<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Ben Domingue | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/ben-domingue/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Apr 2021 08:04:20 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Ben Domingue | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>นักวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุ ปิดโรงเรียนเพื่อควบคุมโควิด-19 ส่งผลต่อการอ่านเด็กประถม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-reading-skills-young-students-stalled-pandemic/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 12 Apr 2021 09:21:19 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[Stanford Graduate School of Education]]></category>
		<category><![CDATA[GSE]]></category>
		<category><![CDATA[Ben Domingue]]></category>
		<category><![CDATA[Heather Hough]]></category>
		<category><![CDATA[PACE]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=28927</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเผยผลการศึกษาระบุชัด การปิด [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-reading-skills-young-students-stalled-pandemic/">นักวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุ ปิดโรงเรียนเพื่อควบคุมโควิด-19 ส่งผลต่อการอ่านเด็กประถม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><b>นักวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเผยผลการศึกษาระบุชัด การปิดโรงเรียนเพื่อสกัดกั้นควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-</b><b>19</b><b> ส่งผลต่อการพัฒนาทางด้านทักษะอ่านของเด็กนักเรียนในระดับประถมศึกษา โดยทำให้การอ่านออกเสียงสะกดคำอย่างถูกต้องและรวดเร็ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นแม้แต่น้อย</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รายงานระบุว่า <strong>ทีมนักวิจัยของ </strong></span><strong>Stanford Graduate School of Education (GSE) </strong><span style="font-weight: 400;">ได้แสดงหลักฐานชิ้นใหม่ที่พิสูจน์ว่าการปิดโรงเรียน เพราะไวรัสโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> มีผลกระทบต่อพัฒนาการด้านทักษะการอ่าน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการเรียนรู้ต่อยอดในระดับที่สูงขึ้นไป และเกี่ยวข้องกับทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้วยการทดสอบทักษะการอ่านของเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4 ในโรงเรียนกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ ก่อนพบว่า นักเรียนเหล่านี้ โดยเฉพาะในชั้นประถมศึกษาปีที่ 2-3 มีทักษะการอ่านที่ถดถอยลงจากเกณฑ์ปกติที่ควรเป็นถึง 30</span><span style="font-weight: 400;">%</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยทีมนักวิจัย ดำเนินการศึกษาเป็นช่วงๆ หลายครั้งตลอดทั้งปี 2020 เพื่อนำผลมาเปรียบเทียบกัน โดยมีทั้งช่วงที่ปิดโรงเรียน และช่วงที่เปิดโรงเรียนกลับมาเรียนหนังสือได้ตามปกติ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการประเมินทักษะการอ่านนี้ คือการทดสอบพัฒนาการด้านการอ่านด้วยการอ่านออกเสียง แล้วพิจารณาถึงความคล่องแคล่วในการอ่าน และการอ่านออกเสียงได้เร็วและถูกต้อง ซึ่งผลการอ่านของนักเรียนส่วนใหญ่ลดลงไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงปิดโรงเรียนเพราะโควิด-19 และทักษะการอ่านกลับมากระเตื้องดีขึ้นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีการเปิดโรงเรียน เป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะชดเชยการเรียนรู้ที่หายไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิก่อนหน้านี้ได้</span></p>
<p><strong>Ben Domingue ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่ง Stanford GSE</strong><span style="font-weight: 400;"> และหนึ่งในผู้เขียนรายงานฉบับนี้ กล่าวว่า ผลการศึกษาทำให้เห็นว่าเด็กนักเรียนเหล่านี้ดูเหมือนกชจะไม่ได้มีการพัฒนาทักษะการอ่านในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และการเติบโตหยุดชะงักเมื่อโรงเรียนปิด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;(</span><span style="font-weight: 400;">ทักษะการอ่าน) กระเตื้องขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง พิสูจน์ให้เห็นถึงผลของความพยายามของเหล่านักการศึกษาที่เตรียมความพร้อมและความคิดสร้างสรรค์ในการหาวิธีสอน แต่การเติบโตนั้นไม่แข็งแกร่งพอที่จะชดเชยช่องว่างจากฤดูใบไม้ผลิ&#8221;</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นักวิจัยระบุชัดเจนว่า ความคล่องแคล่วในการอ่านเป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาทางวิชาการในวงกว้างมากขึ้น ดังนั้น ปัญหาเกี่ยวกับทักษะการอ่านนี้จึงอาจรบกวนความสามารถของนักเรียนในการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ ในขณะที่พวกเขาก้าวผ่านเกรดในภายหลัง</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“</span><span style="font-weight: 400;">การอ่านเป็นประตูสู่การพัฒนาทักษะทางวิชาการในทุกสาขาวิชา มันเป็นกุญแจที่เปิดประตูทุกบาน หากเด็กไม่สามารถอ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ </span><span style="font-weight: 400;">3</span><span style="font-weight: 400;"> พวกเขาก็ไม่น่าจะเข้าถึงเนื้อหาในหลักสูตรอื่นๆ ได้</span><span style="font-weight: 400;">” Domingue </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<h3>ทดสอบการอ่านเป็นช่วงระยะ ไม่ใช่รายปี</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการศึกษาในครั้งนี้ แตกต่างจากงานวิจัยที่เกี่ยวกับการสูญเสียการเรียนรู้เพราะโควิด-19</span><span style="font-weight: 400;"> ก่อนหน้าตรงที่มีการวัดทักษะของนักเรียนเป็นระยะ ๆ ตลอดทั้งปีทำให้สามารถประเมินการเติบโตในระยะต่างๆ ของการระบาดได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยนักวิจัยกล่าวว่า การศึกษาเกี่ยวกับการสูญเสียการเรียนรู้จนถึงขณะนี้ส่วนใหญ่จะพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงของผลลบที่เกิดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่านักเรียนได้รับผลกระทบจากโควิด-19</span><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">อย่างไร ทว่า เพียงแค่การวัดผลสะสมไม่ได้ช่วยให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างจุดเวลาทั้งสองนั้น มีการเปลี่ยนแปลงมากมายที่โรงเรียนในช่วงเวลาที่แตกต่างกันระหว่างสองจุดนั้น อีกทั้งยังดูเหมือนว่าจะมีความแตกต่างบางอย่างในรูปแบบการเรียนรู้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ การศึกษาในครั้งนี้ยังมีกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งเน้นไปยังนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น ขณะที่คนอื่นๆ จะศึกษาเรื่องการเติบโตและการสูยเสียการเรียนที่กระทบต่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายถึงมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นช่วงอายุที่มักอยู่ในเกณฑ์การสอบมาตรฐานประจำปีและการประเมินตามปกติอื่นๆ</span></p>
<h3>การอ่านคือทักษะขั้นพื้นฐาน</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">ข้อมูลครั้งนี้ ได้จากการศึกษาด้วยการประเมินการอ่านแบบปากเปล่าเพื่อวัดความคล่องแคล่วในการอ่านของนักเรียนอเมริกันในเขตพื้นที่การศึกษามากกว่า </span><span style="font-weight: 400;">100</span><span style="font-weight: 400;"> แห่งทั่วประเทศ ซึ่งการประเมินการอ่านที่ใช้ในการศึกษาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีและแม้ว่าจะดำเนินการตามปกติในห้องเรียน แต่ก็ดำเนินการจากระยะไกลในระหว่างการระบาด การอ่านนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที และแม้ว่าจะดำเนินการตามปกติในห้องเรียน แต่ก็ดำเนินการจากระยะไกลในระหว่างการระบาดของไวรัสโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ผู้สอบจะบันทึกเสียงอ่านของตนขณะที่อ่านออกเสียง ขณะที่การให้คะแนนจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาโดยขึ้นอยู่กับการรวมกันของ </span><span style="font-weight: 400;">1) </span><span style="font-weight: 400;">การถอดเสียงของมนุษย์ และ </span><span style="font-weight: 400;">2) </span><span style="font-weight: 400;">การรู้จำเสียง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ นักวิจัยได้ตรวจสอบแนวโน้มการเติบโตในระยะยาวของนักเรียนตั้งแต่ปี </span><span style="font-weight: 400;">2018</span><span style="font-weight: 400;"> โดยสังเกตการเติบโตที่ค่อนข้างคงที่จนกระทั่งเริ่มมีการระบาดในฤดูใบไม้ผลิปี </span><span style="font-weight: 400;">2020</span><span style="font-weight: 400;"> ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ทักษะความสามารถในการอ่านของเด็กหยุดลง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นักวิจัยยังสังเกตเห็นผลกระทบของความเหลื่อมล้ำ โดยนักเรียนในเขตที่ประสบความสำเร็จต่ำในอดีต (จากข้อมูลจากคลังข้อมูลการศึกษาของสแตนฟอร์ด) ได้พัฒนาทักษะการอ่านในอัตราที่ช้ากว่านักเรียนที่ประสบความสำเร็จสูงกว่า ส่วนโรงเรียนที่มักจะได้คะแนนต่ำจากการทดสอบมาตรฐานประจำปีก็มักจะมีสัดส่วนของนักเรียนดียน และนักเรียนด้อยโอกาส &#8211; ประชากรที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโควิด-</span><span style="font-weight: 400;">19</span><span style="font-weight: 400;"> ที่ส่งผลต่อความพร้อมในการเรียนรู้  รวมถึงการเข้าไม่ถึงคอมพิวเตอร์ -อินเทอร์เน็ตที่เชื่อถือได้ หรือผู้ปกครองที่บ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ มีเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่โรงเรียนที่มีผลการเรียนต่ำกว่าจะเผชิญกับปัญหามากมายที่นักการศึกษาในเขตที่ร่ำรวยกว่าไม่ได้เผชิญ กระนั้น โรงเรียนที่กลุ่มนี้ก็ยังมีการเติบโต เพราะครูทุ่มเทพยายามอย่างหนัก ในการช่วยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ทักษะการอ่าน รวมถึงสะท้อนให้เห็นในสิ่งที่ได้รับ แต่สิ่งสำคัญคือต้องตระหนักถึงผลกระทบที่แตกต่างกันที่มีต่อนักเรียน</span></p>
<figure id="attachment_28930" aria-describedby="caption-attachment-28930" style="width: 855px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" fetchpriority="high" class="wp-image-28930 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/04/ข่าวงานวิจัยชี้โควิด19ฉุดทักษะ_c.png" alt="" width="855" height="569" /><figcaption id="caption-attachment-28930" class="wp-caption-text">Ben Domingue ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่ง Stanford GSE / ที่มาภาพ &#8211; Courtesy Graduate School of Education</figcaption></figure>
<h3>ก้าวต่อไป</h3>
<p><span style="font-weight: 400;">นักวิจัยเตือนว่า แม้ว่าการศึกษาวิเคราะห์จะเป็นหลักฐานที่สำคัญเกี่ยวกับการสูญเสียการเรียนรู้ในช่วงชั้นต้น แต่ก็ไม่รวมถึงข้อมูลว่านักเรียนเข้าเรียนด้วยตนเองจากระยะไกลหรือในรูปแบบผสม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทีมนักวิจัยยังระบุหมายเหตุไว้ด้วยว่า การค้นพบของพวกตนในครั้งนี้ ไม่ควรนำไปใช้กับวิชาการอื่น ๆ ที่เปิดสอน เพราะมุ่งเน้นไปที่การอ่านเป็นหลัก ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนการสอนของโรงเรียนหลายแห่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี </span><span style="font-weight: 400;">2020</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แม้ว่า แม้ว่าผลกระทบทั้งหมดของโควิด-19</span><span style="font-weight: 400;"> ต่อการเรียนรู้จะไม่ชัดเจนอีกนานหลายเดือนหรือหลายปี แต่การศึกษานี้แสดงหลักฐานว่า &#8211; หลังจากการระบาดครั้งแรก นักการศึกษาพบวิธีการสอนและประเมินทักษะการอ่านของนักเรียนรุ่นใหม่ และแม้ในท่ามกลางความไม่แน่นอนและการหยุดชะงักอย่างต่อเนื่อง นักเรียนเหล่านี้ก็สามารถเก็บเกี่ยวประโยชน์ในฤดูใบไม้ร่วง ช่วงก่อนการระบาด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากนี้ </span><strong>Heather Hough ผู้อำนวยการบริหารของ PACE </strong><span style="font-weight: 400;">และผู้ร่วมการศึกษาในครั้งนี้กล่าวว่า สามารถต่อยอดงานวิจัยนี้ โดยระบุแนวทางแนวทางปฏิบัติที่เร่งการเรียนรู้สำหรับนักเรียนที่เรียนไม่ทันและทำให้แน่ใจว่าโรงเรียนมีทรัพยากรที่จำเป็นพร้อมฃ</span></p>
<p><strong>ที่มา : </strong><a href="https://news.stanford.edu/2021/03/09/reading-skills-young-students-stalled-pandemic/?utm_source=facebook&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=&amp;utm_content=UComm_facebook_Stanford-University_202103090844_sf140006883&amp;sf140006883=1&amp;fbclid=IwAR3pJBjSinMqU7-MmlkUBklGeGCyuK7GgQXGVECV7mUeb_AenlFWBnzw33c" target="_blank" rel="noopener">New Stanford study finds reading skills among young students stalled during the pandemic</a></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-reading-skills-young-students-stalled-pandemic/">นักวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดระบุ ปิดโรงเรียนเพื่อควบคุมโควิด-19 ส่งผลต่อการอ่านเด็กประถม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
