<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>CCT | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/cct/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 31 Mar 2025 06:23:17 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>CCT | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>‘ทุนเสมอภาค’ พาก้าวข้ามรอยต่อทางการศึกษา และจุนเจือครอบครัวยามจำเป็น : ครูกิตติศักดิ์ ชราธรรม โรงเรียนบ้านท่าประดู่ จ.ตราด</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-310325/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 31 Mar 2025 06:23:16 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[ตราด]]></category>
		<category><![CDATA[กิตติศักดิ์ ชราธรรม]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านท่าประดู่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=92391</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ทางโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนแบ่งเงินออมจากทุนเสมอภาค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310325/">‘ทุนเสมอภาค’ พาก้าวข้ามรอยต่อทางการศึกษา และจุนเจือครอบครัวยามจำเป็น : ครูกิตติศักดิ์ ชราธรรม โรงเรียนบ้านท่าประดู่ จ.ตราด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“ทางโรงเรียนมีนโยบายให้นักเรียนแบ่งเงินออมจากทุนเสมอภาคฝากไว้ในธนาคาร ระหว่างนั้นใครจำเป็นต้องใช้ก็เบิกออกมาได้ แล้วพอจบชั้น ป.6 โรงเรียนจะคืนเงินให้ทุกบาททุกสตางค์ ถึงตรงนั้นเด็ก ๆ จะมีเงินก้อนสำหรับนำไปใช้เรียนต่อในชั้นมัธยม จึงบอกได้ว่าทุนนี้มีส่วนอย่างยิ่งในการช่วยเด็กก้าวข้ามรอยต่อทางการศึกษา ทั้งยังช่วยอุดหนุนจุนเจือครอบครัวเด็กได้ในยามจำเป็น”&nbsp;</p>



<p><strong>ครูกิตติศักดิ์ ชราธรรม โรงเรียนบ้านท่าประดู่</strong> <strong>อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด</strong> เล่าถึงวิธีการที่โรงเรียนใช้จัดสรรทุน ‘ทุนเสมอภาค’ ภายใต้โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer: CCT) โดย กสศ. เพื่อให้ทุนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในฐานะหลักประกันโอกาสซึ่งจะพาเด็ก ๆ ไปต่อโดยไม่สะดุดในการศึกษาชั้นสูงขึ้น&nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</p>



<p>“โรงเรียนบ้านท่าประดู่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ปีการศึกษานี้มีนักเรียนได้ทุนเสมอภาค 17 คน ความที่เราเปิดสอนชั้นนอนุบาลถึงแค่ ป.6 จึงมักกังวลกันว่าหลังจบการศึกษาแล้ว เด็กจะไปต่อได้แค่ไหน คือแม้ว่าในพื้นที่จะมีโรงเรียนมัธยมรองรับ และที่ผ่านมาเด็กเกือบทั้งหมดก็ผ่านต่อไปถึงชั้น ม.1 ได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่เด็กต้องเจอระหว่างทางนั้น มันมีเรื่องของค่ากินอยู่ ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาอื่น ๆ ที่นโยบายเรียนฟรี 15 ปีครอบคลุมไม่ถึง การช่วยเหลือนักเรียนในเรื่องการจัดสรรทุนที่ได้รับให้เป็นเงินออมสำรองยามฉุกเฉิน จึงจำเป็นมาก ๆ และเป็นหนึ่งในวิธีที่ทางโรงเรียนคิดว่าจะช่วยต่อยอดการทำงานของทุนได้ดียิ่งขึ้น”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-43b8d8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0327_ทุนเสมอภาค-พาก้าวข้ามรอยต่อทางการศึกษา02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ครูกิตติศักดิ์สะท้อนภาพชีวิตครอบครัวเด็ก ๆ ที่ไม่ได้เจาะจงเฉพาะน้อง ๆ ทุนเสมอภาค หากยังรวมไปถึงเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ในบริเวณพื้นที่โรงเรียน ว่าผู้ปกครองของเด็กนักเรียนส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพรับจ้างได้เงินเป็นรายวัน เท่ากับวันไหนที่ไม่มีงานจึงไม่มีเงิน ซึ่งหมายถึงวันนั้นจะไม่มีพอสำหรับค่าอาหารครบมื้อ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเด็กจะมีเงินมาโรงเรียน หรือมีเงินพอสำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ แค่ไหน&nbsp;</p>



<p>“ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือเด็กบางคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ ต้องอาศัยอยู่บ้านญาติ จึงคาดหวังไม่ได้เลยว่าเด็กจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม หรือตัวเด็กจะมองเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างไร การมีอยู่ของทุนเสมอภาค จึงเป็นหนึ่งทางที่โรงเรียนจะพอช่วยประคับประคองเด็กได้ อีกทั้งสำหรับคนที่ไม่ได้ทุน โรงเรียนก็จะพยายามหาทุนอื่น ๆ มาเติมเพื่อไม่ให้เด็ก ๆ เสียโอกาสเรียนรู้&nbsp;</p>



<p>“อย่างที่บอกว่าสิ่งที่เป็นห่วงที่สุดคือเส้นทางของเด็กที่พ้นจาก ป.6 ไปแล้ว เพราะการเรียนชั้นมัธยมก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ทั้งค่าบำรุงการศึกษา หรือโรงเรียนที่อยู่ไกลออกไปจากบ้าน ก็หมายถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่มากขึ้น ส่วนอาหารกลางวันสำหรับชั้นมัธยมเด็กก็ต้องจ่ายเอง ทั้งหมดนี้เมื่อรวม ๆ กันแล้ว ถือเป็นอุปสรรคทั้งหมดที่อาจจะทำให้เด็กคนหนึ่งไปไม่ถึงปลายทางของการศึกษาภาคบังคับ และด้วยปัจจัยเหล่านี้เอง ที่ทางโรงเรียนเลือกจะแนะนำให้เด็กมีเงินออม”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-f70b8c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/03/0327_ทุนเสมอภาค-พาก้าวข้ามรอยต่อทางการศึกษา06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>คุณครูผู้ดูแลนักเรียนทุนเสมอภาค บอกว่า ถึงโรงเรียนบ้านท่าประดู่เป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ที่เด็กไม่ได้มีความพร้อมเท่าไหร่ แต่ถ้าจะว่าถึงความพยายามใฝ่รู้ใฝ่เรียนแล้ว ต้องบอกว่าน้อง ๆ ที่นี่ไม่ได้เป็นสองรองใคร เพราะเด็ก ๆ ได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามีความใฝ่ฝันที่จะเรียนจบชั้นสูง ๆ เพื่อมีอนาคตที่ดี โดยเชื่อว่าการศึกษาคือเส้นทางที่จพาไปสู่อาชีพการงานที่มั่นคง สามารถดูแลตัวเอง ดูแลคนในครอบครัวได้&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“เวลาที่ถามถึงความฝันหรืออนาคต เด็กส่วนใหญ่จะบอกเราว่า อยากเรียนจบให้สูงที่สุด เพื่อมีงานดี ๆ และได้เงินเดือนสูง ๆ ข้อมูลนี้ทำให้เราที่เป็นครูรู้สึกยินดี แต่ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามทำทุกทาง เพื่อให้มีหลักประกันสักอย่างที่เขาจะสามารถต่อสู้กับค่าใช้จ่ายทางการศึกษาและการดำรงชีวิต ซึ่งเรายังเชื่อว่าการมีอยู่ของทุนเสมอภาคและทุนอื่น ๆ จะเป็นส่วนสำคัญของการประคองไฟฝันของเด็ก ๆ ไม่ให้มอดดับไประหว่างทางนั้น เพื่อที่เขาจะเป็นคนรุ่นแรกของครอบครัว ที่ใช้การศึกษายกระดับคุณภาพชีวิตได้สำเร็จ”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-310325/">‘ทุนเสมอภาค’ พาก้าวข้ามรอยต่อทางการศึกษา และจุนเจือครอบครัวยามจำเป็น : ครูกิตติศักดิ์ ชราธรรม โรงเรียนบ้านท่าประดู่ จ.ตราด</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 21 Dec 2021 10:13:42 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[จังหวัดเสมอภาคทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Q-info]]></category>
		<category><![CDATA[นุตประวีณ์ ภัครวัฒน์อังกูร]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านราหุล]]></category>
		<category><![CDATA[เพชรบูรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=49643</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การมีระบบฐานข้อมูลที่ดีช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ไม่ต้อ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/">“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“การมีระบบฐานข้อมูลที่ดีช่วยลดระยะเวลาในการทำงาน ไม่ต้องทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดภาระงานเอกสาร&nbsp; มีเวลาจัดเตรียมการเรียนการสอนได้มากขึ้น รวมทั้งสามารถนำมาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ทำให้เกิดความรวดเร็ว เกิดประโยชน์ มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ทำงานได้ดี โดยเฉพาะการมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ”</p>



<p><strong>นุตประวีณ์ ภัครวัฒน์อังกูร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านราหุล จังหวัดเพชรบูรณ์ หนึ่งในเครือข่ายโรงเรียนพัฒนาตนเอง (TSQP</strong>) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เริ่มต้นเล่าถึงความเปลี่ยนแปลงหลังจากนำระบบสารสนเทศ Q-INFO มาใช้สนับสนุนการบริหาร ​การจัดการเรียนการสอน รวมทั้งภารกิจสำคัญอย่างการติดตามเด็กกลับมาเรียน สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษาในช่วงนี้</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c7ed20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-12.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>หลังจากที่เข้าไปร่วมอบรมและนำระบบสารสนเทศ Q-INFO มาใช้ สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปคือ จากการเขียนเอกสารประเมินผลตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ ป.พ. ที่เดิมครูต้องเขียนเอง แต่ระบบนี้ช่วยให้การทำงานสะดวกขึ้น ไม่ต้องมานั่งเขียนเอง แต่พิมพ์ออกมาจากระบบได้เลย อีกด้านหนึ่งยังเห็นข้อมูลเด็กในเชิงลึก เพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือ ที่เชื่อมโยงกับระบบ CCT</p>



<p>จุดเด่นของระบบนี้คือ ครูมีข้อมูลที่ช่วยกันจัดเก็บแบบเรียลไทม์ ทั้งข้อมูลพื้นฐานของนักเรียน&nbsp; ไปจนถึงอัตราการเข้าเรียนและผลการเรียน ​ทำให้ผู้บริหารสามารถเข้าไปเช็กได้เลยว่านักเรียนคนไหนขาดเรียนบ่อยแค่ไหน หรือเด็กคนไหนกำลังมีปัญหาในการเรียนที่จุดใด ก็จะสามารถรู้ได้ทันที ช่วยให้สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที&nbsp; </p>



<p>ยกตัวอย่างที่ผ่านมามีเด็กที่ขาดเรียนไปเป็นสัปดาห์ เมื่อทราบเรื่องก็ติดต่อสอบถามไปยังผู้ปกครองว่านักเรียนขาดเรียนไปไหน หรือถ้าติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ก็ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านว่าครอบครัวนี้ยังอยู่ในพื้นที่หรือย้ายไปไหน&nbsp; เพื่อช่วยติดตามให้เขากลับมาเรียนได้ตามปกติ ไม่หลุดจากระบบการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-1e494d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จะมีเด็กที่ไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ โรงเรียนจึงปรับให้เรียนแบบออนแฮนด์ มารับใบงานไปทำที่บ้านแล้วนำมาส่ง ครูจะคอยติดตามไม่ให้เด็กขาดหายไปในช่วงนี้ และเมื่อถึงช่วงเปิดโรงเรียนได้ปกติ ก็จะคอยติดตามอีกรอบว่ามีเด็กคนไหนยังไม่กลับมาเรียน</p>



<p>“เปิดเทอมมาตั้งแต่ 1 ธันวาคม ตอนนี้เด็กกลับมาเรียนเกือบครบ 100% จะมีบ้างที่นักเรียนไม่สบาย เราก็ให้นักเรียนรักษาตัวอยู่บ้านให้หายดีก่อนค่อยมาเรียน ขณะที่นักเรียนกลุ่มเสี่ยงหรือมาจากต่างพื้นที่ก็ให้กักตัวอยู่บ้านก่อน 2 สัปดาห์ แล้วก่อนมาเรียนก็ให้ตรวจสอบก่อน ถ้าปกติถึงจะให้เข้ามาเรียนได้ โดยสถานการณ์ขณะนี้ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0e5c20"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สำรวจและ​ซ่อมเสริม “ความรู้”<br>ป้องกันเรียนไม่รู้เรื่อง ชดเชยช่วงปิดเรียน</h2>



<p>ส่วนมาตรการรองรับหลังเปิดเทอมก็ถือเป็นอีกประเด็นที่สำคัญ ผอ.นุตประวีณ์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในช่วงการเรียนทั้งออนไลน์และออนแฮนด์ที่ผ่านมา อาจทำให้เด็กๆ ไม่ได้รับความรู้เต็มที่เหมือนกับเรียนที่โรงเรียน ช่วงที่กลับมาเรียนอีกครั้ง&nbsp; จึงต้องมีการเรียนซ่อมเสริมให้นักเรียน</p>



<p>“ครูจะเป็นคนสำรวจว่าเด็กแต่ละคนมีจุดอ่อนตรงไหน เด็กเล็กๆ หลายคนช่วงที่เรียนที่บ้านนานๆ จะทำให้เขาอ่านเขียนได้น้อยลง ครูก็จะไปสอนเสริมให้เขาก่อน เพราะการอ่านออกเขียนได้เป็นพื้นฐานสำคัญ ในขณะที่เด็กคนไหนที่เรียนทัน ครูก็ต้องเพิ่มเนื้อหาที่แอดวานซ์ให้เขาได้พัฒนา&nbsp; ต้องยอมเหนื่อยขึ้นเพื่อให้ลูกศิษย์เรียนรู้ได้ดีขึ้น จากในวง PLC เราจะรับรู้ถึงจิตวิญญาณความเป็นครูของแต่ละคนที่เสียสละทุ่มเทเพื่อเด็กๆ”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5412df"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-11.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading">สร้างการเรียนรู้ที่ดีขึ้น<br>ครูต้องไม่ชี้ถูกชี้ผิด แต่เปิดพื้นที่ให้เด็กคิดด้วยตัวเอง</h2>



<p>โรงเรียนบ้านราหุลได้นำกระบวนการของมูลนิธิลำปลายมาศพัฒนาเข้ามาใช้ โดยมีทีมโค้ชจากมหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นพี่เลี้ยงให้กับทีมครู ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนการทำงานไปจนถึงการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง</p>



<p>เมื่อครูเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการสอนให้เด็กรู้จักคิด ครูเริ่มใช้โทนเสียงที่ต่ำ ไม่ใช้การสั่งแต่เปลี่ยนเป็นการพูดคุยเสนอแนะ&nbsp; ทำให้เด็กกล้าแสดงออกมากขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7e5b93"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/12/TSQP-สาระสนเทศแก้ปัญหา-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“ระยะเวลาแค่ 3 เดือนแรกเราก็เห็นผลความเปลี่ยนแปลง จากการใช้จิตศึกษาเข้ามาช่วยให้นักเรียนรู้จักกำกับตัวเอง จนตอนนี้ช่วงเข้าแถวตอนเช้า แทบไม่ได้ยินเสียงนักเรียนคุยกัน จากแต่ก่อนที่เสียงจ้อกแจ้กวุ่นวาย</p>



<p>“รูปแบบนี้ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนของครูก่อน ซึ่งครูทั้งโรงเรียนก็พร้อมใจกันเปลี่ยน บางคนตอนแรกอาจจะต่อต้านบ้าง คิดว่าเดี๋ยวจะเกษียณอยู่แล้ว ทำไมต้องมาเปลี่ยน แต่พอครูคนอื่นเริ่มเปลี่ยน&nbsp; และเห็นผลความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเด็ก ครูที่ยังไม่เปลี่ยนก็เปลี่ยนตาม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งระบบ”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/aticle-tsqp-real-time-database-helping-to-keep-children-out-of-the-education-system-221221/">“ฐานข้อมูล” ที่ถูกต้อง เรียลไทม์ เครื่องมือเริ่มต้นช่วยสกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 21 Jun 2021 09:47:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[สธ.]]></category>
		<category><![CDATA[DMC]]></category>
		<category><![CDATA[พม.]]></category>
		<category><![CDATA[ตรีนุช เทียนทอง]]></category>
		<category><![CDATA[ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=42037</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/">สพฐ. – กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><strong>สพฐ. &#8211; กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทาความเดือดร้อนช่วงโควิด-19 “ดีเดย์ วันที่ 25 มิถุนายน” สกัดเด็กหลุดจากระบบการศึกษา ผ่านการเชื่อมฐานข้อมูล DMC-CCT ทั่วประเทศเช็กเด็กเสี่ยงหลุด พร้อมเชื่อมโยงความช่วยเหลือ พม. สธ. ต่อเนื่อง</strong></strong></p>



<p>เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัด สพฐ. ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting)<br> </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-6ba81e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/banner-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong><strong>ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong></strong> กล่าวว่า จากการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในโครงการจัดสรรเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข ระหว่าง สพฐ. และ กสศ. ผ่านมา 2 &#8211; 3 ปี ตัวเลขนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภาคเรียนที่ 2/2563 มีนักเรียนยากจนพิเศษ (ทุนเสมอภาค) จำนวนกว่า 1.1 ล้านคน ทุกฝ่ายในสังคม ทั้งรัฐบาล สภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษ ผู้ด้อยโอกาส เพื่อลดช่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ล่าสุดในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 กสศ.ได้จัดสรรเงินอุดหนุนเพิ่มเติมให้แก่นักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มช่วงชั้นรอยต่อ (อนุบาล 3 ประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3) เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาในการเตรียมความพร้อมการศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 อัตราคนละ 800 บาท จำนวนกว่า 286,390 คน ครอบคลุมสถานศึกษาจำนวน 24,798 แห่ง ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากครู ผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่เขตพื้นที่การศึกษา ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ตามที่สถานศึกษารายงานมาพบว่า มีนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อที่คาดว่าจะไม่ศึกษาต่อจำนวน 5,654 คน และมีนักเรียนจำนวน 8,944 คน ที่อาจยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนดังกล่าว เนื่องจากสถานศึกษายังไม่ได้รายงานเข้ามา ดังนั้นจึงขอให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำกับติดตาม และหากสถานศึกษาใดไม่สามารถจ่ายเงินให้นักเรียนได้แล้ว ขอให้ส่งคืนเงินกลับไปยัง กสศ. ตามขั้นตอนต่อไป</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-247c2f"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>นอกจากนี้ สพฐ. และ กสศ. ได้รายงานความก้าวหน้ามาตรการให้ความช่วยเหลือนักเรียนทุนเสมอภาคกลุ่มรอยต่อ แก่<strong>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นางสาวตรีนุช เทียนทอง)</strong> โดยท่าน รมว.ศธ. ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มรอยต่อ เพื่อป้องกันมิให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา จึงขอให้ กสศ.ทำงานร่วมกับ สพฐ. โดยเชื่อมโยงและส่งต่อฐานข้อมูล DMC และ CCT กลุ่มนักเรียนที่มีความเสี่ยงและมีแนวโน้มที่ไม่ศึกษาต่อในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ให้แก่ สพฐ. เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาติดตามช่วยเหลือนักเรียนให้สามารถกลับสู่ระบบการศึกษาในช่วงเปิดเทอมใหม่นี้ได้อย่างทันเวลา และเพื่อเป็นการลดภาระงานครูในการทำงานที่ซ้ำซ้อนด้วย</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-32329b"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุกล่าวว่า ควรจะมีการพัฒนากลไกสนับสนุนการดำเนินการในเขตพื้นที่การศึกษา ทั้งกำกับ ส่งเสริม สนับสนุนในการดูแลช่วยเหลือ และการคัดกรองนักเรียน ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง CCT ซึ่งสามารถดูได้ว่านักเรียนยากจนพิเศษในพื้นที่มีกี่คน โรงเรียนไหนกี่คน เพื่อเข้าไปดูแลอย่างทั่วถึง อีกทั้งต้องมีการพัฒนาครู ผู้ปฏิบัติงานผ่านระบบ อบรมออนไลน์ ซึ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นี้ ควรเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสที่สามารถจัดอบรมด้วยการใช้ระบบเทคโนโลยี อีกทั้งต้องสร้างความตระหนักและความเข้าใจเงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนให้กลุ่มผู้ปกครอง</p>



<p>“โครงการนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องได้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี นักเรียนยากจนพิเศษได้รับการดูแลดีขึ้นเรื่อย ๆ นับเป็นความสำเร็จความภาคภูมิใจร่วมกันของ สพฐ. อีกทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระดับสถานศึกษา ครูที่เอาใจใส่เยี่ยมบ้านเด็ก โดยไปสัมภาษณ์ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ให้กำลังใจในภาวะที่ยากลำบากต้องทำงานอย่างหนักเพื่อไปดูแลนักเรียนที่เป็นภารกิจสำคัญ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่สนับสนุนการดำเนินการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ให้เด็กยากจนพิเศษได้รับการดูแลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และต้องขอขอบคุณคุณครู เพราะที่ต้องใช้เวลาวันหยุดราชการไปในการคัดกรองนักเรียน เพราะวันธรรมดาต้องสอนหนังสือ คุณครูทำงานหนักมาก เนื่องจากสอนแบบ on-site ไม่ได้ จึงคิดการสอนในรูปแบบอื่น” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว</p>



<p>ว่าที่ร้อยตรี ธนุกล่าวว่า นับเป็นความร่วมมือที่สวยงามระหว่าง สพฐ.และ กสศ. ในการดูแลเด็กนักเรียนอีกหลายสังกัด เช่น ตชด. อปท. พศ. ฯลฯ ซึ่งสิ่งที่กังวลจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและเชื่อว่าเด็กยากจนและยากจนพิเศษจะเพิ่มมากขึ้น เพราะผู้ปกครองนักเรียนลำบากมากขึ้น ทั้งหมดเชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การศึกษา วันนี้ผู้ปกครอง โรงเรียน ได้รับผลกระทบ กสศ.ก็ถูกปรับลดงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการก็ถูกปรับลดงบประมาณเช่นกัน แต่เราต้องคิดงานในรูปแบบใหม่ แม้จะมีงบประมาณเท่าไหร่ก็ตาม เป้าหมายผลผลิตหลักคือเด็กนักเรียนต้องได้รับการดูแลเหมือนเดิม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-8fdaa9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/06/web_04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ลดลง มีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบุตรหลานนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อที่ต้องย้ายไปเรียนที่ใหม่ที่ยิ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น จึงนำมาสู่การช่วยเหลือสนับสนุนนักเรียนช่วงชั้นรอยต่อจำนวน 800 บาท ที่จ่ายเงินไปถึงมือเด็กแล้ว 2.77 แสนคน จากนักเรียนที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมด 2.86 แสนคน ขณะเดียวกันพบเด็กประมาณ 1 แสนคน ที่ย้ายโรงเรียนไปเรียนในพื้นที่อื่น และมีเด็กนักเรียนที่ไม่เรียนต่อช่วงชั้น ป.6 และ ม.3 ประมาณ 5,654 คน หรือ 1.97% มีสาเหตุสำคัญมาจากต้องไปทำงาน/ ผู้ปกครองไม่ให้ศึกษาต่อ/ ช่วยผู้ปกครองทำงานหารายได้ / ไม่มีค่าธรรมเนียมค่าเล่าเรียน มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ไม่มีค่าเดินทาง ซึ่งต้องช่วยกันหาทางแก้ปัญหาให้กับเยาวชนที่จะเป็นเสาหลักของครอบครัวต่อไปในอนาคต ทาง กสศ. และ สพฐ. จึงมีแผนความร่วมมือกันพัฒนาระบบการติดตาม และส่งต่อนักเรียนกลุ่มรอยต่อนี้ผ่านการเชื่อมโยงระบบสารสนเทศ DMC และ CCT ของ สพฐ. และ กสศ. เข้าด้วยกัน ให้เกิดเป็นระบบเฝ้าระวังเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา (Early Warning System) ที่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องทุกปีการศึกษาต่อไปในอนาคต <strong>โดยในปีนี้จะมีการเชื่อมระบบกันในวันที่ 25 มิถุนายน 2564 เพื่อตรวจสอบข้อมูลรายบุคคลนักเรียนทั่วประเทศเพื่อค้นหาเด็กเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา</strong> </p>



<p>“นอกจากนี้  กสศ. และ สพฐ. ยังได้ปรังปรุงพัฒนาระบบการบันทึกข้อมูลใน CCT App ให้สามารถทำหน้าที่เป็น One Application ที่สามารถลดภาระงานครู คืนเวลาให้ครูกลับสู่ห้องเรียน และสามารถสนับสนุนการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อบูรณาการงบประมาณในการดูแลสุขภาวะขั้นพื้นฐานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโอกาสทางการศึกษาของเด็กเยาวชนในครัวเรือนยากจนด้อยโอกาส เช่น การตัดแว่นสายตาให้กับเด็กที่มีความบกพร่อง และการช่วยเหลือสนับสนุนผู้ปกครองที่เป็นผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง เป็นต้น โดยจะเริ่มทดลองนำร่องใน 29 พื้นที่ ครอบคลุม 602 โรงเรียน  ซึ่งต้องขอขอบคุณครู ผู้บริหาร สถานศึกษาที่ลงไปเยี่ยมบ้าน กรอกข้อมูล นำไปสู่การสร้างโอกาสให้กับเด็กทุกคน” ดร.ไกรยสกล่าว</p>



<p> </p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-obec-eef-teacher-alleviating-suffering-during-covid-19/">สพฐ. – กสศ. ผนึกกำลังคุณครู เขตพื้นที่ เดินหน้าดูแลเด็กยากจนพิเศษ (ช่วงชั้นรอยต่อ) บรรเทา ความเดือดร้อนช่วงโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. จับมือภาคเอกชน เปิดตัวแคมเปญ ‘มื้อนี้พี่เลี้ยง‘ บรรเทาภาวะขาดสารอาหารของนร.ยากจนพิเศษหลังโควิด-19</title>
		<link>https://www.eef.or.th/11-09-20/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2020 09:44:25 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[สธ.]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เงินติดล้อ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[มื้อนี้พี่เลี้ยง]]></category>
		<category><![CDATA[แกร็บ ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[เครือบริษัทแสงทองสหฟาร์ม]]></category>
		<category><![CDATA[อัครา กรุ๊ป จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท ซีวา แอนิมัล เฮลธ์ (ประเทศไทย) จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ลัดดา เหมาะสุวรรณ]]></category>
		<category><![CDATA[จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม]]></category>
		<category><![CDATA[ฐิติภูมิ วงศ์เกียรติขจร]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาวุฑ เอื้อละพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[นิภา วนิชวัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[สพ.ญ.วิลาสินี ฤทธิวิกรม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=21376</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.เผย ระบบติดตามผล iSEE ชี้นักเรียนยากจนพิเศษกว่าแสนค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/11-09-20/">กสศ. จับมือภาคเอกชน เปิดตัวแคมเปญ ‘มื้อนี้พี่เลี้ยง‘ บรรเทาภาวะขาดสารอาหารของนร.ยากจนพิเศษหลังโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-21414" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnailA-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnailA-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnailA-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnailA-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnailA-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="color: #008000;">กสศ.เผย ระบบติดตามผล iSEE ชี้นักเรียนยากจนพิเศษกว่าแสนคนมีภาวะขาดสารอาหาร แพทย์หวั่นกระทบทั้งพัฒนาการและการเรียนรู้ระยะยาว เดินหน้าประสาน สธ.ตรวจสอบข้อมูลเพื่อช่วยเหลือยั่งยืน ขณะเดียวกันยังจับมือภาคเอกชนชั้นนำเปิดตัวแคมเปญ “มื้อนี้พี่เลี้ยง” ส่งความช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษให้ทันสถานการณ์  พร้อมสำรวจปัญหาอีกกว่า 500  โรงเรียนที่มีนักเรียนยากจน-ยากจนพิเศษ 100% เพื่อช่วยเหลือได้ตรงจุดต่อไป</span></p>
<p>เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2563 ที่กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับ ภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ แกร็บ ประเทศไทย, บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด,  เครือบริษัทแสงทองสหฟาร์ม, อัครา กรุ๊ป จำกัด, บริษัท ซีวา แอนิมัล เฮลธ์ (ประเทศไทย) จำกัด  และบริษัท เงินติดล้อ จำกัด เปิดตัวแคมเปญ <strong>“มื้อนี้พี่เลี้ยง”</strong> หนึ่งในโครงการระดมความร่วมมือพัฒนาระบบอาหารเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียนยากจนพิเศษ</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21415" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/สุภกร-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>นายสุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong> กล่าวว่า  ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบไปทุกด้าน นอกเหนือจากทุนเสมอภาคที่กสศ.ได้จัดสรรให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษกว่า 8 แสนคน คนละ 2,000 บาท ในภาคเรียนที่หนึ่ง ปีการศึกษา 2563 เพื่อบรรเทาอุปสรรคภาระค่าใช้จ่ายในการมาเรียน ซึ่งกสศ. ได้จัดสรรไปถึงเด็กๆ แล้วนั้น  ล่าสุด กสศ.ยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนชั้นนำ เปิดตัวแคมเปญ “มื้อนี้พี่เลี้ยง” หนึ่งในโครงการระดมความร่วมมือพัฒนาระบบอาหารเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียนยากจนพิเศษ  เพื่อเร่งแก้วิกฤตขาดสารอาหารให้กับเด็กนักเรียนยากจนพิเศษราว 1 แสนคน โดยสาเหตุมาจากความยากจนและผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19  ปัญหานี้เป็นปัญหาสะสมจากความขาดแคลนของครอบครัว ภาวะความเร่งรีบในการประกอบอาชีพที่ทำให้ผู้ปกครองไม่มีเวลาเตรียมอาหารที่มีโภชนาการที่ดีให้เด็ก รวมถึงการขาดความรู้ด้านโภชนาการ</p>
<p>กสศ.ได้ใช้ระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือระบบ iSEE ติดตามอัตราการเจริญเติบโตของนักเรียนยากจนพิเศษระดับชั้นประถมศึกษา-มัธยมศึกษาตอนต้น ที่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข (Conditional Cash-Transfer: CCT) หรือทุนเสมอภาค ตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 โดยเปรียบเทียบน้ำหนักและส่วนสูงตามเกณฑ์แสดงการเจริญเติบโตของเด็กอายุ 5-18 ปี ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  พบว่า  มีนักเรียนยากจนพิเศษที่มีภาวะขาดสารอาหาร ราวหนึ่งแสนคน โดยเป็นนักเรียนยากจนพิเศษที่มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อายุ (ผอม) จำนวน 46,053 คน (6.6 % ของนักเรียนยากจนพิเศษ) และน้ำหนักค่อนข้างน้อยจำนวน 54,108 คน (7.8 % ของนักเรียนยากจนพิเศษ) โดยส่วนใหญ่เป็นนักเรียนในระดับประถมศึกษา ราว 73% &#8211; นายสุภกร  กล่าว</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-21380" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/b-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>นายสุภกร กล่าวว่า นักเรียนยากจนพิเศษที่มีภาวะขาดสารอาหาร ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และพบมากที่สุดในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ นราธิวาส นครราชสีมา เชียงใหม่ บุรีรัมย์ และขอนแก่น เด็กกลุ่มนี้ประสบภาวะขาดสารอาหารเป็นระยะเวลานาน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความยากไร้ขัดสน การขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโภชนาการของครอบครัว และความเร่งรีบในการประกอบอาชีพส่งผลให้ผู้ปกครองไม่สามารถจัดสรรอาหารเช้าที่มีคุณค่าให้กับเด็กๆ ได้  ทำให้กระทบต่อการเจริญเติบโตของเด็กทั้งทางร่างกายและสติปัญญา รวมถึงประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง  <span style="color: #008000;">ซึ่งหนึ่งในภารกิจตามกฎหมายของกสศ. คือการเชื่อมโยงความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โดยที่ปัญหาเรื่องความมั่นคงทางอาหารก็เป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาด้วย </span>ทางกสศ<span class="s1">.</span>ยังได้ประสานข้อมูลกับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งอยู่ในคณะกรรมการบริหารของกสศ<span class="s1">.</span>และดูแลเรื่องนี้โดยตรง เพื่อตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดและหาแนวทางช่วยเหลืออย่างยั่งยืนต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21384" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-6.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-6.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-6-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-6-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/a-6-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p>ผู้จัดการกสศ. กล่าวเพิ่มเติมว่า แคมเปญมื้อนี้พี่เลี้ยง เป็นหนึ่งในโครงการระดมความร่วมมือพัฒนาระบบอาหารเพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ให้แก่เด็กนักเรียนยากจนพิเศษของกสศ. ซึ่งมีทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน เข้ามาร่วมสนับสนุน ทั้งในรูปแบบแพลตฟอร์มการรณรงค์รับบริจาคออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการสนับสนุนทรัพยากรในรูปของเงินบริจาคและอาหาร ให้แก่กลุ่มโรงเรียนที่มีนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษ 100% ซึ่งจากระบบ isee รายงานว่ามีอยู่ราว 500 โรง <span style="color: #008000;">โครงการนี้จะมุ่งไปยังโรงเรียนที่มีนักเรียนภาวะขาดสารอาหารจำนวนมาก เพื่อให้เด็กๆ ได้รับประทานอาหารเช้าที่มีคุณค่าตามโภชนาการตลอดปีการศึกษา 2563 เบื้องต้นจะส่งความช่วยเหลือไปยังนักเรียน 1,000 คนแรกที่อยู่ในภาวะวิกฤตก่อนขยายผลต่อเนื่อง</span> นอกจากนี้กสศ. จะมีการสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพปัญหาที่แท้จริงของทั้ง 500 โรงเรียนดังกล่าว ซึ่งอาจมีมิติปัญหาด้านอื่นๆ ของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเพื่อช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดต่อไป</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21416" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ลัดดา.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ลัดดา.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ลัดดา-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ลัดดา-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ลัดดา-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>รศ.พญ.ลัดดา เหมาะสุวรรณ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ </strong>กล่าวว่า แม้ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการขจัดปัญหาขาดสารอาหาร ภาวะโภชนาการพร่องลดน้อยลง แต่ยังพบเด็กน้ำหนักน้อยและเตี้ยในเด็กยากจนด้อยโอกาส คาดว่ามีเด็กที่มีปัญหาเรื่องขาดสารอาหารจำนวนหลายแสนคน หากไม่ทำอะไรจะเป็นเด็กมีปัญหาไม่มีคุณภาพ และผลการศึกษาระบุว่า เด็กที่ขาดสารอาหารจะเรียนไม่จบ จากข้อมูล พบว่าเด็กที่มีภาวะเตี้ยน่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  โดยภาวะขาดสารอาหารเด็กกลุ่มที่ยากจนมีความเสี่ยงมากเพราะช่วยเหลือตัวเองได้ยาก สังคมและชุมชนต้องมีส่วนเข้าไปช่วยเหลือไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางแก้ไขปัญหาได้</p>
<blockquote><p>เด็กต้องการสารอาหารที่มีคุณค่าตามโภชนาการเพื่อการเจริญเติบโตด้านร่างกายและสติปัญญา เช่น ธาตุเหล็ก ไอโอดีน ถ้าเด็กได้ธาตุเหล็กไม่เพียงพอตัวจะซีด เป็นโรคโลหิตจาง ส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ สมาธิและความจำไม่ดี การเรียนรู้มีปัญหา ไม่มีประสิทธิภาพในการคิดวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังเจ็บป่วย ขาดเรียนบ่อย เรียนไม่รู้เรื่อง ผลการเรียนไม่ดี ถ้าอดอาหารนานเหมือนกินตัวเองไปเรื่อยๆ ร่างกายไม่เจริญเติบโต ดังนั้นหากขาดสารอาหารนานๆจะมีผลทำให้ร่างกายผอมและเตี้ย &#8211; รศ.พญ.ลัดดา กล่าว</p></blockquote>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21382" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/c-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย </strong>กล่าวว่า ด้วยพันธกิจของแกร็บ ในการส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมไปถึงการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการปลดล็อคและทลายข้อจำกัดต่างๆ เพื่อสร้างโอกาส ยกระดับคุณภาพชีวิต แก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้คนในสังคม รวมไปถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน จึงได้เกิดเป็นความร่วมมือกับ กสศ. ซึ่งเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเป็นตัวกลางและช่องทางการระดมทุมช่วยเหลือน้องๆ ผู้ด้อยโอกาสผ่านร้านอาหารเสมือนจริง (Virtual Store) ภายใต้ชื่อ “ทุพโภชนา” บนแพลตฟอร์ม GrabFood โดยผู้ใช้บริการแกร็บทุกท่านสามารถมีส่วนร่วมในการส่งต่อมื้ออาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการให้แก่เด็กนักเรียนยากจนพิเศษ ผ่านแนวคิด #มื้อนี้พี่เลี้ยง ซึ่งผู้บริโภคสามารถร่วมเปลี่ยนมื้ออาหารของน้องๆ ผ่านการสั่งเมนูอาหารในร้านทุพโภชนา โดยจำนวนเงินค่าอาหารจะถูกรวบรวมเพื่อมอบเป็นทุนค่าอาหารให้แก่น้อง ผ่านการบริจาคได้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2563 นี้ เป็นระยะเวลา 2 เดือน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21419" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ฐิติภูมิ-วงศ์เกียรติขจร-.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ฐิติภูมิ-วงศ์เกียรติขจร-.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ฐิติภูมิ-วงศ์เกียรติขจร--300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ฐิติภูมิ-วงศ์เกียรติขจร--768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ฐิติภูมิ-วงศ์เกียรติขจร--750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>นายฐิติภูมิ วงศ์เกียรติขจร  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด</strong> กล่าวว่า ในฐานะที่ Greyhound Café ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Creativity และ Brand Experience เรามองเห็นความสำคัญของแพลตฟอร์มการรับบริจาค ของ กสศ. ว่าเราเป็นแบรนด์หนึ่งที่มีส่วนร่วมในการทำความดีครั้งนี้ได้อย่างสร้างสรรค์ จึงเกิดเป็นเมนูพิเศษภายใต้โครงการ The Empty Plate Project ที่ทาง Greyhound Café คิดขึ้นมานำเสนอ จากแนวคิดที่ว่า “เปลี่ยนมื้ออดให้เป็นมื้ออิ่ม” เราสร้างสรรค์เมนูพิเศษที่คุณสามารถ “สั่งทางนี้ อิ่มทางโน้น” เงินค่าอาหารที่คุณสั่งจะถูกส่งไปสมทบโครงการมื้ออาหารเช้าสำหรับเด็กที่ขาดแคลน สิ่งเดียวที่เราจะเสิร์ฟให้คุณคือจานเปล่าซึ่งมีคำขอบคุณจากน้องๆ สู่คุณ โดยเมนูพิเศษของเด็กๆ ที่เราคิด จะมาพร้อมกับคำบรรยายที่เขียนเล่าเรื่องราวถึงความน่ากิน ความอร่อย และแต่ละเมนูมีความสำคัญต่อเด็กอย่างไรในเชิงโภชนาการ</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21417" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ธนาวุฑ-เอื้อละพันธ์-.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ธนาวุฑ-เอื้อละพันธ์-.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ธนาวุฑ-เอื้อละพันธ์--300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ธนาวุฑ-เอื้อละพันธ์--768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/ธนาวุฑ-เอื้อละพันธ์--750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>นายธนาวุฑ เอื้อละพันธ์ รองประธานกรรมการ เครือบริษัทแสงทองสหฟาร์มและ อัครา กรุ๊ป จำกัด</strong> กล่าวว่า อัครา กรุ๊ป เล็งเห็นถึงปัญหาการขาดโภชนาการที่ดีของเด็กๆ จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “อัครา อาสาปันอิ่มปันยิ้มให้สังคม” ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่อยากจะแบ่งปัน และส่งมอบความช่วยเหลือให้กับเด็กๆ ที่ขาดแคลนอาหาร โดยทุกๆครั้ง ที่มีการซื้อสินค้าไข่ไก่อัครา1 แพ็ค ทางอัคราจะบริจาคไข่ไก่ให้ 2 ฟอง เพื่อส่งให้กับน้องๆที่ขาดแคลนอาหาร ผ่านทาง กสศ. ภายใต้แคมเปญ “มื้อนี้พี่เลี้ยง”ร่วมส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับสังคม</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21420" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นิภา.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นิภา.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นิภา-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นิภา-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/นิภา-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>นางสาวนิภา วนิชวัฒน์ ผู้อำนวยการอาวุโส งานกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เงินติดล้อ จำกัด</strong> กล่าวว่า ที่เงินติดล้อ เราเชื่อในเรื่องของการส่งมอบโอกาสที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงินให้กับผู้ที่เข้าไม่ถึงการเงินในระบบธนาคาร เราเป็นองค์กรที่อยากมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น การมาร่วมสนับสนุนโครงการของ กสศ.ในการช่วยเหลือเด็กและเยาวชน สำหรับเงินติดล้อ ถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่เราจะได้มีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมไทย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21421" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วิลาสินี.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วิลาสินี.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วิลาสินี-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วิลาสินี-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/วิลาสินี-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><strong>สพ.ญ.วิลาสินี ฤทธิวิกรม Poultry Marketing Manager Ceva Animal Health Thailand</strong> กล่าวว่า <strong>Ceva Animal Health </strong>เล็งเห็นความสำคัญของโครงการที่ทาง กสศ.ได้จัดขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหนึ่งในพันธกิจที่ทางบริษัทต้องการสนับสนุน นั่นคือการช่วยเหลือเด็กๆที่มีความขาดแคลน มีภาวะทุพโภชนาการและมีปัญหาความยากจน ซึ่งมักจะเป็นปัญหาควบคู่กัน เราจึงยินดีร่วมสนับสนุนไข่ไก่เพื่อเติมเต็มมื้ออาหารของน้องๆ ให้มีโภชนาการที่ดียิ่งขึ้น ทางบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการ “มื้อนี้พี่เลี้ยง” จะได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเพื่อประโยชน์สูงสุดตามวัตถุประสงค์ของเรา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><b>ร่วมเติมเต็มมื้อเช้าผ่านกิจกรรมช่องทางต่างๆ ดังนี้</b></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-21387" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-11-at-4.39.43-PM.png" alt="" width="869" height="372" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-11-at-4.39.43-PM.png 869w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-11-at-4.39.43-PM-300x128.png 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-11-at-4.39.43-PM-768x329.png 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/Screen-Shot-2020-09-11-at-4.39.43-PM-750x321.png 750w" sizes="(max-width: 869px) 100vw, 869px" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>หรือร่วมบริจาคช่วยเหลือน้องๆ</strong><br />
ให้แคมเปญ <strong>“มื้อนี้พี่เลี้ยง”</strong><br />
ได้ที่ <a href="https://www.eef.or.th/donate/this-meals-on-me/" target="_blank" rel="noopener noreferrer">https://www.eef.or.th/donate/this-meals-on-me/</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/11-09-20/">กสศ. จับมือภาคเอกชน เปิดตัวแคมเปญ ‘มื้อนี้พี่เลี้ยง‘ บรรเทาภาวะขาดสารอาหารของนร.ยากจนพิเศษหลังโควิด-19</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เงินอุดหนุน ช่วยเด็กกลับมาเรียนสม่ำเสมอ 98% สพฐ.ย้ำรร.ช่วยตรวจสอบสิทธิ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/0256-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 19 Nov 2019 08:13:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงศึกษาธิการ]]></category>
		<category><![CDATA[Tele Conference]]></category>
		<category><![CDATA[รต.ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9398</guid>

					<description><![CDATA[<p>สพฐ. ระบุ เงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข ช่วยบรรเทาความเดือ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0256-2/">เงินอุดหนุน ช่วยเด็กกลับมาเรียนสม่ำเสมอ 98% สพฐ.ย้ำรร.ช่วยตรวจสอบสิทธิ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9402" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654630.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654630.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654630-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654630-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654630-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654630-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654630-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<blockquote><p><strong>สพฐ. ระบุ เงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้นักเรียนยากจนที่สุดได้จริง ส่งผล 98% มาเรียนสม่ำเสมอตามเกณฑ์</strong><strong> ลดความเสี่ยงหลุดออกนอกระบบ ย้ำเขตพื้นที่ กำชับโรงเรียน  300 กว่าแห่งบันทึกข้อมูลบัญชีรับทุนเสมอภาคให้ถูกต้อง ป้องกัน เด็กเสียสิทธิ์</strong></p></blockquote>
<p>ขณะที่ กสศ.เผย ภาคเรียน1/2562 ช่วยเด็กพิการที่ยากจนพิเศษมากกว่า 4 หมื่นคน  จับมือสพฐ.ปลดล็อคระบบ เพื่อช่วยเด็กด้อยโอกาสซ้ำซ้อนได้มากกว่านี้  ชี้หากไม่ถูกตัดงบ ปีการศึกษา 2563 สามารถช่วยเด็กอนุบาลยากจนที่สุดได้มากกว่า 1.5 แสนคน</p>
<p>เมื่อวันที่ 19  พฤศจิกายน 62  ที่ห้องประชุม DOC อาคาร สพฐ. 5  กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดประชุมชี้แจงการดำเนินงานจัดทำข้อมูลระบบการคัดกรองนักเรียนยากจนและนักเรียนยากจนพิเศษ (นักเรียนทุนเสมอภาค) ประจำภาคเรียนที่ 2/2562  .ให้แก่เขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 255 เขต ทั่วประเทศ ผ่านระบบ Tele Conference</p>
<p>ว่าที่ รต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กล่าวว่า โครงการเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข หรือ CCT ของโรงเรียนสังกัด สพฐ.  เป็นหนึ่งในโครงการบูรณาการงานระหว่าง ศธ.และกสศ.  ที่เป็นรูปธรรมในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและเกิดผลลัพธ์มุ่งตรงกลุ่มเป้าหมายนักเรียนที่ยากจนที่สุด  ในปีการศึกษา 2562  มีนักเรียนยากจนพิเศษระดับชั้นประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้นผ่านการรับรองจากคณะกรรมการสถานศึกษาจำนวนทั้งหมด 723,604 คน ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขหรือทุนเสมอภาคจาก กสศ.   จำนวนทั้งสิ้น 699,737  คนใน 27,512 สถานศึกษาสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศ หรือร้อยละ 98.5 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามร่วมมือจากสถานศึกษาและเขตพื้นที่ที่ช่วยกันกรอกข้อมูลเข้ามาได้ทันเวลาเกือบ 100%  อย่างไรก็ตามพบว่าในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 ที่ผ่านมายังมีสถานศึกษาที่บันทึกข้อมูลเลขบัญชีธนาคารไม่ถูกต้องจำนวน 309 สถานศึกษา ส่งผลให้นักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์นักเรียนยากจนพิเศษเสียโอกาส ได้รับเงินอุดหนุนสร้างโอกาสทางการศึกษานี้ไป  ดังนั้นในภาคเรียนที่ 2 /2562 นี้ จึงขอความร่วมมือให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต ติดตาม กำชับให้สถานศึกษา และคุณครู ร่วมกันกรอกข้อมูลในขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์   ทั้งนี้ กสศ.ช่วยพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อเป็นเครื่องมือให้ทั้ง 225 เขตพื้นที่การศึกษาซึ่งเป็นหน่วยกำกับติดตาม   สามารถติดตามการคัดกรอง การจัดสรรเงินทุนเสมอภาคของทุกโรงเรียนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แบบเรียลไทม์</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9403" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654628.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654628.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654628-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654628-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654628-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654628-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654628-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" />รต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</pre>
<p>&nbsp;</p>
<p>ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  กล่าวว่า  สิ่งที่สพฐ.และกสศ.ให้ความสำคัญอีกเรื่องคือ นักเรียนที่มีความด้อยโอกาสหลายประเภท ล่าสุดได้ประสานให้ทางกสศ. ปรับระบบการคัดกรองความยากจน CCT ในภาคเรียนที่2/2562  ให้ครูสามารถเลือกความด้อยโอกาสได้หลายประเภท เพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาความเดือดร้อนซ้ำซ้อนได้  นอกจากนี้จากรายงานผลลัพธ์โดยระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา พบว่า 98% ของ นักเรียนทุนเสมอภาคมาเข้าเรียนสม่ำเสมอตามเกณฑ์มาตรฐาน คือไม่น้อยกว่า80%   ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่า เงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขแม้เป็นจำนวนไม่มากแต่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของ นักเรียนและครอบครัวได้จริง เพราะการขาดเรียนบ่อยเป็นสัญญาณเตือนของการหลุดออกจากระบบการศึกษา   อย่างไรก็ตาม ยังมีนักเรียนอีก 2% ที่ตัวเลขการมาเรียนไม่ถึง 80 % ตามเงื่อนไขของเงินอุดหนุน  ทางสพฐ.และกสศ.ไม่นิ่งเฉยต่อปัญหานี้ โดยร่วมกันวางระบบส่งต่อข้อมูล เร่งติดตาม เพื่อนำเด็กกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ของศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพฐ. รวมถึงบูรณาการความช่วยเหลือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาเป็นรายคน ป้องกันไม่ให้มีนักเรียนคนใดหลุดออกจากระบบการศึกษา   โดย สพฐ.ได้ขอความร่วมมือจาก กสศ. ในการวิจัยพัฒนาหาแนวทางการส่งต่อและดูแลช่วยเหลือเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถช่วยเหลือนักเรียนยากจนได้อย่างครอบคลุมทุกมิติด้วย</p>
<p>ด้านดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า เงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข (Conditional Cash Transfer: CCT) เป็นนวัตกรรมปฏิรูปมาตรการลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นแนวทางเดียวกับงานวิจัยที่ได้รับรางวัลโนเบลเศรษฐศาสตร์ปีนี้ ซึ่งหลายประเทศประสบความสำเร็จในการใช้มาตรการดังกล่าวลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาอย่างมีประสิทธิผล กสศ. จึงได้วิจัยพัฒนามาตรการดังกล่าวมาใช้ในประเทศไทยเป็นที่แรกร่วมกับ สพฐ. เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ยากจนที่สุด ได้ตรงความต้องการที่แท้จริง และสามารถใช้ป้องกันการหลุดออกจากระบบการศึกษาและส่งเสริมพัฒนาการที่สมวัยตามช่วงวัย ทั้งเด็กเยาวชนที่ประสบปัญหาความด้อยโอกาสทางเศรษฐกิจสังคม และปัญหาสุขภาพ อย่างกรณีนักเรียนที่ยากจนพิเศษที่มีความพิการร่วม ภาคเรียนที่ 1/2562  ก็ได้รับเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข จำนวน  42,228 คน ทั่วประเทศ  และในภาคเรียนที่2/2562 กสศ.ได้ปรับระบบการคัดกรอง ให้ครูสามารถเลือกความด้อยโอกาสได้หลายประเภท เช่น นักเรียนที่พิการและยังยากจนด้วย  จะช่วยให้กสศ. สามารถช่วยเหลือนักเรียนที่มีความด้อยโอกาสซ้ำซ้อนได้มากขึ้นกว่านี้และไม่มีตกหล่น</p>
<p>“คุณครูสามารถคัดกรองและบันทึกข้อมูลนักเรียนกลุ่มเข้าใหม่และนักเรียนที่ประสงค์ขอรับทุนเสมอภาคเพิ่มเติมได้ระหว่างวันที่ 1.-20 ธันวาคม 2562 นี้นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 2563 กสศ.ยังได้เตรียมขยายฐานการช่วยเหลือไปถึงเด็กอนุบาลยากจนพิเศษราว  ประมาณ 1.5 แสนคน เพื่อตอบโจทย์เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 54 ที่กำหนดให้รัฐมีหน้าที่จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับก่อนวัยเรียนจนถึงการศึกษาภาคบังคับโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และให้จัดตั้ง กสศ. ขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสที่เสมอภาคทางการศึกษา คณะกรรมการบริหาร กสศ. จึงได้มีมติขยายผลการดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษสู่ระดับอนุบาลในปีงบประมาณ 2563 นี้ อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่แน่นอนจะต้องรอ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา คาดว่าจะทราบผลในเดือน ธ.ค. 62 &#8211; ม.ค. 63 นี้”</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9404" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654635.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654635.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654635-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654635-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654635-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654635-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/S__16654635-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</pre>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดร.ไกรยส กล่าวว่า กสศ.ร่วมกับซุปเปอร์โพลล์สำรวจความคิดเห็นของ  คุณครู กลุ่มตัวอย่าง 500 คน ทั่วประเทศครอบคลุมทุกภูมิภาคที่มีต่อโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข กสศ.พบว่า ร้อยละ 96 เห็นว่าโครงการนี้เป็นโยชน์แก่นักเรียนมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 96.71  พร้อมสนับสนุนโครงการระดับมากถึงมากที่สุด  และ ร้อยละ 89.8 เห็นว่า การที่ครูได้ลงเยี่ยมบ้านนักเรียนเพื่อทำการคัดกรองตลอดจนกระบวนการทั้งหมด เช่น การกรอกข้อมูลขาดลามาสาย ,น้ำหนัก ,ส่วนสูง มีประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพนักเรียน ในระดับมากถึงมากที่สุด   ทั้งนี้ ภายหลังการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากช่องทางต่างๆ ทั่วประเทศ   สพฐ.ร่วมกับ กสศ. ได้พัฒนาระบบการคัดกรองให้ดีขึ้นเพื่อลดขั้นตอนเวลาและภาระการบันทึกข้อมูลของครูและสถานศึกษา รวมถึงการปรับหลักเกณฑ์ต่างๆให้มีความเหมาะสม เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงานให้กับครูและสถานศึกษา เพราะถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มที่ยากจนที่สุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/0256-2/">เงินอุดหนุน ช่วยเด็กกลับมาเรียนสม่ำเสมอ 98% สพฐ.ย้ำรร.ช่วยตรวจสอบสิทธิ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/1fnov2019/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 01 Nov 2019 11:36:24 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[ธนาคารแห่งประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[ธปท.]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์]]></category>
		<category><![CDATA[จากรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ปี 2562 สู่การใช้นวัตกรรม ทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[อะบีจิต บาเนร์จี]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเธอร์ ดิวโฟล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์]]></category>
		<category><![CDATA[Experimental Research]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด]]></category>
		<category><![CDATA[Randomized Control Trial]]></category>
		<category><![CDATA[RCT]]></category>
		<category><![CDATA[สนับสนุนเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข]]></category>
		<category><![CDATA[NCT]]></category>
		<category><![CDATA[J-PAL]]></category>
		<category><![CDATA[MIT]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8908</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ห้องประชุมสมานสโมสร ธนาคารแห่งประ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1fnov2019/">ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ห้องประชุมสมานสโมสร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึ<wbr />กษา (กสศ.) ร่วมกับสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ป๋วย อึ้งภากรณ์ จัด​เวทีเสวนาวิชาการ เรื่อง “จากรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์<wbr />ปี 2562 สู่การใช้นวัตกรรม ทางเศรษฐศาสตร์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึ<wbr />กษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์<wbr />ในประเทศไทย”</p></blockquote>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8913" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101302-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ.</pre>
<div>ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กสศ. ได้กล่าวปาฐกถา เรื่อง “นวัตกรรมในการจัดทำนโยบายเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาบทเรี<wbr />ยนจากรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปี พ.ศ. 2562”  โดยระบุว่า จากการที่ทางราชสถาบันวิ<wbr />ทยาศาสตร์สวีเดน มอบรางวัลโนเบล สาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำปี 2562 ให้แก่ นายอะบีจิต บาเนร์จี  นางเอสเธอร์ ดิวโฟล นักวิทยาศาสตร์จากสถาบั<wbr />นเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที)  และนายไมเคิล เครเมอร์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลั<wbr />ยฮาร์เวิร์ด ในสหรัฐอเมริกา  ซึ่งถือเป็นการยกย่อง “การนำนวัตกรรมการวิจัยเชิ<wbr />งทดลอง” (Experimental Research) มาสนับสนุนการวิจัยเศรษฐศาสตร์<wbr />ด้านการพัฒนา      ตนเห็นว่าการมอบรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีนี้<wbr />อาจจะมาได้ถูกที่ถูกเวลา   เพราะข้อมูลจากสถาบันสถิติแห่<wbr />งองค์การยูเนสโก (UIS) ชี้ว่ายังมีเด็กเยาวชนมากกว่า 263 ล้านคนทั่วโลกที่ยังคงอยู่<wbr />นอกระบบการศึกษา โดยในจำนวนนี้เป็นเด็กวั<wbr />ยประถมศึกษามากกว่า 60 ล้านคน</div>
<div></div>
<div>ดร.ประสาร กล่าวว่า ที่น่ากังวลไปกว่าจำนวนเด็<wbr />กนอกระบบ คือ ความก้าวหน้าในการสร้<wbr />างความเสมอภาคทางการศึ<wbr />กษาในทศวรรษที่ผ่านมา เริ่มชะลอตัวลง กลุ่มเป้าหมาย 5-10% สุดท้าย ยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึ<wbr />กษาหรือต้องออกจากการเรี<wbr />ยนกลางคัน ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึ<wbr />กษาในระดับโลกเริ่มกลับมามี<wbr />แนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2016-2017 อีกครั้ง   ในขณะที่ประเทศไทยเองยังมีเด็<wbr />กเยาวชนในครอบครัวที่ยากจนและด้<wbr />อยโอกาสอีกมากกว่า 670,000 คนที่มีอายุ 3-18 ปี และยังมีนักเรียนกลุ่มเสี่<wbr />ยงในครอบครัวที่ยากจนและยากจนพิ<wbr />เศษอีกเกือบ 2 ล้านคนที่อาจจะหลุ<wbr />ดออกจากระบบการศึกษาก่อนสำเร็<wbr />จการศึกษาขั้นพื้นฐาน</div>
<div></div>
<div>ดร.ประสาร กล่าวว่า จากสถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาของโลกที่มีแนวโน้<wbr />มลดลงในอัตราที่ถดถอยมากซึ่<wbr />งสะท้อนสภาพปัญหาที่มี<wbr />ความยากมากขึ้น ในขณะที่งบประมาณของภาครั<wbr />ฐและเงินบริจาคกลับมีแนวโน้<wbr />มลดลง จึงมีความจำเป็นที่ผู้<wbr />กำหนดนโยบายต้องเลือกใช้ มาตรการที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลมาก  ซึ่งนวัตกรรมการวิจัยเชิงทดลอง ที่ได้รับรางวั<wbr />ลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปีนี้จึ<wbr />งอาจเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่<wbr />วยให้ผู้กำหนดนโยบาย และหน่วยงานที่มีภารกิ<wbr />จลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปั<wbr />ญหาความยากจนสามารถเลื<wbr />อกนโยบายที่เหมาะสมในการแก้ไขปั<wbr />ญหาตามบริบทของตนได้อย่างมี<wbr />ประสิทธิภาพ และมีความยั่งยืน</div>
<div></div>
<div>“จากผลการวิจัยประเมิ<wbr />นผลโครงการลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษามากกว่า 31 โครงการทั่วโลกด้วยกระบวนการ Randomized Control Trial (RCT) พบว่านโยบายลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาด้วยมาตรการที่<wbr />เจาะจงไปที่ อุปสงค์ต่อการศึกษา (Demand for Education) ซึ่งเป็นมาตรการที่ส่งเสริ<wbr />มโอกาสทางการศึกษา ตรงตามความต้องการที่แท้จริ<wbr />งของฝั่งผู้เรียนและครอบครัว  หลายมาตรการให้ผลลัพธ์และความคุ้<wbr />มค่าทางงบประมาณที่สูงกว่<wbr />ามาตรการด้านอุปทานของการศึ<wbr />กษาที่เน้นผู้จัดการศึกษาเป็นตั<wbr />วตั้ง เช่น “การลดต้นทุนการเข้าถึงการศึ<wbr />กษา” ด้วยการสนับสนุนเงินอุดหนุนอย่<wbr />างมีเงื่อนไข หรือ Conditional Cash Transfer (CCT) ต่ออัตราการมาเรียนของผู้เรียน ซึ่งเป็นมาตราการที่กสศ.ดำเนิ<wbr />นการอยู่ หรือการสนับสนุน อาหารเช้า เครื่องแบบ และการเดินทาง แบบมีเงื่อนไข (Non-cash Conditional Transfer: NCT)” ดร.ประสารกล่าว</div>
<div></div>
<div>ประธานกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า มาตรการที่แก้ปัญหาตรงความต้<wbr />องการที่แท้จริงของนักเรี<wbr />ยนและครอบครัว หรือเจาะจงไปที่อุปสงค์ ได้รับการสนับสนุนจากผลการวิจั<wbr />ยและการประเมินผลด้<wbr />วยกระบวนการวิจัยเชิ<wbr />งทดลองมามากกว่า 58 งานวิจัย ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ในการทำงานของคณะนักเศรษฐศาสตร์<wbr />รางวัลโนเบลในปีนี้ และทีมงานของศูนย์วิจัย J-PAL แห่งมหาวิทยาลัย MIT และสถาบันทั่วโลกว่า  สามารถเพิ่มอัตราการเข้าเรียน การสำเร็จการศึกษา และลดอัตราการหลุ<wbr />ดออกจากระบบการศึกษาของผู้เรี<wbr />ยนจากครัวเรือนที่มี<wbr />ความยากจนได้อย่างมีนัยสำคั<wbr />ญทางสถิติ และใช้งบประมาณน้อยกว่<wbr />ามาตรการทางฝั่งอุปทาน อย่างการสร้างโรงเรียน สร้างห้องเรียนเพิ่ม หรือการเพิ่มครู   ดังนั้นการที่เด็ก เยาวชน หรือ ผู้ปกครอง ปฏิเสธการศึกษา แม้รัฐบาลจะสร้างโรงเรียน หรือจ้างครูเพิ่มเติมในพื้นที่<wbr />ใกล้เคียงเด็กๆมากขึ้นแล้ว ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนที่ขาดซึ่<wbr />งเหตุผล หรือ ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษาต่<wbr />ออนาคตของบุตรหลาน แต่คนกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รั<wbr />บการกระตุ้นการตัดสินใจ ด้วยมาตรการลดความเหลื่อมล้ำที่<wbr />เข้าใจในอุปสงค์ต่อการศึ<wbr />กษาของพวกเขาอย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับบริบทเฉพาะต่างๆ อย่างแท้จริง</div>
<div></div>
<div></div>
<div><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8914" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_165936-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></div>
<div></div>
<div>ดร.ประสารกล่าวว่า แม้สถานการณ์ของประเทศไทยในเรื่<wbr />องความเหลื่อมล้ำนั้นแม้มี<wbr />แนวโน้มในทางที่ดีขึ้นบ้าง  แต่ยังคงมีโจทย์สำคัญหลายเรื่<wbr />องที่ประเทศไทยควรเร่งจัดการอย่<wbr />างเป็นระบบก่อนที่จะส่งผลต่<wbr />อเสถียรภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขั<wbr />นของประเทศในระยะยาว ยังมีหลายส่วนที่มีความซับซ้อน เชื่อว่าการแก้ไขต้องทำที่ต้<wbr />นทาง เริ่มจากการทำให้เด็<wbr />กและเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มี<wbr />คุณภาพ  ซึ่งหลายหน่วยงานทำอยู่ ขณะที่กสศ.มีหน้าที่เสริมความรู้<wbr /> ข้อมูล รวมถึงค้นหาแนวทางใหม่ๆ หาสาเหตุว่าการที่เด็<wbr />กและเยาวชนไม่สามารถเข้าถึ<wbr />งการศึกษาได้เต็มที่ เพราะสาเหตุอะไร</div>
<div></div>
<div>“เด็กบางต้องเดินทางมาโรงเรียน บางคนอยู่ห่าง 20 กิโล เดินทางมา 20 บาท เดินทางกลับอีก 20  บาท  ถ้าพ่อแม่ขายปลาไม่ได้ เด็กต้องอยู่บ้าน เพราะไม่มีค่าเดินทาง  ไม่มีเงินกินอาหารเช้า  บางคนขาดเป็นบางวัน เพราะไม่มีชุดพละ  ในขณะที่ แจกเครื่องแบบนักเรียน ปูพรมไปทั้งประเทศ ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสาธิ<wbr />ตเกษตร บอกว่าไม่ต้อง เค้าซื้อเครื่องแบบให้ลูกได้ ครูก็รวบรวมเพื่อไปบริจาค  นี่คือสิ่งที่สะท้อนเรื่<wbr />องของมาตรการฝั่งอุปทาน     พวกเราต้องระวังอย่าตกหลุ<wbr />มพรางว่า งานของกสศ.ซ้ำซ้อน  จนขอตัดงบประมาณ แต่ความจริงมันคนละวง คนละภารกิจ ความตั้งใจของคณะกรรมการบริ<wbr />หารกสศ. กสศ.จะไม่ทำงานในสเกลใหญ่ แต่เราจะหามุมเล่น รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ในปี<wbr />นี้ ซึ่งเป็นการทำงานวิจั<wbr />ยในแนวทางเดียวกับสิ่งที่กสศ. ทำอยู่ จึงเป็นจังหวะที่ดีมาก เพื่อทำความเข้าใจว่า ที่คุณทำอยู่ใช้เงินมาก เน้นการส่งเสริมโอกาสทางการศึ<wbr />กษาจากฝั่งผู้จัดการศึกษา  แต่กสศ.จะเข้ามาเสริม ใช้ข้อมูลความรู้  ทำให้ถูกที่ถูกทาง เน้นมาตรการที่ส่งเสริ<wbr />มโอกาสทางการศึกษา ตรงตามความต้องการที่แท้จริ<wbr />งของฝั่งผู้เรียนและครอบครัว ซึ่งจะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่มี<wbr />ประสิทธิภาพ  ประสิทธิผล  กสศ.ทำที่ต้นเหตุ ไม่ทิ้งปัญหายากจนข้ามชั่วคน  ในขณะที่แจกเงินชิมชีอปใช้ จะหมด รุ่นต่อไปก็หมด”  ดร.ประสารกล่าว</div>
<div></div>
<div>ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา กสศ.ได้ร่วมประชุ<wbr />มหาแนวทางความร่วมมือทางวิ<wbr />ชาการกับศูนย์วิจัย (Abdul Latif Jameel Poverty Action Lab) J-PAL แห่งมหาวิทยาลัย MIT สาขาภูมิภาคอาเซียน ณ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อพัฒนากรอบแนวทางความร่วมมื<wbr />อเพื่อวิจัยประเมิ<wbr />นผลโครงการลดความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาของกสศ. ด้วยเครื่องมือนวัตกรรมการวิจั<wbr />ยเชิงทดลอง (Randomized Controlled Trials: RCT) ซึ่งเป็นแนวทางของนักวิจัยรางวั<wbr />ลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์ในปีนี้ โดยศูนย์วิจัย J-PAL จะคัดเลือกทีมนักเศรษฐศาสตร์<wbr />จากมหาวิทยาลัย MIT และ สถาบันวิชาการภาคี เพื่อมาสนับสนุนการทำงานวิจั<wbr />ยประเมินผลโครงการของ กสศ. ในประเทศไทย โดยอาจจะเริ่มทดลองในบ้างพื้นที่<wbr />ก่อนในปีการศึกษา 1/2563 นี้ เนื่องจากกสศ.มีงบประมาณที่จำกั<wbr />ดไม่สามารถดำเนินงานได้ทั้<wbr />งประเทศ การประเมินผลลักษณะนี้ จะช่วยให้มีผลการวิจัยที่มีคุ<wbr />ณภาพสูงเพื่อประกอบการตัดสิ<wbr />นใจปรับปรุงพัฒนามาตรการเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาให้แก่ กสศ. และหน่วยงานภาคี หรือกำหนดทิศทางการทำงานของกสศ.<wbr />ว่าควรมุ่งทำงานในส่วนไหนก่อน ภายใต้งบประมาณที่จำกัด และทำอย่างไรให้งานของกสศ.<wbr />สามารถแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาได้อย่างยั่งยืนแท้<wbr />จริง คาดว่าจะได้เห็นรูปธรรมในช่<wbr />วงกลางปีหน้าที่ประเทศไทยจะได้<wbr />รับประโยชน์จากการทำงานของทีมนั<wbr />กเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลร่วมกั<wbr />บทีมนักวิจัยในประเทศไทยเพื่อพั<wbr />ฒนามาตรการเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษาที่ กสศ. และ หน่วยงานภาคีดำเนินการอยู่ในปั<wbr />จจุบัน</div>
<div></div>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8915" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_101313-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการกองทุนเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา 
และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่<wbr />อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</pre>
<p style="text-align: left;">“กสศ. พยายามจะช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่<wbr />อมล้ำให้ตรงจุด โดยเฉพาะปัญหาในฝั่งอุปสงค์<wbr />ทางการศึกษา (Demand-side) ทั้งเรื่องการลดต้นทุนในการเข้<wbr />าสู่ระบบการศึกษา และการประเมินคุณค่าในการศึ<wbr />กษาต่อของผู้เรียนจากครอบครัวที่<wbr />ยากจน ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้เงินไม่<wbr />มาก แต่ผลการวิจัยจากนักเศรษฐศาสตร์<wbr />รางวัลโนเบลพบว่าได้ผลต่<wbr />อความเสมอภาคสูง (High-impact)  เช่น โครงการเงินอุดหนุนนักเรี<wbr />ยนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (Conditional Cash Tranfer: CCT) นั้นเด็กๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนไปจะต้องมี<wbr />เงื่อนไขตามเกณฑ์คือมาเรียนไม่<wbr />น้อยกว่า 80 % ซึ่งข้อมูลล่าสุดพบว่านักเรี<wbr />ยนยากจนพิเศษที่รับทุนกสศ.ไป มาเรียนครบตามเกณฑ์ 98  %  ส่วนอีก 2% กสศ.จะต้องไปติดตามว่าเด็กมีปั<wbr />ญหาอย่างไร  รวมถึงเรื่องดัชนีมวลกาย หรือ ค่า BMI ซึ่งมีอยู่ราว 2 แสนคน หรือราวร้อยละ 30 ที่ยังมีน้ำหนัก ส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่ 1.3 แสนคนสูงเกินมาตรฐาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่ กสศ. พยายามจะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาที่<wbr />ต้นทางให้ตรงจุดจากการนำงานวิจั<wbr />ยทางเศรษฐศาตร์ที่ได้รับรางวั<wbr />ลโนเบลมาเรียนรู้ และทำงานร่วมกับสถาบันวิจัยในต่<wbr />างประเทศและในประเทศเพื่อช่<wbr />วยให้สังคม ผู้เสียภาษี มีความมั่นใจมากขึ้น ว่า กสศ. เราจะใช้เงินเหล่านั้นไปถึงตั<wbr />วเด็กเยาวชน และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ<wbr />ทางการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสู<wbr />งสุดของเงินที่ได้รับมาทุกบาททุ<wbr />กสตางค์ที่ได้รับมาทั้งจากรั<wbr />ฐบาล และจากการบริ<wbr />จาคของภาคเอกชนและประชาชน” ดร.ไกรยสกล่าว</p>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์<wbr />การศึกษา กสศ .กล่าวว่า หลายๆ ประเทศได้นำเอาวิธีการสุ่มตั<wbr />วอย่างเพื่<wbr />อทำการทดลองในทางการศึกษา (Randomized Controlled Trials) มาใช้ แต่ก็อาจจะมีข้อจำกัดอยู่บ้<wbr />างเนื่องจากผลลัพธ์ของการศึ<wbr />กษามีปัจจัยที่เกี่ยวข้<wbr />องหลายอย่าง ทั้งปัจจัยจากตัวนักเรียน โรงเรียน ครูผู้สอน ซึ่งจะมีความซับซ้อนมากกว่<wbr />าในทางวิทยาศาสตร์หรื<wbr />อทางการแพทย์ หรืออาจจะมีปั<wbr />ญหาการขยายผลเอาไปใช้ (External Validity) โดยได้ยกตัวอย่างกรณีที่ได้ผลดี<wbr />ชัดเจนคือองค์กร Pratham ของอินเดียซึ่งทำการอบรมครูผู้<wbr />สอนและอาสาสมัครเพื่อเข้<wbr />าไปสอนนักเรียนในกลุ่มที่<wbr />ยากจนและล้าหลังในการเรี<wbr />ยนโดยเฉพาะ ซึ่งปรากฎว่าได้ผลกระทบเชิ<wbr />งบวกที่สูงมาก มีการนำไปขยายผลต่<wbr />อในหลายประเทศ</p>
<p>ดร.ภูมิศรัณย์กล่าวว่า มีกรณีที่น่าสนใจของสหรัฐอเมริ<wbr />กามีการทดลองเพื่อช่วยเหลือให้<wbr />ข้อมูลในเรื่องการสมัครเข้<wbr />ามหาวิทยาลัยให้เด็กนักเรี<wbr />ยนยากจนด้อยโอกาสแต่เรียนดีได้<wbr />เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยที่มี<wbr />คุณภาพดี พบว่าเป็นวิธีการที่ทดลองแล้<wbr />วได้ผล ทำให้เด็กยากจนสมัครเข้าเรี<wbr />ยนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสี<wbr />ยงมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อได้มี<wbr />การขยายผลออกไปในระดับทั่<wbr />วประเทศ โดยองค์กร College Board ซึ่งเป็นผู้จัดสอบ SAT ทั่วประเทศสหรัฐฯ กลับไม่พบผลกระทบเชิงบวกที่เด่<wbr />นชัด จึงเป็นสิ่งที่ควรตระหนักว่<wbr />าบางครั้งการทดลองที่ได้<wbr />ผลอาจจะนำไปปฏิบัติไม่ได้ผลอย่<wbr />างที่คิดก็ได้ ขณะเดียวกันยังตัวอย่<wbr />างของแนวทางการพัฒนา Growth Mindset ให้กับนักเรียนระดับมัธยมต้นผ่<wbr />านทางระบบคอมพิวเตอร์ในสหรั<wbr />ฐอเมริกา พบว่าเป็นแนวทางที่ได้ผล นักเรียนมีทักษะดีขึ้น ทำคะแนนได้ดีขึ้น สามารถปรับตัวได้ในช่วงสั้นๆ โดยใช้ต้นทุนไม่สูง แต่อาจจะไม่ได้ส่งผลที่รุ<wbr />นแรงพอหากเทียบกับการทำผ่านห้<wbr />องเรียนหรือบุคคลจริงๆ ซึ่งก็อาจจะเป็นข้อจำกัดที่<wbr />ควรคำนึงถึง</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8916" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619.jpg" alt="" width="1280" height="853" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/11/timeline_20191101_123619-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />ดร.ภูมิศรัณย์ ทองเลี่ยมนาค ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์<wbr />การศึกษา กสศ.</pre><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/1fnov2019/">ดร.ประสาร เตือนอย่าตกหลุมพรางว่างานของ กสศ. ซ้ำซ้อน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/unesco_eef/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2019 09:21:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ยูเนสโก้]]></category>
		<category><![CDATA[unesco]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[SDG4]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[MOU]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[UIS]]></category>
		<category><![CDATA[rea Base Education Reform]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก]]></category>
		<category><![CDATA[ชิเงรุ อาโอยากิ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=8125</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. &#8211; ยูเนสโก ลงนาม MOU ร่วมสร้างความเสมอภาคทางก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unesco_eef/">ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-8128" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/70675305_2828911000476224_6843051610373881856_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /></p>
<blockquote><p>กสศ. &#8211; ยูเนสโก ลงนาม MOU ร่วมสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ชี้แนวโน้มเด็กนอกระบบทั่วโลกกลับมาเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก ยก ABE หรือการปฏิรูปการศึกษาโดยใช้พื้นที่เป็นฐานการทำงาน แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำการศึกษายั่งยืน ขณะที่ กสศ.เดินหน้า ABE แล้ว 20 จังหวัด ระดมทุกภาคส่วน ดูแลเด็กในและนอกระบบการศึกษา</p></blockquote>
<p>เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562 ที่ห้องประชุมกรุงเทพ 1 โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)กับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กรุงเทพฯ (ยูเนสโก) เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ทั้งในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก พร้อมจับมือ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย องค์การยูเนสโก้ องค์การยูนิเซฟ และองค์การช่วยเหลือเด็ก จัดการประชุมวิชาการนานาชาติเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา: ปวงชนเพื่อการศึกษา&#8221;(All for Education) ระดับภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก ในปี2563 (2020) ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาจอมเทียน เพื่อช่วยกันวางยุทธศาสตร์นับถอยหลัง 10 ปีสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกด้านการศึกษา (SDG4) ให้สำเร็จภายในปี 2030</p>
<p>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า กสศ.และองค์การยูเนสโกจะร่วมดำเนินโครงการทั้งด้านวิชาการ และการสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายระดับชาติและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อขจัดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งในปี 2563 (2020)จะเป็นวาระครบรอบ 30 ปี ปฏิญญาการศึกษาเพื่อปวงชนหรือ “ปฏิญญาจอมเทียน” ซึ่งเป็นเจตนารมย์ของผู้นำเกือบ 200 ประเทศที่ต้องการให้เด็กเยาวชนทุกคนเข้าถึงและสำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษาได้ 100% และเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือเพื่อการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลสถิติจากสถาบันสถิติแห่งองค์การยูเนสโก (UIS) แสดงให้เห็นแนวโน้มความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในระดับนานาชาติที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษา(ระดับประถมศึกษา) ทั่วโลกที่เคยมีจำนวนมากกว่า 100 ล้านคน เมื่อปี 1990 ลดลงเหลือราว 63 ล้านคนในปี 2017 หรือลดลงเกือบร้อยละ 40 แต่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา (2007-2017) จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษาทั่วโลกมีอัตราที่ลดลงน้อยมาก แสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในทศวรรษที่ผ่านมาเริ่มชะลอตัวลง กลุ่มเป้าหมาย 5-10% สุดท้ายยังเข้าไม่ถึงโอกาสทางการศึกษา หรือต้องออกจากการเรียนกลางคัน เพราะปัญหาสภาพเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ ฯลฯ ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ ตัวเลขเด็กนอกระบบการศึกษาเริ่มกลับมามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นระหว่างปี 2016-2017 อีกครั้ง</p>
<p>ผู้จัดการกสศ. กล่าวว่า การแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กลไกภาครัฐแต่ลำพัง ไม่สามารถจัดการให้หมดไปได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ด้วยแนวคิดปวงชนเพื่อการศึกษาหรือAll for Education ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ช่วยกันออกแบบหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน และหนึ่งในแนวทางที่เป็นวาระซึ่งทั่วโลกกำลังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง คือการปฏิรูปการศึกษาเชิงพื้นที่ Area Base Education Reform (ABE) ที่ใช้กระบวนการทำงานเชิงพื้นที่ระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการลดความเหลื่อมล้ำ สำหรับประเทศไทย กสศ.สนับสนุนให้เกิดขึ้นแล้วใน 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี นครราชสีมา กาญจนบุรี นครนายก ระยอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา และ สงขลา</p>
<p>นพ.สุภกร กล่าวว่า เบื้องต้นใช้ยุทธศาสตร์ 2 มาตรการคู่ขนานกันอย่างเป็นระบบ เป็นวงจรการแก้ปัญหาเชิงระบบที่ยั่งยืนโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบ iSEE ของกสศ.เข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย คือ1.มาตราการป้องกัน (OOSCY Prevention) ไม่ให้หลุดออกนอกระบบการศึกษาด้วยโครงการเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข (CCT) ปัจจุบันกสศ.ช่วยขจัดอุปสรรคในการมาเรียนให้เด็กกลุ่มนี้ทั่วประเทศราว 700,000 คน และทุนการศึกษาสายอาชีพสำหรับนักเรียนยากจนจำนวน 2,500 ทุนต่อปี 2. มาตรการแก้ไขเร่งด่วน (OOSCY Correction) โดยกสศ. ร่วมกัน 20 จังหวัด ระดมความร่วมมือหลายภาคส่วนสร้างกลไกช่วยเหลือเด็กนอกระบบการศึกษา เพื่อค้นหา ส่งต่อให้เด็กส่วนใหญ่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือฝึกทักษะด้านการศึกษาและอาชีพ ส่วนกลุ่มที่ยังไม่พร้อมคืนสู่ระบบการศึกษา ก็จะเข้าสู่กระบวนการเยียวยา/ ฟื้นฟูจากทีมสหวิชาชีพต่อไป เบื้องต้นในปี 2562 กสศ.สามารถช่วยเหลือเด็กกลุ่มนี้ทันที 5,000 คน จากจำนวนเด็กเยาวชนอายุนอกระบบการศึกษา 670,000 คน (3-17 ปี) ทั่วประเทศ</p>
<p>ด้านนายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยว่า ได้แสดงความเป็นผู้นำในภูมิภาพเอเชียแปซิฟิกเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาสทั้งในและนอกระบบการศึกษา เป็นการสานต่อความเป็นผู้นำของไทยในเอเชียเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาตลอดช่วง 30ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การประชุมระดับโลกด้านการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ที่หาดจอมเทียนจนเป็นที่มาของปฏิญญาจอมเทียน องค์การยูเนสโกประทับใจและชื่นชมความมุ่งมั่นทำงานของไทยในการทำให้การศึกษาเป็นสิ่งเสมอภาคสำหรับทุกคน และหวังให้ประเทศในเอเชียรวมถึงประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกเรียนรู้และเอาไทยเป็นแบบอย่างในการริเริ่มดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) องค์การยูเนสโกเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นผู้นำด้านความเสมอภาคทางการศึกษา และเดินหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2030 ต่อไป</p>
<blockquote><p>“การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่เท่าเทียมเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้ นอกจากนั้นยังได้ร่วมมือกันสร้างเครือข่ายในระดับนานาชาติ รวมถึงการริเริ่มโครงการนำร่องในจังหวัดภูเก็ต ยะลา สงขลา และกาญจนบุรี ซึ่งจะช่วยให้เด็กๆที่มีปัญหาขาดโอกาสได้เข้าถึงทางการศึกษา เข้ามาสู่ระบบ และจะมีการจัดทำคู่มือทั้งภาษาไทย ภาษาพม่า และภาษามาเลย์ เพื่อความเข้าใจที่มีมากขึ้น ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายกระทรวงไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น เพื่อให้เกิด การบูรณาการในการทำงาน” ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าว</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/unesco_eef/">ยูเนสโกยกย่องไทยเป็นผู้นำความเสมอภาคทางการศึกษาของเอเชีย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.ช่วยเด็กทุนเสมอภาคกว่า 7 แสน เพิ่มขึ้นร้อยละ 42 ด้านสพฐ.ระดม 225 เขตพื้นที่การศึกษาเร่งติดตามช่วยเหลือเพิ่มอีก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Sep 2019 07:01:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[นักเรียนยากจนพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=7306</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ที่โรงแรมบียอนด์สวีท ถนนจรั [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84-2/">กสศ.ช่วยเด็กทุนเสมอภาคกว่า 7 แสน เพิ่มขึ้นร้อยละ 42 ด้านสพฐ.ระดม 225 เขตพื้นที่การศึกษาเร่งติดตามช่วยเหลือเพิ่มอีก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7309" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69278168_2782270308473627_70980295981006848_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69278168_2782270308473627_70980295981006848_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69278168_2782270308473627_70980295981006848_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69278168_2782270308473627_70980295981006848_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69278168_2782270308473627_70980295981006848_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69278168_2782270308473627_70980295981006848_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69278168_2782270308473627_70980295981006848_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 ที่โรงแรมบียอนด์สวีท ถนนจรัญสนิทวงศ์ กทม. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดเวทีสร้างความเข้าใจหน่วยบริการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนทุนเสมอภาค(นักเรียนยากจนพิเศษ) โดยมีเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขต และครูแกนนำสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาเข้าร่วม</p>
<p>ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ผลจากการเยี่ยมบ้านและคัดกรองนักเรียนยากจนพิเศษของคุณครูสังกัดสพฐ. ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นี้ มีนักเรียนที่ผ่านคัดกรองเพื่อรับเงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจนจาก สพฐ. และเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข กสศ. จำนวน 2,628,799 คน โดยมีนักเรียนยากจนพิเศษที่คาดว่าจะได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุน ภาคเรียนที่ 1/2562 ราว 723,604 คน จากทั่วประเทศ โดยนักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มเลื่อนชั้น กสศ.จัดสรรเงินอุดหนุนแล้วกว่า 311,474 คน เหลือจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่นักเรียนยากจนพิเศษกลุ่มใหม่อีก 381,629 คน ภายในเดือนกันยายนนี้ อย่างไรก็ตามยังมีนักเรียนยากจนพิเศษที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์การคัดกรอง แต่โรงเรียนยังไม่ได้บันทึกผลการรับรองข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษโดยคณะกรรมการสถานศึกษา (นร.05) เข้ามาในระบบ จำนวน 30,501 คน จาก 1,638 โรงเรียน ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนกลุ่มนี้จะไม่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนในรอบนี้</p>
<blockquote><p>“เด็กยากจนพิเศษของเรากว่า 30,501 คน ถือเป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกนอกระบบเพราะความยากจน กำลังเดือดร้อน ไม่ได้รับการช่วยเหลือ สพฐ.จะไม่ทอดทิ้ง เบื้องต้นได้ประสานกับกสศ.ให้เปิดระบบเพื่อขยายเวลาการบันทึกผลการรับรองข้อมูลนักเรียนยากจนพิเศษโดยคณะกรรมการสถานศึกษา(นร.05) ระหว่างวันที่ 2 – 6 กันยายน 2562 และขอให้เขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต ช่วยกันดำเนินการผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ ให้ความสำคัญกับคัดกรองข้อมูล/บันทึกข้อมูลนักเรียนยากจนให้ครบถ้วน และทันเวลา ติดตามการใช้จ่ายเงิน การมาเรียนการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ เพื่อเราจะไม่ทอดทิ้งเด็กๆ ของเราแม้แต่คนเดียว” ว่าที่ ร.ต.ธนุกล่าว</p></blockquote>
<p>ว่าที่ ร.ต.ธนุ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจากตัวเลขนักเรียนออกกลางคันสูงถึง 2 % ของนักเรียนทั้งหมด จากการอพยพ ย้ายถิ่นฐานตามผู้ปกครอง ปัญหาท้องก่อนวัยเรียน ปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อ สพฐ. ใช้มาตรการดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกกลุ่มตัวเลขนักเรียนออกกลางคันลดเหลือไม่ถึง 1 % ซึ่งมีทั้ง กศน. ​ท้องถิ่น คอยช่วยติดตามนำระบบเลข 13 หลัก มาติดตามว่าเด็กอยู่ตรงไหน รวมถึงความร่วมมือกับกสศ.ในการสนับสนุนเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไข (CCT) นี้ด้วย เนื่องจากระบบที่ สพฐ. และ กสศ. ช่วยกันพัฒนาขึ้นนี้จะมีการติดตามข้อมูลการมาเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคลอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีการศึกษา เพื่อเป็นหลักประกันในการป้องกันการหลุดออกจากระบบของนักเรียนยากจนพิเศษด้วย</p>
<p>ด้าน นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2562 ตัวเลขนักเรียนที่ได้รับทุนเสมอภาคเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2561 จาก 510,040 คน เป็น 723,604 คน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 42 เนื่องจากในปีนี้เราได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจาก สพฐ. ทั้งส่วนกลาง และเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขตทั่วประเทศในการกระตุ้นให้สถานศึกษาต่างๆ ให้ความร่วมมือในการกรอกข้อมูลเข้ามามากขึ้นมาก ทำให้จำนวนโรงเรียนที่ปฏิเสธการรับทุน หรือไม่เข้ามากรอกข้อมูล ลดลงอย่างชัดเจนจากปีที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้นักเรียนเสียสิทธิ์ในภาคเรียนนี้ โดยมีเขตพื้นที่การศึกษาถึง 122 เขต หรือมากกว่า 54% ที่โรงเรียนในเขตพื้นที่บริการมีการรับรองข้อมูลนักเรียนเข้ามาครบ 100% กสศ.ต้องขอบคุณเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนและคุณครูที่ร่วมป็นพลังสำคัญของการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ไม่นิ่งนอนใจกับความเดือดร้อนของเด็กๆกลุ่มนี้ ทั้งนี้ยังจัดให้มีทีมวิจัยเพื่อสนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาเครื่องมือ และติดตามผลลัพธ์เงินอุดหนุนเพื่อนำมาปรับปรุงให้มีความยั่งยืนต่อไป</p>
<p>“สำหรับเงินอุดหนุนอย่างมีเงื่อนไขของนักเรียนทุนเสมอภาค ภาคเรียนที่ 1/2562 กสศ.จัดสรรให้นักเรียน 1,000 บาทต่อคน โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และบรรเทาอุปสรรคการมีเรียน เช่น ค่าอาหาร ค่าครองชีพ ค่าพาหนะในการเดินทาง และ2.สนับสนุนกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพนักเรียนทุนเสมอภาคของโรงเรียนซึ่งจะเป็นการขยายผลให้เงินอุดหนุนของกสศ.เกิดผลลัพธ์ต่อตัวเด็กนักเรียนได้อย่างยั่งยืนไม่ใช่เพียงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ต้องยอมรับว่า ทุนเสมอภาครายคนเป็นเงินจำนวนน้อยนิดหากเทียบกับขนาดของปัญหา หากภาคธุรกิจหรือประชาชนทั่วไป จะร่วมสมทบทุนบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆกลุ่มที่ยากจนที่สุดของประเทศ สามารถเข้าไปบริจาคและใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่าได้อัตโนมัติที่ <a href="https://donate.eef.or.th/main-donate?fbclid=IwAR212f4VcJ7UnOLmChbUyDy5lIobB6ZO6AOvUJ9K4MOZHsAmcCmi_qGc15o" target="_blank" rel="noopener nofollow noreferrer" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;-U&quot;}" data-lynx-mode="async" data-lynx-uri="https://l.facebook.com/l.php?u=https%3A%2F%2Fdonate.eef.or.th%2Fmain-donate%3Ffbclid%3DIwAR212f4VcJ7UnOLmChbUyDy5lIobB6ZO6AOvUJ9K4MOZHsAmcCmi_qGc15o&amp;h=AT1HGxpjGvDJQCTd3At5Tb6g4_stHJsGKOp6W7oGvU9P1MxMVCDdS0hfN0Vd08b7mX1oJVxvEDwsdeaUw8-vpfRxyp_AJiUYEeBvPWt-FSX8T-ro3cQDghFCS1p20OTXX7Pvbctau6l6jYH04HYx-ZzjYS9Cupmf0-q9UYdtgMK2QjLNATxP8JgO6jS2JD06zYw16V3W_fMQgAPKjK6_ySAauX_bK__RQ8NJRZZBKceioBBiyB8rHzl4KBpD0CwEepkAn1GshOaEzWVAebXAqHDmwiPpnHINHbliNmQuh4R6prOf3JizfIpUXVeyTHkH-0d4emFrbDJnLCIlrqrnHlcB6lEdLgb1f02DlfdBIcHBh6L0d7qeW8AF7d-k90NGf-UKFiF5sCj5_ADIWVlS2szJDiVmrR_6RTTRKsyKzBTlMaihBM2Ig0FeJf7W89RtQeEfERitombkKXP3Sa4FZbWDBIBjxvZI3w0k0xpGeyABSM4WtrLYQ9IyhmHRTrYapB7xTyO0JYmMqfLTFKdNmcyJTAPoF59JXGE9fnW0oJA_drE6ac2-sHs1zDj5UANscupH7_i05vgaFHhskjz9m-npkvmsOxgGLgU6QG4egBfuLPsn9OnCaM1JOnuToT_0ngU-o-0">https://donate.eef.or.th/main-donate</a> และสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 0-2 079-5475” นพ.สุภกร กล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7310" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69548758_2782270525140272_8948724602150846464_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69548758_2782270525140272_8948724602150846464_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69548758_2782270525140272_8948724602150846464_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69548758_2782270525140272_8948724602150846464_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69548758_2782270525140272_8948724602150846464_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69548758_2782270525140272_8948724602150846464_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69548758_2782270525140272_8948724602150846464_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7311" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69945962_2782270638473594_920033530115784704_o.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69945962_2782270638473594_920033530115784704_o.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69945962_2782270638473594_920033530115784704_o-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69945962_2782270638473594_920033530115784704_o-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69945962_2782270638473594_920033530115784704_o-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69945962_2782270638473594_920033530115784704_o-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/09/69945962_2782270638473594_920033530115784704_o-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%a8-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84-2/">กสศ.ช่วยเด็กทุนเสมอภาคกว่า 7 แสน เพิ่มขึ้นร้อยละ 42 ด้านสพฐ.ระดม 225 เขตพื้นที่การศึกษาเร่งติดตามช่วยเหลือเพิ่มอีก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>Follow You With Love  ลดนักเรียนหลุดระบบ 100% ตัวอย่างผลลัพธ์ทางการศึกษา พาเด็กๆ เข้าห้องเรียน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/follow-you-with-love/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 21 Aug 2019 07:57:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนเสมอภาค]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายลาครู]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[ลดจดหมายลาครู]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนมัธยมตลาดใหญ่วิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[แอปพลิเคชัน]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบคัดกรองนักเรียนยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[จักรพันธ์ ประทุมทีป]]></category>
		<category><![CDATA[Follow You With Love ติดตามใกล้ชิดสนิทดังลูกหลาน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=7017</guid>

					<description><![CDATA[<p>แอปพลิเคชันระบบคัดกรองนักเรียนยากจน หรือ CCT ถือเป็นหนึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/follow-you-with-love/">Follow You With Love  ลดนักเรียนหลุดระบบ 100% ตัวอย่างผลลัพธ์ทางการศึกษา พาเด็กๆ เข้าห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-7018" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69012584_2764509936916331_5324654120026505216_n.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69012584_2764509936916331_5324654120026505216_n.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69012584_2764509936916331_5324654120026505216_n-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/69012584_2764509936916331_5324654120026505216_n-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>แอปพลิเคชันระบบคัดกรองนักเรียนยากจน หรือ CCT ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับการประเมินผลหานักเรียนที่ยากจนพิเศษ สำหรับการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดถูกต้องแม่นยำ อีกด้านหนึ่งยังเป็นเครื่องมือติดตามการเข้าเรียนและพัฒนาการต่อเนื่องในระยะยาว</p>
<p>แต่องค์ประกอบสำคัญที่สำคัญยิ่งกว่า &#8220;แอปพลิเคชัน&#8221; ก็คือคุณครูที่คอยติดตามดูแลนักเรียนโดยใช้เครื่องมือทั้งแอปพลิเคชัน และต่อยอดไปสู่เครื่องมืออื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้นักเรียนได้เรียนหนังสืออย่างมีความสุขต่อเนื่องไม่หลุดออกจากระบบการศึกษากลางคัน</p>
<p>จักรพันธ์ ประทุมทีป หรือครูอ้น โรงเรียนมัธยมตลาดใหญ่วิทยา จ.ขอนแก่น เล่าให้ฟังว่า ที่โรงเรียนมีระบบที่นำมาช่วยเหลือดูแลนักเรียนหลายระบบ โดยนำมาใช้และต่อยอดเพิ่มเติมรายละเอียดต่าง ๆ เข้าไปให้เกิดประโยชน์มากที่สุดกับนักเรียน</p>
<p>ยกตัวอย่างเช่น ระบบการเช็คชื่อ ผ่านแอปพลิเคชันระบบคัดกรองนักเรียนยากจน หรือ CCT เพื่อติดตามนักเรียนมาโรงเรียน เพื่อป้องกันปัญหานักเรียนหายไปจากระบบการศึกษานั้น ทางโรงเรียนมัธยมตลาดใหญ่วิทยา ได้มีนวัตกรรม &#8220;Follow You With Love ติดตามใกล้ชิดสนิทดังลูกหลาน&#8221;</p>
<p>โดยหลักการคือเมื่อเช็คชื่อนักเรียนตอนเช้าหากนักเรียนคนไหนหายไป ก็จะเริ่มหาสาเหตุว่าหายไปไหน เพิ่มเติมจากเดิมที่โรงเรียนแก้ปัญหานักเรียนขาดเรียนโดยใช้วิธีการจัดรถรับ-ส่ง ให้นักเรียนแล้ว เช่น การโทรสอบถามติดตามจากผู้ปกครอง หรือโทรไปที่บ้านเลย ณ ขณะนั้น เช่นเดียวกับตอนเที่ยง และตอนเย็นที่จะมีการเช็คชื่อตามปกติ นอกเหนือไปจาการเช็คชื่อรายวิชาที่เรียนว่าเด็กแต่ละคนเข้าไม่เข้าเรียน จะมีบันทึกหมด</p>
<p>ทั้งนี้ หากเด็กนักเรียนหายไปและติดต่อใครไม่ได้ก็จะเริ่มประสานกันภายใน หากยังไม่มีคำตอบก็จะประสานไปยังไลน์เครือข่ายของคุณครู ผู้ปกครอง ชุมชน เพื่อให้ช่วยกันติดตาม</p>
<p>&#8220;จากการใช้ระบบการติดตามนักเรียนอย่างเข้มข้น ทำให้มีเด็กออกจากระบบลดน้อยลงไปมาก ปีที่ผ่านมาไม่มีเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเลย อยู่ครบ 100% ลดจำนวนเด็กที่ติด 0 ติด ร. ที่สำคัญยังส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของเด็กนักเรียนดีขึ้นตามไปด้วย ยกตัวอย่างวิชาวิทยาศาสตร์ที่ครูสอนมีผลการเรียนดีขึ้น 28% จากปีที่แล้ว&#8221;</p>
<p>ครูจักรพันธ์ อธิบายว่า แต่บางครั้งก็จะมีกรณีที่เด็กหายไปจากห้องเรียน เช่น ไปช่วยผู้ปกครองเกี่ยวข้าว ในช่วงเกี่ยวข้าวเพื่อจะนำรายได้มาเรียนหนังสือในวันรุ่งขึ้น ตรงนี้ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพียงแต่ขอให้แจ้งเข้ามาเพื่อจะได้รู้สาเหตุ และได้วางแนวทางช่วยเหลือเช่นการเรียนซ่อมเสริมในบางวิชา เพื่อทดแทนในวันที่ขาดเรียนไป</p>
<p>สำหรับเงิน ช่วยเหลือของ กสศ. นั้น ครูอ้น ยืนยันว่าเป็นประโยชน์มาก ยกตัวอย่างเช่น เด็กคนหนึ่งฐานะยากจนอยู่กับยาย ใส่รองเท้าขาดจนพื้นจะหลุด เรียนพละก็ลำบาก ครูก็กำลังปรึกษากันว่าจะช่วยซื้อให้ จนมีทุนนี้เข้ามาพอดีเลย จนเขาบอกว่าได้เงินแล้วยายพาไปซื้อรองเท้าให้แล้ว ซึ่งแม้บางคนจะมองว่าเป็นตัวเงินที่น้อย แต่สำหรับบางคนช่วยทำให้เขามีความสุขในการที่จะมาโรงเรียนได้</p>
<p>&#8220;จากเดิมคนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ เขาก็เคยขาดเรียนวันสองวันต่อสัปดาห์ แต่พอได้เงินตรงนี้มาช่วยสนับสนุนทำให้มาเรียนได้ต่อเนื่องมากขึ้น ดังนั้นเงินจะน้อยจะมากแต่ก็มีความหมายสำหรับนักเรียนมาก&#8221;</p>
<p>นอกจากความสำคัญของระบบเทคโนโลยี หรือ แอปพลิเคชันแล้ว ความสำคัญยังอยู่ที่คุณครูที่เพิ่มความใส่ใจกับนักเรียนด้วย อย่างเรื่องเงินที่ได้รับมาเป็นค่าอาหารกลางวัน อีกด้านหนึ่งโรงเรียนก็ยังพยายามเพิ่มช่องทางการหารายได้เสริมให้กับนักเรียน เช่น การผลิตภัณฑ์จักรสานไปประสานกับชุมชนให้เด็กได้มีรายได้เพิ่มเติม ควบคู่ไปกับการดูแลการใช้จ่ายของนักเรียนด้วย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/follow-you-with-love/">Follow You With Love  ลดนักเรียนหลุดระบบ 100% ตัวอย่างผลลัพธ์ทางการศึกษา พาเด็กๆ เข้าห้องเรียน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เจ๋ง! แอปพลิเคชันระบบคัดกรองนักเรียน ฯ CCT โชว์ศักยภาพลดเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8b%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b1-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 08 Aug 2019 06:50:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[iSEE]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมายลาครู]]></category>
		<category><![CDATA[CCT]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[สมมาตรวรัชญ์ วงศ์อนุสกุล]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนโชติคุณเกษมบ้านเมืองงาม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=6674</guid>

					<description><![CDATA[<p>ปัญหาเด็กหยุดเรียนกลางคัน เด็กเสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8b%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b1-2/">เจ๋ง! แอปพลิเคชันระบบคัดกรองนักเรียน ฯ CCT โชว์ศักยภาพลดเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-6677" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67972271_2739904459376879_357142121393684480_n-1.jpg" alt="" width="960" height="720" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67972271_2739904459376879_357142121393684480_n-1.jpg 960w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67972271_2739904459376879_357142121393684480_n-1-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/08/67972271_2739904459376879_357142121393684480_n-1-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>ปัญหาเด็กหยุดเรียนกลางคัน เด็กเสี่ยงหลุดออกนอกระบบกา<wbr />รศึกษา ขาดเรียน ถือเป็นเรื่องหนักใจสำหรับค<wbr />รูอาจารย์ผู้สอนทุกท่าน ด้วยความเป็นห่วงลูกศิษย์คุ<wbr />ณครูหลายคนพยายามหากลวิธีกุ<wbr />ศโลบายสารพัดเข้าแก้ไขปัญหา<wbr />เหล่านั้นแต่ยังได้ผลไม่ดีนัก อย่างโรงเรียนโชติคุณเกษมบ้<wbr />านเมืองงาม จ.เชียงใหม่ เคยประสบปัญหาเด็กขาดเรียน เสี่ยงหลุดออกนอ<span class="text_exposed_show">กระบบการศึกษา หยุดเรียนไปกลางคัน ปัจจุบันปัญหานี้ถูกคลี่คลา<wbr />ยลงอย่างได้ผลผ่านกระบวนการ<wbr />สำคัญต่อไป </span></p>
<p>สมมาตรวรัชญ์ วงศ์อนุสกุล อาจารย์ประจำชั้น ม.3 โรงเรียนโชติคุณเกษมบ้านเมื<wbr />องงาม จ. เชียงใหม่ เผยว่า จากการนำแอพพลิเคชั่นระบบคั<wbr />ดกรองนักเรียนยากจน หรือ CCT ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคเ<wbr />พื่อการศึกษา (กสศ.) มาใช้ติดตามนักเรียนพบว่าสา<wbr />มารถอำนวยความสะดวกให้กับครู และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาได้<wbr />อย่างตรงจุดจนช่วยลดจำนวนนั<wbr />กเรียนที่หลุดออกนอกระบบการ<wbr />ศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ<wbr /></p>
<p>ย้อนไปช่วงเมื่อประมาณ 2-3 ปี ก่อน มีนักเรียนหลายสิบคนที่หลุด<wbr />ออกนอกระบบการศึกษา จากจำนวนนักเรียนประมาณ 530 คน แต่ปัจจุบันเมื่อเริ่มนำระบ<wbr />บติดตามประเมินผลมาใช้แล้ว อัตราหลุดออกนอกระบบการศึกษ<wbr />าของนักเรียนแทบจะเป็นศูนย์<wbr /> มีนักเรียนมาเรียนเกือบครบ 100% จะมีเพียงบางกรณีเช่นการย้า<wbr />ยตามผู้ปกครองไปพื้นที่อื่น</p>
<p>ครูสมมาตรวรัชญ์ กล่าวว่า ปกติโรงเรียนจะมีระบบติดตาม<wbr />เด็กขาดเรียนอยู่แล้ว เช่น ขาด 3 วัน 5 วัน 7 วัน 15 วัน ซึ่งก็จะมีมาตรการติดตามตัว<wbr />เด็กเป็นขั้นตอน แต่เมื่อมีระบบแอปพลิเคชัน<wbr />เข้ามา ช่วยทำให้การเก็บข้อมูลง่าย<wbr />และเป็นระบบที่มีข้อมูลเป็น<wbr />ปัจจุบันสะดวกต่อการติดตามเ<wbr />ด็กมากขึ้น</p>
<p>ทั้งนี้ ยกตัวอย่างวันก่อน นักเรียนที่ได้ทุนคนหนึ่งไม<wbr />่มาโรงเรียน 1 วันเราก็เห็น พอวันรุ่งขึ้นเขามาเรียนก็ถ<wbr />ามเขา ซึ่งเขาก็บอกว่าพาย่าไปหาหม<wbr />อซึ่งเราก็บอกให้รีบแจ้งเพร<wbr />าะหากเป็นเหตุฉุกเฉินก็จะได้ใช้เป็นลากิจเพื่อจะได้ไม่<wbr />กระทบกับเกณฑ์การเข้าเรียน 80 %</p>
<p>“มีแอปพลิเคชันระบบคัดกรอง<wbr />และติดตามประเมินผลนักเรียน<wbr /> แล้วสะดวกขึ้นมาก อย่างการเช็คชื่อก็ง่ายกว่า<wbr />เดิมที่จดลงกระดาษ จะขัดข้องบ้างก็ตรงที่พื้นที่โรงเรียนอยู่บนเขาสัญญาณเ<wbr />น็ตอาจไม่เสถียรมากนัก ก็ต้องใช้วิธีการทำข้อมูลใน<wbr /> PC ซึ่งจะเห็นข้อมูลทั้งรูปบ้า<wbr />น เวลาเรียน น้ำหนักส่วนสูง” ครูสมมาตรวรัชญ์ กล่าว</p>
<p>ครูสมมาตรวรัชญ์ ระบุอีกว่า การได้ทุนการศึกษาตรงนี้จาก<wbr /> กสศ. ช่วยให้เด็กหลายคนได้กลับเข้ามาสู่การศึกษาไม่หลุดออกจ<wbr />ากระบบ เพราะเงิน 800 บาท ที่เด็ก ๆ ใช้จ่ายอยู่กันได้เป็นเดือน<wbr />ประกอบกับที่ทางโรงเรียนนำเ<wbr />งินอีกส่วนมาจัดกิจกรรมส่งเ<wbr />สริมอาชีพ ปลูกไก่ เลี้ยงผัก แปรรูปอาหาร ทำไข่เค็มชนเผ่า หมูแดดเดียว กล้วยฉาบ เป็นต้น</p>
<p>ครูสมมาตรวรัชญ์ ระบุอีกว่า การได้ทุนการศึกษาตรงนี้จาก<wbr /> กสศ. ช่วยให้เด็กหลายคนได้กลับเข้ามาสู่การศึกษาไม่หลุดออกจ<wbr />ากระบบ เพราะเงิน 800 บาท ที่เด็ก ๆ ใช้จ่ายอยู่กันได้เป็นเดือน<wbr />ประกอบกับที่ทางโรงเรียนนำเ<wbr />งินอีกส่วนมาจัดกิจกรรมส่งเ<wbr />สริมอาชีพ ปลูกไก่ เลี้ยงผัก แปรรูปอาหาร ทำไข่เค็มชนเผ่า หมูแดดเดียว กล้วยฉาบ เป็นต้น</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%8b%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9b%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%8a%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%84%e0%b8%b1-2/">เจ๋ง! แอปพลิเคชันระบบคัดกรองนักเรียน ฯ CCT โชว์ศักยภาพลดเด็กหลุดออกนอกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
