดื่มนมจะอยู่ที่บ้านจะเป็นการเติมเต็มให้</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ความสำคัญ คือ ถ้าสพฐ.และกสศ. ไม่ได้ทำงานอย่างใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้จะไม่เห็น ตอนนี้เราทำงานร่วมกันในเชิงข้อมูล มีระบบโปรแกรมผ่านพื้นที่จริงๆ  ถามว่าความร่วมมือเกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะความตั้งใจของสองฝ่ายทำให้ต่อมามีอีกหลายเรื่องที่มากกว่าเรื่องของความยากจน </span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เมื่อลงพื้นที่จะพบปัญหาอื่นอีก  จึงทำให้เรามีโครงการร่วมกันในการเยี่ยมบ้านนักเรียน ซึ่งสพฐ.มีนโยบายอยู่แล้ว ให้ทำการเยี่ยมบ้านร้อยเปอร์เซนต์ทุกปี  เราจะมีการออกเยี่ยมบ้านโดยคุณครู  แต่วันนี้ กสศ.เข้ามาร่วมกับเรา โดยที่สพฐ.ที่มีศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน หรือ “ฉก.ชน”  อยู่แล้วได้ทำงานร่วมกันอีก ในเชิงของการเก็บข้อมูล ลงพื้นที่ร่วมกัน ไม่ได้ต้องลงพื้นที่หลายครั้ง เนื่องจากภาวะคุณครูและเด็กขณะนี้ เวลาการเรียนการสอนหายไปจำนวนมากจึงต้องทำการเรียนการสอนให้ครบตามชั่วโมงที่กำหนดไว้ในหลักสูตร รวมทั้งเวลาสอนชดเชย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ดี ถ้าเราต่างคนต่างเก็บข้อมูลเดียวกัน หรือต่างกันเล็กน้อย ก็สามารถบูรณาการด้วยกันได้ ฉะนั้นการลงไปเก็บข้อมูลนักเรียนครั้งเดียวกันจะได้ข้อมูลทั้งฝั่งสพฐ.และกสศ. นอกจากนี้กสศ.ยังได้ช่วยให้ข้อเสนอแนะ และความช่วยเหลือ ว่าเด็กที่ไม่ใช่ยากจนเพียงอย่างเดียว ยังมีเด็กที่มีฐานะแต่มีปัญหาอื่นๆ จากการคัดกรองตกหล่นไปบ้าง กสศ.จะช่วยเหลือเติมเต็มเข้าไปอีก </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-24188" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/a-20-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ สพฐ.มีสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ ดูแลเด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส ที่อยู่ในศูนย์การศึกษาพิเศษ  ราชประชานุเคราะห์ รวมทั้งศึกษาสงเคราะห์ เด็กเหล่านี้มีความขาดแคลนอยู่แล้ว แต่มีองค์ประกอบอื่นๆที่เราต้องช่วยเหลือ กสศ.ได้เข้ามาเพิ่มในส่วนนี้ทำให้การทำงานช่วยเหลือมีประสิทธิภาพมากขึ้น  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ท่านเลขาสพฐ.ได้มอบนโยบายว่า เด็กทุกคนต้องได้รับการดูแลอย่างทัดเทียมกัน ฉะนั้น เด็กทุกคนเราต้องดูแลอย่างปกติ รวมถึงเด็กพิการทั้งหมดด้วย นับเป็นโอกาสที่ดีที่เราทำงานร่วมกัน เอาข้อมูลมาแชร์ร่วมกัน โดยมีระบบการเก็บข้อมูลที่ดีซึ่งกสศ.มีแอปพลิเคชันที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ถามว่า ตรงนี้เป็นประโยชน์ต่อคุณครูในการใช้ข้อมูลมากน้อยแค่ไหน เพราะผู้กรอกข้อมูลคือคุณครู  ครูก็ได้ใช้ข้อมูลนี้ด้วย ถ้าหน่วยงานที่เก็บข้อมูล แล้วนำไปใช้หน่วยงานของตนเอง เพราะในที่สุดครูอาจนำมาใช้ในการดูแลอบรมเด็ก เพียบพร้อมทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>รองเลขาสพฐ. ยังได้กล่าวถึงการมี “ฉก.ชน.” ส่งผลให้เราได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกอื่นๆว่า  ข้อมูลเด็กที่เราทำการเก็บร่วมกัน</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่จริงโรงเรียนเก็บไว้ใช้บริหารเพื่อดูแลเด็กรายบุคคลอย่างไร  แต่วันนี้ ข้อมูลที่ได้มาถูกใช้ในระดับที่สูงขึ้น  โดยสพฐ.ใช้ในภาพรวม หรือ กสศ.กำลังนำไปใช้เป็นข้อมูลเดียวกันเพื่อตอบโจทย์เดียวกัน เพียงแต่ เดิมเราไม่ได้ทำทั้งหมดอาจทำแค่เรื่องความยากจน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คราวนี้ เราไปเจอเด็กที่อยู่อาศัยไม่ดีพอ สังเกตจากการจัดแคมเปญใหญ่ๆในการช่วยเหลือที่ผ่านมา เพราะเราไปเจอสภาพที่อยู่อาศัยไม่ใช่บ้านที่เด็กอาศัยได้ นอนฝนตกก็อยู่ไม่ได้เปียกไปหมด  ข้อมูลตรงนี้อยากทำให้เห็นสภาพเป็นแบบนี้ รวมทั้งข้อมูลที่เราบอกมีการคัดกรองแล้ว มีความแม่นยำแล้ว บางครั้งเจอเด็กที่ต้องสนับสนุนเพิ่มเติมให้เขา”</span></p>
<p><figure id="attachment_24189" aria-describedby="caption-attachment-24189" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-24189 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/b-19-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-24189" class="wp-caption-text">นายสนิท แย้มเกษร  รองเลขาธิการ สพฐ.</figcaption></figure></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาสพฐ.ยอมรับว่า เป็นความตั้งใจดีของกสศ.ที่จะเข้ามา โดยไม่มองเรื่องความยากจนอย่างเดียว “เพราะความเสมอภาค ไม่ใช่เรื่องความยากจน ความเสมอภาค คือเด็กทุกคนได้โอกาสที่ควรได้รับเท่ากัน  ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการเรียน โอกาสทางอยู่ในสังคม โอกาสที่ควรได้รับการพัฒนาในเชิงความสามารถของตนเอง อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ถ้าตรงนี้ เราไม่ได้มุ่งไปที่ความยากจน ซึ่งคนเข้าใจผิดว่าความเสมอภาค คือความยากจน ซึ่งจริงๆไม่ใช่  เราเจอปัญหาเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรืออยู่กับญาติ มีไม่น้อยที่ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติผู้ใหญ่  พี่คนโตต้องดูแลน้อง สิ่งเหล่านี้พอเราเห็นสภาพความจริงจะได้แก้ปัญหาถูกจุดและร่วมกันแก้ปัญหา”  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์โควิด -19 ประเมินกันว่าจะมีการระบาดรอบสอง สร้างความห่วงกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวส่งผลไปถึงครอบครัวขาดรายได้ เด็กอาจหลุดจากระบบการศึกษา ประเด็นปัญหาตรงนี้  รองเลขาธิการ สพฐ. เผยว่า ได้มีการเตรียมการรับมือไว้แล้ว </span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">เราติดตามกลุ่มนี้ตลอด เด็กที่มีปัญหา ไม่ได้อยู่กับครอบครัว เพียงแต่วันนี้ สถานการณ์ ภาวะไม่ปกติ แต่การเรียนการสอนเปิดปกติได้ เด็กกลุ่มที่ได้รับการดูแลคือทุกกลุ่ม  เด็กที่ขาดแคลน ไม่มีผู้ใหญ่ดูแล ถ้าให้ดี กสศ. มาช่วยกันดูแล เหมือนที่ทำกันอยู่จะเห็นข้อมูล กองทุนกสศ.มีส่วนสนับสนุนได้</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">เรายังมั่นใจอยู่ว่า สถานการณ์แพร่ระบาดไม่ถึงกลางเมือง ยังอยู่ชายแดนสามารถรับมือป้องกันได้ จึงฝากให้กสศ. มีอะไรก็มาแชร์ข้อมูลกัน เช่น จากการพัฒนาระบบสารสนเทศระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือ CCT APP โดยทดลองนำร่อง 8 จังหวัด เป็นรูปแบบที่ดี ถ้าทำไปแล้ว เกิดขยายผลไปได้ ขอให้ช่วยกันแบบนี้  แม้ว่าโควิด-19 หมดไป มีวัคซีนมา กสศ. และสพฐ.ก็ทำงานร่วมกันต่อไป เช่นเรื่องอื่นๆ  เรื่องความยากจน ขาดแคลนทุนทรัพย์ ความไม่เท่าเทียมกันในการจัดการศึกษา  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ สพฐ. มีความเป็นห่วง คือ อยากให้ กสศ.มองไปถึง กลุ่มโรงเรียนในสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ตามที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงมีความห่วงใยว่า อยากให้ดูแลคุณภาพดี ให้สพฐ.ช่วย ถ้าอยากจะฝากก็อยากให้กสศ.ช่วยตรงนี้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โอกาสนี้  รองเลขาธิการสพฐ. ยังกล่าวถึงผู้บริหารสถานศึกษา ครู ในพื้นที่ด้วยว่า  เราไม่อาจลงพื้นที่ได้โดยตรง หรือสุ่ม หรือไปติดตามสถานการณ์ แต่คนที่อยู่ใกล้พื้นที่มาก คือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยเฉพาะภายใต้การนำของผอ.เขตพื้นที่การศึกษา  ทุกคนต้องช่วยเหลือกัน และคนอยู่พื้นที่จริงๆ คือ ครู ผู้บริหารโรงเรียน  </span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-24190" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/11/d-13-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ฉะนั้น สำนักงานเขตพื้นที่ต้องมีความเอาใจใส่ มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับเขตพื้นที่ตลอด มีการสื่อสารที่รวดเร็ว เมื่อมีสถานการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นต้องเตรียมการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งไม่ใช่เฉพาะการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างเดียว โดยเฉพาะกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา และการศึกษานิเทศก์  ที่จะลงพื้นที่ประจำจะนำข้อมูลมาใช้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รองเลขาสพฐ. ฝากถึงผู้บริหารเขตการศึกษา ไม่ต้องกลัวว่าทำงานโดยลำพัง ยังมีหน่วยงานอื่น เช่น  กสศ. เหมือนเป็นทีมงานพาร์ทเนอร์ ต่อไปนี้ท่านที่ได้พบทีมงานกสศ. นั่นหมายความว่า เป็นทีมงานร่วมกันทำ หน่วยงานกลางรับรู้รับทราบแล้ว ขอให้ความร่วมมือกับกสศ.ด้วย  </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ขอบคุณคณะผู้บริหารกสศ.   เราทำงานร่วมกันอย่างนี้ ความสำเร็จจะเกิดและช่วยดึงเด็กกลุ่มหนึ่งให้มีโอกาสเรียนมากกว่า ภาคบังคับที่เรากำหนด เขาอาจมีอนาคตที่ไปมากกว่านี้ เชื่อว่า กสศ.มีความสามารถในการผลักดันเรื่องเหล่านี้มาก” สนิท แย้มเกษร  กล่าวทิ้งท้าย ถึงความร่วมมือทำงานกับกสศ.มาตลอดสองปี</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-02-12-20/">เพราะความร่วมมือจากกสศ. สร้างความเสมอภาคทุกมิติ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.หารือครู ตชด. จว.ตาก หาแนวทางจัดสรรทุนเสมอภาค ช่วยนร.ขาดแคลนทุนทรัพย์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%94-%e0%b8%88%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 19 Aug 2019 08:34:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[ด.ต.หญิง วิไล ธนวิภาศรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[ตชด.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[ตาก]]></category>
		<category><![CDATA[วลัยรัตน์ ศรีอรุณ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน ตชด.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6987</guid>

					<description><![CDATA[<p>น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงกา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%94-%e0%b8%88%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81/">กสศ.หารือครู ตชด. จว.ตาก หาแนวทางจัดสรรทุนเสมอภาค ช่วยนร.ขาดแคลนทุนทรัพย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6990" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69022889_2760746313959360_9018129297969250304_o.jpg" alt="" width="1477" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69022889_2760746313959360_9018129297969250304_o.jpg 1477w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69022889_2760746313959360_9018129297969250304_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69022889_2760746313959360_9018129297969250304_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69022889_2760746313959360_9018129297969250304_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1477px) 100vw, 1477px" /></p>
<p>น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน(ตชด.) จังหวัดตาก ภายหลังการลงนามความร่วมมือ(MOU)ระหว่าง กสศ. และ ตชด. เพื่อช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ตามโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาค</p>
<p>ขณะเดียวกัน กสศ. ยังได้ส่งคณะผู้วิจัยลงพื้นที่เก็บข้อมูลโรงเรียน ตชด. บ้านห้วยสลุง อ. แม่ละมาด และ โรงเรียน ตชด. จุฬา-ธรรมศาสตร์ 3 อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เพื่อเร่งช่วยเหลือค้นหาเด็กนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์</p>
<p>ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของทั้งสองคณะ เป็นโอกาสในการรับทราบปัญหาหลายด้านที่โรงเรียนตชด. ประสบอยู่ เช่น นักเรียนตชด.ประสบปัญหาด้านระยะทาง และการเดินทางในพื้นที่กันดาร ปัญหานักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กชาติพันธุ์ในหลากหลายพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนของประเทศ เด็กกลุ่มนี้มีความต้องการเร่งด่วนเรื่องการจัดการศึกษา ความเป็นอยู่ด้านคุณภาพชีวิต สุขอนามัย รวมถึงความช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์การศึกษา</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6991" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68551068_2760745977292727_1563635693681377280_o.jpg" alt="" width="1108" height="1477" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68551068_2760745977292727_1563635693681377280_o.jpg 1108w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68551068_2760745977292727_1563635693681377280_o-225x300.jpg 225w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/68551068_2760745977292727_1563635693681377280_o-768x1024.jpg 768w" sizes="(max-width: 1108px) 100vw, 1108px" /></p>
<p>นอกจากนี้ ยังพบว่า นักเรียนโรงเรียน ตชด. ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนรหัส G หรือเด็กที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน แต่มีเลข 13 หลักในระบบการศึกษา(DMC) และนักเรียนรหัส 0 หรือเด็กที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน เด็กกลุ่มนี้เกือบทั้งหมด มีฐานะยากจน ขาดเรียนบ่อยเพราะต้องช่วยผู้ปกครองหารายได้ หรือบางคนต้องหยุดเรียนเพื่อช่วยดูแลน้องและผู้สูงอายุที่บ้านในช่วงที่พ่อแม่ออกไปทำงาน เด็กนักเรียนส่วนใหญ่อายุไม่ตรงตามเกณฑ์เนื่องจากครอบครัวโยกย้ายถิ่นฐานบ่อย ตามแหล่งการจ้างงาน ขณะที่ครัวเรือนมีรายได้ไม่แน่นอนขึ้นกับฤดูกาลและหลายครอบครัวได้รับเพียงค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำหรือน้อยกว่า</p>
<p>ด.ต.หญิง วิไล ธนวิภาศรี ครูใหญ่โรงเรียน ตชด. บ้านห้วยสลุง กล่าวว่า นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กในพื้นที่ไม่ไกลจากโรงเรียน ส่วนใหญ่จึงเดินทางไปกลับด้วยการเดินเท้า บางส่วนที่ไกลออกไปต้องใช้บริการรถรับส่งรายเดือนซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณเดือนละ 250-300 บาท ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมาจากหมู่บ้านที่ห่างออกไปราว 50-60 กิโลเมตร ทางโรงเรียนได้จัดอาคารพักนอนให้ รวมถึงเด็กที่บ้านใกล้แต่ผู้ปกครองต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่ กลุ่มนี้ก็จำเป็นต้องอาศัยพักนอนที่โรงเรียนเช่นกัน</p>
<p>ในส่วนของการดูแลเด็ก ทางโรงเรียนมีการจัดนมผงพระราชทานให้นักเรียนตอนเช้า มีการจัดอาหารกลางวันโดยการสนับสนุนจาก อปท. ในพื้นที่ โดยโรงเรียนได้จัดทำโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันทั้งการปลูกพืชผักและเลี้ยงสัตว์เช่นปลา หมู และไก่ เพื่อนำผลผลิตที่ได้มาเป็นวัตถุดิบทำอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนทั้งโรงเรียน และในมื้ออาหารเช้าและอาหารเย็นสำหรับเด็กพักนอน แต่ในบางช่วงของปีก็ไม่เพียงพอเนื่องจากความผันผวนของฤดูกาลเช่นเกิดน้ำท่วม หรือฝนตกหนักจนพืชผลไม่สามารถเก็บกินเก็บใช้ได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6992" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69208892_2760746497292675_7154202332903768064_o.jpg" alt="" width="1478" height="1108" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69208892_2760746497292675_7154202332903768064_o.jpg 1478w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69208892_2760746497292675_7154202332903768064_o-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69208892_2760746497292675_7154202332903768064_o-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69208892_2760746497292675_7154202332903768064_o-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1478px) 100vw, 1478px" /></p>
<p>อย่างไรก็ดี การลงพื้นที่สำรวจและศึกษาข้อมูลของ กสศ. จะถูกนำไปเป็นแนวทางการจัดสรรเงินทุนเสมอภาค ให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษและนักเรียนยากจนในโรงเรียน ตชด.โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบเด็กนักเรียนที่มาจากครอบครัวในกลุ่มรายได้ต่ำสุดแบบลงลึกเป็นรายคนในระดับพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า เสริมสร้างความก้าวหน้าด้วยทุนสายอาชีพ และพัฒนาคุณภาพครูและยกระดับมาตรฐานโรงเรียนให้ดีขึ้นต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9-%e0%b8%95%e0%b8%8a%e0%b8%94-%e0%b8%88%e0%b8%a7-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%81/">กสศ.หารือครู ตชด. จว.ตาก หาแนวทางจัดสรรทุนเสมอภาค ช่วยนร.ขาดแคลนทุนทรัพย์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
