<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ไคซา เวอริเนน | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%84%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B2-%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Fri, 20 Dec 2019 19:50:34 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>ไคซา เวอริเนน | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>ความคิดเชิงบวก เมล็ดพันธุ์แห่งความเจริญ ปรับโครงสร้างการศึกษาไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/250-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 20 Dec 2019 19:50:34 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[อูสซิทาโล]]></category>
		<category><![CDATA[Kaisa Vourinen]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ]]></category>
		<category><![CDATA[Lotta Uusitalo]]></category>
		<category><![CDATA[ไคซา เวอริเนน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10127</guid>

					<description><![CDATA[<p>ฟินแลนด์ ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีเป็ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/250-2/">ความคิดเชิงบวก เมล็ดพันธุ์แห่งความเจริญ ปรับโครงสร้างการศึกษาไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter size-full wp-image-10131" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748499504.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748499504.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748499504-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748499504-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748499504-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748499504-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748499504-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>ฟินแลนด์ ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลกต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี<br />
ด้วยการเรียนการสอนที่สามารถลดช่องว่างของความเหลื่อมล้ำในตัวเด็กแต่ละคน ทั้งยังได้รับการกล่าวถึงในเรื่องการลดเวลาอยู่ในโรงเรียนของเด็กให้น้อยลง ลดการบ้านและการสอบให้เหลือน้อยที่สุด<br />
แต่กลายเป็นว่าระบบการศึกษาลักษณะดังกล่าว กลับทำให้เด็กๆ ในประเทศฟินแลนด์มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาดีที่สุดในโลก</p>
<p>ไคซา เวอริเนน(Kaisa Vourinen) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยาเชิงบวก(positive psychology)<br />
และการศึกษาเชิงบวก(positive learning) และเป็นผู้ฝึกอบรมครูที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เผยว่า เป็นเวลากว่า 5 ทศวรรษ ที่ประเทศฟินแลนด์ได้สร้างพื้นฐานระบบการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์<br />
และคิดค้นพัฒนาหาแนวทางใหม่ๆ ต่อเนื่องมาตลอด เพื่อปรับปรุงระบบการศึกษาที่เหมาะสมกับลักษณะผู้เรียนและความเปลี่ยนแปลงของโลก จนส่งผลให้ระบบการศึกษาในประเทศได้รับการยอมรับจากทั่วโลก รวมถึงถูกนำไปเป็นต้นแบบปรับใช้ในหลักสูตรการศึกษาของประเทศต่างๆ ดังที่กล่าวกันว่า ‘ต้องการเรียนรู้จากระบบการศึกษาที่ดีที่สุด เรียนรู้จากประเทศฟินแลนด์’</p>
<p>ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ตั้งอยู่บนหลักพื้นฐานของ ‘การใช้ธรรมชาติความอยากรู้อยากเห็นของเด็กให้เป็นประโยชน์’ และกำหนดเป็นหัวใจหลักของการวางแผนการศึกษาและจัดทำหลักสูตร เพราะเด็ก ๆ จะมีความต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับโลกรอบตัว และทดลองทำในสิ่งที่ตนได้เรียนรู้มา ด้วยหลักการนี้ ครูที่มีแรงจูงใจสูงจึงเป็นเสาหลักของระบบการศึกษา โดยครูไม่ใช่เพียงผู้เชี่ยวชาญในวิชาที่ตนสอนเท่านั้น แต่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนอีกด้วย ดังนั้น การฝึกอบรมครูในประเทศฟินแลนด์ จึงให้ความสำคัญกับการศึกษาหลักการสอน(pedagogy) ซึ่งหมายถึงศาสตร์การออกแบบการสอนให้สอดรับกับวิธีการเรียนรู้ของผู้เรียนที่แตกต่างกัน และทำให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่สนุกสนานสำหรับเด็ก</p>
<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-10132" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748507159.jpg" alt="" width="2362" height="1772" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748507159.jpg 2362w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748507159-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748507159-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1576748507159-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 2362px) 100vw, 2362px" /></p>
<p>ไคซา เล่าว่า หลายปีที่เธอทำงานเป็นครูพิเศษสอนนักเรียนที่มีปัญหาต่างๆ กัน ทำให้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการสอนแนวใหม่ เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการช่วยนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น เธอจึงร่วมมือกับ ลอตตา อูสซิทาโล(Lotta Uusitalo) นักวิจัยเรื่องการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ทำการศึกษาวิจัยในสาขาความรู้ที่เรียกว่า ‘การศึกษาเชิงบวก’ และตีพิมพ์หนังสือคู่มือชื่อ See the Good พร้อมกับ<br />
‘การ์ดลักษณะที่เป็นจุดแข็ง’(character strengths cards) เพื่อให้ครูใช้ในการปลูกฝังทักษะทางสังคมและอารมณ์แก่เด็กๆ</p>
<blockquote><p>“หัวใจหลักของการศึกษาเชิงบวกนี้ก็คือ การค้นหาคุณลักษณะที่เป็นจุดแข็งของนักเรียนแต่ละคน และใช้เครื่องมือในการสอนและประเมินทักษะทางอารมณ์และสังคม(soft skills) ของเด็ก รวมถึงทำการฝึกอบรมครูด้านการสร้างกิจกรรมให้เด็กๆ สนุกสนาน สามารถประเมินเด็กเป็นรายคนได้ และเน้นการลงมือปฏิบัติ หลังจากแบบเรียนเรื่องการศึกษาเชิงบวกถูกนำมาใช้ ก็ปรากฏผลการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการใช้วิธีการเชิงบวกกับสุขภาวะของนักเรียน และพบว่า เด็กๆ มีความผูกพันกับโรงเรียนและมีความสุขมากขึ้น เด็กที่มีความสุขจะเรียนรู้ได้ดีที่สุด ดังนั้นสิ่งดี ๆที่ครูควรทำเป็นอย่างแรก คือช่วยให้นักเรียนค้นพบจุดแข็งของตน และนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์” ไคซากล่าวโดยสอดแทรกเข้ากับเนื้อหาทางวิชาการที่มีอยู่</p></blockquote>
<p>Future of Jobs Report, World Economic Forum ระบุว่า ทักษะสำคัญ 10 อย่างที่เด็ก ๆ ในช่วงทศวรรษ 2020 ต้องมี ได้แก่<br />
1.การแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน<br />
2.การคิดวิเคราะห์<br />
3.ความคิดสร้างสรรค์<br />
4.การจัดการบุคคล<br />
5.การทำงานร่วมกับผู้อื่น<br />
6.ความฉลาดทางอารมณ์<br />
7.การประเมินและการตัดสินใจ<br />
8.การกำหนดทิศทางการบริการ<br />
9.การเจรจาต่อรอง<br />
10.ความยืดหยุ่นด้านกระบวนการคิด</p>
<p>จะเห็นว่าทักษะที่สำคัญส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์เชิงสังคมหรือการทำงานเป็นทีม<br />
ซึ่งตอบสนองด้านความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอันเป็นธรรมชาติดั้งเดิมของมนุษย์ แต่ขณะเดียวกัน<br />
สังคมในปัจจุบันกลับทำให้ผู้คนรู้สึกโดดเดี่ยวและมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัวน้อยลง นั่นทำให้ภารกิจของครูในทุกวันนี้ จึงไม่ได้หมายถึงการถ่ายทอดความรู้เป็นหลักอีกต่อไป แต่ครูต้องเป็นผู้พัฒนาความสามารถของเด็กได้เป็นรายบุคคล ตลอดจนหล่อหลอมให้เด็กมีทักษะสำคัญที่พร้อมสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21</p>
<p>“เราเชื่อว่าความคิดเชิงบวก คือเมล็ดพันธุ์แห่งความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ จึงนำ วิธีการเชิงบวก หรือ<br />
Positive Method มาช่วยครูในการสอนและประเมินทักษะทางสังคมและอารมณ์ ซึ่งเป็นความสามารถที่สำคัญที่จะทำให้มนุษย์แต่ละคนสามารถจัดการกับอารมณ์ของตนเอง และทำงานร่วมกับผู้อื่นเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้” ไคซา อธิบาย</p>
<p>ไคซา กล่าวสรุปว่าทักษะทางสังคมและอารมณ์มีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีและความสำเร็จของทุกคน ทั้งยังสำคัญต่ออนาคตทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศชาติ นอกจากนี้ทักษะดังกล่าวยังสามารถใช้ทำนายความสำเร็จในช่วงตอนสำคัญๆ ของชีวิตที่แม่นยำที่สุดด้วย</p>
<p>“ทักษะเหล่านี้คือรากฐานของการพัฒนาความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์จำเป็นต่อการเรียนรู้ทางด้านวิชาการในขั้นตอนต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกหลักสูตร และการเรียนรู้ทักษะทางสังคมและอารมณ์นี้ ยังเป็นหนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในการเรียนรู้ทั่วโลกในปัจจุบัน และเป็นสิ่งที่ OECD และแผนการปฏิรูปหลักสูตรอื่นๆ ทั่วโลกกำหนดให้มี ซึ่งทางประเทศฟินแลนด์ จะร่วมมือกับ<br />
กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) นำหลักสูตรมาปรับใช้กับโรงเรียนในประเทศไทย โดยจัดทำคู่มือเป็นภาษาไทยและเริ่มดำเนินการเรียนการสอนผ่านโรงเรียนนำร่องที่สนใจเข้าร่วมอย่างเต็มรูปแบบในปี 2563” ไคซา กล่าวถึงแผนในอนาคต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/250-2/">ความคิดเชิงบวก เมล็ดพันธุ์แห่งความเจริญ ปรับโครงสร้างการศึกษาไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.จับมือ ฟินแลนด์  พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย</title>
		<link>https://www.eef.or.th/7490-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 12 Dec 2019 12:59:22 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ]]></category>
		<category><![CDATA[Lotta Uusitalo]]></category>
		<category><![CDATA[ลอตตา อูสซิทาโล]]></category>
		<category><![CDATA[ไคซา เวอริเนน]]></category>
		<category><![CDATA[Kaisa Vuorinen]]></category>
		<category><![CDATA[Positive Learning CV]]></category>
		<category><![CDATA[ฟินแลนด์]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9931</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ.จับมือ ฟินแลนด์  พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย  สร้า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/7490-2/">กสศ.จับมือ ฟินแลนด์  พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" class="aligncenter size-full wp-image-9936" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16720.jpg" alt="" width="1566" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16720.jpg 1566w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16720-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16720-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16720-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16720-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16720-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1566px) 100vw, 1566px" /></p>
<p><strong>กสศ.จับมือ ฟินแลนด์  พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย  </strong><strong>สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในห้องเรียน  </strong><strong>วางหลักสูตรการศึกษาเชิงบวก </strong><strong>เป็นกุญแจสำคัญ</strong><strong> พร้อม</strong><strong>เปิดรับโรงเรียนนำร่องร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในประเทศไทย  พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มตัวในช่วงปี </strong><strong>2020</strong></p>
<p>เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2562  ที่โรงแรมอารีย์ฮิลล์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดการประชุมเสวนาวิชาการนานาชาติด้านการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เรื่อง &#8216;การพัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียน: บทเรียนจากประเทศฟินแลนด์&#8217; เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร และถอดบทเรียนการจัดการศึกษาจากประเทศฟินแลนด์ โดยเฉพาะการนำเครื่องมือที่เรียกว่า &#8216;Positive Learning CV&#8217; ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับนักเรียนที่จะบันทึกและติดตามผลการเรียนด้วยตัวเอง ช่วยให้นักเรียนค้นพบความสามารถเฉพาะตัว ทั้งยังชี้แนะช่องทางเพื่อการปรับปรุงพัฒนาความสามารถของนักเรียนแต่ละคนได้แบบเรียลไทม์</p>
<p>นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักการมีส่วนร่วม นวัตกรรม และทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสศ. ได้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือในการนำความรู้จากต่างประเทศ รวมถึงนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ๆ เข้ามาใช้พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนอยู่เสมอ สำหรับการศึกษาเชิงบวก หรือ positive education นับว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ดังนั้นเมื่อเรารับเอาเครื่องมือและถอดบทเรียนจากประเทศฟินแลนด์มาแล้ว ก็เป็นโจทย์ที่จะต้องคิดกันต่อไปว่าเราจะจัดการเรียนรู้ในเชิงบวก อันเป็นหัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้ ให้เกิดขึ้นในห้องเรียนได้อย่างไร ปัจจุบันในแวดวงการศึกษาไทยมีการพูดกันมากเกี่ยวกับการสร้างทักษะด้านสังคม (soft skill) ให้เด็ก ซึ่งสิ่งที่บ้านเรายังขาดคือการปลูกฝังทักษะดังกล่าวให้เด็กได้ตั้งแต่ในระดับห้องเรียน บทเรียนจากประเทศฟินแลนด์ที่เราจะได้รับนี้ จึงเป็นเหมือนการสาธิตให้เห็นว่า การเรียนการสอนในห้องเรียนที่ส่งเสริมเด็กทั้งในด้านวิชาการและทักษะทางสังคม สามารถทำได้ด้วยวิธีใด</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9938" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16727.jpg" alt="" width="1044" height="993" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16727.jpg 1044w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16727-300x285.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16727-768x730.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16727-1024x974.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1044px) 100vw, 1044px" />ธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักการมีส่วนร่วม นวัตกรรม และทุนการศึกษา กสศ.</pre>
<p>“ความร่วมมือระหว่าง กสศ. กับ Positive Learning เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในระยะยาว คือสิ่งที่ต้องใช้เวลา เบื้องต้นเราได้รับเอาเครื่องมือมาใช้ พร้อมกับบทเรียนจากต้นแบบที่เขาทำสำเร็จมาแล้ว และในปีหน้าเอกสารหรือตำราฮาวทูต่าง ๆ จะได้รับการถอดความเป็นภาษาไทย ซึ่ง กสศ. จะมีหน้าที่สนับสนุนให้ครูและอาจารย์มหาวิทยาลัยทุกแห่งได้เข้าถึงหลักสูตรและทดลองนำไปใช้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาได้จริงๆ” นางสาวธันว์ธิดา กล่าว</p>
<p>ทางด้าน ไคซา เวอริเนน(Kaisa Vuorinen)  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท Positive Learning กล่าวว่า จากประสบการณ์หลายปีที่ได้ทำงานเป็นครูพิเศษสอนนักเรียนที่มีปัญหาต่างๆ กัน ทำให้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการสอนแนวใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ในปี 2014 ไคซา และ ลอตตา อูสซิทาโล(Lotta Uusitalo) นักวิจัยเรื่องการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ร่วมกันศึกษาวิจัยในสาขาความรู้ที่เรียกว่า &#8216;การศึกษาเชิงบวก&#8217; จากนั้นได้ตีพิมพ์หนังสือและคู่มือสำหรับครูใช้ในการปลูกฝังทักษะทางสังคมและอารมณ์แก่เด็กๆ โดยสอดแทรกเข้ากับเนื้อหาวิชาการที่มีอยู่ แล้วจึงเริ่มเผยแพร่ความรู้แก่ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งในประเทศฟินแลนด์และกระจายไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9939" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16721.jpg" alt="" width="1566" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16721.jpg 1566w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16721-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16721-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16721-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16721-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16721-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1566px) 100vw, 1566px" />ไคซา เวอริเนน (Kaisa Vuorinen)
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท Positive Learning</pre>
<p>&#8220;การได้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้พบว่า การศึกษาเชิงบวก ทั้งในด้านคำพูด การค้นหาจุดแข็งในตัวของนักเรียนและส่งเสริมให้เขาพัฒนาตนเองจากตรงนั้น รวมถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ครูมีต่อศิษย์ สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในหลายด้านของเด็ก ในการศึกษาแบบเก่า ครูมักมองไปที่ปัญหาของเด็กโดยมองข้ามส่วนที่ดีของเขา ขณะที่ในการศึกษาเชิงบวก เราจะมองไปที่ความดีหรือสิ่งที่พิเศษที่อยู่ในตัวเด็กทุกคน ส่งเสริมให้เขาเกิดความเชื่อมั่น มีสุขภาพจิตที่ดี รู้สึกดีกับตนเอง นั่นจะทำให้เขารักที่จะมาโรงเรียนและพร้อมเรียนรู้ รวมถึงสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครูได้เป็นอย่างดี”  ไคซา กล่าว</p>
<p>ไคซา กล่าวว่า การเริ่มต้นของความร่วมมือนี้ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนบทเรียนระหว่างไทยกับฟินแลนด์ ในภารกิจเพื่อสร้างการศึกษาที่เสมอภาคให้เกิดขึ้น โดยที่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น กสศ. บริษัท Positive Learning รวมถึงครูอาจารย์ทุกระดับที่เข้าร่วมกับเรา จะต้องช่วยกันสร้างบทเรียนเฉพาะสำหรับการศึกษาในแต่ละรูปแบบของประเทศไทยไปด้วยกัน โดยขณะนี้ทางเราได้เปิดรับโรงเรียนนำร่องที่จะมาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในประเทศไทย และพร้อมเดินหน้าอย่างเต็มตัวในช่วงปี 2020</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9940" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16728.jpg" alt="" width="1044" height="1050" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16728.jpg 1044w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16728-150x150.jpg 150w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16728-298x300.jpg 298w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16728-768x772.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16728-1018x1024.jpg 1018w" sizes="(max-width: 1044px) 100vw, 1044px" />ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ.</pre>
<p>ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า การศึกษาเชิงบวก ไม่ใช่การเลือกส่งเสริมด้านใดด้านหนึ่งระหว่างวิชาการหรือทักษะสังคม แต่จะต้องทำให้สองสิ่งดำเนินไปควบคู่กัน การสนับสนุนเด็กให้ค้นพบความสามารถของตัวเอง ให้เด็กได้มีสุขภาพจิตที่ดี จะเป็นรากฐานให้เด็กพร้อมเรียนรู้ทั้งวิชาการแลพัฒนาทักษะทางสังคมไปด้วย แล้วสองอย่างนี้จะก่อให้เกิดผลการเรียนรู้ที่ดีในองค์รวม ซึ่งวิธีการศึกษาเชิงบวกนี้จะเป็นทั้งการช่วยให้เด็กค้นพบเป้าหมายไปพร้อมกับการเรียนรู้ทางวิชาการ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สามารถจัดทำได้ในโรงเรียนทุกขนาดและทุกระดับ การศึกษาเชิงบวกจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่จะมาช่วยเปลี่ยนแปลงภาพรวมของการศึกษาในอนาคต และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทย” ศาสตราจารย์ นพ. วิจารณ์ กล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9941" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16722.jpg" alt="" width="1566" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16722.jpg 1566w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16722-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16722-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16722-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16722-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/16722-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1566px) 100vw, 1566px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/7490-2/">กสศ.จับมือ ฟินแลนด์  พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
