<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chua-Lim Yen Ching | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/chua-lim-yen-ching/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Wed, 15 Jul 2020 14:55:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Chua-Lim Yen Ching | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เราจะเปลี่ยนการศึกษาให้เสมอภาคสำหรับเด็กทุกคนได้อย่างไร?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/3324-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 15 Jul 2020 14:55:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[The Right to Learn]]></category>
		<category><![CDATA[TulaKaalaman]]></category>
		<category><![CDATA[Chua-Lim Yen Ching]]></category>
		<category><![CDATA[Sadat B. Minandang]]></category>
		<category><![CDATA[Sanna Vahtivuori-Hanninen]]></category>
		<category><![CDATA[Marjo Vesalainen]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18273</guid>

					<description><![CDATA[<p>คุณ Marjo Vesalainen Senior Ministerial Adviser, Minist [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3324-2/">ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เราจะเปลี่ยนการศึกษาให้เสมอภาคสำหรับเด็กทุกคนได้อย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>คุณ</b> <b>Marjo Vesalainen Senior Ministerial Adviser, Ministry of Education and Culture, Finland  </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า อาชีพครูในประเทศฟินแลนด์เป็นอาชีพในสาขางานวิชาการ ปริญญาครูจึงเป็นเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักเรียนที่มีความสามารถเก่งให้มาเรียนในสาขานี้ เราจึงสามารถเลือกนักเรียนที่ดีที่สุดมาเป็นครูได้ </span></p>
<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-18276" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Marjo-Vesalainen-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้มหาวิทยาลัยที่ทำการสอนครูในประเทศฟินแลนด์มีประสิทธิภาพในการสอนมากเลยทำให้เราได้บุคลากรด้านการศึกษาที่มีประสิทธิภาพในการสอนมาก  อีกทั้งนี้เรายังไม่มีการสอบในการศึกษาภาคบังคับ ไม่มีการเข้าไปตรวจสอบโรงเรียนไม่ว่าจะในระดับไหนก็ตาม นี่จึงเป็นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อความสามารถครูในการตัดสินใจพัฒนางานและวัดผลนักเรียนของตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูในประเทศฟินแลนด์จึงมีอิสระมากและเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพ ได้ความเชื่อถือจากสังคม  การเปลี่ยนอาชีพจากครูไปทำอาชีพอื่นจึงค่อนข้างเห็นได้น้อย พูดได้ว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่นิยมในประเทศเรา </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ครูในประเทศยังใช้เวลาทั้งหมดไปที่การเรียนการสอน ได้ทำงานเอกสารที่น้อยและต่ำที่สุดในประเทศ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ) ดังนั้นครูจึงมีเวลาที่จะออกแบบกระบวนการการเรียนการสอนได้เต็มที่ ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์ก็มีอิสรภาพในการออกแบบหลักสูตรของตัวเองอย่างมาก ดังนั้นแม้ว่าหลักสูตรครูในแต่ละมหาวิทยาลัยจะต่างกัน แต่ก็มีแนวคิดที่อยู่ในกรอบเดียวกันที่มุ่งหวังเรื่องความสำเร็จและความสุขในการเรียนของเด็กเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครูของประเทศเรามีความเป็นมือโปรที่คอยพัฒนาความสามารถตลอดชีวิตการทำงาน การพัฒนาอาชีพครูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรม และการปฏิรูปการศึกษานั้นมาจากความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ท้องถิ่นและโรงเรียนจึงมีอิสระอย่างมากในการจัดการศึกษารวมทั้งตัดสินใจในเรื่องการจัดการคุณภาพของการเรียนการสอนในท้องถิ่นของตนเองได้” คุณ</span> <span style="font-weight: 400;">Marjo Vesalainen เสริม </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18277" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sanna-Vahtivuori-Finland-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>คุณ Sanna Vahtivuori-Hanninen Secretary General</b><b>, Finland</b> <span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับการศึกษา จึงเริ่มต้นสนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่มีคุณภาพของครู ผู้ซึ่งต้องมาถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้กับนักเรียน อาชีพครูในฟินแลนด์จึงเป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่การเป็นครูในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็ต้องยอมรับว่ามีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ครูจึงไม่สามารถหยุดเรียนรู้หรือพัฒนาตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันฟินแลนด์ได้ปฏิรูปการศึกษาโดยได้รับความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยเน้นให้ความสำคัญกับการศึกษาของครูและการเป็นครูที่มีคุณภาพ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เกิดความตระหนักว่า นอกจากจะพัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพแล้ว ครูจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่มีพื้นฐานและความสามารถแตกต่างกัน ขณะเดียวกันรัฐบาลฟินแลนด์ก็ได้เดินหน้าจัดทำโครงการ</span><b> “The Right to Learn”</b><span style="font-weight: 400;"> เพื่อเสริมสร้างคุณภาพและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับเด็กทุกคนหลังได้รับผลกระทบจากวิกฤต </span><span style="font-weight: 400;">COVID-19 โดยมุ่งเน้นพัฒนาเด็กให้สามารถเรียนรู้ได้ตรงกับความถนัดที่แต่ละคนมี จัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นนำไปสนับสนุนโรงเรียนในช่วงที่ยังเกิดการแพร่ระบาดของ COVID-19  รวมถึงจัดการศึกษาพิเศษให้กับเด็กที่มีความต้องการเฉพาะอีกด้วย</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-18278" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines.png" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines.png 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines-300x300.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Sadat-B.-Minandang-Philippines-150x150.png 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">มาที่</span><b>คุณ Sadat B. Minandang ครูรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรีปี 2019 จากประเทศฟิลิปปินส์</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า </span><b>TulaKaalaman</b><span style="font-weight: 400;"> เป็นโครงการที่เขาเริ่มขึ้นเองในปี 2017 เพื่อส่งเสริมการศึกษาที่เท่าเทียม โดยนำความรู้จากโรงเรียนเข้าสู่ชุมชน เพื่อช่วยให้เด็กด้อยโอกาส โดยเฉพาะเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาและเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะต้องออกจากโรงเรียน ให้สามารถเข้าถึงการศึกษา  โดยในช่วงแรกของโครงการ จัดทำแบบเล็กๆ ด้วยความที่เป็นโครงการน้องใหม่ </span><span style="font-weight: 400;">เขาจึงต้องจ่ายเงินเองทุกอย่าง แต่หลังจากที่โครงการเริ่มต้นไปได้ระยะหนึ่งแล้วก็ได้รับเสียงตอบรับจากชุมชนดีมากทำให้สามารถขยายโครงการได้ใหญ่ขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนหน่วยงานราชการ</span><span style="font-weight: 400;">และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ความท้าทายอย่างหนึ่งในการดำเนินโครงการนี้คือ เรามีเวลาและทรัพยากรที่จำกัด แต่สำหรับผมกลับมองว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ทำให้เด็กและครอบครัวได้เห็นความงดงามและความสำคัญของการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน </span><span style="font-weight: 400;"><strong>หนึ่งในความสำเร็จของโครงการนี้คือ เมื่อตอนที่ผมเริ่มโครงการเด็กที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดอยู่นอกระบบโรงเรียน แต่ปัจจุบันเด็กเหล่านี้ได้เข้ามาเรียนเป็นประจำและเป็นนักเรียนในระบบ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รับความสนับสนุนจากทุกภาคส่วน”</strong> คุณ Sadat B. Minandang กล่าวด้วยความภาคภูมิใจ</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18279" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen.jpg" alt="" width="640" height="640" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen.jpg 640w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/Chua-Lim-Yen-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 640px) 100vw, 640px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนคุณ</span><b> Chua-Lim Yen Ching  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้เชี่ยวชาญและอำนวยการบริหารของสถาบันครูแห่งชาติสิงคโปร์</b><span style="font-weight: 400;"> ได้ยกตัวอย่างโรงเรียน NorthLight School ในประเทศของเธอ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กที่มีปัญหาการเรียนในระบบปกติ การเรียนการสอนจึงมีความแตกต่างและยากกว่าโรงเรียนทั่วไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่วงที่จัดตั้งโรงเรียน เราแจ้งกระทรวงศึกษาธิการว่าไม่ต้องส่งครูมาประจำที่โรงเรียน แต่จะให้ครูเป็นคนเดินเข้ามาสมัครเอง เพราะการเลือกครูเป็นสิ่งที่สำคัญมาก <strong>สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่ครูที่มีความรักต่ออาชีพและมีคุณภาพเท่านั้น แต่ต้องเป็นครูที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย เรามองว่าหากมีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาจะทำให้นักเรียนสนุก มีความสุขและมาสนใจกับการเรียน นั่นคือเป้าหมายของการมีโรงเรียนแห่งนี้</strong></span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของเราจึงตั้งอยู่บนหลักคิดที่ว่า เวลาที่ต้องการจะพัฒนาสิ่งใด จะหันกลับมาดูทรัพยากรที่มีอยู่และจะจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการจริง เด็กแต่ละคนจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม โดยเด็กทุกคนต้องได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของตนสูงสุด ขณะเดียวกันเป้าหมายของโรงเรียน ไม่ได้มีไว้เพื่อเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้ทุกคนได้เข้ามาเรียนรู้และมีความสุขกับการเข้ามาทำงาน นำไปสู่การพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง”  คุณ</span> <span style="font-weight: 400;">Chua-Lim Yen Ching ระบุ</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/3324-2/">ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เราจะเปลี่ยนการศึกษาให้เสมอภาคสำหรับเด็กทุกคนได้อย่างไร?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นักการศึกษาทั่วโลกเห็นพ้อง ครูมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเท่าเทียมการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/9988-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 11 Jul 2020 11:34:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Sadat B. Minandang]]></category>
		<category><![CDATA[Chua-Lim Yen Ching]]></category>
		<category><![CDATA[Sanna Vahtivuori-Hanninen]]></category>
		<category><![CDATA[Marjo Vesalainen]]></category>
		<category><![CDATA[การประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา : ปวงชนเพื่อการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ยูนิเซฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารโลก]]></category>
		<category><![CDATA[Andreas Schleicher]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18087</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2563 ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ ปทุมว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9988-2/">นักการศึกษาทั่วโลกเห็นพ้อง ครูมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเท่าเทียมการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_18089" aria-describedby="caption-attachment-18089" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18089 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-9.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-9.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-9-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-9-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/thumbnail-9-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-18089" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-National Cancer Institute</figcaption></figure>
<p><strong>เมื่อวันที่ 11 ก.ค. 2563 ที่โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ ปทุมวัน กรุงเทพฯ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยภาคีเครือข่าย องค์การการศึกษา ยูเนสโก, องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเซฟ และ ธนาคารโลก จัดเวทีประชุมวิชาการนานาชาติ “เพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ปวงชนเพื่อการศึกษา” เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ของเด็กด้อยโอกาสในระดับนานาชาติ</strong></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การประชุมวันนี้ <strong>Andreas Schleicher </strong></span><span style="font-weight: 400;">ผู้ริเริ่มเเละผู้อยู่เบื้องหลังการประเมินทักษะนักเรียนนานาชาติหรือ PISA กล่าวในหัวข้อ </span><b>“การทำให้การสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเกิดขึ้นได้”</b><span style="font-weight: 400;"> ว่า เมื่อพูดถึงเรื่องความเท่าเทียม ต้องนึกถึงคำว่าความเสมอภาค (equality) และความชอบธรรม (equity) จากนั้นมาประเมินทรัพยากรมนุษย์และเงิน ดังนั้นจะทำให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษาได้ จะต้องช่วยให้เด็กทุกคนเข้าถึงการศึกษาโดยปราศจากเรื่องของฐานะ พื้นฐานทางสังคม ข้อจำกัดของโรงเรียนหรือแม้แต่เรื่องครู นักเรียนทุกคนต้องเข้าถึงครูที่เก่งได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องเข้าไปเรียนในโรงเรียนใหญ่ๆ เท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากการศึกษาข้อมูลพบว่า คุณภาพการเรียนรู้เป็นสิ่งสำคัญ หากทุกโรงเรียนสามารถตอบโจทย์ความต้องการของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนไกลๆ เพราะทุกโรงเรียนมีคุณภาพใกล้เคียงกัน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การพัฒนาให้โรงเรียนที่อยู่ใกล้บ้านที่สุดเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดก็จะช่วยลดหลายปัญหาในระบบการศึกษาได้ ขณะเดียวกัน ข้อมูลยังระบุด้วยว่า เด็กที่มีฐานะยากจนที่สุดหรือขาดโอกาสมากที่สุด กลับมีผลการเรียนที่ดีมาก ดังนั้นฐานะที่ยากจนไม่ได้เป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต เพราะเด็กเรียนดีได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อพิจารณาและวิเคราะห์เจาะระบบการศึกษาของประเทศที่ประสบความสำเร็จ จะพบว่า ครูเป็นปัจจัยสำคัญ บางประเทศกำหนดความก้าวหน้าของวิชาชีพครูจากวิธีการแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ยกตัวอย่าง ในประเทศจีน ถ้าครูคนหนึ่งอยากเป็นผอ.โรงเรียน ระบบการศึกษาของจีนจะบอกว่าครูคนนี้ดีมีความทะเยอทะยาน แต่จะเป็นผอ.ได้ก็ต่อเมื่อ ครูคนนี้ไปแก้ปัญหาโรงเรียนที่มีผลการเรียนต่ำก่อน ซึ่งระบบการศึกษาแบบนี้ ใช้ความพยายามที่จะจัดสรรทรัพยากร ให้ครูที่เก่งไปแก้ปัญหาที่ท้าทาย เพื่อให้เกิดความสมดุลของระบบการศึกษา สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหากคุณเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะดี แม้คุณไม่ได้เรียนดี แต่ก็ยังมีโอกาสที่ดีอีกหลายครั้งในชีวิต ขณะที่เด็กที่เกิดมาในครอบครัวยากจน มีโอกาสครั้งเดียวเท่านั้น คือการได้เจอครูเก่งๆและโรงเรียนที่มีคุณภาพ แต่ความเป็นจริงเด็กกลุ่มนี้จะถูกส่งไปเรียนในโรงเรียนที่ไม่มีความพร้อมและคุณภาพมากนัก</span></p>
<figure id="attachment_18090" aria-describedby="caption-attachment-18090" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18090 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-7.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-7-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/b-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18090" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-Jerry Wang</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น การจัดสรรทรัพยากรได้ดีจะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำหรือช่องว่างทางสังคมได้อีกด้วย ทุกประเทศจะทำได้ โดยต้องตั้งใจลงทุนในด้านทรัพยากรและจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการและให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่จำเป็นว่าประเทศนั้นจะร่ำรวยหรือยากจนแต่ลงทุนอย่างคุณภาพหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ช่องว่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก แต่อย่างน้อยที่สุด ถ้าเราสามารถช่วยให้นักเรียนทุกคน มีความสามารถในระดับ 2 ของการประเมิน </span><span style="font-weight: 400;">PISA </span><span style="font-weight: 400;">ก็จะยิ่งจะเกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างมหาศาล ซึ่งในกรณีของประเทศไทย จะคิดเป็นประมาณกว่า 4 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 4 เท่าของขนาดเศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ มีข้อเท็จจริงที่หลายคนพูดว่า ห้องเรียนหรือโรงเรียนเล็กๆ จะดีสำหรับครูและนักเรียน แต่ความจริงแล้ว การจัดโรงเรียนขนาดเล็กที่มูลค่าสูงในเชิงที่ว่า ครูจะต้องทุ่มเวลาทั้งหมดผลัดกันเข้าไปสอนในห้องเรียน จนไม่มีเวลาไปใช้ในการพัฒนาเด็กนอกห้องเรียนหรือไปช่วยแหลือเด็กที่ขาดโอกาสได้เลย หากให้ตนเลือกระหว่างครูที่มีคุณภาพกับห้องเรียนขนาดเล็ก ผมเลือกครูที่มีคุณภาพ ซึ่งการทำงานของครูที่ดีนั้น คือต้องมีเวลาพัฒนาความเชี่ยวชาญของตนควบคู่กับการรู้ว่าเด็กแต่ละคนถนัดและเรียนรู้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งนี่ถือเป็น 1ในมิติสำคัญของความเท่าเทียม สำหรับประเทศไทยถือว่าจัดการความสมดุลของขนาดห้องเรียนและเวลาของครูได้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เพราะการศึกษาไม่ใช่การซื้อขายที่นักเรียนเป็นผู้บริโภคแล้วครูเป็นผู้เผยแพร่ความรู้ การศึกษาเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากความสัมพันธ์และสิ่งนี้ก็จะทำให้เกิดความเท่าเทียมทางการศึกษาได้”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ความเท่าเทียมทางการศึกษาไม่ใช่แค่ว่าชั่วโมงของการเรียนหนังสือเท่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าได้ใช้เวลาที่มีอยู่เรียนรู้และได้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร มีการจัดสรรทรัพยากรให้ตรงกับความต้องการของเด็กทุกคนโดยเฉพาะที่เด็กที่ขาดโอกาสทางการศึกษาหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน เงิน ฐานะหรือระยะเวลาของการเรียนหนังสือไม่ได้เป็นสิ่งบ่งบอกคุณภาพหรือสมรรถนะของระบบการศึกษา สิ่งที่บ่งบอกคือทัศนคติที่นักเรียนมองว่าอุปสรรคไม่ใช่ปัญหาแต่เป็นโอกาสที่ได้ลองสิ่งใหม่ (</span><span style="font-weight: 400;">growth mindset) </span><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่าง เช่นนักเรียนในประเทศเอสโตเนีย ซึ่งเป็นประเทศที่ได้คะแนนสูงเป็นอันดับต้นๆในการสอบ</span><span style="font-weight: 400;">PISA</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อถามนักเรียนว่าทำไมเราถึงประสบความสำเร็จในการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 9 ใน 10 คน จะตอบว่าเพราะเราทุ่มเท พยายามแล้วก็ครูก็ช่วยทำให้พวกเราประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าถามคำถามเดียวกันกับนักเรียนในประเทศอินโดนีเซีย เด็กส่วนใหญ่ก็จะบอกว่า อ๋อผมไม่เก่งเลข ผมน่าจะไปเรียนอย่างอื่นดีกว่า เป็นต้น ดังนั้นหากเราต้องการปรับปรุงเรื่อง</span><span style="font-weight: 400;">ความเท่าเทียมทางการศึกษาแล้ว จำเป็นต้องเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อให้นักเรียนเปลี่ยนวิธีคิดว่าความสำเร็จเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากความพยายามของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้จะเป็นความท้าทายอย่างมากในการจัดระบบการศึกษาที่มีคุณภาพควบคู่กับการจัดสรรโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม แต่จากเท่าที่ผมดูในข้อมูลวันนี้ หลายประเทศสามารถทำได้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ฟินแลนด์เผยสังคมเชื่อมั่นครู</h4>
<figure id="attachment_18091" aria-describedby="caption-attachment-18091" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18091 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-12.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-12.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-12-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-12-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-12-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/a-12-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18091" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-CDC</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">วันเดียวกัน นักการศึกษาจากทั่วโลก ยังได้แลกเปลี่ยนความเห็นผ่านหัวข้อ</span><b>“ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง เราจะเปลี่ยนการศึกษาเพื่อความเสมอภาคให้เด็กทุกคนได้อย่างไร ”</b> <span style="font-weight: 400;">เริ่มจากสองนักการศึกษาจากฟินแลนด์ เมืองต้นแบบแห่งการเรียนรู้  </span><b>Marjo Vesalainen</b><span style="font-weight: 400;">  และ  </span><b>Sanna Vahtivuori-Hanninen</b></p>
<p><b>Marjo Vesalainen </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า อาชีพครูในประเทศฟินแลนด์เป็นอาชีพในสาขางานวิชาการ และปริญญาครูจึงเป็นเป็นปริญญาที่ดึงดูดนักเรียนที่มีความสามารถเก่งให้มาเรียนในสาขานี้ เราจึงสามารถเลือกนักเรียนที่ดีที่สุดมาเป็นครูได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้มหาวิทยาลัยที่ทำการสอนคุณครูในประเทศฟินแลนด์มีประสิทธิภาพในการสอนอย่างมากจึงทำให้เราได้บุคลากรด้านการศึกษาที่มีประสิทธิภาพในการสอนเด็กมาก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราไม่มีการสอบในการศึกษาภาคบังคับ เราไม่มีการเข้าไปตรวจสอบโรงเรียนไม่ว่าจะในระดับไหนก็ตาม นี่เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อครูและความสามารถของครูในการตัดสินใจพัฒนางานของตนเองและวัดผลนักเรียนของตน”</span></p>
<p><b>Marjo Vesalainen </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวต่อไปว่า  ครูในประเทศฟินแลนด์ จึงมีอิสรภาพมากและเป็นอาชีพที่ได้รับความเคารพและเชื่อถือในสังคม  การเปลี่ยนอาชีพจากครูไปทำอาชีพอื่นเราจึงค่อนข้างเห็นได้น้อย พูดได้ว่าอาชีพครูเป็นอาชีพที่ popular ในประเทศของเรา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เธอ เล่าว่า ครูในประเทศเราใช้เวลาทั้งหมดไปที่การเรียนการสอน คุณครูของเราจะได้ทำงานเอกสารที่น้อยและต่ำที่สุดในประเทศ oecd ดังนั้นคุณครูจึงมีเวลาที่จะออกแบบกระบวนการการเรียนการสอนได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยในประเทศฟินแลนด์ก็มีอิสรภาพในการออกแบบหลักสูตรของตน อย่างมาก ดังนั้นแม้ว่าหลักสูตรครูในแต่ละมหาวิทยาลัยจะต่างกันแต่ก็มีแนวคิดที่อยู่ในกรอบเดียวกันที่มุ่งหวังเรื่องความสำเร็จและความสุขในการเรียนของเด็กเป็นหลัก</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“คุณครูของประเทศเรามีความเป็นมือโปรและพัฒนาความสามารถตลอดชีวิตการทำงาน การพัฒนา อาชีพของครูจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรม และเนื่องจากการปฏิรูปการศึกษาเป็นการเป็นความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ท้องถิ่นและโรงเรียนจึงมีอิสรภาพอย่างมากในการจัดการศึกษารวมทั้งตัดสินใจในเรื่องการจัดการคุณภาพของการเรียนการสอนในท้องถิ่นของตนเองได้”  นักการศึกษาจากฟินแลนด์ กล่าว</span></p>
<figure id="attachment_18092" aria-describedby="caption-attachment-18092" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18092 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/d-2.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/d-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/d-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/d-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/d-2-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/d-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18092" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash-Science in HD</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>Sanna Vahtivuori-Hanninen </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ประเทศฟินแลนด์ให้ความสำคัญกับการศึกษา จึงเริ่มต้นสนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่มีคุณภาพของครู ผู้ซึ่งต้องมาถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะให้กับนักเรียน อาชีพครูในฟินแลนด์เป็นอาชีพที่หลายคนใฝ่ฝันและให้ความสนใจเป็นอย่างมาก แต่การเป็นครูในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ยอมรับว่ามีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ครูจึงไม่สามารถหยุดเรียนรู้หรือพัฒนาตัวเองได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ปัจจุบันฟินแลนด์ได้ปฏิรูปการศึกษาโดยได้รับความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยเน้นให้ความสำคัญกับการศึกษาของครูและการเป็นครูที่มีคุณภาพ แต่เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดความตระหนักว่า นอกจากจะพัฒนาครูให้มีประสิทธิภาพแล้ว ครูจำเป็นต้องพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับนักเรียนที่มีพื้นฐานและความสามารถแตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกันรัฐบาลฟินแลนด์ได้เดินหน้าจัดทำโครงการ The Right to Learn เพื่อเสริมสร้างคุณภาพและความเท่าเทียมทางการศึกษาให้กับเด็กทุกคนหลังได้รับผลกระทบจากโควิด19 โดยมุ่งเน้นพัฒนาเด็กให้สามารถเรียนรู้ได้ตรงกับความถนัดที่แต่ละคนมี จัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นนำไปสนับสนุนโรงเรียนในช่วงที่ยังเกิดการแพร่ระบาดของโควิด19 รวมถึงจัดการศึกษาพิเศษให้กับเด็กที่มีความต้องการเฉพาะอีกด้วย</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4>ฟิลิปปินส์นำความรู้เข้าสู่ชุมชน</h4>
<figure id="attachment_18094" aria-describedby="caption-attachment-18094" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-18094 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-4.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-4.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-4-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-4-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-4-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/c-4-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-18094" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : facebook-TulaKaalaman</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะที่ </span><b>Sadat B. Minandang</b><span style="font-weight: 400;"> ครูรางวัลเจ้าฟ้ามหาจักรีปี 2019 จากประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า TulaKaalaman เป็นโครงการที่ผมเริ่มขึ้นเองในปี 2017 เพื่อส่งเสริมการศึกษาที่เท่าเทียม โดยนำความรู้จากโรงเรียน เข้าสู่ชุมชน เพื่อช่วยให้เด็กที่ไร้โอกาสโดยเฉพาะเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาและเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะต้องออกจากโรงเรียนเข้าถึงการศึกษา ในช่วงแรกของโครงการเราทำแบบเล็กๆ เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่มีโครงการแบบนี้เกิดขึ้น  ผมต้องจ่ายเงินเองทุกอย่าง แต่หลังจากที่โครงการเริ่มต้นไปได้ระยะหนึ่งแล้วก็ได้รับเสียงตอบรับจากชุมชนดีมากทำให้เราขยายโครงการได้ใหญ่ขึ้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนหน่วยงานราชการ และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความท้าทายอย่างหนึ่ง ในการดำเนินโครงการเช่นนี้คือเรามีเวลาและทรัพยากรที่จำกัด แต่สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าโครงการนี้เป็นโอกาสที่ทำให้เด็กและครอบครัวได้เห็นความงดงามและความสำคัญของการศึกษา เพราะ การศึกษาเป็น เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน หนึ่งในความสำเร็จของโครงการนี้คือ เมื่อตอนที่ผมเริ่มโครงการเด็กที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดอยู่นอกระบบโรงเรียน แต่ปัจจุบันเด็กเหล่านี้ได้เข้ามาเรียนเป็นประจำและเป็นนักเรียน ในระบบซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รับความสนับสนุนจากทุกภาคส่วน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วน </span><b>Chua-Lim Yen Ching</b><span style="font-weight: 400;">  ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้เชี่ยวชาญและอำนวยการบริหารของสถาบันครูแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวด้วยการยกตัวอย่างโรงเรียน NorthLight School ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กที่มีปัญหาการเรียนในระบบปกติ การเรียนการสอนจึงมีความแตกต่างและยากกว่าโรงเรียนทั่วไป ช่วงที่จัดตั้งโรงเรียน เราแจ้งกระทรวงศึกษาธิการว่าไม่ต้องส่งครูมาประจำที่โรงเรียน แต่จะให้ครูเป็นคนเดินเข้ามาสมัครเอง การเลือกครูเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่ครูที่มีความรักต่ออาชีพและมีคุณภาพเท่านั้น แต่ต้องเป็นครูที่สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ด้วย เรามองว่าหากมีคุณสมบัติตามที่กล่าวมาจะทำให้นักเรียนสนุก มีความสุขและมาสนใจกับการเรียน นั่นคือเป้าหมายของการมีโรงเรียนแห่งนี้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การทำงานของเราจึงตั้งอยู่บนหลักคิดที่ว่า เวลาที่ต้องการจะพัฒนาสิ่งใด จะหันกลับมาดูทรัพยากรที่มีอยู่และจะจัดสรรทรัพยากรตรงกับความต้องการจริง เด็กแต่ละคนจะได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค โดยเด็กทุกคนต้องได้รับการพัฒนาตามศักยภาพของตนสูงสุด ขณะเดียวกันเป้าหมายของโรงเรียน ไม่ได้มีไว้เพื่อเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ที่ให้ทุกคนได้เข้ามาเรียนรู้และมีความสุขกับการเข้ามาทำงาน นำไปสู่การพัฒนาโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/9988-2/">นักการศึกษาทั่วโลกเห็นพ้อง ครูมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเท่าเทียมการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
