<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Charles Johnson | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/charles-johnson/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Thu, 18 Jun 2020 07:49:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Charles Johnson | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ผลสำรวจเผยมากกว่า 1 ใน 3 ของเด็กมัธยมปลายอังกฤษหวั่นใจและถอดใจที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/2397-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 18 Jun 2020 07:49:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Charles Johnson]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=16228</guid>

					<description><![CDATA[<p>แปลและเรียบเรียง : นงลักษณ์ อัจนปัญญา ผลสำรวจเผย มากกว่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2397-2/">ผลสำรวจเผยมากกว่า 1 ใน 3 ของเด็กมัธยมปลายอังกฤษหวั่นใจและถอดใจที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure id="attachment_16230" aria-describedby="caption-attachment-16230" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-16230 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-7.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-7.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-7-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-7-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/thumbnail-7-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-16230" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : unsplash.com &#8211; Scott Webb</figcaption></figure>
<p style="text-align: right;"><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<h4></h4>
<h4>ผลสำรวจเผย มากกว่า 1 ใน 3 ของเด็กมัธยมปลายทั่วประเทศอังกฤษ หวั่นใจและถอดใจที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา หลังสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 เสี่ยงทำมหาวิทยาลัยศูนย์รายได้เกือบ 30,000 ล้านบาท</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ </span><span style="font-weight: 400;">The Independent </span><span style="font-weight: 400;">ของอังกฤษ รายงานอ้างผลการศึกษาสำรวจนักเรียนอังกฤษ 1,000 คน ที่กำลังจะจบการศึกษาในระดับมัธยมปลายเกี่ยวกับแผนการการศึกษาต่อในอนาคตของตนเอง พบว่า สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นเพราะ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ทำให้นักเรียนส่วนใหญ่เปลี่ยนแผนที่จะศึกษาต่อ โดยมากกว่า 1 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามต่างวิตกและกังขาว่า การเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่าหรือไม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้เกิดความวิตกกังวลดังกล่าว ก็คือ ภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัว โดยสถานะทางการเงินและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมที่มีผลต่ออนาคตที่ไม่แน่นอน ทำให้ 4 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ตัดสินใจเปลี่ยนใจไม่ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาหลังสำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมปลาย </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผลการศึกษาพบว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดการระบาดจนกระทั่งรัฐบาลต้องประกาศใช้มาตรการล็อคดาวน์ 37% ของผู้ตอบแบบสอบถาม ระบุชัดว่า ได้วางแผนที่จะเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย แต่ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ทำให้เริ่มมองหาทางเลือกอื่นที่เหมาะสมมากขึ้น ขณะที่ 1 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถาม ยอมรับว่า กำลังพิจารณาพักเบรก หยุดเรียนเป็นเวลา 1 ปี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน มากกว่า 1 ใน 10 เริ่มชั่งน้ำหนักถึงข้อดีข้อเสียว่า ควรตัดสินใจทำตามแผนการศึกษาเดิมของตนหรือไม่</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาสำรวจซึ่งจัดทำขึ้นโดย </span><span style="font-weight: 400;">MyUniChoices </span><span style="font-weight: 400;">ยังพบอีกว่า 28% ของนักเรียนที่ตัดสินใจเปลี่ยนแผนการศึกษาต่อของตน ไม่เรียนต่อ เป็นผลมาจากการรู้สึกถึงความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจในประเทศ โดยเกือบ 1 ใน 5 วางแผนมุ่งให้ความสนใจกับครอบครัวเป็นหลัก ส่วน 22% พิจารณาหาทางออกด้านการเงินให้กับตนเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม 3 ใน 10 ยอมรับว่า ยังไม่สามารถคิดวางแผนใดๆ เกี่ยวกับอนาคตทางการศึกษาของตนเองในขณะนี้ได้ เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงคลุมเครือไม่ชัดเจน และมากกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มวิตกกังวลในการทำตามแผนการศึกษาต่อที่ตั้งใจไว้ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตในปัจจุบัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การศึกษาสำรวจเกี่ยวกับแผนการศึกษาต่อของนักเรียนมัธยมปลายทั่วอังกฤษในครั้งนี้ ยังมีขึ้นในช่วงเวลาเพียงไม่นานหลังจากที่มีรายงานประเมินว่า มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาในระดับสูงของประเทศ มีแนวโน้มจะสูญเสียรายได้จากค่าเทอมการศึกษา 760 ล้านปอนด์ (ราว 29,455 ล้านบาท) </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดอกเตอร์ </span><span style="font-weight: 400;">Charles Johnson </span><span style="font-weight: 400;">หัวหน้าที่ปรึกษาการวัดทางจิตวิทยา (</span><span style="font-weight: 400;">Psychometrics) </span><span style="font-weight: 400;">ของ </span><span style="font-weight: 400;">MyUniChoices </span><span style="font-weight: 400;">อธิบายว่า วิกฤตที่เกิดขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้จำเป็นต้องคิดทบทวนเรื่องการเรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่างรอบคอบ เพราะทางเลือกที่ถูกต้อง จะส่งผลต่ออนาคตและหน้าที่การงานของตนเอง อีกทั้งยังเพื่อให้แน่ใจว่า สภาพแวดล้อมภายในมหาวิทยาลัยจะดีพร้อมเพียงพอที่จะสนับสนุนนให้ตนเองเติบโตและก้าวหน้าได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;การตัดสินใจคิดประเมิน และทบทวนเรื่องแผนการศึกษาต่อในขณะนี้ ดูจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ผิดพลาด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของพวกเขาในหลายด้าน ทั้งเรื่องการเงิน อาชีพ และจิตใจ&#8221; ดอกเตอร์ </span><span style="font-weight: 400;">Charles Johnson </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาสำรวจของ </span><span style="font-weight: 400;">MyUniChoices </span><span style="font-weight: 400;">ยังพบอีกว่า มากกว่า 1 ใน 3 ของนักเรียนมัธยมปลายรู้สึกไม่มั่นใจต่อโอกาสในการจ้างงานของตนเอง และ 22% ยอมรับว่า มืดแปดด้าน คือ ไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรกับชีวิตของตนเองในห้วงเวลานี้ดี</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม 77% ของผู้ตอบแบบสอบถามยืนยันว่า ไม่ว่าอย่างไรก็จะหาโอกาสเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป โดยในจำนวนนี้ 37% เห็นว่า ไม่น่าจะสามารถเข้าเรียนต่อได้ตามกำหนดในช่วงปลายปีนี้ </span></p>
<figure id="attachment_16239" aria-describedby="caption-attachment-16239" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-16239 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-13.jpg" alt="" width="855" height="569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-13.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-13-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-13-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-13-750x499.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/06/a-13-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption id="caption-attachment-16239" class="wp-caption-text">ที่มาภาพ : independent.co.uk</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของผู้ที่ไม่มีแผนที่จะศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยเลย ระบุว่า มีสาเหตุหลักจากปัญหาด้านการเงินเป็นหลัก อีกทั้งยังรู้สึกว่า ตนเองไม่พร้อมที่จะเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งทาง </span><span style="font-weight: 400;">MyUniChoices </span><span style="font-weight: 400;">แนะนำว่า ภาครัฐและหน่วยงานมหาวิทยาลัยทั้งหลาย ควรจัดเตรียมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับทางเลือกด้านการศึกษา รายละเอียดของหลักสูตรโครงการ และทุนการศึกษาต่างๆ เพื่อให้นักเรียนเหล่านี้เห็นประโยชน์และเปลี่ยนใจมาเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่อไป </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ของ </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 ได้ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านการศึกษาของเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังจะสำเร็จการศึกษา โดยเฉพาะผลสอบ โดย 26% รู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมที่ไม่สามารถเข้าไปนั่งทำข้อสอบในห้องสอบได้ และ 1 ใน 4 ยอมรับว่า หากไม่ได้เกรดตามที่หวังจะตัดสินใจลงเรียนและลงสอบใหม่ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ 1 ใน 6 ของผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่า ตนเองไม่ได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนจากโรงเรียนและภาครัฐเกี่ยวกับการศึกษาในช่วง </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 และ 2 ใน 5 กังวลต่อระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของอังกฤษ ว่า </span><span style="font-weight: 400;">COVID-</span><span style="font-weight: 400;">19 จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนของทางมหาวิทยาลัย ที่หันมาเน้นการสอนออนไลน์แทบทั้งหมด 22% ของนักเรียนมัธยมปลายที่ตอบแบบสอบถามระบุชัดว่า จะเลื่อนการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย หากว่า ทางมหาวิทยาลัยจัดหลักสูตรเป็นเรียนออนไลน์ทั้งหมด โดย 2 ใน 5 มองว่า การเรียนการสอนออนไลน์กลายเป็นตัวจำกัดการใช้ชีวิตและสังคมของเด็กนักเรียนภายใต้รั้วมหาวิทยาลัย และมากกว่า 1 ใน 3 รู้สึกว่า เป็นการลดทอนอิสระที่สมควรจะมีสำหรับการศึกษาในระดับสูง </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ความเครียด ความไม่แน่นอน และความวิตกกังวลที่มีต่ออนาคต ทั้งหมด ต่างกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนมัธยมปลายทั่วอังกฤษอย่างมาก ซึ่ง ศาสตราจารย์ </span><span style="font-weight: 400;">Alan Smithers </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเพื่อการศึกษาและการจ้างงานแห่งมหาวิทยาลัย </span><span style="font-weight: 400;">Buckingham </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาระดับสูงทั่วอังกฤษ น่าจะต้องคิดทบทวน ปรับปรุงหลักสูตร และเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อดึงดูดนักเรียนนักศึกษา ไม่เฉพาะเพียงในอังกฤษ แต่หมายถึง จากทั่วโลก ให้เดินทางกลับมาศึกษาต่อในอังกฤษอีกครั้ง </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่มา : <a href="https://www.independent.co.uk/news/education/education-news/coronavirus-uk-higher-education-university-students-defer-a9532606.html" target="_blank" rel="noopener noreferrer">More than one-third of school leavers unsure about attending university after coronavirus, research finds</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/2397-2/">ผลสำรวจเผยมากกว่า 1 ใน 3 ของเด็กมัธยมปลายอังกฤษหวั่นใจและถอดใจที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
