<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Caregiver | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/caregiver/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Apr 2026 09:01:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.9</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Caregiver | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หลักสูตร 6 เดือน เปลี่ยนชีวิต 3 เยาวชนสู่อาชีพ Caregiver: เมื่อโอกาสทางการศึกษา ไม่ใช่แค่ให้เรียนต่อแต่พาไปถึงอาชีพ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-070425/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 09:01:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[คณะพยาบาลศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[Caregiver]]></category>
		<category><![CDATA[สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน ปราจีนบุรี]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101170</guid>

					<description><![CDATA[<p>จากเด็ก ม.6 ที่ไม่เคยกล้าฝันถึงอนาคต เพราะกำแพงความเหลื [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070425/">หลักสูตร 6 เดือน เปลี่ยนชีวิต 3 เยาวชนสู่อาชีพ Caregiver: เมื่อโอกาสทางการศึกษา ไม่ใช่แค่ให้เรียนต่อแต่พาไปถึงอาชีพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>จากเด็ก ม.6 ที่ไม่เคยกล้าฝันถึงอนาคต เพราะกำแพงความเหลื่อมล้ำที่กั้นโอกาสทางการศึกษา วันนี้ <strong>นิส- นภาภรณ์, ปัท-ปสุดา</strong> และ <strong>ดา-รุ่งทิวา</strong> ก้าวสู่อาชีพพนักงานให้การดูแล หรือ Caregiver อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจบ<strong>หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล (Caregiver: CG) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ </strong>ที่ใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน<strong> </strong>และผ่านการฝึกงานที่ <strong>สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน ปราจีนบุรี </strong>โดยได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานทันที</p>



<p>“ถ้าไม่ได้ทุนของ กสศ. ตอนนี้คงดรอปเรียนไปแล้ว และทำงานรับจ้างสู้ชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่ง”&nbsp; นิส เล่าถึงเส้นทางชีวิตหากเธอไม่ได้รับทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง&nbsp;</p>



<p>ทั้งสามคน นิส ปัท และดา อาศัยและเติบโตในจังหวัดตาก แม้พวกเธอจะมาจากต่างครอบครัว ต่างโรงเรียน และต่างความฝัน แต่มีจุดร่วมเดียวกัน คือข้อจำกัดทางทุนทรัพย์และโอกาส ที่ทำให้ไม่สามารถตามฝันเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยหลังเรียนจบชั้น ม.6 ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-30.jpeg" alt="" class="wp-image-101173" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-30.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-30-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-30-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-30-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-30-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>นิส เล่าว่าเธออยู่กับยายตั้งแต่เล็ก เพราะพ่อแม่ต้องไปทำงาน หลังเรียนจบ ม.6 พ่อแม่ไม่มีเงินพอที่จะส่งเรียนต่อ จึงตั้งใจว่าจะทำงานเก็บเงินเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว เพราะที่บ้านยังต้องส่งเสียน้องชายอีก 2 คน ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 และ ป.6</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-28.jpeg" alt="" class="wp-image-101171" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-28.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-28-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-28-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-28-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-28-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ไม่ต่างจาก ดา ที่ครอบครัวมีสมาชิกทั้งหมด 5 คน คือพ่อ แม่ พี่สาว พี่ชาย และเธอเป็นลูกคนสุดท้อง ที่บ้านของดาทำอาชีพปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง ซึ่งจะปลูกและเก็บเกี่ยวได้เพียงปีละครั้ง ทำให้มีรายได้ไม่มากนัก ยิ่งช่วงหลังราคาข้าวโพดและมันสำปะหลังตกต่ำ เงินที่ได้มายิ่งไม่พอใช้จ่ายในครอบครัว </p>



<p>“หลังเรียนจบ ม.6 ได้ไปสมัครสอบเข้าคณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร&nbsp; ซึ่งตอนนั้นประกาศผลแล้วว่าเราสอบติด ดีใจมาก แต่แม่บอกว่าไม่มีเงินส่งเสีย อาจจะต้องกู้ กยศ. ลึก ๆ ก็เสียใจและเสียดายโอกาส เพราะตั้งใจเรียน ตั้งใจทำข้อสอบอย่างเต็มที่ แต่ก็เข้าใจครอบครัว ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไรหรอก มันต้องมีทางอื่น ตราบใดที่เราไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดพยายาม ก็เชื่อว่าจะต้องมีทางเดินไปให้ถึงปลายทางได้เช่นกัน แม้จะต้องเดินอ้อมไปสักหน่อย ก็ไม่เป็นไร ตอนนั้นเลยบอกแม่ว่าเดี๋ยวออกมาทำงานแล้วค่อย ๆ เก็บเงินไปเรียนต่อ”&nbsp;</p>



<p>ทว่าในจังหวะที่เส้นทางเหมือนจะตีบตัน รุ่นพี่ในโรงเรียนได้มาแนะนำโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง ในหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล ซึ่งเป็นหลักสูตรระยะสั้น มีทุนสนับสนุนค่าเล่าเรียนและมีค่าครองชีพให้เดือนละ 6,500 บาท&nbsp;</p>



<p>ดา บอกว่า “พอรู้ก็รีบสมัครเลย เพราะจะได้ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ด้วย ที่สำคัญหลักสูตรที่เปิดรับคือพนักงานให้การดูแล ก็ตรงกับใจเราที่ฝันอยากเป็นพยาบาลอยู่แล้ว เรารู้สึกว่าการได้ดูแลผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุก็เหมือนได้ช่วยชีวิตคน เวลาได้เห็นผู้ป่วยมีสุขภาพแข็งแรงก็จะดีใจ รวมถึงการได้เห็นคนรอบข้างผู้ป่วยมีความสุข หรือยิ้มได้ เราก็ยิ้มด้วยและมีความสุขไปด้วยเช่นกัน”</p>



<p>ขณะที่ นิส บอกว่า เดิมทีฝันอยากเป็นครู อยากดูแลเด็ก ๆ แต่พอได้มาเห็นหลักสูตรนี้ก็สนใจ เพราะว่าเป็นงานบริการช่วยเหลือคนไม่ต่างกัน&nbsp;</p>



<p>“การทำงานเป็นผู้ให้การดูแลก็แค่เปลี่ยนจากดูแลเด็ก ๆ มาเป็นผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุแทน ซึ่งที่ผ่านมาเราอยู่กับยายมาตลอด การได้เรียนหลักสูตรผู้ดูแลก็จะช่วยให้เราได้ความรู้กลับไปดูแลยายหรือคนในครอบครัวได้ด้วย ดังนั้นพอรู้ว่ามีทุนก็ตัดสินใจสมัครทันที”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-29.jpeg" alt="" class="wp-image-101172" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-29.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-29-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-29-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-29-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-29-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ปัทเองที่แม้จะมีความฝันตอนเด็กๆ ว่าอยากเป็นนักดนตรี  ก็มีความสนใจงานด้านสาธารณสุขเป็นทุนเดิม พอมีรุ่นพี่มาแนะนำทุนของ กสศ. จึงสนใจ เพราะมองว่าเป็นโอกาสที่ดี</p>



<p>“การดูแลคนป่วย ผู้สูงอายุ เป็นพื้นฐานการทำงานด้านสาธารณสุข ที่สำคัญเป็นหลักสูตรระยะสั้นแค่ 6 เดือน ทำให้เราได้พิสูจน์ตัวเองด้วยว่า เราสนใจเรียนด้านนี้จริงๆ หรือเปล่า ถ้าชอบ ก็หาโอกาสเรียนต่อในสายนี้ต่อไปได้”</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>หลักสูตรระยะสั้น ทางลัดสู่อาชีพในระยะยาว</strong></h3>



<p>หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล (Caregiver: CG) คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ แม้จะเป็นหลักสูตรระยะสั้นเพียง 6 เดือน แต่ก็เป็นหลักสูตรที่นักศึกษาทุกคนได้เรียนรู้ทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติอย่างครบถ้วน ที่สำคัญคือตอบโจทย์ชีวิตเยาวชนจากครอบครัวยากจน เพราะใช้เวลาในการเรียนไม่นานก็สามารถทำงานและมีรายได้ทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-33.jpeg" alt="" class="wp-image-101176" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-33.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-33-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-33-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-33-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-33-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ขอบคุณ กสศ. ที่ทำโครงการดี ๆ ช่วยให้เด็กได้มีโอกาสทางการศึกษา มีอาชีพ และมีรายได้ที่จะแบ่งเบาครอบครัว อีกทั้งความรู้ที่ได้ยังนำกลับไปใช้ดูแลครอบครัว ผู้สูงอายุ หรือคนในชุมชนได้ด้วย” นิส กล่าว</p>



<p>เช่นเดียวกับ ดา ที่บอกว่าการได้รับทุน กสศ. เป็นสิ่งที่มีคุณค่า “<strong>ให้ทุนเรียนแล้วก็ยังสนับสนุนค่าใช้จ่าย ทำให้เราเรียนได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวล หรือเป็นภาระของพ่อแม่ ที่สำคัญพอเป็นหลักสูตรระยะสั้น เรียนจบเร็ว มีงานทำ</strong> ก็จะได้ช่วยเหลือครอบครัว รวมทั้งช่วยให้เรามีโอกาสนำความรู้ไปตั้งต้นทำงานเพื่อเป็นทุนให้เราได้กลับไปศึกษาต่อตามเส้นทางที่เราตั้งใจ”</p>



<p>นอกจากนี้ทั้งสามคนยังบอกว่า การเป็นนักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ทำให้พวกเธอได้รับความเอาใจใส่จากรุ่นพี่และอาจารย์ รวมถึงได้อบรมทักษะต่าง ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานและการใช้ชีวิตได้&nbsp;</p>



<p>“พวกเราเป็นเด็กต่างจังหวัด พอต้องทิ้งบ้านมาเรียนไกล ๆ ก็รู้สึกกังวล แต่ดีว่ามีอาจารย์และพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือดูแลเราดีมาก ประทับใจมาก ดูแลทั้งการใช้ชีวิต การอยู่หอพัก การกินอยู่ การปรับตัวกับเพื่อน ๆ ตลอดเวลาที่เรียนถ้ามีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องการเรียน ปัญหาชีวิตครอบครัว ไม่สบายใจเรื่องอะไร อาจารย์พร้อมช่วยเหลือและให้คำแนะนำตลอด”&nbsp;</p>



<p><strong>“การได้มาเรียนหลักสูตรนี้ รู้สึกดีใจมาก ทุนการศึกษาช่วยเพิ่มโอกาสให้เรามีความรู้ ได้พลิกชีวิตมีงานที่ดี ที่สำคัญพอเป็นหลักสูตรระยะสั้น ก็ทำให้เราเรียนจบไว ทำงานได้เร็ว&nbsp; สามารถที่จะเก็บเงิน เพื่อเป็นทุนเอาไปใช้ในการศึกษาต่อได้</strong><em> </em>&nbsp;หลังจากนี้วางแผนว่าจะทำงานสักระยะหนึ่ง แล้วก็สมัครเรียนต่อด้านสาธารณสุข ซึ่งความรู้ในหลักสูตรผู้ให้การดูแลเป็นความรู้พื้นฐานที่นำไปต่อยอดในการเรียนและการทำงานได้” นิส กล่าวอย่างมีความหวัง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-32.jpeg" alt="" class="wp-image-101175" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-32.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-32-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-32-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-32-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-32-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<h3 class="wp-block-heading"><br><strong>เรียนรู้จากประสบการณ์จริง เข้าถึงหัวใจของวิชาชีพ</strong></h3>



<p>หลังเรียนจบภาคทฤษฎีแล้ว นิส ปัท และดา ได้มีโอกาสไปฝึกงานในสถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน ปราจีนบุรี เป็นเวลา 3 เดือน ถือเป็นอีกหนึ่งด่านสำคัญในการฝึกฝน เสริมทักษะ เพื่อให้พร้อมก้าวสู่สนามการทำงานจริงอย่างมั่นใจ</p>



<p>ปัท เล่าว่า การได้ฝึกงานที่สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียนฯ ทำให้รับประสบการณ์ที่มีประโยชน์มาก เพราะตอนเรียนเป็นการฝึกปฏิบัติกับหุ่น แต่พอทำงานจริงต้องเจอผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ ต้องรู้วิธีการยกตัว หรือพลิกตัวอย่างปลอดภัย ไม่บาดเจ็บทั้งผู้สูงอายุและตัวเอง&nbsp;</p>



<p>“เรื่องการจัดยาของผู้ป่วยแต่ละคนก็ต้องใส่ใจและละเอียดมาก ๆ ผู้สูงอายุบางท่านเป็นหลายโรคจึงต้องระวังเป็นพิเศษ&nbsp; ซึ่งตลอดระยะเวลาการฝึกงานจะมีพี่เลี้ยงคอยประกบเพื่อสอนและช่วยเหลือ”</p>



<p>ที่สำคัญสิ่งที่พวกเธอได้เรียนรู้จากการฝึกงานคือ งานดูแลผู้สูงอายุไม่ได้เอาใจใส่เฉพาะบาดแผลบนร่างกายเท่านั้น แต่ต้องคอยสังเกตบาดแผลในจิตใจด้วย&nbsp; ดาเล่าว่า “ผู้สูงอายุมีหลากหลายอารมณ์ บางคนพูดน้อย หรือไม่พูดเลย พวกเราก็ต้องปรับตัว ค่อย ๆ เข้าไปคุยทุกวัน ๆ จนท่านเริ่มเปิดใจก็จะคุยกับเรามากขึ้น ผู้สูงอายุบางคนคุยเก่ง แต่ในใจลึก ๆ ท่านอาจจะเหงาและเศร้ามาก ก็ต้องคอยสังเกต”</p>



<p>แม้ในการทำงานบางครั้งอาจต้องเผชิญอารมณ์ฉุนเฉียวของผู้สูงวัย สิ่งสำคัญคือการไม่เก็บคำพูดหรืออารมณ์เหล่านั้นมาเป็นความทุกข์หรือความน้อยใจ&nbsp;</p>



<p>“เวลาเจอผู้สูงอายุหงุดหงิดใส่ พวกเราจะไม่เก็บมาคิดมาก เพราะการทำงานเป็นผู้ให้การดูแล เราต้องเตรียมใจ และต้องเข้าใจสภาพร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุว่าอาจจะมีอารมณ์ที่แปรปรวนได้ เราก็ต้องพยายามปรับตัว” นิส บอก</p>



<p>ขณะที่ ดา เล่าว่า หลังจากทำงานกับผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง ทำให้รู้สึกอยากดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุมากขึ้น และได้เรียนรู้ว่า<strong>หัวใจสำคัญในการทำอาชีพนี้ คือความรักและความเข้าใจ </strong>ที่ผ่านมาเราก็จะดูแลผู้สูงอายุเหมือนคนในครอบครัว พยายามดูแลเขาอย่างเข้าใจ&nbsp;</p>



<p>นิส เล่าเสริมว่า ตอนไปฝึกงานเจอผู้สูงอายุหลายคนเลยที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว ไม่มีญาติ ไม่มีใครมาเยี่ยมเลย เราต้องเป็นให้เขาทุกอย่าง ดังนั้น<strong>การทำงานเป็นผู้ให้การดูแล ต้องมีใจรักในการบริการมาก ๆ</strong>&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-31.jpeg" alt="" class="wp-image-101174" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-31.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-31-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-31-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-31-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-31-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>การฝึกงานตลอด 3 เดือน ไม่เพียงเป็นบททดสอบทักษะความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา หากยังเป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์ความพร้อมในการทำงาน ซึ่ง ทั้งสามคนได้พิสูจน์แล้วว่าหลักสูตรนี้ได้สร้าง Caregiver คุณภาพ ทำให้สถานสงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน ปราจีนบุรี เปิดรับทั้งสามคนเข้าทำงานด้วยความมั่นใจ  </p>



<p>“มุมหนึ่งเราก็เหมือนได้รับโอกาส เพื่อส่งต่อโอกาสและความสุขให้กับผู้สูงอายุ <strong>ดังนั้นเราจะอยากนำโอกาสที่ได้มาพัฒนาตนเอง แล้วไปช่วยเหลือส่งต่อความสุขให้ผู้สูงวัย เพราะว่าเขาก็เหมือนย่ายายเรา เวลาเห็นเขายิ้มได้ เราก็มีความสุข” </strong><em>&nbsp;</em>ดา กล่าว</p>



<p>หลังจากได้รับ ‘โอกาสทางการศึกษา’&nbsp; เธอฝากส่งแรงใจไปถึงเด็กที่กำลังเผชิญความยากลำบากว่า อย่ายอมแพ้ต่อข้อจำกัดของชีวิต&nbsp;</p>



<p>“แม้เราจะขาดโอกาสในบางเรื่อง แต่อย่าเพิ่งหมดหวัง ให้ลองพยายามมองหาโอกาสที่อยู่รอบตัว และเมื่อได้โอกาสนั้นมาแล้วก็ต้องมีความตั้งใจและพยายามให้มากที่สุด ถึงจะเรียนไม่เก่ง ก็ทำให้สุดความสามารถ และดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คิดว่าถ้าเราตั้งใจจริงก็ไม่มีอะไรที่เกินเอื้อม”&nbsp;</p>



<p>สำหรับเส้นทางหลังจากนี้ นิส ปัท และดา บอกว่าพวกเธอจะทำหน้าที่เป็นผู้ให้การดูแลให้ดีที่สุด</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-070425/">หลักสูตร 6 เดือน เปลี่ยนชีวิต 3 เยาวชนสู่อาชีพ Caregiver: เมื่อโอกาสทางการศึกษา ไม่ใช่แค่ให้เรียนต่อแต่พาไปถึงอาชีพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>หลักสูตรระยะสั้น ‘พนักงานให้การดูแล Caregiver’ เปลี่ยนความขาดแคลนเป็นอนาคต ลดช่องว่างในสังคมสูงวัย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-170326/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Mar 2026 09:48:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมสูงวัย]]></category>
		<category><![CDATA[Caregiver]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=100730</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในวันที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ ‘สังคมสูงวัย’ อย่างเต็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170326/">หลักสูตรระยะสั้น ‘พนักงานให้การดูแล Caregiver’ เปลี่ยนความขาดแคลนเป็นอนาคต ลดช่องว่างในสังคมสูงวัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในวันที่สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่ ‘สังคมสูงวัย’ อย่างเต็มรูปแบบ ความต้องการบุคลากรด้านการดูแลสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ <strong>‘ผู้ให้การดูแล</strong>’ หรือ <strong>Caregiver</strong> ที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน แต่ในขณะเดียวกัน อีกมุมหนึ่งของสังคมยังมีเด็กจำนวนไม่น้อยที่แม้เรียนจบ ม.6 แล้ว แต่กลับไม่มีโอกาสทางการศึกษา และไม่สามารถก้าวเข้าสู่โลกการทำงานได้ ด้วยข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจ ครอบครัว หรือเงื่อนไขชีวิต</p>



<p>เพื่อเชื่อมร้อยระหว่างความต้องการของสังคมและข้อจำกัดของเยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ <strong>คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) </strong>ได้พัฒนา<strong>หลักสูตรสั้น ‘พนักงานให้การดูแล’</strong>&nbsp; และเปิดรับนักศึกษาใน<strong>โครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง</strong> ของ<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เป็นหลักสูตรที่ใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้และสร้างโอกาสให้แก่เยาวชนที่ขาดแคลนสามารถก้าวสู่โลกการทำงานและมีรายได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-56.jpeg" alt="" class="wp-image-100731" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-56.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-56-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-56-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-56-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-56-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Caregiver หลักสูตรจากโจทย์จริงของสังคม เปลี่ยน ‘เด็กด้อยโอกาส’ เป็น ‘ผู้ดูแลที่มีศักยภาพ’</strong></h3>



<p>ปัจจุบันระบบสาธารณสุขของประเทศไทยกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะ ‘พยาบาล’ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ แต่หลักสูตรพยาบาลต้องใช้เวลาเรียนถึง 4 ปี ดังนั้นหลักสูตรผู้ให้การดูแล หรือ Caregiver จะเป็นหนทางที่ช่วยเติมเต็มช่องว่างในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยได้</p>



<p><strong>ผศ.ดร.วนิดา วิสุทธิพานิช คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า </strong>คณะพยาบาลศาสตร์มีความพยายามในการนำความเชี่ยวชาญด้านการพยาบาลหรือสาธารณสุขมาต่อยอดในเรื่องของการให้บริการวิชาการที่ตอบสนองต่อป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs (Sustainable Development Goals) ใน 3 ข้อสำคัญ ได้แก่ ข้อ 3 การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (Good Health and Well-being) ข้อ 4 การศึกษาที่มีคุณภาพ (Quality Education) และข้อ 10 การ<a href="https://lib.dpu.ac.th/webtemplate/lib.dpu.ac.th/page.php-id=8661.html">ลดความเหลื่อมล้ำ&nbsp;(Reduced Inequality)</a> ซึ่งเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับการทำงานของ กสศ. จึงได้เขียนโครงการเพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาหลักสูตรผู้ให้การดูแล เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้นักเรียนที่จบ ม.6 ซึ่งด้อยโอกาสให้ได้มีวิชาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-57.jpeg" alt="" class="wp-image-100732" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-57.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-57-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-57-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-57-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-57-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผศ.ดร.วนิดา วิสุทธิพานิช</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“หลักสูตร Caregiver ใช้เวลาเรียนเพียง 6 เดือน ซึ่งเนื้อหาวิชาในหลักสูตรจะครอบคลุมตามเกณฑ์มาตรฐานของสภาการพยาบาล ผู้เรียนต้องมีขอบเขตองค์ความรู้และทักษะในการดูแลช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น ในการเรียนจะแบ่งออกเป็นภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ โดยในภาพรวมจะเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการอาหาร วิชากายวิภาค ซึ่งเป็นการเรียนรู้เรื่องของระบบร่างกายโดยพื้นฐานทั่วไป การบันทึกรายงานผู้ป่วย รวมถึงการดูแลเบื้องต้น เช่น การทำความสะอาด การดูแลสิ่งของเครื่องใช้เพื่อให้ปราศจากเชื้อ เป็นต้น”</p>



<p>แม้ Caregiver จะมีขอบเขตการทำงานจำกัดกว่าพยาบาล แต่ก็เป็นกำลังสำคัญในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสหลายคนที่ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก<strong>&nbsp;</strong></p>



<p><strong>“หลักสูตรผู้ให้การดูแลถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และตอบโจทย์ชีวิตเด็กด้อยโอกาสที่จะต้องเรียนจบให้ไว และมีงานทำเพื่อแบ่งเบาภาระครอบครัว</strong> แต่ทั้งนี้ก็อยากให้เด็ก ๆ ไม่หยุดเพียงเท่านี้ เมื่อมีโอกาสก็อยากให้พัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต เช่น การเรียนต่อผู้ช่วยพยาบาล หรือพยาบาล เพื่อให้ตัวเขาเองมีความมั่นคง ขณะเดียวกันจะส่งผลให้งานด้านสาธารณสุขหรือการพยาบาลของประเทศเข้มแข็งด้วย เพราะจะมีบุคลาการด้านการพยาบาลที่มีทักษะในการดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ” </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>Caregiver หลักสูตรที่ให้ทั้งความรู้ ทักษะชีวิต และอาชีพในอนาคต</strong></h3>



<p>ด้วยการทำงานในฐานะผู้ให้การดูแล ที่ต้องดูแลทั้งผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่มีความเจ็บปวดทางร่างกายและความแปรปรวนทางอารมณ์ ฉะนั้นสิ่งสำคัญของหลักสูตรนี้ไม่ใช่เพียงความรู้ทางวิชาการ แต่คือการเตรียมเด็กให้พร้อมต่อโลกการทำงานจริง</p>



<p><strong>ผศ.ดร.ผกาพรรณ บุญเต็ม ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการและบริการวิชาการ</strong> <strong>คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และผู้รับผิดชอบโครงการ </strong>กล่าวว่า ความจริงแล้วลักษณะของงานการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุจะเหมาะกับผู้ที่มีวุฒิภาวะและประสบการณ์ชีวิตในระดับหนึ่ง ดังนั้นพอเป็นเด็กที่เพิ่งเรียนจบชั้น ม.6 ก็ต้องพยายามเสริมประสบการณ์ด้วยการฝึกปฏิบัติ</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-58.jpeg" alt="" class="wp-image-100733" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-58.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-58-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-58-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-58-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-58-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ผศ.ดร.ผกาพรรณ บุญเต็ม</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เด็ก ๆ ที่เรียนในหลักสูตรจะได้ลงฝึกปฏิบัติจริงทั้งในหอผู้ป่วย สถานสงเคราะห์บ้านสุทธาวาสซึ่งเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน เป้าหมายก็เพื่อให้เด็ก ๆ ได้เจอกับผู้ป่วยหรือผู้รับบริการจริง ได้สัมผัสลักษณะของผู้ป่วยที่มีความหลากหลาย ทั้งผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บป่วย ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกึ่ง และผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีในชุมชน ได้เห็นพี่ ๆ พยาบาลที่ทำงานบนวอร์ด เหมือนได้เห็นชีวิตจริงว่าถ้าทำงานต้องเจอกับอะไร รวมทั้งได้ฝึกลงมือปฏิบัติ เช่น การทำความสะอาดร่างกาย การวัดสัญญาณชีพ การดูแลทำความสะอาดแผลเบื้องต้น” </p>



<p>นอกจากความรู้ในห้องเรียนและการฝึกทักษะปฏิบัติที่จำเป็นต่อการดูแลผู้ป่วยแล้ว การเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานในฐานะผู้ให้การดูแลยังต้องอาศัยทักษะชีวิตอีกหลายด้าน</p>



<p>“ทักษะสำคัญที่หลักสูตรพยายามเสริมให้กับนักศึกษา คือการปรับตัวและการทำความเข้าใจต่อโลกในชีวิตจริง เพราะสิ่งที่เห็นในกระดาษ คือ 1+1=2 แต่ในชีวิตจริง 1+1 อาจไม่ใช่ 2 เนื่องด้วยสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนและปัจจัยแวดล้อมที่มีมากกว่าสิ่งที่ปรากฏในตำรา” </p>



<p></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-59.jpeg" alt="" class="wp-image-100734" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-59.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-59-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-59-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-59-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-59-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>อีกหนึ่งทักษะสำคัญในความเห็นของ ผศ.ดร.ผกาพรรณ คือ <strong>‘ทักษะสื่อสาร’</strong> เนื่องจากผู้ให้การดูแลต้องทำงานใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า ดังนั้นความแตกต่างระหว่างช่วงวัยหรือเจเนอเรชันจึงเป็นอีกปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการทำงาน</p>



<p>“เราเพิ่มทักษะการสื่อสารเข้าไปอยู่ในรายวิชาที่เรียนเลย โดยเด็ก ๆ ต้องมีการทำรายงาน และการนำเสนองาน เป็นการพัฒนาทักษะการสื่อสารทั้งในรูปแบบการเขียนและการพูด นอกจากนี้ต้องฝึกการสื่อสารกับคนไข้ บอกได้ว่าวันนี้วัดความดันแล้วคนไข้มีความดันปกติหรือผิดปกติ ต้องอธิบายได้ สื่อสารได้”&nbsp;</p>



<p>ขณะเดียวกัน การทำงานในฐานะผู้ให้การดูแลย่อมต้องเผชิญกับความแปรปรวนทางอารมณ์ของผู้ป่วยและผู้สูงอายุอยู่เสมอ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมทางจิตใจ เพื่อให้สามารถรับมือกับความกดดันและสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการทำงานก็จะช่วยให้นักศึกษาก้าวเข้าสู่โลกการทำงานจริงได้อย่างมั่นคง</p>



<p>“เรามีกิจกรรมเสริม มีการเชิญผู้ช่วยพยาบาลที่จบการศึกษาแล้วมาเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์การทำงาน เป็นการเตรียมพร้อมว่าเขาต้องเจอกับอะไรบ้าง เพื่อเตรียมรับมือ รับอารมณ์จากทั้งผู้ป่วยและญาติ เราอยากให้เขาได้ศึกษาจากสถานการณ์จริงของคนที่มีประสบการณ์ แต่แน่นอนว่าต่อให้เตรียมตัวอย่างไรก็ไม่เท่ากับการได้เจอของจริงด้วยตนเอง แต่อย่างน้อยการได้เห็นภาพล่วงหน้า จะช่วยให้เขาได้ระวัง ฉุกคิด หรือหมั่นสังเกตมากขึ้น เช่น หากคนไข้เริ่มมีคำพูดที่แรงขึ้น เราต้องทำอย่างไร” </p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์: บทเรียนชีวิตจริงของ Caregiver</strong></h3>



<p>หลังจากเรียนครบภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติแล้ว ทางคณะพยาบาลศาสตร์ มศว ยังได้มีความร่วมมือกับ<strong>ศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ปราจีนบุรี</strong> ในการรับนักศึกษาจากหลักสูตรผู้ให้การดูแล หรือ Care Giver เข้าฝึกงานเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพขั้นสูง ในการเชื่อมต่อสถาบันการศึกษากับสถานประกอบการ</p>



<p><strong>คุณคมสันต์ ใจสดใส ผู้อำนวยการศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ปราจีนบุรี</strong> กล่าวว่า ศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน เป็นบ้านที่ให้การดูแลผู้สูงอายุยากไร้และทุพพลภาพ&nbsp;ซึ่งสาเหตุที่เปิดรับน้อง ๆ เข้ามาฝึกงาน เพราะอยาก<strong>เปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ ได้มาเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์ ได้ฝึกฝนทักษะการทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวไปสู่การทำงานในอนาคต</strong> แต่ขณะเดียวกันศูนย์สงเคราะห์เองก็ได้ประโยชน์ เพราะน้อง ๆ ที่มาฝึกงานก็จะช่วยเสริมกำลังการทำงาน เพราะต้องยอมรับว่าปัจจุบันบุคลากรด้านการดูแลยังมีไม่เพียงพอ การมีน้อง ๆ เข้ามาช่วยจึงทำให้เราสามารถแบ่งเบาภาระงานที่ทีมต้องรับผิดชอบอยู่ได้มากขึ้น และเมื่อมีบุคลากรเพิ่มขึ้น ก็ส่งผลให้คุณภาพในการดูแลผู้สูงอายุดีขึ้นตามไปด้วย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-60.jpeg" alt="" class="wp-image-100735" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-60.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-60-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-60-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-60-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-60-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">คมสันต์ ใจสดใส</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ปัจจุบันศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน โซเชียล เซนเตอร์ ดูแลผู้สูงอายุกว่า 70 คน ซึ่งมีทั้งผู้ที่ยังช่วยเหลือตนเองได้ และผู้ป่วยติดเตียง โดยผู้ที่จะเข้ามาทำงานให้การดูแล คุณคมสันต์บอกว่านอกจากต้องมีทักษะด้านการพยาบาลในการช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นพื้นฐานแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ‘หัวใจรักในการดูแล’</p>



<p>“หัวใจสำคัญของวิชาชีพนี้อันดับแรกคือขอให้มีใจรักก่อน เพราะงานดูแลผู้สูงอายุต้องใช้ความอดทนสูง ผู้สูงอายุบางคนมีปัญหาด้านความจำ หรือมีความแปรปรวนทางอารมณ์ เพราะฉะนั้นถ้าน้อง ๆ มีใจรักก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะผมเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคณะพยาบาลศาสตร์ มศว จะบ่มเพาะความรู้และทักษะให้เด็ก ๆ มาอย่างเข้มข้น ขาดแต่เพียงทักษะการปฏิบัติจริงที่อาจยังไม่เต็มร้อย แต่เราชื่อว่าพัฒนาได้ โดยอาศัยการเรียนรู้เพิ่มเติมจากรุ่นพี่ หรือพี่เลี้ยงที่จะคอยให้คำแนะนำ เพื่อให้เขาเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ในเส้นทางอาชีพนี้”</p>



<p>ในแต่ละวัน ผู้ให้การดูแลจะต้องช่วยกิจวัตรต่าง ๆ ของผู้สูงอายุ ตั้งแต่อาบน้ำ ป้อนอาหาร แจกยา พาไปทำกิจกรรม ไปจนถึงการดูแลผู้ป่วยติดเตียง เช่น การเช็ดตัว เปลี่ยนผ้าอ้อม หรือให้อาหารทางสายยาง ซึ่งตลอดระยะเวลาการฝึกงาน เด็ก ๆ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างดี</p>



<p>“น้อง ๆ มีความตั้งใจมาก ขยัน อดทน และมีความพยายามในการเรียนรู้ หลายครั้งเราสังเกตเห็นว่าเขาเห็นความต้องการของผู้อื่น หมายความว่า เห็นความต้องการของผู้สูงอายุ มีความกระตือรือร้นที่จะเข้าไปช่วย เช่น เข็นรถให้ หรือคอยสังเกตความผิดปกติของผู้ป่วย เพราะผู้สูงอายุบางคนพูดไม่ได้ บางคนมองไม่เห็น ซึ่งเราเห็นว่าน้องรู้จักสังเกต เป็นสิ่งสำคัญในการประเมินผู้สูงอายุ ถือว่ามีศักยภาพในการทำงานด้านนี้อย่างดี มีทักษะในการเอาใจใส่”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-61.jpeg" alt="" class="wp-image-100736" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-61.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-61-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-61-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-61-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/03/image-61-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>แน่นอนว่าการมีโอกาสฝึกงานในสถานการณ์จริง ย่อมเป็นข้อได้เปรียบ เพราะประสบการณ์จากการดูแลผู้สูงอายุในชีวิตจริง จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์ที่หลากหลาย และค่อย ๆ สร้างความมั่นใจในบทบาทของตนเองในฐานะผู้ให้การดูแล</p>



<p>“การที่เขาเจอผู้สูงอายุที่มีความหลากหลาย มีความเจ็บป่วยที่แตกต่างกัน จะทำให้เขาเข้าใจในการดูและรับมือกับผู้ป่วยแต่ละเคสที่ไม่เหมือนกัน บางครั้งเจอผู้สูงอายุชัก อาจจะตกใจ และทำตัวไม่ถูก แต่ถ้าเขาเรียนรู้และถ้าผ่านตรงนี้ไปได้ เขาจะมีความมั่นใจ และสามารถไปทำงานที่อื่นได้อย่างดี เป็นการติดอาวุธให้เขาก่อนลงสนามจริง”</p>



<p>อย่างไรก็ดี การเปิดพื้นที่เล็ก ๆ ให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาฝึกงานเช่นนี้ คุณคมสันต์มองว่า ไม่เพียงช่วย<strong>บ่มเพาะวิชาชีพที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน แต่เป็นการเชื่อมทางให้เด็กด้อยโอกาสได้ก้าวเดินต่อไปในชีวิต&nbsp;</strong></p>



<p><em>“ผมคิดว่าเราก็เป็นเหมือนสะพาน หรือบันไดขั้นหนึ่ง ที่ช่วยให้น้อง ๆ ก้าวไปสู่เส้นทางชีวิตที่ดีขึ้น ที่สำคัญเมื่อจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยเพิ่มขึ้น ความต้องการบุคลากรด้านการดูแลก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การมีหลักสูตรแบบนี้จะช่วยให้เด็กด้อยโอกาสได้เรียนในสายอาชีพที่ตลาดต้องการจริง ๆ และมีโอกาสที่จะมีงานทำ มีรายได้ดูแลตนเองและครอบครัว”</em></p>



<p>ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในการเรียนรู้ ประกอบกับผลงานระหว่างการฝึกงานที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความรับผิดชอบของเด็กๆ ทำให้ภายหลังสิ้นสุดช่วงฝึกงาน ทางสถานสงเคราะห์ได้เปิดรับพวกเขาเข้าร่วมทำงานจริงในทันที&nbsp;</p>



<p><strong>ผศ.ดร.วนิดา </strong>กล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกปลื้มใจและดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็ก ๆ เรียนจบและมีงานทำ ซึ่งการที่เขามีการศึกษา มีอาชีพ และมีรายได้ ไม่ได้แค่ช่วยให้เขารอด แต่รวมถึงครอบครัวเขาด้วย ช่วยให้เขาดูแลครอบครัวเขาต่อไปได้ แต่สิ่งที่หนึ่งเราอยากปลูกฝังคือ วันนี้เขาเป็นผู้รับแล้ว วันหนึ่งที่เขาพร้อมก็อยากให้เขาลุกมาเป็นผู้ให้&nbsp;</p>



<p>“อยากบอกเด็ก ๆ ว่า การที่เขาได้รับคัดเลือกให้ได้รับทุนและเข้ามาเรียนหลักสูตรผู้ให้การดูแลถือว่าเป็นเกียรติและมีบุญมาก ๆ อยากให้เก็บสิ่งที่ได้รับ และความภาคภูมิใจนี้ไปปฏิบัติหน้าที่ให้สมเกียรติของคำว่า ‘ผู้ให้การดูแล’ เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของบุคลากรทางการพยาบาล ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพ ดูแลด้วยหัวใจ ด้วยทักษะ และสมองที่จะทำให้คนไข้ได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170326/">หลักสูตรระยะสั้น ‘พนักงานให้การดูแล Caregiver’ เปลี่ยนความขาดแคลนเป็นอนาคต ลดช่องว่างในสังคมสูงวัย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
