<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>7-7-7 | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/7-7-7/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 27 Apr 2026 03:20:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>7-7-7 | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>7-7-7 ถอดรหัส ‘ท่าสะท้อนโมเดล’: เมื่อวิสาหกิจชุมชนลุกขึ้นมาจัดการเรียนรู้ คืนชีวิตเด็กนอกระบบด้วยเครือข่ายที่กินได้จริง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-270426/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2026 03:20:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ABE]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[7-7-7]]></category>
		<category><![CDATA[ท่าสะท้อนโมเดล]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=101559</guid>

					<description><![CDATA[<p>นักเรียนในระบบการศึกษาโดยส่วนใหญ่จะจำได้ดีว่าในชีวิตการ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270426/">7-7-7 ถอดรหัส ‘ท่าสะท้อนโมเดล’: เมื่อวิสาหกิจชุมชนลุกขึ้นมาจัดการเรียนรู้ คืนชีวิตเด็กนอกระบบด้วยเครือข่ายที่กินได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>นักเรียนในระบบการศึกษาโดยส่วนใหญ่จะจำได้ดีว่าในชีวิตการเรียนมีสิ่งที่เฝ้ารออย่างจดจ่ออยู่ 2 ครั้งต่อภาคการเรียน คือสิ่งที่เรียกว่าปิดเทอมเล็ก และปิดเทอมใหญ่ แต่สำหรับ ‘กิ๊บ’ ‘ตั๊บ’ ‘นนท์’ เยาวชนที่ตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กลับมีเรื่องสนุกรออยู่ในทุกๆ 7 วัน&nbsp;</p>



<p>7-7-7 คือหลักสูตรการเรียนรู้เรื่องการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ที่แม้ผักจะไม่ได้โตใน 21 วัน แต่ ‘กิ๊บ’ ‘ตั๊บ’ ‘นนท์’ ต้องคอยสังเกตผักแปลงของตัวเอง ตั้งแต่ช่วง 7 วันแรกหลังเพาะเมล็ด 7 วันหลังต้นอ่อนงอก และ 7 วันสำหรับการประคับประคองผักให้แข็งแรงพอเพื่อย้ายลงกระถางและเติบโตจนขายได้ในอนาคต&nbsp;</p>



<p>ภายใต้สีเขียวของใบผัก กลับมีสิ่งที่กำลังเติบโตไปพร้อมกันคือ ‘ความมั่นใจ’’ ของเยาวชนกลุ่มหนึ่งที่เคยถูกนิยามว่า ‘หลุดออกจากระบบ’ ‘มีปัญหาด้านพัฒนาการบกพร่อง’&nbsp;</p>



<p>ความมั่นใจนี้เกิดขึ้นได้จากการคณะทำงาน ‘วิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด’ ที่ลุกขึ้นมาทำหน้าที่เป็น ‘หน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่’ (Area-based Education : ABE) ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92.jpeg" alt="" class="wp-image-101560" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-92-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>ซึ่งความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด เอกชัย ทิพยวัลย์ หรือผู้ใหญ่เอก ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านท่าสะท้อน และเป็นหัวหน้าหน่วยการเรียนรู้ บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่ได้วัดกันที่งบประมาณ แต่วัดที่ความเปลี่ยนแปลงของเด็ก อย่างกรณีน้องกิ๊บ เด็กที่เคยหลุดจากระบบ แต่ปัจจุบันสามารถฝึกงานในร้านขายสินค้ามือสองญี่ปุ่นจนไลฟ์สดขายของและมีรายได้เป็นของตัวเองได้&nbsp;</p>



<p>&#8220;เราพยายามสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่ต้องบอกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัย แต่ทำให้เห็นผ่านการปฏิบัติเช่น การใช้บ้านเด็กเป็นฐานการเรียนรู้ ให้เด็กดูแลกันเอง โดยมีคณะกรรมการเป็นพี่เลี้ยงอยู่ห่างๆ&#8221; ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ และวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ดไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว ถ้าขาดการเชื่อมโยงระหว่าง วิสาหกิจชุมชน &#8211; ท้องถิ่น &#8211; นักวิชาการ และ สมัชชาการศึกษาที่สุราษฎร์ธานี กระบวนนี้จึงไม่ใช่แค่การทำงานตามโครงการ แต่คือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่แข็งแกร่งพอจะโอบอุ้มเด็กนอกระบบให้กลับมายืนได้อย่างมั่นใจในสังคมอีกครั้ง</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93.jpeg" alt="" class="wp-image-101561" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-93-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ผู้ใหญ่เอก’ เอกชัย ทิพยวัลย์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ดึงออกมาจากบ้าน ให้ ‘รอด’</strong></h3>



<p>การดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด สู่การเป็นหน่วยการเรียนรู้ มีที่มาจากการค้นพบปัญหาของเด็กในชุมชนที่ถูกมองข้ามจากคนส่วนใหญ่ ตามแนวคิดที่ว่าเด็กในวันนี้ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่งในชุมชนวันหน้า&nbsp;</p>



<p>สุริยันต์ ชอบผล หรือกบ ประธานสภาองค์กรชุมชนท่าสะท้อนกล่าวว่าปัญหาเด็กหลุดระบบในพื้นที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งการมั่วสุม น้ำกระท่อม หรือการใช้ชีวิตล่องลอยกลางคืน รวมถึงกลุ่มเด็กที่มีปัญหาทางด้านพัฒนาการ เผชิญโรคซึมเศร้า มีภาวะโรคบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ LD ก็ถูกขับออกจากระบบไม่ต่างกัน</p>



<p>พอติดน้ำกระท่อม ติดเพื่อน ก็ส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่เด็กมีต่อครอบครัว ชุมชน และทำให้พัฒนาการด้านการเรียนรู้ติดขัด สมาธิสั้น เกิดภาวะออทิสติกเทียม ปัญหาที่กำลังขยายตัวในพื้นที่ชายขอบเมืองที่พ่อแม่เด็กต้องไปทำงาน ทิ้งเด็กไว้ในบ้าน</p>



<p>ในปีแรก โครงการเลยมุ่งเน้นไปที่การค้นหาและสร้างโอกาสให้เด็กกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่หมู่ที่ 1 ยันหมู่ที่ 7 ในตำบลท่าสะท้อน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94.jpeg" alt="" class="wp-image-101562" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-94-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘กบ’ สุริยันต์ ชอบผล</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ซึ่งวิธีแรกๆ คือการดึงเด็กออกมาจากบ้าน ผ่าน ‘ทีมงานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)’ โดยเฉพาะการเข้าหาเด็กที่ถูกละทิ้งอย่าง เด็กและเยาวชน ‘โรคบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities : LD)’ ที่ส่งผลต่อความสามารถในการอ่าน เขียน คำนวณ ซึ่งเป็นปัญหาที่ถูกมองว่าเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ คนอื่นเข้าถึงไม่ได้ และพอคิดแบบนี้ เด็ก LD หลายคนจึงถูกทิ้งไว้ในบ้าน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญมีจำนวนไม่พอและไม่รู้ต้องทำอย่างไรที่จะเข้าถึงเด็กได้ทุกคน</p>



<p>“พี่อยากให้เด็กหลุดพ้นจากครอบครัว หลายๆ ครอบครัวพ่อแม่เขาทำงาน ไม่ได้ดูแลลูก ทำให้เด็กมีพฤติกรรมไม่ดี อย่างน้อยเราเป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนิสัยเด็ก” สาว-อุบลรัตน์ เมฆไลย ผู้รับผิดชอบโครงการและคณะทำงานหมู่ 2 อธิบาย</p>



<p>การดึงเด็กออกจากบ้านจึงเป็นหนทางที่จะทำให้เด็ก ‘รอด’ จากความเสี่ยงที่จะตามมา</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>แค่นิ่งขึ้น ก็เปรียบดังการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่</strong></h3>



<p>กิจกรรมที่เริ่มทำในช่วงแรกจึงมีทั้งนั่งสมาธิ ศึกษาดูงานนอกสถานที่ WorkShop จากสิ่งที่ต้องการ และได้ปลูกผักแบบหลักสูตรชาวบ้าน 7-7-7&nbsp;</p>



<p>การที่ผู้ใหญ่เอก และคณะทำงานวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด ชวนเยาวชนมาปลูกผัก ทำฟาร์ม อาจดูเหมือนการฝึกแรงงานภาคเกษตรทั่วไป แต่ในความจริง นี่คือภาพหนึ่งของการสร้างคุณค่าในตัวเอง ที่สามารถเปลี่ยนสถานะของเด็กจากผู้รอความช่วยเหลือ ให้กลายเป็นคนหนึ่งที่มีศักยภาพได้เหมือนกัน</p>



<p>“การปลูกผักไม่ใช่เรื่องง่าย”</p>



<p>&nbsp;โรจน์–วโรจน์ สกุลโต นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นที่ปรึกษาของวิสาหกิจชุมชนท่าสะท้อนฟาร์มเห็ด เล่าเพิ่มเติมว่า การปลูกผักต้องใช้ทั้งความพยายาม ความอดทน และความรู้ประสานกัน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95.jpeg" alt="" class="wp-image-101564" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-95-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘โรจน์’ วโรจน์ สกุลโต</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“เมล็ดผักเล็กมาก ตอนเพาะลงถาดเพาะต้องใจเย็น ดูหัวดูท้าย ดูค่ากรดของน้ำ ดูปริมาณปุ๋ยน้ำ วันไหนแดดดีต้นก็จะยืดออก แต่ก็ไม่ใช่ว่าให้เอาเมล็ดไปโดนแดดตรงๆ ไม่งั้นผักจะไม่สวย หรือแม้แต่การย้ายลงกระถางใหญ่ก็ต้องดูให้ดี ช่วงเวลาการตัดผักก็ต้องคำนวณว่าช่วงไหนผักจะไม่ขม” โรจน์กล่าว&nbsp;</p>



<p>เล็ก จันทิมา อิศรางกูร ณ อยุธยา คณะทำงานหมู่ 1 บ้านนาค้อ เสริมเข้ามาว่าทุกช่วงเวลาของการปลูกผักสำคัญหมด ถ้าไม่เอาใจใส่ผักจะตายได้ง่ายๆ&nbsp;</p>



<p>กิจกรรมการปลูกผักต้องใช้ความอดทนสูง แต่ สาว กลับบอกว่าเด็กๆ ตั้งใจเกินกว่าที่คาดหวังไว้&nbsp;</p>



<p>“เด็กๆ ที่ดูไม่ฟังใคร ดูซนและวุ่นวายเกือบตลอดเวลาของการทำกิจกรรม หรือบางคนเป็น LD ต้องคอยจับให้เขาอยู่นิ่งๆ ตลอด พอถึงช่วงเวลาหยอดเมล็ดลงแปลงผัก ทุกคนเงียบกันหมด ไม่มีใครพูด เขาตั้งใจกันมาจริงๆ” สาวกล่าว&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96.jpeg" alt="" class="wp-image-101565" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-96-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘เล็ก’ จันทิมา อิศรางกูร ณ อยุธยา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ไฮโดรโปนิกส์มันมีระบบของมัน มีรอบการเก็บเกี่ยวที่ชัดเจน และที่สำคัญคือเรามีตลาดรองรับที่แน่นอนเมื่อเด็กเห็นว่าสิ่งที่เขาทำมันไปปรากฏอยู่บนแผงในตลาด เขาจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า มีตัวตนในสังคมขึ้นมาทันที มันไม่ใช่แค่การปลูกผัก แต่มันคือการฝึกความรับผิดชอบและการวางแผนธุรกิจ” โรจน์กล่าว&nbsp;</p>



<p>จากจุดตั้งต้นเดิมที่หน่วยการเรียนรู้อยากให้เด็กมีอาชีพด้วยการปลูกผักไฮโดรฯ ขาย แต่ ณ ปัจจุบัน การปลูกผักได้กลายเป็นหนึ่งในองค์ความรู้แบบไม่รู้ตัว&nbsp;</p>



<p>“เด็กๆ ใช้ชีวิตอยู่กับป่ายาง กับสวนผัก แต่เขาไม่เคยหันมาสนใจจริงจัง อีกอย่างมันเป็นการปฏิบัติที่ส่งผลได้จริง ขายได้จริง แปลงผักไฮโดรฯ ก็เลยเป็นหนึ่งในกิจกรรม เหมือนกับที่เราเรียนวิธีว่ายน้ำบนบก ถ้าไม่เห็นของจริง ไม่ลงน้ำจริง มันก็ทำไม่เป็น แต่พอเขาได้ลงมือทำบ่อยๆ มันเกิดความชำนาญ ความเคยชิน เขาก็สามารถทำเองได้” ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>จุดเด่นที่ทำให้เด็กในโครงการนี้เห็นความหวัง คือการเชื่อมโยงกับตลาดอย่างเป็นรูปธรรม เพราะคณะทำงานได้ดีลกับภาคเอกชน ดีลกับตลาดเพื่อรับซื้อผลิตภัณฑ์ของเด็กอยู่แล้ว&nbsp;</p>



<p>&#8220;เราไม่ได้ให้เด็กปลูกผักไปวันๆ แต่วางแผนตลาดไว้ให้หมดแล้ว ขอแค่เด็กทำจริง ตลาดรอบๆ อำเภอนี้ยินดีรับผลผลิตทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่าอาชีพที่พวกเขากำลังฝึกอยู่เลี้ยงชีวิตได้จริง&#8221;</p>



<p>กระบวนการการปลูกผักตั้งแต่การหยอดเมล็ดเล็กๆ ลงแปลงเพาะ ได้เติมน้ำ เติมปุ๋ย ได้เฝ้ามองการเจริญเติบโตของแปลงผักนี้ ทำให้เด็กบางคน ‘นิ่งขึ้น’ ซึ่งสำหรับหน่วยการเรียนรู้รู้ดีว่าการนิ่งขึ้น มันจะได้สร้างการเปลี่ยนแปลงของตัวเด็กแล้ว โดยเฉพาะกับเด็ก LD ที่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large is-resized"><img decoding="async" loading="lazy" width="683" height="1024" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-683x1024.jpeg" alt="" class="wp-image-101566" style="width:400px" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-683x1024.jpeg 683w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-200x300.jpeg 200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97-768x1152.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-97.jpeg 800w" sizes="(max-width: 683px) 100vw, 683px" /></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>พาไปดู ให้รู้ ให้เห็น</strong></h3>



<p>เมื่อย่างเข้าสู่ปีที่ 2 ของโครงการ กระบวนการทำงานของหน่วย ABE ท่าสะท้อนมีความเข้มข้นขึ้น ผู้ใหญ่เอกเล่าว่าเป้าหมายหลักคือการพาเด็กออกไปเห็นโลก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ</p>



<p>&#8220;เรามองว่าเด็กกลุ่มนี้ขาดโอกาส สิ่งที่เราเติมเข้ามาคือการพาเขาออกไปศึกษาดูงานข้างนอก พัฒนาทักษะให้เขาเห็นไอเดียใหม่ๆ เช่น การไปดูงานกะลาเงินล้านที่พัทลุง เพื่อให้เห็นว่าของเหลือใช้ก็สร้างมูลค่าได้ หรือไปดูไร่นมัสการที่ปลูกกล้วยหอมจนสร้างรายได้หลักแสน เพื่อให้เด็กเห็นว่างานเกษตรก็เป็นอาชีพที่มั่นคงได้โดยไม่ต้องเป็นลูกจ้าง&#8221;</p>



<p>โรจน์ ย้ำถึงความสำคัญของการพาเด็กไปดูงาน ‘กะลาเงินล้าน’ ที่พัทลุง และการทำเกษตรแบบมืออาชีพที่เกาะสมุย</p>



<p>“เราสอดแทรกการพาไปข้างนอก เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ให้เขาเห็นว่าอาชีพเกษตรสามารถสร้างเงินได้จริงโดยไม่ต้องเป็นลูกจ้างเขาอย่างเดียว”&nbsp;</p>



<p>เป้าหมายสุดท้ายของกระบวนการนี้ไม่ใช่แค่การมีอาชีพติดตัว แต่คือการทำให้เด็ก ‘รู้สา’ ซึ่งเป็นคำในภาษาใต้ที่หมายถึงการรู้ความ รับผิดชอบตัวเองได้ และมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ&nbsp;</p>



<p>“น้องเขาภูมิใจในตัวเองว่าเขาสามารถหาเงินได้เองแล้วนะ ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่แล้ว มันคือการสร้างโอกาสที่กินได้จริง ไม่ใช่แค่ในกระดาษ” โรนจ์ อธิบาย&nbsp;</p>



<p>นอกจากความภูมิใจ เด็กเยาวชนยังได้โชว์ศักยภาพของตัวเองแบบที่ไม่ได้อคติมาปิดบัง&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกเล่าว่าที่ผ่านมามีเด็กคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องการพูด ไม่เข้าสังคม และขี้อาย แต่เด็กคนนั้นสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองการปลูกผัก จากงานการประชุมวิชาการระดับชาติ ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 46 สิ่งนี้ทำให้หน่วยการเรียนรู้ภูมิใจมาก&nbsp;</p>



<p>“จากคนที่พ่อแม่ไม่คิดว่าจะรอด ตอนนี้ได้รางวัล ทุกคนชื่นชม มีภาพติดไว้ที่ศาลา กล้าพูด กล้าคุยมากขึ้น ได้กลับมามีที่เรียนอีกครั้ง ผมภูมิใจมากเลย” ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98.jpeg" alt="" class="wp-image-101567" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-98-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>คอนเนค เข้าใจ และมองเป้าหมายในทางเดียวกัน</strong></h3>



<p>กบ บอกว่ารางวัลการปลูกผักของเด็ก เป็นสิ่งนี้เล็กๆ ที่สำคัญในแง่ของการทำงานของหน่วยการเรียนรู้อย่างมาก</p>



<p>“ทำงานกับเด็กยากนะ และท้อด้วย บางคนก็มีงานหลายบทบาททั้ง อสม. ทั้งคณะกรรมการชุมชน ไหนจะอาชีพของตัวเอง แล้วพวกเขาก็เข้ามาเป็นทีมพี่เลี้ยงด้วย พอเด็กคนนั้นได้รางวัล เราเห็นการเปลี่ยนแปลงของเด็กว่าสิ่งที่เราทำมาไม่สูญเปล่า มันรู้สึกดีมากเลยว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้” กบ กล่าว</p>



<p>หัวใจสำคัญที่ทำให้หน่วยเรียนรู้ท่าสะท้อนเดินหน้าได้โดยไม่สะดุด คือการออกแบบ ‘ทีมงาน’ ที่เข้าใจกันและกัน ผู้ใหญ่เอกอธิบายว่า คณะทำงานของหน่วยเรียนรู้มีตั้งแต่ชาวบ้านธรรมดาที่มีใจอยากช่วยเด็ก มีทีมอสม. ที่มีข้อมูลพื้นฐานแต่ละครอบครัว มีหน่วยงานข้างนอกเข้ามามีส่วนร่วม และภาคีการศึกษาที่ทั่วถึงทั้งจังหวัด</p>



<p>“อย่างโรจน์ ตอนแรกเขาไม่ได้มาทำงานกับเรานะ เป็นแค่นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร แต่พอเราวางแผนว่าจะมีการปลูกผักเลยต้องใช้ความรู้เชิงวิชาการ เราก็ไปคุยไปดีลกับเขา ซึ่งพอเห็นความเป็นไปได้เขาก็เลยเข้ามาช่วยหน่วยการเรียนรู้แบบเต็มตัว ต้องขอบคุณเขาสำหรับงานเอกสาร การเติมเต็มองค์ความรู้แบบที่ชาวบ้านไม่ค่อยรู้” ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกย้ำว่า การจะดึงภาคีอย่างเกษตรจังหวัด, ประมง หรือ ปศุสัตว์ เข้ามาช่วยได้นั้น ต้องสร้างความไว้วางใจล่วงหน้า</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99.jpeg" alt="" class="wp-image-101568" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-99-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>&#8220;เราทำงานกับชุมชนอยู่แล้ว เราช่วยงานหน่วยงานต่างๆ ก่อน เมื่อเขามีความเชื่อถือในตัวเรา พอเราทำเรื่องเด็ก เขาก็ยินดีเข้ามาเป็นที่ปรึกษา เป็นวิทยากรให้ สิ่งสำคัญคือเราต้องทำให้เขาเห็นว่าเขาเข้ามาแล้วได้อะไร อย่างน้อยคือภาพความสำเร็จที่ส่งผลต่อเด็กจริงๆ และการยกย่องขอบคุณให้เขามีตัวตนในผลงานนั้นด้วย&#8221;&nbsp;</p>



<p>เช่นเดียวกับงานเรื่องกระบวนการองค์ความรู้ ก็มีโรจน์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ที่เข้ามาเติมเต็มในส่วนของงานวิชาการและงานเอกสารที่ซับซ้อน ซึ่งมักเป็นจุดอ่อนของคนทำงานในพื้นที่</p>



<p>&#8220;งานเอกสารของ กสศ. มีระบบชัดเจน งานเอกสารก็สำคัญมากต่อการดำเนินโครงการ ผมจึงเข้ามาช่วยงานตรงนี้ ในขณะที่ผู้ใหญ่เอกและพี่กบจะเป็นฝ่ายปฏิบัติการที่เข้าถึงตัวเด็กและชุมชนได้จริง&#8221;</p>



<p>นอกจากนี้ การแบ่งบทบาทหน้าที่ยังกระจายลงไปตามหมู่บ้าน โดยมีคณะกรรมการดูแลเด็กในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากใครคนใดคนหนึ่งติดภารกิจ ก็จะมีคนสำรองที่ถูกบ่มเพาะผ่านการร่วมกิจกรรมมาแทนที่ได้ทันที ทำให้งานไม่หยุดชะงัก</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกอธิบายเพิ่มเติมว่า มีทีมทำงานหลายคนที่ขอออกจากหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการออกในลักษณะที่กลับไปจัดการภาระหน้าที่ของตัวเอง เพราะทุกคนมีบทบาทในชุมชนต่างกัน&nbsp;</p>



<p>“คนที่ออกไปหลักๆ คือกลับไปจัดการตัวเอง ไม่ได้ออกเพราะไม่อยากทำ เช่น คนนี้ทำสวนยาง ตัวเขาก็เป็นกรรมการหมู่บ้าน แล้วก็เป็นคนทำงานก็หน่วยการเรียนด้วย ภาระเขาเยอะ เลยขอออกไปจัดการดีกว่า แต่เขาก็ยังกลับมาเข้าหน่วยเป็นคณะทำงานได้ หรือตอนที่มีกิจกรรมถ้าเขาว่างเราก็เชิญมาเหมือนเดิม ส่วนใหญ่ก็คนรู้จักกันทั้งนั้น”&nbsp;</p>



<p>ผู้ใหญ่เอกกล่าวเพิ่มเติมว่า หากทีมทำงานคนใดคนนึงหายไป ไม่ค่อยส่งกระทบต่อการทำงาน เพราะทุกคนรับรู้ว่าเป้าหมายของทีมคืออะไร ใครทำอะไรตรงไหนอยู่ แล้วมีคนที่พร้อมจะเข้ามาทำงานแทนด้วยกัน</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="1200" height="800" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100.jpeg" alt="" class="wp-image-101569" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100.jpeg 1200w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-768x512.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/04/image-100-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 1200px) 100vw, 1200px" /></figure>



<p></p>



<p>“เวลาเราเสร็จจากกิจกรรม เราก็จะนัดกรรมการมาประชุมอีกครั้งเพื่อสรุปโครงการหรือสรุปกิจกรรมที่เราทำ เราก็จะเรียกสรุปว่าผลที่กิจกรรมวันนี้มีปัญหาเรื่องอุปสรรคอะไรบ้าง น้องคนไหนเป็นยังไงก็พยายามพูดคุยกับกรรมการว่าถ้าคนนี้เราพยายามอย่าไปพูดปมด้อยเขา เราพยายามทำความเข้าใจให้กับคนทำงานด้วยว่ามันจะไม่เหมือนเราทุกคน กรรมการแต่ละคนไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นเราพยายามทำความรู้ความเข้าใจให้เหมือนกัน ไปในทิศทางเดียวกัน”&nbsp;</p>



<p>และไม่ใช่แค่เด็กเยาวชนได้เรียนรู้ คณะทำงานก็ได้เรียนรู้ด้วยเช่นกัน&nbsp;</p>



<p>&#8220;คำว่าล้มเหลวในนิยามของผม ไม่ใช่เด็กหนีไปติดคุกเพราะนั่นคือพฤติกรรมเขา แต่ล้มเหลวคือการที่เด็กมาร่วมกิจกรรมกับเราแล้วเขายังอยู่กับที่ ไม่มีการพัฒนา&#8221; ผู้ใหญ่เอกกล่าว&nbsp;</p>



<p>ความแข็งแกร่งของท่าสะท้อนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของ ‘สมัชชาการศึกษาสุราษฎร์ธานี’ ซึ่งถือเป็นจังหวัดต้นแบบที่ขับเคลื่อนงานได้อย่างเป็นระบบ&nbsp;</p>



<p>ในระดับนโยบาย สุราษฎร์ธานีใช้กลไก Thailand Zero Dropout (TZD) ซึ่งเชื่อมโยงกับหน่วยจัดการเรียนรู้การจัดการการศึกษาเชิงพื้นที่’ (Area-based Education : ABE) เป็นการเรียนรู้ระดับท้องถิ่น&nbsp;</p>



<p>ไม่ว่าเป็น ผู้ใหญ่เอกและกบ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงผู้นำชุมชน แต่ทำหน้าที่เป็น ‘ผู้จัดการเรียนรู้’ ที่ใช้ทุนทางสังคมและคอนเนคชั่นส่วนตัวดึงหน่วยงานประมง เกษตร และปศุสัตว์เข้ามาเป็นพวก จนมาเจอกับโรจน์ จากสำนักงานเกษตรจังหวัดเข้ามาเติมเต็มงานจัดการและเอกสาร เพื่อให้คนหน้างานเดินได้อย่างคล่องตัว รวมถึงมีทีมทำงานที่เข้าใจกันและกัน อย่างคนในชุมชน แม่ๆ อสม. ที่มีข้อมูลสุขภาพพื้นฐาน</p>



<p>ความพิเศษของที่นี่คือการไม่ได้มองว่าปัญหาเด็กนอกระบบเป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือ ‘ภารกิจร่วม’ ที่เชื่อมโยงทั้งพื้นที่และนโยบายเข้าด้วยกัน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-270426/">7-7-7 ถอดรหัส ‘ท่าสะท้อนโมเดล’: เมื่อวิสาหกิจชุมชนลุกขึ้นมาจัดการเรียนรู้ คืนชีวิตเด็กนอกระบบด้วยเครือข่ายที่กินได้จริง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
