<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Chheu Suymeang | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/chheu-suymeang/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 15 Apr 2021 07:08:16 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Chheu Suymeang | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เวทีผู้นำเยาวชนอาเซียน ระดมสมองหาทางแนวทางแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำยุคโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-24-01-21/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 Jan 2021 07:21:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิมม สมเพาะ]]></category>
		<category><![CDATA[YewLee Wong]]></category>
		<category><![CDATA[Migrant Working Group]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายองค์กรด้านแรงงานข้ามชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[Raks Thai Foundation]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิรักษ์ไทย]]></category>
		<category><![CDATA[TIJ]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Chheu Suymeang]]></category>
		<category><![CDATA[อาทิมม]]></category>
		<category><![CDATA[กนิฎฐ์อาภา อารมย์ดี]]></category>
		<category><![CDATA[YALPI]]></category>
		<category><![CDATA[Young ASEAN Leader Policy Initiative]]></category>
		<category><![CDATA[Covid Slide]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=26527</guid>

					<description><![CDATA[<p>เวทีผู้นําเยาวชนอาเซียน ระดมสมองเสนอแนวทางแก้ปัญหาความเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-24-01-21/">เวทีผู้นำเยาวชนอาเซียน ระดมสมองหาทางแนวทางแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำยุคโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-26541" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_1.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_thumbn.jpg" alt="" width="855" height="449" /></p>
<p><b>เวทีผู้นําเยาวชนอาเซียน ระดมสมองเสนอแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในยุคโควิด-19 ชี้ถ้าไม่แก้ปัญหาการศึกษาก่อน ความเหลื่อมล้ำด้านอื่นแก้ไขไม่ได้ยั่งยืน  ด้านกสศ. หนุนเครือข่ายเยาวชนอาเซียน ขยายผลโครงการนำร่อง นำการศึกษาไปให้ถึงเด็กด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ลดผลกระทบ COVID SLIDE  </b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อวันที่ 23-24 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ได้มีการ<strong>ประชุมผู้นําเยาวชนอาเซียนเพื่อการริเริ่มนโยบาย </strong></span><span style="font-weight: 400;"><strong>ครั้งที่ 5 (Young ASEAN Leader Policy Initiative: YALPI) ภายใต้หัวข้อ &#8220;ผนึกกำลังผู้นำเยาวชนร่วมรับมือความเหลื่อมล้ำทางสังคมยุคโควิด-19&#8221;</strong> ซึ่งจัดโดย ศูนย์อาเซียนศึกษา คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26543" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_5.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><b>น.ส.อาทิมา สมเพาะ</b><span style="font-weight: 400;"> (ผักบุ้ง) หนึ่งในทีมผู้แทน YALPI ไทย กล่าวว่า</span><span style="font-weight: 400;"> YALPI  </span><span style="font-weight: 400;">เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำเยาวชนอายุระหว่าง 18 &#8211; 25 ปีจากทั่วโลกร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาทางสังคมที่หลากหลาย ภายใต้กรอบความร่วมมือภายในภูมิภาค ซึ่งในปีนี้เราชวนเยาวชนอาเซียนมาร่วมพัฒนาโครงการและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงในชุมชน มุ่งเน้นลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมซึ่งปรากฎขึ้นอย่างชัดเจน จากการระบาดของโรคโควิด-19 ใน 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่  1) เด็กเยาวชนด้อยโอกาส 2) แรงงานสตรี และ 3) แรงงานข้ามชาติ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การระบาดไม่เพียงคุกคามสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะ กลุ่มคนชายขอบ กลุ่มคนเปราะบาง  แต่ยังสร้างความลำบากในการใช้ชีวิต นโยบายป้องกันและตอบโต้โควิท-19 ยังไม่เพียงพอที่จะตอบสนองต่อความจําเป็นและความต้องการของกลุ่มคนชายขอบต่างๆได้นําไปสู่ผลกระทบต่อทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรงยิ่งขึ้นต่อกลุ่มคนดังกล่าว และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษาในกลุ่มเด็กเยาวชนด้อยโอกาส การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการศึกษาเข้าสูระบบออนไลน์ซึ่งเป็นผลจากการแพร่กระจายของโรคโควิด-19</span></p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-26531" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_0.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“โควิด-19 ทำให้ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างที่มีอยู่แล้วนั้นชัดเจนมากขึ้นไปอีก  โดยเฉพาะในด้านการศึกษาที่กระทบชัดเจนที่สุด เพราะต้องหันไปเรียนออนไลน์กันหมด ปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นและการขาดแคลนอุปกรณ์ที่จําเป็นต่อการศึกษาในรูปแบบออนไลน์ของครอบครัวยากจน ส่งผลให้อัตราผู้เลิกเรียนกลางคันในโรงเรียนมีแนวโน้มสูงขึ้นและเพิ่มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในกลุ่มเยาวชนของอาเซียน มากไปกว่านั้นการแพร่กระจายของโรคโควิด-19 ยังส่งผลให้เกิดการว่างงานจํานวนมาก ทําให้บางครอบครัวไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ นี่จึงเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญในการพัฒนาแผนของทีมผู้นำเยาวชนอีกด้วย” น.ส.อาทิมา กล่าว</span></p>
<p><b>น.ส.อาทิมา </b><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า ทีมเยาวชนจาก 6 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย เมียนมาร์ กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย  สมัครเข้าร่วมทั้งหมด 43 ทีม คัดเลือกจนได้  12 ทีมสุดท้าย ที่อยู่ระหว่างพัฒนาแผนปฏิบัติการ (Initiative Plan)  โดยแผนของทีมหรือ &#8220;white paper&#8221; ที่ได้รับการคัดเลือกในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย จะถูกนำไปพัฒนาต่อโดยองค์กรพันธมิตรที่เข้าร่วม ทั้งภาครัฐและองค์กรอิสระไม่แสวงหากำไร (NGO) ซึ่งปีนี้ประกอบด้วย <strong>สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), มูลนิธิรักษ์ไทย (Raks Thai Foundation), เครือข่ายองค์กรด้านแรงงานข้ามชาติ (Migrant Working Group) และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ. &#8211; Equitable Education Fund : EEF)   </strong></span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26544" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_4.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><b>น.ส.กนิฎฐ์อาภา อารมย์ดี</b><span style="font-weight: 400;"> หรือ เน หนึ่งในตัวแทน YALPI ไทย กล่าวว่า การศึกษาเป็นพื้นที่ของความเหลื่อมล้ำในหลายด้าน YALPI จึงตระหนักได้ว่า &#8220;ถ้าปัญหาการศึกษายังไม่ถูกแก้ไข ก็ยากที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านเศรษฐกิจ สาธารณสุขหรือสังคมต่างๆ ทั้งยังจะทำให้การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำอื่นๆ ไม่ยั่งยืน แล้วก็จะไม่มีประสิทธิภาพด้วย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“การศึกษาเป็นเรื่องของทุกคน (all for education) และการทำให้การศึกษาเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ต้องได้รับการผลักดันร่วมมือจากทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ขณะที่การระบาดของโควิด-19  ทำให้การศึกษาขยายขอบเขตออกไป เป็นการเรียนรู้ที่ไม่มีพรมแดน เพียงแต่ความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างได้กลายเป็นอุปสรรคหรือข้อจำกัดที่กลายเป็นพรมแดนขวางกั้นไม่ให้คนกลุ่มหนึ่งได้เข้าถึงการศึกษาอย่างที่ควรจะเป็น  การออกมาแสดงความเห็นของเยาวชนก็คือเสียงของอนาคตที่่ผู้ใหญ่ในสังคมสมควรจะรับฟัง อย่างน้อย ในฐานะเยาวชนคนหนึ่งก็ต้องการที่จะมีส่วนร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ เกี่ยวกับปัญหาที่สังคมต้องเผชิญ เพราะเยาวชนก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งในสังคมเช่นเดียวกัน” น.ส.กนิฎฐ์อาภา กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26545" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_3.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><b>Chheu Suymeang </b><span style="font-weight: 400;"> ผู้แทนโครงการ YALPI 2021 จากประเทศกัมพูชา หนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมวางแนวทางริเริ่มแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเพื่อเด็กด้อยโอกาสในสังคม กล่าวว่า แม้จะเป็นเด็กที่เกิดและเติบโตในเมือง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะมองเห็นความเหลื่อมล้ำในสังคมของกัมพูชา แค่เดินไปตามแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองหลวงของประเทศ หรือตามริมแม่น้ำ จะเห็นเด็กยากจน และเด็กด้อยโอกาสมากมายดิ้นรนกัดฟันขายของเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว บางรายสถานการณ์เลวร้ายถึงขนาดต้องสละโอกาสทางการศึกษาของตนเองเพื่อมาทำงานจุนเจือครอบครัวเต็มตัว ทั้งที่่อยู่ในวัยที่ต้องเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ตนเองอยากนำเวลาของตัวเองมาใช้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ ซึ่งสถานะดังกล่าว ทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำระหว่างรายได้ค่อนข้างมาก การให้ความสำคัญลำดับแรกๆ ก็คือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เพราะเชื่ออย่างแรงกล้าว่า การศึกษาคือโอกาสพื้นฐานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพและจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในระยะยาวอย่างยั่งยืนที่สุด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และการมีระบบโครงสร้างสวัสดิการของรัฐที่ดีให้กับพลเรือนของประเทศ และบทบาทของพ่อแม่มีความสำคัญที่สุดในการสนับสนุนให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาซึ่งนอกจากหาทางสื่อสารกับพ่อแม่ให้เข้าใจและเห็นความสำคัญโดยที่ต้องรับการผลักดันร่วมมือจากภาครัฐแล้ว และยังเชื่อมั่นว่ารัฐยังต้องช่วยในเรื่องของจัดสรรอุปกรณ์และเทคโนโลยี รวมถึงปัจจัยอื่นๆ เพื่อช่วยให้เด็กๆ เผชิญหน้ากับความเหลื่อมล้ำได้”</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26546" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_1.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน</span><b>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</b><span style="font-weight: 400;"> รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า อาเซียนถือเป็นจุดเริ่มต้นของปฏิญญาสากลว่าด้วยการศึกษาเพื่อปวงชน (Jomtien Declaration: Education for All) ที่หาดจอมเทียน ประเทศไทย เมื่อปี 2533 นอกจากนั้น ประเทศสมาชิกอาเซียนยังได้ร่วมกันประกาศความร่วมมือของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่ตกหล่น ASEAN Declaration on Strengthening Education for out-of-school Children and Youth (OOSCY)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เมื่อปี 2559 แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของประชาคมอาเซียนต่อเป้าหมายความเสมอภาคทางการศึกษาตลอด </span><span style="font-weight: 400;">30 ปีที่ผ่านมา กสศ. มีความยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุนพลังของเยาวชนอาเซียนทั้ง 10 ประเทศที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของวาระการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่ประชากรรุ่นน้องในอาเซียน (0-14 ปี) ที่มีสัดส่วนมากกว่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">1 ใน 4 ของประชากรรวมในอาเซียน โดย กสศ. ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการ และประสบการณ์การแก้ไขปัญหาในระบบการศึกษาของไทยจากผลกระทบของ COVID-19 ในปีการศึกษา 2563 ที่ผ่านมา ทั้งมาตรการช่วยเหลือนักเรียนและครัวเรือนยากจนพิเศษ และการใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลสารสนเทศในการกำหนดเป้าหมาย</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">และยุทธศาสตร์การทำงาน และการระดมการมีส่วนร่วมด้วยระบบ iSEE เป็นต้น โดยกสศ.ได้กำหนดโจทย์การสร้างนวัตกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตัวเองเพื่อนำการศึกษาไปให้ถึงเด็กด้อยโอกาส ในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร จากการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น เพื่อลดผลกระทบจากปรากฎการณ์ COVID SLIDE  สำหรับทีมที่ได้รับการคัดเลือก กสศ.จะสนับสนุนงบประมาณ และองค์ความรู้ให้เกิดการขยายผล เป็นโครงการทดลองในพื้นที่นำร่องต่อไปภายในปีนี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กสศ.เชื่อมั่นในพลังและความร่วมมือของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียน และพร้อมจะสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ และองค์ความรู้เพื่อการต่อยอดขยายผล  ให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกเพศทุกวัยในประชาคมอาเซียน เพื่อร่วมกันออกแบบทิศทางของเป้าหมายความเสมอภาคทางการศึกษาในอนาคตของอาเซียน และรับมือกับปัญหาที่ท้าทายด้วยความรู้ความสามารถ ความมีจิตสาธารณะ และการเป็นพลเมืองของโลกนี้ร่วมกัน” </span><b>ดร.ไกรยส</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าว</span></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-26547" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/01/09-กสศ_2.หนุนแนวคิดหวังผลช่วยเด็กด้อยโอกาส_Photo-.jpg" alt="" width="855" height="569" /></p>
<p><b>YewLee Wong</b><span style="font-weight: 400;"><strong> ผู้แทนโครงการ YALPI 2021</strong> จากมาเลเซีย ที่เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมวางแนวทางริเริ่มแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเพื่อเด็กด้อยโอกาสในสังคมกล่าวถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการก็เพื่อต้องการเป็นกระบอกเสียงในฐานะที่ตนเคยเป็นเด็กด้อยโอกาสเหมือนกัน โดย YewLee Wong กล่าวว่า ตนเองเป็นเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องยอมตัดใจจากสิทธิพื้นฐานหลายอย่าง รวมถึงการศึกษาเพื่อให้มีชีวิตรอด แต่สุดท้ายก็โชคดีว่าตนเองมีโอกาสได้เข้าร่วมในโครงการการศึกษาเพื่อเด็กชายขอบ ทำให้ตระหนักได้ว่า ความเหลื่อมล้ำเป็นรากฐานของปัญหาหลายอย่างในชีวิตของคนๆ หนึ่งอย่างไร และการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้หลุดพ้นจากความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่เกิดขึ้นได้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เด็กด้อยโอกาสเพราะความยากจนหรือเงื่อนไขยากลำบากต่างๆ ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตตามความฝันที่ตนเองวาดหวัง เพราะมีสิ่งสำคัญกว่าอย่างชีวิตและปากท้องที่ต้องต่อสู้ดิ้นรน เนื่องจากตระหนักและเข้าใจถึงความเจ็บปวดที่ว่านี้เป็นอย่างดี YewLee Wong จึงต้องการที่จะหาแนวทางช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสมีพื้นที่ได้ยืนบชในสังคม ไม่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง และหวังว่าความรู้และมุมมองของตนจะมีส่วนช่วยผลักดันให้เปิดระบบการศึกษาที่เท่าเทียมไม่แบ่งแยก เป็นการศึกษาเพื่อทุกคน (Education for All) อย่างแท้จริง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน การเข้าร่วม YALPI ในปีนี้ทำให้ตนเองได้รับโอกาสที่ดีในการทำความรู้จักกับกองทุนเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ของประเทศไทย ซึ่งในฐานะนักศึกษาด้าน Data Science, YewLee Wong ยอมรับว่า รู้สึกประทับใจอย่างมากที่ได้เห็นการทำงานของกสศ. โดยเฉพาะการคิดค้นแอพลิเคชั่นเพื่อบริหารจัดการบิ๊กดาต้า แล้วนำบิ๊ก ดาต้าที่ได้มาประมวลวิเคราะห์เพื่อส่งความช่วยเหลือไปถึงมือเด็กที่ด้อยโอกาส ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในระบบการศึกษา ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าในมาเลเซียไม่ได้มีกองทุนในลักษณะดังกล่าว ทั้งๆ ที่มีเด็กหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ที่หลุดออกจากระบบการศึกษาเป็นจำนวนมากในแต่ละปี รวมถึงเด็กไร้สัญชาติและเด็กจากพ่อแม่แรงงานข้ามชาติ อย่างแรงงานอุตสาหกรรมปาล์มที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษา หรือเด็กจากกลุ่ม Bajau People หรือยิปซีทะเลทางตะวันออกของมาเลเซีย ตลอดจนเด็กจากกลุ่มผู้อพยพ</span></p>
<p><b>YewLee Wong</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า การได้เห็นตัวอย่างการทำงานแบบเป็นระบบของไทย นับเป็นการเปิดมุมมองของตนอย่างมาก และได้แบบอย่างในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศของตนเอง ที่การแก้ปัญหาส่วนใหญ่มาจากกลุ่มเอ็นจีโอหลายกลุ่มที่มุ่งไปที่การจัดสรรครูอาสาลงพื้นที่สอนเด็กๆ กลุ่มนี้ ยังไม่นับรวมตัวอย่างโครงการอาหารฟรี และโครงการฝึกอบรมทักษะแรงงานให้กับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ซึ่ง YewLee Wong เชื่อว่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีที่มาเลเซียสามารถนำไปศึกษาต่อยอดประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในมาเลเซียได้</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-24-01-21/">เวทีผู้นำเยาวชนอาเซียน ระดมสมองหาทางแนวทางแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำยุคโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
