<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โลกยุคใหม่ | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Tue, 12 Mar 2024 05:57:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โลกยุคใหม่ | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กู้วิกฤตทักษะคนไทย หลุดพ้นความยากจน “ลงทุนให้เต็มที่และทำอย่างชาญฉลาดด้วยสูตร 3 ชั้น”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-120324-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=article-120324-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Mar 2024 05:55:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.สมชัย จิตสุชน]]></category>
		<category><![CDATA[ทักษะพื้นฐานชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[หลุดพ้นความยากจน]]></category>
		<category><![CDATA[โลกยุคใหม่]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=78490</guid>

					<description><![CDATA[<p>ทักษะพื้นฐานชีวิต ช่วย ‘หลุดพ้นความยากจน’ ในโลกยุคใหม่  [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120324-2/">กู้วิกฤตทักษะคนไทย หลุดพ้นความยากจน “ลงทุนให้เต็มที่และทำอย่างชาญฉลาดด้วยสูตร 3 ชั้น”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h2 class="wp-block-heading"><strong>ทักษะพื้นฐานชีวิต ช่วย ‘หลุดพ้นความยากจน’ ในโลกยุคใหม่</strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-800a54"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/21century-info.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>ถ้าถามว่าทักษะอะไรที่สำคัญกับการ </strong><strong>‘หลุดพ้นความยากจน’</strong> ต้องเข้าใจก่อนว่าความยากจนเกิดขึ้นจากอะไร ข้อเท็จจริงคือ<strong>คนยากจนจะมีทักษะที่น้อยกว่า และมีทรัพยากรสำหรับจับจ่ายเพื่อเพิ่มทักษะน้อยกว่า</strong> เช่น การเรียนในระดับสูง หรือเรียนในสถาบันดี ๆ รวมถึงยังมีความเปราะบางเรื่องอื่น ๆ เช่นปัญหาสุขภาพความเจ็บป่วย ตกงาน ซึ่งทำให้ยิ่งไม่มีเวลาสะสมหรือเพิ่มพูนทักษะ</p>



<p><strong>แล้วทักษะที่เป็น ‘ทุนพื้นฐานชีวิต’ สำคัญอย่างไรกับคนยากจนใน ‘มิติใหม่’ หรือต่างจากทักษะเดิม ๆ ที่คุ้นเคยกันอย่างไร</strong></p>



<p>“เราคุ้นเคยกันดีกับชุดความคิดที่ว่าในตลาดแรงงาน คนจนจะหายจนได้ต้องทำงานเก่งขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองจนเป็นแรงงานฝีมือชั้นดี มีความสามารถเฉพาะทางระดับสูง หรือในตลาดการค้า ก็ต้องมีทักษะเช่น ทำอาหารเก่ง ทำขนมอร่อย ซึ่งนำไปใช้พาตัวเองหลุดพ้นความจนได้ เหล่านี้คือทักษะเฉพาะทาง เป็นเรื่อง ๆ ไป แต่ในโลกยุคใหม่ที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทักษะเฉพาะทางเหล่านี้เริ่มมีความสำคัญน้อยลง สิ่งที่เคยคิดกันว่าใช้ได้ดีในวันนี้ เวลาผ่านไปอาจใช้ไม่ได้หรือไม่มีความสำคัญอีกต่อไป โดยสิ่งที่กล่าวนี้ไม่ได้จำกัดแค่ในกลุ่มคนยากจน เพราะความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นกระทบกับคนทุกคนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม สำหรับคนยากจนที่มีต้นทุนชีวิตที่น้อยกว่า การปรับตัวรับมือกับปัญหาด้วยการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ จึงไม่มีมีโอกาสมากเท่ากับกลุ่มคนที่มีต้นทุนสูงกว่า&nbsp;</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-7c3ac9"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-06.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>“ความสำคัญของทักษะพื้นฐานชีวิต คือ เป็นทักษะพื้นฐาน การอ่านออกเขียนได้ (Literacy) ทักษะดิจิทัล (Digital Skill) ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (Socio emotional Skill) จะเห็นว่าไม่มีเรื่องของ ทำขนม&nbsp; ทำข้าวแกงได้อร่อย&nbsp; หรือทักษะเฉพาะทางรวมอยู่ด้วยเลย แต่สามอย่างนี้คือทักษะที่ถ้าคุณเก่งแล้ว &nbsp;จะไปได้ในทุก ๆ ทาง คุณอ่านหนังสือรู้เรื่องเข้าใจและมีทักษะดิจิทัล คุณตามโลกทัน &nbsp;พร้อมปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลง ขยับตัวเองไปเรียนรู้ในสิ่งใหม่ได้ สุดท้ายคือทักษะที่สำคัญมาก คืออารมณ์และสังคม ซึ่งผมพูดเสมอว่า EQ สำคัญกว่า IQ หรือ ‘ทัศนคติ’ สำคัญกว่า ‘ความรู้’ สังเกตได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะมาจากทัศนคติมากกว่าทักษะเฉพาะทาง เพราะคนกลุ่มแรกจะมีความเพียร มีการตั้งเป้าหมายในชีวิตและวางแผนเพื่อไปให้ถึง คือถ้าใครมีสามทักษะที่เป็นทุนชีวิตนี้ ทักษะเฉพาะทางอื่น ๆ จะตามมาได้ไม่ยาก เนื่องจากมันมีความสัมพันธ์โดยตรงกับความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ (Learn How to Learn)”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-841b98"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-07.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กสศ. ธนาคารโลก (World Bank)และคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ &nbsp;ได้เผยแพร่ผลสำรวจทักษะและความพร้อมเยาวชนและประชากรวัยแรงงาน (ASAT) ในประเทศไทย พ.ศ. 2565 โดยพบว่า&nbsp; ไทยเผชิญวิกฤตเยาวชนและประชากรวัยแรงงานขาดแคลนทักษะหรือมีทักษะพื้นฐานชีวิต ได้แก่ 1) การอ่านออกเขียนได้ (literacy) 2) ทักษะด้านดิจิทัล (digital skill) และ 3) ทักษะทางสังคมและอารมณ์ (sociomotional skill)&nbsp;&nbsp; ต่ำกว่าเกณฑ์ (Threshold Level) ‘ในสัดส่วนที่สูง’ โดยปัญหาดังกล่าวคาดว่าได้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 20.1%</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>ประเทศไทยต้องลงทุนกับการกู้วิกฤตทักษะมากแค่ไหน?</strong></h2>



<p>คำถามที่ว่าเราต้องลงทุนอย่างไรหรือใช้ทรัพยากรเท่าไหร่ เพื่อกู้วิกฤตทักษะประชากร คำตอบคือ <strong>‘ใช้ให้เต็มที่ที่สุด’ </strong>ยิ่งเมื่อมองไปที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมที่ทุกคนต่างทราบดีว่าอยู่ใน<strong>สภาวะ </strong><strong>‘รวยกระจุก จนกระจาย’</strong> คือคนจนมีเยอะมาก ดังนั้นคนที่ต้องการการช่วยเหลือด้านทรัพยากรก็ยิ่งมีจำนวนมาก เรื่องนี้จึง “ไม่ควรจะอั้น มีเท่าไหร่ต้องใส่ไปให้หมด” แต่ใจความสำคัญคือ<strong>เราต้องใส่อย่างชาญฉลาด ไม่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ</strong></p>



<p>“อย่าง ‘Soft Power’ ผมมองว่าเป็นเรื่องของ ‘กลุ่มทักษะ’ แต่สังเกตว่า งบประมาณให้น้อยเกินไป&nbsp;อย่างไรก็ตาม soft power &nbsp;ก็ยังแคบไป และผมคิดว่า ทักษะที่เป็นพื้นฐานชีวิต ผมมองว่ายิ่งตอบโจทย์มากขึ้นไปอีก&nbsp;ต้องใช้เงินเท่าไหร่ ต้องลงไม่อั้น ผมคำนวณดู&nbsp; อินโดนีเซีย ใช้ 9,000 บาทต่อคน ลองใช้ตัวเลขนี้กับคนไทย ด้วยตัวเลขผู้ที่การศึกษาต่ำกว่า ม.3 ราว 20 ล้านคน ใช้เงินน่าจะไม่ถึงแสนล้าน&nbsp;งบประมาณ จริงๆอาจไม่ต้องใช้ถึงแสนล้าน เพราะทักษะแบบนี้โดยหลักการไม่จำเป็นต้องถูกฝึกใหม่ทุกปี ดังนั้น งบประมาณจะใช้ราว 60,000 ล้าน”</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>หมดยุคเรียน 16 ปี ถึงทำงานหาเงินได้</strong><br><strong>ลงทุนสร้าง 3 ทักษะ สร้างคนหาความรู้ด้วยตัวเอง&nbsp;สร้างงาน สร้างเงินได้เร็ว</strong></h2>



<p>ส่วนประเด็นเรื่องเวลาในการศึกษาเรียนรู้ ผมเปรียบเทียบให้เห็นเลยว่า สมัยก่อนจะหาเงินได้เป็นเรื่องเป็นราว พอจะมีชีวิตแบบชนชั้นกลางได้คุณต้องจบปริญญาตรี กว่าจะเรียนจบปริญญาตรีได้ต้อง 16 ปี&nbsp; ถึงกล้าเข้าตลาดแรงงาน หาเงินได้ แต่ทักษะพื้นฐานชีวิต &nbsp;ถ้าสอนกันดี ๆ มี Learning Platform ดี ๆ ดีไม่ดี เด็กอายุ 12-13 &nbsp;เก่งพวกนี้ได้แล้ว ยิ่งถ้าเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 6-7 ปี หรือตั้งแต่อนุบาลยิ่งดี&nbsp;หมายความว่า เด็กซัก 10-12 ปี เริ่มหาความรู้ด้วยตัวเองได้แล้ว&nbsp;แทนที่จะลงทุนถึง 16 ปีกว่าจะทำงาน หาเงินได้ในตลาดแรงงาน</p>



<p><strong>“ประเด็นเรื่องเวลา คนจนไม่มีเวลา เรียนถึง 16 ปี ถ้าเราทำ platform ดี ๆ เด็กจากครอบครัวยากจน เรียน 6 ปี ไม่ถึง 10 ปี สามารถเก่งเรื่องทักษะพื้นฐานชีวิต ก็สามารถหาความรู้ด้วยตัวเองได้ ดังนั้น การลงทุนกับทักษะพื้นฐานทุนมนุษย์ย่อม ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าและเร็วกว่าการลงทุน 16 ปีเพื่อสร้างคนเข้าตลาดแรงงานแน่นอน”</strong></p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>National Skill Program เริ่มต้นที่คนไทย 20 ล้านคนไม่จบ ม.3</strong><br><strong>จากสูตรสำเร็จของอินโดนีเซีย สู่การกู้วิกฤตทักษะของประเทศไทย&nbsp; </strong></h2>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-89982e"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-08.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>การกู้วิกฤตทักษะคนไทย ต้องทำเป็นระบบใหญ่ ต้องเอาจริงและทุ่มเททรัพยากร&nbsp; ตัวอย่างรูปธรรมสำคัญ&nbsp;เช่น&nbsp;<strong>การทำ National Skill Program เป็นวาระแห่งชาติ โดยโปรแกรมนี้ต้อง มีลักษณะเป็นขนมชั้น&nbsp;3 ชั้น</strong> เริ่มจากชั้นกลาง คล้ายๆที่อินโดนีเซียทำ คือมีคูปอง มีระบบกลไกตลาด ให้คนที่รู้เรื่องทักษะจริงหรือรู้ว่าตลาดต้องการอะไรเป็น Suply Side เป็นผู้แจกคูปอง&nbsp;เป็นทักษะเฉพาะทาง ทักษะอาชีพต่างๆ&nbsp; เรื่องนี้ต้องทำขนานใหญ่ ต้องกล้าลงทุน&nbsp;ของอินโดนีเซียทำ เริ่มต้น 5 ล้านคน ของไทยต้องวางเป้าหมายมากกว่านั้น&nbsp; อาจกำหนดกลุ่มเป้าหมายเลยว่าคนไทยทุกคนที่เรียนไม่เกิน ม.3 ความรู้ไม่มากนัก ตามโลกไม่ทัน เข้าใจว่าน่าจะมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 20-30 ล้านคน&nbsp;แน่นอนว่าต้องค่อยๆเริ่ม และมีการประเมินระหว่างทาง&nbsp;โดยประเภทของทักษะอาจเป็นเฉพาะทางก็ได้ แต่ต้องมีความหลากหลายรองรับเพียงพอ”</p>



<p>ส่วนชั้นล่าง หรือชั้น 1 ควรมีโครงการที่เป็น Skill Program ที่ส่งเสริมเรื่องทักษะพื้นฐานชีวิตให้กับทุกคน ซึ่งในกระบวนการอาจมีการประเมินระดับทักษะทุนชีวิตในระดับบุคคล บางคนอาจจะมีอยู่แล้ว&nbsp;ก่อนจะไปใน ‘ชั้นกลาง’ ต้องแน่ใจว่า&nbsp;3 ทักษะดี แต่ถ้า ทักษะพื้นฐานยังไม่ดี&nbsp; การจะให้กลุ่มเป้าหมายข้ามไปเรียนรู้ทักษะเฉพาะทางเลย ผู้เรียนรู้จะไปไม่ได้ไกล หรือเรียนรู้ออกมาแล้วอาจไม่ได้ทำให้การสร้างรายได้เพิ่ม สร้างเนื้อสร้างตัวได้</p>



<p>สำหรับ ‘ชั้นบน’ ต้องเป็นพื้นที่เฉพาะของกลุ่มเปราะบาง เช่น ประชากรนอกระบบ เด็กที่ออกนอกระบบ กลุ่มคนจน 15% ล่างสุดของประเทศ คนพิการ ผู้สูงอายุ ฯลฯ เป็นกลุ่มนี้ต้องการการดูแลพิเศษ ด้วยโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะ</p>



<p></p>



<h2 class="wp-block-heading"><strong>เสริมทักษะพื้นฐาน 3+2 เพื่อกลุ่มยากจนขาดแคลนโอกาสที่สุด</strong></h2>



<p>“การเสริม Foundation Skills ที่โยงกับกลุ่มคนนยากจนขาดแคลนโอกาสที่สุด ถ้าเป็นไปได้ควรเป็น 3+2 คือเรื่อง ‘ความรู้ทางการเงิน’ financial literacy และมีตัวย่อยคือ ‘ความรู้ในการลงทุน’&nbsp;Investment literacy&nbsp;เราอาจจะคิดว่า คนจนไม่มีเงิน ไปลงทุน แต่เรา คนที่กึ่งจน กึ่งไม่จน ถ้ามีความรู้ทางการเงิน ลดการใช้จ่ายเงิน ลดการซื้อหวย ลดการกินเหล้า เงินที่มากขึ้น&nbsp;ถ้ามีความรู้ในการลงทุน จะทำให้เงินนี้ออกดอกออกผลได้ ไม่ว่าจะลงทุนในเรื่องอะไร&nbsp;&nbsp;</p>



<p>ตัวแถมที่สาม คือเรื่อง สุขภาพ คนจนจำนวนมาก หลุดพ้นความยากจนไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ&nbsp;เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กินอาหารไม่ถูกต้อง&nbsp;นำไปสู่โรค หัวใจ ความดัน เบาหวาน NCD สุขภาพไม่ดีทำงานได้แย่ลง บางทีติดเตียงไป&nbsp; เป็นภาระของครอบครัว หรือเสียชีวิตทั้งที่อยู่วัย เป็นกำลังหลักของครอบครัว กลายเป็นวังวนความยากจน”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-c32d52"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2024/03/0312_สูตร-3-ชั้น-09.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p><strong>มาตราเสริมอีกเรื่องที่ควรต้องทำ คือเรื่องอินเทอร์เน็ต</strong>&nbsp;ทักษะหลายเรื่อง ทั้งทักษะเฉพาะทาง และทักษะพื้นฐานทุนชีวิต ทักษะด้านสุขภาพ มาในรูปของดิจิตัล แต่ว่าปัญหาของประเทศไทย กลุ่มคนที่จนจริง ๆ จำนวนไม่น้อย เข้าไม่ถึงอินเทอร์เน็ต หรือในพื้นที่ห่างไกล ติดเขา ติดชายแดน สัญญาณไม่มี เป็นสิ่งที่ผมพยายามผลักดันผ่านมาหลายรัฐบาล ยังไม่สำเร็จ คือ ช่วยทำอินเทอร์เน็ตให้ฟรีได้มั้ย โดยเฉพาะฟรีสำหรับคนกลุ่มเปราะบาง จะเปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้ อย่างมากเลย ทำเรื่องนี้ผนวกกันกับโปรแกรม 3 ชั้น ความจำเป็นที่ต้องคุยว่า สวัสดิการเท่าไหร่ เบี้ยยังชีพพอมั้ย เงินไม่พอต้องหาเงินจะหาจากไหนดี จะหายไป&nbsp;&nbsp;</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-120324-2/">กู้วิกฤตทักษะคนไทย หลุดพ้นความยากจน “ลงทุนให้เต็มที่และทำอย่างชาญฉลาดด้วยสูตร 3 ชั้น”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
