<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียน TSQP | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99-tsqp/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Sun, 27 Sep 2020 14:50:09 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.12</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียน TSQP | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กสศ. เดินหน้าขับเคลื่อน “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ”</title>
		<link>https://www.eef.or.th/260920-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=260920-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 27 Sep 2020 14:50:09 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ : ก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน]]></category>
		<category><![CDATA[ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[ศธ.]]></category>
		<category><![CDATA[นพ.สุภกร บัวสาย]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=22064</guid>

					<description><![CDATA[<p>กสศ. เดินหน้าขับเคลื่อน “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเห [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/260920-2/">กสศ. เดินหน้าขับเคลื่อน “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" fetchpriority="high" class="aligncenter wp-image-22066 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-12.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-12.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-12-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-12-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/thumbnail-12-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<p><span style="color: #008000;">กสศ. เดินหน้าขับเคลื่อน “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ” ตั้งเป้าพัฒนา รร.ขนาดกลาง 10% หวังผลใหญ่ มุ่งผลลัพธ์ 100% ยกระดับการพัฒนาทั้งประเทศ ด้าน ศ.นพ.วิจารณ์ ย้ำโรงเรียนพัฒนาตนเองทั้งระบบได้ต้องหนุนโรงเรียนสร้าง 5 คุณค่า</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">วันที่ 26 ก.ย. 2563 ณ โรงแรมทีเค พาเลซฯ แจ้งวัฒนะ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดประชุมเรื่อง “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ: ก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน” ภายใต้โครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) เพื่อให้โรงเรียนขนาดกลาง จำนวน 290 แห่ง ใน 36 จังหวัด สามารถพัฒนาตนเองทั้งระบบ (Whole School Approach) ด้านการบริหารจัดการโรงเรียน และด้านการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้สอดคล้องกับศตวรรษที่ 21 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยมีผู้ร่วมงานกว่า 500 คน</span></p>
<p><b>นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า กสศ. คาดหวังให้โครงการโรงเรียนพัฒนาตนเองทำให้การศึกษาระดับประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งการประชุมระดับนานาชาติที่จัดขึ้นเร็วๆ นี้ สามารถสรุปประเด็นความก้าวหน้าและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ 3 ประเด็น คือ ประเด็นแรกมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ได้นำเสนอผลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศไทยพบว่า มีปัญหาสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังทรุดหนัก หากจะดึงให้เศรษฐกิจดีขึ้น ต้องดึงเด็กที่เรียนหนังสือไม่จบระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอยู่ 20% กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา จะสามารถดึงความถดถอยของเศรษฐกิจกลับมาได้ถึง 3% และหากทำให้โรงเรียนทั้งประเทศไทยสอบผ่านสมรรถนะนักเรียนตามมาตรฐานสากล (PISA) จะดึงความถดถอยทางเศรษฐกิจของไทยได้ 5% ถ้าปีนี้ประเทศไทยติดลบทางเศรษฐกิจ 10% แล้วทำ 2 เรื่องนี้สัมฤทธิ์ผลจะดึงเศรษฐกิจของชาติได้ถึง 7-8% สิ่งที่ กสศ.ทำอยู่ คือ เรื่องคุณภาพการเรียนการสอน และการดึงไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา</span></p>
<figure id="attachment_22068" aria-describedby="caption-attachment-22068" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-22068 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-2.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-2.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-2-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-2-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/d-2-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22068" class="wp-caption-text">นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ.</figcaption></figure>
<p><span style="font-weight: 400;">นพ.สุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเด็นที่สอง เชื่อกันว่าประเทศที่ได้รับแรงสะเทือนจากโควิด-19 รุนแรง จะกลับมาได้แรงกว่าประเทศที่ได้รับผลกระทบน้อย เพราะประเทศเหล่านี้ต้องหานวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วย แต่ครูและเด็กกลุ่มหนึ่งยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ส่วนประเด็นที่สาม สภามักถามเสมอว่า โครงการที่ดำเนินการอยู่เกิดผลลัพธ์อย่างไร โรงเรียนขนาดเล็กอธิบายง่าย แต่โรงเรียนขนาดกลางอธิบายให้เห็นผล ต้องบอกได้ว่า โรงเรียนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ไหนบ้าง เป็นเหตุผลสำคัญที่ กสศ. เลือกโรงเรียนขนาดกลางเข้าร่วมโครงการฯ 700 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 10 ของโรงเรียนทั้งประเทศ เพื่อให้เห็นตัวอย่างการดำเนินโครงการอย่างชัดเจน ซึ่งจะนำไปสู่การสนับสนุนและพัฒนาโรงเรียนที่เหลืออีกร้อยละ 90 ในอนาคต</span></p>
<figure id="attachment_22069" aria-describedby="caption-attachment-22069" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" class="wp-image-22069 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/e.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/e.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/e-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/e-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/e-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22069" class="wp-caption-text">ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการฯ</figcaption></figure>
<p><b>ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธานอนุกรรมการกำกับทิศทางโครงการพัฒนาครูและโรงเรียน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า กรอบแนวคิดการสนับสนุนให้โรงเรียนเกิดการพัฒนาคุณภาพตนเอง และเกิดผลสำเร็จด้านการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพ ใน 2 มาตรการ ได้แก่ มาตรการระดับโรงเรียน และมาตรการระดับชั้นเรียน ซึ่งโครงการฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการพัฒนาโรงเรียนในชนบทที่มีนักเรียนด้อยโอกาส ให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้แก่ครู ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย โดยการหนุนเสริมให้โรงเรียนสร้าง (Growth Mindset) ให้เกิดกับโรงเรียน ครู นักเรียน และเครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้รู้สึกว่าอยากพัฒนาตนเอง ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติ เชื่อในตนเองมากกว่าเชื่อทฤษฎี และพึ่งตนเองมากกว่าพึ่งผู้อื่น ฉะนั้นคุณค่าโรงเรียนพัฒนาตนเอง ผลลัพธ์สุดท้ายที่ต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อบรรลุเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของโครงการ คือ 1. ยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งแนวกว้างและลึก 2. เป็น learning platform ของนักเรียน ครู ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง 3. สร้างกระบวนทัศน์พัฒนาแก่สังคมไทย 4. เชื่อมโยงสู่การพัฒนาระบบการศึกษา และ 5. เปลี่ยนชุดความคิดว่าด้วยการเรียนรู้</span></p>
<figure id="attachment_22070" aria-describedby="caption-attachment-22070" style="width: 864px" class="wp-caption aligncenter"><img decoding="async" loading="lazy" class="wp-image-22070 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/f.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/f.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/f-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/f-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/09/f-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /><figcaption id="caption-attachment-22070" class="wp-caption-text">ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.</figcaption></figure>
<p><b>ดร.อุดม วงษ์สิงห์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา กสศ.</b><span style="font-weight: 400;"> กล่าวว่า ปีการศึกษา 2562 กสศ. ได้สนับสนุนให้โรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาขนาดกลาง 290 แห่ง เกิดการพัฒนาคุณภาพตนเองและการเปลี่ยนแปลงด้านระบบบริหารจัดการ ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcome) ซึ่งผลการประเมินพบว่า โรงเรียนมีการพัฒนาในระดับดีเยี่ยม 34 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 11.72 มีการพัฒนาในระดับดี 244 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 81 – 100 และอยู่ในระดับต้องปรับปรุง 12 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 4.14 ส่วนผลการประเมินสะท้อนถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของนักเรียน พบว่า นักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามผลลัพธ์ที่ตั้งร่วมกันไว้ (Core Learning Outcomes) ด้านทักษะมีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นร้อยละ 40.06 แบ่งเป็นด้านทักษะการคิดสร้างสรรค์มากที่สุด รองลงมาเป็นทักษะการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา และวิพากษ์อย่างมีวิจารณญาณ และทักษะการสื่อสาร ขณะที่ทักษะชีวิตมีค่าร้อยละการเปลี่ยนแปลงต่ำสุด ส่วนผลการประเมินด้านคุณลักษณะ มีการเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นร้อยละ 27.63 แบ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านมีวินัยมากที่สุด รองลงมา คือ มีความซื่อสัตย์ และมีจิตสาธารณะ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำหรับปี 2563 กสศ. จะดำเนินการพัฒนายกระดับคุณภาพโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลางเพิ่มอีก 443 แห่ง มีสถานศึกษาสังกัด สพฐ. อปท. และ สช. ร่วมด้วย และมีภาคีเครือข่ายใหม่ร่วมสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอีก 6 เครือข่าย ทั้งนี้มุ่งหวังให้โรงเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ ด้วยการคิดออกแบบวิธีการที่เหมาะสมสอดรับกับบริบทของโรงเรียนและใช้ทรัพยากรที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดย กสศ. พร้อมเป็นพลังหนุนเสริมให้เด็กได้รับการพัฒนา ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง สร้างความเสมอภาค เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งระบบร่วมกัน” ดร.อุดม กล่าว</span></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/260920-2/">กสศ. เดินหน้าขับเคลื่อน “ยกระดับคุณภาพโรงเรียน ลดความเหลื่อมล้ำ”</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผลลัพธ์ที่ได้คือพัฒนาการของผู้เรียนในเชิงคุณภาพ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/66554-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=66554-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 14 Jul 2020 15:42:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ห้องเรียนความคิดสร้างสรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=18016</guid>

					<description><![CDATA[<p>ขวดพลาสติกบรรจุ “น้ำสี” ไล่เรียงปริมาณตั้งแต่ติดก้นขวดเ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/66554-2/">ผลลัพธ์ที่ได้คือพัฒนาการของผู้เรียนในเชิงคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="size-full wp-image-18018 aligncenter" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ขวดพลาสติกบรรจุ “น้ำสี” ไล่เรียงปริมาณตั้งแต่ติดก้นขวดเล็กน้อย ไปจนถึงเต็มขวด จำนวน  10 ใบ ถูกนำมาจัดวางอยู่หน้าชั้นเรียน​ เพื่อเป็นอุปกรณ์การประเมินผลให้คะแนนนักเรียน ของโรงเรียนวัดกู่คำ(เมธาวิสัยคณาทร) อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว​เป็นของตัวเอง ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญ “นักเรียน” จะเป็นคนให้คะแนนตัวเอง​ไม่ใช่คุณครูเหมือนที่อื่น  ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">โดยในช่วงสุดท้ายหลังเสร็จกิจกรรมในชั้นเรียนนวัตกรรม เด็กแต่ละคนจะไปยืนอยู่หน้า “ขวด” ที่คิดว่าสะท้อนคะแนนตัวเองที่จะได้รับ เช่น เด็กที่คิดว่าตัวเองควรจะได้คะแนนเต็ม 10 ก็จะไปยืนอยู่หน้าขวดที่บรรจุน้ำสีเต็มขวด  ส่วนคนที่คิดว่าตัวเองควรจะได้ 5 คะแนนก็จะไปยืนอยู่หน้าขวดที่บรรจุน้ำสีครึ่งขวด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">จากนั้นคุณครูจะเปิดให้เด็กๆ ได้สะท้อน เหตุผลของพวกเขาว่าทำไมตัวเขาเองถึงควรได้คะแนนเท่านั้น เท่านี้​ก่อนจะเปิดให้มีการประเมินกลุ่มให้เพื่อนๆ ช่วยให้ความเห็น และปิดท้ายด้วยคุณครูที่จะช่วยสรุปผลคะแนนและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งหมดนี้ถือเป็นการประยุกต์ใช้เทคนิคการประเมินตัวเอง​ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบการเรียนการสอนของ OECD ซึ่ง​ปัจจุบัน มี 75 โรงเรียนในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) กำลังใช้รูปแบบการเรียนการสอนลักษณะนี้</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การประเมินตัวเองมีคุณค่ากว่าคะแนน​ที่เป็นนามธรรม</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18019" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง1.jpg" alt="" width="856" height="562" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง1.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง1-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง1-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง1-750x492.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ หนึ่งในเครือข่ายร่วมพัฒนาโรงเรียน TSQP ​และผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม อธิบายให้ฟังว่า ตามปรัชญาการศึกษาที่ถูกต้องควรจะมีการประเมินตัวเอง แต่ที่ผ่านมาระบบการศึกษาไทย​ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้ เพราะเห็นว่าเป็นนามธรรม จนถูกมองข้ามไป ทั้งที่สิ่งเหล่านี้มีประโยชน์และมีคุณค่ากว่าการประเมินที่เป็นคะแนนตัวเลขที่เป็นนามธรรม</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ธรรมชาติของมนุษย์ มักจะเอาง่ายเข้าว่ามองเห็นอะไรที่ชัดเจน ไม่ต้องตีความ ​แต่การที่เราจะพัฒนามนุษย์สักคนหนึ่ง​ซึ่งมนุษย์มีชีวิตจิตใจไม่สามารถใช้การประเมินแบบเป็นตัวเลขที่เป็นเกณฑ์เดียวมาตัดสิน เหมือนที่คนชอบล้อเลียนกันว่าจะวัดทักษะของปลาโดยให้ปลาปีนต้นไม้เหมือนลิง ซึ่งสะท้อนระบบการวัดผล”​</span></p>
<p><strong>สำหรับการประเมินตัวเองมี 3 คุณลักษณะคือ</strong></p>
<ol>
<li><span style="font-weight: 400;"><strong>Formative Assessment</strong> การประเมินผลเพื่อให้เกิดการพัฒนา  เพราะการประเมินตัวเองของผู้เรียนจะทำให้ได้มาทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่ได้ทำไปนั้น ดีตรงไหน ไม่ดีตรงไหน ชอบอะไร ไม่ชอบอะไร ซึ่งสุดท้ายจะนำไปสู่การที่เราจะรู้ว่าต้องแก้ไขปรับปรุงตรงไหน </span><span style="font-weight: 400;">หรือทำให้เราได้รู้ว่าตัวเองถนัดตรงไหน  และนำไปสู่การพัฒนาตรงจุดนั้น  ทั้งหมดเป็นการนำไปสู่การพัฒนาตัวเอง</span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"><strong>Authentic Assessment</strong> ​ การประเมินตามสภาพจริง ไม่ได้ดูแค่สิ่งที่เคลือบแฝงหรือเกิดขึ้นเฉพาะกาลในเวลานั้น เช่น ในการทำข้อสอบมีการติวหนึ่งคืนก่อนก็ทำได้ แต่คำถามคือ ครบตามวัตถุประสงค์ พฤติกรรมที่เราคาดหวังให้เด็กได้ไหม โดย</span><span style="font-weight: 400;">เฉพาะทักษะเชิง จิตพิสัย พุทธพิสัย ​เจตคติ ซึ่งทำไม่ได้ ​ทั้งที่เราคาดหวังว่าการทำกิจกรรมของเขา​จะต้องมีสิ่งที่พึงได้ระหว่างทาง แต่เราไม่รู้จะวัดผลอย่างไร แต่การประเมินตัวเองจึงช่วยได้​เพราะเขาจะสะท้อนให้เราฟังในมุมที่เราอาจไม่ทันได้เห็นเขา เป็นการสะท้อนตัวเองซึ่งครูที่มีประสบการณ์จะรู้ว่าเขาพูดจริง ​ไม่จริง และมีเพื่อนๆ เป็นพยาน </span></li>
<li><span style="font-weight: 400;"><strong>Curriculum Embedded Assessment</strong> คือ การประเมินเป็นกิจกรรมหนึ่งของการพัฒนาและการเติบโตของนักเรียน ยกตัวอย่างเช่นเขาจะต้องพูดถึงสิ่งที่เขาได้รับทั้งในแง่องค์ความรู้ สาระวิชาการ และพฤติกรรมที่เขากระทำระหว่างเรียน การทบทวนสิ่งเหล่านี้คือการตกผลึกความรู้ บางครั้งถ้าเราไม่ได้มาตกผลึก หรือพูดคุยกันสิ่งที่ควรจะได้ก็จะหายไป แต่ถ้ามีการตกผลึกด้วยบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ พูดคุยแลกเปลี่ยน หักล้างก็จะทำให้เขาเข้าใจเนื้อหาที่ลึกลงไปเรื่อยๆ  ​</span></li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">การประเมินตัวเองพระเอกของ ​Active Learning</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18020" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง2.jpg" alt="" width="856" height="563" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง2.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง2-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง2-768x505.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง2-750x493.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดังนั้น ทั้งสามประการจะทำให้มองได้ว่าการประเมินตัวเอง หรือ Self-Assessment จะเป็นพระเอกของการเรียนรู้แบบ Active Learning  ซึ่งมีออกมาในรูปวาทกรรมใหม่ เช่น Reflection, After Action Review (AAR), Crystalize, ชวนแชร์ ​ ซึ่งทั้งหมดก็คือการประเมินตัวเอง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการทำงานด้านการศึกษาของ OECD ​ที่ทำมากว่า 20 ปี  ซึ่งเน้นเรื่องที่ทำน้อยแต่ได้ผลมาก ในปีแรกเขาเน้นไปที่เรื่องของการประเมินตัวเอง​เพราะเชื่อว่าจะส่งผลไปถึงทุกเรื่อง  คล้ายเป็นการลองผิดลองถูกในช่วง 2 ปีแรก ที่จะเห็นว่าการเรียนรู้แบบดั้งเดิม  การเรียนรู้โดยใช้วิธีการบบรรยาย หรือ แบบพาสซีพ​​ เด็กจะไม่ได้แสดงพฤติกรรมที่แท้จริงออกมา อย่าว่าแต่ครูจะมองเห็นแล้วประเมินได้ แม้แต่เด็กเองเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเขาเองเป็นแบบไหน ต่อมา OECD จึง ทำเรื่องการเรียนรู้ที่เป็นแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ​หากยังจัดการเรียนแบบ​ lecture base, passive learning, traditional  ซี่งเป็น fixed mindset ไม่ใช่ Growth mindset ไม่มีทางที่จะเห็นพฤติกรรมของผู้เรียนที่แท้จริง ทำให้เราไม่สามารถจะประเมินแบบ Formative  Assessment, Authentic Assessment, Curriculum Embedded Assessment​ได้​</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ผลลัพธ์ที่ได้คือพัฒนาการของผู้เรียนในเชิงคุณภาพ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-18021" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง3.jpg" alt="" width="856" height="562" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง3.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง3-300x197.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง3-768x504.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/07/ขวดน้ำประเมินตัวเอง3-750x492.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับรูปแบบ “ขวดน้ำ” ที่โรงเรียนวัดกู่คำ(เมธาวิสัยคณาทร) ใช้เป็นรูปแบบหนี่งของการประเมินตัวเองของผู้เรียน ​​เป็นหนึ่งรูปแบบที่แต่ละโรงเรียนจะไปคิดต่อเองจากแนวคิดเรื่องการประเมินตัวเองของ  OECD ว่าจะทำให้มีรูปแบบ​กิจกรรมอย่างไรให้เกิดสีสัน ความสบายใจ เกิดการเปิดใจ ซึ่งมีวิธีมากมาย ​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">บางการประเมินจะเป็นแบบ Linear ​เช่นมีคำถามว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ไม่แน่ใจ ให้เด็กเลือกแบ่งพื้นที่หน้าห้อง กลางห้อง หลังห้อง หากเด็กรู้สึกอย่างไรก็ให้เดินไปอยู่จุดนั้นข้อดีคือไม่ต้องคิดมาก เด็กมีปฏิกริยาอย่างไรก็ทราบผลได้ทันที หรือแบบ Spidergram ให้ผู้เรียนประเมินตัวเองในแต่ละแกนหัวข้อการประเมินว่าตัวเองอยู่ระดับไหน จากนั้นจะให้รวมกลุ่มและนำกราฟใยแมงมุมที่ได้มาแปะรวมกันเพื่อให้เพื่อนในกลุ่มช่วยสะท้อนการประเมินตัวเองของเพื่อนที่จะได้เปรียบเทียบมุมมองของแต่ละคน ซึ่ง 75 โรงเรียนอาจจะมี 75 วิธีในการประเมินก็ได้  แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องของแก่นที่เป็นเรื่องของกระบวนการที่ครูจะต้องสืบค้น​ให้เด็กได้พูด ได้คิด ได้วิเคราะห์ ออกมา​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช  กล่าวว่า  รูปแบบการประเมินตัวเองไม่มีอะไรตายตัวอยู่ที่การออกแบบ แต่องค์ประกอบคือจะต้องมีการประเมินตัวเอง ให้เพื่อนได้ร่วมประเมิน และครูจะเป็นคนประเมินให้ความเห็นข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ ​​ซึ่งสิ่งที่ประเมินออกมาได้ไม่ใช่แค่คะแนนที่เป็นตัวเลข แต่เป็นพัฒนาการของผู้เรียนในเชิงคุณภาพ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ผลลัพธ์ที่ได้อาจเป็นคะแนนตัวเลขแต่ก็ไม่ใช่คะแนนที่จะไปตัดสินความดี ความชั่ว ความเก่ง ความอ่อนของผู้เรียน  แต่เป็นไปเพื่อดูพัฒนาการของแต่ละทักษะว่ามีขึ้นมีลงอย่างไร ​ในอนาคตจะมีหลักสูตรเป็นฐานสมรรถนะคือไม่ได้สอบวัดผลแต่จะเป็นการวัดว่าทำได้ไม่ได้ เหมือนสอบเลื่อนขั้นของเทควันโดจากสายเหลืองไปจนถึงสายดำ ที่จะต้องแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา การประมินแบบนี้จะเข้ามามีบทบาท​ในการเรียนรู้ แบบฐานสมรรถนะมากขึ้น” รศ.ดร.ธันยวิช กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/66554-2/">ผลลัพธ์ที่ได้คือพัฒนาการของผู้เรียนในเชิงคุณภาพ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กสศ.- สพฐ. และ เครือข่ายด้านการศึกษา เตรียมหนุน 850 โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเองนำร่อง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/002-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=002-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Apr 2020 17:13:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวสารความรู้]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.อุดม วงษ์สิงห์]]></category>
		<category><![CDATA[PISA]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13177</guid>

					<description><![CDATA[<p>ดร.อุดม วงษ์สิงห์  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูฯ กสศ. [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/002-2/">กสศ.- สพฐ. และ เครือข่ายด้านการศึกษา เตรียมหนุน 850 โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเองนำร่อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13181" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463.jpg" alt="" width="1565" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463.jpg 1565w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463-1024x684.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463-768x513.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463-1536x1026.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463-750x501.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464463-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1565px) 100vw, 1565px" />ดร.อุดม วงษ์สิงห์  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครูฯ</pre>
<p><b>กสศ.- สพฐ. และ เครือข่ายด้านการศึกษา เตรียมหนุน 850 โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเองนำร่อง ช่วยครูปรับรูปแบบการสอนให้เด็กเรียนรู้ได้เต็มที่ มุ่งลดเหลื่อมล้ำแม้ในวิกฤติโควิด-19  ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความคิดสร้างสรรค์ ชี้การสร้างห้องเรียนประสิทธิภาพสูง ผ่านการเรียนออนไลน์ หัวใจไม่ใช่เครื่องมือหรือเทคโนโลยี แต่คือ “การยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ดร.อุดม วงษ์สิงห์  ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา</b></p>
<p><span style="font-weight: 400;">กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  กล่าวว่า ผลการวิเคราะห์ PISA 2018 ที่ผ่านมา ความเหลื่อมล้ำด้านความรู้ระหว่างนักเรียนในเมืองกับนักเรียนในชนบทที่ต่างกันถึง 2 ปีการศึกษา อันเนื่องมาจากคุณภาพของโรงเรียนที่ไม่เท่ากัน มีความแตกต่างทั้งในด้านงบประมาณและทรัพยากร เมื่อมาเจอสถานการณ์ของโรคระบาคโควิด-19 ที่ส่งผลให้นักเรียนยังไปโรงเรียนไม่ได้และมีแนวโน้มต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนการสอนใหม่รวมถึงระบบออนไลน์  โรงเรียนในชนบทห่างไกลย่อมได้รับผลกระทบนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของความพร้อม กสศ. ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และ 5 เครือข่ายด้านการศึกษา ได้แก่ มูลนิธิลำปลายมาศพัฒนา มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เดินหน้าโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teacher School Quality Program : TSQP)  เพื่อส่งเสริมให้โรงเรียนพัฒนาคุณภาพได้ด้วยตนเอง จึงเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กแลเยาวชนให้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ โดยสนับสนุนการพัฒนาระบบบริหารจัดการโรงเรียนให้มีความพร้อมและเอื้อต่อการเรียนรู้และสนับสนุนให้มีเครื่องมือการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นเรียนที่หลากหลาย เอื้อต่อการพัฒนานักเรียนตามความถนัดและศักยภาพของผู้เรียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับคุณภาพชั้นเรียนให้เป็นการเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถพัฒนาให้เกิดทักษะการเรียนรู้ได้สอดคล้องกับศตวรรษที่  21 โดยปีการศึกษา 2562 มีโรงเรียนขนาดกลางร่วมโครงการจำนวน 290 แห่ง ใน 35 จังหวัด และกำลังขยายรุ่นที่ 2 อีก 560 โรงเรียนในปีการศึกษา 2563 รวมทั้งสิ้น 850 โรง ทั่วประเทศ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กสศ. และเครือข่ายวิชาการไม่น้อยกว่า 8 เครือข่ายได้ปรับแนวทางการสนับสนุนเพื่อช่วยเตรียม ความพร้อมให้โรงเรียนกลุ่มเป้าหมายทั้ง 850 โรง หรือประมาณร้อยละ 10 ของโรงเรียนขนาดกลาง ให้สามารถจัดการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ทั้งนี้จะคำนึงถึงบริบทของแต่ละโรงเรียนในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ด้วย เช่น สามารถปรับวิธีการเรียนรู้เพื่อให้โรงเรียนในเครือข่ายมีการช่วยเหลือครูและนักเรียนได้เหมาะสมกับสภาพปัญหาในขณะนี้  เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและครูเสนอแนวทางการทำงานรูปแบบใหม่เพื่อให้นักเรียนไม่หยุดการเรียนรู้แม้ในสภาวะที่ไม่สามารถมาโรงเรียนได้ รวมถึงการดูแลสุขอนามัยทั้งนักเรียนและผู้ปกครองให้ผ่านพ้นวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้อีกด้วย สำหรับคุณครูอาจจะต้องมีการเพิ่มทักษะการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนทั้งในด้านการออกแบบแผนการเรียนการสอน การวัดผลประเมินผล และช่วยให้นักเรียนด้อยโอกาสได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเต็ม</span><span style="font-weight: 400;">ศักยภาพด้วย ซึ่งหัวใจสำคัญคือพลังร่วมของครูและบุคลากรทุกคนในโรงเรียนรวมถึงเครือข่ายพัธมิตรที่จะช่วยทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้” ดร.อุดม กล่าว</span></p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13182" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465.jpg" alt="" width="1567" height="1045" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465.jpg 1567w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465-1536x1024.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/04/464465-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1567px) 100vw, 1567px" /><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ หนึ่งในเครือข่ายร่วมพัฒนาโรงเรียน
TSQP กสศ.</span></pre>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ หนึ่งในเครือข่ายร่วมพัฒนาโรงเรียน TSQP กสศ.  และผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี  กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่ไวรัส COVID-19 กำลังแพร่ระบาดนั้น การจัดการศึกษาทางไกลถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นสำคัญ   แต่ในมิติของการจัดการเรียนรู้ที่ “ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือการจัดการเรียนรู้แบบ active learning ใน virtual classroom ยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากนัก ส่วนใหญ่มุ่งประเด็นไปที่เครื่องไม้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ยังมิใช่หัวใจสำคัญของการศึกษา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การจัดการเรียนออนไลน์แบบ Active Learning ให้เป็น High Functioning Classroom หรือห้องเรียนที่มีประสิทธิภาพสูงทั้งกระบวนการและผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนได้นั้น องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้คุณครูทำงานง่ายขึ้น ควรเริ่มจาก การศึกษาธรรมชาติผู้เรียน สภาพแวดล้อม และบริบทต่างๆ ที่พวกเขาโตมา และสถานการณ์ของโลกที่เด็กต้องเจอ จะช่วยให้คุณครูสามารถออกแบบการเรียนการสอนได้ง่ายและตรงโจทย์ความต้องการมากขึ้น </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“วิชาที่สอนอาจไม่ใช่วิชาสามัญแต่เป็น “Life Project” ที่มีความสอดคล้องกับชีวิตจริง ให้เด็กๆลงมือทำเกิดการเรียนรู้เองได้จริง เป็นการควบรวมรายวิชาในลักษณะของการบูรณาการให้น้ำหนักไปกับวิชาสัมมนา วิชาค้นคว้าอิสระ วิชาวิทยาการวิจัย และวิชาการสร้างสรรค์นวัตกรรม เช่น ให้เด็กแต่ละคนไปศึกษาในหัวข้อ “My family’s happiness” ในช่วง COVID-19 แล้วมาแชร์เป็นไอเดีย ต่อยอดไปด้วยกัน” รศ.ดร.ธันยวิช กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวว่า สำหรับกระบวนการเรียนรู้และมอบหมายงานต่อผู้เรียน 1 หน่วย จะไม่ได้มีนักเรียนแค่ 1 คนอีกต่อไป แต่จะนับรวมคุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองด้วย นั่นหมายความว่าครอบครัวของนักเรียนจะเข้ามามีบทบาทสำคัญที่จะเป็นตัวกลางระหว่างคุณครูและนักเรียน รับรู้ว่าบุตร หลานกำลังเรียนอะไร ทำอะไรอยู่ ในบางครั้งก็เป็นเหมือนผู้ขับเคลื่อน (Facilitator) หรือเป็นโค้ชที่คอยดูแลระหว่างที่กำลังลงมือเรียนรู้ด้วยตนเองส่วนการสร้างความ Active Learning บนโลกออนไลน์ ประกอบด้วบ 4 ขั้นตอนคือ 1.เปิดเวทีให้เด็กแต่ละคน แชร์เรื่องราวตัวเอง 2.เรียนในออนไลน์ แล้วไปต่อในชีวิตจริง 3.ติดตามผลงานไปพร้อมกัน และ 4 รีวิวบทเรียนที่ผ่านมา และวางขั้นต่อไป ซึ่งวิธีทั้งหมดนี้คุณครูจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยให้ห้องเรียนออนไลน์เกิดความ Active Learning ได้อย่างต่อเนื่องและเกิดเป็นห้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ และครูจะต้องปรับตัวเองจากการเป็นนักบรรยายหรือนักกิจกรรมมาเป็นนักออกแบบสื่อประสมที่สอดคล้องและสัมพันธ์กับจุดมุ่งหมายเนื้อหาวิชา</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“อย่างไรก็ตามมากกว่า 50% ของนักเรียนในประเทศไทยมีภาวะยากลำบากในการเรียนรู้ออนไลน์ ขาดแคลนอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาการเรียนรู้ทางไกล (Distance Learning) ในยุค Analog เช่น รายการโทรทัศน์ทางการเรียนรู้ที่เป็น Multimedia จริงๆ ไม่ใช่แค่การบรรยาย หรือถ้าเป็นกรณีที่ห่างไกลไม่มีสัญญาณโทรทัศน์หรือไฟฟ้า ก็ต้องใช้ชุดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง (Learning Package) ที่เป็น Paper-based ตามแนวทางการจัดการศึกษาแบบ Self-Directed Learning ที่ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ผ่านชุดเครื่องมือดังกล่าวสร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเองโดยมีครูเป็นผู้แนะนำอยู่ห่างๆ ผ่านทางไปรษณีย์ หรือผ่านศูนย์การเรียนรู้ชุมชนที่เป็นตัวประสาน” รศ.ดร.ธันยวิช กล่าว</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/002-2/">กสศ.- สพฐ. และ เครือข่ายด้านการศึกษา เตรียมหนุน 850 โรงเรียนพัฒนาคุณภาพตนเองนำร่อง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/408-3/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=408-3</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 May 2020 04:21:06 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[Self-directed learning]]></category>
		<category><![CDATA[High Functioning Classroom]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[E-Learning]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14266</guid>

					<description><![CDATA[<p>ม.ศรีปทุม​ เสนอแผนปรับหลักสูตร TSQP รับมือ COVID-19 คงค [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/408-3/">ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14269" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1.jpg" alt="" width="864" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1.jpg 864w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1-300x158.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1-768x404.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/thumbnail-1-1-750x394.jpg 750w" sizes="(max-width: 864px) 100vw, 864px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">ม.ศรีปทุม​ เสนอแผนปรับหลักสูตร TSQP<br />
รับมือ COVID-19 คงความเป็นชั้นเรียนคุณภาพ</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือนและยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้ จนกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนการเปิดเรียนออกไปเป็นเดือน ก.ค. และอาจไม่สามารถเข้ามาเรียนตามปกติที่โรงเรียนได้นำมาสู่การคิดหาทางออกสำหรับรูปแบบการเรียนการสอนแนวใหม่ ที่มีทั้งระบบออนไลน์และออฟไลน์</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">แต่สำหรับโรงเรียนในถิ่นทุระกันดารปัญหาที่เกิดขึ้นยิ่งทำให้ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่เป็นอยู่ ยิ่งรุนแรงมากขึ้น และผู้ที่เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับโรงเรียนในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​ ที่ต้องปรับแผนรับมือสถานการณ์ที่เป็นอยู่</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี ​หนึ่งในภาคีเครือข่ายโครงการ TSQP ระบุว่า​สำหรับโรงเรียนที่อยู่พื้นที่ทุระกันดาร เด็กจำนวนหนึ่งเข้าไม่ถึงไฟฟ้า ไม่มีอินเตอร์เน็ต ก็อาจต้องปรับไปใช้การศึกษาทางไกลคล้ายรูปแบบในอดีตที่ใช้การเรียนทางไปรษณีย์เป็นการเรียนแบบออฟไลน์ เช่น มีชุดบ็อกซ์เซ็ท​​  ซึ่งผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง หรือ Self-directed learning  ต้องมีวินัยในการเรียนรู้สูง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ในส่วนของที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมฯ รับผิดชอบนั้น ได้เตรียมที่จะจัดการเรียนการสอนแบบทางไกล ซึ่งมีทั้ง Digital Platform แบบออนไลน์​และ Analog แบบ Offline  โดยส่วนแรก แบบออนไลน์จะมีองค์ประกอบเรื่องอุปกรณ์เทคโนโลยีการออกแบบการจัดการเรียนการสอน​ทั้งเรื่องเนื้อหา วิธีการสอน ไปจนถึงเรื่องการสั่งงานเพื่อให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยยังคงเน้นไปที่กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้คิดวิเคราะห์และคิดสร้างสรรค์</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ทำให้ห้องเรียน เป็น High Functioning Classroom</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ที่สำคัญคือการให้นักเรียนได้นำเสนอผลงานของตัวเอง ซึ่งจะมีทั้งงานรายบุคคล และ งานกลุ่ม 2-3 คน ที่นักเรียนสะดวกติดต่อสื่อสารกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อ ทำให้ห้องเรียนออนไลน์มีลักษณะเป็น High Functioning Classroom</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช ระบุว่า การสอนแบบออนไลน์มีทั้งหมด 4 รูปแบบ ทั้ง 1 การสอนแบบบรรยายทั้งรูปแบบไลฟ์สดหรืออัดคลิปวีดีโอในลักษณะ E-Learning โดยวัดผลจากการส่งงานแบบฝึกหัด การตั้งคำถาม แสดงความเห็นในกระดานสนทนา 2  การสอนแบบอภิปรายปัญหาให้เกิดการวิเคราะห์สังเคราะห์ 3 การสอนแบบโครงการหรือการสร้างนวัตกรรม และ 4 การสอนแบบเกมหรือสถานการณ์จำลอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูต้องเปลี่ยนจากนักบรรยายเป็นนักออกแบบสื่อประสม</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนการสอนแบบออฟไลน์ ซึ่งมีนักเรียนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  จึงอาจใช้อุปกรณ์อนาล็อคเท่าที่มี เช่น โทรทัศน์ วิทยุ แต่ถ้าในพื้นที่ที่ไม่มีแม้แต่ไฟฟ้า ก็จะใช้ชุดเรียนรู้ Paper based  แบบ Toolkit หรือ Package หรือทำเป็นบอร์ดเกม ซึ่งมีคู่มือเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยจะต้องมีความน่าสนใจ ท้าทาย และมีความหลากหลายกับผู้เรียนที่มีอายุแตกต่างกัน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“ครูจะต้องผันตัวเองจากการเป็นนักบรรยายมาเป็นนักออกแบบสื่อประสมที่สอดคล้องและสัมพันธ์กับจุดมุ่งหมายเนื้อหาวิชาและประสบการณ์ของหน่วยใดหน่วยหนึ่งโดยเฉพาะ มีสื่อการสอนที่อยู่ในรูปวัสดุ อุปกรณ์ หรือวิธีการต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนส่งเสริมการเรียนรู้เนื้อหาวิชาได้อย่างต่อเนื่องด้วยตัวเอง”</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">รศ.ดร.ธันยวิช กล่าวว่า สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือกลุ่มเด็กด้อยโอกาสที่ปกติก็เข้าถึงการศึกษาปกติได้ยากอยู่แล้วเมื่อออกแบบการเรียนรู้ใหม่เป็นแบบออนไลน์ ยิ่งจะทำให้เด็กกลุ่มนี้เข้าถึงการศึกษาได้อยากยิ่งขึ้นดังนั้น เด็กกลุ่มนี้จึงเป็นเป้าหมายสำคัญที่สำคัญที่สุดของการพัฒนาที่ควรได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นช่องว่างของความเหลื่อมล้ำก็จะยิ่งห่างกว้างมากยิ่งขึ้น</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/408-3/">ผู้เรียนต้องเรียนรู้โดยการกำกับตัวเอง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ครูรุ่นใหม่ที่จะมาสอนคนรุ่นใหม่ต้องเป็นยังไง?</title>
		<link>https://www.eef.or.th/8511-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=8511-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 16 Jan 2020 04:24:46 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[วันครู]]></category>
		<category><![CDATA[Society Inclusive School]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=10560</guid>

					<description><![CDATA[<p>ที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นส่ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8511-2/">ครูรุ่นใหม่ที่จะมาสอนคนรุ่นใหม่ต้องเป็นยังไง?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้นส่งผลต่อการดำรงชีวิต ครอบครัวและสังคมมีปัญหามากขึ้น ซับซ้อนขึ้น ทั้งแตกต่างจากเดิม โรงเรียนจึงต้องมีบทบาทกับเด็กมากขึ้น เพราะเป็นเหมือนบ้านอีกหลังที่เด็กใช้เวลาอยู่มากกว่าหรือพอๆ กับที่บ้าน</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10566" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886.jpg" alt="" width="5760" height="3840" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886.jpg 5760w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4886-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5760px) 100vw, 5760px" />รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กสศ.</pre>
<p>ทางเราได้โอกาสไปพูดคุยกับ รศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) <strong><em>ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการศึกษากว่า 47 ปี </em></strong>ถึงมุมมองของการ Transform ตัวเองเป็น “ครูยุคใหม่” ให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง,,,</p>
<p>อย่างแรก โรงเรียนต้องทำหน้าที่อะไร?</p>
<p><strong>โรงเรียนต้องไม่ใช่แค่สถานที่สอนหนังสือ แต่ต้องถ่ายทอดให้เด็กได้ทั้งวิชาการ และวิชาชีวิต </strong>โดยเฉพาะอย่างหลังที่ต้องให้ความสำคัญมากกว่าเดิม เพราะวิชาการทุกวันนี้เด็กสามารถเรียนผ่านสื่ออื่นๆ ได้ แต่เรื่องของชีวิตต้องใช้เวลาอบรม บ่มเพาะประสบการณ์ ดังนั้นครูยุคใหม่ต้องเป็นดังที่ ร.9 ท่านตรัส คือ ต้องรักเด็ก และทำให้เด็กรักตนได้ ต้องเป็นผู้หล่อมหลอมให้เด็กรักตนเอง รักคนอื่น รักประเทศชาติ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง หัวใจสำคัญของการจะทำให้เกิดขึ้นคือพื้นฐานความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็ก</p>
<p>ครูต้องดูแลทุกข์สุขของเด็กได้เป็นอย่างแรก เป็นหลักให้เขายึด หมายถึงถ้าเด็กมีความทุกข์ ไม่สบายใจ เราต้องบำบัดตรงนั้นก่อน คือต้องดูแลอารมณ์ จิตใจ เพราะถ้าเด็กไม่มีความสุขเสียแล้วก็ยากที่เราจะไปใส่เรื่องวิชาการให้เขา ดังนั้นต้องแก้ตรงนี้ก่อน</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10568" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b.jpg" alt="" width="1193" height="389" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b.jpg 1193w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b-300x98.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b-768x250.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/b-1024x334.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1193px) 100vw, 1193px" /></p>
<p><strong>โรงเรียนจึงต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยทั้งทางด้านกายภาพและจิตใจ </strong></p>
<p>สิ่งนี้สำคัญยิ่งกว่าการสอนด้านวิชาการ เพราะวิชาการเรามีหลักขั้นตอนการสอนที่ชัดเจน สอนง่ายกว่า <strong>แต่การที่ครูคนหนึ่งจะเข้าถึงเด็ก ต้องมีวิธีการพูดคุย เห็นอกเห็นใจ ไม่ตัดสินเขาจากความผิดแค่ครั้งเดียว</strong> การไม่ทำการบ้านหนึ่งวันไม่ได้จะหมายความว่าต้องถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กไม่รับผิดชอบ ครูต้องเข้าใจเขาให้ได้ก่อน ต้องจำไว้ว่าคำพูดของครูแต่ละคำมีผลทำร้ายเด็กได้ ครูต้องสร้างบรรยากาศระหว่างตนกับเด็ก ให้เด็กเข้ามาถึงมือให้ได้ ด้วยการสื่อสาร ความเข้าใจ ให้เด็กได้รู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในห้องเรียน ให้เขารู้ว่าเขาไม่ต้องเรียนเก่ง ให้เขารู้ว่าเขาแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีความชอบและถนัดแตกต่างกัน</p>
<blockquote><p>“ในโลกยุคใหม่ ครูกับโรงเรียนต้องเปิดโอกาสให้เด็ก เราต้องยอมรับ ตรงนี้อาจไม่ใช่ความเท่าเทียม แต่มันเป็นโอกาสของความเสมอภาค คำว่าเสมอภาคคือเขาได้รับโอกาสในการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน”</p></blockquote>
<p>ดังนั้น <strong>ครูต้องมีสมรรถนะในการรับรู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล</strong> สามารถสื่อสาร เข้าใจความรู้สึกของเด็กได้ นั่นคือสิ่งที่ครูรุ่นใหม่ต้องมี</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="alignnone size-full wp-image-10569" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775.jpg" alt="" width="5760" height="3840" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775.jpg 5760w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/0J0A4775-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5760px) 100vw, 5760px" /></p>
<p>&#8220;เด็กๆ เดี๋ยวนี้เขามีความทุกข์จากความคาดหวังของพ่อแม่ เมื่อเขาเป็นเด็กในห้องที่รวมด้วยเด็กเก่ง ทำให้เกิดความเครียด ความกดดันด้วยพ่อแม่จะคาดหวังให้เขามีผลการเรียนในระดับสูงติดต่อกันอยู่ตลอด นี่คือเรื่องที่ครูต้องเข้าถึง”</p>
<p><strong>ครูยุคใหม่ต้องไม่ใช่ผู้สอน แต่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนได้</strong> สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กเรียนรู้โดยเชื่อว่าเขามีศักยภาพที่จะเรียนรู้ได้ ครูต้องสร้าง growth mindset ต้องเชื่อในการเติบโตทางความคิดของเด็ก</p>
<p>ดังนั้น<strong>ในโลกยุคใหม่ ครูกับโรงเรียนต้องเปิดโอกาสให้เด็ก เราต้องยอมรับ ตรงนี้อาจไม่ใช่ความเท่าเทียม แต่มันเป็นโอกาสของความเสมอภาค </strong>คำว่าเสมอภาคคือเขาได้รับโอกาสในการเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของเด็กแต่ละคน</p>
<p>“Society Inclusive School” คือการเปิดพื้นที่ให้เด็กเรียนรู้ที่จะแบ่งปัน เรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่น มีมุมมองที่แตกต่างไปว่าภายใต้ความบกพร่องของเพื่อนที่เราเห็น เขามีความอัจฉริยภาพซึ่งดีกว่าเราอีก ถ้าครูยุคใหม่ไม่เปิดโอกาส แยกเด็กเก่งกับเด็กอ่อนออกจากกัน สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้น อย่างที่สาธิตเกษตรเราจะให้เด็กเก่งเขาได้หันมาดูเพื่อนที่เรียนรู้ช้ากว่า เพราะขณะที่เด็กเก่งเขาไม่ได้เก่งทุกอย่าง เขาอาจคิดเลขเก่ง แต่เขาทำงานร่วมกับคนอื่นไม่เก่ง เขาวาดรูปไม่เก่งเท่าเพื่อนที่คิดเลขสู้เขาไม่ได้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10570" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4946-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<p>เพราะฉะนั้นถ้าเราเอาเด็กกลุ่มนี้มาเรียนด้วยกัน เขาจะเข้าใจการทำงานร่วมกับคนอื่นที่มีความสามารถต่างกัน นี่คือทักษะในศตวรรษที่ 21 เราจะสร้างให้เกิดการทำงานร่วมกันเป็น ครูยุคใหม่ต้องเปิดโอกาสให้เด็กค้นหาตัวเองเป็น เข้าใจความแตกต่าง และต้องเชื่อว่าเด็กแต่ละคนเปลี่ยนแปลงได้</p>
<p>แต่ถ้าเราทำงานกับเด็กยากจน มันต้องเป็นอีกแบบ เป้าหมายที่เราจะสร้างให้เกิดในชุมชนหรือในหมู่บ้านคือการเอาตัวรอด เราไม่ได้สร้างให้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรืออะไรที่มากกว่านั้น <strong>ถามว่าที่เราทำงานเป็นครู รางวัลของเราอยู่ที่เราได้เห็นเด็กช่วยเหลือตัวเองได้ นั่นคือความสุข</strong> และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องมาถามตัวเองว่าที่เราเป็นครูเพื่ออะไร คือ เงินเดือนก็เรื่องหนึ่ง แต่เวลาที่เรามาทำงาน เราต้องให้รางวัลตัวเองด้วยความสุขที่เราได้รับจากเด็ก เราทำให้เขาช่วยตัวเองได้ ทำให้เขาอยากเปลี่ยนแปลง</p>
<p><strong>ครูอยู่ที่ไหนก็มีคุณค่าเพราะว่าความเป็นครูมีหน้าที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับเด็ก</strong> แล้วจริงๆ ครูต้องไม่ทำงานแค่กับเด็ก ครูต้องทำงานกับผู้ปกครองสร้างความเข้าใจให้ถูกต้องด้วย ให้คำแนะนำสร้างสัมพันธภาพที่ดี ครูต้องทำงานกับชุมชน เพื่อให้เด็กอยู่ในชุมชนอย่างปลอดภัย</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-10571" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977.jpg" alt="" width="5472" height="3648" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977.jpg 5472w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/01/IMG_4977-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 5472px) 100vw, 5472px" /></p>
<blockquote><p>เนื่องในโอกาสวันครู</p>
<p>“จงมีความสุขให้ตัวเองจากการเป็นครู ผลที่ตามมานั้นเราทำสิ่งใดไว้เราก็ได้รับสิ่งนั้น ถ้าเราสุขกับการเห็นลูกศิษย์เราพัฒนา คนเป็นครูก็คือว่าต้องมีความสุขในงานที่เราทำ อย่าไปยึดผลตอบแทน เพราะถ้าเราทำความดี ผลกลับมาก็คือความดี เราก็จะมีพลัง</p>
<p>เพราะไม่มีอาชีพไหนที่ให้การตอบแทนทางจิตใจได้เท่าการเป็นครู…”</p></blockquote><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/8511-2/">ครูรุ่นใหม่ที่จะมาสอนคนรุ่นใหม่ต้องเป็นยังไง?</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</title>
		<link>https://www.eef.or.th/639-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=639-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 May 2020 04:59:41 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[Online Learning Course]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม]]></category>
		<category><![CDATA[ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสรีบุตร]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[PLC]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=14141</guid>

					<description><![CDATA[<p>สตาร์ฟิชฯ เสนอ 4 ทางเลือก รับมือผลกระทบCOVID-19  ตามบริ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/639-2/">กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14143" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01.jpg" alt="" width="856" height="454" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-01-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<h4 style="text-align: center;">สตาร์ฟิชฯ เสนอ 4 ทางเลือก<br />
รับมือผลกระทบCOVID-19  ตามบริบทพื้นที่</h4>
<p><span style="font-weight: 400;">จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จนต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางบรรยากาศการเร่งหาทางออกสำหรับการเรียนการสอนในช่วงเปิดภาคเรียนที่เด็กอาจไม่สามารถไปเรียนหนังสือได้ตามปกติที่โรงเรียน​</span><span style="font-weight: 400;">​</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร จันทร์เฉลี่ย เสริบุตร ประธานมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม หนึ่งในเครือข่าย โครงการบริหารจัดการโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (TSQP) ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)​ กล่าวว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนทำให้เกิดการเลื่อนเปิดเทอมออกไปนั้น ในส่วนของมูลนิธิโรงเรียนสตาร์ฟิชคันทรีโฮม ด้านหนึ่งได้ปรับรูปแบบการทำงานพัฒนาครูและการบริหารโรงเรียนเป็นการทำงานออนไลน์</span><span style="font-weight: 400;"> </span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการทำ Online Learning Course รวมทั้งการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) โดยเชิญผู้บริหารโรงเรียนมาแบ่งปันตามหัวข้อต่างๆ ผ่านเฟสบุ้คไลฟ์ ดังนั้นในเชิงออนไลน์จึงไม่มีอะไรเปลี่ยนมากแค่เพิ่มความเข้มข้นของโค้ชที่ไม่สามารถลงพื้นที่อาจประสานงานผ่านช่องทางต่างๆ  ทั้ง ไลน์กรุ๊ป หรือ โทรศัพท์  โดยจะเตรียมห้องประชุมออนไลน์ให้โค้ชเข้าไปทำงานร่วมกับโรงเรียน แบบไลฟ์ที่นัดเวลาเข้าไปพูดคุย รวมไปถึงมีแผนที่จะทำงานร่วมกับชุมชนและเขตพื้นที่ต่างๆ เป็นการขับเคลื่อนแบบ Area-Based</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ในส่วนแผนที่เดิมเคยวางไว้เป็นแบบออฟไลน์จะถูกปรับมาเป็นออนไลน์ ทั้งการจัดเวอร์คช็อปเดือน พ.ค. สำหรับผู้บริหารโรงเรียนและโมเดลการปรับเปลี่ยนโรงเรียน  อีกด้านหนึ่งจะจัดทำหนังสือเรื่อง 9 องค์ประกอบเพื่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ว่าแต่ละโรงเรียนนำโมเดลในไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรบ้างจัดทำเผยแพร่ส่งไปในแต่ละพื้นที่ซึ่งจะต้องประเมินเป็นรายพื้นที่เพราะบางชุมชนไม่ให้คนนอกเข้าในเวลานี้ อาจต้องส่งไปรษณีย์หรือไม่อย่างไร</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">รูปแบบการเรียนการสอนต้องมีความยืดหยุ่น</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14144" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02.jpg" alt="" width="856" height="584" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-300x205.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-768x524.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-02-750x512.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม  Teacher Boot Camp ที่จะขยายการพัฒนาครูจากเฟสหนึ่งไปสู่เฟสสอง ซึ่งครูที่จะเพิ่มเข้ามาในโครงการจะได้รับการอบรมผ่านบทเรียนออนไลน์และ ไลฟ์ เวอร์คช็อป  ซึ่งถามว่าการปรับเปลี่ยนจากออนไลน์มาออฟไลน์อาจมีความแตกต่างกันบ้างจากที่ต้องทำงานกลุ่ม งานเดี่ยว ก็ต้องปรับรูปแบบใช้ซอฟต์แวร์บอร์ดออนไลน์ให้ทุกคนมาให้ความเห็น แต่ก็มีข้อจำกัดเพราะไม่ใช่ครูทุกคนจะใช้เทคโนโลยีได้คล่องแคล่ว ดังนั้นจึงต้องมีความยืดหยุ่นพอสมควร  จะไปคาดหวังว่าจะได้ผล 100% เหมือนที่มาเจอหน้ากันโดยตรงแบบเดิมไม่ได้ ทำให้ต้องระวังอย่าทำจนเกินไปเพราะสุดท้ายไม่ได้ผลอย่างที่เราต้องการ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับแผนรับมือช่วงเปิดเทอม 1 ก.ค.นั้น ทางโรงเรียนบ้านปลาดาว ได้มีการนำร่องวิธีการจัดการซึ่งสามารถนำไปขยายผลต่อในโครงการ กสศ.ได้ โดยบริบทของโรงเรียนบ้านปลาดาวเป็นโรงเรียนที่อยู่ในชนบทผู้ปกครองส่วนใหญ่ช่วยสอนบุตรหลานได้แค่ 20 %อีกทั้งจากที่เปิดสอนในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาทำให้เรียนออนไลน์ด้วยตัวเองลำบาก  ทำให้เราคิดวิธีการให้เหมาะสม คำนึงช่วงอายุเด็ก คำนึงถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์ และวิธีการเรียนรู้ของเด็ก​ซึ่งยังเป็นลักษณะแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ด้วยการสนับสนุนของผู้ปกครอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">Learning Box แบ่งตามระดับชั้น สอดรับ STEAM DESIGN</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14145" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03.jpg" alt="" width="856" height="559" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-300x196.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-768x502.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-03-750x490.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ส่วนหนึ่งจะนำจัดทำเป็นเลิร์นนิ่งบ็อกซ์ ​ซึ่งประกอบไปด้วยชุดบทเรียน ​คล้ายเครื่องมือทำให้ผู้ปกครองสามารถช่วยเด็กๆ ทำกิจกรรมได้ แบ่งเป็นประดับชั้นอนุบาลเน้นการเสริมพัฒนาการเด็ก ทักษะชีวิต การข้าห้อง น้ำ การทานอาหาร เสริมพัฒนาการตามปฐมวัย  และให้ผู้ปกครองทำเมกเกอร์สเปซเรียนแบบ PBL มีแบบประเมินตามสภาพจริงที่ทำโดยผู้ปกครอง มีชุดเกม บัตรคำ ซึ่งการดำเนินการจะเป็นรูปแบบ STEAM DESIGN ที่ทาง “ปลาดาว” ออกแบบไว้ให้เกิดการเรียนรู้แบบแอคทีฟ เลิร์นนิ่ง</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“กล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์​จะออกแบบเป็น รายสัปดาห์ให้มีความยืดหยุ่น เพราะแม้แต่ผู้ปกครองในเมืองที่สามารถดูแลเรื่องการศึกษาได้ดีก็ยังเครียดถ้าต้องมากลายเป็นครูเต็มตัว และเป็นเรื่องหนักสำหรับผู้ปกครองที่หลายคนไม่รู้หนังสือ หลายคนไม่ได้ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแรก การจะให้ผู้ปกครองไปทำอะไรเยอะเกินไปอาจทำให้เขาท้อและไม่อยากทำตรงนี้เลยก็ได้ โดยในส่วนของประถมจะเน้นการทำ PBL ที่ทำเป็น 1 โปรเจ็คท์ระยะเวลา 6 สัปดาห์” ดร.นรรธพร กล่าวว่า</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">หัวใจสำคัญคือ Active learning ผ่าน PBL</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14146" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06.jpg" alt="" width="856" height="592" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-300x207.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-768x531.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-06-750x519.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทางเลือกที่สองคือการทำงานร่วมกับชุมชน โดยดูว่าชุมชนไหนเข้าไปได้บ้างซึ่งอาจให้ครูในชุมชน ครูอาสา ผู้ปกครอง หรือเด็กรุ่นพี่ เข้าไปช่วย แต่ต้องจัดกิจกรรมเว้นระยะห่าง และต้องได้รับการอนุญาตจากชุมชน  และทางเลือกที่สามคือการเรียนรู้แบบออนไลน์ ซึ่งจะมีคอร์สออนไลน์ รวมถึงให้มีสื่อการเรียนให้ดาวน์โหลด และสี่ มีการติดต่อสื่อสารแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ปกครองติดต่อครูประจำชั้นได้ตลอดเวลาทั้งกรุ๊ปแชท ​ซึ่งทางเลือกต่างๆ เหล่านี้จะเป็นต้นแบบการทำงานร่วมกับโรงเรียนใน กสศ. ได้</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ดร.นรรธพร กล่าวอีกว่า ในกล่องเลิร์นนิ่งบ็อกซ์หัวใจคือการให้เด็กได้เรียนรู้แบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ผ่าน PBL ใช้การตั้งคำถามกับชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน​ซึ่งอาจไม่ได้มีประโยชน์แค่ช่วงสถานการณ์ตอนนี้ แต่อาจใช้ในเวลาต่อไปซึ่งเด็กต้องเรียนรู้นอกห้องเรียน เรียนรู้โลกความเป็นจริง ซึ่งทั้ง 60 โรงเรียนเครือข่ายก็จะต้องหาแนวทางที่เหมาะกับบริบทของโรงเรียนของตัวเองเป็น 60 แบบของตัวเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;">กลับตั้งหลักที่ “เป้าหมาย” เรื่องการเรียนรู้ของเด็ก</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-14147" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04.jpg" alt="" width="856" height="589" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04.jpg 856w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-300x206.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-768x528.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ดร-แพร-04-750x516.jpg 750w" sizes="(max-width: 856px) 100vw, 856px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">อย่างไรก็ตาม ทางออกสำหรับการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของ COVID-19 ใน​พื้นที่ทุระกันดาร​นั้นเราต้องมองจากวัตถุประสงค์หลักคือให้เด็กได้เรียนรู้ ไม่ใช่ให้เด็กต้องใช้เทคโนโลยี ตอนนี้จากที่อ่านเข่าวเยอะๆ ก็จะกังวลเพราะรู้สึกคนมองว่าการแก้ปัญหาต้องเรียนออนไลน์อย่างเดียว แต่เราลืมไปว่ามีเด็กหลายกลุ่มไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้ เข้าไม่ถึงอุปกรณ์ ทีวี โทรศัพท์มือถือ</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“เราต้องถามว่าการให้เด็กนั่งดูทีวีแบบวันเวย์คอมมูนิเคชั่น 50 นาทีต่อคาบเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้จริงหรือเปล่า ถ้าโจทย์หลักคือการเรียนรู้ต้องมาก่อน เราต้องหาโซลูชั่นให้เด็ก ดีกว่ายึดติดว่าหากไปเรียนไม่ได้ต้องออนไลน์อย่างเดียว การเรียนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่ที่กระบวนการ ทั้ง คอมมูนิตี้เบส โฮมเบส  ก็สามารถเกิดขึ้นได้ แต่อย่าไปใช้ไม้บรรทัดที่เราจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียน มาวัดการเรียนที่จัดที่บ้านและชุมชนซึ่งต่างกัน ตรงนี้ อาจกลับไปถึงเรื่องเพอร์ซอนอลไลซ์เลิร์นนิ่งที่เป็นการเรียนเฉพาะบุคคลจริงๆ“ ดร.นรรธพร กล่าว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ทั้งนี้ เทคโนลยีอาจเป็นคำตอบสำหรับเด็กบางคน  แต่สำหรับบางคนอาจไม่ใช่เลยก็ได้ ดังนั้นต้องกลับไปใส่ใจเรื่องเป้าหมายคือการเรียนรู้ของเด็ก คือการเรียนรู้ที่มีความหมายในชีวิตจริง ซึ่งอาจไม่ได้อยู่ในหลักสูตรปกติของโรงเรียนก็ได้ ไปจนถึงเรื่องสุขภาวะของเด็กในตอนนี้ เรื่องความเป็นอยู่ที่ดีเป็นเรื่องที่สำคัญ อาจต้องกับมาดูเรื่องเหล่านี้ให้มากขึ้น ต้องดูแลเรื่องสภาพจิตใจการเป็นอยู่ อาหารกลางวันเพราะเด็กหลายคนต้องพึ่งพาอาหารกลางวันที่โรงเรียน ซึ่งหากเรายังแก้ปัญหาเรื่องปากท้องเด็กไม่ได้ เรื่องการเรียนออนไลน์ก็คงเป็นเรื่องรองลงไป</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"><strong>ที่มาภาพ : </strong></span><a class="_64-f" href="https://www.facebook.com/drprae/">Dr Prae Seributra</a><br />
<strong><br />
</strong></p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/639-2/">กลับไปตั้งหลักเริ่มที่เป้าหมายการเรียนรู้ของเด็ก</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>การศึกษากลับทางคืออะไร ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง</title>
		<link>https://www.eef.or.th/13935-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=13935-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 08 May 2020 07:43:02 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[คลิปวิดีโอ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษากลับทาง]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13935</guid>

					<description><![CDATA[<p>https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/22230583239 [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/13935-2/">การศึกษากลับทางคืออะไร ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>https://www.facebook.com/EEFthailand/videos/222305832392848</p>
<p>เชื่อว่าใครหลายๆ คนน่าจะเคยมีโมเมนต์<br />
ที่นั่งเรียนอย่างเดียวแล้วรู้สึกว่าเรียนเยอะจนไม่เข้าหัว<br />
จากรูปแบบการศึกษาที่เราคุ้นเคยกันมานาน<br />
.<br />
ควรถึงเวลาที่จะมีการ “กลับทาง” เปลี่ยนแปลง<br />
ไม่ว่าโลกนี้จะมีไวรัส COVID-19 เกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม<br />
.<br />
แล้วการศึกษากลับทางคืออะไร<br />
ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง<br />
เปลี่ยนแล้วทั้งคุณครูและเด็กนักเรียนจะได้อะไร?<br />
.<br />
“ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช”<br />
ประธานคณะอนุกรรมการกำกับทิศทาง<br />
โครงการพัฒนาครูและโรงเรียนฯ (TSQP)<br />
จะพาเราคลายข้อสงสัยไปพร้อมกัน<br />
.</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/13935-2/">การศึกษากลับทางคืออะไร ทำไมเราควรต้องเปลี่ยนแปลง</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>กระตุ้นเด็กคิดวิเคราะห์ รู้จักประเมินตนเอง ขยายฐานเรียนแบบ Active Learning ของ OECD</title>
		<link>https://www.eef.or.th/tsqp2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=tsqp2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 04 Dec 2019 10:47:18 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[Innovative Base]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Active Learning]]></category>
		<category><![CDATA[OECD]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9717</guid>

					<description><![CDATA[<p>รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นสร้างทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp2/">กระตุ้นเด็กคิดวิเคราะห์ รู้จักประเมินตนเอง ขยายฐานเรียนแบบ Active Learning ของ OECD</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9722" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/306030.jpg" alt="" width="1280" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/306030.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/306030-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/306030-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/306030-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p>
<blockquote><p>รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นสร้างทักษะ ความคิดสร้างสรรค์และการคิดวิเคราะห์อย่างมีวิจารณญาณผ่านเครื่องมือขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ ​OECD ซึ่งเป็นที่ยอมรับและใช้กัน​ใน 14 ประเทศทั่วโลก กำลังถูกนำมาปรับปรุงการเรียนการสอนในประเทศไทย</p></blockquote>
<p>ภายใต้การพัฒนาผ่านโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพ การศึกษาอย่างต่อเนื่อง หรือ TSQP ของ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) โดยจะขยายไปยัง 75 โรงเรียน ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ น่าน ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ สุรินทร์ กาญจนบุรี อยุธยา เพชรบุรี ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี</p>
<p>รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี เผยถึงความคืบหน้าในโครงการนี้ว่า ​ปัจจุบันได้จัดอบรมให้กับครูเกี่ยวกับกระบวนการเรียนการสอน ช่วยกันวิเคราะห์ว่าเครื่องมือตัวนี้จะเปลี่ยนแปลงผู้เรียนได้อย่างไรบ้าง ขั้นตอนต่อไปคือการตั้งเป้าหมายโรงเรียน โดยดึงเอาผู้ปกครองและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม โดยมีโค้ชเข้ามาเป็นกระบวนกร จัดกระบวนการตั้งเป้าของโรงเรียนซึ่งจะทำให้เสร็จก่อนขึ้นปีการศึกษาหน้า ว่าจะ​เปลี่ยนการเรียนการสอนอย่างไรให้เป็นไปตามผลลัพธ์ทางการศึกษา ที่กสศ.กำหนดทั้งการ​คิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ ทักษะการทำงาน ทักษะสื่อสาร ทักษะวิชาชีพ ลักษณะพึงประสงค์</p>
<p>ทั้งนี้ การจัดห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแนวทาง Active Learning โดยใช้เครื่องมือ OECD นั้น มีสองส่วน ส่วนแรกคือแบบประเมิน ซึ่งจะมีทั้งวัดความสามารถของเด็ก ให้เด็กเกิดทักษะจากการทำแบบฝึกหัดซึ่งแทรกซึมอยู่ในข้อสอบที่บูรณาการ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์ หรือ STEM เช่น จะขี่จักรยานใช้ล้อขนาดเท่าไหร่ถึงจะไปถึงบ้านโดยไม่เปียกฝน ​และการวัดเชิงจิตวิทยา เพื่อวัดพัฒนากระบวนการขั้นตอนประเมินตัวเอง ทำให้เขารู้ว่าตัวเองอยู่ระดับไหน รวมทั้งได้ฝึกสื่อสาร ฟีดแบ็คกับเพื่อน</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9726" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305990.jpg" alt="" width="1280" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305990.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305990-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305990-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305990-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" />รศ.ดร.ธันยวิช วิเชียรพันธ์ จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตชลบุรี</pre>
<p>ส่วนที่สอง กระบวนการเรียนการสอนแนว Innovative Base หรือการเรียนเพื่อนำไปสู่การคิดนวัตกรรม โดยใช้ 6 ขั้นตอน จาก OECD ที่ถูกปรับปรุงให้เหมาะสมกับสังคมไทยหลังจากได้ทดลองในบ้านเรามาแล้ว 2 ปี​ โดยครูจะได้รับการการอบรมในสองส่วนส่วนแรกคือกระบวนการพื้นฐานของการปรับเปลี่ยนตัวเองเป็นครูกระบวนการหรือผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ถัดมาสองบทบาทผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ที่จะเข้าใจธรรมชาติมนุษย์เรียนรู้ แบบไหนมาสู่กระบวนการเรียนรู้ 6 ข้อ ​คือ</p>
<p>1.ประเมินผู้เรียน ก่อนเรียน<br />
2.สร้างแรงบนดาลใจ<br />
3.วางแผนบูรณาการ<br />
4.เรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ​<br />
5.รีเฟลคชั่น การประเมินตัวเอง ใช้เครื่องมือ OECD ให้เกิดการพัฒนาเรียนรู้ตัวเอง<br />
6.​ชวนคิดต่อยอด ใช้กระบวรการ Design thinking เข้าไปจับ</p>
<p>รศ.ดร.ธันยวิช อธิบายเพิ่มว่า วิธีการอบรมเราจะใช้วิธีทำให้ครูกลับไปเป็นนักเรียน เราเป็นวิทยากรเล่นบทครู เปลี่ยนให้ครูจำลองเหมือนเป็นนักเรียนในห้องเรียน คิดหัวข้อ​ ลองทำแบบทดสอบ สัมผัสบรรยากาศ ลองหาหัวข้อสร้างแรงบันดาลใจ ทำกระบวนการวางแผนร่วมกันกับผู้เรียน ​มีรีเฟลคชั่น การตั้งคำถาม</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9727" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305993.jpg" alt="" width="1568" height="1044" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305993.jpg 1568w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305993-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305993-768x511.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305993-1024x682.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305993-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305993-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 1568px) 100vw, 1568px" /></p>
<blockquote><p>“ระบบการเรียนแบบเดิมเป็นการเรียนให้จำ​ใช้หลักสูตรเป็นตัวนำ เด็กไม่ได้มีความรู้สึกเป็นเจ้าของว่าสิ่งที่เขาจะเรียนจะเชื่อมโยงกับชีวิตจริง มีประโยชน์อย่างไร เน้นการจำไม่เน้นการคิด ลงมือทำ เป็นแบบ Passive Learning แต่เถ้าเราเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ มีขั้นตอน มีเครื่องมือ Design Thinking ไปจับ ก็จะสามารถพัฒนาการคิด ซึ่งดีกว่าแบบเดิมแน่นอน อีกประเด็นคือความสุขในการเรียนรู้ ตราบใดที่เด็กมีความสุข อยากเรียน ยังไงเขาก็จะมาเรียน ​โอกาสดร็อปเอาท์ (Drop out) ก็จะมีน้อยธรรมชาติมนุษย์จะเรียนรู้เติบโต สมองจะฟังก์ชันได้ดีต้องมีการเคลื่อนไหวระหว่างการเรียนรู้ ไม่ใช่นั่งนิ่งๆ” รศ.ดร.ธันยวิช กล่าว</p></blockquote>
<p>รศ.ดร.ธันยวิช ยังมองว่ารูปแบบการเรียนนี้สุดท้ายจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ เพราะมีการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติเหมือนเด็กมีต้นทุนเท่ากัน ไม่มีคำว่าคนจำเก่งกว่า มีสุขภาพเข็งแรงดีกว่า แต่การเรียนรู้แบบนี้ ทุกคนมีสิทธิเรียนรู้เท่ากัน และผลัดกันเป็นวีรบุรุษในแต่ละกิจกรรมได้ เพราะว่าการจัดการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจะต้องใช้ทักษะ​ พหุปัญญาครบทั้งหมดในกิจกรรมต่างๆ ​แต่ที่ผ่านมาการเรียนในห้องเรียนเป็นการใช้ทักษะแค่ไม่กี่ตัวทำให้เด็กไม่มี ความไม่มั่นใจ ไม่มีความสุข</p>
<p>ที่สำคัญรูปแบบการเรียนแบบ Active Learning ของ OECD นี้มีหลายแบบ​ ซึ่งบางครั้งจะเป็นรูปแบบรายวิชาเป็นตัวตั้ง มีแผนรายชั่วโมงสำหรับครูที่เพิ่งเริ่มทำแผนกิจกรรมที่ลงรายวิชาแต่ละวิชาแค่วิชาเดียวเป็นตัวนำระบบเข้ากิจกรรม ​หรือทำแบบบูรณาการครู ​2-3 คนมาสอน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่​ใช้ได้สำหรับโรงเรียนที่พร้อมน้อยที่สุดไปจนถึงพร้อมมากที่สุด ​</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9728" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305991.jpg" alt="" width="1280" height="960" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305991.jpg 1280w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305991-300x225.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305991-768x576.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/305991-1024x768.jpg 1024w" sizes="(max-width: 1280px) 100vw, 1280px" /></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/tsqp2/">กระตุ้นเด็กคิดวิเคราะห์ รู้จักประเมินตนเอง ขยายฐานเรียนแบบ Active Learning ของ OECD</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>คุณภาพการศึกษาเริ่มได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนตารางสอนใหม่</title>
		<link>https://www.eef.or.th/129-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=129-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 06 May 2020 06:29:40 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[เชียงใหม่]]></category>
		<category><![CDATA[พวงชมพู เฮ็งประเสริฐ]]></category>
		<category><![CDATA[กอท.]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียนบ้านห้วยปูลิง]]></category>
		<category><![CDATA[Project- Based Learning]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[PBL]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=13666</guid>

					<description><![CDATA[<p>การเรียนในรูปแบบเดิมๆ อย่างการนั่งจดตามสิ่งที่ครูเขียนบ [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/129-2/">คุณภาพการศึกษาเริ่มได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนตารางสอนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13668" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-01-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1358" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-01-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-01-300x159.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">การเรียนในรูปแบบเดิมๆ อย่างการนั่งจดตามสิ่งที่ครูเขียนบนกระดาน และกลับไปท่องจำเนื้อหาในตำรา ใครจำได้แม่นยำกว่าก็จะได้คะแนนมากกว่า กำลังจะกลายเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่ตกยุค และไม่ตอบโจทย์ทักษะการใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21  ซึ่งต้องการให้เด็กคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ด้วยตัวเอง</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><strong>การเปลี่ยนตารางสอนจึงถือเป็นประตูบานแรกที่จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอน</strong></p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13675" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1.jpg" alt="" width="1500" height="1091" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1.jpg 1500w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-300x218.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-1024x745.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-768x559.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/111723-1-750x546.jpg 750w" sizes="(max-width: 1500px) 100vw, 1500px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">​โรงเรียนบ้านห้วยปูลิง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างที่เริ่มเปลี่ยนตารางสอน เลิกยึดติดกับรายวิชา และจัดหมวด บูรณาการเรียนรู้ในวิชาต่างๆ เข้ามาเป็นการเรียนแบบเรียนรู้ด้วยปัญหาเป็นฐาน หรือ Project- Based Learning (PBL)  ให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง สร้างองค์ความรู้ด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นความรู้ที่อยู่กับตัวเด็กไปนานกว่าการท่องจำเพียงอย่างเดียว</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูพวงชมพู เฮ็งประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยปูลิง อธิบายว่า สิ่งที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือเด็กกล้าแสดงออกจากเดิมที่เด็กส่วนใหญ่เป็นปกากญอ เดิมไม่กล้าแสดงออก ตอนนี้กล้าคิด กล้าแสดงออก กล้านำเสนอหน้าชั้น มีความมั่นใจในตัวเอง มีความรับผิดชอบกับงานที่ได้รับ มีความมุ่งมั่นเต็มใจทำงานที่ได้รับ</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">เปลี่ยนใบหน้าบูดบึ้งเป็นเสียงหัวเราะ</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13672" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04.jpg" alt="" width="1701" height="1111" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04.jpg 1701w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-300x196.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-1024x669.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-768x502.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-1536x1003.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-04-750x490.jpg 750w" sizes="(max-width: 1701px) 100vw, 1701px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> อีกด้านผลที่เกิดขึ้นกับครูก็คือครูมีมายด์เซ็ตเกี่ยวกับเรียนรู้เปลี่ยนไป จากเดิมที่ยึดติดว่าเวลาเรียนครูต้องพูดอย่างเดียว เด็กต้องจำ เด็กอยู่ใต้อำนาจครู แต่ตอนนี้ครูเริ่มปรับเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของเด็กไม่ใช่อย่างเดิม เข้าใจการเรียนรู้ของเด็กมากขึ้น ​และเชื่อมั่นว่าเด็กสามารถทำได้มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">“สำคัญที่สุดเราได้เห็นเด็กยิ้ม ได้คุย ได้หัวเราะกันระหว่างเรียน จากเดิมที่เด็กหน้าบูดหน้าบึ้ง ต้องนั่งฟังครูอย่างเดียว เครียด โดนบังคับให้เขียน แต่ตอนนี้เขาเรียนแล้วมีความสุข เด็กช่วยกันคิดว่าอยากเรียนอะไร เด็กจะได้ทำตามธรรมชาติของเด็ก ได้เดินไปเดินมา มีปฏิสัมพันธ์ ได้ทดลอง  การจัดชั้นเรียนก็เป็นการนั่งล้อมเป็นวงกลม ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ บางครั้งก็ออกไปนอกชั้นเรียนทำให้รู้สึกมีอิสระไม่ถูกบังคับ เมื่อรู้สึกไม่ถูกบังคับเด็กก็มีความสุขเต็มใจเรียน”</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">มี 3 วิชายืนพื้น ​ที่เหลือเป็นการบูรณาการการเรียนรู้​</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13673" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-05-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1865" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-05-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-05-300x219.jpg 300w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ครูพวงชมพู  ขยายความถึงการเปลี่ยนตารางสอนว่า วิชาหลักก็ยังคงมียืนพื้นคือ​ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ​ส่วนวิชาที่เหลือคือ วิทยาศาสตร์ การงานอาชีพและเทคโนโลยี (กอท.) สังคม ​สุขศึกษาและพละศึกษา และ ดนตรี จะบูรณาการการเรียนรู้ร่วมกันเป็นหน่วยเรียนรู้ที่กำหนดธีมในแต่ละหน่วย เช่น ของเล่นพื้นบ้าน สมุนไพรผักพื้นถิ่น ที่จะนำเอาตัวชี้วัดรายวิชามาออกแบบการเรียน ดังนั้นเมื่อทำกิจกรรมครบทั้งปีการศึกษาก็จะได้ครบตามตัวชี้วัดทั้งหมด</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;">ยกตัวอย่างเช่น หน่วย “ขนมวิบวับ” ของ นักเรียนชั้น ป.3 ซึ่งมีที่มาจากปัญหาเรื่องขนมจุกจิกที่วางขายกันไม่มีประโยชน์เราจะมาหาทางแก้ไขด้วยการทำขนมที่มีประโยชน์กับร่างกายก็จะเกี่ยวข้องกับวิชาสุขศึกษาเรื่องอาหาร 5 หมู่ การทำอาหารก็เกี่ยวกับวิชาการ การงานอาชีพและเทคโนโลยี</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ความรู้นอกตำราได้มาจากการฝึกแก้ไขปัญหา</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13670" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-scaled.jpg" alt="" width="2560" height="1357" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-scaled.jpg 2560w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-300x159.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-1024x543.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-768x407.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-1536x814.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-2048x1086.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-02-750x398.jpg 750w" sizes="(max-width: 2560px) 100vw, 2560px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">หรือฐานทำขนมจีนของ ป. 6 ก็จะพาไปดูโรงงานทำขนมจีนได้เกิดการเรียนรู้จริงตั้งแต่การดูของจริง กลับมาทดลองทำ เจอปัญหาก็แก้ไขเช่นบางครั้งทำแล้วไม่เป็นเส้นไม่ได้รูป ก็หาทางแก้ไขตรงนี้เป็นความรู้ใหม่ๆที่ได้จากนอกตำราเรียน</span></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">“สัปดาห์แรกเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียน กระตุ้นให้เด็กเกิดความสนใจ ก็ต้องถามเขาว่าอยากเรียนรู้อะไร หัวข้ออะไรที่เรียนรู้แล้ว อะไรที่ยังไม่รู้ และ อยากเรียนรู้อะไรเพิ่มเติม จากนั้นก็มาช่วยกันตั้งชื่อหน่วยเด็ก ๆ ก็จะเสนอชื่อแล้วก็โหวตกัน ครูต้องคอยบิ้วท์ถ้าเด็กไม่สนใจก็จะไม่กระตือรือร้นสนใจเรียนสัปดาห์แรกนี้จึงสำคัญ​ที่จะมีผลต่อไปทั้งกระบวนการ” </span></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: center;">ครูต้องเลิกยึดติดการสอนแบบยืนหน้าห้อง</h4>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-13671" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03.jpg" alt="" width="1701" height="1084" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03.jpg 1701w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-300x191.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-1024x653.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-768x489.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-1536x979.jpg 1536w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2020/05/ปูลิง-03-750x478.jpg 750w" sizes="(max-width: 1701px) 100vw, 1701px" /></p>
<p><span style="font-weight: 400;">สำหรับการเปลี่ยนตารางสอนนี้ที่โรงเรียนบ้านห้วยปูลิงเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2559  ซึ่งช่วงแรกก็ต้องมีการปรับตัวทั้งครูที่จบใหม่ ครูเก่า ซึ่งยังยึดติดการสอนแบบเดิมคือยืนหน้าห้อง  Chalk &amp; Talk แล้วให้งานเด็ก ก็ต้องปรับ วิธีที่ดีวิธีหนึ่งก็คือปรับตารางสอนเพื่อปรับโครงสร้างกระบวนการสอนใหม่ครูก็ต้องปรับและเรียนรู้และเห็นว่าสุดท้ายก็นำไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น  </span></p>
<p><i><span style="font-weight: 400;">“ที่สำคัญคือการสอนแบบนี้ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ จากเดิมที่คนมองว่าเด็กบนดอยทำไม่ได้ ไม่เก่ง ไม่มีศักยภาพ เราก็อยากพิสูจน์ว่าเด็กบนดอยทำไมจะทำไม่ได้ ไม่ว่าเด็กบนดอย เด็กพื้นที่ราบ เด็กรวย เด็กจน สามารถเรียนรู้ได้ พัฒนาตัวเองได้ถ้าได้รับโอกาสการเรียนรู้ที่ดีซึ่งพิสูจน์แล้วทำได้จริง”​</span></i></p>
<p><span style="font-weight: 400;"> </span><span style="font-weight: 400;">ครูพวงชมพู  เล่าให้ฟังว่า รูปแบบการสอนแบบ PBL ที่นำมาใช้ได้ต้นแบบมาจากโรงเรียนลำปลายมาศ พัฒนา ซึ่งเป็นความร่วมมือภายโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง (Teachers &amp; School Quality Program : TSQP) ที่ดำเนินการร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนและลดความเหลื่อมล้ำการศึกษา</span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ร่วมสร้างโอกาสทางการศึกษา</strong><br />
<strong>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)</strong><br />
<a href="http://www.eef.or.th/donate/"><strong>www.eef.or.th/donate/</strong></a><br />
<strong>ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์</strong><br />
<strong>เลขที่ : 172-0-30021-6</strong><br />
<strong>บัญชี : กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค</strong></p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/129-2/">คุณภาพการศึกษาเริ่มได้ง่ายๆ แค่เปลี่ยนตารางสอนใหม่</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>นวัตกรรมยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ความหวังลดเหลื่อมล้ำรร.ห่างไกล</title>
		<link>https://www.eef.or.th/200-2/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=200-2</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 01 Dec 2019 11:18:26 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[โรงเรียน TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรมต้นแบบ]]></category>
		<category><![CDATA[รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[Lesson Study]]></category>
		<category><![CDATA[Open Approach]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัยขอนแก่น]]></category>
		<category><![CDATA[TSQP]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.เปิดประตูสู่โอกาส]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=9661</guid>

					<description><![CDATA[<p>วิธีการที่เรียกกันว่า Open Approach ซึ่งหมายถึง การจัดก [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/200-2/">นวัตกรรมยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ความหวังลดเหลื่อมล้ำรร.ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9664" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934.jpg" alt="" width="2508" height="1672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934.jpg 2508w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004209934-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2508px) 100vw, 2508px" /></p>
<p style="text-align: left;">วิธีการที่เรียกกันว่า Open Approach ซึ่งหมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่ครูจะใช้ปัญหาปลายเปิดเพื่อขับเคลื่อนกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน และ Lesson Study ที่เป็นหลักในการพัฒนาวิชาชีพครูในประเทศญี่ปุ่น นับเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่ถูกนำมาใช้แล้วมากกว่า 10 ปีในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจาก 2 โรงเรียนเมื่อปี 2549 จนปัจจุบันได้ขยายผลไปยังโรงเรียนทั่วประเทศอีกเกือบ 200 แห่ง</p>
<p>นำมาซึ่งการพัฒนาวิธีการสอนของครู และกระบวนการเรียนรู้ของเด็กในชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้กับโรงเรียนทุกขนาดและทุกระดับ หรือแม้แต่การช่วยลดความแตกต่างของนักเรียนในเมืองและในพื้นที่ห่างไกลได้อย่างเห็นผล จนเป็นหนึ่งในวิธีการที่ กสศ. และ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ร่วมมือกันเพื่อนำมาใช้ในโครงการพัฒนาครูและโรงเรียนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง(TSQP) ของสำนักพัฒนาคุณภาพครู นักศึกษาครู และสถานศึกษา โดยกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคุณภาพโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ให้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ บนพื้นที่เป้าหมาย 291 โรงเรียน ครอบคลุม 35 จังหวัดทั่วประเทศไทย</p>
<p>รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า นับตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ในปี 2542 การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนและวิธีการสอนของครู เป็นหัวข้อที่คนในแวดวงการศึกษาพูดถึงกันมาก โดยเฉพาะในเชิงนโยบายหรือการวางโครงสร้าง ในช่วงเวลานั้นเองที่ทาง รศ.ดร.ไมตรี เห็นว่า การปฏิรูปการเรียนรู้สามารถเริ่มต้นได้จากการนำเอาทรัพยากรทางการศึกษาเข้าไปปรับเปลี่ยนในชั้นเรียน หรือในห้องเรียน อันเป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในวงจรการศึกษา</p>
<pre style="text-align: center;"><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-9666 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004233519-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" />รศ.ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ รองอธิการบดีฝ่ายการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น</pre>
<p>“ผมเริ่มนำนวัตกรรมที่ช่วยในการเปลี่ยนการสอนของครูและการเรียนรู้ของผู้เรียนมาใช้ตั้งแต่ปี 2542 โดยเอาทรัพยากรที่มีคือ นักศึกษาครูฝึกหัดทุกระดับชั้น และอาจารย์ผู้สอนที่เข้าใจหลักสูตร พาพวกเขาเข้าไปที่ชั้นเรียนทั้งหมด นั่นคือการเริ่มต้นปฏิรูปการศึกษาที่ผมเห็นว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาได้ คือเราต้องเริ่มกันที่ห้องเรียน” รศ.ดร.ไมตรี ระบุ</p>
<p>ที่ผ่านมาการปฏิรูปการศึกษาในประเทศของเรา มีการนำนวัตกรรมมากมายเข้ามาช่วยในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอนของครู ซึ่งมันไม่มีสูตรสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าวิธีการนั้นจะต้องเป็นอย่างไร แต่ในส่วนของนวัตกรรมที่เรานำมาใช้มากกว่า 10 ปี และเห็นผลในระดับหนึ่งแล้วว่ามันช่วยกำหนดขั้นตอนและวางรูปแบบการสอน ที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาทั้งผู้สอนและผู้เรียนได้อย่างเป็นระบบ จะมี 2 นวัตกรรมหลัก</p>
<p>อย่างแรกคือ Open Approach ที่เน้นเรื่องการ ‘เปลี่ยนวิธีการสอน’ ก่อน จากเดิมที่ครูจะให้ความรู้ด้วยวิธีบรรยายหรือถ่ายทอดตรง ๆ เราก็เปลี่ยนมาเป็นการทำงาน 4 ขั้นตอน คือ 1.ครูต้องหาโจทย์หรือปัญหาที่มีความหมายใกล้ชิดกับสิ่งรอบตัวของผู้เรียน เป็นเรื่องราวที่พบเห็นในชีวิตจริง 2.นำปัญหาเข้าสู่ชั้นเรียนให้ผู้เรียนได้เรียนรู้หาวิธีแก้ไขโจทย์ด้วยตนเอง 3.ครูจะเป็นผู้สังเกตแนวความคิดของเด็กต่อวิธีการที่เขาใช้ในการแก้ปัญหา และ 4.ผู้เรียนจะต้องนำวิธีการต่าง ๆ ในการแก้ปัญหาที่ค้นพบมาอภิปรายและสรุปผลออกมาเป็นวิธีการเรียนรู้</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter size-full wp-image-9667" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710.jpg" alt="" width="2508" height="1672" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710.jpg 2508w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004224710-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2508px) 100vw, 2508px" /></p>
<p>การเรียนรู้ด้วยวิธี Open Approach เป็นการพลิกวิธีการสอนที่คุ้นเคยในบ้านเรามาตลอด ด้วยวิธีนี้ครูจะไม่ใช่ศูนย์กลางในการส่งมอบความรู้อีกต่อไป แต่ผู้เรียนจะได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งสิ่งนี้นับเป็นทักษะสำคัญของโลกในศตวรรษที่ 21 เนื่องจากทุกวันนี้ความรู้มีอยู่มากมายหาได้จากนอกห้องเรียนหมดแล้ว การสอนในลักษณะนี้เราจึงเน้นให้แต่ละคาบเรียน เขาได้ฝึกแก้ไขปัญหา ทำทุกอย่างด้วยตนเอง เผชิญกับความยากลำบากในการค้นหาวิธีการด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดองค์ความรู้เฉพาะตัวอันเป็นประสบการณ์ที่เขาจะนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง ๆ</p>
<p>ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวต่อไปว่า อีกนวัตกรรมหนึ่งที่ช่วยเสริมการเรียนรู้แบบ Open Approach คือการปรับปรุงวิธีการสอน ที่เรียกว่า Lesson Study เป็นแนวทางการพัฒนาวิชาชีพครูที่เป็นการปรับปรุงการสอนด้วยตัวของครูเอง(Teacher-Led Instructional Improvement) และเป็นวิธีการที่ครูเป็นผู้ผลักดันให้เกิดการปรับปรุงการสอนด้วยตัวของครูเอง การนำแนวทางนี้มาใช้ในการพัฒนาวิชาชีพครู จึงก่อให้เกิดประโยชน์มากต่อการสอน ทั้งด้านเนื้อหา วิธีการสอน และต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน</p>
<p>“ครูจะต้องเลิกทำงานเพียงลำพังคนเดียว แล้วเปลี่ยนเป็นการทำงานเป็นทีมร่วมกับครูด้วยกัน เพื่อร่วมวางแผน ระดมความคิด จากเดิมที่วิธีการสอนเป็นเรื่องของใครของมัน ห้องเรียนของใครของมัน แต่ด้วยการเรียนรู้ในโลกยุคปัจจุบันที่เน้นให้ผู้เรียนได้ค้นหาวิธีการในการเข้าถึงความรู้ด้วยตนเอง ครูจะต้องเป็นผู้คาดการณ์แนวคิดของนักเรียนให้ได้ มิฉะนั้นครูจะไม่สามารถค้นหาโจทย์หรือปัญหาดี ๆ มาใช้ในห้องเรียนได้ โจทย์จะปิดแคบ ดังนั้น งานที่เป็นเชิงวิชาชีพครูในระดับสูงนี้ ครูจะต้องร่วมด้วยช่วยกันวางแผนสร้างสถานการณ์ปัญหาที่ท้าทายให้ได้ จากนั้นจึงนำไปใช้ในชั้นเรียน ขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ครูทุกคนต้องปรับปรุงวิธีการสอนของตัวเองสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ที่น่าสนใจอยู่ตลอดเวลา” รศ.ดร.ไมตรี กล่าว</p>
<p><img decoding="async" loading="lazy" class="aligncenter wp-image-9662 size-full" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156.jpg" alt="" width="2048" height="1365" srcset="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156.jpg 2048w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-300x200.jpg 300w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-768x512.jpg 768w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-1024x683.jpg 1024w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-750x500.jpg 750w, https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2019/12/1575004217156-272x182.jpg 272w" sizes="(max-width: 2048px) 100vw, 2048px" /></p>
<p>สำหรับ Open Approach และ Lesson Study เป็นสองแนวทางที่ ผศ.ดร.ไมตรี ระบุว่าได้นำมาใช้ในเด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 มาแล้วมากกว่า 15 ปี และเห็นผลในเชิงประจักษ์แล้วว่าสามารถยกระดับคุณภาพชั้นเรียนได้จริง ขณะที่ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ศูนย์วิจัยคณิตศาสตร์ศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้นำสองนวัตกรรมดังกล่าวเข้าไปใช้กับเด็กนักเรียนมาแล้วประมาณ 4-5 ปี ดังนั้นในการร่วมงานกับ กสศ. ทางโครงการจึงวางกลุ่มเป้าหมายนักเรียนในระดับชั้น ป.1-ม.3</p>
<p>กว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา นวัตกรรมที่เรานำมาใช้ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนในหลายมิติ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เราเห็นได้ชัดก็คือ การทำงานของครูที่เน้นการขับเคลื่อนเป็นทีม ซึ่งส่งผลต่อระบบการสอนในภาพที่ใหญ่กว่าห้องเรียนแค่ห้องเดียว หรือโรงเรียนแค่แห่งเดียว ส่วนในตัวเด็ก เราพบว่าในทุกชั้นเรียนของโครงการ เด็กที่เคยเกลียดคณิตศาสตร์ ไม่อยากเรียนวิชานี้ เขาก็หันมาสนใจเรียนมากขึ้น รวมถึงมีความเข้าใจในบทเรียนเพิ่มขึ้น นั่นเพราะเขาได้เรียนรู้อย่างสนุกสนานเนื่องจากการได้ค้นหาวิธีการด้วยตนเอง ได้เรียนรู้ว่าผลลัพธ์ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญเท่ากับประสบการณ์การทำงานเพื่อให้ได้มาซึ่งผลลัพธ์นั้น นี่คือภาพการเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ชั้นเรียนแตกต่างไปจากอดีต</p>
<p>“หรือในเรื่องของผลคะแนนสอบ เราก็มีสัญญาณว่าในโรงเรียนที่ทำกับเรามาหลายปี คะแนนเฉลี่ยของเด็กส่วนใหญ่ก็เกินค่าเฉลี่ยของนักเรียนทั้งประเทศ ทั้งยังมีผลที่น่าสนใจคือ โรงเรียนในที่ห่างไกลในป่าเขาหรือบนดอยสูงมีเด็กที่ได้คะแนนโอ-เน็ตร้อยเต็ม อาจยังไม่ใช่จำนวนที่เยอะ แต่การที่เด็กกลุ่มนี้ได้คะแนนสูงระดับนี้ 2-3 คน ทั้งที่ปกติไม่เคยมีมาก่อน นั่นเป็นสัญญาณที่ดีและหลักฐานของความสำเร็จในระดับหนึ่งของเรา ซึ่งทำให้หนทางในการลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนใหญ่กับโรงเรียนเล็ก หรือโรงเรียนในเมืองใหญ่กับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล แคบลงมาจนเชื่อได้ว่า เราจะสามารถสร้างความเสมอภาคทางการเรียนรู้ได้จริง ๆ ในอนาคต” รศ.ดร.ไมตรี กล่าวปิดท้าย</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/200-2/">นวัตกรรมยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ความหวังลดเหลื่อมล้ำรร.ห่างไกล</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
