<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ActionAid | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/actionaid/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 18 Dec 2023 11:44:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ActionAid | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. ActionAid และเครือข่ายโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ ยื่นข้อเสนอ เปลี่ยนสูตรจัดสรรงบ ลดเหลื่อมล้ำ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-181223/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 18 Dec 2023 11:44:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ไกรยส ภัทราวาท]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์]]></category>
		<category><![CDATA[สหภาพยุโรป]]></category>
		<category><![CDATA[เทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย]]></category>
		<category><![CDATA[พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ]]></category>
		<category><![CDATA[ActionAid]]></category>
		<category><![CDATA[สมาคมไทบ้าน]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายโรงเรียนปลายทางครูรักษ์ถิ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Access School]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=75468</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กอง [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-181223/">กสศ. ActionAid และเครือข่ายโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ ยื่นข้อเสนอ เปลี่ยนสูตรจัดสรรงบ ลดเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ร่วมกับ สหภาพยุโรป มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย สมาคมสภาการศึกษาทางเลือกไทย สมาคมไทบ้าน เครือข่ายโรงเรียนปลายทางครูรักษ์ถิ่น ชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงและห่างไกล จัดเวทีขับเคลื่อนนโยบาย“ยกระดับคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก ห่างไกล ความเสมอภาคที่เป็นจริงได้” ณ ห้อง Grand hall 1 โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร</p>



<p>โดยมีผู้อำนวยการ ครูจากโรงเรียนขนาดเล็กทั่วประเทศเข้าร่วม กว่า 100  แห่ง เพื่อยื่นข้อเสนอทางออกการแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กเพื่อเพิ่มคุณภาพการศึกษาให้แก่โรงเรียนขนาดเล็กซึ่งมีราว เกือบ50 % ของโรงเรียนทั้งประเทศ ครอบคลุมผู้เรียนเกือบ 1 ล้านคน  โดยมีพลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ร่วมรับฟังตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมง และรับข้อเสนอจากเครือข่ายไปทำงานต่อตามนโยบาย “เรียนดี มีความสุข”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9d70ad"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1218_ข่าวโรงเรียนเล็ก_PHOTO1-1.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>พลตำรวจเอกเพิ่มพูน กล่าวว่า มาร่วมงานนี้ เพื่อที่จะมารับฟังปัญหาจากทุกฝ่าย ซึ่งทราบดีว่า ครูและหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมงาน มีความตั้งใจ ที่จะช่วยสร้างแนวทางที่จะให้โรงเรียนและชุมชนมีความเข้มแข็ง สามารถปรับตัว ได้อย่างเท่าทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้อง กับนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการ</p>



<p>“ผมเชื่อว่าครูคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ และผมยึดหลักว่า จะต้องไม่เป็นน้ำเต็มแก้ว จึงเดินทางมาที่นี่เพื่อที่จะมารับฟังว่า แต่ละฝ่ายจะเสนอให้ปรับปรุงอะไร มีทรัพยากรอะไรที่กระทรวงศึกษาธิการจะช่วยโรงเรียนขนาดเล็กในแต่ละพื้นที่ได้ ผมจะไม่ใช่ผู้ที่มีบทบาทไปเปลี่ยนแปลงอะไร เพราะบทบาทการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของพวกท่าน เป็นหน้าที่ของครูจากพื้นที่ต่างๆ ที่จะช่วยกันเสนอแนวทางแก้ปัญหานี้&nbsp; แต่สิ่งที่ผมอยากเห็น คืออยากให้ครูมีหัวใจ ช่วยเด็กๆ ให้มีความรู้ มีคุณธรรม</p>



<p><strong>สิ่งที่อยากเห็นจากการจัดงานนี้ คือ ขอให้ กสศ. สรุปประเด็นสำคัญจากการวิจัยและเวทีวันนี้ สะท้อนทั้งปัญหาและทางออกมาให้กระทรวงศึกษาธิการนำมาพิจารณาและนำไปช่วยกันทำงาน” พลตำรวจเอกเพิ่มพูนกล่าว</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c4e44c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1218_ข่าวโรงเรียนเล็ก_PHOTO2.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption"><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กล่าวถึงประเด็นข้อเสนอนโยบาย ว่า มีข้อเสนอนโยบาย 4 ประเด็น  สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่เรียกว่า Stand Aloneหรือ protected school ซึ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็กบนเกาะ บนดอย ไม่สามารถยุบและควบรวมได้ตามมติคณะรัฐมนตรี เนื่องจากในรัศมี 6 กิโลเมตร ไม่มีโรงเรียนอื่นในประเทศมีประมาณ 1,500 แห่ง บางโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ อุทยานแห่งชาติ /เขตป่าสงวนต้องการการดูแลสนับสนุน โรงเรียนเหล่านี้เป็นความหวังเดียวในพื้นที่นั้นที่จะมีการศึกษา  ถ้าเราสามารถสนับสนุนให้โรงเรียนเหล่านี้จัดการศึกษาต่อไปได้ ความหวังก็จะยังมีอยู่ในชุมชน  </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e5fc5a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>1.เรื่องคน</strong>  </p>



<p>ปัญหาที่ครูไม่ครบชั้น ไม่ครบสาระวิชา เป็นปัญหาเรื้อรังเป็นปัญหาที่โรงเรียนเหล่านี้ไม่มีบุคลากรที่ยืนระยะอยู่ได้ อย่างเต็มที่ กสศ.ทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงอุมศึกษาฯ พัฒนาโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เฟ้นหาครูจากพื้นที่ ผู้ที่อยากเป็นครูของชุมชน ให้มาเรียนเป็นครู และกลับไปบรรจุในพื้นที่ ปัญหาการโยกย้ายก็จะไม่เกิดขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่สถาบันผลิตและพัฒนาครู 19 แห่งทั่วประเทศ ร่วมกันพัฒนาเรื่องนี้ และ หลังจากครูรัก(ษ์)ถิ่นบรรจุ สถาบันอุดมศึกษาทั้ง 19 แห่งจะติดตามเพื่อสนับสนุนครูเหล่านี้ในชุมชนต่อไปอีก 6 ปี เป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องของคน ที่ภาคอุดมศึกษาเข้ามาสนับสนุนการศึกษาขั้นพื้นฐานตรงนี้ได้เพิ่มขึ้น</p>



<p>ในปีการศึกษา 2567 จะมีครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นแรกจำนวน 327 คน กระจายตัวไปยังโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร จำนวน 284 แห่ง ใน 224 ตำบล 44 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า จะสามารถผลิตครูรัก(ษ์)ถิ่นได้ 1,500 คน จากนี้กสศ. จะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขยายให้ครอบคลุมการผลิตครูในสาขาที่ขาดแคลนในประเทศ เช่น ครูการศึกษาพิเศษ </p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-98546a"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/5-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p><strong>2.งบประมาณ</strong> </p>



<p>เมื่อเราผูกทุกอย่างไปกับจำนวนเด็ก ทำให้งบประมาณที่แต่ละโรงเรียนได้รับ ไม่สอดคล้องต่อบริบทของโรงเรียนขนาดเล็ก สูตรจัดสรรงบประมาณต้องปรับเปลี่ยน ทำให้สูตรนั้นนอกจากคำนวณตามหัวหรือจำนวนเด็ก แต่ต้องมีเรื่องระยะทาง ความห่างไกล ชดเชยความทุรกันดารด้วย จะทำให้ทรัพยากรไปที่โรงเรียนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ กระทรวงศึกษาอาจจะไม่ต้องใช้เงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว เพราะถ้าสูตรเปลี่ยน จะขยับเงินจากโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่ได้เงินรายหัวเกินกว่าความจำเป็นที่ต้องมี หมุนไปสู่โรงเรียนขนาดเล็กได้  ด้วยการปรับสูตรเช่นนี้ เงินไม่ต้องเพิ่ม แต่เราจะลดความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรทรัพยากรการศึกษาภายในระยะเวลา 1 ปีงบประมาณก็ทำได้แล้ว สูตรนี้มีตัวอย่าง กสศ. ทำงานวิจัยกับหลายหน่วยงาน เช่น กสศ.เตรียมสูตร Equity-based budgeting ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สามารถสนับสนุนสูตรนี้ให้กระทรวงศึกษา และสำนักงบประมาณได้ว่า ถ้าเป็นโรงเรียนที่มีความต้องการพิเศษ โรงเรียนห่างไกลทุรกันดาร จะต้องใช้สูตรจัดสรรงบประมาณอย่างไร  </p>



<p>นอกจากการปรับสูตรเงินอุดหนุนรายหัวแล้ว ยังมีสูตรงบประมาณในเรื่องของเงินลงทุน กสศ.มีการทำงานวิจัยกับธนาคารโลก เรียกว่า Fundamental School Quality Level: FSQL และใช้เงินบริจาคในการอัพเกรดโรงเรียน ตอนนี้ทำแล้วที่ราชบุรี เพื่อให้โรงเรียนสามารถอัพเกรดด้วยสูตรใหม่ สูตรนี้จะมีมาตรฐานคุณภาพขั้นต่ำ โครงสร้างอาคาร บุคลากร การจัดการเรียนการนสอน ด้วยสูตรนี้ งบลงทุนด้านการศึกษา สามารถจัดสรรให้โรงเรียนสามารถมีทรัพยากรเพียงพอ ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างเสมอภาค และมีคุณภาพได้  มีโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงเรียนที่ดี และมีครูที่เพียงพอต่อนักเรียน</p>



<p>ข้อเสนอการปฏิรูปการจัดสรรงบประมาณ ทั้งสองข้อนี้  ครอบคลุมงบประมาณส่วนใหญ่ของกระทรวงศึกษาธิการเกือบทั้งหมด กว่า 80-90%  ทั้งเรื่องของคน 60% เรื่องเงินอุดหนุนอีก 10%  อีก 10% คือเรื่องของเงินลงทุน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c465c7"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/7.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>3.นวัตกรรมการเรียนการสอน</strong></p>



<p>โรงเรียนขนาดเล็ก จะคาดหวังให้มีครูครบชั้นในระยะเวลาอันสั้นคงเป็นไปไม่ได้ยาก จำเป็นต้องมีนวตักรรมที่เรียกว่า Multi-age classroom เด็กไม่จำเป็นต้องอายุเท่ากันที่จะเรียนในชั้นเรียนเดียวกันได้ อาจจะผสมเด็กช่วงวัย 6-9 ขวบ อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน และครูสามารถมีนวัตกรรมการสอนคละชั้น หลายประเทศที่มีภาวะทุรกันดารห่างไกล เช่น นิวซีแลนด์ใช้กระบวนการนี้มาหลายสิบปีแล้ว ทุกคณะศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ ต้องสอนให้ครูสามารถสอน Multi-age classroom เป็น</p>



<p>นอกจากนี้ต้องมีการสนับสนุนการใช้เทคโนโลยี เข้ามาส่งเสริมให้ครู ผู้เรียนสามารถใช้การเรียนการสอน กับเทคโนโลยีปัจจุบันได้ อินเทอร์เน็ต แล็ปท็อป เชื่อมโยงโลกเราทั้งใบเข้าไปอยู่ในห้องเรียนนี้ได้ จะทำให้ห้องเรียนสามารถเป็น smart classroom ในอนาคตได้  ยังมีนวัตกรรมอีกมากมายที่จะทำตรงนี้ได้</p>



<p></p>



<p><strong>4.การเชื่อมโยงชุมชน</strong>  </p>



<p>ปวงชนเพื่อการศึกษา all for education เช่นเดียวกับนโยบายรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ  จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ความฝันของชุมชนคือ อยากให้ลูกหลานมีการเรียนรู้ที่ดี เป็นอนาคตของพื้นที่ ของชุมชน เราต้องชวนชุมชนให้มีส่วนร่วม จัดการศึกษาในโรงเรียนตั้งแต่วันนี้ ทำอย่างไรให้ภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น ปราชญชาวบ้าน ซึ่งมีตัวอย่างที่ราชบุรีรวมถึงจังหวัดอื่นๆ</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-24d2a8"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/8.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>สำหรับโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่ใช่ protected school ถ้าเราอยากจะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างเราควรมาร่วมกันเปลี่ยนโจทย์โรงเรียนขนาดเล็กเพื่อเปลี่ยนอนาคตของโรงเรียนกลุ่มนี้ เช่น เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ ว่าคนไทยไม่ว่าช่วงวัยไหนไม่ควรหยุดพัฒนา สามารถพัฒนาได้ตลอดเวลา คนในชุมชน เด็กปฐมวัย ผู้สูงอายุ วัยแรงงาน ล้วนได้ประโยชน์จากการพัฒนาตนเองที่โรงเรียน เราอาจเปลี่ยนโรงเรียนเล็ก เป็นศูนย์เรียนรู้ตลอดชีวิต พัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ทุกช่วงวัย สอดคล้องกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต พ.ศ.2566 ที่ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ กำลังมีการขยายพื้นที่การทำงาน</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-eb8100"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/10-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ถ้าเปลี่ยนได้เป็นการจัดการเรียนรู้ทุกช่วงวัย หลายหน่วยงานจะเข้ามาสนับสนุนโรงเรียนได้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จะร่วมต่อท่อให้ทรัพยากรเหล่านี้เข้ามาอยู่ที่โรงรียนได้ เพื่อให้โรงเรียนได้รับการดูแล พัฒนา เป็นพื้นที่เรียนรู้ของชุมชนได้ อย่างแท้จริงยั่งยืน ผู้ปฏิบัติหน้าที่ก็ปรับเปลี่ยนโจทย์นอกจากจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กแล้ว สามารถทำในภารกิจอื่นได้เช่นกัน</p>



<p>ผู้จัดการ กสศ.กล่าวว่า นอกเหนือจากปรับโจทย์คือการปรับระเบียบ ตนเองลงพื้นที่หลายปี ผู้นำท้องถิ่น เช่น นายก อบจ. นายกเทศบาล อยากจะจัดสรรเงินท้องถิ่น มาให้โรงเรียนแต่ติดเงื่อนไข ที่สตง.ตรวจ และจะให้คืนเงิน ผอ.หลายท่าน ก็ทำการบ้าน ต้องทำหนังสือจากผอ.รร. ถึงเลขาสพฐ. เพื่อยืนยันว่าไม่มีงบประมาณจากสพฐ. ใดใดแล้วจริงๆ ที่จะมาดูแลโรงเรียนเหล่านี้ และให้ตอบกลับมาเพื่อให้นายกเทศมนตรีใช้ในการตั้งงบประมาณ วงจรนี้หลายปีกว่าจะเสร็จ ถ้าสามารถปรับระเบียบ กติกาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะกระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา กระทรวงมหาดไทย สามารถจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตรงนี้มาที่โรงเรียนได้ จะมีทรัพยากรอีกมากมาย มาที่สถานศึกษาขนาดเล็กได้ในอนาคต</p>



<p>ทั้งหมดคือข้อเสนอของกสศ. กลั่นจากหน่วยงานทั้งระดับพื้นที่และรดับประทศ และระดับนานาชาติ เพื่อสนับสนุนให้อนาคตของโรงเรียนขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น protected school  หรือ non protected school สามารถที่จะมีความยั่งยืนและเป็นของชุมชนอย่างแท้จริง</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2f7c4c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1218_ข่าวโรงเรียนเล็ก_PHOTO8.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย ผู้ประสานงาน Access School</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นายเทวินฏฐ์ อัครศิลาชัย ผู้ประสานงานโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพ (Access School) กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่า ชุมชนบางแห่งสามารถนำปัญหาที่เกิดขึ้นมาเปลี่ยนเป็นโอกาสในการสร้างองค์ความรู้ ที่นำไปใช้กับชุมชนได้จริง และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการจัดการศึกษา เป็นเรื่องของทุกคน เป็นเรื่องของทุกภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน เข้ามาสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็กให้อยู่ได้</p>



<p>“จากการทำงาน เพื่อดูแลโรงเรียนขนาดเล็ก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาพบว่า สิ่งที่เป็นยาขมมากสำหรับ การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก คือเรื่องของการ จัดสรรงบประมาณรายหัว เราเคยเสนอว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเปลี่ยนจาก จัดสรรงบประมาณรายหัว เป็นการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ และควรจะปลดล็อคระเบียบ บางอย่าง เช่นเรื่องครูฝึกสอน ซึ่งพบว่าโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งมีครูสอนคละชั้น คละวิชา ไม่สามารถรับครูฝึกสอนที่ไม่มีครูพี่เลี้ยงเด็ก หรือครูที่มีวิชาเอกไม่ตรงกันมาช่วยสอนได้  รวมถึงปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่ง ที่อยากถ่ายโอนไปให้กับท้องถิ่น แต่ก็ติดกับระเบียบที่ทำให้ดำเนินการได้ยาก”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-9a28a6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1218_ข่าวโรงเรียนเล็ก_PHOTO9.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ดร.ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย และที่ปรึกษาเครือข่ายชมรมนักจัดการศึกษาบนพื้นที่สูงในถิ่นทุรกันดาร กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการดูแลโรงเรียนขนาดเล็ก คือการทำให้โรงเรียนกับชุมชนเป็นเรื่องเดียวกัน มุมมองของการศึกษาในอนาคต คือเรื่องของการเรียนรู้ตลอดชีวิต การจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก จึงต้องมองมากกว่าเรื่องของตัวเด็กนักเรียน โรงเรียนอาจจะต้องมีบทบาทในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชน ชุมชนสร้างโรงเรียนโรงเรียนก็ต้องสร้างชุมชน หากเปลี่ยนความคิดได้ว่าการมีโรงเรียนขนาดเล็กไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ไม่ใช่เรื่องการลดคุณภาพการศึกษา แต่เป็นเครื่องมือของรัฐที่จะใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่เพื่อพัฒนาชุมชน หากเราทำโรงเรียนขนาดเล็ก ให้เป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพของชุมชน สิ่งที่ทำก็จะกลายเป็นโอกาสหนึ่งของการพัฒนาประเทศ</p>



<p>โรงเรียนขนาดเล็กจะกลายเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่จะช่วยให้ชุมชนเติบโต รัฐมีเครื่องมือหนึ่ง ก็คือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มีผู้แทนของประชาชนเข้าไปทำงานและมีงบประมาณ ในการจัดการปัญหาพัฒนาพื้นที่ หากเปิดโอกาสด้วยการปลดล็อค หรือกฎระเบียบบางอย่าง ให้หน่วยงานนี้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโรงเรียน</p>



<p>“ปัจจุบันนี้ อบต. ติดระเบียบบางอย่างที่ ทำให้ไม่สามารถช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กได้ แม้จะเห็นว่าโรงเรียนถูกพายุพัดหลังคา หายไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่สามารถซื้อกระเบื้องมาเปลี่ยนให้โรงเรียนได้ เพราะติดอยู่กับระเบียบที่ว่า คนละหน่วยงานกันไม่สามารถช่วยเหลือกันได้  ควรจะหาวิธีปลดล็อคกฎระเบียบให้ท้องถิ่นเข้ามาช่วยเหลือโรงเรียนขนาดเล็กได้ จะทำให้ชุมชนอีกหลายแห่งอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข” ดร.ศุภโชคกล่าว</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-181223/">กสศ. ActionAid และเครือข่ายโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ ยื่นข้อเสนอ เปลี่ยนสูตรจัดสรรงบ ลดเหลื่อมล้ำ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
