<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Ana Santana | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/ana-santana/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 05 May 2020 08:48:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>Ana Santana | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เตือน COVID-19 ทำนักเรียนไร้บ้านในแคลิฟอร์เนียเสี่ยงหลุดออกระบบการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/338-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 05 May 2020 08:48:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[COVID-19]]></category>
		<category><![CDATA[Carolyn Jones]]></category>
		<category><![CDATA[EdSource]]></category>
		<category><![CDATA[สหรัฐอเมริกา]]></category>
		<category><![CDATA[Susanne Terry]]></category>
		<category><![CDATA[Barbara Duffield]]></category>
		<category><![CDATA[Schoolhouse Connection]]></category>
		<category><![CDATA[Ana Santana]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการ Healthy Start]]></category>
		<category><![CDATA[Michael Paredes]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนโมนาร์ช]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13703</guid>

					<description><![CDATA[<p>นอกจากเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสที่มีโอกาสหลุดจากระบบการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/338-2/">เตือน COVID-19 ทำนักเรียนไร้บ้านในแคลิฟอร์เนียเสี่ยงหลุดออกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-13705" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">นอกจากเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสที่มีโอกาสหลุดจากระบบการศึกษา เพราะการที่ต้องปิดโรงเรียน เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรน่า แล้ว เหล่าเด็กนักเรียนไร้บ้านในแคลิฟอร์เนีย ก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่สุดที่อาจหลุดจากระบบการศึกษาที่หลายฝ่ายมองข้ามไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Carolyn Jones </span><span style="font-weight: 400;">ผู้สื่อข่าวอาวุโสของ </span><span style="font-weight: 400;">EdSource </span><span style="font-weight: 400;">เว็บไซต์แหล่งความรู้และบทความด้านการศึกษาออนไลน์ในสหรัฐฯ รายงานกึ่งเตือนว่า ขณะที่ โรงเรียน สถาบันการศีกษา และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกัน ในการจัดเตรียม แท็บเล็ตส์ หนังสือเรียน เอกสารการเรืยน และระบบบันทึกเข้าเรียน ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มมากที่สุด กระนั้น ก็ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือเหล่านี้อย่างสิ้นเชิง ในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐฯ </span><span style="font-weight: 400;">เด็กกลุ่มที่ว่านี้ก็คือ บรรดาเด็กนักเรียนไร้บ้าน ซึ่งโดยหลักแล้วหมายถึง บรรดาเด็กจากครอบครัวที่ไม่มีที่อยู่อาศัยในพื้นที่เป็นหลักเป็นแหล่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่โรงเรียนและพนักงานที่เกี่ยวข้อง ต่างยอมรับว่า นักเรียนไร้บ้านในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีอยู่ราว 195,000 คน นี้ ยากที่จะติดต่อได้ จึงทำให้เด็กกลุ่มนี้เสี่ยงเรียนช้าล้าหลังตามเพื่อนไม่ทันในช่วงที่ต้องปิดโรงเรียน </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยนับตั้งแต่ที่ทางการสหรัฐฯ เริ่มบังคับใช้มาตรการล็อคดาวน์และเว้นระยะห่างทางสังคมในเดือนมีนาคม บรรดาครอบครัวไร้บ้าน ต่างจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายออกจากที่อยู่อาศัยชั่วคราวของตนเอง ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งมีตั้งแต่คนที่ต้องออกจากที่อยู่อาศัยอย่าง ห้องพัก บ้านเช่า หรือ โมเต็ล เพราะตกงานจนไม่เงินจ่ายค่าเช่า ไปจนถึงการเลือกระเห็จออกจากที่พักชั่วคราวที่ทางการจัดการให้ เพราะหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อจากการร่วมอาศัยกับคนแปลกหน้า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Susanne Terry </span><span style="font-weight: 400;">ผู้ประสานงานบริการคนไร้บ้าน สำนักการศึกษาเขตซานดิเอโก กล่าวว่า แต่เดิมการระบุและติดต่อ เด็กนักเรียนจากครอบครัวไร้บ้านเป็นเรื่องที่ยากอยู่แล้ว และสถานการณ์ COVID-19 ทำให้กระบวนการเป็นเรื่องที่ยากกว่าเดิม </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">&#8220;โรงเรียนเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ทำให้พวกเราสามารถติดต่อกับเด็กเหล่านี้ ให้พวกเขาได้เรียนอย่างต่อเนื่องและได้รับความช่วยเหลืออย่างดี ทว่า สิ่งที่เรากังวลตอนนี้ก็คือการที่ไม่สามารถติดต่อกับครอบครัวของเด็กเหล่านี้ จนทำให้เด็กต้องหายไปจากระบบการศึกษา&#8221; </span><span style="font-weight: 400;">Terry </span><span style="font-weight: 400;">กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติ </span><span style="font-weight: 400;">McKinney-Vento Act </span><span style="font-weight: 400;">ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ โรงเรียนตามเขตเมืองต่างๆ ต้องรับนักเรียนไร้บ้านมาดูแล และให้ความช่วยเหลือพิเศษ อย่าง ค่าใช้จ่ายในเรื่องการเดินทางมาเรียน หรือ อุปกรณ์การเรียนที่เกี่ยวข้อง โดยนักเรียนไร้บ้านนี้ หมายรวมถึง เด็กที่อาศัยอยู่ตามท้องถนน ที่พักชั่วคราว โรงแรมโมเต็ล รถยนต์ หรือขอแบ่งที่พักกับครอบครัวอื่น และการเร่ร่อนนอนตามบ้านของผู้อื่น (</span><span style="font-weight: 400;">Couch-surfing)</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แน่นอนว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ในช่วงที่ต้องปิดโรงเรียนหนี COVID-19 ซึ่งหมายความว่า โรงเรียนจำเป็นต้องดำเนินทุกแนวทางเพื่อให้มั่นใจว่า นักเรียนไร้บ้านเหล่านี้ จะได้รับบริการและความช่วยเหลือจากทางโรงเรียนตามที่สมควรได้รับ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Barbara Duffield </span><span style="font-weight: 400;">กรรมการผู้อำนวยการ </span><span style="font-weight: 400;">Schoolhouse Connection </span><span style="font-weight: 400;">องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนไร้บ้านในวอชิงตัน ยกตัวอย่างบริการที่เด็กไร้บ้านสมควรได้รับขณะที่โรงเรียนปิดทำการ เช่น โรงเรียนต้องสนับสนุนเงินค่าเดินทางสำหรับให้เด็กไร้บ้านเหล่านี้มารับอาหารกลางวันฟรีหรือ แท็บเล็ต ที่โรงเรียน หากว่าเด็กไม่มีค่าเดินทาง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ </span><span style="font-weight: 400;">Duffield </span><span style="font-weight: 400;">วิตกกังวลมากกว่า ก็คือปัญหาที่มีแนวโน้มจะตามมาหลังจากนี้ ในช่วงที่ COVID-19 กำลังคลี่คลาย เพราะตัวเลขเด็กนักเรียนไร้บ้านมีโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น เนื่องจากครอบครัวตกงาน ไม่สามารถจ่ายค่าเช่าหรือค่าที่พักได้ ซึ่งหากทางโรงเรียนไม่สามารถระบุเด็กเหล่านี้ได้ ก็จะทำให้เด็กเหล่านี้ต้องพลาดโอกาสและสูญเสียอนาคตทางการศึกษาที่สำคัญต่อชีวิต</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ความวิตกกังวลดังกล่าว สอดคล้องกับ </span><span style="font-weight: 400;">Ana Santana  </span><span style="font-weight: 400;">ผู้อำนวยการโครงการ </span><span style="font-weight: 400;">Healthy Start </span><span style="font-weight: 400;">ซึ่งเป็นโครงการทุนสนับสนุนจากรัฐในการช่วยเหลือด้านสาธารณสุข ที่ปรึกษาและบริการเพื่อครอบครัวรายได้น้อยและให้การอุปการะเยาวชน ในเขตชนบทห่างไกลอย่าง </span><span style="font-weight: 400;">Lake County </span><span style="font-weight: 400;">ที่พบว่า จำนวนครอบครัวไร้บ้านเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว ในช่วงล็อคดาวน์ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">เหตุผลเพราะ ครอบครัวส่วนใหญ่ในพื้นที่ทำงานในอุตสาหกรรมบริการและการสันทนาการ ซึ่งการล็อคดาวน์ทำให้พวกเขาต้องตกงาน กลายเป็นคนไร้บ้านไปโดยปริยาย กระนั้น นอกจากต้องช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือตามทันเพื่อนๆ แล้ว สิ่งที่ต้องช่วยเหลือเป็นอย่างมากก็คือการมอบอาหารและสิ่งจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในช่วงที่ครอบครัวขาดรายได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดย </span><span style="font-weight: 400;">Santana </span><span style="font-weight: 400;">กล่าวว่า สิ่งที่ทำได้ในขณะนี้ก็คือการพยายามติดต่อกับครอบครัวเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอและแจ้งให้ทราบว่า ทางรัฐมีบริการและความช่วยเหลืออะไรที่ครอบครัวเหล่านี้สามารถร้องขอได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ด้าน </span><span style="font-weight: 400;">Michael Paredes </span><span style="font-weight: 400;">ครูใหญ่โรงเรียนโมนาร์ช ในซานอิเอโก กล่าวว่า โรงเรียนในขณะนี้มีนักเรียนไร้บ้านอยู่ในความดูแล 267 คน ซึ่งทางโรงเรียนได้ให้คุณครูติดต่อเด็กไร้บ้านกลุ่มนี้ทุกคนและทุกวัน เพื่อให้แน่ใจว่า เด็กยังสบายดี และไม่หายไปไหน โดยทางโรงเรียนจะจัดส่งแท็บเล็ต ที่ชาร์จ บัตรของขวัญ บัตรลดราคา ตั๋วรถบัส จุดบริการไว-ไฟ อุปกรณ์ทำความสะอาด และสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เพื่อช่วยเด็กๆ เหล่านี้ </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ครูใหญ่อย่าง </span><span style="font-weight: 400;">Paredes </span><span style="font-weight: 400;">อดกังวลไม่ได้ก็คือการที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เด็กเหล่านี้จะขาดการติดต่อไป เพราะขณะนี้ มีหลายครอบครัว ค่อยๆ ย้ายออกไปอาศัยอยู่ใกล้ชายแดนเม็กซิโกมากขึ้น เนื่องจากค่าที่พักที่ถูกกว่า </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ </span><span style="font-weight: 400;">Duffield </span><span style="font-weight: 400;">กรรมการผู้อำนวยการ </span><span style="font-weight: 400;">Schoolhouse Connection </span><span style="font-weight: 400;">ได้เรียกร้องให้โรงเรียน จัดสรรงบประมาณที่มีอยู่ให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนไร้บ้านเหล่านี้ เพราะจนถึงขณะนี้ งบประมาณเยียวยา COVID-19 อย่าง </span><span style="font-weight: 400;">Relief and Economic Security Act </span><span style="font-weight: 400;">ที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้เมือเดือนมีนาคม ซึ่งรวมถึงงบ 13,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโรงเรียนทั่วประเทศนี้ ไม่ครอบคลุมถึงเด็กไร้บ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขณะเดียวกัน ประเด็นที่หลายฝ่ายมองข้ามก็คือ เงื่อนไขและบริบทแวดล้อมของครอบครัวและเด็กไร้บ้าน ที่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อนละเอียดอ่อน ซึ่งต้องการความช่วยเหลือด้านการศึกษามากกว่าปกติในยามที่ต้องปิดโรงเรียน โดย </span><span style="font-weight: 400;">Alexander </span><span style="font-weight: 400;">หนึ่งในเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่ทางครอบครัวต้องอาศัยนอนตามโรงแรม ยอมรับว่า แม้จะได้รับ </span><span style="font-weight: 400;">Chromebook </span><span style="font-weight: 400;">จากทางโรงเรียน แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะเรียนหนังสือจากห้องพักของโรงแรม ซึ่งระบบอินเตอร์เน็ตไม่เสถียร และยังมีน้องเล็กๆ ให้ต้องดูแล ทำให้เจ้าตัวต้องอาศัยไปนั่งตามร้านแมคโดนัลด์ เพื่อเรียนและทำการบ้าน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น การช่วยเหลือเด็กไร้บ้านเหล่านี้ จึงควรมีมากกว่ามาตรการช่วยเหลือปกติเมื่อเทียบกับเด็กนักเรียนทั่วไป ที่อย่างน้อยก็มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักเป็นแหล่ง โดยแม้จะเป็นเรื่องดีที่โรงเรียนและสถาบันการศึกษาบางแห่งพยายามใส่ใจเป็นพิเศษกับเด็กไร้บ้านกลุ่มนี้ แต่ก็ยังมีอีกหลายแห่งกลับมองข้ามปัญหาดังกล่าว ซึ่งความไม่ใส่ใจแค่เพียงเล็กน้อยนี้ ก็มีพลังเพียงพอที่จะทำให้เด็กต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา จนเพิ่มความเสี่ยงให้เด็กกลุ่มนี้ต้องใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้านนานมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">Duffild กล่าวย้ำว่า การให้ความช่วยเหลือนักเรียนไร้บ้าน ควรจัดอยู่ในลำดับต้นๆ ของมาตรการช่วยเหลือ ยิ่งในห้วงเวลาวิกฤติยิ่งต้องใส่ใจให้มากขึ้นหลายเท่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการด้านการศึกษา เพราะเกี่ยวพันถึงอนาคตของบุคคล ซึ่งจะเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ที่มา : </strong><span style="font-weight: 400;">Carolyn Jones </span><span style="font-weight: 400;">นักเขียนและนักข่าวอาวุโสของ </span><span style="font-weight: 400;">EdSource </span><span style="font-weight: 400;">ผู้เกาะติดประเด็นด้านนโยบายรัฐ นโยบายสาธารณะ สิ่งแวดล้อม การศึกษา และสุขภาวะที่ดีของนักเรียน<br />
</span><a href="https://edsource.org/2020/californias-homeless-students-at-risk-of-falling-through-the-cracks-during-pandemic/630638?utm_source=facebook&amp;utm_medium=social&amp;utm_campaign=californias-homeless-students-at-risk-of-falling-through-the-cracks-during-pandemic-05-04-20&amp;fbclid=IwAR38IXynx7DFYtXjsGF5Yjxx4x4-xhtDu2F0ogpVacjnrDyiyu55oYYBSPw">California’s homeless students at risk of falling through the cracks during pandemic</a><br />
<span style="font-weight: 400;"><strong>ภาพต้นฉบับ : </strong>ALISON YIN/EDSOURCE<br />
</span><span style="font-weight: 400;"><strong>แปลและเรียบเรียง :</strong> นงลักษณ์ อัจนปัญญา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/338-2/">เตือน COVID-19 ทำนักเรียนไร้บ้านในแคลิฟอร์เนียเสี่ยงหลุดออกระบบการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
