<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Article Series | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/article-series/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 26 May 2026 09:15:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.14</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Article Series | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>อย่าพบกันที่ปลายน้ำอีกเลย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-series-matra12-02/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-series-matra12-02</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 26 May 2026 09:15:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรา 12]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวนีย์ สังขาระ]]></category>
		<category><![CDATA[Article Series]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาในมือคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[Ed in You]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=102602</guid>

					<description><![CDATA[<p>01 โมเมนต์ที่เป็นนิรันดร์​ “เจ้าลูกชายตัวดี เข้าไปนั่งใ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-series-matra12-02/">อย่าพบกันที่ปลายน้ำอีกเลย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>01 โมเมนต์ที่เป็นนิรันดร์​</strong></h3>



<p>“เจ้าลูกชายตัวดี เข้าไปนั่งใกล้ตักแม่ คลอเคลีย เอามือให้แม่ปลอบประโลน&nbsp;</p>



<p>คำพูด “ภูมิใจ” “ดีใจ” “เสียใจ” และ “ขอโทษ” “ให้อภัยเสมอ”&nbsp; เพราะเธอเป็นลูกของแม่&nbsp;</p>



<p>โมเมนต์นั้น ฉันอยากให้เวลาเป็นชั่วนิรันดร์&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แต่เดี๋ยวเดียวแม่ลูกก็ต้องแยกออกจากกันเราทำหน้าที่แค่บันทึกโมเมนต์นั้นไว้&nbsp;</p>



<p>ก่อนที่อีกไม่นาน พวกเขาจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง</p>



<p>แม่ลูบมือลูกชายที่เต็มไปด้วยรอยสักยันต์ ในพิธีมอบวุฒิการศึกษาการศึกษาชั้นมัธยมต้น&nbsp;</p>



<p>ในสถานพินิจ จ.นครพนม ที่ศูนย์การเรียนซีวายเอฟ ตามมาตรา 12 &#8211; การศึกษาที่กระจายอำนาจสู่มือประชาชน&nbsp;</p>



<p>หันมาเห็นภาพนั้น น้ำตาไหลอาบกล้องโดยไม่รู้ตัว</p>



<p>วันนั้นที่ฉันมีโอกาสได้เข้าไปในสถานพินิจ เพื่อบันทึกเรื่องราวของเด็กที่ ศูนย์การเรียน ซีวายเอฟ เรียกว่า “เด็กปลายน้ำ”&nbsp;</p>



<p>เด็กที่หลุดจากระบบ แทนที่จะไปอยู่ในโรงเรียน ระบบการศึกษา แต่กลับมาอยู่ตรงนี้&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-98.jpeg" alt="" class="wp-image-102603" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-98.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-98-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-98-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-98-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-98-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เอม”​(นามสมมุติ) เล่าให้ฟังว่า เธอเข้ามาสถานพินิจ เพราะเป็นเด็กเดินยา</p>



<p>การได้มีโอกาสเรียนในมาตรา 12 ที่เข้ามาจัดในสถานพินิจ ทำให้เธอ “เห็นทางใหม่” แววตาของเธอเปลี่ยนไป เมื่อพูดถึงการเรียนนี้ เธอบอกว่า ได้เรียนทำกาแฟ ได้เรียนคณิตศาสตร์ เห็นว่าเป็นทางที่เธอถนัด เริ่มมีความฝันว่าออกไปอาจจะไปเปิดร้านกาแฟได้ เธอบอกว่า เธอสอบได้ที่หนึ่งด้วย ได้เกรดดีทุกตัว</p>



<p>ฉันถามคำถามสุดท้ายก่อนจากกันว่า..แล้วเอม มั่นใจมั้ยว่า จะออกไปแล้วจะไม่หวั่นไหวกลับไปทางเดิมอีก&nbsp;</p>



<p>เอมเป็นเด็กฉลาด เธอหยุดคิด ก่อนตอบ “เธอก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ เดินยาบางเดือนได้หลายหมื่น ซื้อมอเตอร์ไซค์ได้ ให้เงินแม่ใช้หนี้ได้ เรียนจบปริญญาตรี ทำได้อย่างนี้รึเปล่ายังไม่รู้”&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แต่ที่หนูมั่นใจคือ หนูไม่อยากกลับมาตรงนี้อีกแล้ว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-15.jpg" alt="" class="wp-image-102613" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-15.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-15-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-15-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-15-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-15-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ในวันมอบวุฒิการศึกษา เด็กๆ ตื่นเต้นดีใจ หลายคนบอกว่า นอนไม่หลับ </p>



<p>สาวๆ ขอเมคอัพผู้คุมมาแต่งหน้า ทาปากแดง&nbsp;</p>



<p>แต่วันนั้น แม่ของเอมไม่มา เด็กสาว แววตาเศร้าสลดอย่างเห็นได้ชัด&nbsp;</p>



<p>จากวันนั้นก็หลายปีแล้ว ฉันยังติดต่อกับ เอม อยู่เป็นระยะ ผ่านเฟซบุ๊ก ที่เธอโผล่ๆ หายๆ&nbsp;</p>



<p>ไม่นานมานี้เราทักหากัน เอมบอกว่า “ขอบคุณที่ยังจำกันได้”&nbsp;</p>



<p>ฉันถามว่า ชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง&nbsp;</p>



<p>เอมเล่าว่า..ตั้งแต่ได้วุฒิ ม.ต้น จบจากสถานพินิจ กลับบ้าน ฝันว่าจะไปเรียนต่อ แต่กลับบ้านเจอแม่มีสามีใหม่ ที่ไม่ดี</p>



<p>เธอจึงออกจากบ้าน ระเหเร่ร่อน มีแฟนใหม่ มีลูก เลิกกับแฟน และออกมาตั้งหลักชีวิตใหม่อยู่ตอนนี้&nbsp; ที่ไหนสักแห่ง&nbsp;</p>



<p>เธอได้งาน พนักงานต้อนรับ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง&nbsp;</p>



<p>ฉันถามเธอว่า ใช้วุฒิ&nbsp; ม.ต้น ที่ได้จากมาตรา 12 มาสมัครงานมั้ย&nbsp;</p>



<p>เธอบอกว่า ถ้าใบวุฒิยังอยู่ก็คงดี เพราะเวลาสมัครงานเขาก็ให้กรอกว่า วุฒิอะไร&nbsp;</p>



<p>แต่เธอก็ได้งานนี้มา เพราะว่า “โชคและเขาเอ็นดู” แม้จะไม่มีใบวุฒิ</p>



<p>นี่ไม่ใช่เรื่องของความพยายามของเอม แต่คือคำถามว่า ระบบที่ให้เธอเรียนรู้<br>เคยออกแบบ “ทางต่อ” ให้ชีวิตเธอหรือไม่ มาตรา 12 อาจเปิดประตูให้เธอได้เรียน<br>แต่เมื่อเธอเดินออกมา ประตูบานถัดไปกลับไม่มีอยู่จริง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-09.jpg" alt="" class="wp-image-102611" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-09.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-09-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-09-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-09-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-09-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>02 การเรียนรู้ วุฒิการศึกษา และต้นทุนชีวิต: เมื่อทางเลือกมีอยู่ แต่ระบบไม่เคยรองรับ</strong></h3>



<p>คำถามที่ว่า<br>“ระบบการศึกษาของเราให้คุณค่ากับ ‘การเรียนรู้’ หรือ ‘วุฒิการศึกษา’ มากกว่ากัน<br>เป็นคำถามที่สำคัญ แต่ยังไม่พอ เพราะในโลกจริง โดยเฉพาะสำหรับเด็กจำนวนมากที่ “หลุดออกจากระบบ” คำถามไม่ได้มีแค่สองตัวเลือกนั้น แต่คือ “เราจะทำอย่างไรให้เด็กมีทั้งการเรียนรู้ที่มีความหมาย และวุฒิการศึกษาที่ใช้เป็นต้นทุนชีวิตได้ โดยไม่ต้องเสียชีวิตช่วงสำคัญไปกับระบบที่ไม่รองรับเขา”</p>



<p>นี่ไม่ใช่แค่คำถามเชิงปรัชญา แต่มันคือคำถามเชิงโครงสร้าง</p>



<p>เด็กที่ไม่ได้ “เลือก” จะหลุด แต่ถูกผลักออก</p>



<p>ในภาคสนามของการทำงานมาตรา 12 เราเจอเด็กแบบ “เอม” อยู่เสมอ เด็กที่ไม่ได้เกลียดการเรียนรู้<br>แต่ไม่สามารถอยู่ใน “รูปแบบ” ของโรงเรียนได้ บางคนต้องทำงาน บางคนมีภาระครอบครัว บางคนครอบครัวแตกสลาย<br>บางคนมีบาดแผลจากระบบเดิม บางคนแค่ “เรียนไม่ทัน” จังหวะที่ถูกกำหนด</p>



<p>เมื่อเขาหลุดออกมา สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่ “โรงเรียน” แต่คือ “สิทธิในการมีอนาคตที่ระบบยอมรับ” เขาอาจเรียนรู้ต่อได้ แต่ไม่มีวุฒิ และในสังคมนี้ วุฒิยังคงเป็น “ภาษากลาง” ที่ใช้เปิดประตูชีวิตนี่คือความจริงที่เราปฏิเสธไม่ได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-05.jpg" alt="" class="wp-image-102612" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>03 มาตรา 12: กฎหมายที่เปิดทาง แต่ไม่สร้างสะพาน</strong></h3>



<p>ประเทศไทยไม่ได้ขาดกฎหมายที่ก้าวหน้า มาตรา 12 เปิดพื้นที่ให้เกิดการศึกษาทางเลือก<br>ให้ชุมชน องค์กร หรือบุคคล สามารถจัดการเรียนรู้ได้ แต่ปัญหาคือ มันเป็น “ช่องเปิด” ที่ไม่มี “โครงสร้างรองรับ” สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ คนทำงานต้องหาเงินเอง ต้องออกแบบหลักสูตรเอง ต้องดูแลเด็กเอง ต้องเชื่อมระบบเอง ต้อง “ดิ้น” อยู่คนเดียวในหลายบทบาท&nbsp;</p>



<p>ขณะที่รัฐ “รับรู้ว่ามีสิทธิ” แต่ไม่ได้ “กระจายทรัพยากร ลงทุนให้สิทธินั้นเกิดขึ้นจริง” นี่คือคอขวดที่แท้จริง ไม่ใช่เพราะกฎหมายไม่ดี แต่เพราะรัฐไม่เคยสร้างระบบเพื่อให้กฎหมายทำงาน</p>



<p>ความจริงที่ต้องพูด: คนทำงานกำลังแบกระบบไว้เอง<strong> </strong>ในพื้นที่ของคนทำงานในเครือข่ายมาตรา 12<br>สิ่งที่เกิดขึ้นคือ<strong> </strong>คนทำงานกำลังทำหน้าที่แทนระบบ<strong> </strong>เป็นครู <strong>&nbsp;</strong>เป็นนักออกแบบ <strong>&nbsp;</strong>เป็นนักสังคมสงเคราะห์ <strong>&nbsp;</strong>เป็นผู้หาทุน เป็นผู้เชื่อมรัฐ <strong>&nbsp;</strong>เป็นคนช้อนเด็กที่ไม่มีใครรับ&nbsp;</p>



<p>ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น ในขณะที่ “ไม่มีโครงสร้างรองรับอย่างเป็นระบบ”</p>



<p>คำถามคือ: เราจะปล่อยให้ความเป็นไปได้ของเด็ก ขึ้นอยู่กับ “ความเสียสละของคนทำงาน” ไปอีกนานแค่ไหน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-101.jpeg" alt="" class="wp-image-102608" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-101.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-101-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-101-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-101-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/image-101-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>04 เมื่อการเรียนรู้กับวุฒิถูกแยกออกจากกัน</strong></h3>



<p>ระบบปัจจุบันบังคับให้เรา “เลือก” ถ้าเอาวุฒิต้องเข้าในระบบ ถ้าเอาชีวิตที่ไม่มีต้นทุนและโครงสร้างรองรับ ต้องออกจากระบบ แต่สำหรับเด็กจำนวนมากการเลือกแบบนี้ คือ การเสียโอกาสไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง</p>



<p>นี่คือจุดที่แนวคิด <strong>มาตรา </strong>12 เข้ามา <strong>มาตรา </strong>12 : ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือโครงสร้างใหม่ ไม่ใช่แค่ “เพิ่มอีกทาง”<br>แต่มันคือการออกแบบใหม่ทั้งระบบ เด็กควรมีสิทธิ์สร้าง “ทุนชีวิต” สองแบบไปพร้อมกัน&nbsp;</p>



<p>ทุนการเรียนรู้ (skills, identity, meaning)&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ทุนวุฒิ (credentials, recognition)&nbsp;</p>



<p>โดยไม่ต้องแลกกัน ในทางปฏิบัติ มันอาจหมายถึง เด็กเรียนรู้ผ่านชีวิตจริง งานจริง ชุมชนจริง&nbsp; พร้อมกับมีระบบเทียบโอน รับรอง และออกวุฒิ&nbsp; มีพี่เลี้ยง มีโครงสร้างสนับสนุน มีงบประมาณต่อหัวเหมือนโรงเรียน แต่เป็นระบบศูนย์การเรียน</p>



<p>สำหรับเอม การเลือกไม่ใช่เรื่องทฤษฎี แต่คือการต้องเลือกระหว่าง ความอยู่รอดทันทีจากโลกเดิม<br>กับ เส้นทางการเรียนรู้ที่ยังไม่แน่ว่าจะเลี้ยงชีวิตได้</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-14.jpg" alt="" class="wp-image-102614" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-14.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-14-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-14-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-14-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-14-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>05 ข้อเสนอเชิงนโยบาย: ถ้ารัฐจริงจัง ต้องขยับอะไรบ้าง</strong></h3>



<p>ถ้าเรายอมรับว่าเด็กทุกคนควรมีทั้ง “การเรียนรู้” และ “วุฒิ” งั้นสิ่งที่ต้องเกิดคือ:</p>



<p>1. งบประมาณต้องตามเด็ก ไม่ใช่ตามระบบ เด็กในมาตรา 12 ควรได้รับงบต่อหัว เทียบเท่าเด็กในโรงเรียน</p>



<p>2. สร้างระบบรับรองที่ยืดหยุ่น เช่น โรงเรียนมือถือ Mobile school, credit bank, portfolio-based assessment, competency certification ไม่ใช่บังคับให้เด็ก “กลับเข้าแบบเดิม”</p>



<p>3. ลงทุนใน “คนจัดการเรียนรู้” คนทำงานควรมี เงินเดือน การพัฒนา ความมั่นคง ไม่ใช่ทำด้วยแพชชั่นล้วน</p>



<p>4. สร้างโครงสร้างกลางระดับพื้นที่ เช่น learning hub หรือ node ที่ช่วยเชื่อม เด็ก ผู้จัด รัฐ การรับรองวุฒิ&nbsp;</p>



<p>5.มีระบบ After care&nbsp; ติดตามผลต่อสำหรับเด็กที่หลุดจากระบบ และได้วุฒิ มาตรา 12 ไปแล้ว ว่าเขาไปต่อรอดหรือไม่ ในโลกเดิม</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-04.jpg" alt="" class="wp-image-102616" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>06 คำถามไม่ใช่ “เลือกอะไร” แต่คือ “ออกแบบอย่างไร”</strong></h3>



<p>สุดท้ายแล้ว คำถามไม่ใช่ว่า “เราควรให้คุณค่ากับการเรียนรู้ หรือวุฒิ” แต่คือ</p>



<p>“เราจะออกแบบระบบอย่างไร ให้เด็กไม่ต้องเลือกระหว่างสองสิ่งนี้”</p>



<p>เพราะสำหรับเด็กที่มีต้นทุนชีวิตเปราะบาง การไม่มีวุฒิเท่ากับประตูปิด แต่การไม่มีการเรียนรู้ เท่ากับ ชีวิตที่ไม่มีความหมาย สังคมที่ดีไม่ควรบังคับให้เด็กเลือกระหว่าง “อยู่รอด” กับ “เติบโต”</p>



<p>และรัฐที่จริงจังกับอนาคต ต้องไม่หยุดแค่ “เปิดสิทธิ” แต่ต้อง “ลงทุนและกระจายทรัพยากรให้สิทธินั้นเกิดขึ้นจริง”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-01.jpg" alt="" class="wp-image-102615" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-01.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-01-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-01-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-01-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/05/บทความที่-2-มาตรา-12-01-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>07 จากต้นน้ำสู่ปลายน้ำ </strong></h3>



<p>มาตรา 12 เกิดมาเพื่อทำให้เราไม่ต้องคอยช้อนปลาดาวโยนกลับทะเลทีละตัวสองตัว แต่ทำให้เรารักษาต้นน้ำ แม่น้ำ มหาสมุทร สร้างระบบการศึกษาที่กระจายอำนาจสู่มือประชาชน สู่ชุมชน สร้างน่านน้ำการเรียนรู้สู่มหาสมุทร ที่ทำให้เรามีนิเวศการเรียนรู้ของสังคม จากต้นน้ำ ไม่ทำให้มหาสมุทรเน่าเสีย ร้อน เหม็น จนปลาดาวต้องกระเสือกกระสนหนีตายขึ้นมาเกยตื้น&nbsp; หากเราสร้างนิเวศการเรียนรู้ที่ทำให้ผู้คน สังคม ลุกขึ้นมามีสิทธิ เสียง และเป็นเจ้าของการเรียนรู้ของเขาเอง&nbsp; เราคงไม่ต้องไปพบเด็กอย่าง “เอม” ที่ปลายน้ำ ที่แม้เราจะช้อนเขาขึ้นมาได้ แล้วโยนเธอกลับไปในระบบ เธอก็อาจจะยังไม่เป็นผู้ชนะ แม้เธอจะเป็นนักสู้แบบไม่ท้อและไม่ถอยกับชีวิต&nbsp;&nbsp;เพราะทุกครั้งที่เราพบเด็กอย่างเอมที่ปลายน้ำ คำถามไม่ใช่ว่าเราจะช่วยเธออย่างไร<br>แต่คือ ทำไมระบบถึงปล่อยให้เธอต้องมาถึงตรงนี้ตั้งแต่แรก</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-series-matra12-02/">อย่าพบกันที่ปลายน้ำอีกเลย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณภาพชีวิตเราไม่เท่ากัน เรายังมีสิทธิฝันเท่ากันไหม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-series-matra12-01/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-series-matra12-01</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 07 Apr 2026 12:46:29 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรา 12]]></category>
		<category><![CDATA[เสาวนีย์ สังขาระ]]></category>
		<category><![CDATA[Article Series]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษาในมือคุณ]]></category>
		<category><![CDATA[Ed in You]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101197</guid>

					<description><![CDATA[<p>00 นิทานปลาดาว นิทานเรื่องปลาดาว เป็นเรื่องที่เราหลายคน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-series-matra12-01/">คุณภาพชีวิตเราไม่เท่ากัน เรายังมีสิทธิฝันเท่ากันไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>00 นิทานปลาดาว</strong></h3>



<p>นิทานเรื่องปลาดาว เป็นเรื่องที่เราหลายคนเคยได้ยิน</p>



<p>เช้าวันหนึ่งหลังพายุสงบ ชายคนหนึ่งเดินไปตามชายหาด เขาเห็นปลาดาวนับหมื่นตัวถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้น กำลังจะแห้งตาย ไกลออกไป มีเด็กคนหนึ่งก้มลงหยิบปลาดาว แล้วโยนกลับลงทะเลทีละตัว</p>



<p>ชายชราถามด้วยความสงสัย “หนูทำไปก็ช่วยไม่ได้ทั้งหมดหรอก มันไม่เปลี่ยนอะไรเลย”</p>



<p>เด็กคนนั้นหยิบปลาดาวอีกตัว โยนลงทะเล แล้วตอบว่า “แต่สำหรับตัวนี้ มันเปลี่ยน และมันจะรอด”</p>



<p>คนทำงานด้านการศึกษา โดยเฉพาะการศึกษาทางเลือก มักเริ่มต้นจากการเป็น “เด็กคนนั้น”</p>



<p>เราเชื่อในการเปลี่ยนแปลงทีละคน เชื่อในชีวิตเล็ก ๆ ที่มีความหมาย</p>



<p>แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อเราทำงานมากขึ้น เห็นโลกมากขึ้นคำถามหนึ่งเริ่มดังขึ้นในใจ หรือจริง ๆ แล้ว เราแค่กำลังยุ่งอยู่กับการโยนปลาดาว<br>โดยไม่เคยหันกลับไปมองว่า “ทะเลทั้งผืน ที่เรากำลังโยนปลาดาวลงไปนั้น มันทั้งเน่าทั้งร้อนอยู่รึเปล่า”</p>



<p></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1264" height="840" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587240_0.jpg" alt="" class="wp-image-101200" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587240_0.jpg 1264w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587240_0-300x199.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587240_0-768x510.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587240_0-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1264px) 100vw, 1264px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>01 ชีวิตที่ไม่ได้เริ่มต้นจากจุดเดียวกัน</strong></h3>



<p>ฉันรู้จักคำว่า “มาตรา 12” ตั้งแต่ช่วงเรียนจบมหาลัยหมาดๆ และให้เวลากับตัวเองหนึ่งปี เรียกว่า Gab Year เพื่อออกเดินทาง ตั้งคำถามกับชีวิต&nbsp; เพราะตลอดเวลาที่เรียนมา ฉันไม่เคยรู้สึกว่า ชีวิตเป็นของตัวเอง เราเรียนในสิ่งที่ถูกกำหนด สอบในสิ่งที่ต้องผ่าน และจบมาเพื่อเอาปริญญาไปแขวน สมัครงาน แต่คำถามคือ “เรามีชีวิตมาเพื่อเท่านี้จริงหรือ”&nbsp; หนึ่งปีนั้น ฉันไม่ได้เจอคำตอบที่ “ใช่” มากนัก แต่กลับเจอคำตอบที่ต้อง “ขีดฆ่า” มากมาย และนั่นทำให้ฉันตั้งคำถามกับระบบการศึกษา ที่สอนให้เรามองหาคำตอบที่ถูก แต่ไม่เคยสอนให้เราปฏิเสธสิ่งที่ไม่ใช่</p>



<p>ฉันได้ไปที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก เพื่อเป็นอาสาจัดการประชุมการศึกษาทางเลือกนานาชาติ แล้วแม่แอ๊ว รัชนี ธงไชย พูดให้ฟังว่า ภาคประชาชน กำลังผลักดันเรื่องนี้เป็นกฎหมาย จากนั้น ฉันก็ได้ยินว่า “มาตรา 12 &#8211; การกระจายอำนาจการศึกษาสู่ประชาชน” ก็ได้บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 42 นั่นคือ ชัยชนะที่งดงามที่สุดของภาคประชาชนที่ฉันรู้สึก&nbsp;</p>



<p>ฉันสงสัยตั้งแต่ตอนนั้นว่า แล้วมาตรา 12 มันจะเปลี่ยนอะไร มันจะให้คำตอบข้างต้นที่ฉันมีอย่างไร ตอนนั้นแม่แอ๊วตอบว่า เราก็จะมีทางเลือก มีอำนาจในการออกแบบการเรียนรู้ให้กับชีวิตเรามากขึ้น คำตอบนี้ยังติดอยู่ในใจฉันตลอดมา</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1110" height="426" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5.jpg" alt="" class="wp-image-101202" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5.jpg 1110w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-300x115.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/5-768x295.jpg 768w" sizes="(max-width: 1110px) 100vw, 1110px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>02 วุฒิการศึกษา กับโอกาสในชีวิต</strong></h3>



<p>แล้วชีวิตก็พาฉันออกบิน เดินทางไกลไปทั่ว เพื่อตั้งคำถามกับการศึกษา จนกระทั่งได้ไปถึงอินเดีย ฉันถามครูผู้ตั้งโรงเรียนหนึ่งสำหรับเด็กยากจนใจกลางเมืองเดลีว่า วุฒิถ้าคุณให้เด็กเลือกได้ว่า จะเอาวุฒิการศึกษารึเปล่า วุฒิการศึกษายังศักดิ์สิทธิอยู่มั้ย&nbsp; เพราะที่นั่น ให้เด็กเลือกได้ว่า จะเรียนแบบเอาวุฒิ หรือ ไม่เอาก็ได้&nbsp;</p>



<p>ครูคนนนั้นตอบว่า&nbsp;</p>



<p>“ถ้าคุณเก่ง ไม่มีใครถามวุฒิ<br>แต่ถ้าคุณจน วุฒิการศึกษาสำคัญ”</p>



<p>เค้าให้เด็กเค้ามีทางเลือกทั้งหลายๆทาง หนึ่งในนั้นคือ จะเลือกเป็นคนจนที่เก่ง ไม่เอาวุฒิก็ได้&nbsp;</p>



<p>ฉันคงเป็นคนที่มีต้นทุนชีวิตพอสมควร ไม่เคยต้องใช้วุฒิการศึกษาสมัครงาน แต่ก็ยังมีชีวิต มีงาน มีธุรกิจของตัวเองได้ และอยู่รอดมาได้อย่างดี คำถามคือ คนแบบฉัน มีกี่เปอร์เซ็นต์ในสังคมนี้ เพราะสำหรับคนอีกจำนวนมาก วุฒิการศึกษาไม่ใช่แค่กระดาษ แต่มันคือ “ทางรอด”</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="855" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4.jpg" alt="" class="wp-image-101199" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/4-200x300.jpg 200w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>03 เมื่อความหิว มาก่อนความฝัน</strong></h3>



<p>ช่วงชีวิตหนึ่ง ฉันเปิดโรงเรียนเล็ก ๆ ที่ชายแดน ชื่อว่า “ห้วยหิ่งห้อย” ที่ชายแดนสังขละบุรี กาญจนบุรี เด็ก ๆ ที่นั่น หลายคนไม่มีสถานะทางกฎหมายชัดเจน แม้จะเกิดในประเทศนี้&nbsp; วันหนึ่ง ครูเปิดสอนวิชา “จินตนาการ” เด็กคนหนึ่งถามขึ้นมาว่า</p>



<p>“คำว่า จินตนาการ คืออะไรครับ ผมไม่รู้จัก”&nbsp;</p>



<p>“ครูรู้จักความหิวไหมครับ”<br>“วันนี้ผมยังไม่รู้เลยว่ากลับบ้านจะมีข้าวกินไหม”<br>“แล้วผมจะจินตนาการได้ยังไง”</p>



<p>คำถามนั้น ซื่อตรง แต่เจ็บร้าวลึก และไม่เคยหายไปจากใจของฉัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1264" height="840" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587242_0.jpg" alt="" class="wp-image-101201" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587242_0.jpg 1264w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587242_0-300x199.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587242_0-768x510.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587242_0-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1264px) 100vw, 1264px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>04 มาตรา 12 : โอกาส หรือเพียงทางเลือกของคนชายขอบ</strong></h3>



<p>มาตรา 12 เกิดขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนสามารถจัดการศึกษาได้เอง มีรูปแบบหลากหลาย<br>ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน องค์กรเอกชน สถานประกอบการ องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา มันคือความพยายาม<br>ในการ “กระจายอำนาจ” ทางการศึกษาที่ภาคประชาชนต่อสู้เพื่อให้ได้มา&nbsp;</p>



<p>แต่จากการทำงานภาคสนามเกือบสิบปี ฉันพบความจริงที่ซับซ้อน มาตรา 12 ในภาพใหญ่<br>ยังคงทำหน้าที่เป็น “ทางเลือก” ของเด็กที่อยู่ในขั้นพื้นฐานของชีวิต เด็กที่ยังต้องดิ้นรนเรื่อง อาหาร ที่อยู่อาศัย และความมั่นคง หรือพูดอีกแบบคือ มันกำลังโอบอุ้มเด็กในขั้นต้นของความต้องการชีวิต</p>



<p>แต่สำหรับเด็กที่มีต้นทุนมากกว่า มีโอกาสฝันไกลกว่า มีสิทธิเลือกชีวิตได้มากกว่า มาตรา 12 ยังไม่ใช่ “พื้นที่หลัก” ของพวกเขา ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นสิทธิ ที่เด็กทุกคนควรได้รับ เพราะในกฎกระทรวงยังบรรจุคุณสมบัติผู้เรียนว่า “สำหรับผู้ด้อยโอกาส” เท่านั้น&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="569" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6.jpg" alt="" class="wp-image-101203" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6.jpg 569w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-300x300.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/6-150x150.jpg 150w" sizes="(max-width: 569px) 100vw, 569px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>05 คำถามเรื่อง “คุณภาพ” ที่ไม่เท่ากัน</strong></h3>



<p>เรามักตั้งคำถามว่า “การศึกษามาตรา 12 มีคุณภาพไหม” แต่คำถามที่ควรถามก่อนคือ</p>



<p>“คุณภาพชีวิตของผู้เรียน เท่ากันหรือยัง”</p>



<p>ถ้าเด็กคนหนึ่งยังไม่มีอาหารกิน ยังต้องทำงานเลี้ยงครอบครัว แล้วเราจะไปเรียกร้อง<br>“คุณภาพทางการศึกษา” แบบเดียวกัน กับเด็กที่มีทุกอย่างพร้อมได้อย่างไร&nbsp;</p>



<p>เด็กที่ยังไม่มีมือถือ อยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีอินเตอร์เนตเข้าถึง อยู่ในครอบครัวที่แตกสลาย มีอุบัติเหตุทางชีวิตที่เค้าไม่มีสิทธิเลือก</p>



<p>ในพิธีมอบวุฒิการศึกษาของมาตรา 12 กล้องฉันจับไปที่เด็กคนหนึ่ง ต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานก่อสร้าง<br>เพื่อส่งน้องเรียนหลายปีกว่าเขาจะได้กลับมาเรียน และได้รับวุฒิการศึกษามาตรา 12 เราปรบมือให้เขา</p>



<p>แต่คำถามคือ เรากำลังปรบมือให้ “ความสำเร็จ” หรือกำลังปรบมือให้ “ความจำเป็นต้องเสียสละ”&nbsp;</p>



<p><strong>ฉันได้แต่คิดว่า เราจะทำอย่างไรไม่ให้เราไม่ต้องมาปรบมือให้เด็กที่เสียสละแบบนี้อีก&nbsp;</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="681" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587241_0-681x1024.jpg" alt="" class="wp-image-101204" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587241_0-681x1024.jpg 681w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587241_0-199x300.jpg 199w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587241_0-768x1156.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/587241_0.jpg 840w" sizes="(max-width: 681px) 100vw, 681px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>06 มาตรา 12 : ถ้าอยากได้คุณภาพ ต้องขยับทั้งระบบ</strong></h3>



<p>คำตอบสำเร็จรูปอาจไม่มี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชัดเจน มาตรา 12 ยังจำเป็นต้องมีอยู่ และมากกว่านั้น<br>มันไม่ควรถูกระบุให้เป็นเพียงเครื่องมือของ “ผู้ด้อยโอกาส” แต่มันควรเป็น “สิทธิพื้นฐาน” ของเด็กทุกคน ไม่ว่าคุณจะเกิดมาที่ไหน หรือมีต้นทุนชีวิตแบบใด</p>



<p>ตั้งแต่การต่อสู้ของภาคประชาชน เพื่อให้ได้มาของมาตรา12 ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 42 จนถึงปีนี้ ผู้ที่ลุกขึ้นมาจัดตั้ง ศูนย์การเรียน ในกฎกระทรวงประเภท ชุมชน องค์กรเอกชน สถาบันวิชาชีพ ยังไม่ได้งบประมาณในการจัดการศึกษาตามสิทธิที่พึงจะได้&nbsp; ยังต้องดิ้นรนต่อสู้ เพื่อจัดการศึกษาด้วยตัวกันเอง&nbsp;</p>



<p>และในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่กำลังร่างกันในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐมาในสมัยนี้ เหมือน “มาตรา 12” จะหายไป คำถามคือ รัฐเชื่อในการกระจายอำนาจอยู่หรือไม่&nbsp;</p>



<p>คุณไม่สามารถให้ “สิทธิ” โดยไม่ให้ “ทรัพยากร” คุณไม่สามารถคาดหวัง “คุณภาพ” ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานยังไม่ถูกเติมเต็ม การศึกษาจะเปลี่ยนได้จริง ต้องไม่ใช่แค่เปลี่ยนกฎหมาย แต่ต้องเปลี่ยนทั้งระบบนิเวศของสังคมการสื่อสารเรื่องมาตรา 12 ไม่ใช่แค่การบอกว่า “มีทางเลือก” แต่คือการตั้งคำถามว่า เราจะทำอย่างไร<br>ให้ทะเลทั้งผืน ไม่ต้องมีปลาดาวถูกซัดขึ้นมาอีก &nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-series-matra12-01/">คุณภาพชีวิตเราไม่เท่ากัน เรายังมีสิทธิฝันเท่ากันไหม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
