<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โรงเรียน 4 ตารางวา | กสศ.</title>
	<atom:link href="https://www.eef.or.th/tag/%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-4-%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<description>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา</description>
	<lastBuildDate>Mon, 20 Jan 2025 09:28:28 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.3.8</generator>

<image>
	<url>https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2021/02/cropped-fav-icon-32x32.png</url>
	<title>โรงเรียน 4 ตารางวา | กสศ.</title>
	<link>https://www.eef.or.th</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>“ผมไม่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นเด็กที่ถูกลืม” เปิดหัวใจฟังเสียงของเด็กที่ถูกเรียกว่านอกระบบ</title>
		<link>https://www.eef.or.th/article-200125/</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[editor]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 20 Jan 2025 09:28:27 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Movement]]></category>
		<category><![CDATA[กสศ.]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กเยาวชนนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษายืดหยุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[บัณฑิตา มากบำรุง]]></category>
		<category><![CDATA[โรงเรียน 4 ตารางวา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.eef.or.th/?p=89899</guid>

					<description><![CDATA[<p>เมื่อชีวิตพลิกผันต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เด็กทุกคนล้ว [&#8230;]</p>
<p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200125/">“ผมไม่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นเด็กที่ถูกลืม” เปิดหัวใจฟังเสียงของเด็กที่ถูกเรียกว่านอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h3 class="wp-block-heading"><strong>เมื่อชีวิตพลิกผันต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน</strong></h3>



<p>เด็กทุกคนล้วนฝันถึงอนาคตในแบบของตัวเอง แต่ถ้าถูกปิดกั้นหรือขาดโอกาสก็ยากที่จะนำพาชีวิตไปในเส้นทางที่เลือก เช่นเดียวกับ<strong> ‘กัน’ บัณฑิตา มากบำรุง </strong>วัยรุ่นที่มีทั้งศักยภาพและความฝัน แต่ชีวิตพลิกผันต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาด้วยปัญหาที่ตนเองไม่ได้ก่อ ขณะกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทว่าด้วยการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและหัวใจที่เปิดกว้างของผู้ใหญ่หลายคน ทำให้ได้รับโอกาสกลับเข้าสู่เส้นทางการเรียนรู้อีกครั้ง<strong>&nbsp;</strong></p>



<p>‘กัน’<strong> </strong>ฉายแววด้านการแต่งเพลงและเริ่มผลิตผลงานออกมาตั้งแต่เด็ก กระทั่งมัธยมปีที่ 2 มีค่ายเพลงติดต่อเซ็นสัญญาทำงานร่วมกันประมาณ 5 ปี ทำให้ช่วงเวลานั้นต้องเรียนด้วยทำงานไปด้วย และยังพ่วงบทบาทนักดนตรีไทยของโรงเรียน นอกจากนี้ยังรับหน้าที่สารวัตรนักเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ 3 และได้เป็นประธานสารวัตรนักเรียนตอนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5 แต่ด้วยเหตุการณ์ไม่คาดคิดบางอย่าง ทำให้กันตัดสินใจรับผิดชอบด้วยการลาออกจากโรงเรียน&nbsp;&nbsp;</p>



<p>“ตอนที่ออกมายังมีงานทำเลี้ยงชีวิตตัวเองและครอบครัวได้ เพราะยังอยู่ในสัญญากับค่ายเพลง ตอนนั้นคิดว่าถ้าหมดสัญญาจะทำงานเป็นฟรีแลนซ์ รับงานจากทุกค่ายเพลงและทุกคนที่มาจ้าง”</p>



<p>แม้จะพอมีหนทางหารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้องหล่อเลี้ยงครอบครัว แต่คำว่า <strong>‘วุฒิการศึกษา’</strong>  ยังคงติดค้างในใจ และเริ่มเห็นว่าอาจสร้างปัญหาในอนาคต“ผมนั่งตกตะกอนกับตัวเอง บางครั้งนั่งทำงานก็มีคิดแว๊บขึ้นมาในหัวถึงคำว่าวุฒิการศึกษา คนทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำ เขาอาจจะเห็นว่าก็แค่กระดาษใบเดียว ไม่ได้สำคัญอะไร แต่สำหรับพวกผมที่ยังมีความฝันอยู่ ยังฝันได้อยู่ มันคือใบเบิกทางเลยนะ ยิ่งในประเทศเราที่ให้ความสำคัญกับงานด้านวิชาการ ไม่ได้เปิดกว้างสำหรับอาชีพสายศิลป์ หรือให้คุณค่ากับงานด้านศิลปะมากเทียบเท่ากับโซนยุโรป อเมริกา <strong>การมีวุฒิการศึกษาจึงเป็นความมั่นคงหรือความอุ่นใจ</strong>”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-e07a18"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0120_Quote-น้องกัน_BANERLINK-copy.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กธรรมดาที่ไม่ได้เก่งวิชาการแบบเขายังจะมีพื้นที่เหลือให้มีฝันบ้างหรือไม่</strong></h3>



<p>ด้วยค่านิยมและกระแสสังคมที่ยกย่องเฉพาะบางอาชีพที่สร้างรายได้หรือได้รับการนับหน้าถือตา กันเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า <strong>เด็กธรรมดาที่ไม่ได้เก่งวิชาการแบบเขายังจะมีพื้นที่เหลือให้มีฝันบ้างหรือไม่&nbsp;</strong></p>



<p>“ผมเป็นเด็กธรรมดาที่ไม่ได้มีความฝันว่าต้องเป็นแพทย์ วิศวกร บางคนอาจจะยึดความฝันของพ่อแม่ ผมมองว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เด็กกดดันด้วย พ่อแม่เขาไม่มีโอกาสได้เรียน พ่อแม่เขาอาจจะยัดความคิดอะไรบางอย่างใส่ตัวเขาว่าเขาต้องเรียนทางนี้นะ ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น ซึ่งก็เป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เด็กไม่กล้าฝัน ไม่กล้ามีความคิด หรือว่าความฝันของตัวเองที่ชัดเจน แต่ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนมีความฝัน แค่เขาจะแสดงออกมาให้เราเห็นมากน้อยแค่ไหน”</p>



<p>สำหรับกัน-บัณฑิตาเอง แม้จะมีความสามารถด้านการแต่งเพลง แต่อีกด้านเขายังมีความสนใจเรื่อง ‘การเมืองการปกครอง’ อย่างมาก ถึงขนาดเปิดฟังพอดแคสต์ประชุมสภาได้ทั้งวัน</p>



<p>“ฟังแทนเพลงเลย เรียกว่าเป็นงานอดิเรกก็ได้ คนอื่นบอกว่าการเมืองเครียด แต่ผมกลับรู้สึกว่าสนุก  บอกตัวเองว่าไม่เป็น ส.ส. แน่ๆ แต่ยังมีอีกหลายอาชีพที่เราสามารถเป็นรากฐานเพื่อให้ประเทศดีขึ้นไปอีก ยิ่งตอนนี้ผมได้เรียนสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ ยิ่งทำให้สนใจการเมืองการปกครองของทุกประเทศเลย”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-3f578d"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0120_Quote-น้องกัน_BANERLINK-copy-2.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>กลับสู่เส้นทางการเรียนรู้  ด้วยรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น</strong></h3>



<p>แม้จะค้นเจอความสนใจของตัวเอง แต่กับเส้นทางใหม่นี้ ‘วุฒิการศึกษา’ คือเงื่อนไขสำคัญที่จะเป็นตัวตัดสินว่าจะได้ไปต่อหรือไม่ ซึ่งกันบอกว่าตอนนั้นไม่คิดจะกลับเข้าสู่การศึกษาในระบบ โชคดีที่ได้เจอกับผู้ใหญ่ใจดีชี้เส้นทางแห่งโอกาสให้เขากล้าที่จะฝันอีกครั้ง&nbsp;</p>



<p>“ปู่แนะนำมาว่ามีโรงเรียน 4 ตารางวา ในจังหวัดอุตรดิตถ์<strong> </strong>เปิดรับเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา<strong> </strong>รูปแบบการเรียนก็ไม่ซ้ำจำเจ ไม่ต้องนั่งอยู่ในห้องเรียน นั่งอยู่หน้ากระดานดำ เป็นการเรียนที่เปิดกว้างมาก และ<em>แม้พื้นที่ในการทำงานอาจไม่ได้กว้าง แต่พื้นที่การเรียนรู้กว้างมาก</em> และเขาเปิดโอกาสให้กับเด็กทุกคน เขาไม่สนเรื่องวัย เรื่องเพศสภาพ เขาไม่ได้มาถามเราอะไรแบบนั้น เขาเห็นว่าเราเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง”</p>



<p>กันบอกว่าเขาโตมากับประโยคที่ผู้ใหญ่หลายๆ คนมักพูดว่า “เด็กคืออนาคตของชาติ” แต่ในความเป็นจริงเมื่อมองไปที่ระบบการศึกษาซึ่งเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ กลับไม่เห็นว่ามีโครงสร้างอะไรที่เด่นชัด</p>



<p>“<strong>ผมรู้สึกว่ามันอาจจะศักดิ์สิทธิ์ในคำพูด แต่ไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์ในการกระทำ นโยบายอะไรต่างๆ ไม่ได้นำไปสู่สิ่งนั้นจริงๆ ท้ายที่สุดเป็นเพียงวาทกรรม</strong>”</p>



<p>หลังจากสมัครเข้าเรียนที่<strong>ศูนย์การเรียนสถาบันการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อสังคม (โรงเรียน 4 ตารางวา) ซึ่งได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเยาวชนนอกระบบการศึกษา กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) </strong>และได้รู้จักกับ ‘<strong>ครูติ๊ก’</strong>&nbsp;<strong>ชัชวาลย์ บุตรทอง</strong>&nbsp; กันพบว่าการเรียนรู้ที่นี่ไม่ได้มีแค่ <strong>‘วิชาความรู้’</strong> แต่ยังเติมเต็มด้วย <strong>‘วิชาชีวิต’</strong>&nbsp;</p>



<p>“พอได้เรียนและนั่งคุยกับครูติ๊กในหลายๆ อย่าง เราไม่ได้แค่เรื่องเรียน แต่เป็นเรื่องของการใช้ชีวิตด้วย ผมว่าครูติ๊กมีวิสัยทัศน์ที่ทำให้เด็กอย่างพวกผมรู้สึกว่า เอ้ย! ผู้ใหญ่เขามีวิสัยทัศน์ที่รองรับเด็กรุ่นใหม่ขนาดนี้เลยหรอ”</p>



<p>แนวทางการจัดการเรียนรู้ของศูนย์การเรียนแห่งนี้เปิดกว้างและยืดหยุ่นตามโจทย์ชีวิตของเด็กแต่ละคน โดยออกแบบให้สามารถนำประสบการณ์จากการทำงานและการทำกิจกรรมมาเทียบโอนแลกหน่วยกิตได้</p>



<p>“ผมเอาวุฒิ ม.3 ไปสมัคร แล้วเรียนได้วุฒิ ม.6 ภายใน 8 เดือน จากนั้นก็เตรียมเข้าสู่มหาวิทยาลัย ตอนเรียนที่ศูนย์ฯ ครูติ๊กได้เชิญผู้ใหญ่หลายๆ ท่านมาพูดคุย ทำให้เราได้เห็นมุมมองต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งยังมีอาจารย์มหาลัยราชภัฏฯ ที่พานักศึกษามาดูงาน ซึ่งอาจารย์มาถามว่าสนใจเรียนต่อมหาวิทยาลัยไหม ถ้าอยากเรียน สามารถเรียนก่อนได้โดยให้เข้าระบบนักศึกษา LL เป็นการเรียนร่วมเพื่อเก็บหน่วยกิตไปก่อน พอได้วุฒิ ม. 6 มาแล้ว ก็จะใช้เทียบโอนได้ ทำให้เรียนต่อปี 2 กับเพื่อนได้ ซึ่งอาจารย์ถามว่าสนใจด้านไหน ผมก็บอกว่าสนใจด้านการเมืองการปกครอง ก็เลยมาถึงปัจจุบันนี้ที่ผมได้ศึกษาสาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์”</p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-2cfa61"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0120_Quote-น้องกัน_BANERLINK-copy-3.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<h3 class="wp-block-heading"><strong>เด็กทุกคนมีศักยภาพและความฝัน ขอเพียงโอกาสไม่ถูกปิดกั้น</strong></h3>



<p>ณ วันที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา แสงสว่างแห่งชีวิตก็ดูเหมือนจะเริ่มริบหรี่ลง แต่ด้วยรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นทำให้ กัน-บัณฑิตา กลับสู่เส้นทางแห่งโอกาสอีกครั้งและกล้าที่จะฝันได้อย่างไร้ข้อจำกัด&nbsp;</p>



<p>กันเล่าว่า <strong>การศึกษาที่ยืดหยุ่นเป็นการศึกษาที่ไม่มีพรมแดน</strong> เป็นการศึกษาที่ไม่ได้มานั่งถามว่าอายุเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็เรียนได้ ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเรียน มีแต่คำว่าเราจะไปถึงไหน ใจเราไหวแค่ไหนมากกว่า&nbsp;</p>



<p>“อย่างตอนนี้ผมเรียนภาคพิเศษเสาร์-อาทิตย์ มีผู้ใหญ่หลากหลายวัยมาเรียน บางคนก็รุ่นพ่อแม่ผมเลย เวลาเรียนวิชาคอมพิวเตอร์ เขาอาจจะตามไม่ทัน เรามีความรู้มากกว่าก็แบ่งปันกันได้ ผมรู้สึกว่ามันคือเสน่ห์ของการเรียนที่ยืดหยุ่น มันเกิดความผูกพันคนละรูปแบบกับในโรงเรียน เป็นการเรียนรู้ที่คนต่างรุ่นต่างวัยได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน”</p>



<p><strong>“การศึกษาที่ยืดหยุ่นทำให้ผมมีโอกาสได้กลับเข้ามาเรียนอีกครั้ง ซึ่งทำให้เราต่อยอดความฝันเพิ่มเติมไปหลากหลายมาก อาจด้วยอายุ ทำให้เรายังมีเวลาได้คิดทบทวนตัวเอง และอนาคตหากเจอสิ่งที่สนใจ ก็เชื่อได้ว่ารอบตัวเรายังมีผู้ใหญ่ที่คอยสนับสนุน”</strong>&nbsp;</p>



<p>แม้ในชีวิตจะมีจุดพลิกผันที่ทำให้กันต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน แต่วันนี้เขาสามารถลุกขึ้นมาสานฝันตัวเองอีกครั้งและยังเป็นกระบอกเสียงให้กับเด็กคนอื่น รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่อาจกำลังไม่เห็นอนาคตของตนเอง</p>



<p>“การที่ผมมาอยู่ตรงนี้เหมือนเป็นกระบอกเสียงแทนเด็กๆ สิ่งที่อยากฝากไปถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง คืออยากให้เปิดใจรับฟังเสียงจากเด็กรุ่นใหม่ที่เขามีความคิดใหม่ๆ ประโยคบางประโยคหรือคำบางคำที่เด็กพูดออกมาด้วยความไร้เดียงสา อาจจะจุดประกายความคิดของเราบางอย่างได้ เพราะบางทีเราอาจลืมคิดในบางเรื่องหรือบางมุมไป แต่เด็กๆ เขาเป็นคนจุดไฟให้เรา”</p>



<p><strong>“ที่สำคัญผมอยากให้ตามหาเด็กที่อยู่ในพื้นที่สีแดง เด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงทั้งเรื่องยาเสพติด หรือการใช้ความรุนแรง ผมเชื่อว่ายังมีเด็กขาดโอกาสอีกเยอะ อยากให้ขยายการตามหาและปูเส้นทางที่เหมาะให้กับเขา คำว่า ‘เหมาะ’ ในที่นี้คือ เหมาะด้วยสภาพสังคม เหมาะด้วยความรู้ที่เขาต้องการ หรือว่าเหมาะด้วยบริบทชีวิตเขา ผมไม่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นเด็กที่ถูกลืม แค่อยากให้ผู้ใหญ่ลองเป็นตะแกรง ไปช่วยโอบอุ้มเขาไว้ เพื่อไม่ให้เขาตกลงไปสู่ก้นเหว”</strong></p>



<div class="wp-block-qubely-image qubely-block-d25fd2"><div class="qubely-block-image  qubely-image-layout-simple"><div class="qubely-image-media qubely-vertical-alignment-center qubely-horizontal-alignment-center"><figure><div class="qubely-image-container"><img decoding="async" class="qubely-image-image" src="https://www.eef.or.th/wp-content/uploads/2025/01/0120_Quote-น้องกัน_BANERLINK-copy-4.jpg" alt=""/></div></figure></div></div></div>



<p></p>



<p>นอกจากเด็กกลุ่มเสี่ยงที่รอคอยการหยิบยื่นโอกาสแล้ว ก็ยังมีเด็กอีกมากที่ไม่กล้าแม้จะมีฝัน กันฝากส่งกำลังใจถึงเด็กๆ ทุกคนว่า ให้กล้าลุกขึ้นมาสร้างฝันและเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ให้ได้</p>



<p>“เด็กบางคนไม่รู้ว่าความฝันคืออะไร เขาอาจจะไม่กล้าฝันเลย เพราะฐานะของครอบครัว หรืออะไรหลายๆ อย่าง แต่เชื่อว่าเมื่อถึงเวลาทุกคนจะมีความฝันของตัวเอง ชีวิตคนเราย่อมมีอุปสรรค ‘<em>แพ้เป็นบันได ชนะเป็นสะพาน’</em> <em>ถ้าพวกหนูแพ้ก็แค่ปีนบันได ถ้าพวกหนูชนะก็จะได้เดินสะพาน </em>และคนรอบตัวเราคือคนที่สร้างสะพานกับบันไดให้ เขาคือคนที่จะสร้างปูนให้เดินต่อไปได้  หรือถ้าคนอื่นเขาสร้างให้เราไม่ได้ เชื่อเถอะว่าเราสร้างจากมือตัวเองได้ <strong>สุดท้ายอยากบอกว่า ถ้าวันไหนที่ทำสำเร็จแล้ว อย่าลืมที่จะส่งต่อโอกาส เพื่อร่วมกันสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่มากขึ้น</strong>”</p>



<p>แม้วันนี้เส้นทางที่กัน-บัณฑิตาเลือกเดินอาจยังไม่ถึงฝั่งฝัน หรือความสำเร็จที่วาดหวังไว้ แต่ทุก ‘โอกาส’ ที่ได้รับคือพลังที่ทำให้เขาก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็ง&nbsp;</p>



<p>“คำว่า โอกาส เด็กไทยอาจจะรู้สึกว่ามันน้อยเหลือเกิน สำหรับการแข่งขันที่สูงขึ้นทุกวัน แต่ถ้าเราจับต้องมันได้ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก และความจริงแล้วเราเองสามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นมาป้อนหรือต้องไปขอจากเขา เราสามารถวิ่งเข้าหาโอกาสด้วยตัวเอง ด้วยความคิดของเราเอง&nbsp;</p>



<p>ทั้งนี้อยากขอบคุณทุกคนที่จัดทำโครงการแบบนี้ขึ้นมาช่วยส่งเสริมโอกาส ไม่ใช่แค่ผม แต่สำหรับเด็กอีกหลายคน และท้ายที่สุดอยากขอบคุณตัวเองที่กล้าได้กล้าเสียอะไรหลายๆ อย่าง จนเติบโตมาถึงจุดนี้ได้ ถ้าเป็นไปได้ในอนาคตก็อยากสานฝันครูติ๊กในการขยายโรงเรียน 4 ตารางวา ให้กว้างขึ้น เพื่อส่งต่อโอกาสให้ไปได้ไกลกว่านี้”&nbsp;</p>



<p>เพราะ ‘โอกาส’ สำหรับบางคนอาจอยู่ใกล้แค่เอื้อม บางคนอยู่ไกลสุดปลายมือต้องขวนขวาย แต่ท้ายที่สุดแล้วการส่งต่อโอกาสดีๆ จะช่วยต่อบันไดสร้างสะพานให้เด็กๆ ได้ก้าวเดินไปในเส้นทางที่เขาสามารถเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพเพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพได้</p><p>The post <a href="https://www.eef.or.th/article-200125/">“ผมไม่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าเป็นเด็กที่ถูกลืม” เปิดหัวใจฟังเสียงของเด็กที่ถูกเรียกว่านอกระบบ</a> first appeared on <a href="https://www.eef.or.th">กสศ.</a>.</p>]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
