<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Daughters of Destiny | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/daughters-of-destiny/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Nov 2021 04:47:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Daughters of Destiny | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>Daughters of Destiny ซีรีส์สารคดี ชวนรู้จัก “สันติภาวัน” โรงเรียนกินนอนเพื่อเด็กผู้ยากไร้ในอินเดีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-daughters-of-destiny-181121/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=news-daughters-of-destiny-181121</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Nov 2021 04:47:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[อินเดีย]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[Daughters of Destiny]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสันติภาวัน]]></category>
		<category><![CDATA[Paying it Forward: The Promise and Burden of a Good Education]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=47968</guid>

					<description><![CDATA[<p>ชวนทำความรู้จักโรงเรียนสันติภาวัน โรงเรียนกินนอนเพื่อผู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-daughters-of-destiny-181121/">Daughters of Destiny ซีรีส์สารคดี ชวนรู้จัก “สันติภาวัน” โรงเรียนกินนอนเพื่อเด็กผู้ยากไร้ในอินเดีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ชวนทำความรู้จักโรงเรียนสันติภาวัน โรงเรียนกินนอนเพื่อผู้ยากไร้ในอินเดีย ซึ่งสามารถพลิกชีวิต มอบโอกาส และสร้างอนาคตให้แก่เด็กยากจนชาวอินเดียได้หลายร้อยชีวิตแล้วในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา</strong></p>



<p>ย้อนกลับไปเมื่อช่วง 14 ปีที่แล้ว “กุสุมา” (นามสมมติ) ในวัย 3 ขวบ จำได้ดีว่ารสชาติของน้ำมะม่วงที่ได้กินเป็นครั้งแรกและเกือบจะเป็นครั้งสุดท้ายนั้นค่อนข้างเป็นรสชาติที่พิลึกเพียงใด แต่กุสุมาก็ดื่มอย่างยินดี โดยไม่เข้าใจว่าแม่ที่ยื่นแก้วมาให้จะมองมาที่ตนด้วยน้ำตานองหน้าทำไม และภาพก็ตัดไป รู้สึกตัวอีกทีกุสุมาก็นอนอยู่ที่โรงพยาบาล พร้อมด้วยแม่และพี่สาวอีก 2 คน</p>



<p>วันนั้นเป็นวันแรกที่กุสุมาได้รู้ว่ารสชาติของน้ำมะม่วงผสมสารหนูเป็นอย่างไร รวมถึงทราบในภายหลังว่า แม่ตั้งใจที่จะฆ่าลูกๆ ก่อนจะฆ่าตัวตายตามเพื่อหลีกหนีชีวิตที่ยากจนข้นแค้นเกินทานทน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-31d501"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-05.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>โชคดีว่าครอบครัวเธอสามารถรอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์นั้น เพราะวันที่เกิดเหตุมีโจรงัดแงะเข้าไปปล้นบ้านที่แสนซอมซ่อของตน และพบแม่ลูกนอนน้ำลายฟูมปากไร้สติ ทำให้โจรรายนั้นตัดสินใจรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยเหลือ แม่เลี้ยงเดี่ยวของกุสุมาจึงหันมากัดฟันฮึดสู้อีกครั้ง ภายใต้ความช่วยเหลือส่วนหนึ่งจากภาครัฐและองค์กรอิสระที่ทราบเรื่อง</p>



<p>และช่วงเวลานั้นเองที่กุสุมาได้รู้จักกับ<strong>โรงเรียนสันติภาวัน</strong> ซึ่งเปิดรับคัดเลือกนักเรียนยากจนทั่วอินเดียในวัย 4 ปีไปดูแลให้การศึกษาฟรีตั้งแต่อนุบาลจนจบชั้นมัธยม</p>



<p>ขณะนั้นกุสุมาเป็นคนเดียวภายในบ้านที่อายุถึงเกณฑ์ บวกกับคำแนะนำจากมูลนิธิที่ช่วยเหลือ ทั้งครอบครัวจึงตัดสินใจเดินเท้าไปยังโรงเรียนสันติภาวัน ย่านชานเมืองของบังกาลอร์ เพื่อพากุสุมาไปสมัครเรียน ขณะที่พี่สาวอีกสองคนเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐทั่วไป แม่กุสุมาเปิดเผยภายหลังว่า การให้กุสุมาเรียนที่สันติภาวันนับเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิต</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-75399e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เพราะปัจจุบันนี้ กุสุมาในวัย 18 ปี และกำลังจะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสันติภาวัน ได้รับทุนเรียนต่อในระดับปริญญาตรีเต็มจำนวนจากมหาวิทยาลัยมิดเดิลเบอรี่ (Middlebury College) ในรัฐเวอร์มอนต์ สหรัฐฯ หลังสามารถทำคะแนนสอบ SAT ซึ่งเปิดให้สอบในปี 2021 เป็นปีแรกของโรงเรียนสันติภาวัน ทั้งนี้กุสุมาทำคะแนน SAT ได้ถึง 91% โดยเธอตั้งใจที่จะศึกษาในวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์</p>



<p>ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า หลังจากได้รับใบปริญญาแล้ว เจ้าตัวจะกลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ทรงคุณค่าของประเทศอินเดียมากเพียงใด</p>



<p>และความสำเร็จนี้ไม่ได้มีเพียงแค่กุสุมาเท่านั้น แต่ยังมีเพื่อนร่วมโรงเรียนอีก 3 คน ที่สามารถสอบชิงทุนปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯ นับเป็นแนวโน้มทางบวกที่โรงเรียนสามารถผลิตนักเรียนที่มีศักยภาพแข่งขันทางด้านวิชาการบนเวทีระหว่างประเทศได้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-47a4e7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะเดียวกันก็เป็นอีกบทพิสูจน์ที่โรงเรียนสันติภาวันพยายามแสดงให้เห็นมาโดยตลอดว่า “การศึกษา” เท่านั้น คือทางแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ความแตกต่างที่โดดเด่นของโรงเรียนสันติภาวัน</h2>



<p>โรงเรียนสันติภาวันก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 1997 ทว่าเริ่มปรากฏชื่อเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจจากนานาประเทศทั่วโลก หลังจากที่มีทีมถ่ายทำของผู้กำกับรางวัลออสการ์อย่าง วาเนสสา รอธ (Vanessa Roth) มาถ่ายทำสารคดีเรื่อง Daughters of Destiny (บุตรสาวแห่งโชคชะตา) และเผยแพร่บนเน็ตฟลิกซ์ในปี 2017</p>



<p>สิ่งที่ทำให้โรงเรียนสันติภาวันโดดเด่นและแตกต่างจากโรงเรียนทั่วไปก็คือ การเปิดรับนักเรียนมาดูแลตั้งแต่วัย 4 ขวบจนจบชั้นมัธยมปลายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะเด็กทั้งหมดจากกลุ่มประชากรที่ยากจนที่สุดของอินเดีย คือมีรายได้ต่ำกว่าวันละ 2 เหรียญสหรัฐ (ราว 60 บาท) และอาศัยอยู่ตามชนบทห่างไกล หรือย่านสลัมชุมชนแออัดของเมืองใหญ่</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-25aad3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อาจิต จอร์จ (Ajit George) ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติงานของโรงเรียนกล่าวว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่เพียงยากจนเท่านั้น แต่ด้วยวรรณะที่ต่ำต้อยทำให้เด็กถูกกีดกันแบ่งแยกจากสังคม อีกทั้งตัวเด็กเองยังต้องเผชิญกับปัญหาภายในครอบครัว เช่น ปัญหาการใช้ความรุนแรง ปัญหายาเสพติด การพนัน เหล้า บุหรี่ ขณะที่เด็กอีกส่วนหนึ่งกดดันเพราะเป็นกำพร้าพ่อหรือกำพร้าแม่</p>



<p>แพทริก อินกลิส (Patrick Inglis) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยาแห่งวิทยาลัยกรินเนลล์ (Grinnell College) เสริมว่า สิ่งที่ทำให้โรงเรียนสันติภาวันโดดเด่นคือ การกำหนดเส้นทางสู่ความสำเร็จของนักเรียนแต่ละคน โดยโรงเรียนไม่เพียงแต่สนับสนุนเด็กในขณะที่ยังเป็นนักเรียน แต่ยังให้การสนับสนุนไปจนถึงวันที่เด็กเหล่านี้ได้งานทำครั้งแรก ซึ่งข้อสรุปนี้ของอินกลิสได้มาจากการที่เจ้าตัวได้สัมภาษณ์ผู้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนประมาณ 45 คนเพื่อดูว่าโรงเรียนช่วยเด็กๆ ให้พ้นจากความยากจนและเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างไร</p>



<p>ขณะนี้อินกลิสอยู่ในระหว่างการเขียนและเรียบเรียงหนังสือเกี่ยวกับชีวิตของนักเรียนโรงเรียนสันติภาวัน ซึ่งใช้ชื่อหนังสือว่า <strong>Paying it Forward: The Promise and Burden of a Good Education</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-38601b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อินกลิสยังชื่นชมว่า สิ่งที่โรงเรียนสันติภาวันทำเป็นเดิมพันที่กล้าหาญ</p>



<p>“จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณอุทิศเวลา เงิน ความรัก และการสนับสนุนให้กับเด็กยากจนจากชุมชนชายขอบ?”</p>



<p>นางสาวกุสุมาคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย</p>



<p>นิโคล เคอร์วิน (Nicole Curvin) คณบดีที่มหาวิทยาลัยมิดเดิลเบอรี่ (Middlebury) กล่าวว่า โรงเรียนสันติภาวันเป็นโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมไม่เหมือนใคร ศิษย์เก่าของสันติภาวันอย่างกุสุมาเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นอย่างชัดเจน ผ่านใบรับรองผลการเรียน จดหมายรับรอง การทดสอบที่ได้มาตรฐาน การสัมภาษณ์ และเรียงความว่าพวกเขาพร้อมที่จะเข้าร่วมและมีส่วนร่วมในโปรแกรมการศึกษาที่เข้มงวดของมิดเดิลเบอรี่ นอกจากนี้สถาบันยังพิจารณาบริบทของแต่ละบุคคลและประสบการณ์ชีวิต ซึ่งกุสุมาถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นมาก</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2b02f2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ขณะที่กุสุมากล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่เจอครูและเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนสันติภาวัน และยิ่งเติบโตและได้เรียนรู้มากเท่าใด ก็ทำให้ตนเองเข้าใจโลก เข้าใจความยากลำบากที่แม่ต้องเผชิญมากขึ้น ดังนั้นความเข้าใจนี้ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างกุสุมากับแม่ยังคงแข็งแกร่งอบอุ่น</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">ที่มาที่ไปของโรงเรียนสันติภาวัน</h2>



<p>โรงเรียนสันติภาวันมาจากความคิดริเริ่มของอับราฮัม จอร์จ (Abraham George) นักธุรกิจชาวอินเดียผู้สร้างรายได้มหาศาลจากการทำธุรกิจด้านซอฟต์แวร์ โดยความต้องการที่จะสร้างโรงเรียนสันติภาวันก่อตัวขึ้นในช่วงทศวรรษ 1960 ที่เจ้าตัวยังรับใช้กองทัพและต้องเดินทางตระเวนไปทั่วประเทศในฐานะทหาร ซึ่งการทำงานในครั้งนั้นทำให้อับราฮัม จอร์จ มองเห็นความเหลื่อมล้ำที่หยั่งรากฝังลึก ตระหนักถึงอคติที่คนยากจนต้องเผชิญ และเผชิญการแบ่งแยกกีดกันอย่างไม่เป็นธรรมเพียงเพราะวรรณะที่ติดตัวมา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-16077d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เจ้าตัวปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้ยากไร้ให้พ้นวังวนความยากจน เป้าหมายของจอร์จคือ ความยากจนนั้นควรทำ “ให้มันจบในรุ่นเรา” เมื่อตั้งเป้าดังนั้นแล้ว เขาจึงริเริ่มด้วยการส่งมอบความช่วยเหลือให้แก่ลูกๆ ของคนยากจนเหล่านี้ โดยมุ่งหวังให้เด็กๆ ได้รับการดูแลจนประสบความสำเร็จในอาชีพ</p>



<p>&#8220;ความปรารถนานี้มาจากความเชื่อมั่นของผมที่รู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ของผมที่จะช่วยเหลือผู้ขัดสน” จอร์จในวัย 75 ปีกล่าว โดยทุกปีจอร์จจะพำนักอยู่ที่โรงเรียนสันติภาวันเป็นเวลา 9 เดือน ส่วนช่วง 3 เดือนที่เหลือเขาจะเดินทางไปพำนักที่บ้านพักในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา</p>



<p>ในปี 1997 จอร์จตัดสินใจสร้างโรงเรียนโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาและครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจน ในปีแรกรับเด็กจำนวน 48 คน โดยเป็นเด็กก่อนวัยเรียน 24 คน และเด็กระดับชั้นอนุบาลอีก 24 คน ก่อนขยับขยายเปิดเป็นโรงเรียนสอนแบบเต็มอัตรา ตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 สำหรับเด็กอายุ 4-17 ปี</p>



<p>สำหรับสาเหตุที่ใช้ชื่อโรงเรียนว่าสันติภาวัน ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต เพราะเขาต้องการให้โรงเรียนแห่งนี้เป็น &#8220;สวรรค์แห่งสันติภาพ&#8221;</p>



<p>ในช่วง 12 ปีแรกโรงเรียนได้รับเงินทุนทั้งหมดจากเงินออมของจอร์จ ขณะที่ลูกชายคือ อาจิต จอร์จ (Ajit George) เข้ามาคอยช่วยดูแลดำเนินการตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง แม้จะประสบกับช่วงวิกฤตการเงินในปี 2008 แต่ทั้งสองพ่อลูกก็กัดฟันประคับประคองโรงเรียนสันติภาวันให้อยู่รอดมาได้จนถึงปัจจุบัน </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f52ac6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>อย่างไรก็ตาม จากการที่ครอบครัวของจอร์จไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากองค์กรอื่นใด ทำให้ปัญหาการเงินของครอบครัวส่งผลกระทบต่อโรงเรียนโดยตรง ดังนั้นในทุกวันนี้ แม้ว่าครอบครัวของจอร์จจะยังคงเป็นผู้ให้การสนับสนุนหลักแก่โรงเรียน แต่ก็มีการเปิดรับเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งรวมแล้วมากกว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา</p>



<p>&#8220;เงินทุนในปัจจุบันของเรามาจากหลากหลายแหล่ง ทั้งจากผู้บริจาคระดับรากหญ้าและผู้บริจาครายบุคคล บริษัทเอกชนต่างๆ พันธมิตรที่ไม่หวังผลกำไร เป็นต้น โดยโรงเรียนได้ร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรหลายแห่ง รวมถึงองค์กรชั้นนำระหว่างประเทศอย่าง “She&#8217;s the First”, “Broadway for Arts Education”, “McKinsey for Children” และบริษัทด้านการลงทุน เช่น Baleen Capital”</p>



<p>แม้ทุกวันนี้โรงเรียนสันติภาวันจะเป็นรู้จักมากขึ้นในอินเดีย แต่ด้วยศักยภาพในปัจจุบัน ทำให้สามารถรับนักเรียนได้เพียงปีละ 26 คนเท่านั้น แบ่งเป็นเด็กชายและเด็กหญิงเท่าๆ กัน ท่ามกลางผู้สมัครที่เข้ามาสมัครหลายร้อยคน โดยอาจิต จอร์จ ยอมรับว่า การคัดเลือกเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายเสมอ เพราะอินเดียไม่เคยขาดแคลนเด็กที่สมควรได้รับความช่วยเหลือ  อย่างไรก็ตามในปี 2017 อาจิต จอร์จ ตัดสินใจเริ่มระดมทุนเพื่อสร้างโรงเรียนสันติภาวันแห่งที่สองในหมู่บ้านจิกกะโหศะฮัลลี (Chikkahosahalli) ห่างจากเมืองบังกาลอร์ ในรัฐกรณาฏกะ ทางตอนใต้ของประเทศอินเดียราว 1 ชั่วโมง โดยโรงเรียนแห่งที่สองนี้กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการภายในปี 2022 นี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-ffb368"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">อนาคตและโอกาสที่มาพร้อมชีวิตใหม่จากรั้วโรงเรียน</h2>



<p>แม้จะเริ่มต้นด้วยความปรารถนาดี แต่เส้นทางการดำเนินงานโรงเรียนสันติภาวันก็ไม่ได้ราบรื่นและประสบความสำเร็จทันที โดยในช่วงปีแรกอาจิต จอร์จ กล่าวว่า โรงเรียนสันติภาวันมีอัตราเด็กลาออกกลางคันสูงมาก เพราะพ่อแม่ไม่เพียงจะดึงลูกไปทำงานที่บ้านเท่านั้น แต่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าโรงเรียนสันติภาวันจะทำตามที่พูดไว้ได้</p>



<p>&#8220;เราเริ่มต้นด้วยเด็ก 24 คน [ต่อชั้นเรียน] แต่กลับมีเด็กจบการศึกษาต่อชั้นเรียนที่ 14 หรือ 16 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทุกวันนี้โรงเรียนสามารถสื่อสารกับครอบครัวได้ดีขึ้นและมีนักเรียนที่ลาออกกลางคันเพียง 2-3 คนต่อปี&#8221; อาจิต จอร์จ กล่าว ก่อนเสริมว่า หลักสูตรที่เข้มงวดก็เป็นอุปสรรคสำหรับนักเรียนบางคนเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ทางโรงเรียนได้ปรับปรุงเรียบร้อยแล้วโดยจะให้การสนับสนุนด้านวิชาการที่จำเป็นเพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้ทัน และมุ่งไปที่การขัดเกลาพัฒนาทักษะตามความถนัดของผู้เรียนเป็นหลัก</p>



<p>การหาครูที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานในพื้นที่ชนบทของโรงเรียนเป็นความท้าทายอีกประการหนึ่ง โดยโรงเรียนสันติภาวันตั้งอยู่ในหมู่บ้านบาลีกะณาปัลลี (Baliganapalli) ห่างจากเมืองบังกาลอร์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่ใกล้ที่สุดราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ซึ่งค่อนข้างลำบากต่อการเดินทาง ทำให้ปี 2004 ทางโรงเรียนจึงได้เริ่มให้บริการที่พักแก่ครอบครัวของครู โดยหวังว่าสิทธิพิเศษนี้จะทำให้เหล่าคุณครูอยู่ได้นานขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2e775d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-10.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แม้จะมีอุปสรรคท้าทายมากมาย แต่โรงเรียนก็สามารถบ่มเพาะนักเรียนให้สามารถเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยทั้งในอินเดียและในต่างประเทศจนจบเป็นบัณฑิตทุกคน เป็นไปตามพันธกิจของโรงเรียนสันติภาวัน โดยที่โรงเรียนยังคงสนับสนุนนักเรียนในเรื่องค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายระหว่างที่เรียนในมหาวิทยาลัย</p>



<p>อาจิต จอร์จ กล่าวว่า &#8220;ความมุ่งมั่นของเราที่มีต่อลูกหลานของเราคือการสนับสนุนตั้งแต่วันแรกที่ไปโรงเรียนจนถึงวันแรกของการทำงาน นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าพวกเขาจะหลุดพ้นจากความยากจนอย่างถาวร&#8221;</p>



<p>ขณะเดียวกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่จะหลุดพ้นความยากจน ทางโรงเรียนจึงมุ่งสนับสนุนให้นักเรียนได้ศึกษาในสาขา STEM หรือธุรกิจ สาขาเหล่านี้เป็นสาขาที่มีรายได้สูงในอินเดีย และผู้บริหารต้องการให้แน่ใจว่าผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับเงินมากพอที่จะช่วยให้ครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจน มีบัณฑิตที่ทำงานด้านธุรกิจ การแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งแนวคิดนี้สอดคล้องกับที่ศาสตราจารย์แพทริก อินกลิส แห่งวิทยาลัยกรินเนลล์ (Grinnell College) เคยกล่าวไว้เช่นกัน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4ffb4c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/11/14-แปล-Shanti-Bhavan-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>แม้จำนวนนักเรียนของโรงเรียนสันติภาวันจะยังน้อยมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ แต่จำนวนเล็กน้อยนี้ก็ถือเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งแรงบันดาลใจชั้นยอดให้หน่วยงานอื่นๆ ได้ก่อตั้งสถาบันการศึกษาที่คล้ายคลึงกับโรงเรียนสันติภาวัน เพื่อสร้างบุคลากรชั้นดีให้กับประเทศอินเดียต่อไป</p>



<p>ปีหน้านอกจากกุสุมาที่ได้ทุนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมิดเดิลเบอรี่ เวอร์มอนต์แล้ว ยังมีนาวีน วัย 19 ปี ได้ทุนเข้าเรียนปี 1 มหาวิทยาลัยดุ๊ค (Duke University) เวล วัย 19 ปีได้ทุนที่มหาวิยาลัยสแตนฟอร์ด และซามูเอล วัย 18 ปี ซึ่งได้ทุนการศึกษาที่ดาร์ทเมาท์ (Dartmouth) โดยทั้งหมดเป็นทุนการศึกษาเต็มจำนวน ขณะที่นักเรียนร่วมชั้นที่เหลือทั้งหมดก็สามารถสอบผ่านสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำในอินเดียได้</p>



<p></p>



<hr class="wp-block-separator is-style-wide"/>



<h4 class="wp-block-heading">หมายเหตุ</h4>



<p>โรงเรียนสันติภาวัน (Shanti Bhavan) ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 ถือเป็นโรงเรียนกินนอนเพื่อเด็กยากจนที่สุดในอินเดีย (the poorest poor) หรือครอบครัวจากวรรณะที่อยู่ชั้นล่างสุดของสังคม ซึ่งมักถูกกีดกันรังเกียจจากคนในสังคม ขณะที่ครอบครัวส่วนใหญ่มีรายได้น้อยกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน (ราว 60 บาท)</p>



<p>สำหรับโรงเรียนสันติภาวันแห่งนี้ จะเปิดรับดูแลและให้การศึกษาเด็กตั้งแต่อายุ 4 ขวบจนกระทั่งจบการศึกษาในระดับมัธยม โดยที่ทางโรงเรียนจะให้ทุนการศึกษาเต็มจำนวน ซึ่งเด็กที่เรียนจบการศึกษาส่วนใหญ่ต่างได้รับโอกาสเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยทุนการศึกษาเต็มจำนวนทั้งในและต่างประเทศ</p>



<p>ปัจจุบัน (ปี 2021) มีนักเรียนศึกษาที่โรงเรียนในทุกระดับชั้นทั้งหมด 250 คน&nbsp;</p>



<p><strong>สามารถรับชมสารคดีเรื่อง <a href="https://www.netflix.com/watch/80092790?source=35&amp;trackId=254743534" title="https://www.netflix.com/watch/80092790?source=35&amp;trackId=254743534" target="_blank" rel="noreferrer noopener">Daughters of Destiny</a> เกี่ยวกับโรงเรียนสันติภาวัน ได้ในเน็ตฟลิกซ์</strong></p>



<p></p>



<p></p>



<p><strong>ที่มา :</strong> <a href="https://www.npr.org/sections/goatsandsoda/2021/11/06/1043971337/these-4-college-freshmen-from-india-have-a-remarkable-story-to-tell?utm_source=facebook.com&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=npr&amp;utm_term=nprnews&amp;utm_content=203206&amp;fbclid=IwAR1Zh7uMtZJZKcZ2Z74qPxGa3uUKl4oaD0pHPJXBBPN_s5SfVKsV_dFr1Gc" target="_blank" rel="noreferrer noopener" title="https://www.npr.org/sections/goatsandsoda/2021/11/06/1043971337/these-4-college-freshmen-from-india-have-a-remarkable-story-to-tell?utm_source=facebook.com&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=npr&amp;utm_term=nprnews&amp;utm_content=203206&amp;fbclid=IwAR1Zh7uMtZJZKcZ2Z74qPxGa3uUKl4oaD0pHPJXBBPN_s5SfVKsV_dFr1Gc">These 4 college freshmen from India have a remarkable story to tell</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-daughters-of-destiny-181121/">Daughters of Destiny ซีรีส์สารคดี ชวนรู้จัก “สันติภาวัน” โรงเรียนกินนอนเพื่อเด็กผู้ยากไร้ในอินเดีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>โรงเรียนที่ตั้งเพื่อขจัดวงจรความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-17-12-20/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-17-12-20</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 18 Dec 2020 01:00:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Abraham George]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนสันติภาวัณ]]></category>
		<category><![CDATA[Shanti Bhavan]]></category>
		<category><![CDATA[Netflix]]></category>
		<category><![CDATA[Daughters of Destiny]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=24943</guid>

					<description><![CDATA[<p>แม้ในทางกฎหมายประเทศอินเดียจะยกเลิกระบบวรรณะอย่างเป็นทา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-17-12-20/">โรงเรียนที่ตั้งเพื่อขจัดวงจรความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-weight: 400;">แม้ในทางกฎหมายประเทศอินเดียจะยกเลิกระบบวรรณะอย่างเป็นทางการไปนานแล้ว แต่ในทางปฏิบัติการแบ่งแยกวรรณะก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะตามแถบชนบทอันห่างไกลความเจริญ ปัญหาความยากจนประกอบกับความเชื่อที่ว่าจัณฑาลเป็นวรรณะต้อยต่ำซึ่งฝังรากลึกในสังคมอินเดียมานานนับพันปี ทำให้เด็กจำนวนมากไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมและขาดโอกาสในการพัฒนาความรู้ความสามารถ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เพื่อขจัดวงจรความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน Abraham George นักธุรกิจชาวอเมริกันเชื้อสายอินเดีย จึงได้ก่อตั้งโรงเรียนสันติภาวัณ (Shanti Bhavan) ขึ้นในปี 1997 สถานที่แห่งนี้คือโรงเรียนประจำที่รับเด็กยากจนเข้ามาศึกษาเล่าเรียนพร้อมที่พักและอาหารฟรี โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กๆ เติบโตขึ้นเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากจะเป็นสถาบันการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสแล้ว สันติภาวัณยังเปรียบเสมือนพื้นที่ทดลองทางสังคมที่พิสูจน์ว่าเด็กจากวรรณะจัณฑาลไม่ได้ด้อยไปกว่าเด็กวรรณะอื่น Abraham George ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสันติภาวัณกล่าวไว้ว่า</span></p>
<blockquote><p><span style="font-weight: 400;">ถ้าคุณช่วยเด็กคนนึง เด็กคนนั้นอาจช่วยเด็กคนอื่นได้อีกเป็นร้อยเป็นพัน หรืออาจช่วยได้อีกเป็นล้านถ้าเขาได้เป็นผู้นำประเทศ ผมคิดว่าถ้าให้ความรักความใส่ใจ เลี้ยงดูพวกเขาด้วยค่านิยมที่ดีงาม มอบการศึกษาที่ดี ส่งพวกเขาเข้าวิทยาลัยดีๆ ได้งานดีๆ พวกเขาจะประสบความสำเร็จ</span></p></blockquote>
<p><span style="font-weight: 400;">ช่วงปีแรกๆ ของการก่อตั้ง ครูอาจารย์ที่เชื่อมั่นในตัวเด็กเหล่านี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์ได้ว่าการศึกษาจะเปลี่ยนชีวิตครอบครัวยากไร้ได้อย่างไร แต่เวลาต่อมาเมื่อเด็กหลายรุ่นเติบโตจนสามารถศึกษาต่อในระดับสูงและมีหน้าที่การงานที่ดี ศิษย์เก่าสันติภาวัณหลายคนใช้เวลาเพียงห้าปีแรกของการทำงานหาเงินได้มากกว่าที่พ่อแม่ของพวกเขาทำมาตลอดชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาเปิดประตูสู่โอกาสให้พวกเขาได้เติมเต็มความฝันและยกระดับฐานะครอบครัวให้หลุดพ้นจากกับดักความยากจนที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงสร้างคุณค่าบางอย่างกลับคืนสู่สังคมที่ดูจะมีความหวังมากขึ้นในการขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำ หากสนใจเรื่องราวของโรงเรียนสันติภาวัณที่มุ่งมั่นใช้การศึกษาเป็นอาวุธต่อสู้กับความยากจน นอกจากนี้ทาง Netflix ยังนำโรงเรียนนี้ไปถ่ายทอดเรื่องราวในรูปแบบสารคดี สามารถรับชมสารคดี </span><span style="font-weight: 400;">Daughters of Destiny ได้</span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class=" wp-image-24955 aligncenter" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/12/MV5BYzBmNDg0MGUtZjBiYy00YmNhLThlNjgtN2Q3M2VmN2FhNDA0XkEyXkFqcGdeQXVyNzQzNjYwMDM@._V1_-203x300.jpg" alt="" width="415" height="556" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-17-12-20/">โรงเรียนที่ตั้งเพื่อขจัดวงจรความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
