<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โอกาสทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Jun 2026 11:21:46 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โอกาสทางการศึกษา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>หลังเวที บทกลอนลำ บนนั่งร้าน แผงมิกเซอร์&#8230; ‘ทุกฤดูกาลในโรงเรียนหมอลำ คือการเรียนรู้ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-220626/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Jun 2026 10:36:21 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ซานเล้าบันเทิงศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิลปินภูไท]]></category>
		<category><![CDATA[อีสานนครศิลป์]]></category>
		<category><![CDATA[Flexible Learning]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรหมอลำศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[หมอลำ]]></category>
		<category><![CDATA[ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์]]></category>
		<category><![CDATA[All For Education]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=103217</guid>

					<description><![CDATA[<p>วันใหม่จะเริ่มต้นช่วงบ่ายแก่ ๆ บางคนเลทถึงเกือบห้าโมงเย [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-220626/">หลังเวที บทกลอนลำ บนนั่งร้าน แผงมิกเซอร์… ‘ทุกฤดูกาลในโรงเรียนหมอลำ คือการเรียนรู้ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>วันใหม่จะเริ่มต้นช่วงบ่ายแก่ ๆ บางคนเลทถึงเกือบห้าโมงเย็น หลังจัดการธุระส่วนตัว พวกเขาจะพุ่งไปยังหน้าที่หลักของตัวเอง บางคนเตรียมชุด บางคนซ่อมอุปกรณ์ประกอบฉากอยู่ตรงหลังเวที บ้างจับกลุ่มซ้อมคิวแสดง อีกกลุ่มยกของ ประกอบนั่งร้าน ปีนขึ้นติดตั้งไฟเวที คำนวณหาองศาที่สปอร์ตไลท์จะส่องสว่างที่สุด บิดดัดกระบอกไฟฟอลโลว์ให้ตรงกับคิวนักแสดง&nbsp;</p>



<p>บนเวทีคือพื้นที่ให้พวกประสบการณ์สูงทวนท่อนรับส่งบทร้องกลอนลำ ส่วนน้อง ๆ ที่มาใหม่และยังไม่ปรากฎทักษะใดพิเศษ จะเริ่มบทเรียนแรกกับครูฝึกหางเครื่อง </p>



<p>&#8230;ราวหกโมงเย็น จึงเป็นเวลาของโชว์ประจำวัน และจากนั้นคือการแสดงตลอดค่ำคืน ที่จะไหลผ่านไปจบลงตรงเกือบรุ่งเช้า&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กิจวัตรนี้ดำเนินต่อกันเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เสร็จอำเภอหนึ่งย้ายไปอีกอำเภอ ล่องไปบนถนน กินนอนบนรถบัสประจำวง จากตอนบนสุดของภาคอีสาน เลาะริมน้ำโขงลงมาถึงอำเภอเล็ก ๆ สุดชายแดน&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>กระทั่งคิวงานอันยาวนานหมดลง จึงเป็นช่วง ‘พักวง’ ที่เหมือนกับ ‘จุดมาร์กตำแหน่งในความทรงจำ’ ว่าปีเก่ากำลังผ่าน ขณะที่ฤดูกาลใหม่เวียนมาถึง&nbsp;</p>



<p>ระหว่างนั้นคือการเติบโตเงียบ ๆ ทั้งภายนอกภายในของสมาชิกนับร้อยที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ใน ‘คณะหมอลำ’</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" fetchpriority="high" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7.jpg" alt="" class="wp-image-103218" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/01-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภาพวิถีการทำงานที่เวียนไปแต่ละปี ถูกเปรียบเปรยโดยผู้บริหารคณะหมอลำว่าคือ ‘วงจรของโรงเรียนประจำ’ ที่ผู้คนเข้ามาทำงานเลี้ยงชีพและใช้ชีวิต เรียนรู้สิ่งใหม่ด้วยกันทุกวัน จนค่อย ๆ ซึมซับความมีวินัย ความรับผิดชอบ การฝึกสมาธิ หรือไหวพริบการรับมือปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมกับทักษะเฉพาะทางที่ทำซ้ำจนชำนาญ จะค่อย ๆ หล่อหลอมความเข้าใจในงาน จนเกิดการเติบโตเป็นลำดับขั้น&nbsp;</p>



<p>กระทั่งการเกิดขึ้นของ <strong>‘หลักสูตรหมอลำศึกษา’</strong> โดยศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และคณะหมอลำต่าง ๆ ซึ่งใช้หลักการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น เข้ามาถอด-ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ ของคณะหมอลำ เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่จะทำให้ทุกวันเดือนปีของการทำงานและใช้ชีวิตในวง เปลี่ยนเป็นชั่วโมงเรียนรู้ที่มีปลายทางคือวุฒิการศึกษา ทั้งระดับชั้น ม.ต้น และ ม.ปลาย และคือการขับเน้นสถานะสถานศึกษาของวงหมอลำให้เต็มความหมาย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7.jpg" alt="" class="wp-image-103219" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/03-7-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ณ โอกาสที่หมอลำศึกษาย่างสู่ปีที่สอง ซึ่งปีนี้มีสมาชิกคณะหมอลำรุ่นใหม่สมัครเรียนเกือบหนึ่งร้อยคน กสศ. ชวนฟังเสียงจากน้อง ๆ ว่า ชีวิตในคณะหมอลำของแต่ละคน เฉียดใกล้กับความหมายของ ‘โรงเรียน’ สักแค่ไหน แล้วอะไรคือสาเหตุให้น้อง ๆ ตัดสินใจสมัครเรียนหมอลำศึกษา หรือเมื่อเข้ามาเรียนแล้ว ชีวิตและการทำงานประจำวันจะต่างไปจากเดิมอย่างไร เพื่อที่เรื่องราวเหล่านี้อาจช่วยแต่งเติมภาพของ <strong>‘โรงเรียนหมอลำ’</strong> ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8.jpg" alt="" class="wp-image-103220" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/02-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เพิ่งรู้ว่าชีวิตประจำวันคือส่วนหนึ่งของวิชาเรียน”</strong>&nbsp;</h3>



<p><strong>‘ฟลุ๊ค’ </strong>เริ่มวันเต็มตาราวบ่ายสามโมงกว่า เขาชอบใช้เวลาสั้น ๆ ทบทวนโชว์ของเมื่อคืน บันทึกบทเรียนในใจ และบางครั้งก็ถ่ายเป็นคลิปวิดีโอสั้นไว้เล่าเรื่องราวทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังเวที เขาบอกว่านอกจากหมอลำ ‘งานคอนเทนต์ครีเอเตอร์’ (Content Creator) คืออีกสิ่งที่สนใจอยากเรียนรู้&nbsp;</p>



<p>“ผมชอบเล่าเรื่องชีวิตประจำวันในวง ปกติจะถ่ายคลิปไว้บ้าง เอามาฝึกทำคอนเทนต์ ก่อนหน้านี้ก็เรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่พอมาเรียนหมอลำศึกษาที่มีสอนเกี่ยวกับการสื่อสารผ่านเรื่องเล่า (Digital Communication) ตัวตนบนโซเชียลมีเดีย (Social Media Identity) หรือการบริหารอุตสาหกรรมบันเทิง (Entertainment Management) ก็ยิ่งช่วยให้เข้าใจสิ่งที่ทำมากขึ้น และทำให้แน่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่จะเอาไปต่อยอดกับเรื่องอื่น ๆ ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6.jpg" alt="" class="wp-image-103221" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/04-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8.jpg" alt="" class="wp-image-103222" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/05-8-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>บทเรียนที่มาในรูปแบบของการวิเคราะห์ทำความเข้าใจชีวิตประจำวัน ยังช่วยให้ฟลุ๊คมองเห็นความรู้หรือทักษะที่ซ่อนอยู่ในงานได้ชัดขึ้น&nbsp;</p>



<p>“&#8230;<strong>เราเพิ่งรู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่คือส่วนหนึ่งของวิชาเรียน เช่นการหาความกว้างความยาว หรือหามุมหาสัดส่วนของเวที เพื่อจะกำหนดตำแหน่งการยืนระหว่างแสดง เหล่านี้คือสาระของวิชาคณิตศาสตร์ และมันทำให้เราสนุก ส่วนอีกวิชาที่ตอนนี้ชอบมาก คือภาษาอังกฤษ เพราะเราเรียนได้จากทุกอย่าง แล้วคำศัพท์ก็จะถอดมาจากส่วนประกอบของหมอลำทั้งหมด</strong> นอกจากนั้นในใบงานยังมีเรียนเรื่องไวยากรณ์ มีแบบฝึกหัดให้ฝึกฟัง พูด อ่าน เขียน เติมคำ จนพื้นฐานเราค่อย ๆ ดีขึ้น”&nbsp;</p>



<p>‘ฟลุ๊ค’<strong> </strong>ที่ปีนี้วัยย่าง 18 ย้อนรอยเส้นทางหนึ่งปีที่ผ่านว่าคือช่วงได้เข้ามาอยู่กับวง <strong>‘อีสานนครศิลป์’ </strong>เขาบอกว่าเพียงเวลาไม่นานก็คลิกกับรูปแบบชีวิตในคณะหมอลำ โดยเฉพาะบรรยากาศภายในวงที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยสบายใจ ฟลุ๊คมองว่าที่นี่เหมือนเป็นบ้าน หรือเป็นครอบครัว ที่มีพ่อ ๆ แม่ ๆ พี่ ๆ เพื่อน ๆ และน้อง ๆ ซึ่งดึงดูดให้เขาอยากอยู่กับวงไปนาน ๆ และกล้าฝากอนาคตไว้ที่นี่&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1.jpg" alt="" class="wp-image-103224" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/11-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมทำงานตั้งแต่จบ ม.3 ใจก็อยากเรียนต่อ แต่ที่บ้านไม่พร้อม จากวันนั้นก็ผ่านมาสองปีแล้ว เพิ่งจะมีที่นี่ (วงอีสานนครศิลป์) ที่อยู่นานที่สุด ทีแรกเราไม่ได้มีความคิดเลยว่าจะมาอยู่วงหมอลำ จนเห็นวงเปิดรับสมัคร เลยลองเข้ามา งานแรกที่ได้คือขึ้นเต้นบนเวทีเลย ทั้งที่เราไม่รู้อะไรสักอย่าง แล้วก็ได้ไปช่วยงานหลังเวทีบ้าง คือส่วนใหญ่คนเข้ามาใหม่จะได้ลองทำหลายอย่าง จนกว่าจะเจอสิ่งที่ชอบหรือถนัดจริง ๆ ซึ่งของเราก็มาพบว่างานแสดงคือสิ่งที่ทำได้ดี&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“งานในวงหมอลำ ผมว่ามันสนุกที่ได้เดินทาง ได้เรียนรู้ลองทำทุกอย่าง ยิ่งพอเจองานที่ใช่ เราจะอยากทำให้ดีขึ้น อยากรู้มากขึ้น อีกอย่างคือสังคมที่นี่ เราดูแลกันเป็นครอบครัว ต่างคนต่างช่วยกันสนับสนุนให้แต่ละคนเจองานที่ถนัด ฉะนั้นสำหรับเราแล้ว การเข้ามาอยู่ในวง มันเหมือนได้มาเจอที่เจอทางของตัวเองจริง ๆ”&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6.jpg" alt="" class="wp-image-103225" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/06-6-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เป็นครั้งแรกที่แผนอนาคต จะมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งหรือสอง”</strong>&nbsp;</h3>



<p>“วันหนึ่งช่วงซ้อมก่อนขึ้นแสดง มีครูจากศูนย์การเรียนมาถามว่าเรียนจบชั้นไหน พอบอกว่าจบ ม.3 แล้วไม่ได้เรียนต่อ เขาก็แนะนำให้สมัครเรียนหมอลำศึกษา ก็เอ๊ะนิดนึงว่าเราอยู่กับวงหมอลำแล้วทำไมต้องเรียน จนมารู้ว่าเขากำลังจะเปลี่ยนสิ่งที่เราทำกันทุกวันให้เป็นวุฒิการศึกษา เราก็อ๋อทันที แล้วรีบลงชื่อเลย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ฟลุ๊คเล่าถึงวันรู้จักหลักสูตรหมอลำศึกษา และบอกว่าข้อมูลที่ได้ยินจากครูศูนย์การเรียนปัญญากัลป์วันนั้น ฟังดูแทบไม่น่าเชื่อ แต่ก็ไม่ลังเลจะเข้าร่วม เพราะหลังพ้นจากโรงเรียนออกมา เขายังเชื่อลึก ๆ ว่าโอกาสอาจจะยังไม่หมดเสียทีเดียว&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ผมคิดเสมอเรื่องเรียนต่อ รู้ว่ายากแต่ไม่เคยเลิกหวัง และแม้จะชอบชีวิตที่เป็นตอนนี้ แต่มันมีอะไรที่เราอยากรู้ อยากเรียน อยากทำอีกมากมาย ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้ไปถึงตรงนั้นได้ก็คือวุฒิ ผมถึงสมัครเรียนแบบไม่ต้องคิดเลย แล้วถึงตอนนี้ก็คิดว่าตัดสินใจถูก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะวางแผนอนาคตได้ โดยมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งหรือสองทางด้วยวุฒิ ม.6 จะทำให้เรามั่นใจกับการทำงานไปก่อน หรือจะเรียนต่อเมื่อไหร่ก็ได้”</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3.jpg" alt="" class="wp-image-103223" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/07-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“เวลางานคือชั่วโมงการเรียนรู้ ส่วนใบงานกับแบบฝึกหัดคือการถอดและทบทวนเพื่อรีดเอาทุกความทรงจำมาวัดประเมินความเปลี่ยนแปลงในตัวเรา”</strong>&nbsp;</h3>



<p><strong>‘ซัน’ </strong>วัย 22 จากวง <strong>‘ศิลปินภูไท’</strong> เป็นอีกคนที่เรียนถึงชั้น ม.3 แต่พลาดจากการรับวุฒิ ด้วยพลัดมาอยู่ในวงหมอลำเสียก่อน จากนั้นแต่ละวันก็โฟกัสกับงาน จนเรื่องเรียนค่อย ๆ ขยับออกไปไกลจากความคิด แต่หลังจากห้าปีผ่านมา เมื่อซันได้ยินว่ามีหลักสูตรหมอลำศึกษา การศึกษาที่ค้างคาจึงได้สานต่อ</p>



<p>“ชีวิตประจำวันตอนนี้ บางทีก็รู้สึกคล้าย ๆ อยู่ในโรงเรียน ยิ่งนึกถึง 4-5 ปีก่อน เราเข้ามาใหม่ต้องฝึกเต้น เรียนรู้ที่จะทำงานตามตารางเวลา ทำความเข้าใจกับเรื่องที่ไม่เคยทำมาก่อน แล้วธรรมชาติของวงหมอลำเราต้องเปลี่ยนที่แสดงไปเรื่อย ๆ เจอหน้างานหลายแบบ มันก็เหมือนเราได้ฝึกแก้ปัญหา ปรับตัว ต้องพัฒนาทักษะสื่อสารด้วย ส่วนหน้าที่ประจำคือการร้องการแสดง เราก็ต้องทำให้ดีขึ้นทุกวัน พยายามหาวิธีใหม่ ๆ มาทำให้คนดูมีความสุข&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1.jpg" alt="" class="wp-image-103226" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/12-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“วันแรกถึงตอนนี้ เราเห็นตัวเองเปลี่ยนไปมาก จากเต้นไม่ได้ ร้องเพลงไม่เป็น กลายเป็นเดี๋ยวนี้ทุกวันต้องขึ้นเวที ต้องร้อง ต้องเต้น ต้องแสดง ทั้งหมดคือเพิ่งมาฝึกเอาในวงหมดเลย หนูว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เราโตขึ้น ชำนาญขึ้น ทีนี้พอได้ยินเรื่องหลักสูตรหมอลำที่เขาจะเปลี่ยนประสบการณ์ของเราให้เป็นวุฒิ ก็ดีใจ และคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ กับคนอีกมากมายในแวดวงหมอลำ ที่มีเป้าหมายตรงกันคืออยากมีการศึกษาไว้ต่อยอดชีวิต”&nbsp;</p>



<p>แวบหนึ่งก่อนสมัครเรียน ซันคิดถึงวงจรชีวิตที่แทบไม่มีอะไรอื่น นอกจากเวทีแสดงและการเดินทาง จึงถามครูด้วยความสงสัย ว่าเธอจะเอาเวลาจากไหนมาเพิ่มสำหรับการเรียน แต่คำตอบจากครูก็ทำให้ซันมั่นใจ เพราะมันช่างเรียบง่าย และเข้าใจได้ทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1.jpg" alt="" class="wp-image-103227" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/13-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ครูบอกว่าจะให้งานมาทำ ในนั้นมีวิชาต่าง ๆ ที่ดัดแปลงจากหน้าที่ในวงหมอลำ &#8230;แต่จริง ๆ แล้ว<strong> ครูให้เราคิดว่าทุกเวลาที่ทำงานคือชั่วโมงการเรียนรู้ ส่วนใบงานกับแบบฝึกหัด เป็นแค่การถอดและทบทวน เพื่อจะรีดเอาทุกความทรงจำมาวัดประเมินความเปลี่ยนแปลงในตัวเรา </strong>ฉะนั้นไม่ว่าการแสดงบนเวที งานเบื้องหลัง การเตรียมงานประจำวัน ทั้งหมดล้วนพาเราไปสู่ผลลัพธ์ได้ทั้งนั้น แล้วใบงานเราจะทำตอนไหนก็ได้ที่ว่าง ซึ่งตัวหนูจะชอบใช้เวลาตอนนั่งบนรถบัส เพราะเป็นช่วงที่มีสมาธิที่สุด”&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2.jpg" alt="" class="wp-image-103228" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/09-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>“โรงเรียนของผมอยู่บนนั่งร้าน”</strong></h3>



<p>และ <strong>‘เจ’</strong> วัย 21 ทีมขนย้ายติดตั้งเวที-ไฟ-เครื่องเสียง หรือ ‘คอนวอย’ (Convoy) คณะหมอลำ <strong>‘ซานเล้าบันเทิงศิลป์’</strong> ที่เปรียบโรงเรียนของเขาว่า ‘อยู่บนนั่งร้าน’ เพราะทุกทักษะหาเลี้ยงชีพทุกวันนี้ เจเรียนรู้ลักจำจากรุ่นพี่ แล้วเอามาสอนตัวเองผ่านการลงมือทำ ขณะปีนขึ้นไปอยู่บนโครงเหล็กชั่วคราวที่ต่อขึ้นเพื่อประกอบสร้างเวที&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3.jpg" alt="" class="wp-image-103229" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/08-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมเรียนถึง ม.3 แต่ไม่จบ มีติดศูนย์ไม่ได้กลับไปแก้ ก็เลยไม่มีวุฒิครับ เสียดายเหมือนกัน”&nbsp;</p>



<p>เจพูดถึงอดีตที่เขาพยายามบอกตัวเองว่า ‘อะไรผ่านแล้วให้ผ่านเลยไป’ แล้วเผยเส้นทางนับแต่หันหลังให้โรงเรียนว่ากระโดดเข้ามาในวงการคอนเสิร์ตโดยไม่รู้อะไรเลย ก่อนจะค่อย ๆ เรียนรู้สั่งสมทักษะ แล้วผันตัวมาอยู่กับวงหมอลำ&nbsp;</p>



<p>“แรก ๆ ผมขนของอย่างเดียวเพราะไม่ต้องใช้ความรู้ ระหว่างนั้นก็คอยแอบดูพี่ ๆ เขาทำไฟกับเครื่องเสียง พอเริ่มเป็นก็ขยับมาช่วยติดตั้งไฟกับงานซาวด์เอ็นจิเนียร์ (Sound Engineer) กว่าจะทำได้ก็ลองถูกลองผิดอยู่นาน คิดว่าคงนับได้หลายร้อยชั่วโมงอยู่ครับกับเวลาที่หมดไปบนนั่งร้าน”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3.jpg" alt="" class="wp-image-103230" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/10-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ใจที่เชื่อในการเรียนรู้ เมื่อมาประจวบเหมาะกับหลักสูตรการศึกษาที่ไม่ยึดติดว่า ‘โรงเรียน’ ต้องหมายถึงสิ่งก่อสร้าง หรือคือห้องสี่เหลี่ยมประตูสองบาน มีกระดานไวท์บอร์ดติดผนัง ทักษะความรู้ที่เจสั่งสม จึงกลายมาเป็น ‘บทเรียนเฉพาะตัวซึ่งใช้หาเงินได้’&nbsp;</p>



<p>“เรียนมาสามเดือน <strong>ผมเริ่มเข้าใจว่าบนนั่งร้าน ในสายไฟ หรือบนแผงมิกเซอร์ผสมเสียง มีคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ มีภาษาอังกฤษ และวิชาอื่น ๆ รวมกันอยู่ตรงนั้น ถ้าครูไม่ชี้ให้เห็นเราคงไม่รู้ ตั้งแต่เรียนผมเริ่มมองงานที่ทำต่างจากเดิม กลายเป็นระหว่างทำงานเหมือนเราเรียนอยู่ด้วย แล้วก่อนนอนทุกวัน ผมจะสรุปเอาสิ่งที่ทำลงไปในใบงาน เพื่อจะบอกตัวเองให้ได้ว่าทุก ๆ วันเราได้รู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง”</strong>&nbsp;</p>



<p>เจบอกว่าถ้าจะจำกัดความแบบแผนชีวิตในวงหมอลำว่าคือการ <strong>‘เรียนไปด้วยทำงานไปด้วย’</strong> ก็ไม่ผิดอะไร เพราะทั้งสองสิ่งกลืนจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่เจเชื่อว่าถ้าเพื่อนพี่น้องชาวหมอลำทุกคนนึกย้อนไปตอนเข้ามาในวงใหม่ ๆ ทุกคนจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวเองในทุกฤดูกาลที่เปลี่ยนไป &nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3.jpg" alt="" class="wp-image-103235" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/15-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“ผมถึงดีใจที่วันนี้มีหลักสูตรหมอลำเข้ามา เพราะมันกำลังจะทำให้เราไปไกลกว่านั้นคือการมี ‘วุฒิที่จับต้องได้’”&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>และนี่เป็นครั้งแรกนับแต่ออกจากโรงเรียน หรือ<strong>อาจเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่เจเพ่งมองเรื่องการศึกษาของตัวเองอย่างจริงจัง และเริ่มเกิดความคิดว่า “บางที &#8230;ถ้าหากได้วุฒิ ม.3 มาแล้ว ผมอาจจะเรียนต่อให้จบมัธยมปลาย” เพราะเจตระหนักแล้วว่า ‘สิ่งที่เรียนรู้ทุกวันนั้นมีความหมาย’ และคือ ‘การศึกษาที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</strong></p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1.jpg" alt="" class="wp-image-103231" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/06/14-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-220626/">หลังเวที บทกลอนลำ บนนั่งร้าน แผงมิกเซอร์… ‘ทุกฤดูกาลในโรงเรียนหมอลำ คือการเรียนรู้ที่ใช้ได้ในชีวิตจริง’</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ขยับใกล้ฝันอีกก้าว &#8230;จากวันที่เคยคิดจะตัดใจแล้ว” วันแห่งความสำเร็จ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-170226/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Feb 2026 08:30:17 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (องครักษ์)]]></category>
		<category><![CDATA[หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล]]></category>
		<category><![CDATA[พยาบาลศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นครนายก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=99801</guid>

					<description><![CDATA[<p>“เราขยับเข้าใกล้จุดที่จะเป็นที่พึ่งของทุกคนในครอบครัวไป [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170226/">“ขยับใกล้ฝันอีกก้าว …จากวันที่เคยคิดจะตัดใจแล้ว” วันแห่งความสำเร็จ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><strong><em>“เราขยับเข้าใกล้จุดที่จะเป็นที่พึ่งของทุกคนในครอบครัวไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว”</em></strong></p>



<p>เสียงของ <strong>‘นิส’ นภาภรณ์</strong> ดังขึ้นอย่างมั่นคง ในห้องประชุมคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (องครักษ์) จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 วันที่เธอและเพื่อนร่วมรุ่นอีก 3 คน ก้าวขึ้นรับประกาศนียบัตรหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล</p>



<p>สำหรับใครหลายคน นี่อาจเป็นเพียงพิธีมอบใบประกาศที่เรียบง่าย</p>



<p>แต่สำหรับพวกเธอ นี่คือเส้นแบ่งระหว่าง <strong><em>“วันที่เคยเกือบยอมแพ้”</em></strong> กับ <strong><em>“จุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่”</em></strong></p>



<p>ทั้งสี่คนคือผู้รับทุนรุ่นแรกจากโครงการ <strong>‘ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง’</strong> <strong>หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล (Caregiver: CG)</strong> ของ<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> ซึ่งร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา เปิดโอกาสให้เยาวชนขาดแคลนทุนทรัพย์ได้เรียนต่อหลังจบ ม.6 ปวช.3 หรือเทียบเท่า ในหลักสูตรระยะสั้น 6 เดือน ที่เชื่อมตรงสู่ตลาดแรงงานและการมีงานทำทันที</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-13.jpeg" alt="" class="wp-image-99802" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-13.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-13-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-13-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-13-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-13-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โอกาสที่เชื่อมรอยต่อชีวิต</strong></h3>



<p>ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ จำนวนเด็กเกิดใหม่ต่อปีลดลงเหลือราว 4 แสนคน ขณะที่ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าการเกิดเกือบสองเท่า ความต้องการบุคลากรด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยจึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p>



<p>ในอีกด้านหนึ่ง เยาวชนจำนวนไม่น้อยต้องหยุดเส้นทางการศึกษาไว้เพียง ม.6 เพราะข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ</p>



<p>ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล ซึ่งใช้เวลาอบรมเข้มข้น 510 ชั่วโมง จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อม <strong><em>“โอกาสทางการศึกษา”</em></strong> เข้ากับ <strong><em>“ความต้องการของตลาดแรงงาน”</em></strong> อย่างเป็นรูปธรรม&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ผู้สำเร็จการศึกษาสามารถทำงานในสายสาธารณสุขในฐานะผู้ช่วยมืออาชีพ ดูแลกิจวัตรประจำวันและสุขอนามัยของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ (Basic Caregiver) ช่วยจัดเตรียมอาหารตามหลักโภชนาการ ดูแลการเคลื่อนย้าย พยุงเดิน จัดท่านอนเพื่อป้องกันแผลกดทับ รวมถึงทำหน้าที่ประสานงานและบันทึกข้อมูล (Communicator &amp; Recorder)</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-17.jpeg" alt="" class="wp-image-99806" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-17.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-17-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-17-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-17-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-17-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>สำหรับ <strong>‘ดา’</strong> รุ่งทิวา  <strong>‘ปัท’</strong> ปสุดา และ <strong>‘นิส’</strong> นภาภรณ์  ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานได้ราวสามสัปดาห์ที่ศูนย์สงเคราะห์ผู้สูงอายุคามิลเลียน จังหวัดปราจีนบุรี วันนี้จึงไม่ใช่เพียงวันรับใบประกาศ หากคือวันแห่งความภาคภูมิใจของเด็กคนหนึ่งที่เคยคิดว่าอาจไม่ได้เรียนต่อหลังจบ ม.6</p>



<p>ในห้องประชุม พวกเธอนิ่งสงบในเครื่องแบบนักศึกษา อกเสื้อด้านซ้ายกลัดดอกไม้และเข็มตราสัญลักษณ์คณะพยาบาลศาสตร์ มศว องครักษ์&nbsp;</p>



<p>จนถึงช่วงเวลาสำคัญ ชื่อของทั้งสามคนถูกประกาศตามลำดับ เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างอบอุ่น เมื่อแต่ละคนก้าวขึ้นรับใบประกาศ โดยมีคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์กล่าวแสดงความยินดี</p>



<p><em>“ความสำเร็จของผู้สำเร็จการศึกษารุ่นแรกในหลักสูตรผู้ดูแลครั้งนี้ คือความภูมิใจของคณะ นอกจากแสดงความยินดี ในโอกาสนี้ยังอยากบอกนักศึกษาทุกคนว่าทางคณะยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานักศึกษา ขอให้ทุกคนเก็บความภาคภูมิใจนำไปปฏิบัติหน้าที่ พัฒนาตัวเองในฐานะบุคลากรด้านสาธารณสุข เพื่อให้คนไข้ได้รับการดูแลที่ดีที่สุด”&nbsp;</em></p>



<p><strong><em>กล่าวโดย ผศ.ดร.วนิดา วิสุทธิพานิช </em></strong><em>คณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (องครักษ์)</em></p>



<p>พิธีการอาจเรียบง่าย แต่สำหรับพวกเธอ นี่คือช่วงเวลาที่ขีดเส้นแบ่งระหว่าง <strong><em>“วันที่เคยไขว่คว้าหาโอกาส”</em></strong> กับ <strong><em>“สัญญาณเริ่มของชีวิตใหม่” </em></strong>บนเส้นทางการทำงาน และความหวังที่จะศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-18.jpeg" alt="" class="wp-image-99807" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-18.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-18-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-18-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-18-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-18-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">(จากซ้าย) ผศ.ดร.วนิดา วิสุทธิพานิช / ‘ดา’ รุ่งทิวา </figcaption></figure></div>


<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ไม่ใช่แค่โอกาสเรียน แต่คือโอกาสเลือกชีวิต</strong></h3>



<p><strong>‘ดา’ รุ่งทิวา</strong> บอกว่า สิ่งสำคัญที่สุดของวันนี้คือ “ความภาคภูมิใจในตัวเอง” ที่สามารถเอาชนะอุปสรรค จากเด็กคนหนึ่งที่เคยคิดว่าคงไม่ได้เรียนต่อหลังจบ ม.6 เพราะครอบครัวไม่มีกำลังส่ง จนมาพบโอกาสจากทุนนี้ ซึ่งทำให้เธอเหมือนได้ตั้งหลักชีวิตใหม่อีกครั้ง </p>



<p>ดาบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมั่นใจในความสามารถของตัวเอง แต่การได้เรียนในหลักสูตรผู้ดูแลซึ่งเป็นงานที่สนใจ เธอก็ค่อย ๆ ค้นพบว่าตัวเองทำได้ และทำได้อย่างดี โดยยืนยันด้วยผลการเรียนเฉลี่ย 3.97 คือหลักฐานของความพยายามนั้น</p>



<p>หลังผ่านการฝึกงานและเริ่มทำงานจริง ดายิ่งมั่นใจว่าเดินมาถูกทาง เพราะเธอได้นำทักษะที่เรียนผ่านหลักสูตรและจากประสบการณ์ตรงที่เคยดูแลคุณยายมาใช้ โดยเฉพาะการสังเกต การฟัง การพูดคุย การเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กน้อย ซึ่งจะทำให้ผู้สูงอายุในความดูแลมีกำลังใจ และยินดีที่จะฟื้นฟูตัวเองให้กลับมาแข็งแรง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<p>แม้จะพบเส้นทางที่ใช่ ดาก็ไม่คิดจะหยุดแค่ตรงนี้ ดาตั้งใจจะเก็บประสบการณ์จากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ และวางแผนเรียนต่อทันทีเมื่อสถาบันที่หมายตาไว้เปิดรับสมัคร</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-14.jpeg" alt="" class="wp-image-99803" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-14.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-14-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-14-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-14-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-14-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘ปัท’ ปสุดา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ด้าน <strong>‘ปัท’ ปสุดา </strong>เล่าว่า การเลือกหลักสูตรผู้ดูแล เพราะต้องการพื้นฐานงานด้านสาธารณสุข โดยเฉพาะประสบการณ์จริงที่จะช่วยให้เข้าใจผู้ได้รับการดูแลที่หลากหลาย แล้วหลังจากนี้เธอจะนำความรู้และทักษะที่ได้ไปต่อยอดชีวิตตามแผนที่วางไว้</p>



<p>วันแห่งความยินดีนี้ ปัทบอกว่า “ดีใจที่ได้กลับมาที่คณะ” แม้จะเรียนหลักสูตรระยะสั้น แต่สำหรับเธอแล้ว ช่วงเวลาที่นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ และคือความรู้สึกผูกพันกับผู้คนมากมาย ที่มอบ “โอกาสเรียนรู้” ให้กับเธอ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยคิดว่าอาจต้องยอมตัดใจไปแล้ว&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ปัทขอใช้โอกาสนี้สะท้อนเสียงไปถึงผู้กำหนดนโยบายว่า เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลจำนวนมากยังต้องการการสนับสนุนด้านทุนและค่าใช้จ่ายทางการศึกษา เพื่อให้สามารถก้าวข้ามรอยต่อหลังจบ ม.3 หรือ ม.6 ได้อย่างมั่นคง</p>



<p>“อยากให้ชั้นเรียนมัธยมมีพื้นที่ให้รู้จักและทดลองเกี่ยวกับอาชีพมากขึ้น เพราะประสบการณ์ของเราบอกว่า งานด้านสาธารณสุขไม่ใช่แค่พื้นที่ของคนเรียนเก่งเรียนดี แต่คนที่จะมาสายนี้ ต้องมีทักษะอีกหลายอย่าง ไม่ว่าการรับมือกับผู้ได้รับการดูแล การรับมือการทำงานในสภาวะกดดัน การมีทักษะบริการและการตัดสินใจที่ดี ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้ ผู้เรียนควรได้ทดสอบตัวเองก่อนเลือกเรียนต่อ เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นงานที่เหมาะสมจริง ๆ”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-15.jpeg" alt="" class="wp-image-99804" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-15.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-15-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-15-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-15-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-15-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">‘นิส’ นภาภรณ์</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>สำหรับ <strong>‘นิส’ นภาภรณ์ </strong>วันแห่งความสำเร็จนี้คืออีกก้าวสำคัญของชีวิต</p>



<p>“เราขยับเข้าใกล้จุดที่จะเป็นที่พึ่งของทุกคนในครอบครัวไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว”&nbsp;</p>



<p>เธอวางแผนทำงานเก็บเงินเพื่อเรียนต่อ และมองเห็นชัดเจนขึ้นว่า ใบประกาศในมือวันนี้ เปิดโอกาสในการทำงานมากกว่าการมีวุฒิ ม.6 เพียงอย่างเดียว</p>



<p>“ตอนนี้มีใบประกาศในมือแล้ว เรามีโอกาสในการทำงานมากขึ้นกว่าตอนมีวุฒิแค่ ม.6 จึงยิ่งเห็นความสำคัญว่าถ้ารัฐสนับสนุนโอกาสเรียนต่อ หรือการเรียนรู้ทักษะอาชีพเฉพาะทาง เชื่อว่าเด็ก ๆ ทั่วประเทศจะสามารถเอาชนะข้อจำกัดเรื่องเงินหรือระยะทางได้ แล้วเขาจะมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น มีโอกาสเรียนสูงขึ้น และคิดฝันถึงสิ่งที่อยากจะเป็นได้มากกว่าที่เคย”&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-16.jpeg" alt="" class="wp-image-99805" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-16.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-16-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-16-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-16-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-16-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใบประกาศที่มากกว่ากระดาษหนึ่งแผ่น</strong></h3>



<p>ความสำเร็จของทั้งสามคนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากเป็นผลลัพธ์ของการออกแบบทุนที่ตั้งใจเชื่อมรอยต่อชีวิตอย่างเป็นระบบ</p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ด้วยการเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในระดับ ม.6 ปวช.3 หรือเทียบเท่า ได้เข้าถึงการศึกษาสายอาชีพ ผ่านโครงการทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง ในหลักสูตรด้านสาธารณสุข ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล/ผู้ช่วยทันตแพทย์ (1 ปี) และหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล (6 เดือน) ซึ่งออกแบบให้สอดรับทั้งการเรียนรู้และความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าสู่การมีงานทำได้อย่างรวดเร็ว</p>



<p>ในปี 2568 โครงการได้สนับสนุนเยาวชนรุ่นแรกเข้าศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแลใน 3 สถาบัน รวม 9 ทุน ได้แก่<br>คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จ.นครนายก<br>คณะพยาบาลศาสตร์แมคคอร์มิค มหาวิทยาลัยพายัพ จ.เชียงใหม่<br>และคณะพยาบาลศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย จ.ขอนแก่น</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-19.jpeg" alt="" class="wp-image-99808" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-19.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-19-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-19-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-19-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2026/02/image-19-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>จากวันที่เกือบต้องหยุดเส้นทางการศึกษา วันนี้พวกเธอได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพที่มองเห็นอนาคตชัดเจน และยังคงเดินหน้าต่อไปบนความหวังที่จับต้องได้จริง</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-170226/">“ขยับใกล้ฝันอีกก้าว …จากวันที่เคยคิดจะตัดใจแล้ว” วันแห่งความสำเร็จ นักศึกษาทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง หลักสูตรประกาศนียบัตรพนักงานให้การดูแล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เมื่อประตูโรงเรียนไม่ปิดไล่หลังคนก้าวพลาด : ความฝันไร้รอยต่อของเด็กในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-121125-2/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 12 Nov 2025 10:24:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[1 โรงเรียน 3 รูปแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ราชบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=97526</guid>

					<description><![CDATA[<p>-การศึกษายืดหยุ่นภายใต้โมเดล “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ทำหน [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121125-2/">เมื่อประตูโรงเรียนไม่ปิดไล่หลังคนก้าวพลาด : ความฝันไร้รอยต่อของเด็กในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<figure class="wp-block-pullquote has-text-align-left" style="font-size:16px"><blockquote><p></p><cite><strong>-การศึกษายืดหยุ่นภายใต้โมเดล “1 โรงเรียน 3 รูปแบบ” ทำหน้าที่เป็นสะพานรองรับเด็กที่มีข้อจำกัดด้านชีวิต</strong> ให้สามารถเดินหน้าการเรียนได้ต่อเนื่อง ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบหลากหลาย ทั้งออนไลน์ การเทียบโอนประสบการณ์ และการปรับจังหวะเรียนตามบริบทจริงของผู้เรียน ส่งผลให้เด็กไม่หลุดจากระบบ และยังสามารถได้รับวุฒิการศึกษาเพื่อนำไปต่อยอดสู่การศึกษาและอาชีพในอนาคต<br><br><strong>-เรื่องราวของ “ภู” เด็กหนุ่มจากโพธาราม ราชบุรี สะท้อนพลังของโอกาสทางการศึกษาอย่างเด่นชัด</strong> จากชีวิตที่ก้าวพลาดและต้องอยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน เขากลับมาพร้อมความเปลี่ยนแปลง มีเป้าหมายชัดเจน มุ่งเรียนต่อด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และตั้งใจไม่ย้อนกลับไปสู่ทางเดิม ด้วยการสนับสนุนจากครู ผู้พิพากษา และระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นรองรับ&nbsp;<br><br><strong>-ครูและชุมชนเชื่อมั่นว่าโอกาสสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง</strong>&nbsp;<br>โรงเรียนมองเด็กผ่านคุณค่าความเป็นมนุษย์ ไม่ตัดสินอดีต มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่ประคองให้เขากลับมายืนในสังคมได้อย่างสง่างาม</cite></blockquote></figure>



<p>เด็กหนุ่มนั่งลงบนม้าหินอ่อนใหม่เอี่ยมของโรงเรียน ผมตัดสั้นไล่ระดับเป็นทรงสวยเหมือนเพิ่งออกจากร้านตัดผมเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เขานั่งลงเพื่อจะเล่าเรื่องราวในอดีตของเขา โดยมีฉากหลังเป็นต้นสนเรียงแนวริมสนามหญ้าของโรงเรียนช่องพรานวิทยา</p>



<p>หากมองจากภายนอก เขาก็เหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่มักจะยิ้มเขิน มีแววตาใส และยังตื่นเต้นกับโลกใบนี้ แต่ทันทีที่เริ่มพูดคุย เรื่องราวจากคำบอกเล่าของเจ้าตัวทำให้เรารู้ว่าเขาผ่านเรื่องหนักหนาสาหัสมามากกว่าที่ตาเห็น เขาเกือบหลุดออกจากระบบการศึกษาหลายครั้ง เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเคยถูกศาลตัดสินให้เข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</p>



<p>ชีวิตของเขาเหมือนคนที่ใช้มือข้างเดียวเกาะรถไฟเหาะ ทั้งเปราะบาง น่าหวาดเสียว และอาจร่วงหล่นได้ตลอดเวลา แต่เขาก็ผ่านมันมาได้จนถึงวันที่เข้มแข็งพอจะเล่าเรื่องของตัวเองให้คนอื่นฟัง</p>



<p>เรื่องราวต่อไปนี้เกี่ยวพันกับหลายคน มีเรื่องเล่าจากหลายมุมมอง พลิกผันจากปากเหวสู่ผืนดินราบเรียบ และเป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่านโยบายเชิงโครงสร้างส่งผลต่อชีวิตคนหนึ่งคนได้เพียงใด</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2.jpg" alt="" class="wp-image-97544" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/1-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>จุดหักเหและน้ำตาที่ใต้ถุนศาล</strong></h3>



<p><strong>ภู (นามสมมติ) </strong>เด็กหนุ่มผู้ใช้ชีวิตที่โพธาราม จังหวัดราชบุรี เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มองเห็นทิวเขามากกว่าตึกสูง เติบโตมาในครอบครัวที่พ่อเป็นช่างรับจ้างและแม่ทำงานในโรงงาน ภูเป็นพี่ชายคนโต มีน้องชายหนึ่งคนที่เห็นเขาเป็นต้นแบบในหลายเรื่อง วันที่เกิดเรื่องภูอายุราว 16 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนช่องพรานวิทยาที่เรากำลังนั่งคุยกันอยู่ โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านเขาไม่ถึงสิบกิโลเมตร</p>



<p>ย้อนไปวันนั้น หากชีวิตดำเนินไปปกติ วันรุ่งขึ้นภูควรจะตื่นขึ้นมาบนฟูกในบ้าน แต่เหตุการณ์วันนั้นทำให้เขาต้องตื่นขึ้นมาในห้องขังที่โรงพัก เพราะเขาโดนควบคุมตัวที่ด่านตรวจด้วยข้อหาเรื่องยาเสพติด</p>



<p>“ตอนแรกเขาให้ผมนอนโรงพักหนึ่งคืนแล้วค่อยไปขึ้นศาล ศาลก็ให้ประกันตัว รอลงอาญาไม่กี่เดือน เขาก็ให้ผมกลับมาเรียน แต่ผมไม่ไปโรงเรียน จนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2567 ผมก็ถูกตัดสินให้เข้าไปอยู่ข้างใน” ภูเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต เขาระบุ ‘วันที่’ ที่ถูกตัดสินออกมาแม่นยำ ราวกับจะบอกว่าเป็นวันที่เขาไม่มีทางลืม</p>



<p>“พอศาลตัดสินเสร็จ เขาก็ให้ผมไปรอเจ้าหน้าที่ที่ห้องขังใต้ถุนศาล ตอนนั้นผมร้องไห้อย่างเดียวเลยครับ พยายามหลอกตัวเองว่ามันไม่จริง มันไม่ใช่ ผมทั้งเสียใจและผิดหวังกับตัวเอง เพราะเขาก็ให้โอกาสเราแล้ว แต่เราไม่คว้าโอกาสนั้นไว้” ภูเล่าผ่านน้ำเสียงและแววตาที่มั่นคงขึ้นมากแล้ว แม้เรื่องราวที่กำลังเล่านั้นเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดในชีวิต</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3.jpg" alt="" class="wp-image-97543" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/3-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>ภูถูกศาลพิพากษาให้ไปอยู่ที่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนราชบุรีเป็นเวลาหนึ่งปี เพราะทำผิดเงื่อนไขคุมประพฤติของศาล ภูเล่าว่าในตอนที่ถูกจับเข้าโรงพักครั้งแรก เมื่อได้รับการปล่อยตัว ภูก็ยังคงกลับไปหายาเสพติด ขลุกอยู่กับเพื่อนกลุ่มที่ใช้ยา และแทบไม่ไปโรงเรียน จนกระทั่งศาลตัดสินให้เขาเข้าศูนย์ฝึกฯ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นกับตัวภู เขาใช้คำว่า ‘คิดได้’ ในการอธิบายตัวเองหลังจากถูกตัดสินโทษ</p>



<p>“ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยมองเรื่องอนาคตเลย คิดแต่จะเสพยาอย่างเดียว แต่พอเข้าไปข้างในศูนย์ฝึกฯ ก็คิดได้เลยครับ ผมตั้งใจจะกลับมาเรียนหนังสือ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายของผมแล้ว”</p>



<p><strong>คำว่า ‘โอกาส’ เป็นคำที่ภูพูดบ่อยครั้งตลอดการเล่าเรื่อง เพราะเขาพลาดโอกาสหลายครั้งในการพาตัวเองกลับมาในร่องในรอย</strong> ย้อนกลับไปช่วงที่ภูเรียนอยู่ชั้น ม.1-2 ก่อนจะย้ายมาที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา เขาเรียนในโรงเรียนมัธยมขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนกว่าพันคน ภูเล่าว่าเขาได้เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 1.0 จนต้องเรียนซ้ำชั้น และเมื่อซ้ำชั้นไปแล้วเขาก็ยังได้เกรดเฉลี่ยไม่ถึง 1.0 เช่นเดิม โรงเรียนจึงให้เขาออกจากโรงเรียน</p>



<p>ช่วงเวลานั้นภูไม่มีโอกาสได้ไปโรงเรียนเพราะต้องเรียนออนไลน์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 “ช่วงเรียนออนไลน์ ผมไม่ได้เข้าเรียนเลยและไม่มีเวลาทำการบ้านส่ง เพราะไปทำงานเก็บทุเรียนที่ต่างจังหวัดกับน้า ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมเริ่มเกเร ชอบไปขลุกกับเพื่อนรุ่นพี่ น้าเลยไปเอาอยู่ด้วย” ภูเล่าถึงเหตุผลที่ผลการเรียนเขาไม่ผ่านเกณฑ์</p>



<p><strong>เมื่อต้องออกจากโรงเรียนเดิม ครอบครัวของภูจึงตัดสินใจพาเขามาสมัครเรียนที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา โรงเรียนใกล้บ้านที่มีนักเรียนอยู่ราว 640 คน นั่นเป็นครั้งแรกที่ภูเฉียดใกล้การหลุดออกจากระบบการศึกษา แต่โรงเรียนช่องพรานวิทยาเป็นตาข่ายที่รองรับไม่ให้เขาร่วงหล่น ผู้บริหารและครูที่โรงเรียนช่องพรานฯ ตัดสินใจตรงกันว่าจะรับเด็กคนนี้เข้าเรียนกลางคัน แม้จะเห็นว่ามีประเด็นเรื่องพฤติกรรมย่างเข้าสู่วัยรุ่นที่ต้องคอยดูแลติดตามอยู่</strong></p>



<p>เมื่อโรงเรียนช่องพรานวิทยาเปิดรับ ภูก็กลับไปทำเรื่องแก้ศูนย์ แก้ ร. ที่โรงเรียนเก่าจนจบ ม.2 และเข้าสู่ระดับชั้น ม.3 ที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา</p>



<p><strong>อรญา จงตั้งสัจกุล ครูชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มบริหารวิชาการโรงเรียนช่องพรานวิทยา </strong>ผู้ที่ได้เจอภูตั้งแต่ตอนที่สมัครเรียน เล่าถึงบุคลิกของภูว่าเป็นคนนิ่งและสุภาพตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; “บุคลิกเขานิ่ง เวลาพูดมีความสุภาพ ไม่ได้มีพฤติกรรมเกเร ไม่ได้มีความก้าวร้าว เป็นคนเงียบๆ เรียบร้อย ตอนเราคุยกับเขาก่อนจะรับเข้าเรียน เราก็บอกว่าถ้าอยากมาเริ่มต้นใหม่ ถ้าตั้งใจมาเรียน ภูก็จะเรียนได้ เขาก็ตอบรับ เราคุยแล้วสัมผัสได้ว่าเด็กไม่ได้แข็งกระด้างเสียจนเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เรายังเชื่อว่าเขาจะปรับได้” ครูอรญาเล่า แต่ ณ ตอนนั้นภูยังเอาตัวเองออกจากกลุ่มเพื่อนที่ใช้ยาเสพติดไม่ได้ เขามาโรงเรียนแค่ช่วงแรกๆ แล้วก็หายไป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3.jpg" alt="" class="wp-image-97542" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/4-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">อรญา จงตั้งสัจกุล ครูโรงเรียนช่องพรานวิทยา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>ครูอรญาพูดถึงพื้นฐานตัวตนของภูว่าอยู่ในครอบครัวที่พ่อแม่รัก เพียงแต่อาจตามใจลูกมากเกินไป ไม่จำกัดเวลาในการออกจากบ้านและไม่สร้างเงื่อนไขในการเลี้ยงดู ทำให้ภูหลุดเข้าไปสู่วงโคจรยาเสพติดตามเพื่อนที่เขาคบ</p>



<p>“เขาเป็นคนจิตใจอ่อน หมายความว่าถ้าเพื่อนเข้ามาตีสนิท เพื่อนก็จะกลายเป็นที่หนึ่ง เพื่อนบอกให้ทำอะไรก็ทำ ลักษณะของเขาถ้าอยู่กับคนดีคนเก่ง เขาจะไปได้ไกล แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ไปอยู่กับคนในทางตรงกันข้าม เขาก็ไปไกลเหมือนกัน แต่เป็นในอีกทาง” ครูอรญาอธิบายถึงลักษณะของภู แล้วเล่าย้อนถึงช่วงที่เขาหายไปจากโรงเรียนให้ฟังว่า&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; “เขาหายไปจากโรงเรียนประมาณสองเดือนเศษ คือเราเห็นเขาข้างนอกโรงเรียน เราก็จะเรียกถามเขา ‘ทำไมไม่มาโรงเรียนล่ะลูก’ เขาก็จะตอบว่า ‘ครับๆ’ แค่นั้น แล้วเขาก็หายไป เราโทรตามพ่อแม่ก็ยังไม่ทำให้เขากลับมาโรงเรียนได้ จนมารู้อีกทีคือได้รับการประสานงานจากศาลว่าตอนนี้น้องกำลังถูกดำเนินคดี อาจจำเป็นต้องถูกตัดสิน เนื่องจากว่ามีการให้โอกาสแล้วแต่ยังกระทำซ้ำ ซึ่งทางผู้พิพากษาก็เป็นห่วงเรื่องการศึกษาของเด็ก” ครูอรญาเล่าถึงเหตุการณ์ที่ภูถูกตัดสินคดีให้เข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกฯ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2.jpg" alt="" class="wp-image-97541" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/5-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>“เราแจ้งศาลไปว่าถ้าเด็กถูกตัดสินต้องโทษ ทางโรงเรียนเราก็ยินดีที่จะจัดการศึกษาให้นักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยโรงเรียนก็ต้องมาปรับรูปแบบการเรียนการสอนเพื่อดูแลเขาอีกที” ครูอรญาอธิบาย ประเด็นเรื่องการเรียนของภูกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ ‘ผู้ใหญ่’ รอบตัว ตั้งแต่ศาล โรงเรียน ผู้ปกครอง และศูนย์ฝึกฯ ต้องร่วมกันช่วยว่าจะทำอย่างไรให้ภูได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่องแม้จะต้องเข้าไปอยู่ในศูนย์ฝึกฯ</p>



<p>“เราพูดคุยกันในฝ่ายบริหารโรงเรียน หาแนวทางว่าจะทำอย่างไรกับระบบการเรียนของเขา เพราะเขาไม่สามารถใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องจัดการศึกษารูปแบบเฉพาะให้เขา เราจัดรายวิชาตามวิชาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ส่วนทางศูนย์ฝึกฯ ก็มีการฝึกทักษะอาชีพ ฝึกกิจกรรมลูกเสือ พอคุยกันจึงนำไปสู่การเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ สิ่งที่โรงเรียนส่งเข้าไปในศูนย์ฝึกฯ คือกระบวนการรายวิชาพื้นฐาน ส่วนศูนย์ฝึกฯ ดูแลกระบวนการรายวิชาเพิ่มเติม ก็ถือว่าเป็นการทำงานร่วมกัน” ครูอรญาอธิบายวิธีออกแบบการเรียนการสอนสำหรับภู</p>



<p><strong>ภารกิจทั้งหมดนี้เป็นการร่วมมือกันของคนหลายฝ่าย และหนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการศึกษายืดหยุ่น โรงเรียนช่องพรานวิทยานำการศึกษาแบบ ‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’ มาใช้ ที่มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนและเกณฑ์วัดผลตามลักษณะของผู้เรียนที่มีความจำเป็นหลากหลาย เป็นการจัดการศึกษาที่ผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย</strong><strong> </strong><strong>ซึ่งครูอรญาบอกว่าส่วนหนึ่งมาจากความเชื่อมั่นจากแนวนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ที่สนับสนุนเป็นทางการ ทำให้โรงเรียนกล้าดำเนินการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่นเพื่อทำให้โอกาสของเด็กยืดยาวออกไป</strong></p>



<p>มีคำกล่าวของทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ที่ว่า “ทันทีที่ประตูโรงเรียนปิดใส่เด็ก ประตูคุกก็จะเปิดต้อนรับเขา” แต่เรื่องของภูเป็นไปในทางตรงกันข้าม ทันทีที่ประตูศูนย์ฝึกฯ เปิด ประตูโรงเรียนก็ไม่ได้ปิดไล่หลังตามไป หากแต่ยังเปิดกว้างและพยายามเชื่อมให้ภูยังอยู่ในระบบการศึกษาของโรงเรียนได้</p>



<p>แม้ภูเสี่ยงจะร่วงหล่นออกจากระบบการศึกษาอีกเป็นครั้งที่สอง แต่ตาข่ายที่ยืดหยุ่นนี้ก็รองรับเขาไว้ได้อีกครั้ง</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>โลกหลังรั้วลวดหนามและไม้บรรทัดพลาสติก</strong></h3>



<p>ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนราชบุรีตั้งอยู่ในพื้นที่ราว 140 ไร่ ที่อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ห่างไกลออกมาจากตัวเมืองจนมองเห็นทิวเขาและต้นไม้เขียวขจี พื้นที่ที่ดูเงียบสงบและกว้างขวางนี้รองรับเด็กและเยาวชนอยู่ราว 80 คน</p>



<p>ในช่วงกลางวัน ศูนย์ฝึกฯ เงียบสงบ มีเยาวชนในศูนย์บางส่วนออกมาช่วยกวาดใบไม้หน้าอาคารสำนักงาน วันนี้ภูไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เขาเคยมองภูเขาและท้องฟ้าจากข้างหลังรั้วนี้มาก่อน ศูนย์ฝึกฯ ตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนช่องพรานวิทยาราว 30 กิโลเมตร ย้อนกลับไปเมื่อราวหนึ่งปีที่แล้ว สำหรับภูนี่คือการก้าวเข้าสู่โลกใหม่ที่เขาไม่รู้จัก เขากังวลว่าจะเจออะไรข้างในนี้บ้าง แต่ก็ใช้เวลาไม่นานในการปรับตัวโดยมีเป้าหมายเรื่องการเรียนหนังสือเป็นสำคัญ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1.jpg" alt="" class="wp-image-97540" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/6-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>เมื่อตกลงว่าจะเรียนคู่ขนานไปกับเพื่อนชั้น ม.3 ที่โรงเรียน ทางโรงเรียนก็ต้องเตรียมรูปแบบการสอนที่เหมาะกับภูโดยเฉพาะ มีการออกแบบใบงานให้มีคำตอบที่สามารถหาได้ในหนังสือเรียน และยังมีการจัดหาอุปกรณ์การเรียนที่ผ่านมาตรฐานให้เอาไปใช้ข้างในได้ เช่น ปากกาหัวไม่แหลม ไม้บรรทัดพลาสติก เป็นต้น</p>



<p>พ่อของภูต้องขับมอเตอร์ไซค์ไปเอาใบงานที่โรงเรียนมาส่งที่ศูนย์ฝึกฯ และทางศูนย์ฝึกฯ ก็ต้องเอาใบงานที่ภูทำเสร็จส่งกลับไปที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา ทั้งหมดนี้จะเกิดไม่ได้เลยถ้าระบบและคนไม่เอื้อให้เกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือหัวใจที่อยากจะเรียนหนังสือของภู</p>



<p>“ตอนอยู่ข้างในศูนย์ฝึกฯ ผมคิดจะเรียนอย่างเดียวเลยครับ จะเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่ตัวเองทำได้ เรื่องยาไม่เอาแล้วครับ” ภูเล่าด้วยเสียงหนักแน่น</p>



<p>ในช่วงแรกที่เข้าไปข้างใน ภูยังคิดถึงยาเสพติดอยู่บ้าง มีอาการอยากยา ทรมานจนนอนไม่หลับ ภูอธิบายว่า “หนาวๆ ร้อนๆ ปวดกระดูกข้างใน” ช่วงที่ยากที่สุดคือการกักตัวในช่วงแรก มองไปทางไหนมีแต่ลวดหนามล้อมรอบ แม้ศูนย์ฝึกฯ ที่ราชบุรีจะตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มองเห็นทิวเขาได้สวยงาม แต่ด้วยเหตุผลของการเข้ามาอยู่ที่นี่ คงไม่อาจนับเป็นสถานที่รื่นรมย์ใจได้</p>



<p>ภูต้องตื่นตั้งแต่ 6 โมงเช้าเหมือนทุกคน ทำเวรหอ กินข้าว รวมยอด ฟังข่าวสารและการพูดสร้างแรงบันดาลใจในกิจกรรมหน้าเสาธง และพูดคุยกับครูที่ปรึกษาซึ่งเป็นครูที่ภูพึ่งพาบ่อยที่สุด เมื่อเสร็จสิ้นจึงค่อยแยกย้ายตามหน่วยการเรียนที่ศูนย์ฝึกฯ จัดการเรียนการสอนให้ (มีการเรียนการสอนจากกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร. หรือ กศน.เดิม) และการฝึกอบรมของศูนย์) แบ่งวันตามสายวิชาชีพและสายสามัญ แล้วแต่ว่าใครเรียนสายไหน ภูเองก็ต้องเรียนหนังสือในชั้นเรียนมัธยมของ สกร. กับเพื่อน และต้องรับผิดชอบใบงานจากโรงเรียนช่องพรานวิทยาไปด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1.jpg" alt="" class="wp-image-97539" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/7-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>แม้แต่คนที่รักการเรียนหนังสืออย่างถึงที่สุดก็รู้ดีว่าการบังคับตัวเองให้สนใจการเรียนและทำการบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ภูทำสิ่งนั้นได้ด้วยใจที่อดทนมุ่งมั่นและการช่วยเหลือของคนในศูนย์ฝึกฯ</p>



<p>“ผมเดินไปหาครูที่อยู่ข้างในไปทั่วเลยครับ ให้เขาช่วยสอน อันไหนที่เขาสอนได้ เขาก็จะสอนเรา อันไหนที่ผมทำได้ ผมก็จะทำเอง แล้วผมก็มีครูอ้อมที่คอยประสานทางโรงเรียน คอยไปรับไปส่งการบ้านให้ อันไหนที่ผมทำไม่ได้ ครูอ้อมก็จะช่วยสอนครับ” ภูเล่าช่วงชีวิตการเรียนที่อยู่ข้างในศูนย์ฝึกฯ ให้ฟัง</p>



<p><strong>‘ครูอ้อม’ ที่เขาพูดถึงคือปิยพร พองคำ นักสังคมสงเคราะห์ที่ประจำอยู่ศูนย์ฝึกฯ คนที่คอยดูแลเด็กในช่วงระยะแรกรับตัว 30 วัน</strong> เพื่อทำกิจกรรมบำบัดพื้นฐานและฝึกทักษะการใช้ชีวิต และหลังจาก 30 วันแรก ครูปิยพรก็ยังเข้ามามีส่วนในการดูแลเด็กๆ ในการวางแผนอนาคตหลังจากได้รับการปล่อยตัว“ตอนมาที่ศูนย์แรกๆ ภูก็เป็นเด็กทั่วไป ไม่ได้มีการแสดงอิทธิพล เป็นเด็กมีมารยาท อาจจะด้วยเขามาจากโรงเรียนในระบบด้วย และถ้าใบงานไหนที่เขาทำไม่ได้ เขาก็เดินมาหาแล้วบอกว่า ‘อันนี้ผมทำไม่ได้ ครูช่วยดูหน่อยได้ไหม’ เข้ามาขอความช่วยเหลือตลอด” ครูปิยพร นักสังคมสงเคราะห์ เล่าถึงภู แล<strong>ะ</strong><strong>ย้ำว่าหลักการทำงานกับเด็กในศูนย์ฝึกฯ สำคัญที่ความเชื่อมั่น</strong></p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1.jpg" alt="" class="wp-image-97538" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/8-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ปิยพร พองคำ นักสังคมสงเคราะห์ ประจำศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนราชบุรี</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ เราเชื่อว่าทุกคนเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แต่การที่คนเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ต้องมาจากความเชื่อก่อน ดังนั้นเราเองก็ต้องเชื่อมั่นในตัวเขา” ครูปิยพรกล่าว พร้อมให้ข้อมูลว่าคนในศูนย์ฝึกฯ ล้วนช่วยกันโอบประคองให้ภูเรียนหนังสือได้</p>



<p><strong>นอกจากการทำใบงานและศึกษาจากแบบเรียนแล้ว การเรียนรู้ผ่านคลิปวิดีโอที่ต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก็สำคัญ ทำให้หลายครั้งต้องขอความช่วยเหลือจากครูพ่อบ้านที่มีคอมพิวเตอร์ ให้ช่วยเปิดคลิปเพื่อให้ภูได้เรียน มีการชี้แจงนักวิชาชีพทุกคนในศูนย์ว่าภูกำลังอยู่ในช่วงเรียนและต้องทำใบงาน ดังนั้นหากภูเข้าไปขอความช่วยเหลือก็อยากให้ทุกคนสนับสนุน ผลที่เกิดขึ้นคือทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อพยุงให้เด็กหนุ่มคนนี้เรียนหนังสือทันเพื่อนในโรงเรียน ในขณะที่เพื่อนและรุ่นพี่ในศูนย์ฝึกฯ ก็ช่วยสอนและให้กำลังใจภูเพื่อให้ผ่านพ้นช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้</strong></p>



<p>คนที่อยู่ข้างนอกอย่างครอบครัวและครูที่โรงเรียนช่องพรานวิทยาก็ยังเข้าเยี่ยมภูตลอด เพื่อให้เขารู้ว่ายังมีคนที่รอคอยและให้กำลังใจเขาอยู่ มีครั้งหนึ่งที่ครูอรญา ครูที่รับภูเข้าโรงเรียนช่องพรานวิทยาไปเยี่ยมในศูนย์ฝึกฯ ครูอรญาเล่าว่า “เราตบหลังเขาเบาๆ แล้วสัมผัสได้ว่าเขาได้บทเรียนและอยากกลับมาได้รับโอกาส เราเลยบอกกับเขาว่า ‘ครูรออยู่ข้างนอกนะ’ เขาก็ตอบว่า ‘ครับ’”</p>



<p>ด้วยแรงสนับสนุนทั้งหมดนี้ ภูก็ตั้งใจเรียนหนังสือจนจบ ม.3 ในที่สุด วันที่เขาต้องถ่ายรูปติดบัตรเพื่อออกใบรับรองวุฒิ พ่อของเขาต้องขับมอเตอร์ไซค์เอาเสื้อนักเรียนมาให้จากบ้าน แล้ววานให้ครูอ้อมช่วยถ่ายรูปและส่งไฟล์รูปให้ครูที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา จนดำเนินการออกวุฒิสำเร็จในที่สุด ก่อนที่ทางโรงเรียนจะให้พ่อของภูมาสมัครเรียนชั้น ม.4 ต่อเนื่อง เมื่อภูแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าเขาอยากเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนช่องพรานวิทยา โดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนยืดหยุ่นในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในศูนย์ฝึกฯ</p>



<p>“การศึกษายืดหยุ่นเป็นรูปแบบการศึกษาที่ดีมากๆ เพราะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้เด็กที่บ้านยากจนหรือมีเหตุจำเป็น เช่น ไม่มีเวลาไปนั่งเรียนหนังสือ ต้องทำงาน ต้องเลี้ยงดูคนในครอบครัว ถ้าตอนกลางวันเขาไปทำงาน ตอนเย็นเขาอาจจะกลับมาทำใบงานส่งครู ตรงนี้ช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษาและการทำงานให้เด็กในอนาคตได้” ครูปิยพรพูดถึงการศึกษายืดหยุ่น นโยบายที่ช่วยให้เด็กจำนวนมากยังอยู่ในระบบการศึกษาต่อได้ แม้มีเหตุจำเป็นในชีวิตที่ไม่เอื้อต่อการเรียน</p>



<p>เมื่อโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบหนึ่งรอบ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ที่ฤดูหนาวของไทยสิ้นสุด ก็เป็นช่วงเวลาที่ฤดูกาลใหม่ในชีวิตของภูเริ่มขึ้น เขาได้รับการปล่อยตัวออกจากศูนย์ฝึกฯ วันก่อนจะออกไป เขาเดินไปหาครูทุกคนในศูนย์แล้วบอกว่า “ครู ผมจะไปแล้วนะ” ครูทุกคนอวยพรให้เขาตั้งใจเรียนและดูแลตัวเองไม่ให้กลับไปใช้ยาอีก เขาตอบรับอย่างมั่นใจ</p>



<p>ครูปิยพร นักสังคมสงเคราะห์ในศูนย์ฝึกฯ ที่เห็นความเปลี่ยนแปลงของตัวภูตลอดช่วงหนึ่งปีที่อยู่ข้างใน เล่าถึงภูว่า “เขาเปลี่ยนแปลงไปเยอะในเรื่องความคิด มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้นว่าอยากเรียนอะไรต่อ หลังเรียนจบจะทำอะไร เขาบอกว่าอยากเรียนวิทยาศาสตร์การกีฬา อยากเป็นโค้ชหรือเทรนเนอร์ เขาบอกว่าผมจะไม่กลับไปเป็นแบบเดิมแล้วนะ ออกไปผมจะตั้งใจเรียน เขาหนักแน่นกับตัวเองประมาณหนึ่ง”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a018ed"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/12-1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เวลาผ่านไปหลายเดือนหลังจากได้รับการปล่อยตัว ตอนนี้ภูเรียนชั้น ม.5 ที่โรงเรียนช่องพรานวิทยาในฐานะนักเรียนรูปแบบห้องเรียนปกติ ครูปิยพรเปิดแชทที่ภูเพิ่งส่งมาหาเมื่อวันก่อน ภูส่งใบเกรดมาให้ดู ในนั้นระบุตัวเลขเกรดเฉลี่ย 3.6 ครูปิยพรตอบกลับภูไปด้วยความยินดีและตื่นเต้นว่า <em>“ดีใจด้วยมากๆ เลย”</em> ภูตอบกลับมาว่า</p>



<p><em>“ผมตั้งใจสุดๆ เลยครับ”</em></p>



<p>นี่คือข้อความจากเด็กที่หลุดพ้นจากยาเสพติด และเกือบจะหลุดออกจากระบบการศึกษาถึงสองครั้ง – เป็นเครื่องยืนยันว่าการให้โอกาสสำคัญกับชีวิตคนหนึ่งคนมากเพียงใด</p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>ใจยืดหยุ่นและการศึกษายืดหยุ่น</strong></h3>



<p>โรงเรียนช่องพรานวิทยาตั้งอยู่ไม่ไกลกับถ้ำค้างคาว วัดเขาช่องพราน หากไปยืนที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนจะมองเห็นภูเขาสีเขียวครึ้มที่มีเจดีย์สีทองตั้งอยู่ตรงกลาง เป็นทิวทัศน์ราคาร้อยล้านที่เด็กโรงเรียนช่องพรานวิทยาเห็นได้ทุกวัน</p>



<p>“ช่วงเย็นๆ จะมีค้างคาวบินออกมาเต็มฟ้าเลยครับ” ภูเล่าให้ฟังระหว่างการพูดคุยบนม้าหินอ่อนข้างอาคารเรียน ฟ้าครามและริ้วเมฆขาวพาดผ่านเหนือศีรษะ ตอนบ่ายค้างคาวยังไม่ออกจากถ้ำ เสียงนักเรียนกลุ่มหนึ่งดังเจี๊ยวจ๊าวบนห้อง แม้วันนี้ยังอยู่ในช่วงปิดเทอม แต่ยังมีนักเรียนบางส่วนเข้ามาทำกิจกรรมในโรงเรียน ภูเองก็เข้ามาช่วยทาสีซ่อมบำรุงห้องพักครูด้วย</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1.jpg" alt="" class="wp-image-97535" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/9-1-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<p>นับตั้งแต่ภูออกจากศูนย์ฝึกฯ เขาก็กลับเข้าสู่ระบบการเรียนในห้องเรียนปกติและช่วยกิจกรรมโรงเรียนหลายอย่าง สำหรับคนที่กระทำผิด การถูกตัดสินครั้งแรกจากศาลนั้นเจ็บปวด แต่หลายคนเชื่อว่าการถูกตัดสินครั้งที่สองจากสังคมหลังพ้นโทษนั้นเจ็บปวดกว่า โชคดีที่ภูไม่ต้องเผชิญการตัดสินแบบนั้นจากเพื่อนในโรงเรียน</p>



<p>“ผมว่าไม่ยากนะ” ภูตอบเมื่อได้ยินคำถามว่าการกลับมาสู่โรงเรียนอีกครั้งนั้นยากไหม “เพื่อนในโรงเรียนให้การยอมรับดีครับ ไม่มีใครพูดหรือสนใจเรื่องอดีตของผมเลย ก็อยู่เป็นเพื่อนกันปกติ” ภูเล่าต่อ&nbsp;</p>



<p>ครูอรญา ครูโรงเรียนช่องพรานวิทยาที่ช่วยภูในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากศูนย์ฝึกฯ สู่ชีวิตโรงเรียน เล่าว่านอกจากภูจะไม่ถูกต่อต้านจากเพื่อนแล้ว ภูยังกลายเป็นคนดึงเพื่อนให้กลับมาเรียนเสียด้วยซ้ำ</p>



<p>“ภูโตขึ้นมาก มีความคิดเป็นผู้ใหญ่ ทุกวันนี้เวลาเขาอยู่ในกลุ่มเพื่อน ถ้าเพื่อนมีพฤติกรรมแบบวัยรุ่น โวยวายหรือไม่ทำงานที่ครูบอก ภูจะเป็นคนบอกว่าอาจารย์บอกให้ทำก็ทำสิ หรือเตือนเพื่อนๆ ว่า ‘เฮ้ย เรียนเร็ว’ กลายเป็นว่าภูกลับมาเพื่อเป็นคนดึงเพื่อนให้เรียน” ครูอรญาขยายความ</p>



<p>“เด็กที่นี่ดีมาก ให้กำลังใจกันและกัน ตอนที่เขาต้องคดี เพื่อนๆ ก็จะเป็นห่วง มาถามครูว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ที่นี่เราให้คุณค่าเรื่องความเป็นมนุษย์ ให้คุณค่าเรื่องความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน อาจเป็นเพราะสังคมพวกเราไม่ได้สวยหรู ไม่ได้มีพร้อมในเรื่องทรัพย์สิน เป็นสังคมของการพึ่งพากันและกันอย่างแท้จริง ดังนั้นเรื่องสังคมในโรงเรียนเราไม่ได้กังวลเลย แต่เรากังวลสังคมภายนอกมากกว่าว่าจะมองเด็กเราที่เคยก้าวพลาดแบบไหน” ครูอรญาพูดถึงสังคมในโรงเรียนช่องพรานวิทยา</p>



<p>ในมุมของภู เขาเองก็รู้ว่าคนรอบข้างช่วยประคองเขาแค่ไหน เขาบอกว่า “คุณครูอรญาช่วยผมเยอะครับ ช่วยเรื่องเรียน คอยถามว่าผมเป็นอย่างไรบ้าง มีคนต่อว่าหรือเปล่า” เมื่อถูกถามว่ารู้สึกอย่างไร ภูยิ้มแล้วตอบด้วยแววตาสดชื่นว่า “อบอุ่นครับ”</p>



<p>นอกจากครูและนักสังคมสงเคราะห์ หนึ่งในคนสำคัญคือครอบครัว ภูบอกว่าคนที่ทำให้เขาก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้คือครอบครัว “ครอบครัวไม่เคยทิ้งผม มาเยี่ยมผมตลอด ผมเลยคิดว่าเราจะทำให้ดีที่สุด ออกมาแล้วผมจะเป็นคนใหม่ครับ” ตอนนี้พ่อแม่ของภูกลับมาเข้มงวดและใส่ใจดูแลมากขึ้น เพราะไม่อยากให้ภูกลับไปเป็นคนเดิม ไม่ค่อยให้ออกไปไหนคนเดียวเหมือนแต่ก่อน ซึ่งภูยอมรับและไม่มีปัญหากับเรื่องนี้</p>



<p>ตอนนี้ภูเล่นฟุตบอลและฟุตซอลในตำแหน่งแบ็กขวา ทีมที่ชื่นชอบคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาใช้ชีวิตแบบวัยรุ่นทั่วไป เรียนรู้ที่จะผิดพลาด เรียนรู้ที่จะรัก และเรียนรู้ที่จะฝัน</p>



<p>“ผมอยากเรียนคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จบไปอยากทำงานเป็นเทรนเนอร์ หรือพวกเทคนิคทางการกีฬา เป็นโค้ชครับ” ภูพูดจบแล้วยิ้ม “ถึงผมทำผิดพลาดไปแล้ว แต่เขายังให้โอกาส ผมว่าดีมากครับ แล้วผมก็สามารถทำโอกาสนั้นให้คนอื่นเห็นได้”</p>



<p>โรงเรียนช่องพรานวิทยาได้รับการอนุญาตจากเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการสอน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ในปีการศึกษา 2567 ซึ่งเป็นปีที่ภูถูกตัดสินคดีพอดิบพอดี ไม่ใช่แค่ภูที่ได้รับประโยชน์จากการศึกษายืดหยุ่นเท่านั้น แต่ในจำนวนเด็กราว 640 คนของโรงเรียนช่องพรานวิทยา มีเด็กประมาณ 50 คนที่อยู่ในห้องเรียนสร้างโอกาสภายใต้การเรียนการสอน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ</p>



<p>ห้องเรียนสร้างโอกาสของโรงเรียนช่องพรานวิทยาจะเปิดทุกวันศุกร์ ให้เวลาทั้งวันเพื่อให้เด็กในระบบนี้เข้ามารับและส่งใบงานการบ้าน โดยอาจไม่ได้เข้ามาเรียนทุกคาบเหมือนนักเรียนในห้องเรียนปกติ</p>



<p><strong>ดร.ปิยะ ลิ้มฉาย ผู้อำนวยการโรงเรียนช่องพรานวิทยา </strong>เล่าถึงภาพรวมให้ฟังว่าในจำนวน 50 คนนี้ มีภาวะจำเป็นที่แตกต่างหลากหลายที่ทำให้ไม่สามารถมาเรียนครบตามเวลาได้</p>



<p>“สาเหตุมาจากหลายอย่าง <em>หนึ่ง ภาวะทางเศรษฐกิจของครอบครัว</em> บางคนไม่มีเงินค่าเดินทางมาเรียน บางคนบ้านอยู่ไกล 20-30 กิโลเมตร ไม่สามารถเดินทางมาเรียนได้ ตรงส่วนนี้เราก็ต้องไปหาเด็กที่บ้านด้วย เราทำโครงการ ‘เอาการศึกษาไปหาน้อง’ และโครงการ ‘พาน้องกลับมาเรียน’</p>



<p>“<em>สอง เรื่องยาเสพติด </em>นักเรียนบางกลุ่มอาศัยอยู่ในพื้นที่สีแดง เขาก็เป็นกลุ่มเสี่ยง เขาอยู่ในวัยอยากรู้อยากลอง พอผู้ใหญ่ชวนก็มีโอกาสทำให้นักเรียนเสียเรื่องการเรียนไปด้วย</p>



<p>“<em>สาม ความจำเป็นด้านสุขภาพ </em>เช่น เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาล ตั้งครรภ์ ภาวะบกพร่องบางอย่าง เราสามารถจัดการเรียนการสอนแบบยืดหยุ่นในช่วงที่เขาต้องหายไปจากโรงเรียนได้<em>“สี่ เด็กทำงานหารายได้ระหว่างเรียน </em>ทำให้ไม่สามารถมาเรียนได้ ส่วนใหญ่รับจ้างทำงานด้านเกษตรหรือไปทำงานเสิร์ฟอาหาร เด็กต้องทำงานส่งตัวเองเรียน ซึ่งกรณีแบบนี้เรายินดีสนับสนุนให้นักเรียนจบที่โรงเรียนเรา มีวุฒิการศึกษา สามารถเรียนต่อได้ในอนาคต” ดร.ปิยะอธิบาย</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2.jpg" alt="" class="wp-image-97536" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/10-2-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ปิยะ ลิ้มฉาย ผู้อำนวยการโรงเรียนช่องพรานวิทยา</figcaption></figure></div>


<p></p>



<p>“การศึกษายืดหยุ่นเป็นเรื่องสำคัญ เป็นโอกาสทางการศึกษาไทยที่เด็กจะมีโอกาสได้เรียนเยอะขึ้น และ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบมีประโยชน์กับเด็กที่ประสบปัญหาชีวิตจริงๆ เมื่อจบการศึกษา เขามีวุฒิการศึกษาไปต่อยอดอนาคตของเขาได้ อย่างกรณีของภู วันนี้เขาสามารถกลับมาเรียนในระบบ มาอยู่ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป สังคมก็อาจเปิดรับมากยิ่งขึ้น นั่นก็เป็นข้อดีที่ช่วยให้เขาอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข นี่คือสิ่งที่ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบให้ได้ ถือว่าเป็นโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ค่อนข้างเยอะ” ดร.ปิยะทิ้งท้าย</p>



<p>นอกจากนี้ ครูอรญาลงรายละเอียดถึงเรื่องการศึกษายืดหยุ่นและเกณฑ์วัดผลให้ฟังว่า สิ่งสำคัญคือการยืดหยุ่นเรื่องเวลาเรียน คือไม่มีการนับเวลาเรียนมาตัดสินเรื่องการไม่มีสิทธิ์สอบ (มส.) ส่วนเรื่องวัดระดับและประเมิน ยังมีการออกแบบเรื่องภาระงานเช่นเดียวกับเด็กในห้องเรียนปกติ เพียงแต่อาจแตกต่างกันที่ภาระงาน</p>



<p>ส่วนประเด็นเรื่อง ‘ระดับความรู้’ ที่ได้รับ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันของนักเรียนที่เรียนคนละรูปแบบ ครูอรญาพูดถึงประเด็นนี้ไว้ว่า “เมื่อก่อนต้องยอมรับว่าความรู้เกิดจากครูเป็นคนบอกเล่า แต่ถ้าถามว่าความรู้ในปัจจุบันคืออะไร ความรู้คือสิ่งที่คนคนหนึ่งสนใจ รับรู้ เรียนรู้ แล้วเข้าสู่กระบวนการประมวลทางสมอง ทำให้เรามองโจทย์ว่าทุกวันนี้ความรู้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน ทุกวันนี้สภาพสังคมเปลี่ยน พฤติกรรมมนุษย์เปลี่ยน การจะให้เขาเรียนรู้ในสิ่งที่เขาไม่ได้อยากรู้ เขาก็ไม่เรียนอยู่ดี</p>



<p>“ในกระบวนการจัด 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ เราจัดองค์ประกอบว่าต้องมีความรู้สำคัญพื้นฐานตามที่หลักสูตรกำหนด เพราะฉะนั้นถ้าเด็กอยากได้คุณวุฒิตามหลักสูตร ก็ต้องทำให้ตนเองเกิดความรู้พื้นฐาน เมื่อเรามีโจทย์ชัดเจน เด็กก็พร้อมจะเรียนรู้ตามโจทย์ แต่ไม่ได้เป็นการบังคับให้เขาเรียนรู้ทุกอย่าง แน่นอนว่าในกระบวนการจัดการเรียน เราพยายามสร้างประสบการณ์แนวเปิดกว้าง ทักษะการทำงาน และวิธีปฏิบัติมากมาย แต่อาจเป็นส่วนที่เด็กกลุ่มหนึ่งรู้สึกว่าเขาไม่อยากได้ เขาไม่สนใจ แล้วเราจะทำอย่างไร นี่คือโจทย์สำคัญ” ครูอรญาอธิบาย</p>



<p>ส่วนประเด็นเรื่องมาตรฐานความรู้ของเด็ก ครูอรญากล่าวว่า “เราไม่เคยมองว่าเด็กที่อยู่ใน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ไม่มีมาตรฐาน บางคนอาจมองว่าเด็กไม่ต้องเข้าเรียนก็ผ่าน จริงๆ ไม่ใช่ นี่เป็นการเรียนด้วยสไตล์การเรียนรู้ของเขาเองที่ไม่มีห้องเรียนเป็นกรอบ ไม่มีคุณครูยืนกำกับ เขาอาจรู้สึกเป็นอิสระในการเรียนรู้ของเขาก็ได้”</p>



<p>ครูอรญาย้ำว่าการศึกษาคือทรัพย์สินที่ติดตัวคนไปจนวันสุดท้ายและการศึกษาทำให้คนเปลี่ยนแปลง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้โอกาสคน</p>



<p>“โอกาสเท่านั้นที่จะทำให้ชีวิตคนเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับตัวเขา เพราะทุกคนรอโอกาสในการตัดสินว่าชีวิตเขาจะทำอย่างไรต่อไป” ครูอรญาทิ้งท้าย</p>



<p>ในช่วงบ่ายแก่ ฟ้าที่โรงเรียนช่องพรานฯ เป็นสีน้ำเงินเข้ม ต้นไม้ที่ปลูกอยู่ทั่วบริเวณโรงเรียนมีสีเขียวตัดกับท้องฟ้า เสียงเด็กๆ ยังเจี๊ยวจ๊าวอยู่บนอาคารเรียน และค้างคาวยังไม่บินโผออกจากถ้ำ ภูเล่าเรื่องของเขามาจนถึงปัจจุบัน ตอนนี้เขากลายเป็นเด็กหนุ่มร่างโปร่งที่มีแววตาส่องประกาย เขาพูดน้อยอย่างที่คนรอบตัวอธิบายถึงเขา แต่ทุกคำที่พูดนั้นออกมาด้วยความมั่นใจ</p>



<p>เมื่อถูกถามว่า ตอนนี้แข็งแรงแค่ไหน มั่นใจกี่เปอร์เซ็นต์ที่จะไม่กลับไปหายาเสพติด ภูตอบสั้นๆ ว่า “เกินร้อยเลยครับ ไม่กลับไปยุ่งแน่นอน”</p>



<p>ไม่มีใครรู้ว่าในอนาคต ชีวิตของภูจะเดินไปทิศทางไหน แต่ที่แน่ๆ วันนี้เขาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ในวินาทีที่คนจะร่วงหล่นลงปากเหว แรงดึงจากคนที่มาช่วยสำคัญพอกันกับเจ้าของร่างกายที่จะไม่ยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วง</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3.jpg" alt="" class="wp-image-97537" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/11/11-3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p></p>



<figure class="wp-block-table"><table><tbody><tr><td><br><strong>รั้วลวดหนามมิอาจขวางกั้นการเรียน</strong><br><strong>ถึงเวลาที่การศึกษาไทยต้องยืดหยุ่นให้ทันชีวิตจริงของผู้เรียน</strong><br><br>โรงเรียนช่องพรานวิทยามีเด็กประมาณ 50 คนอยู่ภายใต้การเรียนการสอน 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ “ห้องเรียนสร้างโอกาส” ของที่นี่เปิดทุกวันศุกร์เพื่อให้เด็กในระบบนี้เข้ามารับและส่งใบงานการบ้าน และภูที่อยู่ในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนก็ได้รับโอกาสให้เรียนที่นี่&nbsp;<br><br>โรงเรียนหรือบุคลากรทางการศึกษาที่สนใจการศึกษายืดหยุ่น สามารถรับข้อมูลและปรึกษาแบบตัวต่อตัว ได้ที่ LINE OA กสศ.การศึกษายืดหยุ่น&nbsp;<a href="https://lin.ee/7aisWbt">คลิก</a><br></td></tr></tbody></table></figure>



<h4 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>ร่วมสร้างอนาคตใหม่ให้เด็กไทย ด้วยการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง</strong></h4><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-121125-2/">เมื่อประตูโรงเรียนไม่ปิดไล่หลังคนก้าวพลาด : ความฝันไร้รอยต่อของเด็กในศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ. เผยแนวโน้มจาก OBEC CARE เด็ก ม.ต้นสูบบุหรี่ไฟฟ้าแซงบุหรี่มวน ชี้ “โอกาสทางการศึกษา” คือเกราะป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-190525/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 19 Jun 2025 10:19:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[ม.ต้น]]></category>
		<category><![CDATA[แนวโน้มความเสี่ยงของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนวัยเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่ไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[OBEC Care]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=94073</guid>

					<description><![CDATA[<p>19 มิถุนายน 2568 เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มู [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190525/">กสศ. เผยแนวโน้มจาก OBEC CARE เด็ก ม.ต้นสูบบุหรี่ไฟฟ้าแซงบุหรี่มวน ชี้ “โอกาสทางการศึกษา” คือเกราะป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>19 มิถุนายน 2568 เครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ และ ALTV Thai PBS สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เปิด<strong>เวทีรายงานสถานการณ์ “แนวโน้มความเสี่ยงของบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนวัยเรียน”</strong> ผู้จัดการ กสศ. เผยข้อมูล OBEC CARE ปีการศึกษา 2567 พบว่า นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าบุหรี่มวน เป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องรู้เท่าทันและต้องร่วมมือกันแก้ไข</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-32.jpeg" alt="" class="wp-image-94077" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-32.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-32-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-32-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-32-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-32-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-33.jpeg" alt="" class="wp-image-94078" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-33.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-33-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-33-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-33-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-33-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ</figcaption></figure></div>


<p><strong>ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่</strong> เปิดเผยว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการบริโภคยาสูบแบบมีควันของประชากรไทย ปี 2534-2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ประเทศไทยสามารถลดอัตราการสูบบุหรี่จากร้อยละ 32 ในปี 2534 เหลือเพียงร้อยละ 16.5 ในปี 2567 คิดเป็นอัตราการลดลงสูงถึงร้อยละ 48.4 แต่เราก็ยังมีคนสูบบุหรี่อยู่ 10 ล้านคน เนื่องจากคนที่พยายามเลิกก็ยากที่จะเลิกได้ เพราะฤทธิ์เสพติดที่รุนแรงของนิโคติน ดังนั้นต้องป้องกันไม่ให้บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีนิโคตินที่ยิ่งเสพง่ายกว่าบุหรี่มวน มาทำให้เยาวชนไทยเข้าไปเสพติดเพิ่ม ซึ่งจะทำให้ไทยยากที่จะบรรลุเป้าหมายสังคมปลอดบุหรี่ ปลอดการเสพติดนิโคติน</p>



<p>ศ.นพ.ประกิต กล่าวเพิ่มเติมว่า การเชิญชวนคุณครูให้ร่วมรณรงค์เพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่&nbsp; และบุหรี่ไฟฟ้า เริ่มจากกรอบคิดที่ว่า ถ้าเด็กเติบโตในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดบุหรี่ จะช่วยลดโอกาสที่เขาจะติดบุหรี่&nbsp; ทั้งนี้การสูบบุหรี่ของครู แสดงถึงความชอบธรรมของพฤติกรรมผู้ใหญ่ในสายตาของเด็กนักเรียน รวมถึงครูที่ไม่สูบบุหรี่ และนโยบายโรงเรียนปลอดบุหรี่ที่เข้มงวด จะช่วยลดการใช้ยาสูบของนักเรียน ทั้งขณะอยู่ในโรงเรียน และหลังจบการศึกษาจากโรงเรียนนั้นแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-34.jpeg" alt="" class="wp-image-94080" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-34.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-34-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-34-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-34-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-34-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-35.jpeg" alt="" class="wp-image-94081" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-35.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-35-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-35-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-35-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-35-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ไกรยส ภัทราวาท</figcaption></figure></div>


<p>ด้าน <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong> เปิดเผยผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและมหาวิทยาลัยเยลในสหรัฐอเมริกา ชี้ว่า <em>“ระดับการศึกษา”</em> มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมด้านสุขภาพสูงถึงร้อยละ 60 โดยชุมชนที่มีระดับการศึกษาสูงขึ้นจะมีแนวโน้มการสูบบุหรี่และภาวะโรคอ้วนลดลง ส่งผลให้อายุขัยเฉลี่ยของประชากรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ</p>



<p>“ผลวิจัยนี้เปรียบเทียบข้อมูลในช่วงเวลา 30 ปี พบว่า ชุมชนที่ประชากรมีการศึกษาสูงขึ้น จะตระหนักเรื่องปัญหาสุขภาพ เคารพกติกาสังคม เช่น การงดสูบบุหรี่ และมีพฤติกรรมที่ส่งเสริมสุขภาวะมากขึ้น หากเราต้องการเห็นคนไทยมีอายุยืนยาวขึ้น เจ็บป่วยน้อยลง จุดเริ่มต้นที่สำคัญคือการเพิ่มโอกาสทางการศึกษา เพื่อหยุดวงจรความเสี่ยงเหล่านี้ตั้งแต่ต้นทาง” ดร.ไกรยส กล่าว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-36-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-94082" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-36-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-36-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-36-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-36-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-36.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></div>


<p>ในประเทศไทย ปัญหาการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนกำลังเป็นประเด็นที่น่าห่วง ล่าสุด กสศ. ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) พัฒนา<strong>ระบบ OBEC CARE</strong> ซึ่งเป็นต้นแบบระบบสารสนเทศเพื่อหลักประกันโอกาสทางการเรียนรู้ และการดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ครอบคลุมการคัดกรองความเสี่ยงหลากหลายมิติ เช่น ด้านเศรษฐกิจ สุขภาพกายใจ สวัสดิภาพ ความปลอดภัย รวมถึงพฤติกรรมเกี่ยวกับยาเสพติด</p>



<p>ข้อมูลจากระบบ OBEC CARE ปีการศึกษา 2567 ซึ่งครูได้สำรวจเด็กนักเรียนระดับ ป.1–ม.6 รวม 124,606 คน ใน 1,699 โรงเรียนจาก 30 เขตพื้นที่การศึกษานำร่อง พบว่า <strong>นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมีแนวโน้มสูบบุหรี่ไฟฟ้ามากกว่าบุหรี่มวนแล้ว</strong> โดยข้อมูลเชิงลึกจากการคัดกรองนักเรียนทั้งหมดระบุว่า <strong>ร้อยละ 24.77</strong> เคยทดลองสูบบุหรี่ไฟฟ้า <strong>ร้อยละ 22.04</strong> คบเพื่อนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า <strong>ร้อยละ 20.29</strong> อาศัยในชุมชนที่มีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าให้เห็นเป็นประจำ ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมเสี่ยงไม่ได้เกิดจากตัวเด็กเพียงลำพัง แต่เกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางสังคม และหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็อาจเร่งให้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเร็วยิ่งขึ้น&nbsp; โดยได้เชิญชวนผู้บริหารสถานศึกษาและครูนำข้อมูลจาก OBEC CARE วางมาตรการป้องกันที่ตอบโจทย์บริบทแต่ละพื้นที่</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-37-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-94083" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-37-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-37-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-37-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-37-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-37.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="1400" height="788" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-38-1400x788.jpeg" alt="" class="wp-image-94084" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-38-1400x788.jpeg 1400w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-38-300x169.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-38-768x432.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-38-1536x864.jpeg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-38.jpeg 1600w" sizes="(max-width: 1400px) 100vw, 1400px" /></figure></div>


<p>“ปัญหาเด็กหลุดจากระบบการศึกษา มีความซับซ้อนมากกว่าปัจจัยด้านความยากจนเพียงอย่างเดียว ในปีการศึกษา 2568 นี้ กสศ. และ สพฐ. ได้ขยายการใช้งานระบบ OBEC CARE ไปยังทั้ง 245 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาเครื่องมือให้ครูใช้ได้สะดวก ลดภาระในการกรอกข้อมูล และสามารถเข้าถึงข้อมูลเด็กแต่ละรายได้รวดเร็วขึ้น การเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำและทันเวลา จะช่วยให้ครูและโรงเรียนเฝ้าระวัง จัดการ และช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.ไกรยส กล่าว</p>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-1 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="94087" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-04.jpg" alt="" class="wp-image-94087" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-04.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-04-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-04-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-04-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-04-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="94088" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-02.jpg" alt="" class="wp-image-94088" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-02.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-02-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-02-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-02-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-02-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<figure class="wp-block-gallery has-nested-images columns-default is-cropped wp-block-gallery-3 is-layout-flex wp-block-gallery-is-layout-flex">
<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="94089" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-03.jpg" alt="" class="wp-image-94089" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-03.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-03-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-03-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-03-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-03-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<figure class="wp-block-image size-large"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" data-id="94090" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-05.jpg" alt="" class="wp-image-94090" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-05.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-05-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-05-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-05-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/0619_OBEC-CARE-05-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>
</figure>



<p></p>



<p>ขณะที่ <strong>ดร.ธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน</strong> กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักถึงความสำคัญของการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งนับเป็นปัญหาระดับชาติเร่งด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญสื่อสารสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องถึงอันตรายของการเสพติดบุหรี่ไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเยาวชนที่อยู่ในช่วงวัยที่ควรได้รับการพัฒนาให้รอบด้าน ทักษะด้านการศึกษาและสังคม ดังนั้น การจัดให้เด็กอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และสถานศึกษาควรเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่จะปลูกฝังค่านิยมให้เยาวชนปลอดภัยจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-39.jpeg" alt="" class="wp-image-94085" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-39.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-39-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-39-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-39-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-39-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">ดร.ธีร์ ภวังคนันท์</figcaption></figure></div>


<p>ทั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของบุหรี่ไฟฟ้า ที่ลงนามโดย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทวงศึกษาธิการ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2568 ที่กำหนดมาตรการไว้ 4 ข้อ ดังนี้&nbsp;</p>



<p>1)&nbsp; สร้างความตระหนักรู้เท่าทันพิษภัยและโทษของบุหรี่ไฟฟ้าทั้งต่อสุขภาพร่างกายและโทษทางอาญาให้แก่นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารทุกระดับ และเจ้าหน้าที่ อาทิ สอดแทรกเนื้อหาหรือหลักสูตรการเรียนการสอน กิจกรรม สื่อประซาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ</p>



<p>2) ให้ผู้รับผิดชอบสถานศึกษาหรือสถานที่ทำงาน จัดให้มีเครื่องหมายแสดงไว้ให้เห็นได้โดยชัดเจนว่าเป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า</p>



<p>3) ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นสอดส่องดูแลหรือป้องกันมิให้นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ เข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าทั้งการสูบ จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง หรือสนับสนุนอย่างหนึ่งอย่างใด</p>



<p>4) หากมีกรณีตรวจพบ หรือมีการร้องเรียนกล่าวหา หรือกรณีเป็นที่สงสัยว่าข้าราชการ ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้า ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัยตามอำนาจหน้าที่ทันที</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-40.jpeg" alt="" class="wp-image-94091" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-40.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-40-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-40-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-40-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-40-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-41.jpeg" alt="" class="wp-image-94092" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-41.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-41-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-41-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-41-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-41-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /><figcaption class="wp-element-caption">รศ.ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ</figcaption></figure></div>


<p>ด้าน <strong>รองศาสตราจารย์ ดร.จักรพันธ์ เพ็ชรภูมิ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร</strong> เปิดเผยผลการศึกษาล่าสุดเกี่ยวกับปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาในประเทศไทย โดยอ้างอิงกรอบแนวคิดนิเวศวิทยาทางสังคม (Social-Ecological Model) ซึ่งเป็นกรอบวิเคราะห์ที่ครอบคลุมหลายมิติ ตั้งแต่ระดับบุคคล ครอบครัว สถานศึกษา ไปจนถึงบริบททางสังคมโดยรวม&nbsp;</p>



<p>ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ในระดับบุคคลการมีระดับการรับรู้อันตรายของบุหรี่ไฟฟ้าในระดับสูงสัมพันธ์กับโอกาสการทดลองใช้น้อยลงถึงร้อยละ 40 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่มีการรับรู้ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม กลับพบว่านักเรียนถึงร้อยละ 46 ยังมีการรับรู้เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในระดับต่ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการส่งเสริมการรับรู้ที่ถูกต้องและเข้าถึงได้ในกลุ่มเยาวชน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ในระดับครอบครัวพบว่านักเรียนร้อยละ 10 อาศัยอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า และมีผู้ปกครองร้อยละ 28 ที่ยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าในระดับต่ำ นอกจากนี้ ผู้ปกครองร้อยละ 43 ไม่ได้มีบทบาทในการควบคุมหรือกำกับดูแลพฤติกรรมการใช้บุหรี่ไฟฟ้าของบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอ ปัจจัยเหล่านี้มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญต่อโอกาสในการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของนักเรียน&nbsp;</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-42.jpeg" alt="" class="wp-image-94093" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-42.jpeg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-42-300x200.jpeg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-42-768x511.jpeg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-42-750x500.jpeg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/image-42-272x182.jpeg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure></div>


<p>ในระดับสถานศึกษา ซึ่งควรทำหน้าที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย พบว่านักเรียนร้อยละ 37 รายงานว่าพบเห็นการใช้บุหรี่ไฟฟ้าภายในโรงเรียน โดยกลุ่มนี้มีโอกาสทดลองใช้เพิ่มขึ้นถึง 1.2 เท่า ในทางกลับกัน โรงเรียนที่มีการดำเนินกิจกรรมให้ความรู้และรณรงค์เกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดโอกาสการทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าลงได้ร้อยละ 20 และลดอัตราการใช้จริงลงได้ถึงร้อยละ 40 ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทเชิงบวกของโรงเรียน ในฐานะกลไกสำคัญในการป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงในกลุ่มนักเรียน และ ในระดับสังคมโดยรวมพบว่าช่องทางการเข้าถึงผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อออนไลน์และการตลาดดิจิทัลเป็นปัจจัยกระตุ้นที่มีนัยสำคัญ โดยนักเรียนที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าร้อยละ 66.7 รายงานว่าสั่งซื้อผ่านทางอินเทอร์เน็ต และร้อยละ 58.3 เคยพบเห็นโฆษณาบุหรี่ไฟฟ้าทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งเพิ่มโอกาสในการทดลองใช้บุหรี่ไฟฟ้าขึ้นถึง 1.6 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่านักเรียนร้อยละ 14.1 สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์จากร้านค้าในชุมชน เช่น ตลาดนัดหรือร้านค้าปลีกทั่วไป ซึ่งเป็นช่องโหว่ที่ควรได้รับการควบคุมอย่างเร่งด่วน</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-190525/">กสศ. เผยแนวโน้มจาก OBEC CARE เด็ก ม.ต้นสูบบุหรี่ไฟฟ้าแซงบุหรี่มวน ชี้ “โอกาสทางการศึกษา” คือเกราะป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>YUEDPAO ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา มอบรายได้กว่า 1.7 ล้านบาท สนับสนุน “ทุนก้าวเพื่อน้อง ปีการศึกษา 2568”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-040625/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Jun 2025 04:17:13 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[YUEDPAO]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนก้าวเพื่อน้อง]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=93692</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 คุณทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว กร [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040625/">YUEDPAO ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา มอบรายได้กว่า 1.7 ล้านบาท สนับสนุน “ทุนก้าวเพื่อน้อง ปีการศึกษา 2568”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 คุณทนงค์ศักดิ์ แซ่เอี้ยว กรรมการผู้จัดการ แบรนด์ <strong>YUEDPAO (ยืดเปล่า)</strong> มอบรายได้จากการจำหน่ายเสื้อ T-Shirt ที่ระลึกจากงาน <strong>Bodyslam Power Of The B-Side Concert</strong> รวมทั้งสิ้น <strong>1,715,000 บาท</strong> เพื่อร่วมสนับสนุนทุนการศึกษาในโครงการ <strong>“ก้าวเพื่อน้อง ปีการศึกษา 2568”</strong> โดยมี <strong>ดร.ไกรยส ภัทราวาท</strong> ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ <strong>พี่ตูน – อาทิวราห์ คงมาลัย</strong> ประธานมูลนิธิก้าวคนละก้าว เป็นผู้แทนรับมอบ</p>



<figure class="wp-block-image size-full"><img decoding="async" loading="lazy" width="855" height="569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3.jpg" alt="" class="wp-image-93699" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3.jpg 855w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/3-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 855px) 100vw, 855px" /></figure>



<p>เงินบริจาคจำนวนนี้จะถูกนำไปสมทบในโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง” ปีที่ 5 ซึ่งดำเนินงานร่วมกันระหว่าง <strong>มูลนิธิก้าวคนละก้าว กสศ. ภาคประชาชน และภาคธุรกิจเอกชน</strong> เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่ขาดแคลน จำนวน <strong>40 คน</strong> สำหรับการศึกษาต่อในระดับ <strong>มัธยมศึกษาตอนปลายหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.)</strong> โดยเป็นทุนการศึกษาต่อเนื่อง <strong>คนละ 264,000 บาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีการศึกษา</strong></p>



<p>“ก้าวเพื่อน้อง” เป็นหนึ่งในโครงการที่สะท้อนพลังความร่วมมือของภาคสังคมในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดแคลนแล้ว ยังช่วยจุดประกายการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วไปในการพัฒนาประเทศจากฐานรากทุนมนุษย์</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-985601"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/06/2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง” ได้โดยบริจาคผ่าน<br><strong>บัญชี: ก้าวเพื่อน้อง โดยมูลนิธิก้าวคนละก้าว และ กสศ.</strong><br>ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ประเภทบัญชีเดินสะพัด เลขที่ <strong>468-099607-3</strong><br>หรือผ่านเว็บไซต์:<a href="https://www.eef.or.th/kao-4" target="_blank" rel="noopener" title=""> www.eef.or.th/kao-4</a><br>สอบถามเพิ่มเติม โทร. <strong>0-2079-5475 กด 9</strong></p>



<p>กสศ. ขอขอบคุณแบรนด์ YUEDPAO มูลนิธิก้าวคนละก้าว และคนไทยใจดีทุกท่าน ที่ร่วมกันส่งต่อพลังแห่งการให้และสร้างอนาคตให้กับน้อง ๆ เยาวชนไทยในทุกก้าวของชีวิต</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-040625/">YUEDPAO ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา มอบรายได้กว่า 1.7 ล้านบาท สนับสนุน “ทุนก้าวเพื่อน้อง ปีการศึกษา 2568”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>วิจัย กสศ. ร่วมมือภาคเอกชน ขับเคลื่อน “Partnership Model” พัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-090125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 09 Jan 2025 09:04:39 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิ เอสซีจี]]></category>
		<category><![CDATA[ลดเหลื่อมล้ำ]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิยุวพัฒน์]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[กลุ่มเซ็นทรัล]]></category>
		<category><![CDATA[สถาบัน Change Fusion]]></category>
		<category><![CDATA[เทใจดอทคอม]]></category>
		<category><![CDATA[ระดมความคิดเห็นในการพัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในประเทศไทย ครั้งที่ 2]]></category>
		<category><![CDATA[Partnership Model]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน)]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด]]></category>
		<category><![CDATA[บริษัท KPMG ประเทศไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[TIJ]]></category>
		<category><![CDATA[TDRI]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89779</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090125/">วิจัย กสศ. ร่วมมือภาคเอกชน ขับเคลื่อน “Partnership Model” พัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป ‘ระดมความคิดเห็นในการพัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาในประเทศไทย’ ครั้งที่ 2 เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการทำงานด้านการศึกษาของหน่วยงานต่าง ๆ โดยมีการหารือถึงความร่วมมือในการสร้าง ‘Partnership Model’ ซึ่งเป็นโมเดลความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนเด็กและเยาวชนให้เข้าถึงการศึกษาที่ยืดหยุ่นและมีทางเลือก สอดคล้องกับมาตรการ Thailand Zero Dropout (TZD) ที่มุ่งให้เด็กทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มภาพ</p>



<p>ในงานครั้งนี้มีภาคีความร่วมมือจากภาคธุรกิจเอกชนและองค์กรที่ทำงานด้านการศึกษาเข้าร่วม เช่น สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI), สถาบัน Change Fusion, เทใจดอทคอม, มูลนิธิยุวพัฒน์, กลุ่มเซ็นทรัล, สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ), บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน), มูลนิธิ เอสซีจี, บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย, บริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด, มูลนิธิเคเอฟซี ประเทศไทย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งร่วมกันหารือและเสนอแนวทางการทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย ณ สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-64bc22"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-02.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-37852e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-01.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p>• <strong>สรุปข่าวกิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งที่ 1 </strong><a href="https://www.eef.or.th/article-311024/"><strong>คลิก</strong></a></p>



<p>จากข้อมูลความคืบหน้าของมาตรการ Thailand Zero Dropout (TZD) ในปี 2567 คณะทำงาน TZD สามารถติดตามเด็กและเยาวชนเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้ได้แล้วจำนวน 304,082 คน จากเยาวชนที่ที่ไม่มีรายชื่ออยู่ในระบบการศึกษาทั้งหมด 1,025,514 คน ซึ่งหมายความว่า ยังมีเด็กและเยาวชนอีก 982,304 คนที่อยู่ในขั้นตอนการพากลับสู่การเรียนรู้ โดยแบ่งเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ กลุ่มวัยก่อนการศึกษาภาคบังคับจำนวน 279,296 คน, กลุ่มวัยระหว่างการศึกษาภาคบังคับจำนวน 387,591 คน และกลุ่มวัยหลังการศึกษาภาคบังคับจำนวน 315,417 คน</p>



<p>อย่างไรก็ตาม ในระหว่างปีการศึกษามักจะมีการเคลื่อนไหวของเด็กและเยาวชนที่เข้า-ออกจากระบบการศึกษา เช่น กลุ่มที่อายุถึงวัยเรียนแต่ยังไม่ได้เข้าเรียน, กลุ่มที่หลุดออกจากระบบแล้วกลับมาเรียนใหม่ และกลุ่มที่มีความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษามากขึ้น สะท้อนถึงความจำเป็นในการดำเนินงานเรื่องเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา โดยต้องอาศัย ‘ความร่วมมือ’ จากทุกภาคส่วนในสังคมในการระดมความคิด แนวทาง และทรัพยากร เพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการดูแลและเข้าถึงการเรียนรู้ที่เหมาะสมตามบริบทชีวิตและความเปราะบางที่หลากหลาย โดยการออกแบบวิธีการช่วยเหลือที่มีระบบและสามารถส่งต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งต้องคำนึงถึงการหาทางป้องกันเด็กกลุ่มเสี่ยงไม่ให้หลุดออกจากการศึกษาในระยะยาว</p>



<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ในฐานะหน่วยงานที่มีภารกิจในการเหนี่ยวนำความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงมองเห็นความสำคัญของการร่วมมือกับภาคธุรกิจเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ ‘Partnership’ เพื่อสร้างต้นแบบพื้นที่รองรับและต่อยอดเด็กเยาวชนที่ได้รับการค้นพบจากมาตรการ TZD โดยการขยายผลไปในวงกว้างและเชิงลึก รวมถึงการสร้างความต่อเนื่องและยั่งยืนในการทำงาน นอกจากนี้ การพัฒนานวัตกรรมการเงินยังเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-de5a59"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/คุณศิรี-จงดี.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณศิรี จงดี</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณศิรี จงดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</strong> กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของปัจจัยที่ทำให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา การนำเด็กและเยาวชนเหล่านี้กลับเข้าสู่การเรียนรู้จึงจำเป็นต้องใช้มาตรการที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละกรณี <strong>การดึงภาคธุรกิจเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ ‘นวัตกรรมการเงิน’ (Innovative Finance) ถือเป็นแนวทางที่สำคัญ โดยเป็นกลไกที่สามารถระดมเงินทุนได้จากผู้ที่สนใจลงทุนในด้านการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังช่วยสนับสนุนให้เกิดการสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ ในการพัฒนาเครื่องมือและวิธีการต่าง ๆ รวมถึงการเป็นต้นแบบในการทำงานที่สามารถดึงดูดผู้ร่วมลงทุนรายใหม่ ๆ ให้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนงานมากขึ้น</strong></p>



<p>“สำหรับเด็กเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษาซึ่งถูกค้นพบโดยคณะกรรมการ TDZ ในแต่ละจังหวัด จะเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยาด้วยกระบวนการเฉพาะเป็นรายกรณี (Case Management System) เพื่อสำรวจว่าแต่ละคนมีปัจจัยใดที่ทำให้หลุดจากระบบ เช่น ฐานะทางเศรษฐกิจ สุขภาพ ปัญหาครอบครัว หรือความจำเป็นอื่น ๆ จากนั้นจึงไปถึงทางเลือกว่าเด็กสนใจและถนัดอะไร อยากเรียนต่อหรือประกอบอาชีพแบบไหน ซึ่งตรงนี้หากใครพร้อมกลับเข้าเรียนในระบบก็สามารถส่งต่อไปที่สถานศึกษาได้ทันที ส่วนคนที่ไม่พร้อมเรียนในโรงเรียน จะมีการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นรองรับ เช่น การฝึกอบรมอาชีพ การเรียนได้ในทุกที่ทุกเวลา หรือการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ซึ่งจะเป็นการเรียนผ่านศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 หรือโรงเรียนมือถือ (Mobile School) ซึ่งคณะทำงาน TZD กำลังร่วมกันผลักดันให้เกิดระบบเทียบโอนหน่วยกิต (Credit Bank) ตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลาง นอกจากนี้ยังมีการจัดการศึกษาแบบ 1 โรงเรียน 3 รูปแบบ ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ที่เปิดกว้างให้สถานศึกษาจัดการศึกษาได้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย โดยหลักสำคัญคือการออกแบบหลักสูตรจากภารกิจและกิจวัตรในชีวิตประจำวัน เพื่อเพิ่มโอกาสเรียนรู้ ได้รับวุฒิการศึกษา ซึ่งจะต่อยอดถึงการเข้าสู่เส้นทางประกอบอาชีพที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในระยะยาว”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-5ecaf3"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-04.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a11ab6"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0116_Partnership-Model-03.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กสศ.</strong> กล่าวต่อไปว่าการระดมความเห็นโดยภาคเอกชนในกิจกรรมครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2567 ได้ทำให้เกิดแนวโน้มความร่วมมือที่ Amazon ตั้งใจจะจัดอบรมให้เยาวชนที่สนใจในหลักสูตร barista ก่อนจะออกใบรับรองการทำงานและส่งต่อไปเรียนรู้งานในเครือข่ายสถานประกอบการ รวมถึงยังมีความร่วมมือจากกลุ่มเซ็นทรัล ที่พร้อมเปิดพื้นที่รองรับเยาวชนผู้ผ่านหลักสูตรเข้าร่วมงาน&nbsp;</p>



<p><strong>“ด้วยทรัพยากรและความเชี่ยวชาญ ความร่วมมือของภาคธุรกิจเอกชนจึงไม่จำกัดอยู่แค่การสนับสนุนเงินทุน หากยังเป็นได้ทั้ง ‘ข้อเชื่อมต่อ’ และเป็น ‘พื้นที่จ้างงาน’ อันแสดงให้เห็นถึงการพัฒนานวัตกรรมการเงินที่หลากหลาย</strong> โดยในก้าวเดินต่อไปของการทำงาน TZD จำเป็นต้องมุ่งเน้นการสร้างโมเดลพัฒนาทักษะเยาวชนช่วงวัย 15-24 ปี เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงาน ดังนั้นบทบาทที่ภาคธุรกิจเอกชนทำได้ จึงเป็นเรื่องการเปิดพื้นที่ฝึกงาน ฝึกทักษะ เชื่อมต่อสู่สถานประกอบการ ที่จะทำให้เด็กเยาวชนที่เข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้น และที่สำคัญคือเมื่อเป็นองค์กรธุรกิจเอกชนเข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตร ก็จะทำให้เกิดการยอมรับในด้านคุณภาพการเรียนรู้จากตลาดแรงงาน ซึ่งเท่ากับเพิ่มโอกาสการได้งานทำและการเติบโตบนเส้นทางอาชีพมากขึ้นตามไปด้วย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-99dcc2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/คุณสุธีตา-ชุณหรัศมิ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">(ซ้าย) คุณสุธีตา ชุณหรัศมิ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณสุธีตา ชุณหรัศมิ์ ผู้อำนวยการโครงการด้านการศึกษาและพัฒนาเยาวชน มูลนิธิยุวพัฒน์ </strong>กล่าวว่า ทุกปีจะมีเด็กเยาวชนช่วงชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลายราว 5,500 คน รับทุนจากมูลนิธิยุวพัฒน์ โดยเป็นทุนที่ให้ต่อเนื่องจากชั้น ม.1 ถึง ม.6 หรือ ปวช. <strong>บทเรียนจากการทำงานบอกว่าการสนับสนุนการศึกษาไม่อาจทำได้เพียงการให้ทุน แต่ต้องมีระบบดูแลประคับประคองไม่ให้เด็กหลุดออกไประหว่างเส้นทาง</strong>&nbsp;</p>



<p>“เราค้นพบว่านอกจากทุนที่เป็นตัวเงิน การดูแลสุขภาวะใจก็สำคัญเท่า ๆ กัน ทางมูลนิธิจึงมีทีมที่ปรึกษาทั้งภายใน และการดูแลเฉพาะทางจากผู้เชี่ยวชาญภายนอก ปัจจัยหนึ่งคือการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กอย่างต่อเนื่อง และต้องสื่อสารความเข้าใจกับผู้ปกครอง นอกจากนี้ต้องส่งเสริมให้เกิดแนวทางการเรียนและทำงานไปพร้อมกัน เนื่องจากเด็กบางคนพอจบ ม.3 ผู้ปกครองจะอยากให้ออกไปทำงานเต็มตัว ซึ่งจากเวิร์กช็อปครั้งแรก ยุวพัฒน์ได้คุยกับอเมซอนว่าจะลองทำโมเดลร่วมกัน เริ่มจากในเขต กทม. และปริมณฑล ก่อนขยายไปยังพื้นที่อื่น ๆ เพื่อให้เป็นช่องทางหนึ่งที่เด็กจะไปต่อได้ในการเรียนโดยไม่เสียโอกาสที่จะมีรายได้”</p>



<p>คุณสุธีตา กล่าวว่าการจัดการศึกษา 1 โรงเรียน 3 รูปแบบที่ กสศ. นำเสนอ เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นที่น่าสนใจ และเหมาะสมสำหรับการทำงานกับเด็กเยาวชนซึ่งรับทุนจากมูลนิธิ โดยจากนี้จะนำข้อมูลเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแนะแนวการศึกษา เพื่อให้เด็กทราบว่าแม้ต้องประกอบอาชีพหารายได้ หรือมีความจำเป็นใดก็ตาม ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องหันหลังให้การศึกษาอย่างถาวร ด้วยยังมีการจัดการศึกษาในรูปแบบอื่น ๆ รองรับอยู่ “เพราะต้องไม่ลืมว่าเด็กจำนวนมากไม่ได้มีข้อมูลเหล่านี้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่เราที่ต้องพยายามชี้แนะและช่วยทุกวิถีทาง เพื่อให้เด็กสามารถเรียนจนจบและเชื่อมต่อไปถึงการศึกษาระดับสูงได้”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-4c6026"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/สุธาสีนี-ศุภศิริสินธุ์.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณสุธาสีนี ศุภศิริสินธุ์</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>คุณสุธาสีนี ศุภศิริสินธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัล </strong> กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลได้สนับสนุนการศึกษาผ่านโครงการ Partnership School Project ซึ่งมุ่งเน้นการช่วยเหลือเด็กกลุ่มเสี่ยงให้สามารถอยู่ในระบบการศึกษา โดยเฉพาะในโรงเรียนขยายโอกาส โครงการนี้สามารถขยายผลไปในหลายพื้นที่เนื่องจากกลุ่มเซ็นทรัลมีศูนย์ตั้งอยู่ในกว่า 40 จังหวัดทั่วประเทศ แม้ว่าจะช่วยให้เด็กสามารถจบการศึกษาภาคบังคับได้แล้ว แต่โครงการยังคงมองหาช่องทางในการส่งต่อเด็กหลังจบชั้น ม.3 จึงได้เริ่มเชื่อมโยงการทำงานกับสถาบันอาชีวศึกษาในฐานะ ‘พี่เลี้ยงหลักสูตร’ เพื่อให้เด็กมีเส้นทางการศึกษาต่อเนื่องที่สามารถพาพวกเขาไปสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่างแท้จริง“เมื่อมีผู้เชี่ยวชาญหลักสูตรมาช่วย เราสามารถแน่ใจได้ว่าเด็กจะมีกระบวนการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ได้รับวุฒิการศึกษาที่ตรงตามมาตรฐาน ที่สำคัญคือการแนะแนวทางอาชีพโดยสถาบันอาชีวศึกษาจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และสื่อสารความเข้าใจให้เด็กได้ตั้งแต่ ม.ต้น ว่าการเรียนสายวิชาชีพมีสาขาใดบ้าง เรียนแล้วจะไปประกอบอาชีพอะไร แล้วจะเติบโตไปในเส้นทางไหนได้บ้าง ซึ่งเป็นการ ‘ขยายความหมายการเรียนรู้หรือการศึกษาในภาพใหญ่’ ที่เรายังถ่ายทอดไปถึงเด็กได้ไม่เพียงพอ ทั้งที่<strong>ข้อเท็จจริงคือเรามีแหล่งความรู้อยู่แล้ว แต่การทำให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนกับสถาบันการศึกษาสายอาชีพต่าง ๆ ซึ่งมีอยู่แล้วในหลายพื้นที่ ยังเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้น </strong>และนอกจากนี้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจะช่วยต่อยอดเรื่องการหารายได้ระหว่างเรียน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยจุดประกายให้เด็กเห็นคุณค่าของการเรียนรู้และการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ในทางกลับกันถึงเราหาเด็กจนพบ แต่หากไม่มีวิธีที่เหมาะสมในการดึงไปสู่การเรียนรู้ โอกาสที่เด็กจะหลุดออกไปอีกครั้งก็ยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-111452"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/ดร.ลฎาภา-มอร์เตโร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.ลฎาภา มอร์เตโร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ดร.ลฎาภา มอร์เตโร ครูใหญ่ศูนย์การเรียน บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) </strong>ได้เสนอรูปแบบการทำงานของ เอส แอนด์ พี ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลการพัฒนานวัตกรรมการเงินที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมาแล้ว 16 ปี โดยเอส แอนด์ พี ได้ตั้งศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 เป็นสถานศึกษาในสถานประกอบการที่จัดการศึกษาระดับ ปวช. สาขาอาหาร โภชนาการ และธุรกิจค้าปลีก เพื่อครอบคลุมการดูแลทั้งพนักงาน นักเรียนนักศึกษาฝึกงาน ตลอดจนกลุ่มเยาวชนที่ขาดแคลนโอกาสจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในช่วงชั้น ม.3 เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ทักษะอาชีพอย่างจริงจัง โดยเน้นการสร้างบุคลากรที่ต้นน้ำ ตั้งแต่การให้โอกาสการเรียนรู้จนถึงการได้รับวุฒิการศึกษาและต่อเนื่องไปจนถึงการรับเข้าทำงาน ซึ่งเป็นแนวทางที่มุ่งสร้างการพัฒนาอาชีพและโอกาสทางการศึกษาที่ยั่งยืน</p>



<p>“เรามองว่าความสำคัญของการเรียนรู้คือต้องมีเส้นทางที่ต่อเนื่อง และสิ่งที่เรียนจะต้องเชื่อมต่อกับการศึกษาในระบบหลักได้ รวมถึงผู้เรียนต้องมีทักษะและประสบการณ์ชีวิตเพื่อเอาตัวรอดในสังคม ดังนั้นตั้งแต่ปีแรก ๆ เอส แอนด์ พี จึงออกแบบหลักสูตรร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษา เพื่อให้หลักสูตรสามารถการันตีวุฒิในการเรียนต่อ ปวส. หรือมหาวิทยาลัย <strong>ความสำคัญของการผลิตบุคลากรไม่ใช่แค่ให้เขาทำงานกับเราได้ แต่ต้องเป็นการเติมเต็มคนคนหนึ่งให้พร้อมทำงานได้ทุกที่ </strong>ศูนย์การเรียน เอส แอนด์ พี จึงเป็นสถาบันที่เน้นให้ผู้เรียนเติบโตได้ในสายอาชีพ เป็นโรงเรียนในโรงงานที่เตรียมพร้อมตั้งแต่ต้นทาง ที่จะผลิตคนที่พร้อมเติบโต ทำงานเป็น มีความรู้ สามารถประกอบอาชีพอิสระหรือมีกิจการของตัวเอง และสามารถปรับตัวกับทุกความเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต”&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-090125/">วิจัย กสศ. ร่วมมือภาคเอกชน ขับเคลื่อน “Partnership Model” พัฒนานวัตกรรมการเงินเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษายืดหยุ่น ทำให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น : ‘นิว’ เยาวชนที่ใช้โอกาสทางการศึกษา สร้างโอกาสชีวิตใหม่ “พอได้กลับมาเรียนอีกครั้ง ก็คิดทันทีว่าจะไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ ผ่านไป ยังไงก็ต้องคว้าวุฒิมาให้ได้”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-161224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 17 Dec 2024 09:41:53 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=88891</guid>

					<description><![CDATA[<p>“การเรียนเปลี่ยนชีวิตยังไง&#8230; ตอบเร็ว ๆ คือเรามีควา [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-161224/">การศึกษายืดหยุ่น ทำให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น : ‘นิว’ เยาวชนที่ใช้โอกาสทางการศึกษา สร้างโอกาสชีวิตใหม่ “พอได้กลับมาเรียนอีกครั้ง ก็คิดทันทีว่าจะไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ ผ่านไป ยังไงก็ต้องคว้าวุฒิมาให้ได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>“การเรียนเปลี่ยนชีวิตยังไง&#8230; ตอบเร็ว ๆ คือเรามีความสุข ดีใจที่ได้กลับมาเรียน และทำได้ดีด้วย อย่างเมื่อก่อนไม่เคยมีโอกาสแบบนี้ ตอนนั้นเรารู้สึกไม่มีพื้นที่ ไม่ได้รับการยอมรับ ไม่เข้าพวกกับใครเลย แต่การเรียนรูปแบบนี้ทำให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น อยากทำให้ดีขึ้น เพื่อจะได้เอาวุฒิการศึกษาไปเรียนต่อในทางที่เหมาะกับเรา”</p>



<p><strong>‘น้องนิว’</strong> เยาวชนวัย 15 ปี เพิ่งรับวุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ พูดถึง ‘จุดเปลี่ยน’ ในวันสำเร็จการศึกษา ว่าการได้กลับสู้เส้นทางเรียนรู้อีกครั้ง สำคัญต่อชีวิตของเธอเพียงใด ก่อนเท้าความย้อนไปในช่วงวัยอายุพ้นสิบขวบปีไม่เท่าไหร่ ที่เธอต้องเผชิญอุปสรรคกับการปรับตัวเข้ากับสังคมและสภาพแวดล้อมในโรงเรียน และหาทางออกไม่พบ</p>



<p>“ตอนอยู่ในบรรยากาศโรงเรียน เราเคยรู้สึกว่าไม่เชื่อมต่อกับอะไรเลย โดยเฉพาะสังคมเพื่อน ๆ คือเท่าที่จำได้มันมีช่วงหนึ่งที่เราพยายาม แต่ก็ไม่ดีขึ้น ยิ่งตอนครูสอนในห้อง เราไม่รู้ว่าเขาไม่ได้มองเห็นนักเรียนทุกคนทั่วถึง หรือเป็นตัวเราเองที่ทำยังไงก็เข้าไปไม่ถึงครูเอง จึงไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขา มันยิ่งทำให้เราท้อ กลายเป็นว่าถึงจุดหนึ่งเราก็ไม่สนใจการเรียน &#8230;แล้วทีนี้พอยิ่งไม่ตั้งใจเรียน ผลการเรียนไม่ดี ก็ยิ่งรู้สึกไม่มีใครมองเห็นเข้าไปอีก เราก็เริ่มเกเร ไม่อยากไปโรงเรียนแล้ว”นิวไล่ ‘ต้นสาย’ ที่พามาถึง ‘ปลายเหตุ’ ซึ่งพาเธอมาใช้เวลาอยู่ที่ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี อันเป็นพื้นที่ที่ทำให้ได้ใคร่ครวญอีกครั้ง ว่าแท้จริงแล้ว <strong>‘เธอไม่เคยไม่อยากเรียนหนังสือ’</strong></p>



<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“วันที่รู้ว่าเราจะได้เรียน ดีใจมาก ตอนนั้นได้คุยกับตัวเองว่าจริง ๆ เราอยากเรียนมาตลอด เราอยากมีอนาคต อยากเรียนให้สูง อยากมีงานทำมั่นคง เพราะเราเห็นตัวอย่างจากครอบครัวตัวเอง ว่าถ้าไม่มีวุฒิการศึกษา ไม่มีความรู้ ไม่มีทักษะ ไม่มีประสบการณ์อะไร ทางเลือกในชีวิตจะแทบไม่มีเลย แล้วถึงจะมาใฝ่เรียนเอาตอนที่อายุมากแล้ว มันก็ยากอยู่ดีที่จะมีโอกาสมารองรับ ดังนั้นพอรู้ว่าเราจะได้เรียนอีกครั้ง ก็คิดทันทีว่าจะไม่ปล่อยโอกาสดี ๆ ผ่านไป ยังไงก็ต้องคว้าวุฒิ ม.3 มาให้ได้”</p>
</blockquote>



<p></p>



<p>จนวันนี้ที่ทำได้สมดังเป้าหมายที่ตั้งไว้ นิวถือใบประกาศนียบัตรไว้ในมือ ก้าวขึ้นเวทีเป็นตัวแทนเพื่อน ๆ กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมจัดการศึกษาซึ่งสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดไปถึงเยาวชนทุกคน พร้อมเผยแผนชีวิตในขั้นตอนต่อไป ว่า <strong>“<em>เคยกังวลอยู่บ้างว่าหลังจากนี้ สภาพแวดล้อมที่ต้องเจออาจพาเรากลับไปอยู่ ณ จุดเดิมเมื่อไหร่ก็ได้ นั่นทำให้เราต้องมีเครื่องมือคือความรู้ มีตัวช่วยคือวุฒิการศึกษา ที่จะเป็นเหมือนฐานให้เหยียบขึ้นไปถึงอนาคตที่ดีกว่า จากนี้เราจึงวางแผนว่าจะเรียนต่อให้ได้วุฒิ ม.ปลาย</em></strong> <strong><em>ซึ่งจะเรียนผ่านศูนย์การเรียนเหมือนเดิม เพราะคิดแล้วว่าเหมาะกับเรามากกว่า</em></strong> การเรียนแบบนี้ทำให้เรารู้สึกเต็มที่ มีสมาธิและไม่กังวลกับอะไรเลย ทุกวันที่มาเรียนเราเกิดความคิดดี ๆ ใหม่ ๆ ซึ่งมันเป็นแรงผลักให้อยากรู้อยากเรียน อยากศึกษาต่อให้สูงยิ่งขึ้น</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-a8de0e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1211_Quote-282_PHOTO1.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“สำหรับตัวเราที่มีปัญหาเรื่องการปรับตัว เราได้ประโยชน์จากการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับความแตกต่างไม่เหมือนกันของแต่ละคน มีพื้นที่สำหรับเด็กกลุ่มหนึ่งที่อาจรู้สึกแปลกแยกเมื่ออยู่ที่โรงเรียน มีการเรียนรู้ที่ผ่อนกฎระเบียบบางอย่างเพื่อให้เด็กเข้าถึงโอกาสง่ายขึ้น และสำคัญมาก ๆ คือมีครูที่พร้อมเอาใจใส่เราทุกคนโดยไม่ตัดสิน เพราะสำหรับพวกเราแล้ว ในเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือ เราอยากให้ครูเป็นคนคนนั้น อาจไม่ถึงกับต้องจับมือพาไป แต่ขอแค่คอยฉุดไว้ในเวลาที่ไม่รู้จะหันไปขอความช่วยเหลือจากตรงไหน เพื่อให้เราพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้า สามารภผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ได้โดยไม่หลงไปทางอื่น”&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>เรื่องราวของ ‘น้องนิว’ เยาวชนอีกคนหนึ่งจาก ศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชนเขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี ที่สะท้อนว่า ณ วันนี้การศึกษาที่ยืดหยุ่น มีทางเลือก และตอบโจทย์ชีวิต กำลังเป็นหนึ่งทางออกเพื่อก้าวพ้นจากข้อจำกัดต่าง ๆ ในระบบการศึกษา และสามารถส่งต่อโอกาสการเรียนรู้ ให้ไปถึงเด็กเยาวชนทุกคนได้อย่างเหมาะสมตามบริบทชีวิต&nbsp;&nbsp;</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-161224/">การศึกษายืดหยุ่น ทำให้รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น : ‘นิว’ เยาวชนที่ใช้โอกาสทางการศึกษา สร้างโอกาสชีวิตใหม่ “พอได้กลับมาเรียนอีกครั้ง ก็คิดทันทีว่าจะไม่ปล่อยให้โอกาสดี ๆ ผ่านไป ยังไงก็ต้องคว้าวุฒิมาให้ได้”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>17 จังหวัด เดินหน้า Thailand Zero Dropout ร่วมกับ กสศ. ตั้งเป้าใช้ ‘การศึกษาที่ยืดหยุ่น’ รองรับเด็กทุกคน เข้าถึงโอกาสการเรียนรู้</title>
		<link>https://www.eef.or.th/news-041224/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Dec 2024 08:16:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[All About EEF]]></category>
		<category><![CDATA[เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับเด็กและเยาวชนและการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำระดับพื้นที่]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Zero Dropout]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=88626</guid>

					<description><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)จัด ‘เวทีแลกเปล [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-041224/">17 จังหวัด เดินหน้า Thailand Zero Dropout ร่วมกับ กสศ. ตั้งเป้าใช้ ‘การศึกษาที่ยืดหยุ่น’ รองรับเด็กทุกคน เข้าถึงโอกาสการเรียนรู้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)จัด <strong>‘เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นเพื่อรองรับเด็กและเยาวชนและการสร้างการมีส่วนร่วมเพื่อนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำระดับพื้นที่’</strong> เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยเชิญภาคีเครือข่ายขับเคลื่อน<strong>โครงการการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ</strong> และ<strong> 17 จังหวัดนำร่องขับเคลื่อนงาน Thailand Zero Dropout </strong>พร้อมหน่วยงานภาคนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นอาทิ สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ศูนย์การเรียน CYF ศูนย์การเรียนปัญญากัลป์ สมาคมศูนย์การเรียนรู้ ผู้แทนมูลนิธิเคเอฟซีประเทศไทย และหน่วยพัฒนาอาชีพโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน กสศ.</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-0f59e4"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/1204_เดินหน้า-17-จังหวัด-Thailand-Zero-Dropout.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>เวทีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 มีเป้าหมายเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนเกี่ยวกับสาเหตุ ปัญหาอุปสรรค และข้อจำกัดที่ทำให้เด็กและเยาวชนหลุดจากระบบการศึกษา โดยเฉพาะกรณีที่การศึกษาในระบบอาจไม่ตอบโจทย์กับบริบทของชีวิต ซึ่งจำเป็นต้องทำความเข้าใจ และใช้เครือข่ายภาคีทุกระดับในการออกแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นสอดรับกับชีวิตของผู้เรียน</p>



<p><strong>ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ระดับชาติ (Thailand Zero Dropout)</strong> และ <strong>ประธานอนุกรรมการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและพัฒนาเยาวชนและแรงงานนอกระบบ </strong>กล่าวว่า ณ วันนี้การทำงานของ กสศ. และภาคีเครือข่าย กำลังเดินหน้าสู่การผลักดันข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อภาคนโยบาย โดยทั้งหมดนี้เป็นไปได้ด้วยความร่วมมือจากท้องถิ่น ท้องที่ สื่อมวลชน สมัชชาการศึกษาจังหวัด มหาวิทยาลัยในพื้นที่ รวมถึงหน่วยงานและคนตัวเล็ก ๆ ที่ช่วยกันขับเคลื่อนเรื่องการจัดการศึกษาเชิงพื้นที่ อย่างไรก็ตามเส้นทางของเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในวันนี้ ต้องมองถึงการจัดการศึกษาเพื่อนำไปสู่การมีอาชีพมีงานทำ โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้หน่วยงานด้านการศึกษาที่มีอยู่ สามารถทำงานบูรณาการเชื่อมต่อกันได้ โดยเฉพาะหน่วยงานขนาดเล็กที่เป็นแหล่งเรียนรู้ ซึ่งเป็นหนึ่งทางเลือกของการพาเด็กเยาวชนในพื้นที่ที่ขาดโอกาส ให้เข้าสู่เส้นทางประกอบอาชีพมีงานทำ พร้อมพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กให้มีบทบาทรองรับการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นสำหรับเด็กเยาวชนทุกคนทุกกลุ่ม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-940a48"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/ดร.กฤษณพงศ์-กีรติกร.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“โรงเรียนขนาดเล็กในสังกัด สพฐ.หลายแห่งกำลังจะปิดลงเพราะมีจำนวนเด็กเข้าเรียนน้อย ดังนั้นถ้าสามารถนำเอาหน่วยจัดองค์ความรู้เข้ามามีส่วนร่วม เช่น สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) สำนักงานแรงงานจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อุตสาหกรรมจังหวัด และปรับรูปแบบการเรียนรู้ให้สอดรับกับบริบทผู้เรียนยิ่งขึ้น ไม่ว่า <strong><em>‘การเรียนทางไกล’</em></strong> หรือการสร้าง <strong><em>‘ระบบโรงเรียนเครือข่าย’</em></strong> เพื่อให้โรงเรียนขนาดเล็กที่กระจายอยู่ทั่วประเทศนับพันแห่งมีบทบาทที่ชัดเจน และเป็นทางเลือกของการเรียนรู้ที่มีนวัตกรรมการจัดการศึกษาใหม่ ๆ รองรับเด็กเยาวชนผู้ขาดแคลนโอกาส ที่สำคัญคือการเกิดขึ้นของรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น ซึ่งเอาโจทย์ชีวิตของผู้เรียนเป็นตัวตั้งและให้รูปแบบการศึกษาเป็นตัวตาม จะทำให้การศึกษาสามารถไปสู่ความหมายที่แท้จริง คือเป็นการพาผู้เรียนไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำ ดูแลตนเองได้ ในที่สุด” ดร.กฤษณพงศ์ กล่าว</p>



<p><strong>คุณนิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ.</strong> กล่าวถึงนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ว่าให้ความสำคัญกับมาตรการ Thailand Zero Dropout โดยเชื่อว่า <strong><em>‘การจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่น’</em></strong> หรือ Flexible learning จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาเด็กนอกระบบ โดย สพฐ. มีแนวทางที่จะขยายต้นแบบนวัตกรรมการศึกษา <strong><em>‘1 โรงเรียน 3 รูปแบบ’</em></strong> ไปทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการเรียนรู้ เก็บตกเด็กกลุ่มเสี่ยงหลุด และกลุ่มที่หลุดออกจากระบบการศึกษาไปแล้ว ให้มีช่องทางเรียนรู้ที่เหมาะสม</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-74217c"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/คุณนิยม-ไผ่โสภา.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">คุณนิยม ไผ่โสภา</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>“จากการศึกษายุคก่อนที่คําว่า ‘เรียน’ มีความหมายเท่ากับ ‘ห้องเรียนสี่เหลี่ยม’ โดยผู้เรียนคือเด็ก คนสอนคือครู ใช้วิธีเขียนตามคำบอก ลอกตามกระดาน ซึ่งครูมีความรู้แค่ไหนก็ให้ศิษย์ได้แค่นั้น แต่วันนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว เรามีเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา มีองค์ความรู้ที่เก็บเกี่ยวได้จากหลากหลายช่องทาง รวมถึงมีนวัตกรรมการศึกษาที่พร้อมรองรับโจทย์ข้อจำกัดต่าง ๆ ของผู้เรียน ซึ่งสำหรับ สพฐ. เราพร้อมจะเดินหน้าผลักดันเรื่องการศึกษาที่ยืดหยุ่น เพื่อให้รูปแบบการศึกษามีความหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมไปสู่เป้าหมาย Thailand Zero Dropout ที่ยั่งยืน” คุณนิยม กล่าว</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2c00ee"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/12/ศ.ดร.สมพงษ์-จิตระดับ.jpg" alt=""/></div><figcaption class="qubely-image-caption">ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ</figcaption></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ด้าน <strong>ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ที่ปรึกษากรรมการบริหาร กสศ.</strong> กล่าวว่า การทำงานกับเยาวชนกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะที่อยู่นอกระบบการศึกษา ต้องไม่ลืมทำความเข้าใจเรื่องปัญหาที่ซับซ้อนอยู่ในตัวเด็กหนึ่งคน ฉะนั้นเราไม่อาจแก้ปัญหาได้โดยนำเด็กเข้าสู่การเรียนเท่านั้น แต่ต้องมองถึงนิเวศการเรียนรู้ ทั้งครอบครัว ชุมชน โรงเรียน และสังคมที่อยู่รอบตัวเด็ก เพราะหากพยายามดันเด็กกลับสู่ระบบโดยไม่ให้ความสำคัญต่อตัวแปรเหล่านี้ ท้ายที่สุดเมื่อเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาไปแล้ว ก็มีแนวโน้มสูงว่าอาจหลุดซ้ำกลับออกมาได้ตลอดเวลา เนื่องจากปัญหาแท้จริงยังไม่ถูกปลดล็อก</p>



<p>“การศึกษาที่ยืดหยุ่นจึงเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการ Thailand Zero Dropout ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และเวทีครั้งนี้ยิ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการรวมพลังของหน่วยงานผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นจากทั่วประเทศ มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิธีการ แนวทางการทำงานจากแต่ละตัวแบบ และแต่ละจังหวัด ซึ่งมีบริบทและโจทย์ที่แตกต่างกัน อันจะเป็นก้าวสำคัญในการนำพาเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา ให้กลับสู่เส้นทางเรียนรู้ การมีอาชีพ มีงานทำ และเป็นการเดินหน้างาน Thailand Zero Dropout ที่จะมุ่งลดเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้เป็นศูนย์ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้”</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/news-041224/">17 จังหวัด เดินหน้า Thailand Zero Dropout ร่วมกับ กสศ. ตั้งเป้าใช้ ‘การศึกษาที่ยืดหยุ่น’ รองรับเด็กทุกคน เข้าถึงโอกาสการเรียนรู้</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“ปีกับสองเดือนแล้วครับกับงานที่นี่ สำหรับผมทุกวันคือสนุกมาก” : วรพงษ์ ไชยกันธ์</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-031224-4/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 08:37:37 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=88608</guid>

					<description><![CDATA[<p>“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำงานได้ ยิ่งเราขาดพร่องอย่างนี้ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031224-4/">“ปีกับสองเดือนแล้วครับกับงานที่นี่ สำหรับผมทุกวันคือสนุกมาก” : วรพงษ์ ไชยกันธ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำงานได้ ยิ่งเราขาดพร่องอย่างนี้ยิ่งรู้สึกเป็นเรื่องยากว่าจะไปสู้คนอื่น ๆ ยังไง แต่วันนี้ผมมาถึงจุดที่เรียนจบและทำงานได้ปีกว่าแล้ว ถึงรู้ว่าถ้าได้รับโอกาสที่เหมาะสมแล้วมีความมุ่งมั่นพอ &#8230;แค่นี้เราก็จะทำอะไรได้ทั้งนั้น”</p>
</blockquote>



<p><strong>‘เต้ย’ วรพงษ์ ไชยกันธ์ </strong>สำเร็จการศึกษาชั้น ปวส. จากวิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล โดยทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ กสศ. ปัจจุบันทำงานที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงใหม่ ผู้เคยสงสัยตัวเองว่าอาจไม่มีความสามารถพอที่จะทำงานร่วมกับคนปกติได้ เพราะเขาเป็นผู้บกพร่องทางสายตา ซึ่งความรู้สึกนี้คือสิ่งที่คอยกัดกินใจของเต้ยตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน</p>



<p><strong>“ผมมองไม่เห็นเหมือนคนอื่น เลยคิดอยู่ตลอดว่าจะเรียนไปได้ถึงแค่ไหน แล้วเรียนจบมาแล้วจะเอาวิชาความรู้ไปใช้ทำอะไรได้ แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไปตั้งแต่ผมเข้าเรียนที่วิทยาลัย เพราะผมได้เจอครูที่เข้าใจและใส่ใจ ที่สำคัญคือได้เจอเพื่อนที่ขาดพร่องบางอย่างเหมือนกับเรา หรือบางคนเขาต้องพยายามกว่าเราเป็นสองสามเท่า แต่เขาก็ยังสู้ ยังตั้งใจเรียนเพื่อจะเอาไปต่อยอดประกอบอาชีพให้ได้ ตอนนั้นเองที่ผมกลับมามีกำลังใจอีกครั้ง”</strong> เต้ยย้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขาพาชีวิตมาถึงตรงนี้</p>



<p>สองปีที่วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ เต้ยบอกว่าโดยไม่รู้ตัว เขาค่อย ๆ สลัดภาพเด็กขี้อายไม่กล้าสื่อสารกับคนอื่น จนค่อย ๆ ทรานส์ฟอร์มเป็น ‘เต้ย’ ในนิวเวอร์ชันที่พร้อมรู้จักเพื่อนใหม่ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ ค่อย ๆ สั่งสมความรู้และพัฒนาตัวเองในทักษะด้านคอมพิวเตอร์ที่เขาสนใจ จนสามารถส่งงานประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศกลับมา</p>



<p>“ตอนปีหนึ่งผมทำสิ่งประดิษฐ์เป็นชุดปลูกผักไฮโดรโปนิกส์แบบปรับระดับน้ำได้ แล้วได้แรงเชียร์จากอาจารย์ให้ลองส่งเข้าประกวดในงานของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ผลปรากฏว่าเราได้รางวัลชนะเลิศ ตอนนั้นผมดีใจมาก ดีใจจนไม่รู้จะพูดยังไง คือในงานเราต้องพรีเซนท์งานด้วย แล้วสำหรับคนไม่กล้าพูดกล้าคุยอย่างผม การไปอยู่บนเวทีใหญ่แล้วได้นำเสนอผลงานของตัวเองมันเป็นเรื่องที่เหนือจะคาดมาก ๆ แล้ว ยิ่งพอประกาศรางวัลมาเป็นชื่อเรา มันยิ่งเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่า ซึ่งเหตุการณ์นั้นคืออีกวันหนึ่งที่เปลี่ยนผมให้มั่นใจขึ้น จนต่อยอดมาถึงการทำงานในวันนี้”</p>



<p>เต้ยบอกว่างานที่สำนักงานเหล่ากาชาดคือชีวิต ณ ปัจจุบันของเขา กับตำแหน่งธุรการที่ต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านประชาสัมพันธ์สื่อสารองค์กรผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล รวมไปถึงงานออกแบบป้ายกิจกรรมต่าง ๆ</p>



<p>“ปีกับสองเดือนแล้วครับกับงานที่นี่ สำหรับผมทุกวันคือสนุกมาก ชอบตรงที่เรามีโอกาสได้ลองงานเกือบทุกอย่าง บรรยากาศที่ทำงานก็ดี ที่ภูมิใจทุกครั้งคือเวลาทำงานได้ดี เราจะรู้สึกยินดีกับตัวเองมาก ๆ ที่สามารถก้าวข้ามจุดที่เคยคิดว่าเราสู้คนอื่นไม่ได้สำเร็จแล้ว”</p>



<p>เจ้าหน้าที่ธุรการสำนักงานเหล่ากาชาดเชียงใหม่บอกว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญต่อมนุษย์คนหนึ่งคือโอกาส เพราะการที่ใครสักคนจะอยู่กับงานสักอย่างจนเชี่ยวชาญได้ เขาต้องได้ศึกษาค้นคว้า และต้องได้ลงมือทำ การปฏิบัตินี้เองที่ผมว่าเป็นหัวใจของการเอาชนะทุกสิ่งที่ยาก แล้วต้องได้ลองทำซ้ำ ๆ จนกว่าจะทำได้ เพราะ <strong>ณ จุดเริ่มต้นผมเชื่อว่าทุกคนจะผิดพลาดมากกว่าสำเร็จ แต่ถ้าได้ทำต่อไปเรื่อย ๆ ผลของมันจะค่อย ๆ ดีขึ้น แล้วนี่เองเป็นสิ่งที่ผมอยากบอก ว่าถ้าวันนั้นอาจารย์ไม่ให้โอกาส หรือถ้าเพื่อนร่วมงานไม่ไว้ใจ ผมคงไม่ได้ลองทำหลาย ๆ สิ่ง แล้วก็จะไม่มีวันพัฒนาตัวเองได้อย่างนี้” &nbsp; </strong>&nbsp;&nbsp;</p>



<p><strong>‘เต้ย’ วรพงษ์ ไชยกันธ์ คือหนึ่งบุคคลที่พิสูจน์ว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ที่ กสศ. ร่วมมือกับภาคีสถาบันการศึกษาสายอาชีพ และสถานประกอบการที่ให้ความสำคัญกับทุกศักยภาพของเด็กและเยาวชน สามารถสร้าง ‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ ให้​กับเด็กเยาวชนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ (Special Needs) เข้าถึงโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ เปิดประตูสู่เส้นทางประกอบอาชีพ และค้นพบเส้นทางใหม่ ๆ ในชีวิต </strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“การศึกษาคือการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน”</strong></h3><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031224-4/">“ปีกับสองเดือนแล้วครับกับงานที่นี่ สำหรับผมทุกวันคือสนุกมาก” : วรพงษ์ ไชยกันธ์</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>“งานคือสิ่งที่เติมเต็มความภูมิใจของเรา คือสิ่งที่บอกว่าเราเองก็มีความสามารถ” : บุษยาภรณ์ ศรพร้อม</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-031224-3/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 08:27:20 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วิทยาลัยเทคโนโลยี พระมหาไถ่ พัทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง สำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[โอกาสทางการศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=88599</guid>

					<description><![CDATA[<p>“งานคือสิ่งที่เติมเต็มความภูมิใจของเรา คือสิ่งที่บอกว่า [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031224-3/">“งานคือสิ่งที่เติมเต็มความภูมิใจของเรา คือสิ่งที่บอกว่าเราเองก็มีความสามารถ” : บุษยาภรณ์ ศรพร้อม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<blockquote class="wp-block-quote">
<p>“งานคือสิ่งที่เติมเต็มความภูมิใจของเรา คือสิ่งที่บอกว่าเราเองก็มีความสามารถ ถ้าไม่มีโอกาสเรียน ก็ไม่รู้ว่าจะพาตัวเองมาถึงเส้นทางการทำงานได้ยังไง</p>
</blockquote>



<p><strong>‘แป้ง’ บุษยาภรณ์ ศรพร้อม </strong>ทำงานในตำแหน่ง SSVC STAFF ผู้มีหน้าที่ออกแบบ Dashboard ด้วยโปรแกรม Power BI และออกแบบงาน Art work รวมถึงงานตัดต่อวิดีโอของ บริษัท เคพีเอ็มจี ประเทศไทย บอกเล่าความภาคภูมิใจ เมื่อวันนี้เธอสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ร่ำเรียนจากวิทยาลัยเทคโนโลยี พระมหาไถ่ พัทยา ในสาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล โดยทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้มีความต้องการพิเศษ กสศ. มาต่อยอดสู่การทำงาน จนเป็นกำลังสำคัญให้คนรอบ ๆ ตัวเธอมีชีวิตที่ดีขึ้น</p>



<p>ถึงแม้ว่าแป้งจะมีอุปสรรคด้านการเคลื่อนไหวตั้งแต่เกิด แต่เธอคิดมาตลอดว่าถ้าได้เรียนหนังสือก็จะทำงานได้ แต่ที่ผ่านมาแป้งไม่เคยรู้ว่าโลกการทำงานหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหวจะทำให้โอกาสของเธอมีอยู่สักแค่ไหน จนได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยพระมหาไถ่ เธอก็เริ่มเห็นว่าที่นั่นมีทั้ง ‘โอกาส’ และ ‘ผู้ให้โอกาส’&nbsp;</p>



<p>“ที่วิทยาลัยทำให้เราได้เรียนรู้ว่ามีสถาบันการศึกษาที่เปิดรับผู้พิการ มีหลักสูตรและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ และไม่ใช่แค่เรียน แต่ยังสนับสนุนให้ต่อยอดไปถึงการทำงาน ซึ่งทางสายนั้นได้พาเราไปพบกับผู้จ้างงานที่ <strong>‘เขาสนใจว่าเราทำอะไรได้ มากกว่าจะมองแค่ข้อจำกัดของเรา’</strong> ซึ่งจาก ปวช. ถึง ปวส. คือ 5 ปีที่เราได้โอกาสเยอะมาก เราได้ความรู้ ได้ใช้เวลาหาประสบการณ์จนค่อย ๆ เห็นทางที่จะไป”</p>



<p>แป้งบอกว่าตอนเข้ามาทำงานใหม่ ๆ เธอมีความเครียดอยู่บ้าง เพราะเคพีเอ็มจีเป็นบริษัทที่ทุกคนมีความสามารถสูง แต่เมื่อได้กำลังใจจากเพื่อนร่วมงาน เธอก็ผ่านไปได้ โดยแป้งพยายามปลุกพลังตัวเอง ว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้เก็บเกี่ยวมาจากวิทยาลัยนั้น ไม่ได้ทำให้เธอต้องรู้สึกด้อยไปกว่าใคร ๆ</p>



<p>“เรารู้สึกโชคดีที่ได้แรงผลักดันจากคนรอบตัวเสมอ ทั้งอาจารย์ ครอบครัว เพื่อนที่สถาบัน และเพื่อนร่วมงาน ทุกครั้งที่มีปัญหาเราจึงผ่านพ้นมาได้ สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานมาเกือบหนึ่งปีเต็ม คือการได้ทำงานที่เคพีเอ็มจีคือโอกาสสำคัญที่เราจะได้เรียนรู้และเติบโตในสายงาน ส่วนสำหรับข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหวก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะบริษัทเปิดโอกาสให้ทำงานจากที่บ้านได้ ซึ่งสำหรับเราก็เต็มที่กับงานเสมอตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น”</p>



<p>เมื่อถามว่าเป้าหมายต่อไปคืออะไร แป้งบอกว่า “ตั้งใจจะทำงานที่รักต่อไปให้สนุกทุก ๆ วัน และจะพัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้น เพราะสำหรับเราแล้ว การได้ทำงานที่ถนัดคือโอกาสสำคัญของการเรียนรู้ แล้วเราดีใจที่งานทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปในทางที่ดี ได้มีเงินดูแลตัวเอง ดูแลพ่อแม่ได้”</p>



<p>ท้ายสุดเนื่องในโอกาส ‘วันคนพิการสากล’ แป้งอยากฝากถึงใครก็ตามที่กำลังต่อสู้ โดยรู้สึกว่าต้องเริ่มจากต้นทุนที่ไม่เท่าคนอื่น ว่า</p>



<p><strong>“ขอให้ค้นหาจุดเด่นในตัวเองให้พบ และอย่าตอกย้ำตัวเองว่าไม่มีอะไรดี เพราะคนทุกคนมีความสามารถ มีสิ่งดี ๆ ในตัวเอง ขอแค่หาให้เจอ และต้องต่อสู้เพื่อจะได้ทำมัน อย่ายอมแพ้ แล้วคุณจะได้พบโอกาส และจะพบเส้นทางให้เติบโตต่อไปได้”</strong></p>



<p><strong>‘แป้ง’ บุษยาภรณ์ ศรพร้อม คือหนึ่งบุคคลที่พิสูจน์ว่า ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูงสำหรับผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ ที่ กสศ. ร่วมมือกับภาคีสถาบันการศึกษาสายอาชีพ และสถานประกอบการที่ให้ความสำคัญกับทุกศักยภาพของเด็กและเยาวชน สามารถสร้าง ‘หลักประกันโอกาสทางการศึกษา’ ให้​กับเด็กเยาวชนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ (Special Needs) เข้าถึงโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ เปิดประตูสู่เส้นทางประกอบอาชีพ และค้นพบเส้นทางใหม่ ๆ ในชีวิต</strong></p>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading has-text-align-center"><strong>“การศึกษาคือการลงทุนที่ไม่มีวันขาดทุน”</strong></h3><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-031224-3/">“งานคือสิ่งที่เติมเต็มความภูมิใจของเรา คือสิ่งที่บอกว่าเราเองก็มีความสามารถ” : บุษยาภรณ์ ศรพร้อม</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
