<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Demand-side Financing | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/demand-side-financing/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 01 Aug 2019 07:52:18 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Demand-side Financing | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>งานวิจัยเชิงพื้นที่ ตอบโจทย์แก้การศึกษาเหลื่อมล้ำตรงจุด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88010819/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588010819</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 01 Aug 2019 07:52:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[งานวิจัยเชิงพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[เงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[มธ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพและการศึกษาของนักเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[Demand-side Financing]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายลาครู]]></category>
		<category><![CDATA[คืนน้องสู่ห้องเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[ครูฮีโร่]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6257</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจะเป็นปัญหาที่มีมาอย่างช้าน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88010819/">งานวิจัยเชิงพื้นที่ ตอบโจทย์แก้การศึกษาเหลื่อมล้ำตรงจุด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-6259" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67647697_2726941577339834_1933861981970759680_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67647697_2726941577339834_1933861981970759680_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67647697_2726941577339834_1933861981970759680_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67647697_2726941577339834_1933861981970759680_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67647697_2726941577339834_1933861981970759680_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67647697_2726941577339834_1933861981970759680_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67647697_2726941577339834_1933861981970759680_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>แม้ความเหลื่อมล้ำทางการศึก<wbr />ษาจะเป็นปัญหาที่มีมาอย่างช้านาน และเป็นปัญหาที่หากจะแก้ไขใ<wbr />ห้หมดไปอย่างยั่งยืนนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอา<wbr />ศัยกระบวนการทำงานความร่วมมือจากหลากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แนวคิดหนึ่งในการแก้ปัญหานี้คือแก้ด้วยกระบวนการเก็บข้อ<wbr />มูลเชิงพื้นที่ ก่อนจะจัดสรรเงินอุดหนุนให้<wbr />ตรงกับปัญหาซึ่งนักเรียนกำลังเผชิญอยู่จริง</p>
<p>จากข้อมู<span class="text_exposed_show">ลรายจ่ายการศึกษาแห่งชาติ พบว่าในโรงเรียนหนึ่งจะมีนั<wbr />กเรียนที่มาจากครอบครัวยากจ<wbr />น เฉลี่ยรายได้ไม่ถึง 3,000 บาท ต่อเดือน หรือไม่ถึง 36,000 บาทต่อปี ครอบครัวเหล่านี้ต้องแบกรับ<wbr />รายจ่ายการศึกษา คิดเป็น 22% ของรายได้ ซึ่งสูงกว่าครอบครัวที่มีฐา<wbr />นะร่ำรวยที่รับภาระเพียง 6% ของรายได้ หรือเฉลี่ยแล้วคือต้องรับภา<wbr />ระมากกว่าถึงเกือบ 4 เท่า อันเป็นสาเหตุให้เด็กกลุ่มที่มาจากครอบครัวฐานะยากจนมี<wbr />แนวโน้มออกจากโรงเรียนกลางคัน หรือหลุดจากระบบการศึกษา เป็นจำนวนเฉลี่ยปีละกว่า 670, 000 คน</span></p>
<p>ขณะที่ประเทศไทยมีงบประมาณช่วยเหลือนักเรียนยากจน ที่เรียกว่าเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานสำหรับนักเรียนยาก<wbr />จนในสถานศึกษา แบบเท่ากันทุกคน แต่ในความเป็นจริง นักเรียนแต่ละคนหรือในแต่ละ<wbr />พื้นที่การศึกษาต่างมีปัญหา<wbr />และความต้องการที่แตกต่างกั<wbr />น การช่วยเหลือในลักษณะดังกล่<wbr />าวจึงอาจจะยังไม่ตรงจุด<br />
.<br />
รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบการ<wbr />จัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุ<wbr />ขภาพและการศึกษาของนักเรียน<wbr /> อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์<wbr />มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) อธิบายว่า ที่ผ่านมามีการเก็บข้อมูลกา<wbr />รศึกษาทั่วประเทศในเชิงภาพร<wbr />วมมาโดยตลอด ช่วยให้เกิดมิติที่แตกต่างใ<wbr />นการแก้ปัญหาและเป็นประโยชน์ต่อการคาดการณ์ทิศทางการแก<wbr />้ปัญหาทางการศึกษาในอนาคต<br />
.<br />
แต่โดยสรุปแล้ววิธีดังกล่าว<wbr /> ยังมีจุดอ่อนอยู่มาก เนื่องจากทำได้เพียงแสดงทิศ<wbr />ทางของปัญหา ไม่สามารถเจาะลึกในลักษณะกา<wbr />รกระจายรายได้ของประชากรในแ<wbr />ต่ละพื้นที่ อันเป็นปัจจัยหลักของความเห<wbr />ลื่อมล้ำทางการศึกษา<br />
.<br />
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางก<wbr />ารศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา<wbr />ขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงทำการวิจัยจนได้ข้อเสนอเ<wbr />ชิงนโยบาย เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพกา<wbr />รจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตา<wbr />มอุปสงค์ (Demand-side Financing) ตรงตามความต้องการของนักเรี<wbr />ยนเป็นรายบุคคล ในบริบทพื้นที่แตกต่างกัน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย<wbr />ด้านการศึกษาและบรรเทาอุปสร<wbr />รคการมาเรียน<br />
.<br />
โครงการดังกล่าว เริ่มต้นที่โรงเรียนในสังกั<wbr />ด สพฐ. กับโครงการ ‘เงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อน<wbr />ไข’ โดยให้ สพฐ. เป็นหน่วยงานแรกในการปฏิรูป<wbr />กระบวนการจัดสรรงบประมาณ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางกา<wbr />รศึกษาแก่นักเรียนที่ยากจนใ<wbr />นระบบการศึกษา</p>
<p>รศ.ดร.ชัยยุทธ ระบุว่า การเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็<wbr />นว่ามิติของแต่ละพื้นที่มีค<wbr />วามแตกต่าง ซึ่งหมายถึง ต้องการวิธีการแก้ปัญหาที่ไ<wbr />ม่เหมือนกัน ขณะเดียวกัน ด้วยบริบททางสังคมของประชาก<wbr />ร ที่ต่างกันด้วยสภาพแวดล้อม ทรัพยากร ความเจริญของเทคโนโลยี การกระจายงาน ทำให้พบอีกด้วยว่า สาเหตุที่ทำให้เด็กต้องออกจ<wbr />ากโรงเรียนกลางคันหรือตกหล่<wbr />นจากการศึกษาภาคบังคับมีควา<wbr />มแตกต่างกันไปด้วย</p>
<p>“มิติของพื้นที่ ในที่นี้ หมายถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละ<wbr />ชุมชนหรือท้องถิ่น แม้กระทั่งองค์กรภาครัฐในแต<wbr />่ละพื้นที่เอง ก็ยังมีบทบาทในการสนับสนุนก<wbr />ารศึกษาที่ต่างกันไปตามแนวท<wbr />างของภูมิภาคนั้น ๆ ซึ่งการนำวิธีการเจาะลึกข้อ<wbr />มูลในแต่ละพื้นที่อย่างละเอ<wbr />ียดมาใช้ จะทำให้มองเห็นภาพดังกล่าวไ<wbr />ด้ชัดเจนขึ้น</p>
<p>ที่ผ่านมา การเก็บข้อมูลแบบเก่า ทำให้เกิดปัญหาอีกด้วยว่า บางครัวเรือนมีผู้ได้รับสิท<wbr />ธิ์ในบ้านเดียวกันสองคนขึ้น<wbr />ไป จึงได้รับสิทธิ์มากกว่าครอบ<wbr />ครัวอื่น เช่น ผู้ด้อยโอกาสมากกว่าสองคนที<wbr />่อยู่ในบ้านเดียวกัน หรือมีทั้งเด็กด้อยโอกาส ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยคน<wbr />ชรา หรือบ้างเป็นผู้พิการ ครอบครัวเหล่านี้ก็จะได้รับ<wbr />สิทธิ์ที่ซ้อนทับกัน แต่ด้วยการเก็บข้อมูลแบบเจา<wbr />ะลึกลงไปเป็นครัวเรือน ทำให้รัฐมีข้อมูลเชิงลึกช่ว<wbr />ยในการวางแผนจัดสรรเงินสวัส<wbr />ดิการ เนื่องจากธรรมชาติของประชาก<wbr />รเองมีการย้ายถิ่นที่อยู่ตา<wbr />มความจำเป็นทางอาชีพ หรือด้วยความจำเป็นทางการศึ<wbr />กษา จึงไม่สามารถยึดถือรายชื่อต<wbr />ามบันทึกในทะเบียนบ้านได้</p>
<p><span class="text_exposed_show">การเก็บข้อมูลเชิงพื้นที่ยั<wbr />งมีบทบาทโดยตรงต่อโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศ<wbr />ษอย่างมีเงื่อนไขในการส่งเส<wbr />ริมการทำงานของรัฐ โดยแต่เดิมที่ สพฐ. ได้วางแผนงานโดยมองโครงสร้า<wbr />งการศึกษาของเด็กทั้งประเทศ<wbr />โดยรวม ทำให้การจัดสรรเงินอุดหนุนใ<wbr />นแต่ละพื้นที่การศึกษายังช่<wbr />วยเหลือเด็กได้ไม่เต็มเม็ดเ<wbr />ต็มหน่วย เนื่องจากจำนวนเด็กด้อยโอกา<wbr />สในแต่ละพื้นที่มีไม่เท่ากั<wbr />น การจัดสรรเงินสวัสดิการจึงใ<wbr />ช้วิธีเกลี่ยให้แต่ละจังหวั<wbr />ดโดยแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์” อา<wbr />จารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. กล่าว<br />
.<br />
รศ.ดร.ชัยยุทธ อธิบายอีกว่า ด้วยวิธีการเดิม สพฐ.จะแบ่งโควตาให้จังหวัดห<wbr />นึ่งไม่เกิน 40% นั่นหมายถึงทุกจังหวัดจะได้<wbr />เงินอุดหนุนเท่ากันทั้งหมด ขณะที่แต่ละจังหวัดมีเด็กด้<wbr />อยโอกาสจำนวนไม่เท่ากัน ทำให้จังหวัดที่มีเด็กยากจน<wbr />เยอะก็จะเข้าถึงสิทธิ์ได้น้<wbr />อยลง ปัญหาจึงไปตกที่โรงเรียน เช่นบางโรงเรียนมีเด็กยากจน<wbr /> 100 คน แต่เขาได้สิทธิ์ที่จัดสรรสำ<wbr />หรับเด็กแค่ 40 คน ก็ต้องเอาเงินสำหรับเด็ก 40 คนไปเกลี่ยให้เด็กอีก 60 คนด้วย เพราะยังไม่มีข้อมูลเจาะลึก<wbr />ในระดับจังหวัด จึงกลายเป็นปัญหาความเหลื่อ<wbr />มล้ำชัดเจนในการมอบเงินสวัส<wbr />ดิการ เท่ากับว่าจังหวัดที่มีเด็ก<wbr />ยากจนน้อยกว่าเขาก็ได้รับไป<wbr />เต็มหมด สามารถจัดสรรให้เด็กได้มากก<wbr />ว่า<br />
.<br />
ดังนั้นการเก็บข้อมูลเชิงลึ<wbr />ก ในระดับพื้นที่ จึงมีความสำคัญมากต่อการจัด<wbr />สรรความช่วยเหลือให้ตรงกับก<wbr />ลุ่มเป้าหมาย สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ตรงจุดกว่า<br />
</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88010819/">งานวิจัยเชิงพื้นที่ ตอบโจทย์แก้การศึกษาเหลื่อมล้ำตรงจุด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>&#8220;ประสาร&#8221; ชี้ขจัดความยากจนข้ามชั่วคนด้วยความเสมอภาคทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2588-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 25 May 2019 10:04:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Demand-side Financing]]></category>
		<category><![CDATA[กอปศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ขจัดความยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[ครูรุ่นใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=3426</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันนี้ (25 พ.ค.) ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยในงานแถลงผลงาน "กอปศ. รายงานประชาชน 2 ปีปฏิรูปการศึกษาก้าวหน้าอย่างยั่งยืน" ว่า 9 เดือนที่ผ่านมา กสศ. ได้เริ่มดำเนินการช่วยเหลือดูแลกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส โดยพุ่งเป้าไปที่การดูแลประชากรกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่แรกเกิด อันเป็นช่วงวัยพื้นฐานสำคัญ ไปจนถึงวัยทำงาน เพื่อให้สามารถขจัดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นรากเหง้าของปัญหาอื่นๆ โดยเฉพาะความยากจน ซึ่งหากแก้ไม่ได้ ปัญหานี้จะส่งทอดวนเวียนไปข้ามชั่วคน จากพ่อแม่ ส่งต่อไปถึงรุ่นลูกได้เพราะมีกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงการศึกษา หรือได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพต่างกัน</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88-2/">“ประสาร” ชี้ขจัดความยากจนข้ามชั่วคนด้วยความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-3429" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/05/thumbnailประสาร.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p>ประธาน กสศ.เผยขจัดความยากจน เริ่มดูแลตั้งแต่แรกเกิดไปถึงวัยทำงาน อนาคตวางโครงการทุนสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลให้เป็นครูรุ่นใหม่ พัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน ปีละ 300 คน ต่อเนื่อง 5 ปี</p>
<p>วันนี้ (25 พ.ค.) ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยในงานแถลงผลงาน &#8220;กอปศ. รายงานประชาชน 2 ปีปฏิรูปการศึกษาก้าวหน้าอย่างยั่งยืน&#8221; ว่า 9 เดือนที่ผ่านมา กสศ. ได้เริ่มดำเนินการช่วยเหลือดูแลกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งเป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส โดยพุ่งเป้าไปที่การดูแลประชากรกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่แรกเกิด อันเป็นช่วงวัยพื้นฐานสำคัญ ไปจนถึงวัยทำงาน เพื่อให้สามารถขจัดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นรากเหง้าของปัญหาอื่น ๆ โดยเฉพาะความยากจน ซึ่งหากแก้ไม่ได้ ปัญหานี้จะส่งทอดวนเวียนไปข้ามชั่วคน จากพ่อแม่ ส่งต่อไปถึงรุ่นลูกได้เพราะมีกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงการศึกษา หรือได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพต่างกัน</p>
<p>ดร.ประสาร กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของการทำงานของ กสศ.ให้สำเร็จ เป็นสิ่งที่ต้องรู้จักเลือกจังหวะเวลาในการทำงานให้เป็น ต้องมีความชัดเจนว่า ต้องทำอะไรเมื่อไหร่ อย่างไร และมีทักษะในการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงยืดหยุ่นเท่าทันกับปัญหา รวมทั้งสามารถสร้างแนวร่วมหุ้นส่วนความสำเร็จเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาในทุกระดับให้ได้ แม้ว่ากรอบภารกิจของ กสศ. จะค่อนข้างกว้างขวางครอบคลุมประชากรมากกว่า 4 ล้านคน หลายช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยทำงาน รวมทั้งการสนับสนุนการทำงานของครูและสถานศึกษาในพื้นที่ยากลำบาก แต่ภารกิจที่ กสศ. ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดคือภารกิจด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมและระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการค้นหากลุ่มเป้าหมายให้แม่นยำ และติดตามประเมินผลเพื่อนำกลับมาพัฒนาระบบงานให้มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง เช่น ระบบ iSEE และระบบคัดกรองนักเรียนยากจน</p>
<p>ดร.ประสาร กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของภารกิจช่วยเหลือสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายเด็กเยาวชนในครอบครัวผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ กสศ.ก็ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงการให้ทุน แต่ยังได้หามาตรการในการเข้าไปแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เช่น การให้เงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขเป็นรายบุคคลที่ตรงกับความจำเป็นของเด็กและเยาวชนอย่างแท้จริง (Demand-side Financing) และมีการติดตามผลการมาเรียนและน้ำหนักส่วนสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่งใน ปีการศึกษา 2561 กสศ.ได้จัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษ ไปแล้ว กว่า 5.1 แสนคน ในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 26,557 แห่งทั่วประเทศ เตรียมขยายผลสู่นักเรียนในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน รวมถึงได้ริเริ่มโครงการสนับสนุนทุนเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ในรูปแบบของทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ร่วมกับ 36 สถานศึกษาสายอาชีพ สร้างโอกาสให้เยาวชนจาก ครัวเรือนที่ยากจนได้เรียนต่อในสายอาชีพชั้นสูง จำนวน 2,107 คน ในปีการศึกษา 2562 และช่วยยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนสถาบันการศึกษาสายอาชีพให้มีสมรรถนะ และทักษะอาชีพ ตาม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายรัฐบาล รวมถึงความต้องการตลาดแรงงานในท้องถิ่น</p>
<p>&#8220;นอกจากนี้ในอนาคต จะริเริ่มโครงการทุนสำหรับนักเรียนในพื้นที่ห่างไกล ให้เป็นครูรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนของชุมชน ปีละ 300 คน ต่อเนื่อง 5 ปี และเตรียมสร้างสถาบันต้นแบบด้านการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัยให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 300 แห่งทั่วประเทศ สร้างระะบบตัวอย่างในการช่วยเหลือเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาครบวงจร เบื้องต้นสามารถช่วยเหลือได้ไม่ต่ำกว่า 5,000 คนในการดำเนินงานในปีแรกและเริ่มดำเนินการแล้วในบางพื้นที่ของกทม.ผ่านความร่วมมือจากหลากหลายองค์กร รวมถึงโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ&#8221; ดร.ประสาร กล่าว</p>
<p>ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ. ยังกล่าวอีกว่า ตลอด 2 ปีที่ได้ร่วมงานกับ กอปศ. และผลักดันการจัดตั้ง กสศ. ให้เกิดขึ้นได้ทำให้เห็นว่า การปฏิรูปการศึกษาในเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้น มีความซับซ้อนและเกี่ยวพันกับภาคส่วนต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ไม่ใช่งานที่มีจุดเริ่ม และจุดจบที่ชัดเจน การจะตั้งเป้าหมายการทำงานดังกล่าวให้ประสบความสำเร็จให้ได้ 100% ทันทีโดยลำพังคงเป็นไปได้ยาก แต่เราต้องอาศัยภาคีเครือข่ายมาสนับสนุนการทำงาน เพื่อสร้างความก้าวหน้าที่เป็นรูปธรรมให้เกิดขึ้นให้ได้ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นต่อไปได้สานต่อการทำงานให้มีความต่อเนื่องจนเกิดความสำเร็จได้จริงในระยะยาวต่อไป</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%82%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88-2/">“ประสาร” ชี้ขจัดความยากจนข้ามชั่วคนด้วยความเสมอภาคทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
